เข้าสู่ระบบเช้านี้เหนือฟ้าเดินทางไปมหาลัยด้วยตนเองโดยรถไฟฟ้าใต้ดินที่ติดกับคอนโด เพราะเมื่อคืนภาคีทำงานหามรุ่งหามค่ำ เธอจึงไม่อยากรบกวน แล้วปล่อยให้เขานอนหลับสนิทอยู่บนเตียง
นิสิตสาวใช่เวลาในการสอบสามชั่วโมงเต็มตั้งแต่แปดโมงเช้าจนถึงสิบโมง แล้วเรียนต่อภาคบ่ายจนถึงสี่โมงเย็น ก่อนกลับจึงแวะซื้อของกินมากมายไปฝากเขา
"คุณเหนือฟ้ารึเปล่าครับ" รปภ.หน้าคอนโดเดินเข้ามาดักหน้าแล้วก้มลงดูรูปในโทรศัพท์เพื่อตรวจสอบว่าใช่ตัวจริงหรือเปล่า
"ใช่ค่ะ มีอะไรเหรอคะ"
"พอดีเจ้าของห้อง 909 ฝากคีย์การ์ดไว้ครับ เห็นว่ามีธุระด่วน"
"อ้อ ขอบคุณค่ะ" เหนือฟ้ารับคีย์การ์ดของภาคีมาจากมือของรปภ.แล้วเดินกลับห้องพักด้วยสีหน้าเป็นกังวล จึงตัดสินใจโทรไปหา
"พี่คีอยู่ไหนคะ เหนือกลับมาถึงห้องแล้วนะคะ"
"ฮัลโหลเหนือ พี่ขอโทษนะ พี่ต้องบินด่วนกลับมาแม่ฮ่องสอน พอดีรถคนงานประสบอุบัติเหตุ คนงานบาดเจ็บสามคนพ่อเลยส่งพี่มาดูแลพวกเขา"
"แล้วเป็นอะไรกันมากไหมคะ"
"ยังไม่รู้เลยครับ พี่ต้องรอไปสอบถามอาการจากหมอที่โรงพยาบาลก่อน ยังไงสามสี่วันนี้เหนืออยู่คนเดียวไปก่อนนะ ถ้าอยู่คนเดียวไม่ได้ เหนือก็กลับไปนอนที่บ้านก่อน"
"ไม่เป็นไรค่ะ เหนืออยู่ได้ เดินทางปลอดภัยนะคะ"
"ครับ แล้วผลสอบออกเมื่อไหร่บอกพี่นะ พี่รอของรางวัลจากเหนือ"
หลังวางสายสนทนาเหนือฟ้าจึงเริ่มเก็บเสื้อผ้าของภาคีมาซัก ทำความสะอาดห้อง และนั่งกินอาหารคนเดียว ถึงแม้ห้องจะเงียบสงัดแต่อย่างน้อยก็ได้โทรทัศน์ในห้องเพิ่มความบันเทิงได้บ้าง
สี่วันผ่านไปครบกำหนดตามที่ภาคีบอกว่าเขาจะเดินทางกลับ แต่ตกเย็นแล้วเหนือฟ้าก็ยังไม่ได้รับข้อความ หรือโทรศัพท์สักสายจากเขาเลยสักครั้ง
นิสิตสาวจึงตั้งหน้าตั้งตากินมื้อเย็น อาบน้ำเตรียมเข้านอนตามปกติ จังหวะเดียวกันนั้นแชตในกลุ่มของวิชาเรียนที่เพิ่งสอบไปก็เด้งขึ้นมา เหนือฟ้ารีบกดเช็กดูรายละเอียดดังกล่าว พบว่าอาจารย์แชร์ลิงค์เช็กคะแนนสอบออนไลน์ให้ดูในกลุ่ม
"คะแนนเต็มหกสิบ ได้สักครึ่งนึงก็ยังดีวะไอ้เหนือ" เหนือฟ้าพูดพึมพำแล้วกดเข้าไปในลิงค์ที่อาจารย์แชร์มา หญิงสาวเลื่อน ๆ ดูรายชื่อและรหัสนักศึกษาที่อยู่เกือบท้ายสุด "ห้าสิบหกคะแนน กรี๊ดดดด อีกสี่คะแนนก็เต็มแล้ว เย้สอบผ่านแล้ว"
เหนือฟ้าดีใจเนื้อเต้นรีบแคปหลักฐานคะแนนส่งไปให้ภาคีทางแชต
เปรี้ยง!! ผ่าง!!
