INICIAR SESIÓNเช้าวันอาทิตย์ผอ.ทัพฟ้าและครูนับเก้าเดินทางกลับกรุงเทพก่อน โชคดีที่ได้ภาคีจัดดินเนอร์พร้อมกับดนตรีหวานชื่นให้ทำให้พ่อแม่ของเหนือฟ้ากลับมาคืนดีกระหนุงกระหนิงกันดังเดิม
หลังมื้อเช้าภาคีขับรถกอล์ฟพาแฟนสาวไปชมวิวทิวทัศน์ในไร่ แล้วหยุดรถที่โรงเรือนปลูกวนิลาด้านข้างมีแปลงผักที่ยังไม่ได้เพาะปลูกปล่อยโล่งอยู่
"พี่คีกำลังจะปลูกอะไรเพิ่มเติมเหรอคะ"
"ยังไม่รู้เหมือนกันครับ คงจะปลูกผักอายุสั้นเก็บเกี่ยวได้เร็ว แล้วเหนืออยากปลูกอะไรล่ะ พี่มีเมล็ดให้เลือก" ภาคีบอกแล้วหายเข้าไปในโรงนาหลังเล็กข้างโรงวนิลา แล้วกลับออกมาพร้อมกับซองเมล็ดปลูกผัก
เหนือฟ้าก้มดูผักแต่ละชนิดในตะกร้าและสะดุดตาไปที่ผักของโปรดอย่าง แตงกวา "ปลูกอันนี้ค่ะ"
"ทำไมปลูกแตงกวาล่ะ พี่นึกว่าเหนือจะปลูกพวกคะน้า กวางตุ้งอะไรแบบนี้ซะอีก"
"เหนือไม่ค่อยชอบกินคะน้าค่ะ มันเหม็นเขียว แต่เหนือชอบแตงกวามาก ๆ"
"มีผักอะไรที่เหนือไม่ชอบอีกไหม"
"ไม่ชอบกินหอมแดงกับต้นหอมค่ะ ต่อให้ทำให้เละหรือเปื่อยก็ไม่ชอบอยู่ดี"
"อย่างน้อยก็กินผักอย่างอื่นได้ ไปเถอะเดี๋ยวพี่จะพาไปปลูกแตงกวา" เขาบอกแล้วเดินหายเข้าไปในโรงนาหลังเล็กอีกรอบแล้วกลับออกมาพร้อมกับถุงดำหยอดเมล็ดผักจำนวนสี่สิบถุง
"ปลูกหมดนี่เลยใช่ไหมคะ" เหนือฟ้าช่วยตักดินเพาะกล้าใส่ถุง
"ใช่ครับ หยอดไปถุงละหนึ่งเมล็ดนะ แล้วก็ตักดินกองนี้กลบบาง ๆ"
"รับทราบค่ะ" เหนือฟ้ากับภาคีช่วยกันคนละไม้ละมือจนครบจำนวน ปิดท้ายด้วยหน้าที่รดน้ำแตงกวาของภาคี
"เสร็จหมดเรียบร้อย เดี๋ยวก็ให้เป็นหน้าที่ดูแลของลูกน้องพี่ในไร่"
"แล้วกี่วันเราจะได้กินแตงกวาเหรอคะ" สาวพลัสไซซ์เดินไปชะโงกดูแตงกวาแต่ละถุงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก ภาคีเองก็ไม่พลาดถ่ายรูปตามเหนือฟ้าเช่นกัน
"35-45 วันก็ได้กินแล้ว เมล็ดที่เหนือกับพี่ช่วยกันเพาะลงถุงจะใช้เวลางอกประมาณเจ็ดวัน หลังจากนั้นเราก็เอาลงแปลงปลูกได้เลย แล้วก็ค่อยทำค้างให้แตงกวาเลื้อย" เขาอธิบายแล้วใช้นิ้วเช็ดเหงื่อที่หน้าผากตนเอง แต่เพราะมือเปื้อนดินส่งผลให้หน้าของเขาเปื้อนคราบดินไปด้วย
