เข้าสู่ระบบ*มีฉากหดหู่โปรดทำใจดี ๆ"
เมื่อคืนภาคีกล่อมเหนือฟ้าหลับ เขาทำเพียงตบ ๆ หลังเธอราวกับปลอบใจเด็กหญิงที่ยังไม่โต ถึงในใจอยากจะขึ้นไปนอนกอดเธอไว้ แต่กลัวว่าจะควบคุมตัวเองไม่ได้
เขากลัวว่าจะทิ้งเธอไม่ลง เวลาสามปีที่ญี่ปุ่นสำหรับเขามันช่างรู้สึกยาวนานเหมือนกับสามสิบปี แค่นึกถึงตอนที่ไม่ได้เจอเหนือฟ้า ไม่ได้จับมือ ไม่ได้จูบ เขาก็รู้สึกทรมานใจไปหมด
สามวันที่เหลือก่อนจะถึงวันเดินทางภาคียังคงไปรับไปส่งเหนือฟ้าและดูแลจนถึงวินาทีสุดท้าย หลังเลิกเรียนเขาพาเธอไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า ดูหนัง และโยนโบว์ลิ่งด้วยกัน บ้างก็พาไปเดินเที่ยวตลาดนัดกลางคืนแวะกินเมนูเด็ดร้านดัง
เรียกได้ว่าทำครบกระบวนการของคนที่เป็นแฟนกันอย่างดีที่สุด
"เหนือ พี่ให้ครับ" ภาคีไปเจอตุ๊กตาควายจากร้านขายตุ๊กตาแห่งหนึ่งที่ตลาด เขาจึงแวะซื้อมาฝากเหนือฟ้า
"ตัวเท่าฝ่ามือเอง ราคาเท่าไหร่คะ" เหนือฟ้ากอดตุ๊กตาควายดำตัวเล็กแล้วก้มลงฟัดมันอย่างมันเขี้ยว
"เจ็ดสิบเก้าบาทครับ"
"แพงเหมือนกันนะคะ เหนือนึกว่าตัวละห้าสิบบาทซะอีก"
"ก็มันเหลือตัวเดียวในร้านแล้ว พี่ก็เลยซื้อมา เหนือเก็บไว้เป็นตัวแทนพี่นะ" ภาคีฉีกยิ้มกว้างลูบหัวแฟนสาวอย่างอ่อนโยน
"เอาควายเป็นตัวแทนพี่คีเนี่ยนะ ตลกจัง" หญิงสาวมุ่นคิ้วบีบตุ๊กตาควายจนบู้บี้
"ก็พี่รักควายมาก รักเหมือนลูกตัวเองเลยล่ะ ใครจะหาว่าพี่เป็นควายพี่ก็ไม่โกรธหรอก ขนาดพ่อพี่ยังชอบให้แม่เรียกว่าไอ้ควาย" ภาคีนึกเหตุการณ์ตอนที่พ่อกับแม่ทะเลาะแล้วทึ้งผมกัน แม่มักจะเรียกพ่อว่าไอ้ควายภูประจำ
"พ่อแม่พี่คีดูขิงก็ราข่าก็แรงมาก น่ารัก"
"ไม้เบื่อไม้เมาเลยล่ะ"
ทั้งสองนั่งคุยด้วยกันหน้าทีวีอย่างกระหนุงกระหนิง พอฟ้าเริ่มมืดภาคีจึงทยอยเก็บข้าวของลงกระเป๋าใบโต เพราะกลางดึกคืนวันจันทร์เขาต้องบินไปญี่ปุ่น ขณะที่เหนือฟ้าที่บอกว่าขอตัวเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ ความจริงแล้วเธอไปนอนร้องไห้ หลังร้องไห้เสร็จก็แอบมาชะโงกดูภาคีนั่งเก็บสัมภาระเงียบ ๆ โดยไม่ให้เขารู้
เช้าวันจันทร์ภาคีเลือกที่จะไปส่งเหนือฟ้าไปมหาลัยเป็นครั้งสุดท้าย เขาและเธอต่างยิ้มให้กันแต่กลับไม่มีบทสนทนาใดเล็ดลอดออกมาจากปากอีกฝ่าย
"พี่คีคะ วันนี้เหนือต้องพรีเซ้นต์วิชาเรียนตอนเย็น เพราะอาจารย์ป่วยเลยขอเลื่อนมาวันนี้ เพราะอาทิตย์หน้าจะต้องเริ่มสอบเก็บคะแนนปลายภาคแล้ว"
นิสิตสาวบอกแล้วก้าวขาลงจากรถ ภาคีรีบยึดข้อมือเธอ "แล้วเหนือจะไปส่งพี่ที่สนามบินใช่ไหม"
