Masukเสียงนาฬิกาปลุกของเหนือฟ้าดังขึ้นตั้งแต่ตีห้า เช้านี้เธอคิดจะทำอาหารให้ภาคีกินก่อนไปเรียน แต่หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย พอเปิดประตูออกจากห้องนอนกลับพบว่าพ่อครัวหนุ่มกำลังยืนผัดอะไรบางอย่างอยู่หน้าเตา สวมผ้ากันเปื้อนลายการ์ตูนรูปควาย เหนือฟ้าเดินตรงมาหาภาคีที่เตา ชะโงกหน้าลงไปดูเมนูส่งกลิ่นหอมในกระทะ
"ผัดบ่ะหนุน ผัดแบบใส่พริกแกงเผ็ด ใช้ขนุนอ่อนหน่อย กินตอนร้อน ๆ อร่อยมาก น้องชายพี่ทำให้กินบ่อย" ภาคีบอกแล้วปิดแก๊สเทผัดขนุนอ่อนใส่จาน
"พร้อมกินค่ะ หอมน่ากินมาก ๆ เลย"
"ผัดบ่ะหนุนอย่างเดียวเหรอที่น่ากิน คนทำล่ะ" ภาคีถามขณะเดินนำจานผัดเผ็ดขนุนกลิ่นหอมไปวางที่โต๊ะ โดยมีเหนือฟ้าทำหน้าที่คดข้าวสองจานตามไปทีหลัง
"คนทำก็น่ากินอยู่นิดนึง" นิสิตสาวนั่งลงฝั่งตรงข้าม พูดเสียงเบาอย่างอาย ๆ
"อนาคตพี่จะให้เหนือกินแล้วกันนะ"
เขายังคงตะล่อมและหว่านล้อมให้เธอใจแตก โชคดีที่พี่คีไม่ชอบคนชอบบังคับฝืนใจ การคบหากับเขาจึงมีแต่ความสบายใจ
ภาคีขับรถไปส่งเหนือฟ้าแถมยังแวะซื้อของกินมากมายให้เธอกินระหว่างช่วงพักกลางวัน
"อิจฉาอ่ะ พี่คีดูแลเพื่อนรักแก้วดีขนาดนี้เลยเหรอ ดูดิของกินเพียบเลย แฟนแก้วนะทั้งขี้งกทั้งนิสัยผีเปรตมาก" กอแก้วกระแทกหนังสือลงบนโต๊ะอย่างโมโห
"กินสิแก้ว เหนือยังมีข้าวหน้าหมูเทอริยากิอีกหนึ่งกล่อง" เหนือฟ้าเปิดกล่องซูชิให้กอแก้ว
"งั้นไม่เกรงใจแล้วนะ" กอแล้วฉีกยิ้มกว้างแล้วใช้ตะเกียบคีบซูชิสามสิบชิ้นที่ภาคีซื้อมาขุนเหนือฟ้า
ฟากเดียวกันภาคีแวะเข้าไปหาแม่ที่ร้านปลาเผาพุงพุ้ยแล้วอยู่ช่วยแม่เสริฟ์อาหารจดออเดอร์
ครืด!! ครืด!!
