Se connecterเยว่จื่อรุ่ย (岳梓睿) ทุ่มเททั้งชีวิตนางกลับได้รับการทรยศเป็นการตอบแทน... หวนคืนกลับมาครั้งนี้ #สตรีเช่นข้าจะไม่เป็นหมากของผู้ใด เพราะบิดาไม่รัก จึงส่งนางแต่งเข้าจวนอ๋องไร้ความสามารถ เพราะพี่ชายไม่ปกป้อง จึงส่งนางเป็นตัวแทนรับคมดาบ เพราะสามีไม่เห็นค่า จึงส่งนางเป็นบรรณาการแลกอำนาจ ชาติก่อนนางเป็นเพียงหมากของผู้อื่น ชาตินี้หวนคืนกลับหมากบนกระดานนางจะเป็นคนคุมเอง
Voir plusหลังจากหมอหลวงหญิงเข้ามาตรวจดูรอยฟกช้ำ ทายา และรายงานอาการบาดเจ็บของเสิ่นหลี่หนิงเสร็จสิ้น ก็ล่าถอยออกไปโดยไม่เอ่ยซักไซร้สิ่งใดให้มากความ ทำให้เสิ่นหลี่หนิงรู้สึกคลายความอึดอัดลงไปหลายส่วน ที่ไม่ต้องหาคำอธิบายมาชี้แจ้งสถานการณ์ของตนเอง“นางเป็นคนของข้า เรื่องใดควรพูดไม่ควรพูดนางย่อมรู้ดี”ซ่งกู้เฉิงเห็นสายตาที่กังวลของคนเจ็บก็เอ่ยอธิบาย ก่อนจะรับถวายยามาส่งให้นางดื่มเสิ่นหลี่หนิงรับยานั้นมาดื่มอย่างว่าง่าย ลืมเรื่องที่เขาเคยวางยานางในขนมไปจนหมดสิ้น จนกระทั่งสายตามองออกไปนอกหน้าต่างแล้วพบว่าผืนนภากลายเป็นสีน้ำหมึกอันมืดมิด ภายในใจของนางก็เริ่มบังเกิดความวิตกกังวลอีกหนดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองร่างเล็กในฉลองพระองค์สีเหลืองทองที่กำลังยืนเอามือไพล่หลังอยู่ไม่ไกล ก่อนจะเอ่ยถามเสียงแผ่ว“ฝ่าบาท... คืนนี้พระองค์จะบรรทมที่ใดหรือเพคะ”“ข้าเป็นฮ่องเต้ หากไม่นอนที่ตำหนักหยางซิน จะให้ไปนอนที่ใดได้” ซ่งกู้เฉิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พลางเลิกคิ้วขึ้น แสร้งตีสีหน้านิ่งเฉยราวกับไม่เข้าใจความหมายที่คนบนเตียงกำลังจะสื่อ
"เช่นนั้น..."“โอ๊ย! ฝ่าบาท... หม่อมฉันปวดขาเพคะ ปวดเหลือเกิน ขาของหม่อมฉันต้องหักแล้วแน่ๆ เลยเพคะ!”เสิ่นหลี่หนิงพูดพลางแสร้งร่ำไห้ น้ำตานองหน้า ชีวิตก่อนนางต้องคอยดูสีหน้าผู้คนเพื่อเอาตัวรอดทุกฝีก้าว เรื่องมารยาเสแสร้งเล่นงิ้ว หากนางอ้างว่าเป็นที่สอง ย่อมไม่มีผู้ใดกล้าอ้างเป็นที่หนึ่งอย่างแน่นอน!ซ่งกู้เฉิงทอดสายตามองท่าทีเสแสร้งเจ็บปวดของคนบนเตียงแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะหลุดเสียงหัวเราะขบขันในลำคอ ทว่าท้ายที่สุดเขาก็จำต้องยอมโอนอ่อนตามใจนาง"อิ่งอี!"ซ่งกู้เฉิงเอ่ยเรียกเสียงกังวาน เพียงชั่วพริบตา เบื้องหลังของพระองค์ก็ปรากฏร่างเงาดำของหัวหน้าองครักษ์คนสนิทคุกเข่ารอรับคำสั่ง"น้อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท""ส่งคนไปที่ตำหนักอักษร แจ้งแก่ราชครูเสิ่นว่า วันนี้ไทเฮาทรงโปรดปรานและเอ็นดูคุณหนูสี่เป็นอย่างมาก จึงมีรับสั่งให้อยู่สนทนาเป็นเพื่อน และประทานอนุญาตให้ค้างคืนที่ตำหนักในวังหลวงสักหนึ่งคืน พรุ่งนี้เช้าจึงจะให้คนไปส่งนางที่จวนตระกูลเสิ่น ให้ท่านราชครูกลับไปก่อนได้เลย ไม่ต้องรอนาง อ้อ! แล้วตามหม