"ไปค่ะ เหนือไปแน่นอน แต่พี่คีไปรอที่สนามบินก่อนเลย เผื่อเหนือไปสาย" เหนือฟ้าขยับตัวกลับเข้ามานั่งยกมือกอบกุมใบหน้าเศร้าโศกของภาคี ชายหนุ่มพยักหน้ารับดวงตาแดงก่ำคล้ายกับจะร้องไห้
ล่วงเข้าห้าโมงเย็นเหนือฟ้ากลับกลุ่มเพื่อนที่เพิ่งพรีเซ็นต์งานกับอาจารย์ประจำวิชาเสร็จต่างพากันแยกย้ายกลับบ้าน นิสิตสาวรีบตรงกลับไปที่คอนโดด้วยความเร่งรีบทว่าระหว่างเดินทางกลับด้วยรถแท็กซี่ กอแก้วกลับโทรเข้ามา
"ฮัลโหลว่าไงยัยแก้ว"
"เหนือช่วยแก้วด้วย....กรี๊ดด"
เผียะ! เผียะ!
"แก้ว กอแก้ว เกิดอะไรขึ้น"
"มึงคิดจะเลิกกับกูงั้นเหรอ ฝันไปเหอะ"
เสียงของเวย์แฟนหนุ่มของกอแก้วดังแล่บเข้ามาในโทรศัพท์ ทำให้เหนือฟ้าตัดสินใจฟังเงียบ ๆ
"คุณลุงคะ หนูขอเปลี่ยนเส้นทางค่ะ"
เหนือฟ้าตัดสินใจจะไปช่วยกอแก้วที่บ้าน ตอนนี้เธอไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น รู้เพียงแต่ว่าเธอต้องรีบไปช่วยเพื่อน ความเป็นห่วงเพื่อนทำให้เหนือฟ้าลืมสนิทว่าภาคีกำลังรออยู่ที่คอนโด
ชายหนุ่มเดินไปเดินมามองนาฬิกาบนฝาผนังครั้งละหลายสิบรอบ แต่เหนือฟ้าก็ยังเดินทางมาไม่ถึงคอนโด เขาจึงตัดสินใจเดินทางไปสนามบินคนเดียว
แต่เขาก็ยังมีหวังเล็ก ๆ ว่าเหนือฟ้าจะมาส่งทัน ภาคีจึงตั้งใจจะรอจนถึงวินาทีสุดท้าย
ฟากเดียวกันเหนือฟ้าที่รีบมาช่วยกอแก้ว หญิงสาวเดินทางถึงบ้านที่เป็นทาวน์เฮาส์ตั้งอยู่สุดซอย เพื่อความไม่ประมาทเหนือฟ้าจัดการโทรแจ้งตำรวจล่วงหน้า แต่รอแล้วรอเล่าตำรวจก็ยังไม่มา กระทั่งกอแก้วโทรเข้ามา
"ว่าไงแก้ว ปลอดภัยดีใช่ไหม"
"แก้วโอเค แต่ไอ้เวย์มันขังแก้วไว้ในห้องนอนชั้นล่าง เหนือลองดูกุญแจแถวกระถางต้นไม้หน้าห้องหน่อยนะ แก้วซุกแอบไว้ข้างใต้ แต่เหนือระวังตัวด้วยเผื่อไอ้ผีเปรตนั่นกลับมา"
"ได้จ้ะ แก้วรอหน่อยนะเหนือแจ้งตำรวจแล้ว"
เหนือฟ้าย่องเข้าไปในห้องนอนของกอแก้ว แล้วยกกระถางต้นไม้ฟอกอากาศออกรียหยิบกุญแจไขช่วยกอแก้วออกมา
"ไปเร็วแก้ว" เหนือฟ้าจับมือเพื่อนออกมา แต่โชคร้ายเวย์เดินกลับเข้ามาพร้อมขวดเบียร์ในมือ สีหน้าของอีกฝ่ายเห่อแดงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์
"พวงมึงคิดจะไปไหนกันวะ นังแก้วมึงคิดจะหนีเหรอ"
กอแก้วรีบหยิบด้ามไม้กวาดขึ้นมาใช้ป้องกันตัว แต่เวย์กลับพุ่งเข้ามาแล้วส่งลูกถีบเตะไปที่กลางท้องของกอแก้ว
"โอ้ย...ไอ้ชั่ว" กอแก้วจุกน้ำตาไหล
เหนือฟ้าโมโหจึงหยิบกระถางดินเผาขนาดเล็กทุ่มใส่หัวของเวย์
"ไปตายซะไอ้ชาติหมา!"
