Accueil / อื่น ๆ / เส้นทางเชื่อมใจ / บทที่ 8 ชื่อเสียงที่ไม่ได้ตั้งใจ

Partager

บทที่ 8 ชื่อเสียงที่ไม่ได้ตั้งใจ

Auteur: Bosskerr
last update Date de publication: 2025-06-13 00:06:57

“ไอ้แทนโว้ย ไอ้แทนมึงดังใหญ่แล้วโว๊ย!!” เสียงของวิทยาร้องตะโกนโหวกเหวกโวยวายดังลั่นไปทั่วไซต์งานในเช้าวันหนึ่ง

แทนไทหันตามเสียงเอะอะของเพื่อนที่กำลังชูม้วนกระดาษอะไรบางอย่างไปมา ท่าทางของมันเหมือนเด็กอวดขนมไม่มีผิด

“อะไรของมึงวะไอ้วิทย์”

“มึงดูนี่” วิทยานั่งลงกับพื้นดินข้างแทนไทแล้วกางม้วนกระดาษออก มันคือหนังสือพิมพ์ของจังหวัดที่ลงข่าวทั่วไป ซึ่งหนึ่งในนั้นมีหัวข้อไม่ใหญ่ไม่เล็กแต่สะดุดตาอยู่หัวข้อหนึ่งที่เขียนว่า ‘ช่างแทนผู้ไม่รอใคร’ พร้อมภาพของเขาขณะที่กำลังตอกตะปูซ่อมแผ่นไม้บนสะพาน

“กูไปอยู่ในนั้นได้ไงวะ แล้วนี่นึกยังไงตีข่าวเรื่องกูเนี่ย เดี๋ยวลุงเพิ่มก็มากินหัวกูอีกหรอก” แทนไททั้งดีใจและกลุ้มใจในเวลาเดียวกัน

“มึงจะคิดมากไปทำไมวะ ยังไงก็เป็นเรื่องดี เอ้า นี่เก็บไว้เป็นที่ระลึก” วิทยายื่นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นใส่มือเพื่อนรัก

“อืม”

หลังเลิกงานแทนไทเอาสิ่งนั้นให้ผู้เป็นแม่ดู แน่นอนว่าวิไลดีใจจนเอาไปโม้ให้ข้างบ้านฟังแทบจะทันที ชายหนุ่มส่ายหัวให้วิไลแต่หัวใจกลับมีความสุขอย่างประหลาด

แรงกระเพื่อมจากสื่อเล็ก ๆ ใครจะไปคิดว่าจะสามารถลุกลามกลายเป็นสื่อหลักตามลงมาสัมภาษณ์เขาออกทีวี ตอนแรกเขาตั้งใจปฏิเสธแต่วิไลไม่เห็นด้วย สกู๊ปข่าวฉายไม่ถึงหนึ่งนาทีของเขาทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของส่วนราชการระยะหนึ่ง ความคิดเห็นมากมายแสดงใต้คลิปในอินเทอร์เน็ต ทำให้แทนไทหยุดไปไซต์งานและไม่ออกจากบ้านอยู่สองสามวัน

“แม่ไม่รู้ว่ามันจะไปกันใหญ่ขนาดนี้” วิไลรู้สึกผิดที่ไม่เชื่อลูกชาย

“ไม่เป็นไรครับแม่ ได้พักบ้างก็ดี” แทนไทปลอบผู้เป็นแม่ ถึงเขาจะไม่ได้คิดแบบนั้นก็ตามทีเถอะ

คืนนั้นแทนไทหอบข้าวของออกมานอนชานบ้านอีกครั้ง ดูเหมือนการได้รับลมเย็น ๆ และมองท้องฟ้ายามค่ำคืนผ่านผ้ามุ้งผืนบางจะช่วยคลายความตึงเครียดในใจได้อยู่บ้าง

มือหนาหยาบกดโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่ามีหนังยางรัดห้าหกเส้นกันแผงจอหลุดออกจากกรอบหัก ๆ ขึ้นมา โชคดีที่มันยังทำงานได้ตามสภาพ แทนไทเข้าอินเทอร์เน็ตเพื่อดูคลิปข่าวของตัวเอง ก่อนหน้านี้เขาเคยดูครั้งสองครั้ง แต่เพราะเขาไม่เคยมีประสบการณ์ได้รับความคิดเห็นต่าง ๆ ในโซเซียลมาก่อน  และเมื่อเห็นความคิดเห็นด้านลบเขาเลยหลีกหนีด้วยการไม่เปิดมันขึ้นมา... ทว่าครั้งนี้เขาพร้อมแล้ว

แทนไทไล่สายตาอ่านมันทีละข้อความ ส่วนใหญ่เป็นการต่อว่าระบบของรัฐที่ล่าช้ามากกว่า ตามมาด้วยความชื่นชมการกระทำของเขา มีเพียงไม่กี่ข้อความที่ตำหนิกล่าวหาว่าเขาทำเอาหน้าและต้องการชื่อเสียง ชายหนุ่มทอดถอนใจแต่ก็ไม่ได้ย่อท้อกับมันมากนัก จนกระทั่งสะดุดเข้ากับความคิดเห็นสองสามข้อความ

‘ไม่รู้ว่าได้มาตรฐานหรือเปล่า’

‘ช่างไม่มีความรู้แบบนั้นถ้าเกิดผลเสียตามมาใครจะรับผิดชอบ’

‘เด็กคนนี้คิดดีนะ แต่น่าเสียดาย ถ้ามีแบบอย่างที่ถูกต้องอนาคตคงไปได้ไกลแน่’

‘อยากให้น้องเขาได้เรียนต่อจัง ถ้าได้คนดีมาทำงาน ถนนบ้านเราคงดีกว่านี้’

แทนไทอ่านข้อความเหล่านั้นซ้ำไปซ้ำมาเพื่อตกตะกอนความคิดของตนเอง บางทีเขาอาจจะทำมันก็ได้ ชายหนุ่มเลิกมุ้งบางขึ้นแล้วเดินกลับเข้าไปในห้อง เขาเปิดลิ้นชักหัวเตียงไม้เก่า ๆ ของตัวเองแล้วหยิบสมุดบัญชีเล่มน้อยออกมา เพ่งพิจารณามองมันอยู่สักพักก่อนจะตัดสินใจวางมันไว้ข้างนอก

ชานบ้านชั้นสองของเขาร่มรื่นสวยงามยามเย็นแต่ร้อนมากในตอนเช้า เพราะรับแสงอาทิตย์เต็มใบ แทนไทเก็บข้าวของเข้าห้องด้วยใบหน้าหงิกงอเนื่องจากคิดอะไรไปเรื่อยจนดึก

“แทนวันนี้ก็ไม่ไปทำงานเหรอ” วิไลถามหลังเห็นลูกชายเดินหน้าง่วงลงมาจากบันไดบ้าน

“ไม่ไปครับ” แทนไทหยิบปาท่องโก๋เข้าปากแล้วเช็ดมันบนเสื้อของผู้เป็นแม่

“มาเช็ดเสื้อแม่ทำไม ไอ้เด็กคนนี้นี่” วิไลบ่นอุบแต่ก็ไม่ได้โกรธเคือง

“แม่ครับ ผมอยากเรียนต่อครับ” อยู่ดี ๆ แทนไทก็โพล่งทะลุขึ้นกลางปล้องอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“อายุขนาดนี้มหาวิทยาลัยเขาจะให้เข้าเรียนเหรอ” วิไลเป็นคนยุคเก่าเลยไม่รู้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับการศึกษาของไทยปัจจุบัน

“เรียนได้ครับแม่ แต่ว่าถ้าผมไปเรียนผมต้องอยู่ไกลแม่” เขาห่วงมารดาสูงวัยที่ต้องอยู่เพียงลำพัง

“งั้นก็ไปสิ” แต่ทางเดินของลูกมีหรือที่คนเป็นแม่จะขัดขวาง

แทนไทจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นแม่อยู่พักใหญ่ “แม่พูดจริงเหรอครับ”

