로그인รถแวนของผอ.ทัพฟ้าจอดยังโรงรถบริเวณบ้านไม้ของภาคี แฟนหนุ่มอนาคตไกลของลูกสาวจึงเดินมาต้อนรับอีกครั้ง
"ผมจะพาไปดูห้องนอนครับ"
"อืม บ้านสวยมากเลยภาคี แล้วนี่เธอปลูกเองเหรอ" ผอ.ทัพฟ้ามองความใหญ่โตของบ้านไม้สไตล์แปลกตาที่เหมือนกับบ้านฝรั่งในต่างประเทศ
"ครับ ผมเป็นคนออกแบบเองแล้วก็ควบคุมการก่อสร้างเอง"
"โห คนเก่ง เก่งสุดยอด" ครูนับเก้าชมไม่ขาดปาก แต่สามีด้านข้างกลับทำหน้าจ๋อยใส่ "ไม่ต้องเลยค่ะ พี่ฟ้าต้องง้อนับ เชอะงอนแล้ว"
"อ้าวเดี๋ยวค่ะแม่" เหนือฟ้าวิ่งตามแม่เข้าไปในบ้าน จึงเหลือเพียงลูกผู้ชายต่างวัยทั้งสองคนที่กำลังยืนจ้องตาทำสงครามเย็นกันอยู่
"ผมช่วยให้อาคืนดีกับคุณแม่ได้นะครับ ถ้าอยากให้ผมช่วยจัดดินเนอร์พิเศษให้ ผมก็ทำให้ได้หมด" ภาคียื่นข้อเสนอเอาใจพ่อของแฟนสาว
"งั้นจัดดินเนอร์กับหานักสีไวโอลินให้ให้ฉันหน่อย" ผอ.ทัพฟ้ายิ้มแล้วตบไหล่เจ้าของไร่
"แค่นี้เองเหรอครับ ผมนึกว่าจริง ๆ แล้วอาจะมาจับผิดผมซะอีก"
"อาไม่กล้าขออะไรเธอมากหรอกภาคี แล้วที่เดินทางมาด้วยก็ไม่ได้จะมาจับผิดอะไรเธอกับยัยเหนือ แค่หาที่เหมาะ ๆ ง้อแม่นับเขาเท่านั้นเอง แต่จะทำอะไรกันก็อย่าลืมป้องกันให้ดี แล้วก็เรียกพ่อเธอไม่ต้องเรียกแล้วอา ไปเข้าบ้านกัน" ผอ.ทัพฟ้าหนุ่มใหญ่สไตล์โอปป้าเพราะมีเสี้ยวเกาหลีจากฝั่งพ่อโอบไหล่ภาคีเข้าไปในบ้านด้วยกัน
"ขอบคุณนะครับคุณพ่อ" ภาคียิ้มอย่างโล่งอก อย่างน้อยพ่อของเหนือฟ้าก็ไม่ได้คิดจะมาเป็นไม้กันหมาลูกสาว แต่ที่ตามมาเพราะต้องการหาเวลาง้อเมีย
หนุ่มสาวสองคนเลือกนอนชั้นสองของบ้าน ส่วนผู้หลักผู้ใหญ่ที่กำลังตะบึงตะบอนใส่กันอยู่เลือกที่จะนอนชั้นล่างแทน
"เหนือพร้อมไปเที่ยวน้ำตกรึยัง" ภาคีเคาะประตูเรียก
"พร้อมค่า ไปกันเลย" เหนือฟ้าเดินออกมาในชุดบอดี้สูทเหมือนจะไปดำน้ำลึก ผมสีดำถูกรวบเก็บในหมวกคลุมผมอาบน้ำลายกบ จนภาคีถึงยกมือป้องปากเพื่อกลั้นขำ
"ฮ่าฮ่า" เจ้าของไร่รีบเดินหนี หญิงสาวหลุบตาสำรวจดูสภาพตัวเองว่ามีอะไรแปลกตาจนทำให้เขาต้องเดินหนีเพื่อไปหาที่ระบายความขบขัน
"พี่คี เส้นตื้นจังนะคะ ขำอะไรเหนืออ่ะ"
"ก็...พี่จะพาไปเล่นน้ำตก ไม่ได้จะพาดำน้ำนะครับ ทำไมเหนือไม่หาเสื้อผ้าที่มันสบายตัวกว่านี้"