"โอ้ยยยย นังบ้า" เวย์สบถจับหัวที่มีเลือดไหลเป็นทาง มันช้อนตาขึ้นมองเหนือฟ้าด้วยความโกรธแล้วสวนหมัดเสยใส่คาง สาวอวบล้มไปกองกับพื้น ริมฝีปากแตกเลือดสีแดงสดไหลล้นริมขอบปาก จากนั้นเวย์จึงพุ่งเข้ามาตบและชกเธอด้วยหมัดอีกสองข้างด้วยความโกรธ แล้วกระทืบลงมาที่ขาเธอซ้ำ ๆ
ปั้ก! ผลัวะ! ปั้ก!
"กรี๊ดดดดด เหนือ ไอ้เวย์มึงหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ อย่าทำเหนือนะขอร้อง"
กอแก้วพยายามคลานไปคว้าขวดเบียร์แล้วกลั้นใจใช้แรงทั้งหมดฟาดไปที่หัวของเวย์
แต่กลับพลาดฟาดลงไปที่พื้น จนขวดแตกเป็นเสี่ยง ๆ แต่กอแก้วไม่ยอมแพ้รีบหยิบเศษแก้วที่แตกแล้วพุ่งเข้าใส่ตัวเวย์
ฉึก!
"อ้ากก"เศษแก้วทะลุเข้าเอวของเวย์ ชายตัวสูงใหญ่หน้าซีด รีบดึงเศษแก้วออกจนเลือดไหลทะลักจำนวนมาก
"กูจะฆ่ามึงอีแก้ว แล้วก็จะฆ่านังนั่นด้วย" เวย์สวนหมัดใส่กอแก้วอีกครั้ง แล้วขึ้นคร่อมคิดจะบีบคอหญิงสาวให้ขาดใจตาย เหนือฟ้าพยายามกัดฟันลุกขึ้น แม้ดวงตาจะปิดข้างหนึ่ง ขาอีกข้างก็คล้ายว่าจะหัก แต่เธอยังเหลือเรี่ยวแรงอยู่ หญิงสาวเห็นขวดเบียร์เปล่า ๆ อีกสองสามขวดที่วางระเกะระกะอยู่ข้างถังขยะ จึงพยายามลากสังขารอันสะบักสะบอมของตนไปหยิบแล้วเดินเข้าไปทางด้านหลังเวย์ แล้วจัดการฟาดลงที่ท้ายทอยของมันให้แรงที่สุด
เพล้ง!!
ขวดเบียร์แตกกระจายกลายเป็นเสี้ยว เวย์ช็อกตาค้างแล้วเอี้ยวตัวกลับมาทำตาขวางใส่คนฟาด "มึงตาย!"
