Se connecter*มีฉากหดหู่โปรดทำใจดี ๆ"
เมื่อคืนภาคีกล่อมเหนือฟ้าหลับ เขาทำเพียงตบ ๆ หลังเธอราวกับปลอบใจเด็กหญิงที่ยังไม่โต ถึงในใจอยากจะขึ้นไปนอนกอดเธอไว้ แต่กลัวว่าจะควบคุมตัวเองไม่ได้
เขากลัวว่าจะทิ้งเธอไม่ลง เวลาสามปีที่ญี่ปุ่นสำหรับเขามันช่างรู้สึกยาวนานเหมือนกับสามสิบปี แค่นึกถึงตอนที่ไม่ได้เจอเหนือฟ้า ไม่ได้จับมือ ไม่ได้จูบ เขาก็รู้สึกทรมานใจไปหมด
สามวันที่เหลือก่อนจะถึงวันเดินทางภาคียังคงไปรับไปส่งเหนือฟ้าและดูแลจนถึงวินาทีสุดท้าย หลังเลิกเรียนเขาพาเธอไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า ดูหนัง และโยนโบว์ลิ่งด้วยกัน บ้างก็พาไปเดินเที่ยวตลาดนัดกลางคืนแวะกินเมนูเด็ดร้านดัง
เรียกได้ว่าทำครบกระบวนการของคนที่เป็นแฟนกันอย่างดีที่สุด
"เหนือ พี่ให้ครับ" ภาคีไปเจอตุ๊กตาควายจากร้านขายตุ๊กตาแห่งหนึ่งที่ตลาด เขาจึงแวะซื้อมาฝากเหนือฟ้า
"ตัวเท่าฝ่ามือเอง ราคาเท่าไหร่คะ" เหนือฟ้ากอดตุ๊กตาควายดำตัวเล็กแล้วก้มลงฟัดมันอย่างมันเขี้ยว
"เจ็ดสิบเก้าบาทครับ"
"แพงเหมือนกันนะคะ เหนือนึกว่าตัวละห้าสิบบาทซะอีก"
"ก็มันเหลือตัวเดียวในร้านแล้ว พี่ก็เลยซื้อมา เหนือเก็บไว้เป็นตัวแทนพี่นะ" ภาคีฉีกยิ้มกว้างลูบหัวแฟนสาวอย่างอ่อนโยน
"เอาควายเป็นตัวแทนพี่คีเนี่ยนะ ตลกจัง" หญิงสาวมุ่นคิ้วบีบตุ๊กตาควายจนบู้บี้
"ก็พี่รักควายมาก รักเหมือนลูกตัวเองเลยล่ะ ใครจะหาว่าพี่เป็นควายพี่ก็ไม่โกรธหรอก ขนาดพ่อพี่ยังชอบให้แม่เรียกว่าไอ้ควาย" ภาคีนึกเหตุการณ์ตอนที่พ่อกับแม่ทะเลาะแล้วทึ้งผมกัน แม่มักจะเรียกพ่อว่าไอ้ควายภูประจำ
"พ่อแม่พี่คีดูขิงก็ราข่าก็แรงมาก น่ารัก"
"ไม้เบื่อไม้เมาเลยล่ะ"
ทั้งสองนั่งคุยด้วยกันหน้าทีวีอย่างกระหนุงกระหนิง พอฟ้าเริ่มมืดภาคีจึงทยอยเก็บข้าวของลงกระเป๋าใบโต เพราะกลางดึกคืนวันจันทร์เขาต้องบินไปญี่ปุ่น ขณะที่เหนือฟ้าที่บอกว่าขอตัวเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ ความจริงแล้วเธอไปนอนร้องไห้ หลังร้องไห้เสร็จก็แอบมาชะโงกดูภาคีนั่งเก็บสัมภาระเงียบ ๆ โดยไม่ให้เขารู้
เช้าวันจันทร์ภาคีเลือกที่จะไปส่งเหนือฟ้าไปมหาลัยเป็นครั้งสุดท้าย เขาและเธอต่างยิ้มให้กันแต่กลับไม่มีบทสนทนาใดเล็ดลอดออกมาจากปากอีกฝ่าย
"พี่คีคะ วันนี้เหนือต้องพรีเซ้นต์วิชาเรียนตอนเย็น เพราะอาจารย์ป่วยเลยขอเลื่อนมาวันนี้ เพราะอาทิตย์หน้าจะต้องเริ่มสอบเก็บคะแนนปลายภาคแล้ว"
นิสิตสาวบอกแล้วก้าวขาลงจากรถ ภาคีรีบยึดข้อมือเธอ "แล้วเหนือจะไปส่งพี่ที่สนามบินใช่ไหม"
