Mag-log inเสียงนาฬิกาปลุกของเหนือฟ้าดังขึ้นตั้งแต่ตีห้า เช้านี้เธอคิดจะทำอาหารให้ภาคีกินก่อนไปเรียน แต่หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย พอเปิดประตูออกจากห้องนอนกลับพบว่าพ่อครัวหนุ่มกำลังยืนผัดอะไรบางอย่างอยู่หน้าเตา สวมผ้ากันเปื้อนลายการ์ตูนรูปควาย เหนือฟ้าเดินตรงมาหาภาคีที่เตา ชะโงกหน้าลงไปดูเมนูส่งกลิ่นหอมในกระทะ
"ผัดบ่ะหนุน ผัดแบบใส่พริกแกงเผ็ด ใช้ขนุนอ่อนหน่อย กินตอนร้อน ๆ อร่อยมาก น้องชายพี่ทำให้กินบ่อย" ภาคีบอกแล้วปิดแก๊สเทผัดขนุนอ่อนใส่จาน
"พร้อมกินค่ะ หอมน่ากินมาก ๆ เลย"
"ผัดบ่ะหนุนอย่างเดียวเหรอที่น่ากิน คนทำล่ะ" ภาคีถามขณะเดินนำจานผัดเผ็ดขนุนกลิ่นหอมไปวางที่โต๊ะ โดยมีเหนือฟ้าทำหน้าที่คดข้าวสองจานตามไปทีหลัง
"คนทำก็น่ากินอยู่นิดนึง" นิสิตสาวนั่งลงฝั่งตรงข้าม พูดเสียงเบาอย่างอาย ๆ
"อนาคตพี่จะให้เหนือกินแล้วกันนะ"
เขายังคงตะล่อมและหว่านล้อมให้เธอใจแตก โชคดีที่พี่คีไม่ชอบคนชอบบังคับฝืนใจ การคบหากับเขาจึงมีแต่ความสบายใจ
ภาคีขับรถไปส่งเหนือฟ้าแถมยังแวะซื้อของกินมากมายให้เธอกินระหว่างช่วงพักกลางวัน
"อิจฉาอ่ะ พี่คีดูแลเพื่อนรักแก้วดีขนาดนี้เลยเหรอ ดูดิของกินเพียบเลย แฟนแก้วนะทั้งขี้งกทั้งนิสัยผีเปรตมาก" กอแก้วกระแทกหนังสือลงบนโต๊ะอย่างโมโห
"กินสิแก้ว เหนือยังมีข้าวหน้าหมูเทอริยากิอีกหนึ่งกล่อง" เหนือฟ้าเปิดกล่องซูชิให้กอแก้ว
"งั้นไม่เกรงใจแล้วนะ" กอแล้วฉีกยิ้มกว้างแล้วใช้ตะเกียบคีบซูชิสามสิบชิ้นที่ภาคีซื้อมาขุนเหนือฟ้า
ฟากเดียวกันภาคีแวะเข้าไปหาแม่ที่ร้านปลาเผาพุงพุ้ยแล้วอยู่ช่วยแม่เสริฟ์อาหารจดออเดอร์
ครืด!! ครืด!!
