Accueil / อื่น ๆ / เส้นทางเชื่อมใจ / บทที่ 9 เส้นทางที่ไม่มีในแผนพัฒนา

Partager

บทที่ 9 เส้นทางที่ไม่มีในแผนพัฒนา

Auteur: Bosskerr
last update Date de publication: 2025-06-13 00:07:15

“ถ้าทำถนนตัดผ่านเส้นทางนี้ เราจะใช้เวลาน้อยลงกว่าเส้นทางเก่าที่ชาวดอยถากถางกันเองถึงสองชั่วโมงครับ” ในห้องประชุมใหญ่ แทนไทกำลังอธิบายตามสไลด์งานบนหน้าจอโปรเจกเตอร์ท่ามกลางสายตานับยี่สิบคู่ที่มองมา

“แต่มันต้องตัดผ่านป่าและกินพื้นที่อุทยานนะ” หัวหน้าทีมทรัพยากรป่าไม้เอ่ยทักท้วง

“มันก็จริงครับ แต่ระยะทางที่ล้ำอุทยานมันไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตรนะครับท่าน”

“คุณคิดว่าไอ้คำว่าแค่นั้นน่ะ สำหรับอุทยานมันไม่มากเหรอ คุณต้องคิดด้วยว่าการทำถนนของคุณมันจะรบกวนสัตว์ป่าที่เราอนุรักษ์ไว้ไหมและหลังสร้างเสร็จจะยังไงต่อ” ทีมทรัพยากรคัดค้านหัวชนฝา

“ครับผมรู้ แต่เราอยู่ร่วมกันได้นี่ครับ ทั้งมนุษย์และสัตว์ป่า ท่านครับถนนเส้นนี้สามารถช่วยคนแก่คนป่วยบนดอยให้เดินทางมาถึงโรงพยาบาลได้เร็วขึ้น ท่านรู้ไหมครับว่าบนดอยนั้น ผู้หญิงยังต้องคลอดกับหมอตำแยเพราะกลัวเด็กจะคลอดกลางทาง คนป่วยเองก็ใช้สมุนไพรป่ารักษาตัวเอง” แทนไทพยายามโน้มน้าวคนในห้องประชุม

“แล้วคนเหล่านั้นมีกี่คนที่มีสัญชาติไทย” คนจากกรมการปกครองเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง

“...” แทนไทถึงกับพูดไม่ออก เหตุผลที่ก้ำกึ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และภาษีของประชาชนคนไทย ซึ่งมักเป็นความยุ่งยากอยู่เสมอ

“เอางี้แล้วกัน คุณกลับขึ้นไปสำรวจให้ละเอียดอีกทีก่อนเสนอแผนแม่บทสุดท้ายประจำปีนี้ คุณยังมีเวลาอยู่” ผู้อำนวยการทีมสำรวจเอ่ยพลางส่งยิ้มเล็ก ๆ ให้แทนไท เขาไม่ต้องการหักหน้าลูกน้องที่มีผลงานโดดเด่นคนนี้เพราะความสำเร็จของทีมก็คือเงินเดือนและการเลื่อนขั้นของเขาในอนาคต

“ครับ” แทนไทตอบรับการช่วยเหลือของผู้ใหญ่พลางคิดว่าต้องทำทุกอย่างให้ละเอียดและโน้มน้าวคนในระบบราชการให้สำเร็จ

อาทิตย์ถัดมาแทนไทก็โยนกระเป๋าสัมภาระใส่ท้ายรถจีพคันใหญ่พร้อมทีมสำรวจ ปัญหาเดียวของชายหนุ่มคือเขาไม่ถูกโรคกับการโยกไปโยกมาบนเส้นทางขึ้นดอยที่ชาวบ้านถากถางเอง ร่องดินตามถนนนอกจากกินลึกลงจนเกือบมิดล้อแล้วยังไม่สม่ำเสมอ มีบางครั้งที่เขาขอลงเดินเองเพราะเวียนหัวคลื่นไส้

“เย้ อาแทนมาอีกแล้ว” เสียงร้องหนึ่งคนนำพาเด็กนับสิบรวมถึงคนโตอีกจำนวนหนึ่งเข้ามามุงรอบรถจีพ