"ไปค่ะ เหนือไปแน่นอน แต่พี่คีไปรอที่สนามบินก่อนเลย เผื่อเหนือไปสาย" เหนือฟ้าขยับตัวกลับเข้ามานั่งยกมือกอบกุมใบหน้าเศร้าโศกของภาคี ชายหนุ่มพยักหน้ารับดวงตาแดงก่ำคล้ายกับจะร้องไห้
ล่วงเข้าห้าโมงเย็นเหนือฟ้ากลับกลุ่มเพื่อนที่เพิ่งพรีเซ็นต์งานกับอาจารย์ประจำวิชาเสร็จต่างพากันแยกย้ายกลับบ้าน นิสิตสาวรีบตรงกลับไปที่คอนโดด้วยความเร่งรีบทว่าระหว่างเดินทางกลับด้วยรถแท็กซี่ กอแก้วกลับโทรเข้ามา
"ฮัลโหลว่าไงยัยแก้ว"
"เหนือช่วยแก้วด้วย....กรี๊ดด"
เผียะ! เผียะ!
"แก้ว กอแก้ว เกิดอะไรขึ้น"
"มึงคิดจะเลิกกับกูงั้นเหรอ ฝันไปเหอะ"
เสียงของเวย์แฟนหนุ่มของกอแก้วดังแล่บเข้ามาในโทรศัพท์ ทำให้เหนือฟ้าตัดสินใจฟังเงียบ ๆ
"คุณลุงคะ หนูขอเปลี่ยนเส้นทางค่ะ"
เหนือฟ้าตัดสินใจจะไปช่วยกอแก้วที่บ้าน ตอนนี้เธอไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น รู้เพียงแต่ว่าเธอต้องรีบไปช่วยเพื่อน ความเป็นห่วงเพื่อนทำให้เหนือฟ้าลืมสนิทว่าภาคีกำลังรออยู่ที่คอนโด
ชายหนุ่มเดินไปเดินมามองนาฬิกาบนฝาผนังครั้งละหลายสิบรอบ แต่เหนือฟ้าก็ยังเดินทางมาไม่ถึงคอนโด เขาจึงตัดสินใจเดินทางไปสนามบินคนเดียว
แต่เขาก็ยังมีหวังเล็ก ๆ ว่าเหนือฟ้าจะมาส่งทัน ภาคีจึงตั้งใจจะรอจนถึงวินาทีสุดท้าย
ฟากเดียวกันเหนือฟ้าที่รีบมาช่วยกอแก้ว หญิงสาวเดินทางถึงบ้านที่เป็นทาวน์เฮาส์ตั้งอยู่สุดซอย เพื่อความไม่ประมาทเหนือฟ้าจัดการโทรแจ้งตำรวจล่วงหน้า แต่รอแล้วรอเล่าตำรวจก็ยังไม่มา กระทั่งกอแก้วโทรเข้ามา
"ว่าไงแก้ว ปลอดภัยดีใช่ไหม"
"แก้วโอเค แต่ไอ้เวย์มันขังแก้วไว้ในห้องนอนชั้นล่าง เหนือลองดูกุญแจแถวกระถางต้นไม้หน้าห้องหน่อยนะ แก้วซุกแอบไว้ข้างใต้ แต่เหนือระวังตัวด้วยเผื่อไอ้ผีเปรตนั่นกลับมา"
"ได้จ้ะ แก้วรอหน่อยนะเหนือแจ้งตำรวจแล้ว"
เหนือฟ้าย่องเข้าไปในห้องนอนของกอแก้ว แล้วยกกระถางต้นไม้ฟอกอากาศออกรียหยิบกุญแจไขช่วยกอแก้วออกมา
"ไปเร็วแก้ว" เหนือฟ้าจับมือเพื่อนออกมา แต่โชคร้ายเวย์เดินกลับเข้ามาพร้อมขวดเบียร์ในมือ สีหน้าของอีกฝ่ายเห่อแดงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์
"พวงมึงคิดจะไปไหนกันวะ นังแก้วมึงคิดจะหนีเหรอ"
กอแก้วรีบหยิบด้ามไม้กวาดขึ้นมาใช้ป้องกันตัว แต่เวย์กลับพุ่งเข้ามาแล้วส่งลูกถีบเตะไปที่กลางท้องของกอแก้ว
"โอ้ย...ไอ้ชั่ว" กอแก้วจุกน้ำตาไหล
เหนือฟ้าโมโหจึงหยิบกระถางดินเผาขนาดเล็กทุ่มใส่หัวของเวย์
"ไปตายซะไอ้ชาติหมา!"
