หน้าหลัก / มาเฟีย / เหนือทัณฑ์ร้ายมาเฟีย / บทที่ 6 ศัตรูโดยธรรมชาติ

แชร์

บทที่ 6 ศัตรูโดยธรรมชาติ

ผู้เขียน: Thrymr
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-16 03:05:11

ถูกหมายหัว

ตั้งแต่จำความได้ ทายาทตระกูลหวังอย่างเธอเคยถูกหมายหัวมานับครั้งไม่ถ้วน ทว่าไม่เคยมีครั้งไหนที่น่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงได้เท่าครั้งนี้ ไม่เคยมีศัตรูคนไหนบรรลุจุดประสงค์ได้เฉียดใกล้แม้แต่ปลายเส้นผมของเธอ

ยกเว้นเขา…

สัมผัสอันตรายจากฝ่ามือแกร่งยังคงคั่งค้างอยู่บนลำคอระหง

เจ้าของร่างเล็กสูดลมหายใจลึกเข้าเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนที่เสียงล้อวีลแชร์จะดังกระทบพื้นกระเบื้องหินอ่อนไปตามทิศทางที่แขกผู้มาใหม่นั่งอยู่

คุณชายรองลูเธอร์มองงานในมือด้วยสายตาเรียบเฉย เสียงนุ่มของกระดาษยามถูกพลิกช้า ๆ ดังแผ่วเบาทำให้บรรยากาศชวนหวาดหวั่นก่อนหน้าลดทอนลงไปได้มาก ทว่าบรรยากาศรอบตัวเขายังคงอบอวลไปด้วยความเย็นเยือกอันตรายเช่นทุกครั้ง

นัยน์ตาสีเทาเฮมาไทต์ที่หลุบลงภายใต้ขนตาที่เรียงตัวเป็นระเบียบภายใต้กรอบแว่น ราวกับมีแรงดึงดูดมหาศาลที่สามารถตรึงสายตาของหญิงสาวไว้ได้ทุกครั้ง

เอลล่าหวังไม่สามารถละสายตาจากชายตรงหน้าได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว กระทั่งความเงียบทำหน้าที่ของมันมาได้สักระยะ และมาเฟียใหญ่ตรงหน้าขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบถเล็กน้อย หญิงสาวจึงตัดสินใจเปรยถาม

“เป็นไงบ้างคะ?” ฝ่ายถูกถามละสายตาจากภาพงานตัวอย่างในมือก่อนจะเบนนัยน์ตาลึกลับมามองเธอ ดวงตาคู่คมหลังกรอบแว่นใสยังคงนิ่งขรึมยากจะหยั่ง

“ไม่รู้สิครับ ผมเข้าไม่ถึงอะไรแบบนี้” คนตัวเล็กย่นคิ้วสีอ่อนเล็กน้อยเมื่อได้ฟังคำตอบของอีกฝ่าย แม้จะพอดูออกว่าเขาไม่ได้มีใจให้งานนี้และมีระยะกับเธออย่างชัดเจน ทว่าไม่รู้ทำไมเธอถึงอยากรู้จักตัวตนเขามากขึ้น

รวมถึง ‘กฎ’ ที่ว่านั่นด้วย…

“คุณเนธานน่านับถือดีนะคะ” ฝ่ายถูกชมกะทันหันเลิกคิ้วเล็กน้อย

“ยังไงครับ”

“ก็ขนาดไม่อินกับงานนี้ยังสละเวลามา ทั้งที่จะปฏิเสธก็ได้”

สิ้นประโยคนั้น นัยน์ตาสีเทาลึกลับก็ตวัดมองอีกฝ่ายเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับนิ่ง ๆ

“ผมได้รับความไว้วางใจจากนายท่านให้ทำงานนี้ ละเลยหน้าที่ผมก็แย่สิครับ” ถ้วยชารสเลิศตรงหน้าถูกยกขึ้นมาจิบอีกครั้ง ขณะที่มืออีกข้างก็พลิกกระดาษหน้าถัดไป

“ค่ะ ไว้ฉันจะบอกคุณราฟาเอลนะคะ ว่าคุณยักษ์ อ่า…คุณเนธานตั้งใจทำงานนี้มากแค่ไหน” ถ้วยน้ำชาถูกวางลงบนจานรองแผ่วเบา ขณะที่มุมปากได้รูปขยับยกแล้วเปรย

“จะเล่าแค่เรื่องงานเหรอครับ”

“กลัวฉันฟ้องว่าคุณ ‘บีบคอ’ ฉันเหรอคะ”

