Mag-log inเยว่จื่อรุ่ย (岳梓睿) ทุ่มเททั้งชีวิตนางกลับได้รับการทรยศเป็นการตอบแทน... หวนคืนกลับมาครั้งนี้ #สตรีเช่นข้าจะไม่เป็นหมากของผู้ใด เพราะบิดาไม่รัก จึงส่งนางแต่งเข้าจวนอ๋องไร้ความสามารถ เพราะพี่ชายไม่ปกป้อง จึงส่งนางเป็นตัวแทนรับคมดาบ เพราะสามีไม่เห็นค่า จึงส่งนางเป็นบรรณาการแลกอำนาจ ชาติก่อนนางเป็นเพียงหมากของผู้อื่น ชาตินี้หวนคืนกลับหมากบนกระดานนางจะเป็นคนคุมเอง
view more“การแสดงของหม่อมฉันจบลงแล้ว หวังว่าจะทำให้องค์รัชทายาททรงประทับใจ”หนานจวิ้นเฉินนั่งตัวแข็งทื่อ ใบหน้าซีดเซียวสลับแดงก่ำ ความอับอายที่ถูกสตรีผู้หนึ่งกระทำจนเสียกิริยาต่อหน้าธารกำให้เขาโกรธจนร้อนผ่าวไปทั้งตัว“บังอาจ!!” จู่ๆ เสียงตวาดกร้าวก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ เป็นเยว่จื่อซ่งรองแม่ทัพแห่งหนานจิงที่นั่งอยู่ข้างกายหนานจวิ้นเฉิน เมื่อครู่นี้ตัวเขาเองก็ตกใจรีบหลบหลีก ทว่าเมื่อตั้งสติได้ ก็รีบขยับตัวลุกขึ้น“องค์หญิงหนิงอัน! พระองค์จงใจใช้กระบี่จู่โจมเช่นนี้ หมายจะลอบปลงพระชนม์รัชทายาทของเราหรือ!!”เยว่จื่อรุ่ยปรายตามองเยว่จื่อซ่ง แค่นเสียงหัวเราะเย็นเยียบในลำคอ ก่อนจะเอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าหนักแน่น“ท่านรองแม่ทัพกล่าวหนักเกินไปแล้ว หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีบอบบางในห้องหอ ไหนเลยจะมีความสามารถลอบปลงพระชนม์องค์รัชทายาทได้กัน นี่เป็นเพียงการร่ายรำกระบี่เพื่อสร้างความบันเทิงธรรมดาๆ ของต้าเป่ยเราเท่านั้น" เสียงหวานเอ่ยบอก หากแต่แววตากลับแฝงความเย้ยหยัน พลางแสร้งเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงสงสัย “หรือว่าองค์รัชทายาทหวาดกลัวแม้กระทั่งการแสดงธรรมดาๆ นี้”“เหลวไหล!” เยว่จื่อซ่งโต้กลับเสียงแข็ง
ท่ามกลางความเงียบงันที่แฝงไปด้วยความตึงเครียด เยว่จื่อรุ่ยไม่ได้แสดงท่าทีหวาดหวั่นต่อคำท้าทายอันไร้มารยาทของหนานจวิ้นเฉิน นางเพียงเอียงใบหน้า กระซิบถ้อยคำบางอย่างแผ่วเบาข้างหูเหลียนฮวาก่อนที่สาวใช้คนสนิทจะย่อตัวรับคำสั่งแล้วเดินไปยังกลุ่มนักแสดงดนตรีหลวง เพื่อระบุท่วงทำนองเพลงที่จะใช้ในการแสดงร่างบอบบางในอาภรณ์สีม่วงสง่างาม ก้าวเดินอย่างมั่นคงและงดงามออกไปหยุดอยู่กึ่งกลางโถงแสดง แสงจากโคมไฟส่องกระทบด้ายปักสีเงินสะท้อนขับผิวกายขาวผ่องให้ยิ่งทวีความงดงามเย้ายวน ตรึงทุกสายตาให้จับจ้องมาที่นางดุจดังต้องมนต์สะกดเสียงพิณบรรเลงขึ้นอย่างอ้อยอิ่ง ท่วงทำนองอ่อนหวานพลิ้วไหว เยว่จื่อรุ่ยเริ่มขยับเรียวแขนร่ายรำตามจังหวะอย่างอ่อนช้อยนางอาศัยความทรงจำของร่างเดิมที่เป็นถึงบุตรีขุนนางใหญ่ ผู้ที่ใครใครต่างก็เรียกขานว่าบุปผางามแห่งต้าเป่ย สองแขนเรียวกรีดกราย หมุนตัวขยับเอวบาง ชายกระโปรงพลันสะบัดพริ้วไหวดุจกลีบดอกบุปผาต้องลมวสันต์ ส่งเสริมให้ท่วงท่ายิ่งอ่อนช้อย งดงามหนานจวิ้นเฉินทอดสายตามองภาพตรงหน้าด้วยความลุ่มหลง มุมปากกระตุกยิ้มกว้าง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเย้ยหยันดูแคลน ก็แค่สตรีผู้หนึ่งสูงศักดิ์เป็นถึ