เวย์คว้าเศษแก้วอันใหญ่ฟันลงไปที่แขนของเหนือฟ้า โชคดีที่เธอยังพลิกตัวหลบทันทำไม่อย่างนั้นคงพลาดโดนหน้าจนเสียโฉม
"นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ หยุดเดี๋ยวนี้" ในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสองคนก็มาถึง พวกเขาเข้าชาร์ตเวน์แล้วจับใส่กุญแจมือ และรีบโทรแจ้งโรงพยาบาลทันที
คนเจ็บสองคนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่กอแก้วไม่สาหัสเท่าเหนือฟ้า เธอจึงกดโทรหาราตรี พี่สาวของเพื่อนเพื่อแจ้งข่าวร้าย
ราตรีมาถึงโรงพยาบาลในระยะเวลาอันรวดเร็ว แล้วพุ่งเข้าไปหากอแก้วที่นอนอยู่บนเตียงในห้องฉุกเฉินในสภาพใบหน้ายับเยิน
"เหนือเป็นไงบ้างแก้ว แล้วเราโอเคไหม"
"แก้วขอโทษค่ะที่เป็นต้นเหตุ" กอแก้วฟูมฟาย
"ขอโทษนะคะคุณใช่ญาติคุณเหนือฟ้า เวหะชลการไหม" พยาบาลสาวเดินเข้ามาทักราตรี
"ใช่ค่ะ"
"พอดีคนไข้อยากคุยด้วยค่ะ รีบคุยหน่อยนะคะ เพราะเดี๋ยวต้องพาคนไข้ไปแสกนร่างกายดูว่ามีอวัยวะภายในจุดไหนได้รับความเสียหายบ้าง"
"รับทราบค่ะ" ราตรีรีบเดินตามนางพยาบาลเข้าไปในห้องฉุกเฉินอีกฝั่งที่ปิดม่านกั้นไว้ เมื่อราตรีเห็นสภาพน้องเธอกับเข้าทรุด เพราะดวงตาข้างหนึ่งบวมช้ำน่ากลัว ปากเจ่อบวม คางแตก ช่วงแขนมีรอยบาดลึกเป็นทางยาว ขาก็ถูกดามไว้ ใบหน้าฟกช้ำดำเขียวจนไม่เหลือเค้าโครงน้องสาวผู้น่ารักของเธอเลยสักนิด ราตรีน้ำตาไหลจับมือน้องที่พยายามขยับปากพูด
"พ....พี่ไนท์เขียนจดหมายให้เหนือหน่อย แล้วเอาไปให้พี่คี พีี่....พี่คีจะไปญี่ปุ่น คืนนี้ค่ะ"
"เขียนว่าอะไรจ๊ะ"
"เลิก เราเลิกกันเถอะ"
"เหนือคิดจะปิดบังเรื่องนี้กับคีใช่ไหม บอกคีเถอะนี่มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลยนะ"
"ม....ไม่ได้ค่ะ ถ้าเขารู้ เขา.,.เขาจะไม่ไป เขาจะไม่ทิ้งเหนือ ขอ ขอร้องนะ ช่วยที" เหนือฟ้าพูดทั้งน้ำตา
"ตกลง พี่จะทำให้"
ราตรีรีบจัดการตามที่เหนือฟ้าบอก แล้วเขียนจดหมายบอกเลิกตามที่น้องสาวสั่ง หญิงสาวนั่งแอร์พอร์ตลิงค์ไปถึงสนามบิน โชคดีที่มาถึงก่อนหน้าที่ภาคีจะบินในอีกสี่สิบนาที
"คี พี่เองนะ คีอยู่ไหน"
"พี่ไนท์เหรอครับ ผมอยู่หน้าร้านกาแฟครับ"
ราตรีเดินหาภาคีจนพบ แล้วรีบส่งจดหมายให้อีกฝ่าย "อะไรครับ"
. "ของเหนือจ้ะ โทษทีนะเหนือไม่สะดวกมา เลยฝากพี่มาส่งคีแทน ยังไงขอให้โชคดี ว่าง ๆ ก็แวะกลับมาไทยบ้าง พี่ขอตัวก่อน"
