Masukเช้านี้เหนือฟ้าเดินทางไปมหาลัยด้วยตนเองโดยรถไฟฟ้าใต้ดินที่ติดกับคอนโด เพราะเมื่อคืนภาคีทำงานหามรุ่งหามค่ำ เธอจึงไม่อยากรบกวน แล้วปล่อยให้เขานอนหลับสนิทอยู่บนเตียง
นิสิตสาวใช่เวลาในการสอบสามชั่วโมงเต็มตั้งแต่แปดโมงเช้าจนถึงสิบโมง แล้วเรียนต่อภาคบ่ายจนถึงสี่โมงเย็น ก่อนกลับจึงแวะซื้อของกินมากมายไปฝากเขา
"คุณเหนือฟ้ารึเปล่าครับ" รปภ.หน้าคอนโดเดินเข้ามาดักหน้าแล้วก้มลงดูรูปในโทรศัพท์เพื่อตรวจสอบว่าใช่ตัวจริงหรือเปล่า
"ใช่ค่ะ มีอะไรเหรอคะ"
"พอดีเจ้าของห้อง 909 ฝากคีย์การ์ดไว้ครับ เห็นว่ามีธุระด่วน"
"อ้อ ขอบคุณค่ะ" เหนือฟ้ารับคีย์การ์ดของภาคีมาจากมือของรปภ.แล้วเดินกลับห้องพักด้วยสีหน้าเป็นกังวล จึงตัดสินใจโทรไปหา
"พี่คีอยู่ไหนคะ เหนือกลับมาถึงห้องแล้วนะคะ"
"ฮัลโหลเหนือ พี่ขอโทษนะ พี่ต้องบินด่วนกลับมาแม่ฮ่องสอน พอดีรถคนงานประสบอุบัติเหตุ คนงานบาดเจ็บสามคนพ่อเลยส่งพี่มาดูแลพวกเขา"
"แล้วเป็นอะไรกันมากไหมคะ"
"ยังไม่รู้เลยครับ พี่ต้องรอไปสอบถามอาการจากหมอที่โรงพยาบาลก่อน ยังไงสามสี่วันนี้เหนืออยู่คนเดียวไปก่อนนะ ถ้าอยู่คนเดียวไม่ได้ เหนือก็กลับไปนอนที่บ้านก่อน"
"ไม่เป็นไรค่ะ เหนืออยู่ได้ เดินทางปลอดภัยนะคะ"
"ครับ แล้วผลสอบออกเมื่อไหร่บอกพี่นะ พี่รอของรางวัลจากเหนือ"
หลังวางสายสนทนาเหนือฟ้าจึงเริ่มเก็บเสื้อผ้าของภาคีมาซัก ทำความสะอาดห้อง และนั่งกินอาหารคนเดียว ถึงแม้ห้องจะเงียบสงัดแต่อย่างน้อยก็ได้โทรทัศน์ในห้องเพิ่มความบันเทิงได้บ้าง
สี่วันผ่านไปครบกำหนดตามที่ภาคีบอกว่าเขาจะเดินทางกลับ แต่ตกเย็นแล้วเหนือฟ้าก็ยังไม่ได้รับข้อความ หรือโทรศัพท์สักสายจากเขาเลยสักครั้ง
นิสิตสาวจึงตั้งหน้าตั้งตากินมื้อเย็น อาบน้ำเตรียมเข้านอนตามปกติ จังหวะเดียวกันนั้นแชตในกลุ่มของวิชาเรียนที่เพิ่งสอบไปก็เด้งขึ้นมา เหนือฟ้ารีบกดเช็กดูรายละเอียดดังกล่าว พบว่าอาจารย์แชร์ลิงค์เช็กคะแนนสอบออนไลน์ให้ดูในกลุ่ม
"คะแนนเต็มหกสิบ ได้สักครึ่งนึงก็ยังดีวะไอ้เหนือ" เหนือฟ้าพูดพึมพำแล้วกดเข้าไปในลิงค์ที่อาจารย์แชร์มา หญิงสาวเลื่อน ๆ ดูรายชื่อและรหัสนักศึกษาที่อยู่เกือบท้ายสุด "ห้าสิบหกคะแนน กรี๊ดดดด อีกสี่คะแนนก็เต็มแล้ว เย้สอบผ่านแล้ว"
เหนือฟ้าดีใจเนื้อเต้นรีบแคปหลักฐานคะแนนส่งไปให้ภาคีทางแชต
เปรี้ยง!! ผ่าง!!