“ครับ” สิ้นเสียงนั้น เอลล่าหวังก็ยู่หน้าเล็กน้อย เพราะคำตอบของอีกฝ่ายมันปลอมโคตร ๆ ท่าทางหย่อนอารมณ์ของคนตรงหน้าไม่ได้สะท้อนความกลัวนายเหนือหัวลูเธอร์ออกมาเลยแม้แต่น้อย

วินาทีนั้นเอลล่าหวังได้เรียนรู้เกี่ยวกับรองบอสลูเธอร์หนึ่งอย่าง คือเขาเป็นหนึ่งในประเภท ‘กวนประสาทหน้าตาย’

นานหลายนาทีที่เครื่องหน้าคมคายยังคงก้มพลิกกระดาษในมือดูรายละเอียดงานตัวอย่างต่อ

ไหนเขาบอกว่าเข้าไม่ถึง…

แล้วทำไมถึงตั้งใจขนาดนั้น…

แม้ในใจจะอยากชวนคุยมากกว่านี้ ทว่าสัญชาตญาณส่วนลึกกลับเอาแต่ส่งสัญญาณเตือน ว่าวันนี้เธอควรหยุดกวนใจเขา

จริงอยู่ว่าที่นี่คือถิ่นของตระกูลหวัง แม้พี่ชายเธออย่าง ‘มาร์คัส หวัง’ จะไม่อยู่ เพราะมัววุ่นกับเรื่องของอดีตว่าที่คู่หมั้นอย่าง ‘บรูคลิน’ กับ ‘วาเลนเซีย’ ทว่าลูกน้องตระกูลหวังก็ไม่ได้บางตา

หากแต่คนตรงหน้าเธอคือรองบอสตระกูลมาเฟียมากอิทธิพลของเอเชีย ระยะห่างเพียงเท่านี้มีหรือที่เขาจะพลาดหากอยากจัดการเธอขึ้นมาจริง ๆ

เมื่อตาชั่งภายในหัวหยุดประมวลผล เรียวมือเล็กจึงยื่นไปหยิบช่อดอกไม้สีขาวที่อีกฝ่ายถือติดมือมาทุกครั้งขึ้นมา หวังจะจัดใส่แจกันระหว่างนั่งรอเขาพินิจงานตัวอย่าง

ยิปโซฟิลล่าที่เธอโปรดปราน…

เอลล่าใช้เวลาหลายนาทีจัดเรียงก้านดอกไม้สดลงแจกันคริสตัลที่วางอยู่บนโต๊ะไม้เนื้อดีหน้าโซฟา ทันทีที่เรียวมือสวยดึงดอกไม้กลีบเล็กสีขาวออกจากกระดาษห่ออย่างเบามือ เพื่อให้รับแสงแดดอ่อน ๆ ที่ลอดผ่านกระจกเข้ามา เกสรละเอียดสีขาวละมุนก็ฟุ้งกำจายในอากาศทันที

วินาทีนั้นชายผู้ซึ่งมีทุกการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบของความสงบนิ่งพลันชะงักค้าง นัยน์ตาสีเฮมาไทต์กะพริบแผ่ว เครื่องหน้าเรียบเฉยเคลื่อนไปด้านข้างเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ ทว่าสายตาคู่คมยังคงวางนิ่งอยู่บนกระดาษแผ่นสุดท้ายในมือแกร่ง

แม่ง…

เปลือกตาสีอ่อนพับลงตามสัญชาตญาณ หวังกดข่มอาการแพ้ที่ถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง ขณะที่กล้ามเนื้อรอบปลายจมูกเริ่มกระตุกช้า ๆ

มาเฟียหนุ่มเค้นเอาความอดทนทั้งชีวิตมารวมกันในวินาทีนั้น ร่างกายสูงใหญ่ยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับ พยายามต่อสู้กับกลไกของร่างกายที่อยากจามเอาสิ่งแปลกปลอมออกมาเต็มทนอย่างเงียบ ๆ

ก็ถ้าหากว่าเขาปล่อยให้ตัวเองจามต่อหน้ายัยคุณหนูที่โปรดปรานการเอาชนะไม่แพ้บรรดาพี่ชาย…

ถ้าหากเขาถูกยัยเด็กตรงหน้าหัวเราะเยาะ เพราะดันเผยจุดอ่อนออกมาอย่างน่าอาย…

ความน่าเชื่อถือและศักดิ์ศรีในฐานะรองบอสลูเธอร์คงปลิวหายไปพร้อมไอ้เกสรดอกไม้เวร ๆ นั่น

ฉะนั้น…

นัยน์ตาคมกริบขุ่นขึ้นเล็กน้อยด้วยความรำคาญใจ ที่ไม่อาจควบคุมร่างกายของตนได้ในที่สุด มือแกร่งข้างหนึ่งที่วางอยู่บนพนักโซฟากำรวบเข้าหากันแน่นเข้าจนขึ้นข้อขาว และก่อนที่ละอองเกสรสีขาวจะปลิวมาแตะปลายจมูกโด่งของเขาอีกครั้ง เขาก็…

หมับ!