"เหนือก็แค่อายพี่คี" เหนือฟ้าพูดพึมพำทำหน้าจ๋อย
"อายอะไร เหนือออกจะน่ารัก" ภาคีบีบแก้มก้อนนิ่ม ๆ ของเหนือฟ้า ถ้าไม่ติดว่าเขาอยากสานสัมพันธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป ป่านนี้แก้มพอง ๆ สองข้างคงโดนเขาฟัดทุกวันแล้ว
"งั้น เหนือไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ"
"เดี๋ยวพี่ไปรอข้างล่างนะ"
"ค่ะ" เหนือฟ้ายิ้มรับแล้วหายกลับเข้าไปเปลี่ยนเป็นเสื้อเกาะอกผ้ามัดย้อมสีชมพู ช่วงขาอวบขาวสวมกางเกงผ้ามัดย้อมขาสี่ส่วนสีเดียวกัน คว้าหมวกสานปีกกว้างมาใส่แทนหมวกคลุมอาบน้ำ เดินตรงไปหาภาคีที่กำลังยืนเล่นกับควายเผือกที่ชื่อบ่ะผางอยู่ข้างรถ
"พร้อมแล้วใช่ไหม" ภาคีหันไปหาแฟนสาวที่อยู่ในชุดสีสันสดใสท่อนบนโชว์ผิวขาวราวหยวกกล้วยจนก้อนเนื้อในอกรู้สึกว้าวุ่นไปหมด
"เป็นไงคะ ถูกใจพี่คีรึยัง" ปลายรองเท้าแตะเขย่งถามคนตัวสูงพลางจับหมวกไม่ให้ปลิวหลุดจากศีรษะเพราะกระแสลมแรงในไร่พิทักษ์มหิงสา
"ถูกใจมาก" โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ใส่คนตัวเล็กกว่า
ไม่ไกลจากไร่รถจี๊ปของภาคีก็เดินทางมาถึงน้ำตกที่ไหลพาดผ่านไร่ ทำให้กลายเป็นจุดตั้งแคมป์ และกางเต้นท์เล็ก ๆ ที่เริ่มนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวมากขึ้น
"ทำไมไม่มีคนเลยล่ะคะ" เหนือฟ้ามองหาคนอื่น ๆ
"พี่ปิดบริการโซนนี้ชั่วคราวน่ะ"
"อ๋อ เพราะพี่คีกำลังเริ่มสร้างรีสอร์ตใช่ไหมคะ" เหนือฟ้าสังเกตเห็นป้ายที่ปักไว้ข้างต้นไม้ว่าอยู่ในระหว่างก่อสร้าง
"ครับ ดังนั้นส่วนใหญ่จุดนี้ก็จะเปิดให้แค่คนในครอบครัวเท่านั้น"
"แต่เหนือไม่ใช่ครอบครัวพี่คีสักหน่อย"
"ตอนนี้ยังไม่ใช่ อนาคตอาจจะใช่ก็ได้" เขายิ้มแล้วหยิบเตาปิ้งย่างขนาดพกพาออกมากาง พร้อมกับเก้าอี้สนามแบบพับนั่งได้สองถึงสามคน
"มันจะไม่หักอีกใช่ไหมคะ" เหนือฟ้าลังเลที่จะนั่ง แต่อยู่ดี ๆ เขาก็รวบเอวเธอเข้าไปนั่งบนตัก เรียวแขนอวบขาวไขว่คล้องหลังคอคนขี้แกล้งด้วยความตกใจ
"จะลองนั่งโยกบนตัวพี่ดูก็ได้นะ ดูสิว่ามันจะหักไหม" ดวงตาสีดำสนิทเขม็งมองเข้ามาในตา ทำให้เหนือฟ้าไม่กล้าแม้แต่จะขยับเนื้อขยับตัว