"คีลูก มีคนโทรมาจ้ะ เป็นภาษาญี่ปุ่นด้วย" เจ๊กระต่าย แม่คนเก่งดีกรีนางแบบเก่าหยิบโทรศัพท์มาส่งให้ลูกชาย "เดี๋ยวแม่จดออเดอร์ต่อเองจ้ะ ไปทำธุระของลูกเถอะ"
"ขอบคุณครับ" ภาคีก้มลงหอมแก้มแม่คนสวย แล้วรีบกดรับเบอร์ของรุ่นพี่ชาวญี่ปุ่นด้วยความสงสัย "ครับ โชตะเซมปาย ฮะ...เลื่อนวันเดินทางเหรอครับ ทำไมล่ะ"
หัวใจของภาคีหล่นวูบเมื่อได้รับข่าวสารว่าสวนผลไม้ที่ฮอกไกโดชื่อดังแห่งหนึ่งรับสมัครนักศึกษาช่วยงานสองคนเท่านั้น ซึ่งเป็นสวนที่เขาสนใจอยากไปร่วมงานด้วยมานาน ทว่าทางผู้จัดการสวนที่โน่นต้องการให้นักศึกษาได้เรียนรู้และช่วยงานเต็มที่ก่อนที่มหาลัยจะเปิดในช่วงเดือนพฤศจิกายน ทางมหาวิทยาลัยจึงส่งรายชื่อนักศึกษาต่างชาติที่จบเกษตรไปหกคน แล้วภาคีเป็นหนึ่งที่ได้รับเลือก
หลังจากคุยโทรศัพท์หนุ่มผมหยักศกประบ่าจึงนั่งกุมขมับอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้านที่เชื่อมต่อกับร้านปลาเผาของแม่ กระต่ายเห็นว่าลูกชายยังไม่ได้กินมื้อเที่ยงจึงเดินมาตาม
"คีครับ ไม่กินข้าวเหรอลูก แล้วคีโอเคเปล่าครับ" คุณแม่ผมสั้นเสมอหูนั่งลงด้านข้าง ยกมือลูบแผ่นหลังภาคี
"อิแม่ถ้าคีเดินทางไปญี่ปุ่นก่อนกำหนด เหนือจะเสียใจไหม คีกลัวน้องร้องไห้" ภาคีเครียด ทั้งที่เขาคิดว่าตนเองจะมีเวลาสานสัมพันธ์กับเหนือฟ้าอีกสักหน่อย อย่างน้อยก็อีกหนึ่งเดือนเต็ม แต่นี่ยังไม่ทันหมดเดือนแรกก็ต้องเดินทางไปญี่ปุ่นกะทันหัน
"แม่เชื่อว่าเหนือมีเหตุผลพอ น้องอาจจะเสียใจเป็นเรื่องธรรมดา ก็แฟนไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง จะเจอหน้ากันทีก็ลำบาก แต่ช่วงที่น้องปิดเทอมคีก็บินกลับมาหาน้องได้นี่ ไม่ต้องคิดมากนะลูก" เจ๊กระต่ายเหนี่ยวคอลูกชายเข้ามากอด
ภาคีออกจากร้านปลาเผาพุงพุ้ยแล้วหาซื้อกล่องแสตนเลสแบบมีตัวล็อกเพื่อนำไปทำไทม์แคปซูลไว้เก็บความทรงจำของเขากับเหนือฟ้า เมื่อรถจี๊ปจอดเทียบฟุตบาทตามจุดเดิมที่เคยรับแฟนสาวมหาลัยตามปกติ เหนือฟ้าที่กำลังเดินลงมาจากตึกพร้อมกับกอแก้วจึงรีบเข้ามาทักทายโชเฟอร์สุดหล่อ
ชายหนุ่มลดกระจกลง กอแก้วยกมือสวัสดี "สวัสดีค่ะพี่คี วันนี้ซูชิอร่อยมากเลยค่ะ"
"สวัสดีครับ ขอบคุณนะครับที่ชอบ ซูชิที่พี่ซื้อเป็นร้านเจ้าประจำพี่เอง" ภาคีรับไหว้ฉีกยิ้มให้กอแก้วอย่างเป็นกันเอง
"สงสัยวันหลังแก้วต้องไปอุดหนุนบ้างแล้ว"