"เฮ้ย...พี่ไนท์ ผมจะฝากบอกเหนือว่า....." ภาคีไม่เข้าใจอาการลุกลนของราตรี บางทีเธอคงจะมีธุระด่วนจึงมาไวไปไว
ภาคีอมยิ้มแล้วเปิดซองจดหมายออก พลันนั้นรอยยิ้มกลับหุบลง กรามแกร่งขบแน่น "เราเลิกกันเถอะพี่คี เหนือไม่เหมาะกับพี่คีหรอกค่ะ"
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเหนือฟ้าถึงตัดสินใจบอกเลิกโดยไม่มีต้นสายปลายเหตุ ชายหนุ่มเดินหมดแรงทรุดตัวลงกับเก้าอี้ หยดน้ำตาของเขาร่วงเผาะ ๆ ราวกับสายฝนโปรยปราย
"ผู้หญิงใจดำ!" เขาพูดพึมพำแล้วขยำจดหมายทิ้งลงถังขยะ ยกหลังมือปาดน้ำตา แล้วคิดว่าจะไม่หันหลังกลับมาอีกจนกว่าจะครบสามปี หรือจนกว่าเขาจะลืมเธอ
งานแต่งจำลองที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อนำไปโพรโมตโฆษณาแพคเกจจัดงานแต่งในไร่พิทักษ์มหิงสา ซึ่งมีหมูยอเป็นเจ้าบ่าวและเมี่ยงคำเป็นเจ้าสาวตัวน้อยถูกตกแต่งเสร็จเรียบร้อยภายในสองวัน การตกแต่งหลักจะเน้นไปที่อมยิ้มสายรุ้ง มีลูกโป่งเจ็ดสีและกระโปรงเจ้าสาวตัดเย็บต่อเติมด้วยผ้าตาข่ายเจ็ดสีเย็บเข้ากับเนื้อผ้ากระโปรงสีขาวอีกที บนหัวของเมี่ยงคำตัวน้อยประดับด้วยดอกกุหลาบผ้าสายรุ้งแบบเดียวกับชุดดูน่ารักสดใสตามวัยส่วนหมูยอนั้นใส่สูทสีดำผูกโบว์หูกระต่ายเซ็ตผมหยิกหยองเสยไปด้านหลังดูหล่อเหลาผิดกับหมูหยองผมยุ่งคนเดิม ในงานแต่งกุ๊กกิ๊กน่ารักนี้มีพี่น้องทั้งหกคนร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมะต๋าวทำหน้าที่เดินนำโปรยกลีบดอกไม้มาพร้อมกับพริกหอมที่ถูกชักชวนให้มาร่วมพิธีแต่งานสมมุตินี้ด้วย ส่วนบะแต๋ง นิ่มฟ้า น่านฟ้า แป้งจี่ และน้ำเงี้ยวนั้นเดินต่อแถวโปรยดอกไม้มาทีละคนจากนั้นทุกคนจึงไปนั่งประจำที่คอยให้กำลังใจน้องชายเมื่อฤกษ์มงคลมาถึงเมี่ยงคำตัวน้อยจึงเดินมาพร้อมกับเวธัส เพื่อให้พ่อทำหน้าที่ส่งเด็กหญิงตัวน้อยไปให้เจ้าบ่าววัยห้าขวบ ครั้นบ่าวสาวฟันน้ำนมยืนคู่กันอยู่หน้าแท่นพิธีซึ่งมีเวธัสทำหน้าที่เป็นบาทหลวงจำเป็นและกล่าวคำ
ภารกิจของการแจกน้ำมันเขียวให้พ่อค้าแม่ค้าที่มาจัดบูธงานวันวาเลนไทน์จบลงภายในสองชั่วโมง หมูยอถึงกับบ่นปวดขาขณะที่เมี่ยงคำนั้นไม่บ่นสักแอะ ไม่มีการฟูมฟายงอแงแถมยังเอาใจพี่ด้วยการหาโน่นหานี่มาให้กินนั่นเป็นเพราะว่าเธอฝึกบัลเล่ต์วันละหลายชั่วโมงจึงทำให้กล้ามเนื้อขามีความยืดหยุ่นแข็งแรงกว่าพี่"โอ๊ยยย" หมูยอโวยวายเพราะน้องเตรียมจะบีบน่องขา ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรเพียงแค่แตะมือลงไปแต่พี่ก็แหกปากร้องเหมือนควายออกลูกเสียแล้ว"เบ่งฟายในปากเหยอ เงี่ยงยังมะได้ตำไยตาหยองเยยนะ" เมี่ยงคำพ่นลมหายใจแล้วเริ่มขยำขาพี่อย่างกระฉับกระเฉง หมูยอแอบมองน้องแล้วโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ๆ ใช้จังหวะนี้หอมแก้มน้องให้เร็วที่สุดฟอดดดเมี่ยงคำเบิกตาโพลงตวัดมองหน้าพี่"แอบแต๊ะเอียเก๊าบั่บนี้ ลาวไปตดตะเบียงกันเยยดีฟ่าตาหยอง ไพเยว" เมี่ยงคำลุกพรวดดึงแขนพี่ขึ้น"เขาเรียกแต๊ะอั๋งบ่าใจ้ก๊ะเมี่ยงคำน้อย" น่านฟ้าที่กำลังนั่งกินของมากมายที่พ่อค้าแม่ค้าให้มารีบทักท้วงคำศัพท์ที่น้องเพิ่งพูดผิดไป"ฮะ ไปตดตะเบียงคืออะหยังก๊ะอ้ายน่าน" หมูยอไม่เข้าใจ"คือ จดทะเบียนสมรสเวลาที่สามีภรรยาเขาไปจดกันตอนแต่งงานไงล่ะ" น่านฟ้าอธิบาย"ปุ๊ดโทะ! ยาย
สัปดาห์นี้ที่ไร่พิทักษ์มหิงสาจัดงานวันวาเลนไทน์จึงมีการเปิดให้พ่อค้าแม่ขายในนครนายกเข้ามาจับจองพื้นที่ออกร้านขายสินค้ามากมายเกือบร้อยกว่าร้านค้า แก๊งหมอผีละอ่อนจึงถูกพ่อกับแม่มอบหมายหน้าที่สำคัญ"หมูยอ แป้งจี่ น้ำเงี้ยวหนูไปคอยเดินตรวจตราถามคุณลุงคุณป้าว่าระบบไฟใช้ได้ไหมกับลุงยอดนะลูก ลุงยอดเป็นช่างไฟของไร่แล้วก็เอาถุงน้ำมันเขียวในกระเป๋าย่ามที่ป้อให้ไปคนละสามสิบถุงให้พวกลุงป้าที่เขามาขายของด้วยนะครับ ถือเป็นของขวัญที่ระลึกของไร่""ได้เลยปาขี้ แล้วยายเงี่ยงไปจ้วยดอได้ก่อ" เมี่ยงคำยังอยู่เที่ยวที่ไร่อีกหลายวันกว่าจะกลับบ้าน ช่วงนี้ไปไหนมาไหนหมูยอจึงพกพาน้องไปด้วยเสมอ จากคนที่กัดกันตลอดทุกครั้งที่เจอหน้าปัจจุบันกลายเป็นคนที่ขาดกันไม่ได้"แหม หวานมดขบเชียวนะ ชิ!" แป้งจี่หมั่นไส้พี่ชาย เพราะเธอเองก็อยากชวนพี่บรูซมาแต่ช่วงนี้เขากำลังเริ่มเป็นดาราเด็กที่กำลังมีชื่อเสียงในวงการ เธอจึงไม่อยากไปรบกวนตารางงานของเขาเท่าไหร่"เฮาฉองกนก็เหมือนกันนั่นแหละปี้ฉี่" น้ำเงี้ยวโอบไหล่พี่สาวเข้ามากอด เธอเองก็อยู่ห่างกับพี่ฝุ่นมาก จากนครนายกไปชัยภูมินั้นก็หลายกี่โล จะโทรไปหาพี่ก็เกรงใจ"งั้นจะพาเมี่ยงคำไปห
หลังเสร็จธุระจากการทัวร์รอบไร่ ภาคึจึงพาทุกคนมารับประทานอาหารที่ภัตตาคารของรีสอร์ตพริกหอมที่คอยโอ๋มะต๋าวมาตลอดทางที่นั่งรถกลับมาทำให้ทุกคนพากันแปลกใจ"มานั่งกะปิ๊ก" พริกหอมดึงมะต๋าวนั่งลงข้าง กาย แถมยังเอาผ้าเช็ดหน้าลายดอกไม้ไปชุบน้ำแล้วมาซับหน้าซับตาให้พี่"เอ๊ะ....