เส้นทางเชื่อมใจ

เส้นทางเชื่อมใจ

last updateDernière mise à jour : 2025-06-27
Par:  BosskerrEn cours
Langue: Thai
goodnovel4goodnovel
Notes insuffisantes
21Chapitres
600Vues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

แม้ว่าชีวิตจะไม่มีโอกาสเหมือนกับคนอื่น แต่เขาก็ไม่เคยยอมแพ้ ความใฝ่ฝันที่จะเป็นวิศวกรระดับประเทศนั้น เขาต้องทำมันให้สำเร็จให้ได้ เฝ้าอดทนทำงานเก็บเงินเรียนต่อด้วยหัวใจที่มั่นใจจนกระทั่งวันแห่งความสำเร็จได้มาถึง เขาไม่ใช่เพียงแค่สร้างถนนเพื่อเชื่อคนให้ถึงกัน แต่ยังสร้างความรักและความผูกพันเชื่อมหัวใจระหว่างเขากับเธอเข้าไว้ด้วยกันอีกด้วย

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 ดินก้อนแรกในฝัน

เสียงฝีเท้าหนักย่ำก้าวอย่างเร่งรีบมาตามทางเดินขรุขระลูกรัง ในมือนั้นถือถุงกับข้าวที่แวะซื้อที่ข้างทางมาด้วย ใบหน้าหล่อเหลาคมสัน ผิวสีแทนแบบชายไทยแท้กำลังขมวดคิ้วมุ่นเข้าหากันอย่างเคร่งเครียด สายฝนที่ตกโปรยปรายลงมาทำให้เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่เริ่มเปียกโชก

“แม่ครับ! ผมกลับมาแล้ว” เมื่อมาถึงบ้านกึ่งไม้กึ่งสังกะสีขนาดไม่ใหญ่มากนักหลังหนึ่ง เขาก็รีบตะโกนร้องเรียกผู้เป็นแม่

“อ้าวไอ้แทน กลับมาแล้วเหรอ เอ็งตากฝนมาหรือเปล่าล่ะนั่น” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งร้องตอบกลับมา

แทนไท ชายหนุ่มอายุ 24 ปี ที่ตอนนี้เพิ่งเลิกงานและกลับมาจากไซต์งานก่อสร้างรีบเดินเข้าบ้านไปหาผู้เป็นแม่

“แม่เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนบ้างเนี่ย” เมื่อเห็นหน้าวิไลผู้เป็นแม่ แทนก็ถามด้วยน้ำเสียงห่วงใยทันที

“ไม่เป็นไร เย็บสองเข็ม เอายาก็กลับบ้านได้แล้ว” วิไลเอ่ยพลางนิ่วหน้า ผ้าก็อซสีขาวกับเทปกาวใสแปะทั่วตัวหญิงอายุราวห้าสิบ ซึ่งตอนนี้กำลังนั่งเอนกายพิงอยู่ที่ม้านั่งตัวเก่าที่คล้ายเหมือนจะพังแหล่มิพังแหล่

“แล้วแม่ไปทำอีท่าไหนมาล่ะครับเนี่ยถึงไปตกหลุมนั่นได้”

“จะอีท่าไหนล่ะ ข้าก็ปั่นจักรยานของข้าอยู่ดี ๆ ใครมันจะไปรู้ว่าตรงนั้นมันมีหลุม พวก อบต. นี่ก็นะแทนที่จะปักเสาปักอะไรให้รู้บ้าง นี่อะไรเอาไม้อัดมาวางปากหลุม ข้าก็เทเข้าให้น่ะสิ” แม่บ่นกระปอดกระแปดยาวยืดระบายความหงุดหงิดของตัวเองที่ต้องมาเจ็บตัวเพราะการทำงานชุ่ย ๆ และถนนที่สภาพเหมือนกับจำลองพื้นผิวดวงจันทร์มาไว้ในหมู่บ้าน

แทนไทถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เพราะแอบเบื่อหน่ายกับปัญหาเดิม ๆ ที่มักจะเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ แต่ว่าครั้งนี้ดันแจ็กพอตที่มาเกิดกับผู้เป็นแม่ของเขา

“แล้วนี่เอ็งรู้ได้ยังไงล่ะว่าข้าเดินตกหลุม” วิไลเอ่ยถามผู้เป็นลูกชายด้วยความแปลกใจ

“ก็ไอ้วิทย์น่ะสิมันมาบอกผม ป้าอ้วนโทรไปบอกมันว่าพาแม่ไปโรงพยาบาล ผมก็เลยรู้” แทนไทกำลังพูดถึงวิทยาผู้เป็นเพื่อนสนิทที่ทำงานอยู่ที่ไซต์งานเดียวกัน แถมยังเป็นเพื่อนสนิทในหมู่บ้านตั้งแต่สมัยเด็กอีก ป้าอ้วนแม่ของวิทยาเองก็สนิทกับแม่ของเขา

“เออ ๆ แล้วนี่กินข้าวกินปลามาหรือยังล่ะ”

“ผมกินมาจากไซต์งานเรียบร้อยแล้ว และก็แวะซื้อข้าวมาให้แม่ด้วย แม่กินข้าวนะครับ จะได้กินยา” แทนไทว่าแล้วก็ไปจัดแจงเทกับข้าวใส่จานมาให้วิไล

วิไลมองผู้เป็นลูกชายเพียงคนเดียวด้วยสายตารักใคร่ แทนไทนั้นเป็นเด็กที่ฉลาดมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เสียดายที่ลำพังเพียงเธอคนเดียวไม่มีปัญญาพอที่จะสามารถส่งลูกให้เรียนสูงกว่านี้ได้

แทนไทวาดฝันอนาคตของตัวเองไว้ว่าสักวันหนึ่งเขาจะต้องเป็นวิศวะกรที่เก่งกาจมากความสามารถ สามารถสรรสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่ ๆ ทันสมัยอีกทั้งยังแข็งแรงขึ้นมามากมาย เพราะฉะนั้นแทนไทจึงตั้งใจเรียนและมุ่งมั่นมาทางสายอาชีพ แต่ทว่าด้วยรู้ว่าผู้เป็นแม่ทำงานหนักเพียงคนเดียวและมีรายได้เล็กน้อยมากจากการทำขนมขาย แทนไทจึงตัดสินใจเรียนจบเพียงแค่ชั้น ปวช. และออกมารับจ๊อบทำงานตามไซต์งานก่อสร้างเล็ก ๆ เพื่อช่วยหารายได้เข้าบ้านอีกทาง

เช้าวันต่อมา…

กึง กึง กึง 

เสียงกระทืบเท้าลงบนแผ่นไม้อัดใหม่เอี่ยมดังกึง ๆ สองสามที “เดี๋ยวได้มีคนตกอีกแน่” แทนไทส่ายหน้าพลางมองหลุมบ่อเล็กใหญ่เบื้องหน้า

“เฮ้ย! ไอ้แทนไปกันได้แล้ว” วิทยา ชายหนุ่มรูปร่างสูงผอมร้องตะโกนเรียกคนเป็นเพื่อน เอาอีกแล้ว ไอ้แทนมันมัวแต่สนใจเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกแล้ว

“แป๊ป ไอ้วิทย์มึงมีถุงพลาสติกหรือเปล่าวะ”

“กูมีแต่ถุงข้าวเหนียวหมูปิ้ง มึงจะเอาไหม” วิทยากล่าวติดตลก

“เอา” พูดจบแทนไทก็เดินไปหยิบถุงพลาสติกสีขาวขุ่นใบเล็กกะทัดรัดจากมือของวิทยา เขามัดมันไว้กับกิ่งไม้ที่หาได้แถวนั้น หินก้อนใหญ่แถวนี้ไม่มีให้เขาวางค้ำยันเลยจำต้องใช้อุปกรณ์ท้ายรถกระบะของเพื่อนมาเจาะแผ่นกระดานเป็นรูพอให้เสียบกิ่งไม้ลงไปได้ ถุงพลาสติกพองขึ้นทันทีเมื่อลมพัดเข้าด้านใน

“มึงมัวทำอะไรอยู่วะ เดี๋ยวก็สายโดนหักเงินอีกหรอก” วิทยาเร่งเพื่อนอีกครั้งหลังยกนาฬิกาข้อมือเก่า ๆ ขึ้นมาดู เวลาบอกว่าตอนนี้พวกเขาควรออกเดินทางไปหาเงินมากกว่าทำเรื่องไร้สาระ... นี่มันหน้าที่หรือ ก็ไม่ใช่

“เออ ๆ กูเสร็จแล้ว” แทนไทรับคำแล้วรีบกระโดดขึ้นท้ายกระบะไป เขาหันกลับมามองสิ่งเตือนภัยพลางคิดว่าอย่างน้อยก็เตือนคนอื่นไว้หน่อยก็แล้วกัน ทว่า... เรื่องมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด

“พี่วิทย์เว้ย! พี่วิทย์ พ่อพี่ขับรถตกหลุม!” ตกเย็นวันนั้น เสียงของคนในหมู่บ้านคนหนึ่งก็ตะโกนแหวกเสียงเครื่องยนต์รถบดถนนดังเข้าหูเจ้าของชื่อผู้กำลังนั่งพักเหนื่อยอยู่ริมทาง มือที่กำลังจะตักน้ำในกระติกมาดื่มหยุดชะงัก

“หลุมไหน” คนที่วิ่งมาบอกเขาก็คือเด็กน้อยวัยรุ่นอย่างไอ้จุกที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับพวกเขา

“ก็อีตรงหน้าหมู่บ้านนั่นไง”

“เอ้า ก็เมื่อเช้าไอ้แทนมันเอาถุงมัดกิ่งไม้ไปเสียบเตือนคนแล้วไม่ใช่เหรอ” วิทยานึกขึ้นได้ว่าเพื่อนทำเรื่องนั้นจริง ๆ

“โอ๊ย ก็ผู้ใหญ่บ้านเขาบอกว่ามันดูไม่ดีเลยโยนทิ้งไว้ข้างทางนั่นแล้ว” ไอ้จุกเกาหัวแกรก ๆ