อยู่ดี ๆ ฝนฟ้าก็ร้องกึกก้องกัมปนาทราวกับจะเฉลิมฉลองให้เธอ แล้วไม่นานนักพายุฝนก็เทลงมาอย่างหนักจนแทบมองไม่เห็นถนนหนทางที่อยู่เบื้องล่างคอนโด
หนึ่งทุ่ม.....
หญิงสาวนอนเกลือกกลิ้งกดไถโทรศัพท์เล่นเพื่อรอภาคีตอบกลับมา แต่รอนานจนถึงสี่ทุ่มเขาก็ยังไม่โต้ตอบใด ๆ "หรือจะเกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือเปล่า" พูดพึมพำด้วยเป็นห่วง
สาวในชุดนอนกระโปรงลายดอกไม้ผุดลุกนั่งแล้วกดโทรหาด้วยความร้อนใจ
ขณะที่อีกฝ่ายกดรับด้วยความดีใจไม่แพ้กัน "เหนือ ได้ยินพี่ไหมพอดีไม่ค่อยมีสัญญาณ ฝนตกหนักมาก"
"พี่คีกำลังขับรถกลับมาจากสนามบินเหรอคะ หรือว่ายังไม่ได้กลับ"
"ใช่ พี่กำลังขับรถฝ่าพายุเพื่อมารับรางวัลจากเหนือ ตอนนี้พี่อยากได้รางวัลใจจะขาดแล้ว"
"พี่คีบ้าบิ่นมาก ทำแบบนี้มันอันตรายนะคะ แล้วเห็นแชตเหนือแล้วเหรอ"
"เห็นชัดเจนเลย เก่งมาก ๆ เต็มหกสิบได้ตั้งห้าสิบหก แสดงว่าจูบห้าสิบหกครั้งก็ได้ใช่ไหม"
"บ้า จูบแบบนั้นเหนือก็ปากแหกกันพอดีค่ะ"
"ฮ่าฮ่าพี่ล้อเล่น พี่ว่าเหนือไปนอนเถอะ เพราะตอนนี้รถติดมาก ยิ่งฝนตกหนักการจราจรก็หยุดชะงักทันที กว่าพี่จะถึงคอนโดคงดึก"
"งั้นพี่คีค่อย ๆ ขับรถกลับมานะคะ เหนือเป็นห่วง"
"ไปนอนเถอะ ฝันดีครับ"
"เหนือขอเปิดลำโพงไว้ได้ไหมคะ แล้วพี่คีก็พูดไปเรื่อย ๆ จนกว่าเหนือจะหลับ"
"ได้สิ"
เหนือฟ้าวางโทรศัพท์ไว้ข้างลำตัว แล้วปล่อยให้ภาคีเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้ฟังจนถึงห้าทุ่มเธอจึงผล็อยหลับ
ส่วนภาคีก็กำลังเลี้ยวรถเข้ามาในคอนโดท่ามกลางเม็ดฝนที่ยังกระหน่ำเทไม่ขาดสาย ชายหนุ่มรีบจอดรถใต้ตึกแล้วรีบสับขาเดินลงจากรถตรงเข้าลิฟต์ด้วยความรู้สึกใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
เมื่อลิฟต์แตะถึงชั้นเก้า เขาก็แทบกระโจนออกมาแล้วพุ่งตัวไปที่ห้องด้วยความใจร้อน มือไม้ควานหาคีย์การ์ดด้วยอาการลุกลี้ลุกลน ตั้งแต่คบกับคนอื่นมา สาบานได้เลยว่าบ่ะหนุนน้อยคนนี้คือ คนแรกที่ทำให้เขาสติหลุด
ภาคีบิดประตูเข้าไปทันทีแล้วเปิดไฟทั่วห้องโถง ขณะที่เหนือฟ้ารับรู้ได้ว่าแสงสว่างด้านนอกเจิดจ้าเธอจึงวาดขาลงจากเตียงแล้วเปิดประตูห้องนอนออกไป เมื่อต่างฝ่ายต่างเห็นหน้ากัน คนตัวสูงก็ก้าวขาฉับ ๆ เข้ามาสวมกอดเธอแน่น
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ" เหนือฟ้ายกมือขึ้นสวมกอดแผ่นหลังกว้าง ภาคีดึงใบหน้าออกมาแล้วกอบกุมดวงหน้าเล็กที่พอดีกับฝ่ามือของเขา
"พี่ขอรางวัลตอนนี้เลยได้รึเปล่า" เขาถามพลางเลื่อนสายตาไปมองเส้นผมที่ยุ่งเหยิง ใช้นิ้วเกี่ยวผมของเหนือฟ้าทัดไว้หลังหู ปลายจมูกโด่งก้มลงถูไถไปตามขมับ ลากไล้ต่ำลงมาที่สันจมูกเล็ก "ว่าไง ได้ก่อ"
เขาถามย้ำอีกรอบ คราวนี้ขยับต่ำลงมาให้ปลายจมูกโด่งของตนเคลียคลอชิดกับริมฝีปากของเธอ เหนือฟ้าช้อนสายตาขึ้นมอง เหยียดยิ้มเขินอาย
"เจ้า"
เหนือฟ้าตอบเลียนแบบภาคีเป็นภาษาเหนือ
ภาคีค่อย ๆ เลื่อนมือไปที่หลังคอแล้วดันให้แหงนขึ้น เขาเอียงใบหน้าเล็กน้อยแล้วแนบริมฝีปากของตนกับปากกระจับเล็กของเหนือฟ้า เมื่อปากประกบปาก หัวใจทั้งสองก็เต้นระรัวไม่ต่างจากเสียงกลองสะบัดชัย
จูบของเขานุ่มละมุน นุ่มนวลและอ่อนโยนแม้จะรู้สึกว่าเนื้อปากล่างกำลังถูกขบดูดเบา ๆ
ทว่ากลับทำให้ทั่วทั้งกาย ตั้งแต่หัวจรดเท้าของเธอชาวูบวาบ รู้สึกร้อนสลับหนาวทำให้ต้องรีบโอบคล้องหลังคอของเขาเพื่อตรึงขาที่กำลังสั่นของตนเอง
แต่มันกลับสั่นมากขึ้นกว่าเก่า เมื่อเขาไม่ยอมผ่อนปรนจูบแรกนี้ให้เธอ
ทั้งที่บอกว่าจะใจเย็นแต่พอปากแตะกันเท่านั้นเขาก็จูบเธอเหมือนจะช่วงชิงลมหายใจไปจนหมด ยิ่งไปกว่านั้นตอนที่เขาใช้ชิวหาดันปากของเธอให้เปิดออก ครานั้นแขนขาก็ยิ่งอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจนแทบฝืนยืนไม่ไหว
มิหนำซ้ำเขาก็ช่างแสนร้าย เมื่อเธอคิดจะดึงหน้าออก เขากลับไม่ยอมให้ผละออกไปตามความต้องการ แต่รั้งเอวเข้ามาแนบชิดแล้วกลืนกินลมหายใจเธอประหนึ่งว่าขาดออกซิเจน และครั้งสุดท้ายที่ลิ้นของเขาทะแยงเข้ามาสัมผัสกับลิ้นเธอเป็นครั้งแรก สติสตังค์ทั้งหมดก็คล้ายกับหลุดลอยออกจากร่างกายในพริบตา
"อื้อ..." เหนือฟ้าเริ่มหายใจไม่ออก
ภาคีจึงกัดฟันผละจูบลึกล้ำนี้ออกไป "สุมาเต๊อะบ่ะหนุนน้อย โขดอ้ายก่อ"
"ไม่โกรธค่ะ ก็แค่หายใจไม่ทัน ไหนบอกจะสอนอย่างใจเย็น เล่นจูบเอา ๆ จนเหนือมึนไปหมดแล้ว"
เหนือฟ้ายกมือตีอกภาคีเบา ๆ คิ้วสวยขมวดเป็นปม ภาคียกนิ้วลูบไล้ริมฝีปากที่เขาเพิ่งจุมพิตลงไปหมาด ๆ ด้วยความหลงใหล
"จูบของเหนือหวานที่สุด"
เขายังคงชมเปราะ แล้วส่งสายตาแพรวพราวมาให้ไม่หยุด