 ราวกับถูกกั้นออกจากโลกทั้งใบ…

เสียงทุกเสียงอันตรธานไป เหลือเพียงเสียงอื้ออึงภายในหัวเมื่อฝ่ามือแกร่งตวัดคว้าหลังต้นคอระหงกะทันหัน สัมผัสเย็นเยือกจากปลายนิ้วปะทะลำคออ่อนนุ่ม ก่อนที่ริมฝีปากได้รูปจะกดลงมาแนบสนิทกับกลีบปากนุ่มสีหวาน…โดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว

สัมผัสกะทันหันเมื่อครู่สร้างแรงกระเพื่อมบางอย่างซึ่งแรงพอที่จะกระตุ้นหัวใจดวงน้อยให้เต้นสับสนไม่เป็นจังหวะได้อย่างง่ายดาย

เนิ่นนานเท่าไรไม่รู้ที่ริมฝีปากอิ่มสวยถูกคนมากอำนาจกว่าฉกฉวยครอบครอง เธอรู้เพียงแค่ว่าวูบหนึ่งท่ามกลางความเงียบภายในห้องถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่อีกฝ่ายพยายามกลั้นเอาไว้…

วินาทีนั้นเอลล่าหวังรู้สึกราวกับตัวเองเป็นหยดน้ำเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ ร่วงหล่นลงไปในธารลาวาร้อนระอุ ขณะกำลังจะระเหยเป็นไอ ความหอมอบอุ่นจากร่างกายสูงใหญ่ของอีกฝ่ายกลับกำจายโอบอุ้มเธอไว้

อ่า…

ตึกตัก…ตึกตัก…

ไม่รู้ว่าเพราะเสียงหัวใจดวงน้อยที่กระหน่ำเต้นบ้าคลั่งจนน่ารำคาญ หรือเพราะเรียวมือเล็ก ๆ นั่นที่เอาแต่กำชายเสื้อสูทของเขาจนมันเกิดรอยยับที่ทำให้เรียวคิ้วเข้มขยับย่นเข้าหากัน เปลือกตาสีอ่อนกะพริบเบา ๆ ไล่ความรำคาญใจออกไปทั้งที่ยังคงกดแนบริมฝีปากเอาไว้แบบนั้น

กลิ่นอ่อนจางของเกสรดอกไม้เจ้ากรรมค่อย ๆ จมหายในรสสัมผัสที่ซับซ้อนของริมฝีปากสีหวานและความชิดใกล้เกินสถานะคนที่เพิ่งจะร่วมงานกัน

ที่สุดแล้ว ร่างสูงใหญ่จึงผละออก…

เนธานเอนตัวกลับไปนั่งพิงพนักโซฟาอย่างสง่างาม ราวกับเมื่อครู่เขาไม่ได้ขยับเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่มือแกร่งจะเอื้อมมาหยิบแฟ้มผลงานกลับขึ้นมาใหม่อย่างสงบนิ่งโดยไม่แม้จะมองหน้าอีกฝ่ายด้วยซ้ำ

ไม่นานสุ้มเสียงทุ้มต่ำเย็นเยือกที่ทำเอาเส้นประสาททั้งร่างของคนตัวเล็กกว่าสั่นระริกก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“อย่า ‘อ่อย’ ผม ด้วยการจัดดอกไม้นั่นใส่แจกันอีก”

ประโยคเย็นชาราวกับมีดปลายแหลมตัดผ่านอากาศนิ่ง ๆ นั้นน่าตกใจไม่น้อย เป็นอีกครั้งที่คนพูดดูเฉยชาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่เขาเพิ่งจะ…

อ่า…

เอลล่าหวังกะพริบตาถี่ พลางมองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ อย่างคนที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองเพิ่งโดนต่อว่า

หรือเพิ่งโดน…จูบ

เมื่อครู่มันเรียกว่าจูบได้ไหมเธอเองก็ไม่แน่ใจ

ครั้นกำลังจะแย้งว่าการกระทำเมื่อครู่และการกล่าวหาว่าเธอ ‘อ่อย’ เขาเป็นการกระทำที่ล้ำเส้นไปมาก ทว่าสายตาที่มองมาของเขาทำให้หญิงสาวต้องกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอ

ความอึดอัดโรยตัวเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งพื้นที่ในวินาทีนั้น ริมฝีปากเอลล่ายังร้อนผ่าวจากสัมผัสเหนือความคาดหมายก่อนหน้า หญิงสาวหลุบสายตามองเสื้อสูทของเขาที่ยังมีรอยยับจากฝีมือของเธอ รอยยับนั้นเสมือนตราประทับรอยบาปของคนที่บังอาจแตะต้อง…ซาตาน

อ่า…เลี่ยงก่อนดีกว่า

“ฉันว่าฉันต้องไปทำกายภาพแล้วค่ะ” เพราะหากยังนั่งอยู่ตรงนี้ เธอก็ไม่รู้แล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันแบบใดขึ้นอีก

สิ้นประโยคนั้น มาเฟียหนุ่มก็ปรายสายตาคู่คมมองเจ้าของดวงหน้าซับสีระเรื่อเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำแบบที่ยังคงไว้ซึ่งความสุขุมเยือกเย็น

“Pocket Square เปื้อนสี รอยยับบนเนกไทและชายเสื้อยับ ๆ นี่…” ท้ายประโยคถูกเว้นไว้ ก่อนที่ร่างสูงสง่าเปี่ยมอำนาจจะหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

คุณหนูตระกูลหวังหันไปสบประสานกับนัยน์ตาเย็นเยือกของแขกคนสำคัญอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคที่ทำเอากองไฟเล็ก ๆ บนหัวเธอลุกโชน

“…ผมจะถือว่าเมื่อกี้คุณจ่ายคืนผมในราคาที่ ‘ทัดเทียม’ แล้วกันนะครับ”

เดี๋ยวนะ…

ทัดเทียม?

เหลือจะเชื่อ คนคนนี้ตีราคา ‘จูบแรก’ ของเธอต่ำกว่าราคาสิ่งของนอกกายพวกนั้นเนี่ยนะ!

ทว่าก่อนที่คนตัวเล็กกว่าจะทันได้เอ่ยทัดทาน ร่างสูงใหญ่เย็นชาก็หันหลังกลับ ก่อนที่ฝีเท้านิ่งขรึมแต่ทรงอำนาจจะก้าวเดินออกจากประตูเรือนกระจกแห่งนี้ไปอย่างมั่นคง โดยทิ้งความรู้สึกสับสนระคนหัวร้อนไว้ที่เจ้าบ้านอย่างเอลล่าไว้อย่างมากมาย

เสียงเปิดประตูรถดังแผ่วก่อนที่รองบอสลูเธอร์จะก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่เบาะหลัง เสี้ยวหน้าคมคายที่อ่านอารมณ์ไม่ออกหันออกไปนอกหน้าต่างรถ มองผ่านกระจกนิรภัยสีทึบไปยังเรือนกระจกด้านหลังที่ยังมีใครบางคนอยู่ตรงนั้น

ปลายนิ้วแกร่งกระชับเนกไทให้เข้าที่เพียงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

“ไปท่าเรือ”

Bentley Flying Spur เริ่มเคลื่อนตัวออกจากเขตไร่ไวน์ตระกูลหวัง ทว่าเพียงไม่นานหลังจากนั้น น้ำเสียงนิ่ง ๆ ที่คล้ายจะเป็นแค่คำสั่งธรรมดาก็ดังขึ้นภายในห้องโดยสารอีกครั้ง

“แดเนียล”

“ครับคุณชาย” มือขวาคนสนิทที่ขับรถให้ขานรับทันที

มาเฟียหนุ่มไม่ได้หันไปมองลูกน้อง สายตาคู่คมยังคงทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ขณะที่ริมฝีปากได้รูปขยับออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าเด็ดขาด

“กว้านซื้อดอกยิปโซฟิลล่าในเขตปกครองลูเธอร์ทั้งหมด” ได้ยินดังนั้น แดเนียลก็ขมวดคิ้วผ่านกระจกมองหลังเพียงครู่ ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมานิ่งขรึมตามปกติ

“ทั้งหมดเลยเหรอครับ?”