“เอ้า เอ็งเห็นข้าเป็นคนชอบพูดเล่นหรือไง” วิไลส่ายหน้าไปมา

“แต่แม่ได้ยินที่ผมบอกใช่ไหมครับ ว่าถ้าผมไปเรียนผมก็ต้องไปอยู่ไกลแม่” แทนไทยังคงพูดย้ำประโยคเดิม

“เออ ได้ยินสิวะ ข้าไม่ได้หูตึงนะ”

“แล้วใครจะดูแลแม่ล่ะถ้าผมไป”

วิไลได้ยินคำพูดของลูกชายแบบนั้นก็หัวเราะ

“ไอ้แทน ข้าดูแลตัวเองได้ แม่เอ็งดูเหมือนคนแก่ขนาดนั้นเลยเรอะ อีกอย่างข้าก็ยังแข็งแรงดี ที่ผ่านมาข้าไม่มีปัญญาส่งเสียให้เอ็งเรียนสูง ๆ ได้ มาถึงตอนนี้เอ็งโตมีงานทำ มีกำลังพอที่จะส่งเสียตัวเองเรียนได้แล้ว ถ้าตอนนี้มันยังพอทำได้ เอ็งก็ไปทำตามความฝันของเอ็งเถอะนะ แม่อยู่ได้”

แทนไทมองผู้เป็นแม่ด้วยแววตาซาบซึ้ง เขารู้สึกว่าขอบตาเริ่มร้อนผ่าว ที่ผ่านมาเข้าไม่เคยโกรธเคืองผู้เป็นแม่เลยที่ส่งเสียเขาได้เพียงแค่นั้น

“ขอบคุณนะครับแม่”

จากนั้นเพียงไม่นาน... ชายหนุ่มก็ก้าวเข้าสู่เมืองหลวงและเลือกศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธาในมหาวิทยาลัยที่เงินเก็บจากการทำงานของเขาพอจะเอื้ออำนวย แม้เขาจะกลายเป็นคนอายุมากสุดในชั้นปีแต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับการศึกษา แถมยังได้เปรียบเนื่องจากมีประสบการณ์จากไซต์งานมาพอสมควร คณาจารย์เองก็มองเห็นจุดนี้ของเขาจึงได้ชักชวนให้ลงแข่งขันระดับมหาวิทยาลัยซึ่งมีการจัดทุกปี

ปีแรกแทนไทได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับสองจากหัวข้อ โครงงานออกแบบโครงสร้างอาคาร

ปีที่สอง แทนไทคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งจากหัวข้อ การสร้างแบบจำลองระบบขนส่ง

ปีที่สาม ตำแหน่งชนะเลิศอันดับหนึ่งการออกแบบสะพานเหล็ก

และปีที่สี่... ปีสุดท้ายนี้นอกจากโครงการคอนกรีตมวลเบาแล้ว แทนไทยังก้าวเป็นตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขันสะพานเหล็กจำลองแห่งเอเชีย (Asia Bridge Competition) ที่จัดขึ้น ณ โตเกียวประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแทนไทสามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศอันดับ 1 มาไว้ในมือ สร้างชื่อเสียงจนวิไลเอาไปโม้ทั่วอำเภอและทุกครั้งที่เห็นหน้าอัมพรและบุญเพิ่ม

แทนไทถูกจองตัวโดยบริษัทเอกชนตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ทว่าเขาก็ยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกที่ใดที่หนึ่ง นั่นก็เพราะความคิดเห็นใต้คลิปของเขายังคงตราตรึงในหัวใจอยู่เสมอ

“แทนไท อาจารย์ได้ข่าวมาว่าเรายังไม่ได้เลือกทำงานที่ไหนเหรอ” อาจารย์ประจำสาขาถามลูกศิษย์ด้วยความเป็นห่วง

“ยังเลยครับ” แทนไทยิ้มเจื่อน

“เอางี้ไหม หลังได้ใบอนุญาตภาควิศวกรแล้วลองไปสอบที่กรมทางหลวงไหม ตอนนี้เห็นว่ากำลังรับสมัครวิศวกรโยธาอยู่พอดี”