"พี่คีคะ หน้าเปื้อน" เหนือฟ้าล้วงหาทิชชูในกระเป๋าแล้วเขย่งปลายเท้าเช็ดคราบดินให้ภาคี ชายหนุ่มเจ้าของไร่จึงได้มีโอกาสสำรวจดวงตากลมใส กับปลายจมูกโด่งเชิดเล็ก ๆ ที่รับกับช่วงปากเรียวบางจิ้มลิ้มอมชมพู ที่เขายังไม่เคยได้แนบริมฝีปากลงไปเลยสักครั้ง
"ขอบคุณครับ งั้นเรากลับกรุงเทพกันเถอะ พรุ่งนี้เหนือต้องไปสอบแต่เช้าไม่ใช่เหรอ"
"ใช่ค่ะ งั้นพี่คีช่วยเหนือติวข้อสอบด้วยนะคะ" เหนือฟ้าเริ่มรู้จักอ้อน หญิงสาวเอามือไพล่หลังแกว่งตัวไปมาเล็กน้อยเพื่อขอร้องให้ภาคีเป็นติวเตอร์พิเศษให้
"ได้เลยครับ ถึงแล้วพี่จะติวให้หนัก ๆ ถ้าสอบไม่ผ่านให้หอมแก้มสิบรอบ" เขาบอกแล้วยิ้มแป้นเดินนำหน้ากลับไปที่รถกอล์ฟ
"ไม่ผ่านแล้วหอมแก้มเนี่ยนะ ขี้โกงนี่นา" เหนือฟ้าวิ่งตามไป
สามชั่วโมงผ่านไปรถจี๊ปของภาคีเดินทางมาถึงคอนโด เขาจึงหันไปปลุกเหนือฟ้าที่นอนหลับสนิทมาตลอดทาง
"เหนือถึงคอนโดแล้ว"
"คะ ถึงเร็วจัง"
เหนือฟ้าช่วยภาคีหอบหิ้วกระเป๋า ของกินและของฝากจำนวนมากขึ้นไปที่คอนโด แต่ถึงของจะเยอะแค่ไหนเขาก็ให้เธอถือแค่ถุงพุทรานมสดที่แวะซื้อมาจากข้างทางอย่างเดียว ส่วนเขาแบกของพะรุงพะรังทั้งกระเป๋าเสื้อผ้าเธอกับของฝากอื่น ๆ หลายถุงโดยไม่มีบ่นสักคำ
หนุ่มสาวกลับถึงห้องพักต่างก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำอาบท่าเพราะกว่าจะกลับมาถึงก็เกือบเย็นพอดี เพราะภาคีพาแวะไหว้พระถึงสามวัด มิหนำซ้ำยังพาเธอไปแวะกินของอร่อย ๆ มาตลอดทาง
นิสิตสาวเดินเหมือนคนง่วงนอนออกมาจากห้องน้ำแล้วทิ้งตัวลงบนเตียง หยิบเล็กเชอร์และชีตสรุปข้อสอบที่ตนเองทำไว้ แต่แค่มองยังไม่ทันจะเปิดอ่าน ความอ่อนล้าและขี้เกียจก็เข้ามาครอบงำทันที
"ขี้เกียจจัง เดาเอาก็ได้มั้ง มั่ว ๆ ไปเดี๋ยวคงผ่านเอง"
"ไม่ได้สิ"
ภาคีในชุดเสื้อกล้ามสีขาวสวมแว่นกรอบดำมัดจุกกลางหัวยืนกอดอกทำหน้ามุ่ยไม่พอใจส่งให้คนที่กำลังนอนคว่ำยกขาไปมาอยู่บนเตียง เหนือฟ้ารีบลุกแล้วนั่งพับเพียบเรียบร้อย ช้อนตามองติวเตอร์หน้าเครียดอย่างเขินอาย
"ไหนพี่ขอดูหน่อย" เขาหยิบสมุดเล็กเชอร์ลายมือเหมือนใช้เท้าเขียนไปอ่าน แล้วเปิดหนังสือที่กองอยู่บนเตียงดูอย่างตั้งใจ เหนือฟ้าจึงได้แต่นั่งภาวนาขอให้เขาอย่าดุอย่าด่าอะไรเธอเลย "อ่านออกหรือเปล่าคะ"
"ก็พอได้อยู่ แล้วที่เหนือใช้มาร์กเกอร์สีกำกับไว้ อันนี้คือหัวใจสำคัญของแนวข้อสอบใช่ไหม"