"โยกบนตัวพี่คีมันเหมือนกับ..เอ่อ" เหนือฟ้าพูดเสียงเบา
"เก้าอี้สนามตัวนี้รองรับน้ำหนักได้ถึงสองร้อยโล น้ำหนักเราสองคนรวมกันก็ยังไม่ถึงอยู่ดี"
"อ้อ ดีค่ะโคตรแข็งแรงเลย" คราวนี้เหนือฟ้ากลั้นใจลุกขึ้น เพราะขืนนั่งต่อไปก็กลัวจะเลยเถิด
"ระหว่างรอถ่านร้อน ไปเล่นน้ำกันก่อนดีกว่าแล้วค่อยขึ้นมากินบาร์บีคิว" ภาคีเดินนำเหนือฟ้าไปที่ลำธารไหลเชี่ยว เดินลุยน้ำลงไปอยู่กึ่งกลางธารน้ำใสแจ๋ว ยื่นมือให้อีกฝ่ายจับ
"ขอบคุณค่ะ" พอจับได้ปุปภาคีก็ดึงตัวเหนือฟ้าเข้าไปหาอย่างเร็ว หญิงสาวกลัวเสียหลักจึงได้รวบกอดตัวเขาแน่น
"เป็นอะไรรึเปล่า" เขาก้มลงถาม กะพริบตาปริบ ๆ เหมือนไม่รู้สึกรู้สา
"โอเคค่ะ" เหนือฟ้ายิ้มแล้วดันอกภาคีออก เริ่มเดินลุยน้ำด้วยตนเอง ภาคีสบโอกาสยกโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพและคลิปของสาวอวบผู้น่ารักของเขาไว้จำนวนมาก แล้วเดินไปสะกิดไหล่
"เหนือเซลฟี่กับพี่หน่อย"
"จะดีเหรอคะ"
"ทำไม แฟนจะขอถ่ายรูปเก็บไว้ดูก็ไม่ได้เหรอ" เขาทำแก้มป่องพองลม
"ได้ค่ะ" เหนือฟ้ายิ้มแล้วยื่นหน้าเข้ามาในกล้องโทรศัพท์ แต่จู่ ๆ เธอก็อยากหอมแก้มเขา ช่วงที่เขากำลังกดชัตเตอร์เธอก็เลยหันไปจุ๊บแก้มเขาให้ไวที่สุด ภาคีตะลึงฉีกยิ้มให้บ่ะหนุนน้อยตัวแสบ
"ไม่ยุติธรรมนี่นา หอมพี่คนเดียวเลย ให้พี่หอมบ้างสิครับ" เขาอ้อนแล้วเริ่มกดถ่ายรูปใหม่ แต่คราวนี้เขาเลือกอัดคลิปวีดีโอ เพราะเขาชอบเก็บภาพเคลื่อนไหวของเหนือฟ้าไว้มากกว่า พอเขาหอมแก้มเธอจนจมูกฝังมิดลงไปเหนือฟ้าก็ฉีกยิ้มกว้างมีความสุขทันที
"เหนือหิวแล้วค่ะ ไปกินกันเถอะ" เหนือฟ้าลากแขนภาคีไปที่เตาปิ้งย่างจิ๋ว ทั้งสองช่วยกันย่างบาร์บีคิวเกือบสามสิบไม้ แล้วอยู่เล่นน้ำด้วยกันสองคนจนตะวันตกดิน
งานแต่งจำลองที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อนำไปโพรโมตโฆษณาแพคเกจจัดงานแต่งในไร่พิทักษ์มหิงสา ซึ่งมีหมูยอเป็นเจ้าบ่าวและเมี่ยงคำเป็นเจ้าสาวตัวน้อยถูกตกแต่งเสร็จเรียบร้อยภายในสองวัน การตกแต่งหลักจะเน้นไปที่อมยิ้มสายรุ้ง มีลูกโป่งเจ็ดสีและกระโปรงเจ้าสาวตัดเย็บต่อเติมด้วยผ้าตาข่ายเจ็ดสีเย็บเข้ากับเนื้อผ้ากระโปรงสีขาวอีกที