“จริงเหรอครับอาจารย์ ผมลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไง ผมขอตัวก่อนนะครับ” แทนไทดีดตัวออกจากม้านั่งทันที

ปีนั้นแทนไทสามารถสอบเข้าเป็นวิศวกรโยธาปฏิบัติการของกรมทางหลวงได้สำเร็จ ด้วยรางวัลและเกียรติบัตรที่ได้รับ เขาค่อย ๆ สร้างผลงานทีละเล็กทีละน้อยสะสมไปเรื่อย ๆ บวกกับแรงสนับสนุนจากคณาจารย์ที่เอ็นดูเขามาตลอด ทำให้เขาก้าวเข้าสู่กรมทางหลวงอย่างมั่นคงและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในวงการโยธา

หลายจังหวัดที่ต้องการพัฒนาเส้นทางใหม่และสร้างภูมิทัศน์ให้เหมาะสมกับเมืองท่องเที่ยวมักเรียกร้องต่อหน่วยงานของรัฐให้แทนไทเป็นผู้ออกแบบอยู่เสมอ แม้จะไม่ทั้งหมดแต่ก็พบเห็นได้บ่อยครั้งตามเส้นทางหลัก

ห้าปีต่อมา... แทนไทก็คว้าใบวุฒิวิศวกรมาไว้ในมือได้สำเร็จ ซึ่งมันคือระดับสูงสุดของใบอนุญาต หลังจากนี้แทนไทสามารถรับผิดชอบโครงการขนาดใหญ่และซับซ้อนได้ ขอบเขตงานไม่มีข้อจำกัดอีกต่อไป ทั้งยังพาตัวเองก้าวสู่ตำแหน่งวิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ สำนักสำรวจและออกแบบของกรมทางหลวงอีกด้วย

นับตั้งแต่ที่เขาชนะการแข่งขันระดับมหาวิทยาลัยมาจนถึงตอนนี้ ทุกครั้งที่กลับบ้าน การตามหาวิไลมักเป็นภารกิจหลักเนื่องจากมารดาไม่เคยหยุดโม้เรื่องของเขาเลยสักวัน

“สวัสดีครับลุงเพิ่ม” แทนไทกมือไหว้บุญเพิ่มอดีต อบต.

“เอ้อ แหม กลับมาคราวนี้มีสง่าราศีขึ้นเยอะเลยนะ ผิดกับตอนทำงานก่อสร้างลิบลับเลย” อัมพรเอ่ยแทรกบทสนทนา

“ครับ” แทนไทตอบกลับสั้น ๆ เพราะอีกไม่นานพลังงานบวกเชิงลบของมารดาก็คงตอบแทนเขาเช่นเคย

“แน่นอนอยู่แล้ว ลูกข้าทั้งหล่อ ทั้งเก่ง นี่มันได้ใบอนุญาตใบใหม่มาแล้วนะ เขาเรียกอะไรนะ ไอ้แทน อ้อ ใบวุฒิวิศวกร ฮ่าฮ่า” วิไลได้ทีเสียงดังยกใหญ่ทำเอาคนแถวนั้นหัวเราะตาม

“ท่าจะอีกนาน ไปนั่งกินโอเลี้ยงกับข้าไหม” บุญเพิ่มกระทุ้งศอกสะกิดแทนไท เพราะดูจากท่าทางแล้วบรรดารุ่นแม่คงจะใช้เวลาพูดคุยกันอีกพักใหญ่

“ไปครับ ลุงเพิ่มเลี้ยงนะครับ”

“วะ ไอ้นี่ ทำงานใหญ่โตแล้วยังให้ข้าเลี้ยงอีก” บุญเพิ่มบ่นกระเง้ากระงอดแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ แทนไทอมยิ้มแล้วเดินตามชายผู้ล่วงเข้าสู่วัยชราไป ปล่อยให้วิไลโม้เรื่องของเขาต่อไปจนกว่าจะคอแห้งและหยุดไปเอง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เส้นทางเชื่อมใจ   บทที่ 21 เส้นทางสุดท้ายที่เดินร่วมกัน

