เข้าสู่ระบบเยว่จื่อรุ่ย (岳梓睿) ทุ่มเททั้งชีวิตนางกลับได้รับการทรยศเป็นการตอบแทน... หวนคืนกลับมาครั้งนี้ #สตรีเช่นข้าจะไม่เป็นหมากของผู้ใด เพราะบิดาไม่รัก จึงส่งนางแต่งเข้าจวนอ๋องไร้ความสามารถ เพราะพี่ชายไม่ปกป้อง จึงส่งนางเป็นตัวแทนรับคมดาบ เพราะสามีไม่เห็นค่า จึงส่งนางเป็นบรรณาการแลกอำนาจ ชาติก่อนนางเป็นเพียงหมากของผู้อื่น ชาตินี้หวนคืนกลับหมากบนกระดานนางจะเป็นคนคุมเอง
ดูเพิ่มเติมสามวันต่อมา ข่าวคราวการทลายเครือข่ายทุจริตเสบียงทหารชายแดนเหนือก็ถูกประกาศแจ้งให้ทราบไปทั่วทั้งแผ่นดินต้าเป่ย ขุนนางและแม่ทัพที่ฉ้อฉลกว่าสามสิบชีวิตถูกกวาดล้างจับกุม ทรัพย์สินมหาศาลที่ได้จากการยักยอกถูกริบเข้าสู่คลังหลวงจนหมดสิ้น ครอบครัวของเหล่าทหารกล้าที่ต้องสังเวยชีวิตเพราะอาวุธและเครื่องกันหนาวไม่ได้มาตรฐาน ล้วนได้รับเงินเยียวยาชดเชยอย่างสมเกียรติ อีกทั้งช่างหลอมและคนงานที่ถูกข่มขู่บังคับให้ร่วมขบวนการ ยังได้รับการพิจารณาละเว้นโทษทัณฑ์ส่วนเสิ่นหลี่หนิง ได้รับการล้างมลทินประกาศเกียรติคุณว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และเป็นผู้มีความดีความชอบใหญ่หลวงในการเสี่ยงตายเปิดโปงคดีกบฏ ซ่งกู้เฉิงออกพระราชโองการคืนสถานะบุตรีตระกูลเสิ่นให้นางอย่างสมเกียรติ พร้อมทั้งพระราชทานป้ายทองคำอาญาสิทธิ์ เพื่อให้กิจการร้านค้าทุกแห่งในความดูแลของนาง สามารถค้าขายแลกเปลี่ยนกับราชสำนักได้โดยตรงอย่างไร้ข้อจำกัดทว่าหลังจากเรื่องราววุ่นวายทุกอย่างยุติลง เสิ่นหลี่หนิงกลับลงมือเก็บกวาดสัมภาระ เตรียมตัวเดินทางออกจากตำหนักอวี้หลัน“คุณหนู ท่านจะกลับจวนเสิ่นจริงๆ หรือเจ้าคะ” เสี่ยวจูเอ่ยถาม พลางพับอาภรณ์เก็บลงหีบอย่างอ้อยอิ
ข่าวลือเรื่องฮ่องเต้ถูกลอบปลงพระชนม์แพร่สะพัดไปทั่วทุกหย่อมหญ้าของเมืองหลวงต้าเป่ยภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างตื่นตระหนก เร่งเดินทางเข้าวังเพื่อขอทราบพระอาการ ทว่าบานประตูวังหลวงทุกด้านกลับถูกปิดตายสนิท ไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้ผ่านล่วงเข้าไปได้แม้แต่คนเดียวจวบจนล่วงเข้าสู่ยามโหย่ว กองกำลังรักษาเมืองหลวงจำนวนนับพันนาย ภายใต้ธงสัญลักษณ์ของอ๋องอัน ก็ควบม้าฝุ่นตลบมาหยุดตั้งทัพอยู่เบื้องหน้าประตูเสวียนอู่อ๋องอัน ซ่งกู้หมิง สวมชุดเกราะอ่อนเต็มยศ นั่งตระหง่านอยู่บนหลังอาชาศึกสีดำสนิท ใบหน้าวัยกลางคนแสร้งฉาบไว้ด้วยความร้อนรนและจงรักภักดีเปี่ยมล้น รอบตัวเขายังมีขุนนางอีกหลายสิบคนเข้าร่วมสนับสนุน“ฝ่าบาทถูกคนร้ายลอบปลงพระชนม์! เปิ่นหวางได้รับรายงานว่ามีผู้ก่อกบฏซุกซ่อนตัวอยู่ภายในวังหลวง เร่งเปิดประตูเดี๋ยวนี้! เปิ่นหวางจะนำกำลังทหารเข้าไปอารักขาฝ่าบาทด้วยตนเอง!”แม่ทัพองครักษ์ผู้รักษาประตูเมืองมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก“ทูลท่านอ๋อง ฝ่าบาททรงมีพระราชบัญชาเด็ดขาดให้ปิดประตูวัง ห้ามมิให้ผู้ใดผ่านเข้าออกโดยพลการพ่ะย่ะค่ะ”“ฝ่าบาททรงประชวรหนักจนหมดสติไปแล้ว จะทรงออกพระร