"คีลูก มีคนโทรมาจ้ะ เป็นภาษาญี่ปุ่นด้วย" เจ๊กระต่าย แม่คนเก่งดีกรีนางแบบเก่าหยิบโทรศัพท์มาส่งให้ลูกชาย "เดี๋ยวแม่จดออเดอร์ต่อเองจ้ะ ไปทำธุระของลูกเถอะ"
"ขอบคุณครับ" ภาคีก้มลงหอมแก้มแม่คนสวย แล้วรีบกดรับเบอร์ของรุ่นพี่ชาวญี่ปุ่นด้วยความสงสัย "ครับ โชตะเซมปาย ฮะ...เลื่อนวันเดินทางเหรอครับ ทำไมล่ะ"
หัวใจของภาคีหล่นวูบเมื่อได้รับข่าวสารว่าสวนผลไม้ที่ฮอกไกโดชื่อดังแห่งหนึ่งรับสมัครนักศึกษาช่วยงานสองคนเท่านั้น ซึ่งเป็นสวนที่เขาสนใจอยากไปร่วมงานด้วยมานาน ทว่าทางผู้จัดการสวนที่โน่นต้องการให้นักศึกษาได้เรียนรู้และช่วยงานเต็มที่ก่อนที่มหาลัยจะเปิดในช่วงเดือนพฤศจิกายน ทางมหาวิทยาลัยจึงส่งรายชื่อนักศึกษาต่างชาติที่จบเกษตรไปหกคน แล้วภาคีเป็นหนึ่งที่ได้รับเลือก
หลังจากคุยโทรศัพท์หนุ่มผมหยักศกประบ่าจึงนั่งกุมขมับอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้านที่เชื่อมต่อกับร้านปลาเผาของแม่ กระต่ายเห็นว่าลูกชายยังไม่ได้กินมื้อเที่ยงจึงเดินมาตาม
"คีครับ ไม่กินข้าวเหรอลูก แล้วคีโอเคเปล่าครับ" คุณแม่ผมสั้นเสมอหูนั่งลงด้านข้าง ยกมือลูบแผ่นหลังภาคี
"อิแม่ถ้าคีเดินทางไปญี่ปุ่นก่อนกำหนด เหนือจะเสียใจไหม คีกลัวน้องร้องไห้" ภาคีเครียด ทั้งที่เขาคิดว่าตนเองจะมีเวลาสานสัมพันธ์กับเหนือฟ้าอีกสักหน่อย อย่างน้อยก็อีกหนึ่งเดือนเต็ม แต่นี่ยังไม่ทันหมดเดือนแรกก็ต้องเดินทางไปญี่ปุ่นกะทันหัน
"แม่เชื่อว่าเหนือมีเหตุผลพอ น้องอาจจะเสียใจเป็นเรื่องธรรมดา ก็แฟนไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง จะเจอหน้ากันทีก็ลำบาก แต่ช่วงที่น้องปิดเทอมคีก็บินกลับมาหาน้องได้นี่ ไม่ต้องคิดมากนะลูก" เจ๊กระต่ายเหนี่ยวคอลูกชายเข้ามากอด
ภาคีออกจากร้านปลาเผาพุงพุ้ยแล้วหาซื้อกล่องแสตนเลสแบบมีตัวล็อกเพื่อนำไปทำไทม์แคปซูลไว้เก็บความทรงจำของเขากับเหนือฟ้า เมื่อรถจี๊ปจอดเทียบฟุตบาทตามจุดเดิมที่เคยรับแฟนสาวมหาลัยตามปกติ เหนือฟ้าที่กำลังเดินลงมาจากตึกพร้อมกับกอแก้วจึงรีบเข้ามาทักทายโชเฟอร์สุดหล่อ
ชายหนุ่มลดกระจกลง กอแก้วยกมือสวัสดี "สวัสดีค่ะพี่คี วันนี้ซูชิอร่อยมากเลยค่ะ"
"สวัสดีครับ ขอบคุณนะครับที่ชอบ ซูชิที่พี่ซื้อเป็นร้านเจ้าประจำพี่เอง" ภาคีรับไหว้ฉีกยิ้มให้กอแก้วอย่างเป็นกันเอง
"สงสัยวันหลังแก้วต้องไปอุดหนุนบ้างแล้ว"