อยู่ดี ๆ ฝนฟ้าก็ร้องกึกก้องกัมปนาทราวกับจะเฉลิมฉลองให้เธอ แล้วไม่นานนักพายุฝนก็เทลงมาอย่างหนักจนแทบมองไม่เห็นถนนหนทางที่อยู่เบื้องล่างคอนโด
หนึ่งทุ่ม.....
หญิงสาวนอนเกลือกกลิ้งกดไถโทรศัพท์เล่นเพื่อรอภาคีตอบกลับมา แต่รอนานจนถึงสี่ทุ่มเขาก็ยังไม่โต้ตอบใด ๆ "หรือจะเกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือเปล่า" พูดพึมพำด้วยเป็นห่วง
สาวในชุดนอนกระโปรงลายดอกไม้ผุดลุกนั่งแล้วกดโทรหาด้วยความร้อนใจ
ขณะที่อีกฝ่ายกดรับด้วยความดีใจไม่แพ้กัน "เหนือ ได้ยินพี่ไหมพอดีไม่ค่อยมีสัญญาณ ฝนตกหนักมาก"
"พี่คีกำลังขับรถกลับมาจากสนามบินเหรอคะ หรือว่ายังไม่ได้กลับ"
"ใช่ พี่กำลังขับรถฝ่าพายุเพื่อมารับรางวัลจากเหนือ ตอนนี้พี่อยากได้รางวัลใจจะขาดแล้ว"
"พี่คีบ้าบิ่นมาก ทำแบบนี้มันอันตรายนะคะ แล้วเห็นแชตเหนือแล้วเหรอ"
"เห็นชัดเจนเลย เก่งมาก ๆ เต็มหกสิบได้ตั้งห้าสิบหก แสดงว่าจูบห้าสิบหกครั้งก็ได้ใช่ไหม"
"บ้า จูบแบบนั้นเหนือก็ปากแหกกันพอดีค่ะ"
"ฮ่าฮ่าพี่ล้อเล่น พี่ว่าเหนือไปนอนเถอะ เพราะตอนนี้รถติดมาก ยิ่งฝนตกหนักการจราจรก็หยุดชะงักทันที กว่าพี่จะถึงคอนโดคงดึก"
"งั้นพี่คีค่อย ๆ ขับรถกลับมานะคะ เหนือเป็นห่วง"
"ไปนอนเถอะ ฝันดีครับ"
"เหนือขอเปิดลำโพงไว้ได้ไหมคะ แล้วพี่คีก็พูดไปเรื่อย ๆ จนกว่าเหนือจะหลับ"
"ได้สิ"
เหนือฟ้าวางโทรศัพท์ไว้ข้างลำตัว แล้วปล่อยให้ภาคีเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้ฟังจนถึงห้าทุ่มเธอจึงผล็อยหลับ
ส่วนภาคีก็กำลังเลี้ยวรถเข้ามาในคอนโดท่ามกลางเม็ดฝนที่ยังกระหน่ำเทไม่ขาดสาย ชายหนุ่มรีบจอดรถใต้ตึกแล้วรีบสับขาเดินลงจากรถตรงเข้าลิฟต์ด้วยความรู้สึกใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
เมื่อลิฟต์แตะถึงชั้นเก้า เขาก็แทบกระโจนออกมาแล้วพุ่งตัวไปที่ห้องด้วยความใจร้อน มือไม้ควานหาคีย์การ์ดด้วยอาการลุกลี้ลุกลน ตั้งแต่คบกับคนอื่นมา สาบานได้เลยว่าบ่ะหนุนน้อยคนนี้คือ คนแรกที่ทำให้เขาสติหลุด
ภาคีบิดประตูเข้าไปทันทีแล้วเปิดไฟทั่วห้องโถง ขณะที่เหนือฟ้ารับรู้ได้ว่าแสงสว่างด้านนอกเจิดจ้าเธอจึงวาดขาลงจากเตียงแล้วเปิดประตูห้องนอนออกไป เมื่อต่างฝ่ายต่างเห็นหน้ากัน คนตัวสูงก็ก้าวขาฉับ ๆ เข้ามาสวมกอดเธอแน่น