“เช่นนั้นระหว่างข้ากับจดหมายพวกนี้ สิ่งไหนสำคัญต่อเจ้ามากกว่ากัน”พวงแก้มของเสิ่นหลี่หนิงพลันร้อนผ่าว ไม่เจอกันหกปีเล่ห์เหลี่ยมของฮ่องเต้น้อยช่างพัฒนาไปได้ดีเสียจริงๆ“ฝ่าบาทอย่าทรงล้อหม่อมฉันเล่นเลยเพคะ” นางดึงมือกลับก่อนจะหยิบรีบยื่นเอกสารปึกหนึ่งส่งให้เขาเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย“นี่คือสมุดบัญชีซื้อขายเหล็กกล้าที่ถูกลักลอบส่งออกนอกแคว้นต้าเป่ย และรายชื่อคหบดีที่รับซื้ออาวุธเถื่อนของกองทัพเพคะ ส่วนตราประทับชิ้นนี้ คือตราคำสั่งลับส่วนตัวของอ๋องอัน หม่อมฉันได้รับมาจากอดีตผู้ดูแลคลังยุทโธปกรณ์ ก่อนที่เขาจะถูกลอบสังหาร”ซ่งกู้เฉิงรับตราทองแดงมาพลิกตรวจสอบ ตรงกลางของตราประทับมีรอยบากลึกซึ่งคงมีไว้เพื่อตรวจสอบกับตราที่อ๋องอัน“เช่นนั้นหลักฐานชี้ตัวที่เจ้าต้องการก็คือ... ตราประทับอีกครึ่งหนึ่งของอ๋องอันใช่หรือไม่”“เพคะ”“แต่ต่อให้มีหลักฐานพวกนี้ หากขาดพยานเกรงว่าอ๋องอันคงไม่ยอมรับง่าย”“หม่อมฉันยังมีพยานบุคคลอีกคนเพคะ”“ผู้ใดกัน”“รองแม่ทัพฉู่เหวินเฉิงเพคะ ยามนี้เขากำลังคุมตัวช่างหลอมอาวุธและอดีตนายกองขนส่งเดินทางเข้ามายังเมืองหลวง หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาดภายในสามวันน่าจะมาถึงเมืองหลวงเพคะ
“ข้าหวังว่าเรื่องที่เจ้ารายงานจะสำคัญมากพอที่จะรักษาชีวิตของเจ้า” ซ่งกู้เฉิงเค้นเสียงข่มขู่คนที่กล้าเข้ามาขัดจังหวะเขา“ขอฝ่าบาทเมตตาด้วย เมื่อครู่ทางหน่วยสอบสวนเข้ามาแจ้งว่าตรวจพบรอยสักรูปเหยี่ยวสามกรงเล็กที่บริเวณแผ่นหลังของมือสังหารพ่ะย่ะค่ะ”ดวงตาของซ่งกู้เฉิงหรี่แคบลง “เหยี่ยวสามกรงเล็บ...”“นี่เป็นตราสัญลักษณ์ของหน่วยองครักษ์ลับแห่งจวนอ๋องอันไม่ใช่หรือเพคะ” เสิ่นหลี่หนิงพึมพำแผ่วเบา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาบรรยากาศภายในห้องทรงอักษรพลันเย็นเยียบลงในพริบตา ‘อ๋องอัน ซ่งกู้หมิง’ เป็นพระปิตุลาลำดับที่ห้าของซ่งกู้เฉิง ในอดีตเคยนำทัพออกศึกปราบชนเผ่าเร่ร่อนทางเหนือจนสร้างชื่อเสียงเกรียงไกร ได้รับการแต่งตั้งให้กุมอำนาจควบคุมการจัดซื้ออาวุธและเสบียงของกองทัพชายแดนเหนือมานานนับสิบปี แม้ภายหลังซ่งกู้เฉิงจะเสด็จขึ้นครองราชย์ อำนาจในมือของอ๋องอันก็ไม่เคยถูกลิดรอน ตรงกันข้าม เขายังได้รับการยกย่องเทิดทูนว่าเป็นแม่ทัพผู้จงรักภักดีและเป็นดั่งเสาหลักของราชสำนัก“ที่ผ่านมา... เจ้าเคลือบแคลงสงสัยอ๋องอันมาโดยตลอดหรือ” ซ่งกู้เฉิงเอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกายเสิ่นหลี่หนิงพยักหน้ารับ “เพคะ อาวุธที่












ความคิดเห็น