"อ้อ พี่มีบัตรสะสมแต้มด้วย" ภาคีล้วงหาบัตรร้านซูชิในกระเป๋าสตางค์แล้วส่งให้กับกอแก้ว
"อุ้ยไม่เป็นไรหรอกค่ะ แก้วเกรงใจ" กอแก้วส่ายมือปฏิเสธ
"ต่อไปพี่คงไม่ได้ใช้แล้ว รับไปเถอะ ซื้ออีกสี่ครั้งก็ได้แต้มครบ ทางร้านเขาให้เรากินฟรีสิบชิ้นเลยนะ" เขายังคงยืนกราน กอแก้วจึงรับยอมรับบัตรสะสมแต้ม
"ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ เหนือแก้วกลับก่อนนะ พี่เวย์แชตว่ามาถึงแล้ว" กอแก้วโบกมือลาเพื่อนสนิทแล้วรีบวิ่งไปหาเวย์ แฟนหนุ่มทันที
ปกติหลังเลิกเรียนภาคีจะขับรถตรงกลับคอนโด แต่วันนี้เขาเลือกที่จะไปโรงเรียนอนุบาลเวหะชลการ ธุรกิจของครอบครัวเหนือฟ้าแทน
"พี่คีมาที่โรงเรียนพ่อเหนือทำไมคะ มีธุระอะไรกับพ่อรึเปล่าเอ่ย" เหนือฟ้าขมวดคิ้วถาม
ภาคียิ้มแล้วเอื้อมมือหยิบกล่องแสตนเลสมีตัวล็อกที่อยู่เบาะหลัง "พี่จะชวนเหนือมาฝังไทม์แคปซูลของเรา เผื่อว่าวันที่พี่เรียนจบกลับมา เราจะได้มาเปิดไทม์แคปซูลดูความลับของเราสองคน"
"ความลับเหรอคะ เหนือต้องเขียนความลับใส่ไว้ในกล่องนี้ใช่ไหม"
"ครับ พี่เองก็จะเขียนความลับของพี่เหมือนกัน เหนือมีกระดาษกับปากกาไหม"
"มีค่ะ" เหนือฟ้าฉีกกระดาษจากสมุดสองแผ่น แล้วส่งปากกาให้ภาคีหนึ่งแท่ง ทั้งสองต่างคนต่างเขียนไม่ให้อีกฝ่ายรับรู้จนกว่าเวลานั้นจะมาถึง
เหนือฟ้าไปยืมจอบของภารโรงประจำโรงเรียนแล้วชวนภาคีไปฝังไว้ที่ใต้ต้นประดู่อังสนาที่ปลูกอยู่หลังสนามหญ้าของโรงเรียน ภาคีจัดการขุดดินให้ลึกพอประมาณแล้ววางไทม์แคปซูลกล่องเหล็กลงไปที่ก้นหลุม จัดการฝังกลบจนมิดชิด
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจฝังแคปซูลกาลเวลา เขาจึงชวนเหนือฟ้าซื้อของไปกินที่ห้องแล้วจัดดินเนอรืเล็ก ๆ ริมระเบียงเพื่อบอกเรื่องสำคัญเร่งด่วน
"พี่คีคะ ขนมจีนน้ำเงี้ยวเจ้านี้อร่อยมากเลย พี่คีอ้าปากสิคะ เหนือป้อน"
ภาคีนั่งเงียบไม่พูดไม่จาแต่ก็ยอมอ้าปากงับอาหารจากช้อนเหนือฟ้าโดยไม่ปฏิเสธ เหนือฟ้าป้อนชายหนุ่มจนตึงท้อง จบของคาวก็ต่อของหวาน แล้วผลไม้อีกหลายชนิด
"ทำไมวันนี้พี่คีดูซึม ๆ" สาวอวบถามขณะที่ตนกำลังกินลิ้นจี่จักรพรรดิลูกใหญ่รสหวาน
"พี่มีเรื่องจะบอก" ดวงตาคมช้อนมองอย่างหวั่นใจ
"คะ เรื่องอะไรเหรอ" อีกฝ่ายกลับเคี้ยวลิ้นจี่แก้มพองเหมือนอึ่งอ่าง
"วันจันทร์หน้าพี่ต้องไปญี่ปุ่นแล้ว"
ตุ้บ!