“ทั้งหมด…”

“…”

“…แล้ว ‘เผา’ ทิ้งซะ”

คำสั่งนั้นของผู้เป็นนายฟังดูแทบไม่มีอารมณ์ใด ๆ ร่วม ปราศจากโทสะ ไม่มีแม้ความเร่งเร้าหรือความสนุกสะใจ แต่ก็ชัดเจนว่ามันทั้งจริงจังและเฉียบขาด

“ครับคุณชาย”

สิ้นเสียงตอบรับ คำสั่งของผู้เป็นนายก็ถูกส่งต่อไปยังฝ่ายปฏิบัติใต้อำนาจของแดเนียลผ่านเครื่องมือที่ทันสมัยเพียงแค่ใช้เสียงออกคำสั่งทันที ขณะที่เจ้านายผู้มากบารมีเอนตัวพิงเบาะด้วยท่าทางที่ยังคงไว้ซึ่งความนิ่งขรึมและสง่างามไม่เปลี่ยน

ระหว่างที่รถเคลื่อนตัวตรงไปยังท่าเรือ แดเนียลลอบมองผู้เป็นนายผ่านกระจกในบางครั้งที่พยายามครุ่นคิดว่าดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์นั้นผิดอะไร ยิ่งเป็นดอกไม้ที่นายเหนือหัวลูเธอร์ให้ความสำคัญเพราะเป็นสื่อกลางในการแสดงความเป็นห่วงคุณหนูตระกูลหวังด้วยแล้ว

คุณชายรองยิ่งไม่ควรทำลายมัน…

Thrymr

ฝากกดติดตามนามปากกา Thrymr ด้วยนะคะ

| ชอบ
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เหนือทัณฑ์ร้ายมาเฟีย   บทพิเศษส่งท้าย โชคชะตาที่ยินดีโอบกอด

    แสงแดดอ่อน ๆ คล้อยบ่ายลอดผ่านผ้าม่านลูกไม้สีขาวสะอาดตาของสตูดิโอวาดภาพ วาดเงาอ่อนนุ่มลงบนผืนผ้าใบที่เอลล่ากำลังบรรจงแต่งแต้มด้วยพู่กันแบรนด์โปรด ทุกการลากเส้นเต็มไปด้วยความรักและจิตวิญญาณในนั้นขณะที่กำลังใช้สมาธิไปกับงานตรงหน้า เสียงเปิดประตูเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ภูมิฐานในสูทสีเทาเข้มจะก้าวเข้ามา เครื่องหน้าคมคายและแววตาที่เหนื่อยล้าบ่งบอกถึงภาระที่ต้องแบกรับ ทว่าเมื่อเห็นคนรัก โลกทั้งใบก็ราวกับถูกโอบอุ้มไว้ด้วยความอ่อนหวานนั้นเป็นปกติในทุก ๆ วันที่หลังวางงานและภาระที่หนักอึ้งไว้หลังบานประตูห้องทำงาน มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอำนาจจะต้องรีบกลับมาเติมภรรยาคนสวยก่อนทำสิ่งอื่นเสมอช่วงขาแกร่งเดินเข้ามาเงียบ ๆ แล้วโน้มตัวกอดคนดีขาของเขาจากด้านหลัง แผ่นอกแข็งแรงแนบชิดแผ่นหลังบอบบาง แขนแข็งแรงโอบรอบเอวคอด พร้อมซุกเครื่องหน้าหล่อเหลาคมคายลงกับซอกคอขาวแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับกลิ่นกายของเธอคือที่พักพิงเดียวที่ปลอบโยนเขาจากความเหนื่อยล้าได้“แดดดี๊ หนูทำงานอยู่นะคะ”เอลล่าเอ่ยเสียงเบา ทว่าริมฝีปากอิ่มกลับวาดรอยยิ้มหวาน มือข้างที่ว่างของเธอลูบแก้มสามีอย่างอ่อนโยนพร้อมเอียงศ

  • เหนือทัณฑ์ร้ายมาเฟีย   บทพิเศษ 16 วังวนสีเฮมาไทต์ [2]