“โห่ มันมีสมองไว้คั่นหูหรือไงวะ ใครเลือกมันมาเป็นผู้ใหญ่บ้านเนี่ย” วิทยาบ่นอุบ

“ก็พี่ไง หัวคะแนน” คนแจ้งข่าวตอบ เสียงหัวเราะฮ่าฮ่าดังขึ้นรอบตัวลูกของผู้บาดเจ็บ กระนั้นมันก็ทำให้เขาเจ็บจี๊ดในใจ เงินค่าขีดปากกาตอนนั้นกลายมาเป็นค่ารักษาในตอนนี้ ช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย

และแทนที่ทุกอย่างจะได้รับการแก้ไขหรือไม่ก็มีมาตรการบรรเทาเบาบางเหตุการณ์ลงบ้าง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือข่าวการบาดเจ็บไม่เว้นแต่ละวัน เด็กน้อย คนหนุ่มสาวไปจนถึงคนหัวหงอก ล้วนแต่ลงไปสำรวจหลุมนั้นกันแทบทุกบ้าน

“เมื่อไหร่เขาจะซ่อมสักทีก็ไม่รู้ไอ้หลุมนี่” และแล้วเหตุการณ์ซ้ำๆ ก็วนมาอีหรอบเดิมอีก

“นี่แม่ตกหลุมอีกแล้วเหรอ” แทนไทเดินเข้าไปในบ้านก็เห็นวิไลกำลังทายานวดบนข้อเท้าที่บวมเป่งของตัวเอง

“เออน่ะสิ” มันเลี่ยงไม่ได้เลยเพราะว่าเธอนั้นต้องคอยหาบขนมเดินเข้าออกไปมาในหมู่บ้านทุกวัน และก็ไม่ใช่เพียงแค่หลุมใหญ่หลุมนี้ที่เป็นปัญหาเท่านั้น แต่ยังมีหลุมเล็กหลุมน้อยให้ได้เดินสะดุดเพิ่มอีก และยิ่งหน้าฝนแบบนี้แล้วด้วย แทบไม่ต้องคิดเลยว่าวันไหนจะได้เดินกลับมาถึงบ้านในสภาพดีบ้าง

“สองเดือนแล้วยังไม่ทำอะไรอีกเหรอ นี่เรามี อบต. ผู้ใหญ่บ้านไว้ทำไม” ชายหนุ่มเริ่มหัวเสียกับการเพิกเฉยของผู้รับผิดชอบ

“อบต. บอกว่าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านก็บอกว่าเป็นเรื่องของ อบต. งบไม่มีบ้าง กำลังของบบ้าง เฮ้อ”  วิไลเองก็ถอนใจกับการทำงานของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ตัวเธอจะไปทำอะไรได้ ชาวบ้านไม่ประสีประสาตาดำ ๆ อย่างพวกเธอก็จำต้องทนกับสภาพถนนบ่อโคลนแบบนี้ต่อไป

“เกี่ยงกันไปมาเมื่อไหร่จะได้ทำ สงสัยต้องรอให้คนที่บ้านผู้ใหญ่ ไม่ก็ อบต.หัวแตกก่อนล่ะมั้ง” แทนไทแอบสบถกร่นแช่งออกมา แต่ก็ไม่ได้จริงจังนัก

“ไม่ต้องรอหรอก เมื่อเย็นนี้ไอ้เคนลูกผู้ใหญ่บ้านก็ไหลลงหลุมไปแล้วเหมือนกัน ฮ่าฮ่า” วิไลหัวเราะในความเจ็บปวดของผู้อื่นหน้าตาเฉย แต่แทนไทเองก็ไม่ต่างจากผู้เป็นแม่ เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขตามประสาแม่ลูกดังอยู่ในบ้านไม้สังกะสีหลังนั้นไปพักใหญ่

คืนนั้นแทนไทนอนครุ่นคิดถึงเรื่องนี้จนดึกดื่น เขาอยากทำถนนของหมู่บ้านเล็ก ๆ เส้นนี้ให้มันดีขึ้น เขาไม่อยากเห็นแม่สะดุดหลุมหรือลงไปสำรวจข้างในหลุมนั้นอีกแล้วว่ามันลึกกี่เมตร ตอนนี้ยังถือว่าเคราะห์ดีที่ยังไม่มีใครถึงขั้นบาดเจ็บสาหัสหรือถึงแก่ชีวิต แต่ก็ไม่มีอะไรมาการันตีว่าวันข้างหน้าจะไม่เกิดเรื่องร้ายแบบนั้นขึ้น

แทนไทกสองมือของตัวเองมองผ่านความมืดในมุ้งสายสีชมพู เขามองเห็นมันแค่ลาง ๆ เหมือนกับความคิดที่ว่าคนอย่างเขาจะทำอะไรได้ เรียนก็จบแค่ ปวช. ก่อสร้างมาเท่านั้นา เงินเดือนที่ได้ก็แค่ค่าแรงขั้นต่ำที่พอเลี้ยงดูตัวเองและผู้เป็นแม่ไปวัน ๆ ได้ มีเพียงประสบการณ์จากไซต์งานก่อสร้างที่ทำมาหลายปีเลยพอจะรู้ว่าถนนที่ดีเป็นอย่างไร