บนหัวของเมี่ยงคำตัวน้อยประดับด้วยดอกกุหลาบผ้าสายรุ้งแบบเดียวกับชุดดูน่ารักสดใสตามวัยส่วนหมูยอนั้นใส่สูทสีดำผูกโบว์หูกระต่ายเซ็ตผมหยิกหยองเสยไปด้านหลังดูหล่อเหลาผิดกับหมูหยองผมยุ่งคนเดิม ในงานแต่งกุ๊กกิ๊กน่ารักนี้มีพี่น้องทั้งหกคนร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมะต๋าวทำหน้าที่เดินนำโปรยกลีบดอกไม้มาพร้อมกับพริกหอมที่ถูกชักชวนให้มาร่วมพิธีแต่งานสมมุตินี้ด้วย ส่วนบะแต๋ง นิ่มฟ้า น่านฟ้า แป้งจี่ และน้ำเงี้ยวนั้นเดินต่อแถวโปรยดอกไม้มาทีละคนจากนั้นทุกคนจึงไปนั่งประจำที่คอยให้กำลังใจน้องชายเมื่อฤกษ์มงคลมาถึงเมี่ยงคำตัวน้อยจึงเดินมาพร้อมกับเวธัส เพื่อให้พ่อทำหน้าที่ส่งเด็กหญิงตัวน้อยไปให้เจ้าบ่าววัยห้าขวบ ครั้นบ่าวสาวฟันน้ำนมยืนคู่กันอยู่หน้าแท่นพิธีซึ่งมีเวธัสทำหน้าที่เป็นบาทหลวงจำเป็นและกล่าวคำ
ภารกิจของการแจกน้ำมันเขียวให้พ่อค้าแม่ค้าที่มาจัดบูธงานวันวาเลนไทน์จบลงภายในสองชั่วโมง หมูยอถึงกับบ่นปวดขาขณะที่เมี่ยงคำนั้นไม่บ่นสักแอะ ไม่มีการฟูมฟายงอแงแถมยังเอาใจพี่ด้วยการหาโน่นหานี่มาให้กินนั่นเป็นเพราะว่าเธอฝึกบัลเล่ต์วันละหลายชั่วโมงจึงทำให้กล้ามเนื้อขามีความยืดหยุ่นแข็งแรงกว่าพี่"โอ๊ยยย" หมูยอโวยวายเพราะน้องเตรียมจะบีบน่องขา ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรเพียงแค่แตะมือลงไปแต่พี่ก็แหกปากร้องเหมือนควายออกลูกเสียแล้ว"เบ่งฟายในปากเหยอ เงี่ยงยังมะได้ตำไยตาหยองเยยนะ" เมี่ยงคำพ่นลมหายใจแล้วเริ่มขยำขาพี่อย่างกระฉับกระเฉง หมูยอแอบมองน้องแล้วโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ๆ ใช้จังหวะนี้หอมแก้มน้องให้เร็วที่สุดฟอดดดเมี่ยงคำเบิกตาโพลงตวัดมองหน้าพี่"แอบแต๊ะเอียเก๊าบั่บนี้ ลาวไปตดตะเบียงกันเยยดีฟ่าตาหยอง ไพเยว" เมี่ยงคำลุกพรวดดึงแขนพี่ขึ้น"เขาเรียกแต๊ะอั๋งบ่าใจ้ก๊ะเมี่ยงคำน้อย" น่านฟ้าที่กำลังนั่งกินของมากมายที่พ่อค้าแม่ค้าให้มารีบทักท้วงคำศัพท์ที่น้องเพิ่งพูดผิดไป"ฮะ ไปตดตะเบียงคืออะหยังก๊ะอ้ายน่าน" หมูยอไม่เข้าใจ"คือ จดทะเบียนสมรสเวลาที่สามีภรรยาเขาไปจดกันตอนแต่งงานไงล่ะ" น่านฟ้าอธิบาย"ปุ๊ดโทะ! ยาย