    “อื้อ…แดดดี๊…”คนในอ้อมกอดครางหวาน อีกทั้งร่างกายเล็กก็บิดหนีสัมผัสที่สร้างความเสียวซ่านตามสัญชาตญาณ มือเล็กของเธอกำแน่นบนลาดไหล่กว้าง“อยากเสร็จใช่มั้ย หืม… งั้นก็ครางหวาน ๆ ให้ผมฟังอีกสิ”คำพูดดิบหยาบที่แทรกเข้ามาพร้อมกับสัมผัสร้อนแรงทำให้เอลล่าหวังแทบหลอมละลายในอกเขา เธอเผลอซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านของหัวใจดวงแกร่งที่เต้นแรงไม่ต่างกันมาเฟียหนุ่มยกเธอขึ้นนั่งบนขอบอ่างทั้งที่กลางกายยังเชื่อมต่อกัน ก่อนจะก้มลงครอบครองยอดอกสีสวย เรียวลิ้นร้อนของเขาตวัดไล้เลียตุ่มไตสีหวานสลับกับการดูดดึงหนักหน่วงตามแรงอารมณ์ที่ไต่ระดับสูงขึ้นทุกวินาที“สะ…เสียวเกินไป…”ฝ่ายถูกปรนเปรอซ้ำ ๆ ครางเสียงสั่นพร่า นั่นยิ่งทำให้สะโพกแกร่งส่งแรงกระทั้นเข้าออกเน้นลึกยิ่งขึ้นครั้งแล้ว ครั้งเล่า…จนเสียงลามกในจังหวะหนักหน่วงดังประสานไปกับเสียงแมลงยามค่ำคืน“หน้าแบบนั้นมันโคตรยั่วผัว”เขาเงยหน้าขึ้น สบตาเธอด้วยสายตาที่แทบจะกลืนกินคนตรงหน้าเข้าไปทั้งตัว“อะ อื้ออ”“อ่าห์ แม่ง…”แก้มเธอแดงจัดเพราะความรู้สึกถูกครอบครองที่แล่นพล่านไปตามหลอดเลือด น้ำเสียงทุ้มต่ำของคนบนร่างกลายเป็นโซ่ตรวนล่ามร่างกายเล

  • เหนือทัณฑ์ร้ายมาเฟีย   บทพิเศษ 16 วังวนสีเฮมาไทต์

    อากาศช่วงดึกเย็นลง ผืนฟ้าย้อมด้วยแสงดาวพราวระยับ ไร่ไวน์ที่ทอดยาวออกไปเงียบสงบ มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนคลอเคล้าอยู่รอบข้าง ไฟสลัวตามทางเดินทอดยาวนำเข้าสู่สระน้ำอุ่นกลางแจ้งที่เชื่อมกับห้องนอน กลิ่นไวน์อ่อน ๆ ผสมกลิ่นหอมสดชื่นของไม้เลื้อยที่โอบล้อมส่งให้บรรยากาศโรแมนติกขึ้นเป็นเท่าตัวคุณชายรองลูเธอร์อุ้มภรรยาคนสวยมาหยุดอยู่ตรงขอบอ่าง ก่อนที่น้ำในอ่างจะกระเพื่อมยามที่ร่างของทั้งคู่ก้าวลงไป ร่างสูงโอบรัดเธอไว้แนบอก เสื้อผ้าถูกถอดออกทีละชิ้นจนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่เสียดสีกันภายใต้น้ำอุ่น ไอร้อนประสานกับไอปรารถนาจนร่างกายคนทั้งคู่สั่นสะท้านนัยน์ตาคู่คมทอประกายล้ำลึก เอลล่ารู้ดีว่ามันคือสายตาของผู้ชายที่กำลังอดทนอดกลั้นอย่างยากลำบาก“แดดดี๊ของหนูเซ็กซี่จัง”น้ำเสียงหวานก้องเบาในอากาศ เหล้าบ๊วยที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือดทำให้เธอมีความกล้าพูดออกมาอีกครั้ง อีกทั้งริมฝีปากอวบอิ่มยังกระตุกยิ้มเย้ายวนเล็กน้อย“อยากให้รักหนูแรง ๆ แล้วค่ะ”คำพูดนั้นเบาแทบกลืนไปกับลมหายใจ ทว่ามีน้ำหนักพอจะทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกไหววูบซ้ำ ๆ เนธานหลุบตามองคนในอ้อมแขน คนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยทำหล่นหายไปจากชี