ทำไมพริกหอมถึงประคบประหงมมะต๋าวจังเลยล่ะคะคุณอาเดีย" เหนือฟ้างง"เดียเล่าเรื่องมะต๋าวให้ลูกฟังค่ะ เขาก็เลยเห็นอกเห็นใจน้องมะต๋าว" อาเดียเอ่ย"อ๋อ น่ารักจังเลยค่ะ" เหนือฟ้าดีใจที่มีคตเอ็นดูมะต๋าวเพิ่มเมื่ออาหารมาเสิร์ฟจนครบมะต๋าวที่กำลังจะลุกไปนั่งกับแม่เพราะรู้สึกเกรงใจพริกหอม กลับถูกน้องกักตัวไว้"ท๋าวไพคิ๋นก้าวกะนุ๋งนะ" มะต๋าวบอก"ปิ๊กมะให้ไพ ท๋าวเพงเบบี๋ก๋องปิ๊ก ปิ๊กจาผ้อนก้าวให้" พริกหอมตักข้าวผัดทะเลในจานของตนเองแล้วเป่าไล่ความร้อนส่งให้มะต๋าวกิน"ท๋าวมะหยักเพงเบบี๋" มะต๋าวส่ายหน้าแล้วเหลือบตามองแม่กับบรรดาพี่ ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ"ปิ๊กเพงมะม้า ท๋าวท่องเพงยวกจาย เพงเดะดีนะหม่ำก้าวเยว" พริกหอมจ่อช้อนข้าวที่ปากมะต๋าว สุดท้ายหนูน้อยจึงต้องยอมกินแต่โดยดีเพราะน้องกำลังจิกตาเขียวปัดใส่กลับจากภัตตาคารภาคีพารุสลันไปส่งที
มะต๋าวนั่งด้านข้างพริกหอม และพยายามเอาใจน้องด้วยการตักเค้กป้อน ส่วนเด็กหญิงที่เห็นเรื่องกินเป็นเรื่องสำคัญก็อ้าปากรอคอยเค้กรสละมุนจากมือเด็กชายโดยไม่ปฎิเสธให้เสียน้ำใจ"หย่อย" พริกหอมบอก "อาวอีก" เด็กหญิงถูกใจเค้กโยเกิรต์หน้าไหม้ตัวดังทำให้มะต๋าวต้องคอยตักป้อนบริการจนหมดชิ้น"นี่ท๋าวนะ" เด็กชายแนะนำตัวแล้วเริ่มกินเครปเย็นของตัวเองจนครีมเลอะปาก"ท๋าวเหยอ นี่ปิ๊กนะ" พริกหอมแนะนำตัวกลับ "ผากเยะ" น้องบอกแล้วเหนี่ยวคอพี่เข้าไปหา"หือ" มะต๋าวหน้าสั่นนึกถึงตอนที่พ่อกับแม่กำลังจุ๊บกัน"เชะผาก ผากเยะ" พริกหอมเลียขอบปากของมะต๋าวเหมือนตอนที่ผักหมทำ"โอ๊ะ" หนูน้อยอุทานหน้าแดงก่ำรีบตวัดหน้าไปหาเหนือฟ้ากับภาคีเพื่อขอความช่วยเหลือ"งุ้ย กู้ปิ้งกู้ใหม่ก๋องงิ้วแหละ" น้ำเงี้ยวประสานมือขึ้นพร้อมกับบิดตัวไปมา เด็กหญิงชอบใจที่น้องชายถูกสาวจู่โจม"เอาก๋องทัวเองให้ยอดก่อนดีฟ่า" แป้งจี่เตือนน้องสาว"ปี้ฝุ่งบอกว่าซอบงิ้วแล้วเน้อ แต่ปี้บูดล่ะบอกแล้วก๊ะ" เด็กหญิงเยาะเย้ยพี่สาว"ยังมะบอกแต่ว่าปี้ฮู้ว่าเก๊าท่องซอบปี้ชัวร์" แป้งจี่ค่อนข้างมั่นใจว่าบรูซชอบเธอเช่นกัน"แล้วหมูยอไปหาเมี่ยงคำเหรอ อ้ายแต๋งพาไปก๊ะ" นิ่มฟ
คร่อก คร่อกกกเหนือฟ้านอนกรนอยู่บนแผ่นอกของภาคีขณะที่มะต๋าวนั้นตื่นเช้ากว่าพี่น้องทุกคน เพราะหนูน้อยพึงระลึกได้ว่าเมื่อคืนกำลังดูพ่อกับแม่ขี่กันแล้วจากนั้นก็จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นมะต๋าวจึงรีบก้าวขาลงจากเตียงนอนขนาดเล็กของตนแล้วเดินไปสะกิดผักหมที่นอนเฝ้าอยู่บนเบาะหมาปลายเตียง"โหมไพกะท๋าว" มะต๋าวชวนผักหมไปห้องพ่อกับแม่ด้วยกัน