“ท่านอ๋องเก้ากล่าวหนักเกินไปแล้ว ข้าเพียงแค่ชื่นชมในความงดงามขององค์หญิงหนิงอันเท่านั้น” หนานจวิ้นเฉินพูดพลางกวาดสายตามองเหล่านางรำหลวงที่ยืนสั่นเทาอยู่กลางโถง ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยันแผ่วเบา “อีกอย่าง การแสดงของนางรำหลวงต้าเป่ยช่างธรรมดาเหลือเกิน ไม่ต่างจากการแสดงของหญิงชาวบ้านข้างทางในหนานจิงเลย”เมื่อถูกดูแคลนซึ่งหน้า เจ้ากรมพิธีการก็ถึงกับขบกรามแน่น ทว่าอีกฝ่ายอย่างไรก็เป็นทูตมาเจรจาผูกไมตรี หากเขาโต้แย้งจนเสียการใหญ่คงไม่เป็นผลดี ที่ทำได้จึงมีเพียงนั่งขบกรามกำหมัดแน่นด้วยความอดทนหนานจวิ้นเฉินตวัดสายตากลับมามองสตรีตรงหน้า แววตาเต็มไปด้วยความท้าทายและสนใจอย่างเปิดเผย“งานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตผูกไมตรีทั้งที หากได้องค์หญิงหนิงอัน ผู้เป็นถึงว่าที่พระชายาของอ๋องเก้า มาแสดงความสามารถของสตรีชั้นสูงให้เป็นขวัญตา ย่อมเป็นเกียรติแก่แคว้นหนานจิงของเราได้มากกว่านางรำชั้นต่ำเหล่านี้”ทันทีที่ประโยคนี้หลุดออกมา ทั้งห้องโถงก็พลันตกอยู่ในความเงียบงันและตึงเครียด ไม่เอ่ยถึงสถานะขององค์หญิงหนิงอันที่แม้จะไม่ได้มีสายเลือดราชวงศ์โดยกำเนิด ทว่าในยามนี้นางคือองค์หญิงที่ฮ่องเต้มีราชโองการแต่งตั้ง ม
ณ โถงหลักเขตพระราชวังชั้นใน บรรยากาศยามค่ำคืนที่ควรมืดมิดยามนี้กลับสว่างไสวไปด้วยโคมไฟนับพันดวงที่ถูกประดับตกแต่งอย่างบรรจง เสียงดนตรีบรรเลงดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย ผู้คนมากมายต่างเดินเข้ามาภายในงานด้วยท่าทางสง่างาม หากแต่ให้บรรยากาศชวนรื่นเริงเพียงใด ในความเป็นจริงกลับตรงกันข้ามภายในห้องโถงถูกจัดเป็นงานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตจากหนานจิง เบื้องบนสุดมีองค์ฮ่องเต้น้อยไท่จงนั่งประทับอยู่บนบัลลังก์มังกรในฐานะประธานพิธี แม้พระพักตร์จะพยายามรักษารอยยิ้ม ทว่าแววตากลับฉายชัดถึงความประหม่าและหวาดกลัว หลายครั้งที่หันไปทางขวามือเพื่อสบแววตาคมของซ่งกู้เว่ย เสด็จอาต่างสายเลือดผู้มีสถานะเป็นผู้สำเร็จราชการซ่งกู้เว่ยนั่งอยู่ทางขวามือของที่ประทับ ถัดจากเขาคือองค์หญิงแต่งตั้งเพียงพระองค์เดียวของราชวงศ์ องค์หญิงหนิงอัน ร่างเพียวบางสวมอาภรณ์ไหมสีม่วงปักดิ้นทอง อันชุดประจำตัว ขับเน้นให้ผิวขาวกระจ่างใส ใบหน้าหวานงดงามทั้งสูงส่งและอ่อนโยนในคนเดียวกัน ขนาบข้างนางคือผู้เป็นน้องสาวคุณหนูสี่เสิ่นหลี่หนิง ซึ่งแม้จะเป็นสตรีวัยเยาว์มิทันปักปิ่น ทว่าขุนนางทั้งราชสำนักต่างรู้ดีว่านางคือว่าที่ฮองเฮาในอนาคต การเข้าร่วมงานเ












Rebyu