“สวัสดีตัวเล็ก มาเข้าแถวเร็ว” แทนไทเปิดท้ายรถจีพหยิบถุงขนมที่ซื้อมาจากในเมืองมาแจกเด็ก ๆ ทีละคน เมื่อแจกจ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงขอปลีกตัวไปพบผู้ใหญ่บ้าน

ประเด็นสำคัญถูกหยิบยกมาคุยกันอย่างไม่ปิดบัง ทำให้แทนไททราบว่าครึ่งหนึ่งของหมู่บ้านคือคนไร้สัญชาติ เนื่องจากคลอดกับหมอตำแย ชาวบ้านไม่ประสีประสาเองก็ปล่อยเวลาล่วงเลยไม่ยอมไปแจ้งเกิดทำให้ผลกระทบส่งต่อมายังคนรุ่นหลังซึ่งยากต่อการเดินเรื่องขอสัญชาติใหม่

แทนไทมองดูการใช้ชีวิตของผู้คนบนนี้แล้วก็รู้สึกเศร้าใจ จริงอยู่ว่าการปล่อยปะละเลยเรื่องการแจ้งเกิดของลูกหลานตัวเองเพราะเดินทางไม่สะดวกและสนใจแต่เรื่องปากท้องของตัวเองจนทำให้เสียสิทธิ์พลเมืองที่พึงได้รับไปอย่างเสียดายนั้น แต่เรื่องนี้ทั้งรัฐและประชาชนย่อมผิดพอ ๆ กัน

“ผมอยากทำทางให้แต่ต้องใช้ชาวบ้านลงชื่อขอเส้นทาง ถึงปีนี้อาจจะยังไม่ได้แต่ส่งเรื่องไปบ้างก็ดี” แทนไทกึ่งรับกึ่งสู้ ดูท่าถนนเส้นนี้อาจจะต้องใช้เวลามากกว่าที่คิดและเขาไม่อยากให้ความหวังชาวบ้านมากเกินไป

คืนนั้นท้องฟ้าสีดำไร้แสงเมืองรบกวนถูกดาวสีขาวสว่างแต่งแต้มจนสุดลูกหูลูกตา แทนไทนอนมองความสวยงามนั้นบนแคร่ไม้ไผ่เก่า ๆ ของผู้ใหญ่บ้าน จันทร์เสี้ยวดวงโตทำให้เขาคิดถึงชานบ้านที่เคยหอบหมอนมุ้งออกมานอนรับลมทุกครั้งที่ความคิดวุ่นวายสับสน

“อาแทนครับ อาแทน” เสียงเด็กชายตัวเท่าเอวเรียกชายหนุ่ม

“ว่าไงตัวเล็ก”

“อาแทนจะสร้างถนนให้แม่ผมไปโรงพยาบาลใช่ไหมครับ” เด็กชายตัวน้อยถามด้วยดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์

“อาจะพยายามนะ แต่มันต้องใช้เวลาหน่อย” แทนไทไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ทว่าเขาเองก็ตั้งใจจะทำอย่างตามที่พูดไว้จริง ๆ

“ขอบคุณครับ” เด็กชายยิ้มกว้างให้เขาหนึ่งครั้งแล้ววิ่งจากไป

แทนไทมองตามแผ่นหลังนั้นจนลับตา ความหนักอึ้งบนบ่าดูเหมือนจะได้รับน้ำหนักจากความหวังขึ้นอีกเล็กน้อย

เช้าวันต่อมาแทนไทเดินผ่านเส้นทางในหมู่บ้านท่ามกลางสภาพอากาศเย็นจัดของฤดูหนาว ที่นี่มีเพียงแสงจากคบไฟนำทางเท่านั้นที่ส่องสว่างพาไปยังเต็นท์ที่พัก หัวใจเขารู้สึกบีบรัดและเกิดคำถามมากมายถึงการทำงานของหน่วยงานรัฐ ทว่าเขาเพียงคนเดียวไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้ คำว่า ‘โอกาส’ หากมันมาช้านักก็มีแต่ต้องสร้างขึ้นมาด้วยสองมือของตัวเอง