ถนนจำลองพื้นผิวดวงจันทร์ในหมู่บ้านเส้นนี้ จริงอยู่ว่ามันไม่จำเป็นต้องเทคอนกรีตหรือลาดยางก็สามารถทำให้ดีขึ้นได้ แต่ทำไมถึงไม่มีใครทำอะไรบ้างเลยล่ะ หรือเพราะทุกคนคิดว่ามันเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องสนใจก็ได้งั้นเหรอ

“เฮ้อ” ความคิดวนเวียนชวนถอนใจนี้ยาวนานจนกระทั่งเปลือกตาปิดลง

“ไอ้แทนวันนี้เงินเดือนออกไปกินเหล้ากัน” วิทยาสะกิดไหล่เพื่อนด้วยท่าทางกระดี๊กระด๊า

“ไม่ไปอ่ะ พรุ่งนี้มีเรื่องต้องทำแต่เช้า มึงก็มาช่วยกูหน่อยแล้วกัน”

“ทำอะไรวะ” วิทยาทำท่าถอยหนีคำไหว้วานของเพื่อน เพราะมันเป็นวันหยุดหลังเงินเดือนออกพอดี เขากะจะกินเหล้าให้เมาน็อกสักหน่อย

“เออน่า มาแล้วเดี๋ยวก็รู้เอง สาย ๆ ก็ได้ กูไม่ได้ให้มึงมาช่วยฟรี ๆ หรอก” แทนไทยิ้มอย่างรู้ทัน เขารู้นิสัยของไอ้วิทย์ดี อย่างไอ้นี่ต้องมีของกำนัลมาล่อมันถึงจะกระตือรือร้น

“เออ ๆ ถ้ากูตื่นทันละนะ” วิทยาได้ยินแบบนั้นก็มีท่าทางตื่นตัวขึ้นมาบ้าง ไอ้แทนมันจะทำอะไรวะ หวังว่าคงจะไม่หาทำอะไรที่ต้องเหนื่อยกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกนะ

แทนไทไม่ได้สนใจวิทยาอีก เขาเปิดสมุดเล่มเล็ก ๆ ที่พกมาด้วยแล้วจดอะไรบางอย่างขยุกขยิกลงไป เมื่ออ่านทวนอีกครั้งแล้ว ริมฝีปากก็ปรากฏรอยยิ้มน้อย ๆ ขึ้น