"พี่คีก็หวานเหมือนกันค่ะ" เหนือฟ้าแซวกลับ ภาคีมันเขี้ยวจึงดึงยัยแก้มป่องเข้ามากอด แล้วโย้ไปมาด้วยความคิดถึง ทั้งที่ไปแม่ฮ่องสอนแค่สามสี่วันเท่านั้น แต่เขากลับคิดถึงเธอจนใจแทบขาด แล้วต้องไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นถึงสามปีโดยปราศจากเธอ เขาจะทนอยู่ได้ยังไง
งานแต่งจำลองที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อนำไปโพรโมตโฆษณาแพคเกจจัดงานแต่งในไร่พิทักษ์มหิงสา ซึ่งมีหมูยอเป็นเจ้าบ่าวและเมี่ยงคำเป็นเจ้าสาวตัวน้อยถูกตกแต่งเสร็จเรียบร้อยภายในสองวัน การตกแต่งหลักจะเน้นไปที่อมยิ้มสายรุ้ง มีลูกโป่งเจ็ดสีและกระโปรงเจ้าสาวตัดเย็บต่อเติมด้วยผ้าตาข่ายเจ็ดสีเย็บเข้ากับเนื้อผ้ากระโปรงสีขาวอีกที บนหัวของเมี่ยงคำตัวน้อยประดับด้วยดอกกุหลาบผ้าสายรุ้งแบบเดียวกับชุดดูน่ารักสดใสตามวัยส่วนหมูยอนั้นใส่สูทสีดำผูกโบว์หูกระต่ายเซ็ตผมหยิกหยองเสยไปด้านหลังดูหล่อเหลาผิดกับหมูหยองผมยุ่งคนเดิม ในงานแต่งกุ๊กกิ๊กน่ารักนี้มีพี่น้องทั้งหกคนร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมะต๋าวทำหน้าที่เดินนำโปรยกลีบดอกไม้มาพร้อมกับพริกหอมที่ถูกชักชวนให้มาร่วมพิธีแต่งานสมมุตินี้ด้วย ส่วนบะแต๋ง นิ่มฟ้า น่านฟ้า แป้งจี่ และน้ำเงี้ยวนั้นเดินต่อแถวโปรยดอกไม้มาทีละคนจากนั้นทุกคนจึงไปนั่งประจำที่คอยให้กำลังใจน้องชายเมื่อฤกษ์มงคลมาถึงเมี่ยงคำตัวน้อยจึงเดินมาพร้อมกับเวธัส เพื่อให้พ่อทำหน้าที่ส่งเด็กหญิงตัวน้อยไปให้เจ้าบ่าววัยห้าขวบ ครั้นบ่าวสาวฟันน้ำนมยืนคู่กันอยู่หน้าแท่นพิธีซึ่งมีเวธัสทำหน้าที่เป็นบาทหลวงจำเป็นและกล่าวคำ
ภารกิจของการแจกน้ำมันเขียวให้พ่อค้าแม่ค้าที่มาจัดบูธงานวันวาเลนไทน์จบลงภายในสองชั่วโมง หมูยอถึงกับบ่นปวดขาขณะที่เมี่ยงคำนั้นไม่บ่นสักแอะ ไม่มีการฟูมฟายงอแงแถมยังเอาใจพี่ด้วยการหาโน่นหานี่มาให้กินนั่นเป็นเพราะว่าเธอฝึกบัลเล่ต์วันละหลายชั่วโมงจึงทำให้กล้ามเนื้อขามีความยืดหยุ่นแข็งแรงกว่าพี่"โอ๊ยยย" หมูยอโวยวายเพราะน้องเตรียมจะบีบน่องขา ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรเพียงแค่แตะมือลงไปแต่พี่ก็แหกปากร้องเหมือนควายออกลูกเสียแล้ว"เบ่งฟายในปากเหยอ เงี่ยงยังมะได้ตำไยตาหยองเยยนะ" เมี่ยงคำพ่นลมหายใจแล้วเริ่มขยำขาพี่อย่างกระฉับกระเฉง หมูยอแอบมองน้องแล้วโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ๆ ใช้จังหวะนี้หอมแก้มน้องให้เร็วที่สุดฟอดดดเมี่ยงคำเบิกตาโพลงตวัดมองหน้าพี่"แอบแต๊ะเอียเก๊าบั่บนี้ ลาวไปตดตะเบียงกันเยยดีฟ่าตาหยอง ไพเยว" เมี่ยงคำลุกพรวดดึงแขนพี่ขึ้น"เขาเรียกแต๊ะอั๋งบ่าใจ้ก๊ะเมี่ยงคำน้อย" น่านฟ้าที่กำลังนั่งกินของมากมายที่พ่อค้าแม่ค้าให้มารีบทักท้วงคำศัพท์ที่น้องเพิ่งพูดผิดไป"ฮะ ไปตดตะเบียงคืออะหยังก๊ะอ้ายน่าน" หมูยอไม่เข้าใจ"คือ จดทะเบียนสมรสเวลาที่สามีภรรยาเขาไปจดกันตอนแต่งงานไงล่ะ" น่านฟ้าอธิบาย"ปุ๊ดโทะ! ยาย
สัปดาห์นี้ที่ไร่พิทักษ์มหิงสาจัดงานวันวาเลนไทน์จึงมีการเปิดให้พ่อค้าแม่ขายในนครนายกเข้ามาจับจองพื้นที่ออกร้านขายสินค้ามากมายเกือบร้อยกว่าร้านค้า แก๊งหมอผีละอ่อนจึงถูกพ่อกับแม่มอบหมายหน้าที่สำคัญ"หมูยอ แป้งจี่ น้ำเงี้ยวหนูไปคอยเดินตรวจตราถามคุณลุงคุณป้าว่าระบบไฟใช้ได้ไหมกับลุงยอดนะลูก ลุงยอดเป็นช่างไฟของไร่แล้วก็เอาถุงน้ำมันเขียวในกระเป๋าย่ามที่ป้อให้ไปคนละสามสิบถุงให้พวกลุงป้าที่เขามาขายของด้วยนะครับ ถือเป็นของขวัญที่ระลึกของไร่""ได้เลยปาขี้ แล้วยายเงี่ยงไปจ้วยดอได้ก่อ" เมี่ยงคำยังอยู่เที่ยวที่ไร่อีกหลายวันกว่าจะกลับบ้าน ช่วงนี้ไปไหนมาไหนหมูยอจึงพกพาน้องไปด้วยเสมอ จากคนที่กัดกันตลอดทุกครั้งที่เจอหน้าปัจจุบันกลายเป็นคนที่ขาดกันไม่ได้"แหม หวานมดขบเชียวนะ ชิ!" แป้งจี่หมั่นไส้พี่ชาย เพราะเธอเองก็อยากชวนพี่บรูซมาแต่ช่วงนี้เขากำลังเริ่มเป็นดาราเด็กที่กำลังมีชื่อเสียงในวงการ เธอจึงไม่อยากไปรบกวนตารางงานของเขาเท่าไหร่"เฮาฉองกนก็เหมือนกันนั่นแหละปี้ฉี่" น้ำเงี้ยวโอบไหล่พี่สาวเข้ามากอด เธอเองก็อยู่ห่างกับพี่ฝุ่นมาก จากนครนายกไปชัยภูมินั้นก็หลายกี่โล จะโทรไปหาพี่ก็เกรงใจ"งั้นจะพาเมี่ยงคำไปห
หลังเสร็จธุระจากการทัวร์รอบไร่ ภาคึจึงพาทุกคนมารับประทานอาหารที่ภัตตาคารของรีสอร์ตพริกหอมที่คอยโอ๋มะต๋าวมาตลอดทางที่นั่งรถกลับมาทำให้ทุกคนพากันแปลกใจ"มานั่งกะปิ๊ก" พริกหอมดึงมะต๋าวนั่งลงข้าง กาย แถมยังเอาผ้าเช็ดหน้าลายดอกไม้ไปชุบน้ำแล้วมาซับหน้าซับตาให้พี่"เอ๊ะ....