สัปดาห์นี้ที่ไร่พิทักษ์มหิงสาจัดงานวันวาเลนไทน์จึงมีการเปิดให้พ่อค้าแม่ขายในนครนายกเข้ามาจับจองพื้นที่ออกร้านขายสินค้ามากมายเกือบร้อยกว่าร้านค้า แก๊งหมอผีละอ่อนจึงถูกพ่อกับแม่มอบหมายหน้าที่สำคัญ"หมูยอ แป้งจี่ น้ำเงี้ยวหนูไปคอยเดินตรวจตราถามคุณลุงคุณป้าว่าระบบไฟใช้ได้ไหมกับลุงยอดนะลูก ลุงยอดเป็นช่างไฟของไร่แล้วก็เอาถุงน้ำมันเขียวในกระเป๋าย่ามที่ป้อให้ไปคนละสามสิบถุงให้พวกลุงป้าที่เขามาขายของด้วยนะครับ ถือเป็นของขวัญที่ระลึกของไร่""ได้เลยปาขี้ แล้วยายเงี่ยงไปจ้วยดอได้ก่อ" เมี่ยงคำยังอยู่เที่ยวที่ไร่อีกหลายวันกว่าจะกลับบ้าน ช่วงนี้ไปไหนมาไหนหมูยอจึงพกพาน้องไปด้วยเสมอ จากคนที่กัดกันตลอดทุกครั้งที่เจอหน้าปัจจุบันกลายเป็นคนที่ขาดกันไม่ได้"แหม หวานมดขบเชียวนะ ชิ!" แป้งจี่หมั่นไส้พี่ชาย เพราะเธอเองก็อยากชวนพี่บรูซมาแต่ช่วงนี้เขากำลังเริ่มเป็นดาราเด็กที่กำลังมีชื่อเสียงในวงการ เธอจึงไม่อยากไปรบกวนตารางงานของเขาเท่าไหร่"เฮาฉองกนก็เหมือนกันนั่นแหละปี้ฉี่" น้ำเงี้ยวโอบไหล่พี่สาวเข้ามากอด เธอเองก็อยู่ห่างกับพี่ฝุ่นมาก จากนครนายกไปชัยภูมินั้นก็หลายกี่โล จะโทรไปหาพี่ก็เกรงใจ"งั้นจะพาเมี่ยงคำไปห
หลังเสร็จธุระจากการทัวร์รอบไร่ ภาคึจึงพาทุกคนมารับประทานอาหารที่ภัตตาคารของรีสอร์ตพริกหอมที่คอยโอ๋มะต๋าวมาตลอดทางที่นั่งรถกลับมาทำให้ทุกคนพากันแปลกใจ"มานั่งกะปิ๊ก" พริกหอมดึงมะต๋าวนั่งลงข้าง กาย แถมยังเอาผ้าเช็ดหน้าลายดอกไม้ไปชุบน้ำแล้วมาซับหน้าซับตาให้พี่"เอ๊ะ....ทำไมพริกหอมถึงประคบประหงมมะต๋าวจังเลยล่ะคะคุณอาเดีย" เหนือฟ้างง"เดียเล่าเรื่องมะต๋าวให้ลูกฟังค่ะ เขาก็เลยเห็นอกเห็นใจน้องมะต๋าว" อาเดียเอ่ย"อ๋อ น่ารักจังเลยค่ะ" เหนือฟ้าดีใจที่มีคตเอ็นดูมะต๋าวเพิ่มเมื่ออาหารมาเสิร์ฟจนครบมะต๋าวที่กำลังจะลุกไปนั่งกับแม่เพราะรู้สึกเกรงใจพริกหอม กลับถูกน้องกักตัวไว้"ท๋าวไพคิ๋นก้าวกะนุ๋งนะ" มะต๋าวบอก"ปิ๊กมะให้ไพ ท๋าวเพงเบบี๋ก๋องปิ๊ก