เนื่องจากฟ้ายังไม่สว่างดีหนูน้อยจึงค่อนข้างหวาดกลัวเจ้าสุนัขโกลเด้นหาวปากกว้างแล้วมุดลอดช่องหมาออกไป มะต๋าวจึงลอดออกตามไปด้วย ผักหมไปถึงหน้าห้องเจ้านายแล้วยกเท้าเขี่ยแคว่ก ๆ สองทีทว่าคนในห้องกลับเงียบกริบมันจึงตัดสินใจลอดช่องหมานำมะต๋าวเข้ามาก่อน เมื่อทั้งคนและหมาเข้ามาได้สำเร็จมะต๋าวจึงเดินเตาะแตะไปกดเปิดสวิตซ์ไฟหัวเตียง ส่วนผักหมนั้นทำหน้าที่เลียหน้าเลียตาให้มนุษย์ชายหญิงที่เพิ่งเสร็จกิจเมื่อตอนตีสามรีบตื่นขึ้นมาเลี้ยงมนุษย์เด็กที่กำลังนั่งหัวโด่อยู่แผล๊บ แผล๊บภาคีปรือตาเพ่งดูสิ่งมีชีวิตตรงหน้าที่ปลุกให้เขาตื่นจากนิทรา มะต๋าวจึงชะโงกหน้าเข้ามาอรุณสวัสดิ์พ่อ "ยุงกวักเพาะขี้""ยุงอะไรหว่า" คนที่กำลังงัวเงียคิดว่าเป็นความฝันขานรับแล้วหลับต่อผักหมถอนหายใจใส่ภ
เด็กชายกับเด็กหญิงกอดกันกลมมีเพียงมะต๋าวคนเดียวที่หัวเราะเอิ๊กอ๊ากไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขา ขณะที่พลพรรคไก่สายโฉดกำลังย่างสามขุมเข้ามาประจันหน้ากับเด็กน้อยทั้งสามคน"โฮ่งโฮ่ง" แก๊งหมาช่วยกันเห่าไล่ไก่หน้ามืดที่กำลังโกรธจัด"กระต๊าก" เจ้าไก่ตัวหัวหน้ากระโจนเข้าใส่พร้อมกางกรงเล็
ตาทัพฟ้าใช้เวลานอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเวลาหกวันแล้วกลับมารักษาตัวที่ไร่พิทักษ์มหิงสาโดยใช้รถบ้านที่มาสซื้อให้นิ่มฟ้าเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจส่วนตัวร่วมกับยายนับเก้าขณะที่วันเสาร์นี้บะแต๋งมีการแสดงโชว์ควายร่วมกับหุยหุยที่ไร่เด็กชายจึงให้ปู่กับย่าเดินทางมาส่งตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ ส่ว
ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ทุกคนช่วยกันดูแลรักษาความบอบช้ำทางใจให้มะต๋าว หนูน้อยก็มีท่าทางสดใสร่าเริงขึ้น ภาคีที่เพิ่งเคลียร์งานในบริษัทเสร็จจึงรีบเดินทางกลับบ้านด้วยคิดถึง"หนุนน้อยจ๋า" พ่อเลี้ยงหนุ่มในชุดเสื้อกล้ามสีดำวิ่งอ้าแขนกว้างเหมือนกับเด็กสี่ขวบเข้ามากอดเหนือฟ้า
หลังเสร็จธุระที่โรงพยาบาลทุกคนจึงกลับมาปรึกษาเรื่องมะต๋าวที่โรงแรม เหนือฟ้าจึงตัดสินใจว่าจะพามะต๋าวกลับบ้านก่อนเพราะหมอแนะนำให้ฟื้นฟูจิตใจลูกด้วยการให้มองวิวทิวทัศน์และทัศนียภาพที่โล่งกว้าง ดังนั้นการพากลับไร่พิทักษ์มหิงสาคือวิธีที่ดีที่สุด"เฮ้อ เนี่ยแหละนะเขาถึงบอกว่ามีแม่เมื่อพร้อม ต่อไ