"อ้อ พี่มีบัตรสะสมแต้มด้วย" ภาคีล้วงหาบัตรร้านซูชิในกระเป๋าสตางค์แล้วส่งให้กับกอแก้ว
"อุ้ยไม่เป็นไรหรอกค่ะ แก้วเกรงใจ" กอแก้วส่ายมือปฏิเสธ
"ต่อไปพี่คงไม่ได้ใช้แล้ว รับไปเถอะ ซื้ออีกสี่ครั้งก็ได้แต้มครบ ทางร้านเขาให้เรากินฟรีสิบชิ้นเลยนะ" เขายังคงยืนกราน กอแก้วจึงรับยอมรับบัตรสะสมแต้ม
"ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ เหนือแก้วกลับก่อนนะ พี่เวย์แชตว่ามาถึงแล้ว" กอแก้วโบกมือลาเพื่อนสนิทแล้วรีบวิ่งไปหาเวย์ แฟนหนุ่มทันที
ปกติหลังเลิกเรียนภาคีจะขับรถตรงกลับคอนโด แต่วันนี้เขาเลือกที่จะไปโรงเรียนอนุบาลเวหะชลการ ธุรกิจของครอบครัวเหนือฟ้าแทน
"พี่คีมาที่โรงเรียนพ่อเหนือทำไมคะ มีธุระอะไรกับพ่อรึเปล่าเอ่ย" เหนือฟ้าขมวดคิ้วถาม
ภาคียิ้มแล้วเอื้อมมือหยิบกล่องแสตนเลสมีตัวล็อกที่อยู่เบาะหลัง "พี่จะชวนเหนือมาฝังไทม์แคปซูลของเรา เผื่อว่าวันที่พี่เรียนจบกลับมา เราจะได้มาเปิดไทม์แคปซูลดูความลับของเราสองคน"
"ความลับเหรอคะ เหนือต้องเขียนความลับใส่ไว้ในกล่องนี้ใช่ไหม"
"ครับ พี่เองก็จะเขียนความลับของพี่เหมือนกัน เหนือมีกระดาษกับปากกาไหม"
"มีค่ะ" เหนือฟ้าฉีกกระดาษจากสมุดสองแผ่น แล้วส่งปากกาให้ภาคีหนึ่งแท่ง ทั้งสองต่างคนต่างเขียนไม่ให้อีกฝ่ายรับรู้จนกว่าเวลานั้นจะมาถึง
เหนือฟ้าไปยืมจอบของภารโรงประจำโรงเรียนแล้วชวนภาคีไปฝังไว้ที่ใต้ต้นประดู่อังสนาที่ปลูกอยู่หลังสนามหญ้าของโรงเรียน ภาคีจัดการขุดดินให้ลึกพอประมาณแล้ววางไทม์แคปซูลกล่องเหล็กลงไปที่ก้นหลุม จัดการฝังกลบจนมิดชิด
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจฝังแคปซูลกาลเวลา เขาจึงชวนเหนือฟ้าซื้อของไปกินที่ห้องแล้วจัดดินเนอรืเล็ก ๆ ริมระเบียงเพื่อบอกเรื่องสำคัญเร่งด่วน
"พี่คีคะ ขนมจีนน้ำเงี้ยวเจ้านี้อร่อยมากเลย พี่คีอ้าปากสิคะ เหนือป้อน"
ภาคีนั่งเงียบไม่พูดไม่จาแต่ก็ยอมอ้าปากงับอาหารจากช้อนเหนือฟ้าโดยไม่ปฏิเสธ เหนือฟ้าป้อนชายหนุ่มจนตึงท้อง จบของคาวก็ต่อของหวาน แล้วผลไม้อีกหลายชนิด
"ทำไมวันนี้พี่คีดูซึม ๆ" สาวอวบถามขณะที่ตนกำลังกินลิ้นจี่จักรพรรดิลูกใหญ่รสหวาน
"พี่มีเรื่องจะบอก" ดวงตาคมช้อนมองอย่างหวั่นใจ
"คะ เรื่องอะไรเหรอ" อีกฝ่ายกลับเคี้ยวลิ้นจี่แก้มพองเหมือนอึ่งอ่าง
"วันจันทร์หน้าพี่ต้องไปญี่ปุ่นแล้ว"
ตุ้บ!