เอาล่ะ... หวังว่าเงินเดือนเดือนนี้ของเขาคงจะพอสร้างประโยชน์อะไรได้บ้างล่ะนะ

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
21
บทที่ 1 ดินก้อนแรกในฝัน
เสียงฝีเท้าหนักย่ำก้าวอย่างเร่งรีบมาตามทางเดินขรุขระลูกรัง ในมือนั้นถือถุงกับข้าวที่แวะซื้อที่ข้างทางมาด้วย ใบหน้าหล่อเหลาคมสัน ผิวสีแทนแบบชายไทยแท้กำลังขมวดคิ้วมุ่นเข้าหากันอย่างเคร่งเครียด สายฝนที่ตกโปรยปรายลงมาทำให้เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่เริ่มเปียกโชก“แม่ครับ! ผมกลับมาแล้ว” เมื่อมาถึงบ้านกึ่งไม้กึ่งสังกะสีขนาดไม่ใหญ่มากนักหลังหนึ่ง เขาก็รีบตะโกนร้องเรียกผู้เป็นแม่“อ้าวไอ้แทน กลับมาแล้วเหรอ เอ็งตากฝนมาหรือเปล่าล่ะนั่น” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งร้องตอบกลับมาแทนไท ชายหนุ่มอายุ 24 ปี ที่ตอนนี้เพิ่งเลิกงานและกลับมาจากไซต์งานก่อสร้างรีบเดินเข้าบ้านไปหาผู้เป็นแม่“แม่เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนบ้างเนี่ย” เมื่อเห็นหน้าวิไลผู้เป็นแม่ แทนก็ถามด้วยน้ำเสียงห่วงใยทันที“ไม่เป็นไร เย็บสองเข็ม เอายาก็กลับบ้านได้แล้ว” วิไลเอ่ยพลางนิ่วหน้า ผ้าก็อซสีขาวกับเทปกาวใสแปะทั่วตัวหญิงอายุราวห้าสิบ ซึ่งตอนนี้กำลังนั่งเอนกายพิงอยู่ที่ม้านั่งตัวเก่าที่คล้ายเหมือนจะพังแหล่มิพังแหล่“แล้วแม่ไปทำอีท่าไหนมาล่ะครับเนี่ยถึงไปตกหลุมนั่นได้”“จะอีท่าไหนล่ะ ข้าก็ปั่นจักรยานของข้าอยู่ดี ๆ ใครมันจะไปรู้ว่าตรงนั้นมันมีหลุม พว
Read More
บทที่ 2 ทางลูกรังที่บ้าน
ตกเย็น... แทนไทยังคงเดินทางกลับบ้านด้วยเส้นทางเดิม รถกระบะคันเก่าของเพื่อนที่ไซต์งานที่เขามักจะติดมาประจำจอดอยู่ที่หน้าปากทางเข้าหมู่บ้าน“ขอบใจนะ แล้วเจอกัน” แทนไทตะโกนบอกคนในรถแล้วโบกมือให้ จากนั้นรถก็แล่นออกไป“ตกลงคืนนี้มึงจะไม่ไปกินเหล้ากับพวกกูแน่นะ” วิทยาเอ่ยถามแทนไทอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ“ไม่อ่ะ พวกมึงตามสบายเหอะ แต่อย่าลืมว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นมาช่วยกูล่ะ” แทนไทเอ่ยปฏิเสธ“เออ ๆ รู้แล้วน่า แล้วมึงจะบอกกูได้ยังว่าพรุ่งนี้มึงจะทำอะไร วันหยุดทั้งทีนะไอ้แทน กูขอร้องอย่าสรรหาอะไรเหนื่อย ๆ มาให้กูทำนะ กูไหว้แหละ” วิทยายกมือไหว้ท่วมหัวปรก ๆแทนไทไม่ตอบ เขาทำเพียงแค่โบกไม้โบกมือให้แล้วหันหลังเพื่อเดินตรงกลับบ้าน“อ้าว ไอ้แทน ไอ้แทนโว๊ย!”ตลอดทางที่เดินกลับ... แทนไทมองหลุมเล็กหลุมน้อยที่กระจัดกระจายอยู่เป็นหย่อม ๆ อย่างเงียบ ๆ เขาล้วงหยิบเอาสมุดพกเล็ก ๆ ที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อออกมาจดอะไรบางอย่างลงไป โชคดีที่วันนี้ฝนไม่ตกลงมา แต่ทว่าท้องฟ้าก็ส่อแววตั้งเค้ามาลาง ๆ“อ้าว ไอ้แทน กลับมาแล้วเรอะ” ป้าแจ๋วที่ขายขนมจีนข้างบ้านเอ่ยร้องทักแทนไทขณะที่ปั่นจักรยานผ่าน“ครับป้า” แทนไทก้มหัวเล็กน้อยแล้วส
Read More
บทที่ 3 ท่อประปาแตกกับน้ำใจที่ไหลไม่หยุด