    สายลมยามเย็นพัดผ่านต้นไม้ใหญ่ที่ยังคงยืนหยัดอยู่ในสนามบอลชุมชน แสงแดดสีทองทอผ่านใบไม้สาดกระทบใบหน้าของแทนไท เขายืนอยู่ตรงระเบียงชั้นสองของบ้านไม้สองชั้นหลังเก่า ที่บัดนี้ได้รับการรีโนเวทใหม่ให้แข็งแรงและอบอุ่นขึ้น แต่ยังคงเก็บรายละเอียดเดิมไว้ทุกอย่าง ตั้งแต่ไม้กระดานที่เคยเดินเล่นกับแม่ ยันชานบ้านที่เขาเคยหอบเสื่อ มุ้ง หมอนมามองท้องฟ้าในวัยเยาว์แทนไทในวัย 65 ปี หัวใจยังเต็มเปี่ยมเหมือนวัยหนุ่ม แม้จะไม่สามารถปีนขึ้นลงชั้นสองได้คล่องเหมือนเดิมแล้ว แต่วันนี้เขาก็ยังรู้สึกอยากมองวิวจากมุมเดิม มุมที่เขาเคยนั่งอยู่กับแม่ มองถนนเส้นเล็ก ๆ ด้านล่างถนนเส้นเดิมที่แม่ของเขาเคยเดินผ่านเพื่อหาบขนมหวานไปขายแล้วตกหลุมบ่อจนปาดเจ็บ ถนนเส้นนั้นที่เขาได้เป็นคนซ่อมแซมมัน ถนนเส้นนั้นที่เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของเขา“เขาเป็นใครกันเหรอแม่” เสียงเด็กชายคนหนึ่งถามขณะวิ่งผ่านหน้าบ้านไปพร้อมกลุ่มเพื่อน“นั่นแหละ คนที่ทำให้หนูเดินไปโรงเรียนได้ง่ายขึ้นทุกวันนี้ไงลูก” เสียงแม่ของเด็กคนนั้นตอบกลับอย่างภูมิใจแทนไทได้ยินประโยคนั้นแผ่วเบา แต่กลับชัดเจนในหัวใจ เขายิ้มบางๆ ก่อนจะหลับตาลงแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอดรับ

  • เส้นทางเชื่อมใจ   บทที่ 20 สร้างถนน สร้างเส้นทางมั่นคงของหัวใจ

    เสียงเปิดแฟ้มเอกสารดังแผ่วเบาภายในห้องประชุมของกรมทางหลวง แทนไทนั่งเงียบอยู่ตรงหัวโต๊ะ สายตาอ่านผ่านเอกสารฉบับหนึ่งไปยังอีกฉบับด้วยความตั้งใจอย่างไม่ลดละ ด้านข้างของเขาคือแผนที่ที่ถูกขีดเขียนวางแนวเส้นทางจนลายเส้นหนาทึบเหมือนชั้นหินทับซ้อน“นี่คือโครงการที่รัฐบาลอนุมัติล่าสุดนะแทนไท” เสียงของหัวหน้ากองวางแผนโครงสร้างพื้นฐานเอ่ยขึ้น พร้อมส่งเอกสารอีกชุดหนึ่งให้เขาแทนไทเงยหน้าขึ้น พยักหน้าช้าๆ เขารับแฟ้มมาก่อนจะเปิดดู หน้าปกระบุชื่อโครงการว่า “มอเตอร์เวย์สายตะวันออกเฉียงใต้-ตะวันตกเฉียงเหนือ”“ทางด่วนสายใหม่นี้จะเชื่อมจากชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกทะลุไปถึงจังหวัดทางเหนือ ใช้ตัดผ่านถึง 7 จังหวัด กินระยะเวลาก่อสร้างทั้งหมด 4 ปี มีคุณเป็นผู้ควบคุมโครงการโดยตรง” หัวหน้ากองวางแผนโครงสร้างพื้นฐานอธิบายแทนไทนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นคง“ผมจะทำให้ดีที่สุดครับ”นับจากวันนั้น เขาเริ่มเข้าสู่การทำงานอย่างเต็มรูปแบบในโครงการระดับชาตินี้ แม้จะใช้เวลาก่อสร้างนานถึงสี่ปี แต่ในทุกปี ทุกเดือน และทุกสัปดาห์ของการทำงาน เขาไม่เคยผ่อนแรงหรือปล่อยผ่านรายละเอียดเลยแม้แต่น้อยภายในไซต์งานกลางหุบเ