ลิ้นจี่ลูกใหญ่ในมือของเหนือฟ้ากลิ้งตกลงบนพื้น "กำหนดการเลื่อนขึ้นมาเหรอคะ ไหนว่าจะไปพฤศจิกายนไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงไปวันจันทร์"
ภาคีหยิบโทรศัพท์แล้วเปิดอีเมล์จากสวนผลไม้ชื่อดังในฮอกไกโดให้เหนือฟ้าดู เธอจะได้เชื่อว่าเขาจำเป็นต้องไป
เหนือฟ้าอ่านอีเมล์สองภาษาฉบับหนึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่น อีกฉบับเป็นภาษาอังกฤษแล้วส่งคืนให้ภาคี
"ได้รับคัดเลือกไปใช่ไหมคะ ดีใจด้วยนะคะ" เธอบอกแล้วลุกจากเก้าอี้ ตรงไปที่ซิงค์ล้างมือ พลันนั้นดวงตาสองข้างก็อาบชุ่มไปด้วยหยดน้ำใส เหนือฟ้าสะอึกสะอื้นอยู่แบบนั้น เนื้อตัวสั่นเทา ใบหน้าก้มต่ำไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย
"ร้องออกมาเถอะ" ภาคีรีบเดินเข้ามาแล้วดึงเธอเข้ามากอดไว้ เขาสวมกอดเธอแน่นจนร่างกายเกือบหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน
ครอบครัวคนเลี้ยงควายเดินออกมาส่งครอบครัวของมาสที่ต้องเดินทางกลับก่อนเวลา เนื่องจากเขาต้องบินไปดูงานต่างประเทศพร้อมกับพ่อแม่แล้วจึงบินกลับมาจัดการเรื่องงานหมั้นในสัปดาห์หน้าอีกทีภาคีจึงปล่อยให้เด็กทั้งสองเอ่ยคำร่ำลากันโดยการยืนมองอยู่ห่าง ๆ ไม่เข้าไปรบกวน"เราสองคนก็เป็นคู่หมั้นกันแล้วเนอะ คู่หมั้นที่แปลว่าโตไปเราจะแต่งงานกัน" มาสเอ่ยด้วยแววตามั่นคง"ถ้าโตไปแล้วอ้ายมาสเกิดเปลี่ยนใจไม่แต่งกับนิ่ม นิ่มก็ไม่ว่าอะไร" แม้เด็กหญิงจะบอกแบบนั้น แต่ใจก็รู้สึกหวั่นกลัว กลัวว่าอนาคตข้างหน้าเขาจะไปรักคนอื่นมาสยกมือประคองแก้มป่องของนิ่มฟ้าแล้วรั้งเข้ามาหา "อ้ายไม่เปลี่ยนใจ""โอ๊ย ยดน้ำตาลฟ่ำ" น้ำเงี้ยวยื่นหน้าเข้ามาแซวพี่หลังจากที่มาสเดินจากไป สีฝุ่นกับแม่ก็เตรียมเดินกลับโรงแรมด้วยกันเนื่องจากที่พักที่ภาคีจองไว้ให้อยู่ห่างจากบริษัทไปเพียงแปดร้อยเมตรเท่านั้น แต่น้ำเงี้ยวรีบวิ่งไปดักหน้าทั้งคู่"ฉะไปตี้ไหน งิ้วไปโตยได้ก่อ" น้ำเงี้ยวอ้อนสายรุ้งแล้วหันไปขอความเห็นจากสีฝุ่น"คุณสายรุ้งกับน้องฝุ่นไปรถผมเถอะครับ วันนี้ผมก็เปิดห้องพักที่โรงแรมเดี
สีฝุ่นจูงมือน้ำเงี้ยวกลับเข้ามาในงานทันทีที่สายรุ้งเห็นจึงปรี่เข้ามากุมไหล่ลูกชาย "ฝุ่นไปไหนมาครับ แม่หาอยู่ตั้งนาน""ฝุ่นพาน้องไปเข้าห้องน้ำแล้วก็พาไปหาขนมกินครับ" เด็กชายบอกแล้วเหลือบตามองน้ำเงี้ยวตัวน้อย"งั้นไปนั่งที่โต๊ะเถอะครับ น้ำเงี้ยวไปกับป้าไหมคะเดี๋ยวงานจะเริ่มแล้ว" สายรุ้งชวนเด็กหญิงไปนั่งที่โต๊ะด้วยกัน แต่น้ำเงี้ยวเหลือบไปเห็นพ่อที่กำลังเดินเข้ามาในงานพอดี"งิ้วฉะไปหาป้อเจ้า เดี๋ยวมาหาปี้ฝุ่งใหม่เน้อ" น้ำเงี้ยวโบกมือบ๊ายบายสองแม่ลูก เด็กหญิงวิ่งถลาไปกอดขาภาคี "ป้อขี้""เป็นไงบ้างลูก" ภาคีรีบอุ้มลูกสาวจนตัวลอยสูง "หนูเจ๋บตรงไหนก่อ""งิ้วบ่เจ๋บเจ้า แท่ว่าป้อฮู้ได้จะได" มือเล็กประคองแก้มพ่อ"ดีผ่องละตี้หนูบ่เป๋นอะไรมาก และที่ป้อฮู้ก็เพราะว่าพี่น่านฟ้าบอกป้อเองครับ" เขาว่าแล้วเอาหน้าผากชนกับลูกสาว"