"โอ้ยยยย นังบ้า" เวย์สบถจับหัวที่มีเลือดไหลเป็นทาง มันช้อนตาขึ้นมองเหนือฟ้าด้วยความโกรธแล้วสวนหมัดเสยใส่คาง สาวอวบล้มไปกองกับพื้น ริมฝีปากแตกเลือดสีแดงสดไหลล้นริมขอบปาก จากนั้นเวย์จึงพุ่งเข้ามาตบและชกเธอด้วยหมัดอีกสองข้างด้วยความโกรธ แล้วกระทืบลงมาที่ขาเธอซ้ำ ๆ
ปั้ก! ผลัวะ! ปั้ก!
"กรี๊ดดดดด เหนือ ไอ้เวย์มึงหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ อย่าทำเหนือนะขอร้อง"
กอแก้วพยายามคลานไปคว้าขวดเบียร์แล้วกลั้นใจใช้แรงทั้งหมดฟาดไปที่หัวของเวย์
แต่กลับพลาดฟาดลงไปที่พื้น จนขวดแตกเป็นเสี่ยง ๆ แต่กอแก้วไม่ยอมแพ้รีบหยิบเศษแก้วที่แตกแล้วพุ่งเข้าใส่ตัวเวย์
ฉึก!
"อ้ากก"เศษแก้วทะลุเข้าเอวของเวย์ ชายตัวสูงใหญ่หน้าซีด รีบดึงเศษแก้วออกจนเลือดไหลทะลักจำนวนมาก
"กูจะฆ่ามึงอีแก้ว แล้วก็จะฆ่านังนั่นด้วย" เวย์สวนหมัดใส่กอแก้วอีกครั้ง แล้วขึ้นคร่อมคิดจะบีบคอหญิงสาวให้ขาดใจตาย เหนือฟ้าพยายามกัดฟันลุกขึ้น แม้ดวงตาจะปิดข้างหนึ่ง ขาอีกข้างก็คล้ายว่าจะหัก แต่เธอยังเหลือเรี่ยวแรงอยู่ หญิงสาวเห็นขวดเบียร์เปล่า ๆ อีกสองสามขวดที่วางระเกะระกะอยู่ข้างถังขยะ จึงพยายามลากสังขารอันสะบักสะบอมของตนไปหยิบแล้วเดินเข้าไปทางด้านหลังเวย์ แล้วจัดการฟาดลงที่ท้ายทอยของมันให้แรงที่สุด
เพล้ง!!
ขวดเบียร์แตกกระจายกลายเป็นเสี้ยว เวย์ช็อกตาค้างแล้วเอี้ยวตัวกลับมาทำตาขวางใส่คนฟาด "มึงตาย!"