  • เส้นทางเชื่อมใจ   บทที่ 19 ความสำเร็จที่มามาพร้อมกับคำขอบคุณ

    เช้าตรู่ของวันจันทร์ แสงแดดอ่อน ๆ สาดลอดผ่านผ้าม่านบาง ๆ ที่หน้าต่างห้องพักของแทนไท เขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงไม่ต่างจากวันแรกที่ยืนต่อหน้ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อเสนอโครงการครั้งแรก มือของเขาลูบผ่านปกเสื้อเชิ้ตที่แขวนไว้ข้างเตียงอย่างเบามือ ทุกอย่างต้องพร้อม ทุกอย่างต้องเป๊ะในวันนี้ วันประชุมใหญ่ประจำเดือนของกรมทางหลวงที่สำนักงานใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯแทนไทนั่งอยู่ในห้องประชุมที่เต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่จากหลากหลายแผนกและตัวแทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้าร่วมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ห้องประชุมกว้างใหญ่เงียบกริบเมื่อเสียงประธานเปิดการประชุมจบลง และแทนไทก็ได้รับเชิญให้ขึ้นไปนำเสนอในลำดับแรก“ผมขอเริ่มต้นด้วยโครงการเส้นทางตัดผ่านจากหมู่บ้านปากคลองสำราญไปยังโรงเรียนบ้านทุ่งหญ้าคา จังหวัดพัทลุงครับ” แทนไทกล่าว พลางคลิกเปิดสไลด์ที่เตรียมไว้ภาพแผนที่ถูกฉายขึ้นหน้าจอพร้อมกับกราฟิกที่แสดงเส้นทางที่เด็ก ๆ ต้องนั่งเรือข้ามคลองไปโรงเรียนทุกวัน เสียงซุบซิบเบา ๆ ดังขึ้นจากบางมุม“ปัจจุบัน เด็ก ๆ ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีในการเดินทางไปโรงเรียนในแต่ละวัน ต้องพึ่งเรือโดยสารที่มีอยู่เพียงสองลำ ซึ่งหากฝน

  • เส้นทางเชื่อมใจ   บทที่ 18 ทางเลือกในมือเรากับแสงดาวในหัวใจ

    หลังจากกลับจากหมู่บ้านบนดอย แทนไทเดินทางกลับกรุงเทพฯ ด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่ยิ่งกว่าเดิม ความรู้สึกอบอุ่นจากรอยยิ้มและคำขอบคุณของชาวบ้านยังคงติดตรึงอยู่ในใจของเขา กลิ่นหอมของอาหารพื้นเมือง คำพูดที่แสนจริงใจของผู้ใหญ่บ้าน เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ที่รับขนมจากมือของเขา และสายตาแห่งความหวังจากคนทั้งหมู่บ้าน มันหล่อหลอมใจเขาจนแน่นหนา เขารู้เพียงว่าจะต้องไม่ยอมแพ้ทันทีที่กลับมาถึง เขาจัดโต๊ะทำงาน เปิดโน้ตบุ๊ก และเริ่มลงมือเขียนโครงการเส้นทางลัดจากหมู่บ้านบนดอยสู่ตัวอำเภออย่างจริงจังที่สุดเท่าที่เคยทำมา ทำมันด้วยความรอบคอบมากกว่าครั้งไหน ๆ เขาอ่านเอกสารอ้างอิงซ้ำไปซ้ำมา นั่งวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเทคนิค ทบทวนเส้นทางบนแผนที่ที่เขาศึกษาไว้ทั้งคืนจนกระทั่งดวงตาเริ่มพร่ามัวแต่ในขณะที่เขากำลังจะพักสายตา เขาก็นึกถึงภาพหนึ่งที่ยังคงติดอยู่ในใจตอนที่เขาไปเที่ยวพักร้อนภาคใต้ในช่วงนั้น ภาพของหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อยู่ริมคลองใกล้กับตัวเมืองก็ปรากฏขึ้นในความทรงจำ เด็ก ๆ ในหมู่บ้านแห่งนั้นต้องล่องเรือข้ามคลองเพื่อไปเรียนหนังสือในโรงเรียนอีกฟากฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ ทุกเช้าและเย็นเด็ก ๆ ต้องนั่งเรือไปกลับ บางครั้งน