น่านฟ้าจูงมือน้ำเงี้ยวมาที่โต๊ะวีไอพีซึ่งมีป้ายเขียนว่า 'ฟาร์มหอยสมปองและสีฝุ่น' ทว่ากลับมีเพียงป้าสายรุ้งที่กำลังคุยกับแขกท่านอื่นที่ภาคีแนะนำให้รู้จักกัน ส่วนสีฝุ่นนั้นกำลังยืนแนะนำอโวคาโดจากไร่กับนักธุรกิจรุ่นราวคราวพ่ออยู่ที่โซนผลไม้"เดี๋ยวงิ้วฉะไปตั๊กตายปี้ฝุ่งเอง" น้ำเงี้ยวเดินนำน่านฟ้าไปหาสีฝุ่นหลังจากที่เด็กชายเพิ่งคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่เสร็จ โดยมีสายตาของภาคีคอยเหลือบมองอยู่ ที่เขาตัดสินใจเชิญสองแม่ลูกมาก็เพื่อทำให้เด็กคนนั้นเห็นว่าธุรกิจหอยกับอโวคาโดสามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่ง"สวัสดีนายสีฝุ่นใช่ไหม" น่านฟ้าทักทายเด็กชายในชุดสูทสีเทาพยักหน้ารับ "ใช่ นายมีอะไรกับเราเหรอ""อ้อ เราแค่จะมาทำความรู้จักด้วยน่ะ เราคือลูกชายของคนที่เชิญนายกับแม่มางาน หอยที่ฟาร์มของตาสมปองอร่อยมากจนป้อเรายังติดใจเลย เราเองก็ชอบมาก เราชื่อน่านฟ้านะ" น่านฟ้ายื่นมือไปให้สีฝุ่นจับสีฝุ่นเขย่ามือน่านฟ้าเบา ๆ "ยินดีที่ได้รู้จักนะน่านฟ้า"น้ำเงี้ยวเห็นพวกพี่ ๆ เขย่ามือกันเธอก็เลยอยากมีส่วนร่วมบ้าง เด็กหญิงวางมือตนเองทับกับมือของสีฝุ่
ความจริงแล้วภาคีไม่ได้ต้องการโอ้อวดสถานะของตัวเอง แต่หลังจากที่เขาซุ่มให้นักสืบของเดอะเซฟเฟอะซิกซ์ตามสืบเรื่องราวความบาดหมางของตระกูลดาลัลอยู่นาน ทำให้พบว่าลูกสาวสุดที่รักกำลังยืนอยู่ท่ามกลางดงอสรพิษและเขาต้องการให้มาสฝึกฝนตัวเองเพื่อปกป้องนิ่มฟ้าได้ทั้งตอนนี้และในอนาคตและนี่ก็เป็นโอกาสทองที่เขาจะต้องรีบไขว่คว้าเอาไว้ และประกาศศักดาให้พวกตีสองหน้ารู้ว่านิ่มฟ้า กฤตกล้าธนาดรคือบุตรสาวของภาคี หนึ่งในทายาทผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทยักษ์ใหญ่ และเป็นหลานสาวของหม่อมเจ้าภูวสิน หรือที่ทุกคนเรียกกว่ามาเฟียผู้คุมอาณาจักรควาย เขาอยากให้กลุ่มคนที่คิดจะทำร้ายมาสกับนิ่มฟ้ารับรู้ว่าต้นตระกูลของเขาแม้ไม่ได้ร่ำรวยเทียบเท่าครอบครัวดาลัล แต่ก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าใครช่วงเวลาห้าโมงเย็นบริเวณหน้าบริษัทตึกดำสูงระฟ้ารถลีมูซีนสีขาวติดฟิล์มดำแปะโลโก้ของ Z6 ทะยานเข้ามาจอดหน้าพรมสีแดงที่ปูทอดยาวเข้าไปในตึก ภาคีกระชับสูทสีดำสนิททั้งตัวก้าวขาลงมาจากรถโดยมีทีมบอดี้การ์ดประจำตัวของพี่ชายคนสนิทอย่างซุสคอยดูแลวันนี้เขาสลัดมาดจากพ่อเลี้ยงบ้านไร่คุมควายหลายพันตัวเป็นประธานบริษัทมาดขรึม ผมหยิกหยองของเขาถูกเซ็ตเสยไปด้านหลังเป