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ" เหนือฟ้ายกมือขึ้นสวมกอดแผ่นหลังกว้าง ภาคีดึงใบหน้าออกมาแล้วกอบกุมดวงหน้าเล็กที่พอดีกับฝ่ามือของเขา
"พี่ขอรางวัลตอนนี้เลยได้รึเปล่า" เขาถามพลางเลื่อนสายตาไปมองเส้นผมที่ยุ่งเหยิง ใช้นิ้วเกี่ยวผมของเหนือฟ้าทัดไว้หลังหู ปลายจมูกโด่งก้มลงถูไถไปตามขมับ ลากไล้ต่ำลงมาที่สันจมูกเล็ก "ว่าไง ได้ก่อ"
เขาถามย้ำอีกรอบ คราวนี้ขยับต่ำลงมาให้ปลายจมูกโด่งของตนเคลียคลอชิดกับริมฝีปากของเธอ เหนือฟ้าช้อนสายตาขึ้นมอง เหยียดยิ้มเขินอาย
"เจ้า"
เหนือฟ้าตอบเลียนแบบภาคีเป็นภาษาเหนือ
ภาคีค่อย ๆ เลื่อนมือไปที่หลังคอแล้วดันให้แหงนขึ้น เขาเอียงใบหน้าเล็กน้อยแล้วแนบริมฝีปากของตนกับปากกระจับเล็กของเหนือฟ้า เมื่อปากประกบปาก หัวใจทั้งสองก็เต้นระรัวไม่ต่างจากเสียงกลองสะบัดชัย
จูบของเขานุ่มละมุน นุ่มนวลและอ่อนโยนแม้จะรู้สึกว่าเนื้อปากล่างกำลังถูกขบดูดเบา ๆ
ทว่ากลับทำให้ทั่วทั้งกาย ตั้งแต่หัวจรดเท้าของเธอชาวูบวาบ รู้สึกร้อนสลับหนาวทำให้ต้องรีบโอบคล้องหลังคอของเขาเพื่อตรึงขาที่กำลังสั่นของตนเอง
แต่มันกลับสั่นมากขึ้นกว่าเก่า เมื่อเขาไม่ยอมผ่อนปรนจูบแรกนี้ให้เธอ
ทั้งที่บอกว่าจะใจเย็นแต่พอปากแตะกันเท่านั้นเขาก็จูบเธอเหมือนจะช่วงชิงลมหายใจไปจนหมด ยิ่งไปกว่านั้นตอนที่เขาใช้ชิวหาดันปากของเธอให้เปิดออก ครานั้นแขนขาก็ยิ่งอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจนแทบฝืนยืนไม่ไหว
มิหนำซ้ำเขาก็ช่างแสนร้าย เมื่อเธอคิดจะดึงหน้าออก เขากลับไม่ยอมให้ผละออกไปตามความต้องการ แต่รั้งเอวเข้ามาแนบชิดแล้วกลืนกินลมหายใจเธอประหนึ่งว่าขาดออกซิเจน และครั้งสุดท้ายที่ลิ้นของเขาทะแยงเข้ามาสัมผัสกับลิ้นเธอเป็นครั้งแรก สติสตังค์ทั้งหมดก็คล้ายกับหลุดลอยออกจากร่างกายในพริบตา
"อื้อ..." เหนือฟ้าเริ่มหายใจไม่ออก
ภาคีจึงกัดฟันผละจูบลึกล้ำนี้ออกไป "สุมาเต๊อะบ่ะหนุนน้อย โขดอ้ายก่อ"
"ไม่โกรธค่ะ ก็แค่หายใจไม่ทัน ไหนบอกจะสอนอย่างใจเย็น เล่นจูบเอา ๆ จนเหนือมึนไปหมดแล้ว"