ท้องฟ้าสลัวจากหมู่เมฆลอยตามลม ไอหมอกเย็นชื้นละผิวดินและต้นไม้จนมองไม่เห็นทางข้างหน้า กลิ่นกาแฟซองราคาถูกโชยเข้าจมูก แทนไทเป่ามันเบา ๆ เพื่อให้ตัวเองดื่มบรรเทาความหนาวบนภูเขาสูง

“หูย พี่แทนหนาวขนาดนี้ยังมีใจออกมากินกาแฟอีกเหรอครับ” ทิวา หนึ่งในทีมสำรวจของแทนไทเอ่ยทักทายในยามเช้า

“อากาศกับวิวสวยขนาดนี้ถ้ามัวนอนอยู่ก็เสียดาย ไม่รู้จะได้มาอีกเมื่อไหร่” แทนไทกแก้วกาแฟเชื้อเชิญชายหนุ่มให้ออกมานั่งด้วยกัน

“พี่กินก่อนเลยครับ ผมนอนต่อดีกว่า หนาว” แต่ทิวาทำเพียงแค่ส่งยิ้มแล้วกลับเข้าไปนอนต่อเหมือนเดิม อากาศหนาวแบบนี้ การนอนคงเป็นทางเลือกที่สบายที่สุดแล้ว

แทนไทหยิบแผนที่ออกมากางแล้วมองตามจุดที่กากบาทสีแดง เขาวาดเส้นตัดผ่านทางเล็ก ๆ ในนั้นด้วยดินสอและไม้บรรทัด เขาจดบันทึกทุกอย่างที่พบเห็นลงในสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง กระทั่งแสงอาทิตย์เริ่มขับไล่อากาศหนาวเย็นออกไปทีละนิด... ถึงเวลากลับไปสานต่อโครงการสักที

สองอาทิตย์หลังกลับจากเส้นทางบนดอยของภาคเหนือ แทนไทก็ง่วนอยู่กับการทำเอกสารเพื่อยื่นเข้าสู่ที่ประชุมเป็นครั้งที่สอง ซึ่งเป็นเป้าหมายสุดท้ายของปีงบประมาณ

“นี่คุณยังเลือกที่นี่อีกเหรอ” หัวหน้าทีมอุทยานกล่าวตำหนิชายหนุ่ม

“ครับ ผมกลับขึ้นไปสำรวจอีกรอบมา ท่านลองดูนี่ก่อนนะครับ”  แทนไทเลื่อนจอสไลด์เสนอโครงการไปยังรูปชาวดอยที่เขาถ่ายรูปมา เด็กน้อยหน้าตามอมแมมยิ้มร่า ผู้หญิงวัยสาวในชุดประจำเผ่ากำลังแบกกิ่งไม้เพื่อก่อฝืน กลุ่มคนชรานั่งสานหมวกไม้ไผ่สร้างอาชีพ คบไฟท่ามกลางความมืดมิดของหมู่บ้านรวมไปถึงเส้นทางที่แทนไทหัวโยกขณะทำการสำรวจ

“คุณให้ผมดูภาพพวกนี้ทำไม” หัวหน้าอุทยานเบือนหน้าหนี

“ท่านครับ ชาวดอยกลุ่มนี้ขาดโอกาสมากมาย สาเหตุที่ไร้สัญชาติส่วนหนึ่งก็เพราะการเดินทางไม่สะดวกและต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง ท่านดูคนกลุ่มนี้สิครับ แค่เงินจะกินแต่ละวันยังลำบากเลย ไหนจะคนป่วยอีก” แทนไทกล่าวเสริมเมื่อเห็นว่าในห้องประชุมมีหน่วยงานหลายภาคส่วนที่สามารถหยิบยื่นความช่วยเหลือนี้ได้