ลิ้นจี่ลูกใหญ่ในมือของเหนือฟ้ากลิ้งตกลงบนพื้น "กำหนดการเลื่อนขึ้นมาเหรอคะ ไหนว่าจะไปพฤศจิกายนไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงไปวันจันทร์"
ภาคีหยิบโทรศัพท์แล้วเปิดอีเมล์จากสวนผลไม้ชื่อดังในฮอกไกโดให้เหนือฟ้าดู เธอจะได้เชื่อว่าเขาจำเป็นต้องไป
เหนือฟ้าอ่านอีเมล์สองภาษาฉบับหนึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่น อีกฉบับเป็นภาษาอังกฤษแล้วส่งคืนให้ภาคี
"ได้รับคัดเลือกไปใช่ไหมคะ ดีใจด้วยนะคะ" เธอบอกแล้วลุกจากเก้าอี้ ตรงไปที่ซิงค์ล้างมือ พลันนั้นดวงตาสองข้างก็อาบชุ่มไปด้วยหยดน้ำใส เหนือฟ้าสะอึกสะอื้นอยู่แบบนั้น เนื้อตัวสั่นเทา ใบหน้าก้มต่ำไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย
"ร้องออกมาเถอะ" ภาคีรีบเดินเข้ามาแล้วดึงเธอเข้ามากอดไว้ เขาสวมกอดเธอแน่นจนร่างกายเกือบหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน
งานแต่งจำลองที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อนำไปโพรโมตโฆษณาแพคเกจจัดงานแต่งในไร่พิทักษ์มหิงสา ซึ่งมีหมูยอเป็นเจ้าบ่าวและเมี่ยงคำเป็นเจ้าสาวตัวน้อยถูกตกแต่งเสร็จเรียบร้อยภายในสองวัน การตกแต่งหลักจะเน้นไปที่อมยิ้มสายรุ้ง มีลูกโป่งเจ็ดสีและกระโปรงเจ้าสาวตัดเย็บต่อเติมด้วยผ้าตาข่ายเจ็ดสีเย็บเข้ากับเนื้อผ้ากระโปรงสีขาวอีกที บนหัวของเมี่ยงคำตัวน้อยประดับด้วยดอกกุหลาบผ้าสายรุ้งแบบเดียวกับชุดดูน่ารักสดใสตามวัยส่วนหมูยอนั้นใส่สูทสีดำผูกโบว์หูกระต่ายเซ็ตผมหยิกหยองเสยไปด้านหลังดูหล่อเหลาผิดกับหมูหยองผมยุ่งคนเดิม ในงานแต่งกุ๊กกิ๊กน่ารักนี้มีพี่น้องทั้งหกคนร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมะต๋าวทำหน้าที่เดินนำโปรยกลีบดอกไม้มาพร้อมกับพริกหอมที่ถูกชักชวนให้มาร่วมพิธีแต่งานสมมุตินี้ด้วย ส่วนบะแต๋ง นิ่มฟ้า น่านฟ้า แป้งจี่ และน้ำเงี้ยวนั้นเดินต่อแถวโปรยดอกไม้มาทีละคนจากนั้นทุกคนจึงไปนั่งประจำที่คอยให้กำลังใจน้องชายเมื่อฤกษ์มงคลมาถึงเมี่ยงคำตัวน้อยจึงเดินมาพร้อมกับเวธัส เพื่อให้พ่อทำหน้าที่ส่งเด็กหญิงตัวน้อยไปให้เจ้าบ่าววัยห้าขวบ ครั้นบ่าวสาวฟันน้ำนมยืนคู่กันอยู่หน้าแท่นพิธีซึ่งมีเวธัสทำหน้าที่เป็นบาทหลวงจำเป็นและกล่าวคำ