เวย์คว้าเศษแก้วอันใหญ่ฟันลงไปที่แขนของเหนือฟ้า โชคดีที่เธอยังพลิกตัวหลบทันทำไม่อย่างนั้นคงพลาดโดนหน้าจนเสียโฉม
"นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ หยุดเดี๋ยวนี้" ในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสองคนก็มาถึง พวกเขาเข้าชาร์ตเวน์แล้วจับใส่กุญแจมือ และรีบโทรแจ้งโรงพยาบาลทันที
คนเจ็บสองคนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่กอแก้วไม่สาหัสเท่าเหนือฟ้า เธอจึงกดโทรหาราตรี พี่สาวของเพื่อนเพื่อแจ้งข่าวร้าย
ราตรีมาถึงโรงพยาบาลในระยะเวลาอันรวดเร็ว แล้วพุ่งเข้าไปหากอแก้วที่นอนอยู่บนเตียงในห้องฉุกเฉินในสภาพใบหน้ายับเยิน
"เหนือเป็นไงบ้างแก้ว แล้วเราโอเคไหม"
"แก้วขอโทษค่ะที่เป็นต้นเหตุ" กอแก้วฟูมฟาย
"ขอโทษนะคะคุณใช่ญาติคุณเหนือฟ้า เวหะชลการไหม" พยาบาลสาวเดินเข้ามาทักราตรี
"ใช่ค่ะ"
"พอดีคนไข้อยากคุยด้วยค่ะ รีบคุยหน่อยนะคะ เพราะเดี๋ยวต้องพาคนไข้ไปแสกนร่างกายดูว่ามีอวัยวะภายในจุดไหนได้รับความเสียหายบ้าง"
"รับทราบค่ะ" ราตรีรีบเดินตามนางพยาบาลเข้าไปในห้องฉุกเฉินอีกฝั่งที่ปิดม่านกั้นไว้ เมื่อราตรีเห็นสภาพน้องเธอกับเข้าทรุด เพราะดวงตาข้างหนึ่งบวมช้ำน่ากลัว ปากเจ่อบวม คางแตก ช่วงแขนมีรอยบาดลึกเป็นทางยาว ขาก็ถูกดามไว้ ใบหน้าฟกช้ำดำเขียวจนไม่เหลือเค้าโครงน้องสาวผู้น่ารักของเธอเลยสักนิด ราตรีน้ำตาไหลจับมือน้องที่พยายามขยับปากพูด
"พ....พี่ไนท์เขียนจดหมายให้เหนือหน่อย แล้วเอาไปให้พี่คี พีี่....พี่คีจะไปญี่ปุ่น คืนนี้ค่ะ"
"เขียนว่าอะไรจ๊ะ"
"เลิก เราเลิกกันเถอะ"
"เหนือคิดจะปิดบังเรื่องนี้กับคีใช่ไหม บอกคีเถอะนี่มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลยนะ"
"ม....ไม่ได้ค่ะ ถ้าเขารู้ เขา.,.เขาจะไม่ไป เขาจะไม่ทิ้งเหนือ ขอ ขอร้องนะ ช่วยที" เหนือฟ้าพูดทั้งน้ำตา
"ตกลง พี่จะทำให้"
ราตรีรีบจัดการตามที่เหนือฟ้าบอก แล้วเขียนจดหมายบอกเลิกตามที่น้องสาวสั่ง หญิงสาวนั่งแอร์พอร์ตลิงค์ไปถึงสนามบิน โชคดีที่มาถึงก่อนหน้าที่ภาคีจะบินในอีกสี่สิบนาที
"คี พี่เองนะ คีอยู่ไหน"
"พี่ไนท์เหรอครับ ผมอยู่หน้าร้านกาแฟครับ"
ราตรีเดินหาภาคีจนพบ แล้วรีบส่งจดหมายให้อีกฝ่าย "อะไรครับ"
. "ของเหนือจ้ะ โทษทีนะเหนือไม่สะดวกมา เลยฝากพี่มาส่งคีแทน ยังไงขอให้โชคดี ว่าง ๆ ก็แวะกลับมาไทยบ้าง พี่ขอตัวก่อน"
"เฮ้ย...พี่ไนท์ ผมจะฝากบอกเหนือว่า....." ภาคีไม่เข้าใจอาการลุกลนของราตรี บางทีเธอคงจะมีธุระด่วนจึงมาไวไปไว