ปิ๊กจาผ้อนก้าวให้" พริกหอมตักข้าวผัดทะเลในจานของตนเองแล้วเป่าไล่ความร้อนส่งให้มะต๋าวกิน"ท๋าวมะหยักเพงเบบี๋" มะต๋าวส่ายหน้าแล้วเหลือบตามองแม่กับบรรดาพี่ ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ"ปิ๊กเพงมะม้า ท๋าวท่องเพงยวกจาย เพงเดะดีนะหม่ำก้าวเยว" พริกหอมจ่อช้อนข้าวที่ปากมะต๋าว สุดท้ายหนูน้อยจึงต้องยอมกินแต่โดยดีเพราะน้องกำลังจิกตาเขียวปัดใส่กลับจากภัตตาคารภาคีพารุสลันไปส่งที
มะต๋าวนั่งด้านข้างพริกหอม และพยายามเอาใจน้องด้วยการตักเค้กป้อน ส่วนเด็กหญิงที่เห็นเรื่องกินเป็นเรื่องสำคัญก็อ้าปากรอคอยเค้กรสละมุนจากมือเด็กชายโดยไม่ปฎิเสธให้เสียน้ำใจ"หย่อย" พริกหอมบอก "อาวอีก" เด็กหญิงถูกใจเค้กโยเกิรต์หน้าไหม้ตัวดังทำให้มะต๋าวต้องคอยตักป้อนบริการจนหมดชิ้น"นี่ท๋าวนะ" เด็กชายแนะนำตัวแล้วเริ่มกินเครปเย็นของตัวเองจนครีมเลอะปาก"ท๋าวเหยอ นี่ปิ๊กนะ" พริกหอมแนะนำตัวกลับ "ผากเยะ" น้องบอกแล้วเหนี่ยวคอพี่เข้าไปหา"หือ" มะต๋าวหน้าสั่นนึกถึงตอนที่พ่อกับแม่กำลังจุ๊บกัน"เชะผาก ผากเยะ" พริกหอมเลียขอบปากของมะต๋าวเหมือนตอนที่ผักหมทำ"โอ๊ะ" หนูน้อยอุทานหน้าแดงก่ำรีบตวัดหน้าไปหาเหนือฟ้ากับภาคีเพื่อขอความช่วยเหลือ"งุ้ย กู้ปิ้งกู้ใหม่ก๋องงิ้วแหละ" น้ำเงี้ยวประสานมือขึ้นพร้อมกับบิดตัวไปมา เด็กหญิงชอบใจที่น้องชายถูกสาวจู่โจม"เอาก๋องทัวเองให้ยอดก่อนดีฟ่า" แป้งจี่เตือนน้องสาว"ปี้ฝุ่งบอกว่าซอบงิ้วแล้วเน้อ แต่ปี้บูดล่ะบอกแล้วก๊ะ" เด็กหญิงเยาะเย้ยพี่สาว"ยังมะบอกแต่ว่าปี้ฮู้ว่าเก๊าท่องซอบปี้ชัวร์" แป้งจี่ค่อนข้างมั่นใจว่าบรูซชอบเธอเช่นกัน"แล้วหมูยอไปหาเมี่ยงคำเหรอ อ้ายแต๋งพาไปก๊ะ" นิ่มฟ
คร่อก คร่อกกกเหนือฟ้านอนกรนอยู่บนแผ่นอกของภาคีขณะที่มะต๋าวนั้นตื่นเช้ากว่าพี่น้องทุกคน เพราะหนูน้อยพึงระลึกได้ว่าเมื่อคืนกำลังดูพ่อกับแม่ขี่กันแล้วจากนั้นก็จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นมะต๋าวจึงรีบก้าวขาลงจากเตียงนอนขนาดเล็กของตนแล้วเดินไปสะกิดผักหมที่นอนเฝ้าอยู่บนเบาะหมาปลายเตียง"โหมไพกะท๋าว" มะต๋าวชวนผักหมไปห้องพ่อกับแม่ด้วยกัน เนื่องจากฟ้ายังไม่สว่างดีหนูน้อยจึงค่อนข้างหวาดกลัวเจ้าสุนัขโกลเด้นหาวปากกว้างแล้วมุดลอดช่องหมาออกไป