“ถึงยังไงผมก็ไม่เห็นด้วย” หัวหน้าอุทยายังคงยืนกรานเช่นเดิม

“งั้นเรามาลงคะแนนเสียงกันดีกว่า” ผู้อำนวยการสำนักสำรวจหาบันไดทางลงให้คนทั้งคู่

กระดาษสีขาวสีเหลี่ยมแผ่นเล็กและหมึกปากการาคาถูกกลายเป็นคำตัดสินคุณภาพชีวิตของมนุษย์ แม้เพียงคนเดียวก็ถือว่าเป็นเรื่องโหดร้าย ทว่าคนในห้องนี้ทั้งหมดต้องมาตัดสินมากถึงหนึ่งหมู่บ้าน แทนไทรู้สึกรับไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง นี่เขากำลังทำอะไรอยู่ที่นี่กันนะ ไม่มีหนทางอื่นที่เขาสามารถทำได้มากกว่าเลยหรือ

“ลงคะแนนครบแล้วค่ะ”

“งั้น มานับกันเลย” ผู้อำนวยการอนุญาตให้เลขาเป็นผู้ตรวจนับอย่างเปิดเผยเพื่อป้องกันข้อครหาภายหลัง

ทุกการขานคำว่า ‘เห็นด้วย’ และ ‘ไม่เห็นด้วย’ แทนไทรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองถูกแขวนไว้บนเส้นด้ายบาง ๆ กลางหุบเหวลึกมองไม่เห็นก้น เขารู้สึกว่าแต่ละนาทีช่างเชื่องช้ายาวนาน สีหน้าของแทนไทสลับซีดสลับแดงทุกครั้งที่คะแนนฝั่งตนขยับ

“เห็นด้วย 11 เสียง ไม่เห็นด้วย 12 เสียงค่ะ”

“โครงการถนนเส้นผ่านภูเขาตกไป” น้ำเสียงหนักแน่นของหญิงสาวเป็นดั่งค้อนตอกตะปูลงกลางอกของแทนไท ขาดเพียงคะแนนเดียวคุณภาพชีวิตอีกมากมายก็จะดีขึ้นแล้วแท้ ๆ

หลังจบการประชุมแทนไทก็ยังไม่สามารถตัดใจได้ เขาพาตัวเองมานั่งอยู่ใต้ต้นไม้หลังอาคารคนเดียว รู้สึกว่าทั้งหมดที่ทำมาช่างเปล่าประโยชน์ แล้วเขาจะมีหน้ากลับไปบนดอยนั้นได้อย่างไร

“มานั่งอยู่นี่เอง พี่ตามหาตั้งนาน” ผู้อำนวยการมากประสบการณ์นั่งลงข้างชายหนุ่มอย่างไม่ถือตัว

“มีอะไรหรือเปล่าครับ ผอ.”

“แทน พี่ขอพูดอะไรหน่อยนะ”

“ครับ ผอ.” แทนไทรับคำ

“พี่รู้ว่าแทนหวังดีกับหมู่บ้าน แต่การทำถนนตัดผ่านอุทยานมันก็น่าเสียดาย หากเป็นเส้นทางอื่นอาจจะพอโน้มน้าวคนได้มากขึ้นกว่านี้ แทนก็เห็นว่าช่วงนี้กระแสช้างป่าบนถนนที่เขาใหญ่มันกำลังดัง ถ้าเราไปทำถนนตัดผ่านป่าแบบนั้น กรมทางหลวงคงโดนสวดเละแน่”

“มันก็จริงครับ ผอ. ผมแค่สงสารพวกเขา” แทนไทตอบตามที่ตนคิด

“พี่รู้ ที่พี่อยากจะบอกคือ ตอนนี้ยังทำไม่ได้ก็จริง แต่วันหน้ามันก็อาจจะทำได้ไม่ใช่เหรอ การไหลไปตามน้ำบางทีมันก็ให้ข้อดีมากกว่าข้อเสียนะ”

“ครับ ผอ.” แทนไทเองก็ได้แต่ตอบรับคำ เขาเองก็คงทำดีได้ที่สุดเท่านี้แล้ว... เขาเสนอทางลัดที่ช่วยลดเวลาเดินทางของชาวบ้านได้ครึ่งหนึ่ง แต่ถูกปัดตกเพราะ ‘มันไม่ได้อยู่ในแผนแม่บท’