เหนือฟ้ายกมือตีอกภาคีเบา ๆ คิ้วสวยขมวดเป็นปม ภาคียกนิ้วลูบไล้ริมฝีปากที่เขาเพิ่งจุมพิตลงไปหมาด ๆ ด้วยความหลงใหล
"จูบของเหนือหวานที่สุด"
เขายังคงชมเปราะ แล้วส่งสายตาแพรวพราวมาให้ไม่หยุด
"พี่คีก็หวานเหมือนกันค่ะ" เหนือฟ้าแซวกลับ ภาคีมันเขี้ยวจึงดึงยัยแก้มป่องเข้ามากอด แล้วโย้ไปมาด้วยความคิดถึง ทั้งที่ไปแม่ฮ่องสอนแค่สามสี่วันเท่านั้น แต่เขากลับคิดถึงเธอจนใจแทบขาด แล้วต้องไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นถึงสามปีโดยปราศจากเธอ เขาจะทนอยู่ได้ยังไง
ครอบครัวคนเลี้ยงควายเดินออกมาส่งครอบครัวของมาสที่ต้องเดินทางกลับก่อนเวลา เนื่องจากเขาต้องบินไปดูงานต่างประเทศพร้อมกับพ่อแม่แล้วจึงบินกลับมาจัดการเรื่องงานหมั้นในสัปดาห์หน้าอีกทีภาคีจึงปล่อยให้เด็กทั้งสองเอ่ยคำร่ำลากันโดยการยืนมองอยู่ห่าง ๆ ไม่เข้าไปรบกวน"เราสองคนก็เป็นคู่หมั้นกันแล้วเนอะ คู่หมั้นที่แปลว่าโตไปเราจะแต่งงานกัน" มาสเอ่ยด้วยแววตามั่นคง"ถ้าโตไปแล้วอ้ายมาสเกิดเปลี่ยนใจไม่แต่งกับนิ่ม นิ่มก็ไม่ว่าอะไร" แม้เด็กหญิงจะบอกแบบนั้น แต่ใจก็รู้สึกหวั่นกลัว กลัวว่าอนาคตข้างหน้าเขาจะไปรักคนอื่นมาสยกมือประคองแก้มป่องของนิ่มฟ้าแล้วรั้งเข้ามาหา "อ้ายไม่เปลี่ยนใจ""โอ๊ย ยดน้ำตาลฟ่ำ" น้ำเงี้ยวยื่นหน้าเข้ามาแซวพี่หลังจากที่มาสเดินจากไป สีฝุ่นกับแม่ก็เตรียมเดินกลับโรงแรมด้วยกันเนื่องจากที่พักที่ภาคีจองไว้ให้อยู่ห่างจากบริษัทไปเพียงแปดร้อยเมตรเท่านั้น แต่น้ำเงี้ยวรีบวิ่งไปดักหน้าทั้งคู่"ฉะไปตี้ไหน งิ้วไปโตยได้ก่อ" น้ำเงี้ยวอ้อนสายรุ้งแล้วหันไปขอความเห็นจากสีฝุ่น"คุณสายรุ้งกับน้องฝุ่นไปรถผมเถอะครับ วันนี้ผมก็เปิดห้องพักที่โรงแรมเดี
สีฝุ่นจูงมือน้ำเงี้ยวกลับเข้ามาในงานทันทีที่สายรุ้งเห็นจึงปรี่เข้ามากุมไหล่ลูกชาย "ฝุ่นไปไหนมาครับ แม่หาอยู่ตั้งนาน""ฝุ่นพาน้องไปเข้าห้องน้ำแล้วก็พาไปหาขนมกินครับ" เด็กชายบอกแล้วเหลือบตามองน้ำเงี้ยวตัวน้อย"งั้นไปนั่งที่โต๊ะเถอะครับ น้ำเงี้ยวไปกับป้าไหมคะเดี๋ยวงานจะเริ่มแล้ว" สายรุ้งชวนเด็กหญิงไปนั่งที่โต๊ะด้วยกัน แต่น้ำเงี้ยวเหลือบไปเห็นพ่อที่กำลังเดินเข้ามาในงานพอดี"งิ้วฉะไปหาป้อเจ้า เดี๋ยวมาหาปี้ฝุ่งใหม่เน้อ" น้ำเงี้ยวโบกมือบ๊ายบายสองแม่ลูก เด็กหญิงวิ่งถลาไปกอดขาภาคี "ป้อขี้""เป็นไงบ้างลูก" ภาคีรีบอุ้มลูกสาวจนตัวลอยสูง "หนูเจ๋บตรงไหนก่อ""งิ้วบ่เจ๋บเจ้า แท่ว่าป้อฮู้ได้จะได" มือเล็กประคองแก้มพ่อ"ดีผ่องละตี้หนูบ่เป๋นอะไรมาก และที่ป้อฮู้ก็เพราะว่าพี่น่านฟ้าบอกป้อเองครับ" เขาว่าแล้วเอาหน้าผากชนกับลูกสาว"