"ใช่ค่ะ ขนาดมาร์กไว้ แล้วจดแยกออกมาเหนือก็ยังจำไม่ได้อยู่ดี" เหนือฟ้าเกาหัวจนยุ่ง ภาคีชำเลืองมองแล้วยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู
"ไม่เป็นไร เราจะใช้วิธี Scanning and Skimming กัน"
"มิ่ง ๆ อะไรนะคะ" เหนือฟ้าขยับตัวเข้าไปใกล้
"สกิมมิ่งคือ การอ่านแบบเร็ว ๆ อ่านเฉพาะหัวข้อหลักหรือการทำเข้าใจกับภาพรวมของบทเรียนนั้น ๆ เช่น หัวข้อที่ทำตัวหนาไว้เกี่ยวกับอะไร เหนือต้อจดจำประเด็นสำคัญให้ได้ก่อน แล้วค่อยแสกนหาข้อมูลเฉพาะ เช่น ชื่อ เวลา หรือสถานที่ของหัวข้อนั้น ๆ อีกที"
"อ๋อ เหนือเข้าใจแล้วค่ะ"
ภาคีสอนให้เหนือฟ้ารู้จักใช้เทคนิคการอ่านเร็ว เขาลองให้เธออ่านเองและจดตามไปด้วย จากนั้นก็เริ่มถามทีละอย่างจนกระทั่งเหนือฟ้าเริ่มจำได้ และเข้าใจรายละเอียดยิบย่อยของข้อนั้น ๆ ได้มากขึ้น
ติวเตอร์หนุ่มเข้มงวดกับเหนือฟ้าตั้งแต่หนึ่งทุ่มจนถึงสามทุ่มแต่กระนั้นก็ช่วยทำให้เหนือฟ้าจดจำบทเรียนสำคัญไปได้เยอะขึ้น "วันนี้เหนือทำดีมาก พรุ่งนี้คะแนนเต็มแน่นอน"
"ขอบคุณพี่คีมากนะคะ เดี๋ยวเหนืออุ่นนมให้กินเป็นการตอบแทน" นิสิตสาวเก็บสมุด หนังสือใส่กระเป๋าแล้วรีบลุกลงจากเตียงเดินไปที่ห้องครัว
"ขอบคุณครับ" ภาคีลูบหัวเหนือฟ้าเบา ๆ แล้วเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานของตนเอง
"นี่ค่ะนมอุ่น ๆ " แก้มทรงยาวถูกวางข้างมือของติวเตอร์หนุ่ม
"เหนือไปนอนได้แล้ว พี่มีงานต้องทำต่อ" เขาบอกแต่ไม่หันมาสบตา กลับจ้องแต่หน้าจอคอมแล้วเริ่มดีดนิ้วลงบนแป้นพิมพ์อย่างชำนาญ
"นอนหลับฝันดีค่ะ" เหนือฟ้ายกมือแตะ ๆ บนแขนของภาคี แต่พอเธอจะหมุนกายกลับเขาดันคว้าข้อมือเธอแล้วดึงเข้ามาหา ค่อย ๆ รั้งเอวเธอเข้ามาแล้วกดให้นั่งลงบนตัก "จะทดสอบเก้าอี้เหรอคะ"
"จะทดสอบเหนือนั่นแหละ พี่จะบอกว่าถ้าสอบผ่านมีรางวัลอะไรให้พี่บ้าง"
"อืม นวดแทนได้ไหมคะ"
"ไม่เอาอ่ะ อยากได้อย่างอื่นมากกว่า เช่น จูบแรก"
เหนือฟ้าตาลุกวาวตวัดมองหน้าติวเตอร์เจ้าเล่ห์ "เหนือจูบไม่เป็นค่ะ"
"ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่จะค่อย ๆ สอนเหนืออย่างใจเย็น" เขาถามแล้วกระชับอ้อมกอด เหนือฟ้าเม้มปาก
"อื้อ ถ้าเหนือสอบผ่านนะคะ งั้นเหนือขอตัวไปนอนก่อนนะ ฝันดีค่ะ" เหนือฟ้ารีบลุกออกจากตักของคนแผนสูง เดินไว ๆ กลับไปที่ห้องนอน