  • เหนือทัณฑ์ร้ายมาเฟีย   บทพิเศษ 15 ไร่ไวน์และเหล้าบ๊วย

    ปิดเทอมฤดูร้อนอากาศยามบ่ายในหุบเขาอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของดินและผลไม้สุก แสงแดดอ่อน ๆ อาบไล้บนเนินเขาที่เรียงรายด้วยแถวองุ่นยาวเหยียดไร้ที่สิ้นสุด คฤหาสน์สไตล์ยุโรปที่ตั้งอยู่กลางไร่ไวน์เป็นเสมือนหัวใจของตระกูลหวัง สถานที่ซึ่งทุกคนกลับมาพบหน้ากันอีกครั้งในทุก ๆ เดือนเสียงหัวเราะสดใสของเด็ก ๆ ดังก้องไปทั่วลานสนามหญ้า เสียงฝีเท้าเล็กกระทบหญ้าอ่อนดังเป็นระยะสร้างสีสันให้ไร่ไวน์แห่งนี้ได้เป็นอย่างดีอลิเซีย หวังและฟรานซิส เด็กชายและหญิงวัยห้าขวบวิ่งแข่งกันไปตามทางเดินระหว่างแปลงองุ่นที่ทอดยาว ขณะที่แอชตัน หวัง พี่ชายคนโตวัยเจ็ดขวบคอยวิ่งตามอย่างไม่ยอมแพ้“ซินซิน ฟานฟาน รอเฮียด้วย!”มังกรเบบี๋คนโตเรียกน้องทั้งสองดังลั่นไปทั้วทั้งไร่ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะสดใสของเหล่าทายาทมังกรตัวจิ๋วห่างออกไปไม่ไกล ตรงลานกว้างหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ คุณปู่ คุณย่า และสมาชิกคนอื่น ๆ ในตระกูลหวังต่างยืนมองหลาน ๆ ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุขคุณย่าที่อายุมากขึ้นแต่ยังสง่างามไม่เปลี่ยนคอยเอ่ยเตือนหลาน ๆ ด้วยน้ำเสียงใจดี“อย่าไปไกลมากนะลูก”ขณะที่มือไม้ก็ไม่อยู่นิ่ง คอยกวักเรียกหลาน ๆ ให้มาหา ก่อนจะป้อน

  • เหนือทัณฑ์ร้ายมาเฟีย   บทพิเศษ 14 เฉิงฟาน ธำรงอัศววัฒน์

    เสียงหัวเราะของเด็กชายตัวเล็กดังขึ้นตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงเช้าเสียงเล็กนั้นดังพอจะปลุกคนทั้งบ้านให้ตื่นได้ แม้แต่เจ้าลูฟี่ หมาพันธุ์โกลเด้นรีทีฟเวอร์วัยสี่เดือนที่ปกติจะซุกตัวอยู่บนที่นอนนุ่มหน้าประตู ก็ยังต้องลุกขึ้นมาสะบัดหางต้อนรับความโกลาหลประจำวัน“ฟานฟานครับ เดินช้า ๆ ครับลูก”เสียงของเอลล่าเอ่ยขึ้นพร้อมเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ที่วิ่งตุบตับผ่านโซฟา ก่อนที่ร่างกลมในชุดนอนลายการ์ตูนโปรดจะพุ่งหลบเข้าไปหลังโซฟาอย่างไม่กลัวเจ็บ“หม่ามี้ครับ ลูฟี่จะกินบิสกิตของฟานฟาน”“ลูฟี่เห็นเบบี๋วิ่งไงคะ เขาอยากเล่นด้วย”เอลล่าผ่อนลมหายใจ พลางยกมือกุมขมับ ทว่ารอยยิ้มเอ็นดูก็ผุดขึ้นบนดวงหน้าหวานอย่างห้ามไม่อยู่ไม่นานรองบอสลูเธอร์ก็เดินมาจากโซนบาร์ช้า ๆ ในชุดเสื้อยืดสีเทาอ่อนกับกางเกงสบาย ๆ มือข้างหนึ่งถือแฟ้มงาน อีกมือถือแก้วกาแฟ กลิ่นหอมของมันตัดกับกลิ่นอาหารเช้าที่เอลล่ากำลังทำให้ลูกชายมาเฟียหนุ่มหยุดมองภาพตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ลูกชายวัยห้าขวบที่ยืนถือตุ๊กตาหมีไว้ในมือซ้าย มือขวาถือบิสกิตชิ้นเล็ก ส่วนเจ้าลูฟี่ก็นั่งจ้องของกินในมือเด็กน้อยตาแป๋ว“เช้านี้เริ่มจากศึกแย่งขนมอีกแล้วเหรอ”เขาพูดเสียงเรียบ ทว

  • เหนือทัณฑ์ร้ายมาเฟีย   บทพิเศษ 13 หากเจ็บแทนได้…ก็ยิ่งกว่ายินดี [2]