เนื่องจากเดือนนี้มีจำนวนวันพระค่อนข้างมากรีสอร์ตประจำไร่จึงมีแพกเกจสำหรับลูกค้าสายบุญ วันนี้นับเป็นวันแรกของเดือนที่เป็นวันพระใหญ่ เหนือฟ้าจึงจัดให้มีการทำบุญโดยการนิมนต์พระสงฆ์มาจากวัดโดยที่ลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปเองหลังจากที่หลวงพ่อรุ่นตาห้ารูปบิณฑบาตร ณ จุดที่ลูกวัดขับรถมาส่งบริเวณหน้าคาเฟของไร่เรียบร้อย เดือนเพ็ญก็ไหว้วานให้อินเหลาพาหลวงตาทั้งหลายไปส่งหน้าบ้านของภาคีก่อนเดินทางกลับวัดตามที่นัดแนะไว้กับเจ้านายของเธอกริ๊ง!เหนือฟ้าผุดลุกขึ้นจากเตียงนอนแล้วกดรับสายที่ผู้จัดการไร่โทรเข้ามา "ว่าไงคะพี่เดือน อุ๊ย เหนือลืมเลยค่ะว่าวันนี้ทำบุญ" สาวอวบรีบตะกุยผ้าลงจากเตียงแล้วตบก้นสามีที่ยังนอนคว่ำหน้าอยู่บนหมอน "พี่คีคะลงไปตักบาตรกันค่ะ" เธอบอกแล้วหยิบทิชชูเปียกมาซับหน้าซับตาส่งผลให้รอยขีดเขียนบนใบหน้าเปื้อนจนเคลือบดำไปทั่วหลังจากที่แม่บ้านลูกเจ็ดทำให้ตัวเองสดชื่นพอประมาณ เธอจึงเดินไปกดเปิดสวิตซ์ไฟห้องของลูกทุกคนแล้วตะโกนเรียกให้เด็ก ๆ ลงไปทำบุญด้วยกัน "ตื่นเร็วค่ะลงไปตักบาตกับแม่ก่อน"เธอบอกแล้วรีบสับขาลงบันไดเพื่อหอบหิ้วข้าวของไปรอรถพระที่กำลังเดิน
เดือนแรกของการเข้าเรียนอนุบาลหนึ่งผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นแม้ตอนแรกสามแฝดจะร้องไห้โยเย แต่พอได้เพื่อนที่โรงเรียนหนูน้อยก็เริ่มคุยมีเรื่องเล่าหลังเลิกเรียนทุกวันแต่สุดสัปดาห์นี้ชั้นเรียนอนุบาลประกาศหยุดเรียนยาวเนื่องจากที่โรงเรียนถูกใช้เป็นสนามสอบวิชาการอีกทั้งยังเป็นวันหยุดยาวเนื่องจากติดช่วงวันแรงงานแห่งชาติและวันฉัตรมงคลพอดี ถึงแม้วันนี้สามแฝดจะไม่มีเรียนแต่ก็ยังมีการบ้านที่ต้องทำส่งครูตอนเปิดเรียน โชคดีที่ได้นิ่มฟ้ากับน่านฟ้าคอยสอน ทำให้หมูยอ แป้งจี่ น้ำเงี้ยวทำเสร็จตั้งแต่เลิกเรียน"วันหยุดทั้งทีป้อก็อยากหยุดแล้วทำอะไรกับแม่บ้าง" ภาคีบอกแล้วเดินเข้ามากอดเหนือฟ้าที่กำลังยืนหวีผมอยู่หน้ากระจก"ทำกิจกรรมเสียเหงื่อเหรอคะ" เธอรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร เพราะตั้งแต่วันนั้นที่กลับจากสวนดอกไม้ตีนเขา หลังจากขับรถพวกเด็ก ๆ กลับบ้านเขาก็มีงานเข้ามากะทันหัน แล้วจากนั้นก็มีภารกิจเข้าไม่เว้นแต่ละวันทำให้ไม่มีเวลาได้จู๋จี๋กันเท่าไร"อื้อ" เขาพูดเสียงอู้ขณะระดมจูบไปทั่วแผ่นหลังเปลือยของเธอที่ยังอยู่ในชุดผ้าขนหนูผืนสั้น"คืนพรุ่งนี้เหนือจะจัดให้ดุเด็ดเผ็ดมันเลย" ครั้งน