ภารกิจของการแจกน้ำมันเขียวให้พ่อค้าแม่ค้าที่มาจัดบูธงานวันวาเลนไทน์จบลงภายในสองชั่วโมง หมูยอถึงกับบ่นปวดขาขณะที่เมี่ยงคำนั้นไม่บ่นสักแอะ ไม่มีการฟูมฟายงอแงแถมยังเอาใจพี่ด้วยการหาโน่นหานี่มาให้กินนั่นเป็นเพราะว่าเธอฝึกบัลเล่ต์วันละหลายชั่วโมงจึงทำให้กล้ามเนื้อขามีความยืดหยุ่นแข็งแรงกว่าพี่"โอ๊ยยย" หมูยอโวยวายเพราะน้องเตรียมจะบีบน่องขา ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรเพียงแค่แตะมือลงไปแต่พี่ก็แหกปากร้องเหมือนควายออกลูกเสียแล้ว"เบ่งฟายในปากเหยอ เงี่ยงยังมะได้ตำไยตาหยองเยยนะ" เมี่ยงคำพ่นลมหายใจแล้วเริ่มขยำขาพี่อย่างกระฉับกระเฉง หมูยอแอบมองน้องแล้วโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ๆ ใช้จังหวะนี้หอมแก้มน้องให้เร็วที่สุดฟอดดดเมี่ยงคำเบิกตาโพลงตวัดมองหน้าพี่"แอบแต๊ะเอียเก๊าบั่บนี้ ลาวไปตดตะเบียงกันเยยดีฟ่าตาหยอง ไพเยว" เมี่ยงคำลุกพรวดดึงแขนพี่ขึ้น"เขาเรียกแต๊ะอั๋งบ่าใจ้ก๊ะเมี่ยงคำน้อย" น่านฟ้าที่กำลังนั่งกินของมากมายที่พ่อค้าแม่ค้าให้มารีบทักท้วงคำศัพท์ที่น้องเพิ่งพูดผิดไป"ฮะ ไปตดตะเบียงคืออะหยังก๊ะอ้ายน่าน" หมูยอไม่เข้าใจ"คือ จดทะเบียนสมรสเวลาที่สามีภรรยาเขาไปจดกันตอนแต่งงานไงล่ะ" น่านฟ้าอธิบาย"ปุ๊ดโทะ! ยาย
สัปดาห์นี้ที่ไร่พิทักษ์มหิงสาจัดงานวันวาเลนไทน์จึงมีการเปิดให้พ่อค้าแม่ขายในนครนายกเข้ามาจับจองพื้นที่ออกร้านขายสินค้ามากมายเกือบร้อยกว่าร้านค้า แก๊งหมอผีละอ่อนจึงถูกพ่อกับแม่มอบหมายหน้าที่สำคัญ"หมูยอ แป้งจี่ น้ำเงี้ยวหนูไปคอยเดินตรวจตราถามคุณลุงคุณป้าว่าระบบไฟใช้ได้ไหมกับลุงยอดนะลูก ลุงยอดเป็นช่างไฟของไร่แล้วก็เอาถุงน้ำมันเขียวในกระเป๋าย่ามที่ป้อให้ไปคนละสามสิบถุงให้พวกลุงป้าที่เขามาขายของด้วยนะครับ ถือเป็นของขวัญที่ระลึกของไร่""ได้เลยปาขี้ แล้วยายเงี่ยงไปจ้วยดอได้ก่อ" เมี่ยงคำยังอยู่เที่ยวที่ไร่อีกหลายวันกว่าจะกลับบ้าน ช่วงนี้ไปไหนมาไหนหมูยอจึงพกพาน้องไปด้วยเสมอ จากคนที่กัดกันตลอดทุกครั้งที่เจอหน้าปัจจุบันกลายเป็นคนที่ขาดกันไม่ได้"แหม หวานมดขบเชียวนะ ชิ!" แป้งจี่หมั่นไส้พี่ชาย เพราะเธอเองก็อยากชวนพี่บรูซมาแต่ช่วงนี้เขากำลังเริ่มเป็นดาราเด็กที่กำลังมีชื่อเสียงในวงการ เธอจึงไม่อยากไปรบกวนตารางงานของเขาเท่าไหร่"เฮาฉองกนก็เหมือนกันนั่นแหละปี้ฉี่" น้ำเงี้ยวโอบไหล่พี่สาวเข้ามากอด เธอเองก็อยู่ห่างกับพี่ฝุ่นมาก จากนครนายกไปชัยภูมินั้นก็หลายกี่โล จะโทรไปหาพี่ก็เกรงใจ"งั้นจะพาเมี่ยงคำไปห