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เส้นทางเชื่อมใจ   บทที่ 21 เส้นทางสุดท้ายที่เดินร่วมกัน

    สายลมยามเย็นพัดผ่านต้นไม้ใหญ่ที่ยังคงยืนหยัดอยู่ในสนามบอลชุมชน แสงแดดสีทองทอผ่านใบไม้สาดกระทบใบหน้าของแทนไท เขายืนอยู่ตรงระเบียงชั้นสองของบ้านไม้สองชั้นหลังเก่า ที่บัดนี้ได้รับการรีโนเวทใหม่ให้แข็งแรงและอบอุ่นขึ้น แต่ยังคงเก็บรายละเอียดเดิมไว้ทุกอย่าง ตั้งแต่ไม้กระดานที่เคยเดินเล่นกับแม่ ยันชานบ้านที่เขาเคยหอบเสื่อ มุ้ง หมอนมามองท้องฟ้าในวัยเยาว์แทนไทในวัย 65 ปี หัวใจยังเต็มเปี่ยมเหมือนวัยหนุ่ม แม้จะไม่สามารถปีนขึ้นลงชั้นสองได้คล่องเหมือนเดิมแล้ว แต่วันนี้เขาก็ยังรู้สึกอยากมองวิวจากมุมเดิม มุมที่เขาเคยนั่งอยู่กับแม่ มองถนนเส้นเล็ก ๆ ด้านล่างถนนเส้นเดิมที่แม่ของเขาเคยเดินผ่านเพื่อหาบขนมหวานไปขายแล้วตกหลุมบ่อจนปาดเจ็บ ถนนเส้นนั้นที่เขาได้เป็นคนซ่อมแซมมัน ถนนเส้นนั้นที่เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของเขา“เขาเป็นใครกันเหรอแม่” เสียงเด็กชายคนหนึ่งถามขณะวิ่งผ่านหน้าบ้านไปพร้อมกลุ่มเพื่อน“นั่นแหละ คนที่ทำให้หนูเดินไปโรงเรียนได้ง่ายขึ้นทุกวันนี้ไงลูก” เสียงแม่ของเด็กคนนั้นตอบกลับอย่างภูมิใจแทนไทได้ยินประโยคนั้นแผ่วเบา แต่กลับชัดเจนในหัวใจ เขายิ้มบางๆ ก่อนจะหลับตาลงแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอดรับ

  • เส้นทางเชื่อมใจ   บทที่ 20 สร้างถนน สร้างเส้นทางมั่นคงของหัวใจ

    เสียงเปิดแฟ้มเอกสารดังแผ่วเบาภายในห้องประชุมของกรมทางหลวง แทนไทนั่งเงียบอยู่ตรงหัวโต๊ะ สายตาอ่านผ่านเอกสารฉบับหนึ่งไปยังอีกฉบับด้วยความตั้งใจอย่างไม่ลดละ ด้านข้างของเขาคือแผนที่ที่ถูกขีดเขียนวางแนวเส้นทางจนลายเส้นหนาทึบเหมือนชั้นหินทับซ้อน“นี่คือโครงการที่รัฐบาลอนุมัติล่าสุดนะแทนไท” เสียงของหัวหน้ากองวางแผนโครงสร้างพื้นฐานเอ่ยขึ้น พร้อมส่งเอกสารอีกชุดหนึ่งให้เขาแทนไทเงยหน้าขึ้น พยักหน้าช้าๆ เขารับแฟ้มมาก่อนจะเปิดดู หน้าปกระบุชื่อโครงการว่า “มอเตอร์เวย์สายตะวันออกเฉียงใต้-ตะวันตกเฉียงเหนือ”“ทางด่วนสายใหม่นี้จะเชื่อมจากชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกทะลุไปถึงจังหวัดทางเหนือ ใช้ตัดผ่านถึง 7 จังหวัด กินระยะเวลาก่อสร้างทั้งหมด 4 ปี มีคุณเป็นผู้ควบคุมโครงการโดยตรง” หัวหน้ากองวางแผนโครงสร้างพื้นฐานอธิบายแทนไทนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นคง“ผมจะทำให้ดีที่สุดครับ”นับจากวันนั้น เขาเริ่มเข้าสู่การทำงานอย่างเต็มรูปแบบในโครงการระดับชาตินี้ แม้จะใช้เวลาก่อสร้างนานถึงสี่ปี แต่ในทุกปี ทุกเดือน และทุกสัปดาห์ของการทำงาน เขาไม่เคยผ่อนแรงหรือปล่อยผ่านรายละเอียดเลยแม้แต่น้อยภายในไซต์งานกลางหุบเ