  • เส้นทางเชื่อมใจ   บทที่ 17 ก้าวเดินด้วยหัวใจและความตั้งใจ

    เสียงเครื่องยนต์รถกระบะสีขาวคู่ใจของแทนไทดังกระหึ่มไปตามถนนที่ลัดเลาะผ่านเนินเขาและหุบเหว เขากำลังเดินทางกลับขึ้นสู่หมู่บ้านบนดอยอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เคยเดินทางมาเมื่อหลายเดือนก่อนเพื่อศึกษาสภาพพื้นที่และฟังเสียงสะท้อนจากชาวบ้านด้วยตัวเอง ครั้งนี้เขามาพร้อมกับความหวังใหม่และแผนงานที่วางไว้อย่างรอบคอบกว่าเดิม พร้อมกับคำมั่นในใจว่า จะต้องทำให้โครงการถนนเส้นทางลัดเชื่อมหมู่บ้านบนดอยกับตัวอำเภอเป็นจริงให้ได้ ไม่ว่าจะยากเย็นแค่ไหนก็ตาม“อาแทนไท!” เสียงเด็กน้อยกลุ่มหนึ่งที่ยืนรออยู่ริมทางหน้าศาลาหมู่บ้านร้องเรียกด้วยความดีใจ เมื่อเห็นชายหนุ่มผู้คุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง แทนไทยิ้มกว้างก่อนจะจอดรถ เขาเปิดประตูลงมาและหยิบถุงขนมหลายถุงออกจากกระบะหลัง แจกจ่ายให้กับเด็ก ๆ อย่างที่เคยทำ“อ้าว มาเร็วเด็ก ๆ ทั้งหลาย ยังจำอาได้กันอยู่ไหมเนี่ย” เขาถามพร้อมเสียงหัวเราะ เด็ก ๆ พยักหน้าอย่างกระตือรือร้น บ้างก็ยื่นมือไปรับขนม บ้างก็โผเข้ากอดเอวเขาไว้แน่น“คราวนี้อามาพร้อมของสำคัญด้วยนะ” แทนไทหยิบแฟ้มเอกสารหนาออกมาจากรถ“จะให้พ่อ ๆ แม่ ๆ ของทุกคนช่วยเซ็นชื่อสนับสนุนโครงการถนนที่จะสร้างตัดผ่านหมู่บ้านของเราไ

  • เส้นทางเชื่อมใจ   บทที่ 16 ถนนที่แม่ไม่เคยเห็น

    แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อนในบ้านไม้สองชั้นหลังเดิมของวิไล หญิงร่างเล็กในวัยชราเดินออกมายังระเบียงหน้าบ้าน หยิบวิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องเก่าที่เปิดฟังเป็นประจำมานั่งฟังข่าวยามเช้า ท่ามกลางเสียงไก่ขัน เสียงลมพัดผ่านยอดไม้ วิไลทอดสายตามองไปยังถนนดินเล็ก ๆ ที่ทอดยาวออกจากหมู่บ้าน ผู้เป็นแม่เฝ้ามองอยู่ทุกวัน ไม่ใช่เพราะเธอคาดหวังจะเห็นลูกชายกลับบ้านโดยไม่บอกกล่าว แต่เพราะนั่นเป็นทางเดียวที่ลูกชายของเธอเคยใช้ก้าวออกไปสู่โลกกว้าง“แทน เอ็งสู้ไหวไหมลูก..” วิไลพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ขณะที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา มองหน้าจอแชตกับลูกชายคนเดียวที่เธอรักที่สุดแทนไท ในวัยสามสิบปลาย ๆ เจ้าหน้าที่วิศวกรชำนาญการพิเศษของกรมทางหลวง หลังจากถูกตักเตือนอย่างเป็นทางการด้วยเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว เขากลับไม่ได้เสียขวัญ หากแต่เขาได้นำเอาเหตุการณ์นั้นกลับมาเป็นบทเรียนสำคัญที่หล่อหลอมวิธีคิดและการวางแผนของเขาให้รอบคอบมากยิ่งขึ้นเช้าวันนี้ แทนไทนั่งอยู่ในห้องทำงานเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยแผนที่ภูมิประเทศ กระดาษโน้ต และหนังสือวิชาการเกี่ยวกับวิศวกรรมโยธา เขาหยิบแผนที่เดิมขึ้นมาดูอีกครั้ง เส้นทางสายที่เขาอยาก