น่านฟ้าจูงมือน้ำเงี้ยวมาที่โต๊ะวีไอพีซึ่งมีป้ายเขียนว่า 'ฟาร์มหอยสมปองและสีฝุ่น' ทว่ากลับมีเพียงป้าสายรุ้งที่กำลังคุยกับแขกท่านอื่นที่ภาคีแนะนำให้รู้จักกัน ส่วนสีฝุ่นนั้นกำลังยืนแนะนำอโวคาโดจากไร่กับนักธุรกิจรุ่นราวคราวพ่ออยู่ที่โซนผลไม้"เดี๋ยวงิ้วฉะไปตั๊กตายปี้ฝุ่งเอง" น้ำเงี้ยวเดินนำน่านฟ้าไปหาสีฝุ่นหลังจากที่เด็กชายเพิ่งคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่เสร็จ โดยมีสายตาของภาคีคอยเหลือบมองอยู่ ที่เขาตัดสินใจเชิญสองแม่ลูกมาก็เพื่อทำให้เด็กคนนั้นเห็นว่าธุรกิจหอยกับอโวคาโดสามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่ง"สวัสดีนายสีฝุ่นใช่ไหม" น่านฟ้าทักทายเด็กชายในชุดสูทสีเทาพยักหน้ารับ "ใช่ นายมีอะไรกับเราเหรอ""อ้อ เราแค่จะมาทำความรู้จักด้วยน่ะ เราคือลูกชายของคนที่เชิญนายกับแม่มางาน หอยที่ฟาร์มของตาสมปองอร่อยมากจนป้อเรายังติดใจเลย เราเองก็ชอบมาก เราชื่อน่านฟ้านะ" น่านฟ้ายื่นมือไปให้สีฝุ่นจับสีฝุ่นเขย่ามือน่านฟ้าเบา ๆ "ยินดีที่ได้รู้จักนะน่านฟ้า"น้ำเงี้ยวเห็นพวกพี่ ๆ เขย่ามือกันเธอก็เลยอยากมีส่วนร่วมบ้าง เด็กหญิงวางมือตนเองทับกับมือของสีฝุ่
ความจริงแล้วภาคีไม่ได้ต้องการโอ้อวดสถานะของตัวเอง แต่หลังจากที่เขาซุ่มให้นักสืบของเดอะเซฟเฟอะซิกซ์ตามสืบเรื่องราวความบาดหมางของตระกูลดาลัลอยู่นาน ทำให้พบว่าลูกสาวสุดที่รักกำลังยืนอยู่ท่ามกลางดงอสรพิษและเขาต้องการให้มาสฝึกฝนตัวเองเพื่อปกป้องนิ่มฟ้าได้ทั้งตอนนี้และในอนาคตและนี่ก็เป็นโอกาสทองที่เขาจะต้องรีบไขว่คว้าเอาไว้ และประกาศศักดาให้พวกตีสองหน้ารู้ว่านิ่มฟ้า กฤตกล้าธนาดรคือบุตรสาวของภาคี หนึ่งในทายาทผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทยักษ์ใหญ่ และเป็นหลานสาวของหม่อมเจ้าภูวสิน หรือที่ทุกคนเรียกกว่ามาเฟียผู้คุมอาณาจักรควาย