ข่าวเรื่องที่แทนไทลูกชายของยายวิไลแม่ค้าขายขนมหวานใช้เงินส่วนตัวและออกแรงซ่อมถนนด้วยตัวเองนั้นถูกเล่าปากต่อปากไปทั่วจนดังข้ามไปยังถึงอีกฝั่งของหมู่บ้าน ผู้คนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสิ่งที่ชายหนุ่มทำนั้นช่างประเสริฐนัก แม้จะเป็นแค่คนธรรมดาตัวเล็ก ๆ ที่ทำงานเป็นเพียงแค่คนงานตามไซต์ก่อสร้างเท่านั้น แต่เขากลับมีใจที่ยิ่งใหญ่ การกระทำของเขาเพียงแค่นี้อาจจะดูเล็กน้อยในสายตาของคนอื่น แต่ทว่ามันกลับยิ่งใหญ่สำหรับผู้คนในหมู่บ้านที่มองเห็นความสำคัญ“ไอ้แทนเอ๊ย เป็นเพราะเอ็งแท้ ๆ เลยทำให้วันนี้ข้าขายขนมหมดตั้งแต่ยังไม่ทันเที่ยง” วิไลเอ่ยพูดกับลูกชายในช่วงเวลาเย็นของวันต่อมา พวกเขาสองแม่ลูกกำลังนั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกันอยู่ที่แคร่ไม้ไผ่เล็กหน้าบ้าน“ข้าน่ะ เดินไปขายขนมทางไหนก็มีแต่ได้ยินคำชมถึงเอ็งกันทั้งนั้น เก่งจริง ๆ เลยลูกชายข้าเนี่ย ให้มันได้อย่างนี้สิวะ” แทนไทมองผู้เป็นแม่ที่กำลังยิ้มแป้นและมีสีหน้าภูมิอกภูมิใจด้วยรอยยิ้ม“ก็แค่ซ่อมถนนตรงที่มันเป็นหลุมเป็นบ่อนิดหน่อยเองแม่ ไม่ได้มากมายอะไรเลย” “ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ก็ถ้าไม่ได้เอ็งไปซ่อมให้ พวกข้าก็คงจะเดินสะดุดตกหลุมตกบ่อกันไปอีกนาน” วิไล
Read More
บทที่ 4 แผนที่ในสมุดขาด ๆ
“ไอ้แทน วันนี้ข้าจะเข้าเมืองไปซื้อของ เอ็งจะเอาอะไรไหม” วิไลเอ่ยถามแทนไท“เดี๋ยวนะแม่ นี่มันเพิ่งจะตี 5 เองนะ ออกไปแต่เช้ามืดขนาดนี้เลยเหรอ” แทนไทที่กำลังสะลึมสะลือควานหาโทรศัพท์มือถือเพื่อมาดูเวลา“เออ ก็ต้องรีบออกแบบนี้แหละ ก็หมู่บ้านเรามันไกลจากในเมืองมากเอ็งก็รู้ ถ้าไม่รีบออกตอนนี้ กว่าจะไปถึง ไหนกว่าจะเลือกซื้อของอีก กว่าเสร็จกลับถึงบ้านก็คงได้มืดค่ำดึกดื่นเอาพอดีหมู่บ้านของแทนไทนั้นเป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ ในชนบทที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองจังหวัด โดยปกติแล้วพวกตลาด ร้านค้า อนามัยหรือโรงเรียนก็จะอยู่ที่ตัวอำเภอซึ่งห่างจากหมู่บ้านเพียงไม่กี่กิโลเมตร แต่ทว่าก็จะมีบางครั้งที่ชาวบ้านหรือเจ้าของร้านค้าต่าง ๆ จะเข้าไปในตัวเมืองเพื่อซื้อสินค้ามาเติม อย่างน้อย ๆ ก็เดือนละครั้งหรือสองเดือนครั้ง และแต่ละครั้งก็มักจะนัดวันและเหมารถไปกันทีละเยอะ ๆที่จริงแล้วเส้นทางจากหมู่บ้านของแทนไทที่จะเข้าไปในตัวเมืองเดิมทีก็ไม่ได้ไกลมากขนาดนี้ เพียงแต่ทว่าเส้นทางอีกฝั่งที่ใกล้กว่ามากเป็นพื้นที่เอกชน ที่ดินตรงนั้นมีเจ้าผู้ครอบครองและโฉนดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เดินทีที่ตรงนั้นเป็นตึกพาณิชย์และโกดังเก็บสินค้
Read More
บทที่ 5 สะพานไม้สุดท้ายก่อนล้ม
ชีวิตในแต่ล่ะวันของแทนไทยังคงเป็นไปตามปกติ เขายังคงไปทำงานที่ไซต์งานก่อสร้างเหมือนเดิม และพอตกเย็นเลิกงานก็ตรงกลับบ้านทันที นิสัยของแทนไทไม่ค่อยเหมือนกับคนส่วนมากที่อยู่วัยเดียวกัน เขาไม่เคยเถลไถลไปที่อื่น เวลาวันหยุดหรือวันเงินเดือนก็ไม่เคยไปสังสรรค์ต่อที่ไหน แทนไทมักปฏิเสธตลอด จนทุกคนนั้นเป็นอันรู้กันและต่างก็เลิกชวนไปโดยปริยาย แต่ถึงอย่างนั้นแทนไทก็ยังคงเป็นที่รักใคร่ของทั้งเจ้านายและบรรดาเพื่อนฝูง ด้วยความที่เป็นคนขยันขันแข็งทำงาน หนักเอาเบาสู้ เวลาใครใช้ให้ช่วยเหลือหรือหยิบจับอะไรก็ไม่เคยบ่ายเบี่ยง น้ำใจของแทนไทนั้นเป็นที่ประจักษ์ในสายตาของทุกคนมานานแล้ว“เฮ้ย! แทน เดี๋ยววันนี้พี่วานหน่อยได้ไหมวะ เลิกงานแล้วช่วยข้ามฝั่งเอาข้าวเอายาไปให้เมียพี่ที่บ้านพี่หน่อย” ชาญยุทธ์ เดินเข้ามาหาแทนไทในช่วงเวลาที่กำลังใกล้จะเลิกงาน“พอดีวันนี้นายสั่งให้พี่เข้าไปรับวัสดุในเมือง ของมันขาด เมียพี่ท้องแก่มากแล้ว พี่ไม่อยากให้ออกมาเอง”“อ๋อ ได้สิพี่ยุทธ์ เดี๋ยวผมเอาไปให้พี่พรเองครับ” เพราะรู้จักกับชาญยุทธ์มานานจึงค่อนข้างสนิทกับภรรยาของคนพี่ด้วย แถมยังเคยไปฝากท้องกินข้าวที่บ้านของชาญยุทธ์อยู่ 2-3 ครั