  • เส้นทางเชื่อมใจ   บทที่ 3 ท่อประปาแตกกับน้ำใจที่ไหลไม่หยุด

    ข่าวเรื่องที่แทนไทลูกชายของยายวิไลแม่ค้าขายขนมหวานใช้เงินส่วนตัวและออกแรงซ่อมถนนด้วยตัวเองนั้นถูกเล่าปากต่อปากไปทั่วจนดังข้ามไปยังถึงอีกฝั่งของหมู่บ้าน ผู้คนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสิ่งที่ชายหนุ่มทำนั้นช่างประเสริฐนัก แม้จะเป็นแค่คนธรรมดาตัวเล็ก ๆ ที่ทำงานเป็นเพียงแค่คนงานตามไซต์ก่อสร้างเท่านั้น

  • เส้นทางเชื่อมใจ   บทที่ 6 ถามใจหรือถามหน่วยงาน

    ในบ้านกึ่งไม้สักกึ่งปูนหลังใหญ่หลังหนึ่ง...“ไอ้แทนนี่มันชักจะยุ่มย่ามเกินไปแล้วนะพี่เพิ่ม” อัมพร หญิงวัยกลางออกปากบ่นกับบุญเพิ่มผู้เป็นสามี“นั่นสิ มันนึกอยากทำอะไรก็ทำ ไม่เห็นหัวผู้หลักผู้ใหญ่เลย ชาวบ้านก็เอากับเขาด้วย ลืมไปแล้วมั้งว่าข้าเป็น อบต.” บุญเพิ่ม ต่อว่าต่อขานกลุ่มคนในหมู่บ้านยกใหญ่ เขา

  • เส้นทางเชื่อมใจ   บทที่ 5 สะพานไม้สุดท้ายก่อนล้ม

    ชีวิตในแต่ล่ะวันของแทนไทยังคงเป็นไปตามปกติ เขายังคงไปทำงานที่ไซต์งานก่อสร้างเหมือนเดิม และพอตกเย็นเลิกงานก็ตรงกลับบ้านทันที นิสัยของแทนไทไม่ค่อยเหมือนกับคนส่วนมากที่อยู่วัยเดียวกัน เขาไม่เคยเถลไถลไปที่อื่น เวลาวันหยุดหรือวันเงินเดือนก็ไม่เคยไปสังสรรค์ต่อที่ไหน แทนไทมักปฏิเสธตลอด จนทุกคนนั้นเป็นอันร

  • เส้นทางเชื่อมใจ   บทที่ 4 แผนที่ในสมุดขาด ๆ

    “ไอ้แทน วันนี้ข้าจะเข้าเมืองไปซื้อของ เอ็งจะเอาอะไรไหม” วิไลเอ่ยถามแทนไท“เดี๋ยวนะแม่ นี่มันเพิ่งจะตี 5 เองนะ ออกไปแต่เช้ามืดขนาดนี้เลยเหรอ” แทนไทที่กำลังสะลึมสะลือควานหาโทรศัพท์มือถือเพื่อมาดูเวลา“เออ ก็ต้องรีบออกแบบนี้แหละ ก็หมู่บ้านเรามันไกลจากในเมืองมากเอ็งก็รู้ ถ้าไม่รีบออกตอนนี้ กว่าจะไปถึง

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status