ดวงตาของเสิ่นหลี่หนิงแดงก่ำความยากลำบากในชาติก่อนช่างมากมายเหลือเกินพี่ชายคนโต แม้จะได้เป็นอาจารย์ในสถานศึกษาประจำอำเภอ ทว่าต่อมากลับถูกหลอกให้ไปสอบเคอจวี่แทนบุตรชายขุนนางท้องถิ่น เมื่อถูกจับได้ก็ถูกลงโทษโบยจนขาหัก ต้องนอนติดเตียง กลายเป็นคนไร้ค่าไปตลอดชีวิต ทว่าเมื่อนางได้หวนกลับมาเกิดใหม่ ชาตินี้นางจึงวางแผนให้เขาเป็นเพียงอาจารย์ในสถานศึกษาเล็กๆ หลีกเลี่ยงเภทภัยนั้นได้สำเร็จพี่ชายคนรอง ชาติก่อนเขาทำงานในสำนักคุ้มภัย ทว่าระหว่างทางกลับถูกโจรป่าใช้อุบายลวงไปสังหาร ชาตินี้นางจึงได้ชี้แนะกลอุบายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นให้เขาระวังตัว ช่วยรักษาชีวิตอีกฝ่ายไว้ได้ ทั้งยังผลักดันให้เขากลายเป็นหัวหน้าสำนักคุ้มภัยในเวลาต่อมาท่านพ่อ เพราะชาติก่อนวิ่งเต้นเรียกร้องความเป็นธรรมให้พี่ชายทั้งสอง จนถูกคนพาลรุมทำร้ายบาดเจ็บสาหัสกลายเป็นชายตาบอด แต่เมื่อชาตินี้พี่ชายทั้งสองรอดพ้นจากเคราะห์กรรม เรื่องเลวร้ายของท่านพ่อจึงถูกลบล้างไปพี่สาวคนที่สาม ชาติก่อนต้องตายเพราะถูกลอบสังหาร ดังนั้นในชาตินี้ นางจึงไม่รั้งคนของพี่สาวเอาไว้ ใช้เหตุผลเรื่องจดหมายให้เขารีบกลับไป จึงสาม
“เจ้าเป็นสตรีของข้า อยู่กับข้า ผู้ใดกล้าตำหนิ!” ซ่งกู้เฉิงสวนกลับทันควัน คิ้วเรียวของเสิ่นหลี่หนิงพลันขมวดแน่น นางสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นเอาแต่ใจแล้วแอบถอดถอนใจยาว นางรู้ดีว่าความรู้สึกที่ซ่งกู้เฉิงมีต่อตนนั้น หาใช่ความเสน่หาฉันท์ชายหญิง ทว่ามันคือความยึดติดที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ความหมายเสียด้วยซ้ำ"เรื่องนั้นหม่อมฉันทราบดีเพคะ ทว่ายามนี้พี่ใหญ่กำลังรอหม่อมฉันอยู่ที่ตำหนักอักษร หากหม่อมฉันไม่รีบกลับไป พี่ใหญ่จะต้องเป็นกังวลและวุ่นวายตามหาหม่อมฉันแน่เพคะ"กล่าวจบ เสิ่นหลี่หนิงก็กัดฟันพยายามขยับตัวลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ทว่าสองขาของนางกลับสั่นระริกไร้เรี่ยวแรง ร่างบอบบางทรุดฮวบล้มถลาไปเบื้องหน้าอย่างไม่อาจควบคุมน่าโมโหนัก ร่างกายของเด็กสิบปีนี่ ช่างอ่อนแอไม่ได้ดั่งใจเสียจริงๆ!เพียงแต่สิ่งที่ใบหน้าเล็กปะทะ กลับไม่ใช่พื้นแข็งกระด้างอย่างที่เสิ่นหลี่หนิงคิด เมื่อนางลืมตาขึ้นมองก็พบกับลวดลายมังกรห้าเล็บสีทองคุ้นตาฮ่องเต้เจ้าเล่ห์ ถึงกับขยับเข้ามารั


















commentaires