  • เส้นทางเชื่อมใจ   บทที่ 19 ความสำเร็จที่มามาพร้อมกับคำขอบคุณ

    เช้าตรู่ของวันจันทร์ แสงแดดอ่อน ๆ สาดลอดผ่านผ้าม่านบาง ๆ ที่หน้าต่างห้องพักของแทนไท เขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงไม่ต่างจากวันแรกที่ยืนต่อหน้ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อเสนอโครงการครั้งแรก มือของเขาลูบผ่านปกเสื้อเชิ้ตที่แขวนไว้ข้างเตียงอย่างเบามือ ทุกอย่างต้องพร้อม ทุกอย่างต้องเป๊ะในวันนี้ วันประชุมใหญ่ประจำเดือนของกรมทางหลวงที่สำนักงานใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯแทนไทนั่งอยู่ในห้องประชุมที่เต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่จากหลากหลายแผนกและตัวแทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้าร่วมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ห้องประชุมกว้างใหญ่เงียบกริบเมื่อเสียงประธานเปิดการประชุมจบลง และแทนไทก็ได้รับเชิญให้ขึ้นไปนำเสนอในลำดับแรก“ผมขอเริ่มต้นด้วยโครงการเส้นทางตัดผ่านจากหมู่บ้านปากคลองสำราญไปยังโรงเรียนบ้านทุ่งหญ้าคา จังหวัดพัทลุงครับ” แทนไทกล่าว พลางคลิกเปิดสไลด์ที่เตรียมไว้ภาพแผนที่ถูกฉายขึ้นหน้าจอพร้อมกับกราฟิกที่แสดงเส้นทางที่เด็ก ๆ ต้องนั่งเรือข้ามคลองไปโรงเรียนทุกวัน เสียงซุบซิบเบา ๆ ดังขึ้นจากบางมุม“ปัจจุบัน เด็ก ๆ ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีในการเดินทางไปโรงเรียนในแต่ละวัน ต้องพึ่งเรือโดยสารที่มีอยู่เพียงสองลำ ซึ่งหากฝน

  • เส้นทางเชื่อมใจ   บทที่ 18 ทางเลือกในมือเรากับแสงดาวในหัวใจ

    หลังจากกลับจากหมู่บ้านบนดอย แทนไทเดินทางกลับกรุงเทพฯ ด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่ยิ่งกว่าเดิม ความรู้สึกอบอุ่นจากรอยยิ้มและคำขอบคุณของชาวบ้านยังคงติดตรึงอยู่ในใจของเขา กลิ่นหอมของอาหารพื้นเมือง คำพูดที่แสนจริงใจของผู้ใหญ่บ้าน เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ที่รับขนมจากมือของเขา และสายตาแห่งความหวังจากคนทั้งหมู่บ้าน มันหล่อหลอมใจเขาจนแน่นหนา เขารู้เพียงว่าจะต้องไม่ยอมแพ้ทันทีที่กลับมาถึง เขาจัดโต๊ะทำงาน เปิดโน้ตบุ๊ก และเริ่มลงมือเขียนโครงการเส้นทางลัดจากหมู่บ้านบนดอยสู่ตัวอำเภออย่างจริงจังที่สุดเท่าที่เคยทำมา ทำมันด้วยความรอบคอบมากกว่าครั้งไหน ๆ เขาอ่านเอกสารอ้างอิงซ้ำไปซ้ำมา นั่งวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเทคนิค ทบทวนเส้นทางบนแผนที่ที่เขาศึกษาไว้ทั้งคืนจนกระทั่งดวงตาเริ่มพร่ามัวแต่ในขณะที่เขากำลังจะพักสายตา เขาก็นึกถึงภาพหนึ่งที่ยังคงติดอยู่ในใจตอนที่เขาไปเที่ยวพักร้อนภาคใต้ในช่วงนั้น ภาพของหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อยู่ริมคลองใกล้กับตัวเมืองก็ปรากฏขึ้นในความทรงจำ เด็ก ๆ ในหมู่บ้านแห่งนั้นต้องล่องเรือข้ามคลองเพื่อไปเรียนหนังสือในโรงเรียนอีกฟากฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ ทุกเช้าและเย็นเด็ก ๆ ต้องนั่งเรือไปกลับ บางครั้งน

  • เส้นทางเชื่อมใจ   บทที่ 17 ก้าวเดินด้วยหัวใจและความตั้งใจ

    เสียงเครื่องยนต์รถกระบะสีขาวคู่ใจของแทนไทดังกระหึ่มไปตามถนนที่ลัดเลาะผ่านเนินเขาและหุบเหว เขากำลังเดินทางกลับขึ้นสู่หมู่บ้านบนดอยอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เคยเดินทางมาเมื่อหลายเดือนก่อนเพื่อศึกษาสภาพพื้นที่และฟังเสียงสะท้อนจากชาวบ้านด้วยตัวเอง ครั้งนี้เขามาพร้อมกับความหวังใหม่และแผนงานที่วางไว้อย่างรอบคอบกว่าเดิม พร้อมกับคำมั่นในใจว่า จะต้องทำให้โครงการถนนเส้นทางลัดเชื่อมหมู่บ้านบนดอยกับตัวอำเภอเป็นจริงให้ได้ ไม่ว่าจะยากเย็นแค่ไหนก็ตาม“อาแทนไท!” เสียงเด็กน้อยกลุ่มหนึ่งที่ยืนรออยู่ริมทางหน้าศาลาหมู่บ้านร้องเรียกด้วยความดีใจ เมื่อเห็นชายหนุ่มผู้คุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง แทนไทยิ้มกว้างก่อนจะจอดรถ เขาเปิดประตูลงมาและหยิบถุงขนมหลายถุงออกจากกระบะหลัง แจกจ่ายให้กับเด็ก ๆ อย่างที่เคยทำ“อ้าว มาเร็วเด็ก ๆ ทั้งหลาย ยังจำอาได้กันอยู่ไหมเนี่ย” เขาถามพร้อมเสียงหัวเราะ เด็ก ๆ พยักหน้าอย่างกระตือรือร้น บ้างก็ยื่นมือไปรับขนม บ้างก็โผเข้ากอดเอวเขาไว้แน่น“คราวนี้อามาพร้อมของสำคัญด้วยนะ” แทนไทหยิบแฟ้มเอกสารหนาออกมาจากรถ“จะให้พ่อ ๆ แม่ ๆ ของทุกคนช่วยเซ็นชื่อสนับสนุนโครงการถนนที่จะสร้างตัดผ่านหมู่บ้านของเราไ

  • เส้นทางเชื่อมใจ   บทที่ 16 ถนนที่แม่ไม่เคยเห็น

    แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อนในบ้านไม้สองชั้นหลังเดิมของวิไล หญิงร่างเล็กในวัยชราเดินออกมายังระเบียงหน้าบ้าน หยิบวิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องเก่าที่เปิดฟังเป็นประจำมานั่งฟังข่าวยามเช้า ท่ามกลางเสียงไก่ขัน เสียงลมพัดผ่านยอดไม้ วิไลทอดสายตามองไปยังถนนดินเล็ก ๆ ที่ทอดยาวออกจากหมู่บ้าน ผู้เป็นแม่เฝ้ามองอยู่ทุกวัน ไม่ใช่เพราะเธอคาดหวังจะเห็นลูกชายกลับบ้านโดยไม่บอกกล่าว แต่เพราะนั่นเป็นทางเดียวที่ลูกชายของเธอเคยใช้ก้าวออกไปสู่โลกกว้าง“แทน เอ็งสู้ไหวไหมลูก..” วิไลพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ขณะที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา มองหน้าจอแชตกับลูกชายคนเดียวที่เธอรักที่สุดแทนไท ในวัยสามสิบปลาย ๆ เจ้าหน้าที่วิศวกรชำนาญการพิเศษของกรมทางหลวง หลังจากถูกตักเตือนอย่างเป็นทางการด้วยเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว เขากลับไม่ได้เสียขวัญ หากแต่เขาได้นำเอาเหตุการณ์นั้นกลับมาเป็นบทเรียนสำคัญที่หล่อหลอมวิธีคิดและการวางแผนของเขาให้รอบคอบมากยิ่งขึ้นเช้าวันนี้ แทนไทนั่งอยู่ในห้องทำงานเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยแผนที่ภูมิประเทศ กระดาษโน้ต และหนังสือวิชาการเกี่ยวกับวิศวกรรมโยธา เขาหยิบแผนที่เดิมขึ้นมาดูอีกครั้ง เส้นทางสายที่เขาอยาก