ทำไมพริกหอมถึงประคบประหงมมะต๋าวจังเลยล่ะคะคุณอาเดีย" เหนือฟ้างง"เดียเล่าเรื่องมะต๋าวให้ลูกฟังค่ะ เขาก็เลยเห็นอกเห็นใจน้องมะต๋าว" อาเดียเอ่ย"อ๋อ น่ารักจังเลยค่ะ" เหนือฟ้าดีใจที่มีคตเอ็นดูมะต๋าวเพิ่มเมื่ออาหารมาเสิร์ฟจนครบมะต๋าวที่กำลังจะลุกไปนั่งกับแม่เพราะรู้สึกเกรงใจพริกหอม กลับถูกน้องกักตัวไว้"ท๋าวไพคิ๋นก้าวกะนุ๋งนะ" มะต๋าวบอก"ปิ๊กมะให้ไพ ท๋าวเพงเบบี๋ก๋องปิ๊ก ปิ๊กจาผ้อนก้าวให้" พริกหอมตักข้าวผัดทะเลในจานของตนเองแล้วเป่าไล่ความร้อนส่งให้มะต๋าวกิน"ท๋าวมะหยักเพงเบบี๋" มะต๋าวส่ายหน้าแล้วเหลือบตามองแม่กับบรรดาพี่ ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ"ปิ๊กเพงมะม้า ท๋าวท่องเพงยวกจาย เพงเดะดีนะหม่ำก้าวเยว" พริกหอมจ่อช้อนข้าวที่ปากมะต๋าว สุดท้ายหนูน้อยจึงต้องยอมกินแต่โดยดีเพราะน้องกำลังจิกตาเขียวปัดใส่กลับจากภัตตาคารภาคีพารุสลันไปส่งที
มะต๋าวนั่งด้านข้างพริกหอม และพยายามเอาใจน้องด้วยการตักเค้กป้อน ส่วนเด็กหญิงที่เห็นเรื่องกินเป็นเรื่องสำคัญก็อ้าปากรอคอยเค้กรสละมุนจากมือเด็กชายโดยไม่ปฎิเสธให้เสียน้ำใจ"หย่อย" พริกหอมบอก "อาวอีก" เด็กหญิงถูกใจเค้กโยเกิรต์หน้าไหม้ตัวดังทำให้มะต๋าวต้องคอยตักป้อนบริการจนหมดชิ้น"นี่ท๋าวนะ" เด็กชายแนะนำตัวแล้วเริ่มกินเครปเย็นของตัวเองจนครีมเลอะปาก"ท๋าวเหยอ นี่ปิ๊กนะ" พริกหอมแนะนำตัวกลับ "ผากเยะ" น้องบอกแล้วเหนี่ยวคอพี่เข้าไปหา"หือ" มะต๋าวหน้าสั่นนึกถึงตอนที่พ่อกับแม่กำลังจุ๊บกัน"เชะผาก ผากเยะ" พริกหอมเลียขอบปากของมะต๋าวเหมือนตอนที่ผักหมทำ"โอ๊ะ" หนูน้อยอุทานหน้าแดงก่ำรีบตวัดหน้าไปหาเหนือฟ้ากับภาคีเพื่อขอความช่วยเหลือ"งุ้ย กู้ปิ้งกู้ใหม่ก๋องงิ้วแหละ" น้ำเงี้ยวประสานมือขึ้นพร้อมกับบิดตัวไปมา เด็กหญิงชอบใจที่น้องชายถูกสาวจู่โจม"เอาก๋องทัวเองให้ยอดก่อนดีฟ่า" แป้งจี่เตือนน้องสาว"ปี้ฝุ่งบอกว่าซอบงิ้วแล้วเน้อ แต่ปี้บูดล่ะบอกแล้วก๊ะ" เด็กหญิงเยาะเย้ยพี่สาว"ยังมะบอกแต่ว่าปี้ฮู้ว่าเก๊าท่องซอบปี้ชัวร์" แป้งจี่ค่อนข้างมั่นใจว่าบรูซชอบเธอเช่นกัน"แล้วหมูยอไปหาเมี่ยงคำเหรอ อ้ายแต๋งพาไปก๊ะ" นิ่มฟ
คร่อก คร่อกกกเหนือฟ้านอนกรนอยู่บนแผ่นอกของภาคีขณะที่มะต๋าวนั้นตื่นเช้ากว่าพี่น้องทุกคน เพราะหนูน้อยพึงระลึกได้ว่าเมื่อคืนกำลังดูพ่อกับแม่ขี่กันแล้วจากนั้นก็จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นมะต๋าวจึงรีบก้าวขาลงจากเตียงนอนขนาดเล็กของตนแล้วเดินไปสะกิดผักหมที่นอนเฝ้าอยู่บนเบาะหมาปลายเตียง"โหมไพกะท๋าว" มะต๋าวชวนผักหมไปห้องพ่อกับแม่ด้วยกัน