หลังเสร็จธุระจากการทัวร์รอบไร่ ภาคึจึงพาทุกคนมารับประทานอาหารที่ภัตตาคารของรีสอร์ตพริกหอมที่คอยโอ๋มะต๋าวมาตลอดทางที่นั่งรถกลับมาทำให้ทุกคนพากันแปลกใจ"มานั่งกะปิ๊ก" พริกหอมดึงมะต๋าวนั่งลงข้าง กาย แถมยังเอาผ้าเช็ดหน้าลายดอกไม้ไปชุบน้ำแล้วมาซับหน้าซับตาให้พี่"เอ๊ะ....ทำไมพริกหอมถึงประคบประหงมมะต๋าวจังเลยล่ะคะคุณอาเดีย" เหนือฟ้างง"เดียเล่าเรื่องมะต๋าวให้ลูกฟังค่ะ เขาก็เลยเห็นอกเห็นใจน้องมะต๋าว" อาเดียเอ่ย"อ๋อ น่ารักจังเลยค่ะ" เหนือฟ้าดีใจที่มีคตเอ็นดูมะต๋าวเพิ่มเมื่ออาหารมาเสิร์ฟจนครบมะต๋าวที่กำลังจะลุกไปนั่งกับแม่เพราะรู้สึกเกรงใจพริกหอม กลับถูกน้องกักตัวไว้"ท๋าวไพคิ๋นก้าวกะนุ๋งนะ" มะต๋าวบอก"ปิ๊กมะให้ไพ ท๋าวเพงเบบี๋ก๋องปิ๊ก ปิ๊กจาผ้อนก้าวให้" พริกหอมตักข้าวผัดทะเลในจานของตนเองแล้วเป่าไล่ความร้อนส่งให้มะต๋าวกิน"ท๋าวมะหยักเพงเบบี๋" มะต๋าวส่ายหน้าแล้วเหลือบตามองแม่กับบรรดาพี่ ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ"ปิ๊กเพงมะม้า ท๋าวท่องเพงยวกจาย เพงเดะดีนะหม่ำก้าวเยว" พริกหอมจ่อช้อนข้าวที่ปากมะต๋าว สุดท้ายหนูน้อยจึงต้องยอมกินแต่โดยดีเพราะน้องกำลังจิกตาเขียวปัดใส่กลับจากภัตตาคารภาคีพารุสลันไปส่งที
มะต๋าวนั่งด้านข้างพริกหอม และพยายามเอาใจน้องด้วยการตักเค้กป้อน ส่วนเด็กหญิงที่เห็นเรื่องกินเป็นเรื่องสำคัญก็อ้าปากรอคอยเค้กรสละมุนจากมือเด็กชายโดยไม่ปฎิเสธให้เสียน้ำใจ"หย่อย" พริกหอมบอก "อาวอีก" เด็กหญิงถูกใจเค้กโยเกิรต์หน้าไหม้ตัวดังทำให้มะต๋าวต้องคอยตักป้อนบริการจนหมดชิ้น"นี่ท๋าวนะ" เด็กชายแนะนำตัวแล้วเริ่มกินเครปเย็นของตัวเองจนครีมเลอะปาก"ท๋าวเหยอ นี่ปิ๊กนะ" พริกหอมแนะนำตัวกลับ "ผากเยะ" น้องบอกแล้วเหนี่ยวคอพี่เข้าไปหา"หือ" มะต๋าวหน้าสั่นนึกถึงตอนที่พ่อกับแม่กำลังจุ๊บกัน"เชะผาก ผากเยะ" พริกหอมเลียขอบปากของมะต๋าวเหมือนตอนที่ผักหมทำ"โอ๊ะ" หนูน้อยอุทานหน้าแดงก่ำรีบตวัดหน้าไปหาเหนือฟ้ากับภาคีเพื่อขอความช่วยเหลือ"งุ้ย กู้ปิ้งกู้ใหม่ก๋องงิ้วแหละ" น้ำเงี้ยวประสานมือขึ้นพร้อมกับบิดตัวไปมา เด็กหญิงชอบใจที่น้องชายถูกสาวจู่โจม"เอาก๋องทัวเองให้ยอดก่อนดีฟ่า" แป้งจี่เตือนน้องสาว"ปี้ฝุ่งบอกว่าซอบงิ้วแล้วเน้อ แต่ปี้บูดล่ะบอกแล้วก๊ะ" เด็กหญิงเยาะเย้ยพี่สาว"ยังมะบอกแต่ว่าปี้ฮู้ว่าเก๊าท่องซอบปี้ชัวร์" แป้งจี่ค่อนข้างมั่นใจว่าบรูซชอบเธอเช่นกัน"แล้วหมูยอไปหาเมี่ยงคำเหรอ อ้ายแต๋งพาไปก๊ะ" นิ่มฟ