งานแต่งจำลองที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อนำไปโพรโมตโฆษณาแพคเกจจัดงานแต่งในไร่พิทักษ์มหิงสา ซึ่งมีหมูยอเป็นเจ้าบ่าวและเมี่ยงคำเป็นเจ้าสาวตัวน้อยถูกตกแต่งเสร็จเรียบร้อยภายในสองวัน การตกแต่งหลักจะเน้นไปที่อมยิ้มสายรุ้ง มีลูกโป่งเจ็ดสีและกระโปรงเจ้าสาวตัดเย็บต่อเติมด้วยผ้าตาข่ายเจ็ดสีเย็บเข้ากับเนื้อผ้ากระโปรงสีขาวอีกที บนหัวของเมี่ยงคำตัวน้อยประดับด้วยดอกกุหลาบผ้าสายรุ้งแบบเดียวกับชุดดูน่ารักสดใสตามวัยส่วนหมูยอนั้นใส่สูทสีดำผูกโบว์หูกระต่ายเซ็ตผมหยิกหยองเสยไปด้านหลังดูหล่อเหลาผิดกับหมูหยองผมยุ่งคนเดิม ในงานแต่งกุ๊กกิ๊กน่ารักนี้มีพี่น้องทั้งหกคนร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมะต๋าวทำหน้าที่เดินนำโปรยกลีบดอกไม้มาพร้อมกับพริกหอมที่ถูกชักชวนให้มาร่วมพิธีแต่งานสมมุตินี้ด้วย ส่วนบะแต๋ง นิ่มฟ้า น่านฟ้า แป้งจี่ และน้ำเงี้ยวนั้นเดินต่อแถวโปรยดอกไม้มาทีละคนจากนั้นทุกคนจึงไปนั่งประจำที่คอยให้กำลังใจน้องชายเมื่อฤกษ์มงคลมาถึงเมี่ยงคำตัวน้อยจึงเดินมาพร้อมกับเวธัส เพื่อให้พ่อทำหน้าที่ส่งเด็กหญิงตัวน้อยไปให้เจ้าบ่าววัยห้าขวบ ครั้นบ่าวสาวฟันน้ำนมยืนคู่กันอยู่หน้าแท่นพิธีซึ่งมีเวธัสทำหน้าที่เป็นบาทหลวงจำเป็นและกล่าวคำ
ภารกิจของการแจกน้ำมันเขียวให้พ่อค้าแม่ค้าที่มาจัดบูธงานวันวาเลนไทน์จบลงภายในสองชั่วโมง หมูยอถึงกับบ่นปวดขาขณะที่เมี่ยงคำนั้นไม่บ่นสักแอะ ไม่มีการฟูมฟายงอแงแถมยังเอาใจพี่ด้วยการหาโน่นหานี่มาให้กินนั่นเป็นเพราะว่าเธอฝึกบัลเล่ต์วันละหลายชั่วโมงจึงทำให้กล้ามเนื้อขามีความยืดหยุ่นแข็งแรงกว่าพี่"โอ๊ยยย" หมูยอโวยวายเพราะน้องเตรียมจะบีบน่องขา ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรเพียงแค่แตะมือลงไปแต่พี่ก็แหกปากร้องเหมือนควายออกลูกเสียแล้ว"เบ่งฟายในปากเหยอ เงี่ยงยังมะได้ตำไยตาหยองเยยนะ" เมี่ยงคำพ่นลมหายใจแล้วเริ่มขยำขาพี่อย่างกระฉับกระเฉง หมูยอแอบมองน้องแล้วโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ๆ ใช้จังหวะนี้หอมแก้มน้องให้เร็วที่สุดฟอดดดเมี่ยงคำเบิกตาโพลงตวัดมองหน้าพี่"แอบแต๊ะเอียเก๊าบั่บนี้ ลาวไปตดตะเบียงกันเยยดีฟ่าตาหยอง ไพเยว" เมี่ยงคำลุกพรวดดึงแขนพี่ขึ้น"เขาเรียกแต๊ะอั๋งบ่าใจ้ก๊ะเมี่ยงคำน้อย" น่านฟ้าที่กำลังนั่งกินของมากมายที่พ่อค้าแม่ค้าให้มารีบทักท้วงคำศัพท์ที่น้องเพิ่งพูดผิดไป"ฮะ ไปตดตะเบียงคืออะหยังก๊ะอ้ายน่าน" หมูยอไม่เข้าใจ"คือ จดทะเบียนสมรสเวลาที่สามีภรรยาเขาไปจดกันตอนแต่งงานไงล่ะ" น่านฟ้าอธิบาย"ปุ๊ดโทะ! ยาย