เนื่องจากฟ้ายังไม่สว่างดีหนูน้อยจึงค่อนข้างหวาดกลัวเจ้าสุนัขโกลเด้นหาวปากกว้างแล้วมุดลอดช่องหมาออกไป มะต๋าวจึงลอดออกตามไปด้วย ผักหมไปถึงหน้าห้องเจ้านายแล้วยกเท้าเขี่ยแคว่ก ๆ สองทีทว่าคนในห้องกลับเงียบกริบมันจึงตัดสินใจลอดช่องหมานำมะต๋าวเข้ามาก่อน เมื่อทั้งคนและหมาเข้ามาได้สำเร็จมะต๋าวจึงเดินเตาะแตะไปกดเปิดสวิตซ์ไฟหัวเตียง ส่วนผักหมนั้นทำหน้าที่เลียหน้าเลียตาให้มนุษย์ชายหญิงที่เพิ่งเสร็จกิจเมื่อตอนตีสามรีบตื่นขึ้นมาเลี้ยงมนุษย์เด็กที่กำลังนั่งหัวโด่อยู่แผล๊บ แผล๊บภาคีปรือตาเพ่งดูสิ่งมีชีวิตตรงหน้าที่ปลุกให้เขาตื่นจากนิทรา มะต๋าวจึงชะโงกหน้าเข้ามาอรุณสวัสดิ์พ่อ "ยุงกวักเพาะขี้""ยุงอะไรหว่า" คนที่กำลังงัวเงียคิดว่าเป็นความฝันขานรับแล้วหลับต่อผักหมถอนหายใจใส่ภ
กระบะทรายทรงสี่เหลี่ยมที่ตีล้อมด้วยไม้ไผ่ยาวขนาดหนึ่งเมตรกลายเป็นที่เล่นของเด็กชายและเด็กหญิงที่ไม่ค่อยจะชอบพอกันนัก ระหว่างที่หมูยอกำลังเอาอุปกรณ์ตักทรายออกมาแบ่งให้เมี่ยงคำเลือก เด็กหญิงก็แอบชำเลืองตามองหาจุดอ่อนพี่ตลอดเวลา"ผ่อดอเพราะว่าดอหย่อล่ะสิ" หมูยอเห็นว่าเมี่ยงคำเอาแต่จ้องหน้าก็เ
อาหารสดผักและผลไม้ถูกส่งมาจากตลาดในตัวเมืองน่าน นอกจากนี้ยังมีผลผลิตทางการเกษตรที่ชาวบ้านข้างเคียงและคนงานของไร่กฤตกล้าธนาดรนำมาฝากเพื่อต้อนรับครอบครัวคนเลี้ยงควาย"ป้อเลี้ยงเฮาบ่อป๊ะกั๋นจ๊าดเมิน ป้อเลี้ยงสบายดีบ๋อ" คุณลุงคนดูแลกล่าวทักทายขณะวางไกกะละมังใหญ่บนโต๊ะที่หนุ่ม ๆ กำลังช่วยกันเตร
ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์หลังจากแก๊งละอ่อนเข้าโรงพยาบาลเนื่องจากความซ่าความซนเป็นเหุต ตั้งแต่วันนั้นมาหมูยอก็ผวากับการแช่น้ำดอกกุหลาบ เพียงแค่เด็กชายเดินผ่านแปลงดอกกุหลาบหนูของแม่ที่เริ่มผลิดอกออกช่อใหม่ หนูน้อยก็รู้สึกคันคะเยอไปหมดวันนี้ภาคีตัดสินใจหอบหิ้วลูกและภรรยาล่องเหนือตรงไปยังไร่กฤตกล้าธ
ภาคีกับบะแต๋งกลับมาถึงบ้านพอดีขณะที่รถตู้ของตาทัพฟ้าและยายนับเก้ากำลังขับเข้ามาจอดในโรงรถของบ้าน เหนือฟ้าที่เห็นว่าทุกคนเดินทางกลับมาถึงแล้วจึงรีบเดินออกมาดูว่าทำไมน่านฟ้าไม่พาน้องเข้าบ้านซะที"น่านฟ้าแม่ให้หนูมาตามน้อง หนูหายมา..." นัยน์ตากลมลุกวาวเหลือบมองซ้ายและขวาเพราะกุหลาบหนูที่ปั้นใ