คร่อก คร่อกกกเหนือฟ้านอนกรนอยู่บนแผ่นอกของภาคีขณะที่มะต๋าวนั้นตื่นเช้ากว่าพี่น้องทุกคน เพราะหนูน้อยพึงระลึกได้ว่าเมื่อคืนกำลังดูพ่อกับแม่ขี่กันแล้วจากนั้นก็จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นมะต๋าวจึงรีบก้าวขาลงจากเตียงนอนขนาดเล็กของตนแล้วเดินไปสะกิดผักหมที่นอนเฝ้าอยู่บนเบาะหมาปลายเตียง"โหมไพกะท๋าว" มะต๋าวชวนผักหมไปห้องพ่อกับแม่ด้วยกัน เนื่องจากฟ้ายังไม่สว่างดีหนูน้อยจึงค่อนข้างหวาดกลัวเจ้าสุนัขโกลเด้นหาวปากกว้างแล้วมุดลอดช่องหมาออกไป มะต๋าวจึงลอดออกตามไปด้วย ผักหมไปถึงหน้าห้องเจ้านายแล้วยกเท้าเขี่ยแคว่ก ๆ สองทีทว่าคนในห้องกลับเงียบกริบมันจึงตัดสินใจลอดช่องหมานำมะต๋าวเข้ามาก่อน เมื่อทั้งคนและหมาเข้ามาได้สำเร็จมะต๋าวจึงเดินเตาะแตะไปกดเปิดสวิตซ์ไฟหัวเตียง ส่วนผักหมนั้นทำหน้าที่เลียหน้าเลียตาให้มนุษย์ชายหญิงที่เพิ่งเสร็จกิจเมื่อตอนตีสามรีบตื่นขึ้นมาเลี้ยงมนุษย์เด็กที่กำลังนั่งหัวโด่อยู่แผล๊บ แผล๊บภาคีปรือตาเพ่งดูสิ่งมีชีวิตตรงหน้าที่ปลุกให้เขาตื่นจากนิทรา มะต๋าวจึงชะโงกหน้าเข้ามาอรุณสวัสดิ์พ่อ "ยุงกวักเพาะขี้""ยุงอะไรหว่า" คนที่กำลังงัวเงียคิดว่าเป็นความฝันขานรับแล้วหลับต่อผักหมถอนหายใจใส่ภ
ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์หลังจากแก๊งละอ่อนเข้าโรงพยาบาลเนื่องจากความซ่าความซนเป็นเหุต ตั้งแต่วันนั้นมาหมูยอก็ผวากับการแช่น้ำดอกกุหลาบ เพียงแค่เด็กชายเดินผ่านแปลงดอกกุหลาบหนูของแม่ที่เริ่มผลิดอกออกช่อใหม่ หนูน้อยก็รู้สึกคันคะเยอไปหมดวันนี้ภาคีตัดสินใจหอบหิ้วลูกและภรรยาล่องเหนือตรงไปยังไร่กฤตกล้าธ
ภาคีกับบะแต๋งกลับมาถึงบ้านพอดีขณะที่รถตู้ของตาทัพฟ้าและยายนับเก้ากำลังขับเข้ามาจอดในโรงรถของบ้าน เหนือฟ้าที่เห็นว่าทุกคนเดินทางกลับมาถึงแล้วจึงรีบเดินออกมาดูว่าทำไมน่านฟ้าไม่พาน้องเข้าบ้านซะที"น่านฟ้าแม่ให้หนูมาตามน้อง หนูหายมา..." นัยน์ตากลมลุกวาวเหลือบมองซ้ายและขวาเพราะกุหลาบหนูที่ปั้นใ
ผักจำนวนมากถูกแยกไว้เพื่อเตรียมนำมาดองที่ห้องแปรรูปอาหาร ก่อนกลับบ้านเหนือฟ้าจึงพาสามแฝดไปดูวิธีการดองผักที่ถูกสุขอนามัย"หนุนน้อยนั่นน้ำอะหยัง" หมูยอสงสัยว่าน้ำที่ใช้ดองผักนั้นเป็นน้ำอะไร"น้ำซาวข้าว น้ำเกลือ น้ำตาลทรายขาวจ้ะ" เหนือฟ้าอุ้มหมูยอให้ดูกรรมวิธีการดองผ่านทางหน้าต่างห้อง
ช่วงบ่ายบรูซกับพ่อแม่เดินทางมาถึงพร้อมกับของกินมากมายที่เอามาฝากครอบครัวคนเลี้ยงควาย ทันทีที่เด็กชายลงมาจากรถแป้งจี่ที่หายเข้าไปแต่งหน้าทาปากก็กลับออกมาพร้อมขันเงินใบขนาดเท่าฝ่ามือผู้ใหญ่ซึ่งดอกหญ้าเอาไว้จนพูนล้น"สบายดีบ๋อเจ้าหยวงพิบูด" แป้งจี่รีบวางขันลงกับพื้นแล้วนั่งพนมมือพับเพียบทักทา