ภาคีอมยิ้มแล้วเปิดซองจดหมายออก พลันนั้นรอยยิ้มกลับหุบลง กรามแกร่งขบแน่น "เราเลิกกันเถอะพี่คี เหนือไม่เหมาะกับพี่คีหรอกค่ะ"
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเหนือฟ้าถึงตัดสินใจบอกเลิกโดยไม่มีต้นสายปลายเหตุ ชายหนุ่มเดินหมดแรงทรุดตัวลงกับเก้าอี้ หยดน้ำตาของเขาร่วงเผาะ ๆ ราวกับสายฝนโปรยปราย
"ผู้หญิงใจดำ!" เขาพูดพึมพำแล้วขยำจดหมายทิ้งลงถังขยะ ยกหลังมือปาดน้ำตา แล้วคิดว่าจะไม่หันหลังกลับมาอีกจนกว่าจะครบสามปี หรือจนกว่าเขาจะลืมเธอ
เหนือฟ้ามุ่นคิ้วมองคนเมาด้วยความโกรธ ทั้งที่เธออุตส่าห์ถ่างตาแต่งชุดวับแวมเพื่อยั่วยวนเขา แต่พ่อคุณดันเมาหัวราน้ำแถมยังมาหาว่าเธอตัวหนัก น่าตีชะมัด ไม่รู้ละเธอจะไปนอน"เชิญนอนไปคนเดียวเลย ฝันดี" เหนือฟ้ากระแทกเสียงแล้วก้าวขาลงจากโซฟา แต่ฝ่ามือที่ไวกว่ารวบคว้าเข้าไปกอด ทำให้สองเท้าที่ยังไม่ทันจะตั้งหลักเซถลาจนล้มลงบนตักเขา. "พี่ขอโทษหนุนน้อย ขอโทษครับ" เสียงแหบพร่าไล่รดทั่วต้นคอ ตามด้วยมือหยาบกระด้างที่กำลังสอดเข้าไปใต้กระโปรงซีทรูสีฟ้าอ่อน ปลายนิ้วร้ายชอนไชไปหาจุดอ่อนไหวที่ฝังตัวอยู่ในรอยแยกเบียดแน่น"อ๊า...พี่คี อื้อ...." เสียงของเหนือฟ้าขาดช่วงเพราะแพนตี้ลูกไม่ตัวบางกำลังถูกปลายนิ้วหนาแหวกออก แล้วจุ่มจ้วงทะยานเข้าไปในหลุมร้อนชื้นอย่างฉับพลัน "พ..พรุ่งนี้เหนือจะไปช้อปปิ้งให้แหลกเลย""เอาบัตรพี่ไปรูดใช้ได้ตามสบาย" เสียงเข้มกระซิบกระเซ่าตามด้วยการจับขาอวบสองข้างให้ตั้งคร่อมระหว่างขาของเขา ขณะที่มืออีกข้างสำรวจขึ้นไปเหนือเต้าอิ่มที่ทะลักล้นออกมาจากบราลูกไม้สีฟ้าเหนือฟ้าแหงนหน้าขึ้นคลี่ยิ้มบาง ๆ พลางเอนตัวทิ้งน้ำหนักไปด้านหลังให้เขาลงน้ำหนักกับเรณูเ
ครอบครัวคนเลี้ยงควายเดินออกมาส่งครอบครัวของมาสที่ต้องเดินทางกลับก่อนเวลา เนื่องจากเขาต้องบินไปดูงานต่างประเทศพร้อมกับพ่อแม่แล้วจึงบินกลับมาจัดการเรื่องงานหมั้นในสัปดาห์หน้าอีกทีภาคีจึงปล่อยให้เด็กทั้งสองเอ่ยคำร่ำลากันโดยการยืนมองอยู่ห่าง ๆ ไม่เข้าไปรบกวน"เราสองคนก็เป็นคู่หมั้นกันแล้วเนอะ คู่หมั้นที่แปลว่าโตไปเราจะแต่งงานกัน" มาสเอ่ยด้วยแววตามั่นคง"ถ้าโตไปแล้วอ้ายมาสเกิดเปลี่ยนใจไม่แต่งกับนิ่ม นิ่มก็ไม่ว่าอะไร" แม้เด็กหญิงจะบอกแบบนั้น แต่ใจก็รู้สึกหวั่นกลัว กลัวว่าอนาคตข้างหน้าเขาจะไปรักคนอื่นมาสยกมือประคองแก้มป่องของนิ่มฟ้าแล้วรั้งเข้ามาหา "อ้ายไม่เปลี่ยนใจ""โอ๊ย ยดน้ำตาลฟ่ำ" น้ำเงี้ยวยื่นหน้าเข้ามาแซวพี่หลังจากที่มาสเดินจากไป