Read More
บทที่ 6 ถามใจหรือถามหน่วยงาน
ในบ้านกึ่งไม้สักกึ่งปูนหลังใหญ่หลังหนึ่ง...“ไอ้แทนนี่มันชักจะยุ่มย่ามเกินไปแล้วนะพี่เพิ่ม” อัมพร หญิงวัยกลางออกปากบ่นกับบุญเพิ่มผู้เป็นสามี“นั่นสิ มันนึกอยากทำอะไรก็ทำ ไม่เห็นหัวผู้หลักผู้ใหญ่เลย ชาวบ้านก็เอากับเขาด้วย ลืมไปแล้วมั้งว่าข้าเป็น อบต.” บุญเพิ่ม ต่อว่าต่อขานกลุ่มคนในหมู่บ้านยกใหญ่ เขาดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้า อบต. ของเขตตำบลนี้“แล้วอย่างนี้จังหวัดเขาจะไม่ว่าพี่เหรอ” ผู้เป็นภรรยายังคงถามต่อ“ไม่รู้ รอดูไปก่อน แต่คงต้องตักเตือนมันบ้างแล้วล่ะ”บุญเพิ่มถอนหายใจออกมา สายตาไม่พอใจยังคงจับจ้องมองไปกลุ่มของแทนไทที่กำลังเก็บของหลังจากที่ทาสีราวกั้นสะพานเสร็จ ก่อนลงน้ำหนักเท้าเหยีบคันเร่งแล้วขับรถผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ต่อมา... การทำงานของราชการส่วนท้องถิ่นก็เกิดมีประสิทธิภาพขึ้นมาเนื่องจากได้รับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้านที่ไม่ได้แจ้งชื่อเสียงเรียงนาม“แม่วิไลอยู่ไหม!” บุญเพิ่มมาตะโกนเรียกคนในบ้านสังกะสีหลังเล็กหลังหนึ่งในเช้าของวันถัดมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยอารมณ์ เพราะชื่อของตนไปปรากฏอยู่ในหนังสือร้องเรียนแบบเด่นหราแถมยังเน้นหมึกตัวหนากว่าใคร“อยู่ ใครมาหาจ๊ะ อ้าวพี่เพิ่มมีอะไรจ๊ะ” วิไลถ
Read More
บทที่ 7 รอยเท้าบนทางดินที่เปียก
หลังจากการติดต่อกับหน่วยงานราชการเวลาก็ผ่านล่วงเลยมาแล้วเกือบเดือน อาทิตย์แรก ๆ แทนไทใช้วิธีโทรสอบถามความคืบหน้าโครงการไฟส่องถนน แต่คำตอบที่ได้คือนายก อบจ.กำลังประชุมบ้างออกพื้นที่บ้าง เรียกว่าแทบไม่อยู่สำนักงานเลยด้วยซ้ำ ตอนนั้นแทนไทไม่ได้ย่อท้อต่อการติดตามเรื่องที่ตนลองทำมันตามระบบ ทว่าครั้งสุดท้ายที่ทำให้เขาเลิกโทรก็เพราะเขาถูกปลายสายต่อว่ากลับมา...‘ถ้าเรื่องมีความคืบหน้าทางนี้จะโทรแจ้งกลับไปนะคะ อบจ.ไม่ได้มีหน้าที่ตอบคำถามคุณทุกวันนะคะ’“เฮ้อ” แทนไทถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยของวัน“เป็นอะไรวะไอ้แทน” วิทยาเอ่ยถามเพื่อนอย่างติดรำคาญ“เปล่าไม่มีอะไร” แทนไทส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย“นี่อย่าบอกนะว่ามึงยังคิดมากเรื่องงานของลุงเพิ่มน่ะ”“อืม ก็กูเป็นคนทำเอกสารนี่หว่า กูก็อยากรู้ว่างานของกูไปถึงไหนแล้ว หมู่บ้านเราจะได้ไฟเพิ่มหรือเปล่า ไหนจะเรื่องที่กูไปข้ามหน้าข้ามตาลุงเพิ่มแกอีก” แทนไทกุมหัวขณะแจกแจงเรื่องในสมอง“นี่ไอ้แทน มึงไม่ใช่ซุปเปอร์ฮีโร่นะเว้ยที่จะทำทุกอย่างได้ดั่งใจ ชีวิตแม่งก็แบบนี้แหละ ถ้ามัวแต่จมอยู่กับเรื่องที่ทำอะไรไม่ได้แล้วชีวิตมันจะเดินหน้าได้ไงวะ” วิทยาพูดปลอบพลางตบไหล่เพื่อนเส
Read More
บทที่ 8 ชื่อเสียงที่ไม่ได้ตั้งใจ
“ไอ้แทนโว้ย ไอ้แทนมึงดังใหญ่แล้วโว๊ย!!” เสียงของวิทยาร้องตะโกนโหวกเหวกโวยวายดังลั่นไปทั่วไซต์งานในเช้าวันหนึ่งแทนไทหันตามเสียงเอะอะของเพื่อนที่กำลังชูม้วนกระดาษอะไรบางอย่างไปมา ท่าทางของมันเหมือนเด็กอวดขนมไม่มีผิด“อะไรของมึงวะไอ้วิทย์”“มึงดูนี่” วิทยานั่งลงกับพื้นดินข้างแทนไทแล้วกางม้วนกระดาษออก มันคือหนังสือพิมพ์ของจังหวัดที่ลงข่าวทั่วไป ซึ่งหนึ่งในนั้นมีหัวข้อไม่ใหญ่ไม่เล็กแต่สะดุดตาอยู่หัวข้อหนึ่งที่เขียนว่า ‘ช่างแทนผู้ไม่รอใคร’ พร้อมภาพของเขาขณะที่กำลังตอกตะปูซ่อมแผ่นไม้บนสะพาน“กูไปอยู่ในนั้นได้ไงวะ แล้วนี่นึกยังไงตีข่าวเรื่องกูเนี่ย เดี๋ยวลุงเพิ่มก็มากินหัวกูอีกหรอก” แทนไททั้งดีใจและกลุ้มใจในเวลาเดียวกัน“มึงจะคิดมากไปทำไมวะ ยังไงก็เป็นเรื่องดี เอ้า นี่เก็บไว้เป็นที่ระลึก” วิทยายื่นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นใส่มือเพื่อนรัก“อืม”หลังเลิกงานแทนไทเอาสิ่งนั้นให้ผู้เป็นแม่ดู แน่นอนว่าวิไลดีใจจนเอาไปโม้ให้ข้างบ้านฟังแทบจะทันที ชายหนุ่มส่ายหัวให้วิไลแต่หัวใจกลับมีความสุขอย่างประหลาดแรงกระเพื่อมจากสื่อเล็ก ๆ ใครจะไปคิดว่าจะสามารถลุกลามกลายเป็นสื่อหลักตามลงมาสัมภาษณ์เขาออกทีวี ตอนแรกเขาตั
Read More
บทที่ 9 เส้นทางที่ไม่มีในแผนพัฒนา
“ถ้าทำถนนตัดผ่านเส้นทางนี้ เราจะใช้เวลาน้อยลงกว่าเส้นทางเก่าที่ชาวดอยถากถางกันเองถึงสองชั่วโมงครับ” ในห้องประชุมใหญ่ แทนไทกำลังอธิบายตามสไลด์งานบนหน้าจอโปรเจกเตอร์ท่ามกลางสายตานับยี่สิบคู่ที่มองมา“แต่มันต้องตัดผ่านป่าและกินพื้นที่อุทยานนะ” หัวหน้าทีมทรัพยากรป่าไม้เอ่ยทักท้วง“มันก็จริงครับ แต่ระยะทางที่ล้ำอุทยานมันไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตรนะครับท่าน”“คุณคิดว่าไอ้คำว่าแค่นั้นน่ะ สำหรับอุทยานมันไม่มากเหรอ คุณต้องคิดด้วยว่าการทำถนนของคุณมันจะรบกวนสัตว์ป่าที่เราอนุรักษ์ไว้ไหมและหลังสร้างเสร็จจะยังไงต่อ” ทีมทรัพยากรคัดค้านหัวชนฝา“ครับผมรู้ แต่เราอยู่ร่วมกันได้นี่ครับ ทั้งมนุษย์และสัตว์ป่า ท่านครับถนนเส้นนี้สามารถช่วยคนแก่คนป่วยบนดอยให้เดินทางมาถึงโรงพยาบาลได้เร็วขึ้น ท่านรู้ไหมครับว่าบนดอยนั้น ผู้หญิงยังต้องคลอดกับหมอตำแยเพราะกลัวเด็กจะคลอดกลางทาง คนป่วยเองก็ใช้สมุนไพรป่ารักษาตัวเอง” แทนไทพยายามโน้มน้าวคนในห้องประชุม“แล้วคนเหล่านั้นมีกี่คนที่มีสัญชาติไทย” คนจากกรมการปกครองเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง“...” แทนไทถึงกับพูดไม่ออก เหตุผลที่ก้ำกึ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และภาษีของประชาชนคนไทย ซึ่งมักเป็นความย
Read More
บทที่ 10 ชายแก่กับแผนที่เก่า
หลังจบการประชุมแทนไทถึงกับต้องลาพักร้อนชั่วคราวเพื่อสลัดเรื่องเส้นทางบนดอยสูงออกไปจากหัว เขาไม่ได้กลับบ้านเหมือนอย่างเคยทำ ครั้งนี้เขาเลือกเดินทางลงใต้เพื่อพักใจกลุ่มก้อนสีขาวลอยกระจัดกระจายบนท้องฟ้าดูคล้ายกับแกะฝูงใหญ่เมื่อมองลงมาจากหน้าต่างเครื่องบิน ภูเขาเขียวชอุ่มวางสลับซับซ้อนยาวสุดสายตา ถนนหนทางบางสายเล็กจนมองไม่เห็นแทนไทสะพานกระเป๋าเป้ไว้บนหลังแล้วเลือกเดินเท้ามากกว่าใช้บริการขนส่งจากสนามบินใหญ่เมืองท่องเที่ยวของภาคใต้ แสงแดดร้อนระอุเผาไหม้อากาศจนเกิดภาพบิดเบี้ยวเหนือถนนลาดยางสีดำ เขาเดินตามแผนที่ในแอพพลิเคชัน ระยะทางกว่า 5 กิโลเมตรทำเสื้อผ้าเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อ ร้านขายของชำเล็ก ๆ ตรงหน้าจึงเป็นสถานที่ให้เขาพักคลายร้อนชั่วคราว“ทำไมเดินมาละ น้องบ่าว” คำถามเจือทักทายด้วยสำเนียงใต้ดังมาจากชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน หากนับจากหน้าตา“ผมชอบเดินครับจะได้ดูอะไรไปเรื่อย” แทนไทตอบพลางเขย่าเสื้อหาความเย็นเล็กน้อย“มันร้อนเดี๋ยวจะเป็นฮีตสโตร์กเอา”“ครับ ขอบคุณครับ” แทนไทยิ้มรับความห่วงใยจากคนท้องถิ่นบทสนทนาไหลลื่นต่อเนื่องยาวนานทำให้ชายหนุ่มสองคนสนิทกันโดยไม่รู้ตัว เสียงหัวเราะดังไม่ขา
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status