สัปดาห์นี้ที่ไร่พิทักษ์มหิงสาจัดงานวันวาเลนไทน์จึงมีการเปิดให้พ่อค้าแม่ขายในนครนายกเข้ามาจับจองพื้นที่ออกร้านขายสินค้ามากมายเกือบร้อยกว่าร้านค้า แก๊งหมอผีละอ่อนจึงถูกพ่อกับแม่มอบหมายหน้าที่สำคัญ"หมูยอ แป้งจี่ น้ำเงี้ยวหนูไปคอยเดินตรวจตราถามคุณลุงคุณป้าว่าระบบไฟใช้ได้ไหมกับลุงยอดนะลูก ลุงยอดเป็นช่างไฟของไร่แล้วก็เอาถุงน้ำมันเขียวในกระเป๋าย่ามที่ป้อให้ไปคนละสามสิบถุงให้พวกลุงป้าที่เขามาขายของด้วยนะครับ ถือเป็นของขวัญที่ระลึกของไร่""ได้เลยปาขี้ แล้วยายเงี่ยงไปจ้วยดอได้ก่อ" เมี่ยงคำยังอยู่เที่ยวที่ไร่อีกหลายวันกว่าจะกลับบ้าน ช่วงนี้ไปไหนมาไหนหมูยอจึงพกพาน้องไปด้วยเสมอ จากคนที่กัดกันตลอดทุกครั้งที่เจอหน้าปัจจุบันกลายเป็นคนที่ขาดกันไม่ได้"แหม หวานมดขบเชียวนะ ชิ!" แป้งจี่หมั่นไส้พี่ชาย เพราะเธอเองก็อยากชวนพี่บรูซมาแต่ช่วงนี้เขากำลังเริ่มเป็นดาราเด็กที่กำลังมีชื่อเสียงในวงการ เธอจึงไม่อยากไปรบกวนตารางงานของเขาเท่าไหร่"เฮาฉองกนก็เหมือนกันนั่นแหละปี้ฉี่" น้ำเงี้ยวโอบไหล่พี่สาวเข้ามากอด เธอเองก็อยู่ห่างกับพี่ฝุ่นมาก จากนครนายกไปชัยภูมินั้นก็หลายกี่โล จะโทรไปหาพี่ก็เกรงใจ"งั้นจะพาเมี่ยงคำไปห
หลังเสร็จธุระจากการทัวร์รอบไร่ ภาคึจึงพาทุกคนมารับประทานอาหารที่ภัตตาคารของรีสอร์ตพริกหอมที่คอยโอ๋มะต๋าวมาตลอดทางที่นั่งรถกลับมาทำให้ทุกคนพากันแปลกใจ"มานั่งกะปิ๊ก" พริกหอมดึงมะต๋าวนั่งลงข้าง กาย แถมยังเอาผ้าเช็ดหน้าลายดอกไม้ไปชุบน้ำแล้วมาซับหน้าซับตาให้พี่"เอ๊ะ....ทำไมพริกหอมถึงประคบประหงมมะต๋าวจังเลยล่ะคะคุณอาเดีย" เหนือฟ้างง"เดียเล่าเรื่องมะต๋าวให้ลูกฟังค่ะ เขาก็เลยเห็นอกเห็นใจน้องมะต๋าว" อาเดียเอ่ย"อ๋อ น่ารักจังเลยค่ะ" เหนือฟ้าดีใจที่มีคตเอ็นดูมะต๋าวเพิ่มเมื่ออาหารมาเสิร์ฟจนครบมะต๋าวที่กำลังจะลุกไปนั่งกับแม่เพราะรู้สึกเกรงใจพริกหอม กลับถูกน้องกักตัวไว้"ท๋าวไพคิ๋นก้าวกะนุ๋งนะ" มะต๋าวบอก"ปิ๊กมะให้ไพ ท๋าวเพงเบบี๋ก๋องปิ๊ก ปิ๊กจาผ้อนก้าวให้" พริกหอมตักข้าวผัดทะเลในจานของตนเองแล้วเป่าไล่ความร้อนส่งให้มะต๋าวกิน"ท๋าวมะหยักเพงเบบี๋" มะต๋าวส่ายหน้าแล้วเหลือบตามองแม่กับบรรดาพี่ ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ"ปิ๊กเพงมะม้า ท๋าวท่องเพงยวกจาย เพงเดะดีนะหม่ำก้าวเยว" พริกหอมจ่อช้อนข้าวที่ปากมะต๋าว สุดท้ายหนูน้อยจึงต้องยอมกินแต่โดยดีเพราะน้องกำลังจิกตาเขียวปัดใส่กลับจากภัตตาคารภาคีพารุสลันไปส่งที
มะต๋าวนั่งด้านข้างพริกหอม และพยายามเอาใจน้องด้วยการตักเค้กป้อน ส่วนเด็กหญิงที่เห็นเรื่องกินเป็นเรื่องสำคัญก็อ้าปากรอคอยเค้กรสละมุนจากมือเด็กชายโดยไม่ปฎิเสธให้เสียน้ำใจ"หย่อย" พริกหอมบอก "อาวอีก" เด็กหญิงถูกใจเค้กโยเกิรต์หน้าไหม้ตัวดังทำให้มะต๋าวต้องคอยตักป้อนบริการจนหมดชิ้น"นี่ท๋าวนะ" เด็กชายแนะนำตัวแล้วเริ่มกินเครปเย็นของตัวเองจนครีมเลอะปาก"ท๋าวเหยอ นี่ปิ๊กนะ" พริกหอมแนะนำตัวกลับ "ผากเยะ" น้องบอกแล้วเหนี่ยวคอพี่เข้าไปหา"หือ" มะต๋าวหน้าสั่นนึกถึงตอนที่พ่อกับแม่กำลังจุ๊บกัน"เชะผาก ผากเยะ" พริกหอมเลียขอบปากของมะต๋าวเหมือนตอนที่ผักหมทำ"โอ๊ะ" หนูน้อยอุทานหน้าแดงก่ำรีบตวัดหน้าไปหาเหนือฟ้ากับภาคีเพื่อขอความช่วยเหลือ"งุ้ย กู้ปิ้งกู้ใหม่ก๋องงิ้วแหละ" น้ำเงี้ยวประสานมือขึ้นพร้อมกับบิดตัวไปมา เด็กหญิงชอบใจที่น้องชายถูกสาวจู่โจม"เอาก๋องทัวเองให้ยอดก่อนดีฟ่า" แป้งจี่เตือนน้องสาว"ปี้ฝุ่งบอกว่าซอบงิ้วแล้วเน้อ แต่ปี้บูดล่ะบอกแล้วก๊ะ" เด็กหญิงเยาะเย้ยพี่สาว"ยังมะบอกแต่ว่าปี้ฮู้ว่าเก๊าท่องซอบปี้ชัวร์" แป้งจี่ค่อนข้างมั่นใจว่าบรูซชอบเธอเช่นกัน"แล้วหมูยอไปหาเมี่ยงคำเหรอ อ้ายแต๋งพาไปก๊ะ" นิ่มฟ
คร่อก คร่อกกกเหนือฟ้านอนกรนอยู่บนแผ่นอกของภาคีขณะที่มะต๋าวนั้นตื่นเช้ากว่าพี่น้องทุกคน เพราะหนูน้อยพึงระลึกได้ว่าเมื่อคืนกำลังดูพ่อกับแม่ขี่กันแล้วจากนั้นก็จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นมะต๋าวจึงรีบก้าวขาลงจากเตียงนอนขนาดเล็กของตนแล้วเดินไปสะกิดผักหมที่นอนเฝ้าอยู่บนเบาะหมาปลายเตียง"โหมไพกะท๋าว" มะต๋าวชวนผักหมไปห้องพ่อกับแม่ด้วยกัน เนื่องจากฟ้ายังไม่สว่างดีหนูน้อยจึงค่อนข้างหวาดกลัวเจ้าสุนัขโกลเด้นหาวปากกว้างแล้วมุดลอดช่องหมาออกไป