    ทั้งคู่จุมพิตกันอีกครั้ง เขาโอบกอดเธอไว้แน่น ก่อนจะประคองร่างบางออกมานอนข้างลูกน้อยที่กำลังท่องโลกนิทราหากอุ้มได้เขาจะไม่ยอมให้ภรรยาเดินให้เหนื่อยแม้แต่น้อย ทว่าหลังผ่าคลอด การเดินบ่อย ๆ ย่อมส่งผลดีกับแผลผ่าตัดมากกว่า ด้วยความเหนื่อยล้าสะสม เอลล่าหลับในอ้อมกอดสามีอย่างง่ายดาย ทว่าผู้เป็นสามีกลับไม่กล้าแม้แต่จะพับเปลือกตาลงตั้งแต่วันแรกที่ลูกน้อยคลอด เป็นเขาที่คอยเฝ้ายาม อีกทั้งยังคอยเช็กลมหายใจเบบี๋ทุก ๆ ชั่วโมงราวกับคนวิตกกังวล ก่อนจะจบด้วยการจุมพิตพวงแก้มอวบนุ่มแผ่วเบา เวลาช่วงดึกของคืนแรกในบ้านอบอุ่นหลังนี้ดำเนินไปอย่างเรียบเรื่อย ครั้นฟรานฟานวัยห้าวันสะดุ้งตื่นร้องไห้กลางดึก ผู้เป็นพ่อที่ไม่ยังเฝ้ายามก็เด้งตัวลุกขึ้นทันทีอย่างไม่รีรอ มือแกร่งอุ้มลูกออกจากเปล จัดการเปลี่ยนผ้าอ้อมคุณชายรองลูเธอร์จัดแจงทุกอย่างเงียบ ๆ ด้วยความคล่องแคล่วโดยไม่รบกวนภรรยาที่กำลังหลับพักผ่อน ก่อนจะกล่อมลูกน้อยกระทั่งหลับไปอีกครั้งค่ำคืนแรกของสามชีวิตที่บ้านผ่านไปอย่างราบรื่น ทุกสิ่งที่เรียนรู้มาจากพยาบาลเขาทำมันได้เป็นอย่างดีเวลาล่วงเลยไปจวบจนเช้ามืด เนธานยังนั่งทำงาน พร้อม ๆ กับคอยเฝ้ายามให้ดวงใจ

  • เหนือทัณฑ์ร้ายมาเฟีย   บทที่ 31 เบาะแส

    แสงสลัวของไฟนีออนที่กะพริบติด ๆ ดับ ๆ ทอดเงายาวบนพื้นคอนกรีตที่เย็นชื้นของปลายฤดูหนาว กลิ่นฝุ่นที่ผสมปะปนกับกลิ่นน้ำมันเก่ายังคงลอยอบอวล แม้ในโรงรถร้างชั้นใต้ดินแห่งนี้จะไม่มีรถจอดอยู่เลยสักคัน ทว่าเสียงหยดน้ำจากท่อสนิมก็ชวนให้รู้สึกเหมือนมีใครซ่อนตัวอยู่ในเงามืดตลอดเวลาคุณชายไคเซอร์ยืนกอดอกพิงเสา

  • เหนือทัณฑ์ร้ายมาเฟีย   บทที่ 27 สนามอารมณ์ [2]

    เอลล่าเลื่อนปลายนิ้วเปิดไฟล์หลักฐานทั้งหมดที่เขาเคยส่งมาให้อีกครั้ง หลักฐานที่ชี้ว่าตระกูลหวังและเธอมีส่วนทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งตาย ข้อมูลเหล่านั้นยังคงกรีดลึกลงหัวใจเธอได้อย่างสาหัส ความรู้สึกผิดผสมกับความสับสนไม่เข้าใจตีรวนอัดแน่นกลางโพรงอกทุกครั้งที่เปิดดูมันในความทรงจำของเธอ วันนั้นมีเพียงอุบัติเ

  • เหนือทัณฑ์ร้ายมาเฟีย   บทที่ 26 ทะเยอทะยาน

    แสงไฟสลัวในห้องนอนทอดเงาอุ่น ๆ ลงบนเรือนร่างซ่อนรูปเปลือยเปล่าที่ถูกบังคับให้นอนหงายติดผ้าปูสีขาวสะอาด เอลล่าขยับกายดิ้นขืนไขว่คว้าหาอิสระ โดยที่ไม่รู้เลยว่าการกระทำนั้นยิ่งทำให้บ่วงที่พันธนาการเจ้าตัวอยู่แน่นขึ้นทุกขณะ“ยะ…อย่าเลียนะ อื้อออ~”ไม่ทัน…คุณหนูตระกูลหวังร่วงหล่นลงไปในห้วงพันธนาการของซ

  • เหนือทัณฑ์ร้ายมาเฟีย   บทที่ 25 หมากัด

    กลางดึกคืนเดียวกันห้องพักชั้นสูงสุดของโรงแรมในเครือลูเธอร์เงียบสงัด มีเพียงเสียงแอร์เย็นจัดที่พ่นลมออกมาอย่างสม่ำเสมอ เอลล่าที่เพิ่งผ่านวันอันหนักหน่วงเอนกายอยู่บนเตียงกว้าง โทรศัพท์ในมือเปิดวิดีโอเบาสมองเรื่อยเปื่อย ทว่าหัวใจดวงน้อยกลับไม่ยอมสงบลงเลยสักนิดเหตุการณ์ในห้องประมูลยังคงฝังตัวเป็นเงาด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status