มะต๋าวจึงลอดออกตามไปด้วย ผักหมไปถึงหน้าห้องเจ้านายแล้วยกเท้าเขี่ยแคว่ก ๆ สองทีทว่าคนในห้องกลับเงียบกริบมันจึงตัดสินใจลอดช่องหมานำมะต๋าวเข้ามาก่อน เมื่อทั้งคนและหมาเข้ามาได้สำเร็จมะต๋าวจึงเดินเตาะแตะไปกดเปิดสวิตซ์ไฟหัวเตียง ส่วนผักหมนั้นทำหน้าที่เลียหน้าเลียตาให้มนุษย์ชายหญิงที่เพิ่งเสร็จกิจเมื่อตอนตีสามรีบตื่นขึ้นมาเลี้ยงมนุษย์เด็กที่กำลังนั่งหัวโด่อยู่แผล๊บ แผล๊บภาคีปรือตาเพ่งดูสิ่งมีชีวิตตรงหน้าที่ปลุกให้เขาตื่นจากนิทรา มะต๋าวจึงชะโงกหน้าเข้ามาอรุณสวัสดิ์พ่อ "ยุงกวักเพาะขี้""ยุงอะไรหว่า" คนที่กำลังงัวเงียคิดว่าเป็นความฝันขานรับแล้วหลับต่อผักหมถอนหายใจใส่ภ
อาหารสดผักและผลไม้ถูกส่งมาจากตลาดในตัวเมืองน่าน นอกจากนี้ยังมีผลผลิตทางการเกษตรที่ชาวบ้านข้างเคียงและคนงานของไร่กฤตกล้าธนาดรนำมาฝากเพื่อต้อนรับครอบครัวคนเลี้ยงควาย"ป้อเลี้ยงเฮาบ่อป๊ะกั๋นจ๊าดเมิน ป้อเลี้ยงสบายดีบ๋อ" คุณลุงคนดูแลกล่าวทักทายขณะวางไกกะละมังใหญ่บนโต๊ะที่หนุ่ม ๆ กำลังช่วยกันเตร
ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์หลังจากแก๊งละอ่อนเข้าโรงพยาบาลเนื่องจากความซ่าความซนเป็นเหุต ตั้งแต่วันนั้นมาหมูยอก็ผวากับการแช่น้ำดอกกุหลาบ เพียงแค่เด็กชายเดินผ่านแปลงดอกกุหลาบหนูของแม่ที่เริ่มผลิดอกออกช่อใหม่ หนูน้อยก็รู้สึกคันคะเยอไปหมดวันนี้ภาคีตัดสินใจหอบหิ้วลูกและภรรยาล่องเหนือตรงไปยังไร่กฤตกล้าธ
ภาคีกับบะแต๋งกลับมาถึงบ้านพอดีขณะที่รถตู้ของตาทัพฟ้าและยายนับเก้ากำลังขับเข้ามาจอดในโรงรถของบ้าน เหนือฟ้าที่เห็นว่าทุกคนเดินทางกลับมาถึงแล้วจึงรีบเดินออกมาดูว่าทำไมน่านฟ้าไม่พาน้องเข้าบ้านซะที"น่านฟ้าแม่ให้หนูมาตามน้อง หนูหายมา..." นัยน์ตากลมลุกวาวเหลือบมองซ้ายและขวาเพราะกุหลาบหนูที่ปั้นใ
ผักจำนวนมากถูกแยกไว้เพื่อเตรียมนำมาดองที่ห้องแปรรูปอาหาร ก่อนกลับบ้านเหนือฟ้าจึงพาสามแฝดไปดูวิธีการดองผักที่ถูกสุขอนามัย"หนุนน้อยนั่นน้ำอะหยัง" หมูยอสงสัยว่าน้ำที่ใช้ดองผักนั้นเป็นน้ำอะไร"น้ำซาวข้าว น้ำเกลือ น้ำตาลทรายขาวจ้ะ" เหนือฟ้าอุ้มหมูยอให้ดูกรรมวิธีการดองผ่านทางหน้าต่างห้อง