มะต๋าวจึงลอดออกตามไปด้วย ผักหมไปถึงหน้าห้องเจ้านายแล้วยกเท้าเขี่ยแคว่ก ๆ สองทีทว่าคนในห้องกลับเงียบกริบมันจึงตัดสินใจลอดช่องหมานำมะต๋าวเข้ามาก่อน เมื่อทั้งคนและหมาเข้ามาได้สำเร็จมะต๋าวจึงเดินเตาะแตะไปกดเปิดสวิตซ์ไฟหัวเตียง ส่วนผักหมนั้นทำหน้าที่เลียหน้าเลียตาให้มนุษย์ชายหญิงที่เพิ่งเสร็จกิจเมื่อตอนตีสามรีบตื่นขึ้นมาเลี้ยงมนุษย์เด็กที่กำลังนั่งหัวโด่อยู่แผล๊บ แผล๊บภาคีปรือตาเพ่งดูสิ่งมีชีวิตตรงหน้าที่ปลุกให้เขาตื่นจากนิทรา มะต๋าวจึงชะโงกหน้าเข้ามาอรุณสวัสดิ์พ่อ "ยุงกวักเพาะขี้""ยุงอะไรหว่า" คนที่กำลังงัวเงียคิดว่าเป็นความฝันขานรับแล้วหลับต่อผักหมถอนหายใจใส่ภ
ยังไม่ทันฟ้าสว่างพ่อเลี้ยงหนุ่มจำใจต้องกัดฟันลุกไปอาบน้ำตั้งแต่ตีห้าครึ่งเพื่อเร่งคัดแยกย้ายควายป่วย นัยน์ตาอ่อนล้ากวาดมองหอมบั่วกับลูกชุบ สุนัขโกลเด้นของเขากับเหนือฟ้าที่มักจะนอนหลับอยู่บนเบาะนอนปลายเตียง ทว่าพวกมันกลับไม่ได้นอนอยู่ตรงนั้น"ไปไหนหว่า" เขาพูดงึมงำขยี้ตาเบา ๆ คว้าผ้าขนหนูเดินผ่าความ
หลังจากภาคีขอเติมพลังด้วยรสจูบของเหนือฟ้า เขาก็แต่งตัวเป็นหนุ่มชาวไร่ขับรถเอทีวีออกไปเพื่อไปช่วยลุงสำรวยแยกควายป่วยที่พักอาศัยอยู่ในแต่ละโซนเพื่อไม่ให้กลุ่มควายที่ป่วยไปปะปนกับสัตว์ที่ยังมีสุขภาพดีด้วยคำแนะแนวจากเจ้าหน้าที่ต้องการให้เขาแยกสัตว์ป่วยและเร่งทำวัคซีนป้องกันโรคให้กับควายอย่างเคร่งครัด
ผ่านมาเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้วที่หม่อมเจ้าภูวสินได้กลับมาพักฟื้นที่บ้าน แต่หมอเน้นย้ำว่าให้ระวังเรื่องการกินและการพักผ่อนให้มาก โชคดีที่วันนี้ร้านปลาเผาประกาศหยุดขายเป็นเวลาสิบวันเพื่อให้ลูกจ้างในร้านได้ใช้เวลาเฉลิมฉลองร่วมกับครอบครัวช่วงสิ้นปีราวเจ็ดโมงเช้าระหว่างที่ทุกคนนั่งล้อมวงกินข้าวดูข่าวเช้าด
เนื่องจากหมอยังไม่ให้หม่อมเจ้าภูวสินออกจากโรงพยาบาลเพราะอาการลมพิษของเขานั้นยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ไปอีกสี่ห้าวัน ลูกสมุนแฝดสามจึงติดสอยห้อยตามย่ามาดูแลปู่ด้วย เพราะภาคีต้องพาบะแต๋งไปสอบเข้ากว่าจะเสร็จก็เกือบห้าโมงเย็น ส่วนเหนือฟ้า นิ่มฟ้าและน่านฟ้าแวะไปเที่ยวบ้านของมาส เมื่อเสร็จธุระตกดึกทุก