  • เส้นทางเชื่อมใจ   บทที่ 14 ลายเซ็นไม่มี สิ่งนี้ไม่เคยอนุมัติ

    ท้องฟ้ายามเช้าของเมืองหลวงยังคงครึ้มเทา แม้ไม่มีฝนตก แต่เมฆสีหม่นนั้นก็ทำให้บรรยากาศดูอึมครึมและกดดันไม่ต่างจากจิตใจของแทนไทในเวลานี้ รถยนต์คันเดิมที่เขาขับอยู่แล่นไปบนถนนด้วยความเร็วคงที่ ใจของเขาหนักอึ้งกว่าที่เคยเป็นมาในช่วงหลายเดือนเมื่อคืนเขาใช้เวลาคิดอยู่ทั้งคืน ว่าเขาควรทำอย่างไรดีหลังจากที

  • เส้นทางเชื่อมใจ   บทที่ 12 ก้าวใหม่ในเส้นทางเดิม

    แสงแดดยามเช้าลูบไล้ปลายใบไม้เบา ๆ ขณะที่สายลมฤดูร้อนพัดผ่านราวกับกำลังกระซิบบอกแทนไทว่า ถึงเวลาที่ต้องกลับมาลุยอีกครั้งแล้ว หลังจากใช้เวลาในภาคใต้เพื่อพักกายพักใจ เขาก็กลับมายังห้องทำงานเล็ก ๆ ในสำนักงานกรมโยธาแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ สถานที่ที่เขาคุ้นเคย ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ยกเว้นเพียงแค่ความคิดและ

  • เส้นทางเชื่อมใจ   บทที่ 10 ชายแก่กับแผนที่เก่า

    หลังจบการประชุมแทนไทถึงกับต้องลาพักร้อนชั่วคราวเพื่อสลัดเรื่องเส้นทางบนดอยสูงออกไปจากหัว เขาไม่ได้กลับบ้านเหมือนอย่างเคยทำ ครั้งนี้เขาเลือกเดินทางลงใต้เพื่อพักใจกลุ่มก้อนสีขาวลอยกระจัดกระจายบนท้องฟ้าดูคล้ายกับแกะฝูงใหญ่เมื่อมองลงมาจากหน้าต่างเครื่องบิน ภูเขาเขียวชอุ่มวางสลับซับซ้อนยาวสุดสายตา ถนนห

  • เส้นทางเชื่อมใจ   บทที่ 8 ชื่อเสียงที่ไม่ได้ตั้งใจ

    “ไอ้แทนโว้ย ไอ้แทนมึงดังใหญ่แล้วโว๊ย!!” เสียงของวิทยาร้องตะโกนโหวกเหวกโวยวายดังลั่นไปทั่วไซต์งานในเช้าวันหนึ่งแทนไทหันตามเสียงเอะอะของเพื่อนที่กำลังชูม้วนกระดาษอะไรบางอย่างไปมา ท่าทางของมันเหมือนเด็กอวดขนมไม่มีผิด“อะไรของมึงวะไอ้วิทย์”“มึงดูนี่” วิทยานั่งลงกับพื้นดินข้างแทนไทแล้วกางม้วนกระดาษออก

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status