สีฝุ่นกับแม่ก็เตรียมเดินกลับโรงแรมด้วยกันเนื่องจากที่พักที่ภาคีจองไว้ให้อยู่ห่างจากบริษัทไปเพียงแปดร้อยเมตรเท่านั้น แต่น้ำเงี้ยวรีบวิ่งไปดักหน้าทั้งคู่"ฉะไปตี้ไหน งิ้วไปโตยได้ก่อ" น้ำเงี้ยวอ้อนสายรุ้งแล้วหันไปขอความเห็นจากสีฝุ่น"คุณสายรุ้งกับน้องฝุ่นไปรถผมเถอะครับ วันนี้ผมก็เปิดห้องพักที่โรงแรมเดี
สีฝุ่นจูงมือน้ำเงี้ยวกลับเข้ามาในงานทันทีที่สายรุ้งเห็นจึงปรี่เข้ามากุมไหล่ลูกชาย "ฝุ่นไปไหนมาครับ แม่หาอยู่ตั้งนาน""ฝุ่นพาน้องไปเข้าห้องน้ำแล้วก็พาไปหาขนมกินครับ" เด็กชายบอกแล้วเหลือบตามองน้ำเงี้ยวตัวน้อย"งั้นไปนั่งที่โต๊ะเถอะครับ น้ำเงี้ยวไปกับป้าไหมคะเดี๋ยวงานจะเริ่มแล้ว" สายรุ้งชวนเด็กหญิงไปนั่งที่โต๊ะด้วยกัน แต่น้ำเงี้ยวเหลือบไปเห็นพ่อที่กำลังเดินเข้ามาในงานพอดี"งิ้วฉะไปหาป้อเจ้า เดี๋ยวมาหาปี้ฝุ่งใหม่เน้อ" น้ำเงี้ยวโบกมือบ๊ายบายสองแม่ลูก เด็กหญิงวิ่งถลาไปกอดขาภาคี "ป้อขี้""เป็นไงบ้างลูก" ภาคีรีบอุ้มลูกสาวจนตัวลอยสูง "หนูเจ๋บตรงไหนก่อ""งิ้วบ่เจ๋บเจ้า แท่ว่าป้อฮู้ได้จะได" มือเล็กประคองแก้มพ่อ"ดีผ่องละตี้หนูบ่เป๋นอะไรมาก และที่ป้อฮู้ก็เพราะว่าพี่น่านฟ้าบอกป้อเองครับ" เขาว่าแล้วเอาหน้าผากชนกับลูกสาว"
น่านฟ้าจูงมือน้ำเงี้ยวมาที่โต๊ะวีไอพีซึ่งมีป้ายเขียนว่า 'ฟาร์มหอยสมปองและสีฝุ่น' ทว่ากลับมีเพียงป้าสายรุ้งที่กำลังคุยกับแขกท่านอื่นที่ภาคีแนะนำให้รู้จักกัน ส่วนสีฝุ่นนั้นกำลังยืนแนะนำอโวคาโดจากไร่กับนักธุรกิจรุ่นราวคราวพ่ออยู่ที่โซนผลไม้"เดี๋ยวงิ้วฉะไปตั๊กตายปี้ฝุ่งเอง" น้ำเงี้ยวเดินนำน่านฟ้าไปหาสีฝุ่นหลังจากที่เด็กชายเพิ่งคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่เสร็จ โดยมีสายตาของภาคีคอยเหลือบมองอยู่ ที่เขาตัดสินใจเชิญสองแม่ลูกมาก็เพื่อทำให้เด็กคนนั้นเห็นว่าธุรกิจหอยกับอโวคาโดสามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่ง"สวัสดีนายสีฝุ่นใช่ไหม" น่านฟ้าทักทายเด็กชายในชุดสูทสีเทาพยักหน้ารับ "ใช่ นายมีอะไรกับเราเหรอ""อ้อ เราแค่จะมาทำความรู้จักด้วยน่ะ เราคือลูกชายของคนที่เชิญนายกับแม่มางาน หอยที่ฟาร์มของตาสมปองอร่อยมากจนป้อเรายังติดใจเลย เราเองก็ชอบมาก เราชื่อน่านฟ้านะ" น่านฟ้ายื่นมือไปให้สีฝุ่นจับสีฝุ่นเขย่ามือน่านฟ้าเบา ๆ "ยินดีที่ได้รู้จักนะน่านฟ้า"น้ำเงี้ยวเห็นพวกพี่ ๆ เขย่ามือกันเธอก็เลยอยากมีส่วนร่วมบ้าง เด็กหญิงวางมือตนเองทับกับมือของสีฝุ่
ความจริงแล้วภาคีไม่ได้ต้องการโอ้อวดสถานะของตัวเอง แต่หลังจากที่เขาซุ่มให้นักสืบของเดอะเซฟเฟอะซิกซ์ตามสืบเรื่องราวความบาดหมางของตระกูลดาลัลอยู่นาน ทำให้พบว่าลูกสาวสุดที่รักกำลังยืนอยู่ท่ามกลางดงอสรพิษและเขาต้องการให้มาสฝึกฝนตัวเองเพื่อปกป้องนิ่มฟ้าได้ทั้งตอนนี้และในอนาคตและนี่ก็เป็นโอกาสทองที่เขาจะต้องรีบไขว่คว้าเอาไว้ และประกาศศักดาให้พวกตีสองหน้ารู้ว่านิ่มฟ้า กฤตกล้าธนาดรคือบุตรสาวของภาคี หนึ่งในทายาทผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทยักษ์ใหญ่ และเป็นหลานสาวของหม่อมเจ้าภูวสิน หรือที่ทุกคนเรียกกว่ามาเฟียผู้คุมอาณาจักรควาย เขาอยากให้กลุ่มคนที่คิดจะทำร้ายมาสกับนิ่มฟ้ารับรู้ว่าต้นตระกูลของเขาแม้ไม่ได้ร่ำรวยเทียบเท่าครอบครัวดาลัล แต่ก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าใครช่วงเวลาห้าโมงเย็นบริเวณหน้าบริษัทตึกดำสูงระฟ้ารถลีมูซีนสีขาวติดฟิล์มดำแปะโลโก้ของ Z6 ทะยานเข้ามาจอดหน้าพรมสีแดงที่ปูทอดยาวเข้าไปในตึก ภาคีกระชับสูทสีดำสนิททั้งตัวก้าวขาลงมาจากรถโดยมีทีมบอดี้การ์ดประจำตัวของพี่ชายคนสนิทอย่างซุสคอยดูแลวันนี้เขาสลัดมาดจากพ่อเลี้ยงบ้านไร่คุมควายหลายพันตัวเป็นประธานบริษัทมาดขรึม ผมหยิกหยองของเขาถูกเซ็ตเสยไปด้านหลังเป
เนื่องจากเดือนนี้มีจำนวนวันพระค่อนข้างมากรีสอร์ตประจำไร่จึงมีแพกเกจสำหรับลูกค้าสายบุญ วันนี้นับเป็นวันแรกของเดือนที่เป็นวันพระใหญ่ เหนือฟ้าจึงจัดให้มีการทำบุญโดยการนิมนต์พระสงฆ์มาจากวัดโดยที่ลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปเองหลังจากที่หลวงพ่อรุ่นตาห้ารูปบิณฑบาตร ณ จุดที่ลูกวัดขับรถมาส่งบริเวณหน้าคาเฟของไร่เรียบร้อย เดือนเพ็ญก็ไหว้วานให้อินเหลาพาหลวงตาทั้งหลายไปส่งหน้าบ้านของภาคีก่อนเดินทางกลับวัดตามที่นัดแนะไว้กับเจ้านายของเธอกริ๊ง!เหนือฟ้าผุดลุกขึ้นจากเตียงนอนแล้วกดรับสายที่ผู้จัดการไร่โทรเข้ามา "ว่าไงคะพี่เดือน อุ๊ย เหนือลืมเลยค่ะว่าวันนี้ทำบุญ" สาวอวบรีบตะกุยผ้าลงจากเตียงแล้วตบก้นสามีที่ยังนอนคว่ำหน้าอยู่บนหมอน "พี่คีคะลงไปตักบาตรกันค่ะ" เธอบอกแล้วหยิบทิชชูเปียกมาซับหน้าซับตาส่งผลให้รอยขีดเขียนบนใบหน้าเปื้อนจนเคลือบดำไปทั่วหลังจากที่แม่บ้านลูกเจ็ดทำให้ตัวเองสดชื่นพอประมาณ เธอจึงเดินไปกดเปิดสวิตซ์ไฟห้องของลูกทุกคนแล้วตะโกนเรียกให้เด็ก ๆ ลงไปทำบุญด้วยกัน "ตื่นเร็วค่ะลงไปตักบาตกับแม่ก่อน"เธอบอกแล้วรีบสับขาลงบันไดเพื่อหอบหิ้วข้าวของไปรอรถพระที่กำลังเดิน