เขาอยากให้กลุ่มคนที่คิดจะทำร้ายมาสกับนิ่มฟ้ารับรู้ว่าต้นตระกูลของเขาแม้ไม่ได้ร่ำรวยเทียบเท่าครอบครัวดาลัล แต่ก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าใครช่วงเวลาห้าโมงเย็นบริเวณหน้าบริษัทตึกดำสูงระฟ้ารถลีมูซีนสีขาวติดฟิล์มดำแปะโลโก้ของ Z6 ทะยานเข้ามาจอดหน้าพรมสีแดงที่ปูทอดยาวเข้าไปในตึก ภาคีกระชับสูทสีดำสนิททั้งตัวก้าวขาลงมาจากรถโดยมีทีมบอดี้การ์ดประจำตัวของพี่ชายคนสนิทอย่างซุสคอยดูแลวันนี้เขาสลัดมาดจากพ่อเลี้ยงบ้านไร่คุมควายหลายพันตัวเป็นประธานบริษัทมาดขรึม ผมหยิกหยองของเขาถูกเซ็ตเสยไปด้านหลังเป
เนื่องจากเดือนนี้มีจำนวนวันพระค่อนข้างมากรีสอร์ตประจำไร่จึงมีแพกเกจสำหรับลูกค้าสายบุญ วันนี้นับเป็นวันแรกของเดือนที่เป็นวันพระใหญ่ เหนือฟ้าจึงจัดให้มีการทำบุญโดยการนิมนต์พระสงฆ์มาจากวัดโดยที่ลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปเองหลังจากที่หลวงพ่อรุ่นตาห้ารูปบิณฑบาตร ณ จุดที่ลูกวัดขับรถมาส่งบริเวณหน้าคาเฟของไร่เรียบร้อย เดือนเพ็ญก็ไหว้วานให้อินเหลาพาหลวงตาทั้งหลายไปส่งหน้าบ้านของภาคีก่อนเดินทางกลับวัดตามที่นัดแนะไว้กับเจ้านายของเธอกริ๊ง!เหนือฟ้าผุดลุกขึ้นจากเตียงนอนแล้วกดรับสายที่ผู้จัดการไร่โทรเข้ามา "ว่าไงคะพี่เดือน อุ๊ย เหนือลืมเลยค่ะว่าวันนี้ทำบุญ" สาวอวบรีบตะกุยผ้าลงจากเตียงแล้วตบก้นสามีที่ยังนอนคว่ำหน้าอยู่บนหมอน "พี่คีคะลงไปตักบาตรกันค่ะ" เธอบอกแล้วหยิบทิชชูเปียกมาซับหน้าซับตาส่งผลให้รอยขีดเขียนบนใบหน้าเปื้อนจนเคลือบดำไปทั่วหลังจากที่แม่บ้านลูกเจ็ดทำให้ตัวเองสดชื่นพอประมาณ เธอจึงเดินไปกดเปิดสวิตซ์ไฟห้องของลูกทุกคนแล้วตะโกนเรียกให้เด็ก ๆ ลงไปทำบุญด้วยกัน "ตื่นเร็วค่ะลงไปตักบาตกับแม่ก่อน"เธอบอกแล้วรีบสับขาลงบันไดเพื่อหอบหิ้วข้าวของไปรอรถพระที่กำลังเดิน
เดือนแรกของการเข้าเรียนอนุบาลหนึ่งผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นแม้ตอนแรกสามแฝดจะร้องไห้โยเย แต่พอได้เพื่อนที่โรงเรียนหนูน้อยก็เริ่มคุยมีเรื่องเล่าหลังเลิกเรียนทุกวันแต่สุดสัปดาห์นี้ชั้นเรียนอนุบาลประกาศหยุดเรียนยาวเนื่องจากที่โรงเรียนถูกใช้เป็นสนามสอบวิชาการอีกทั้งยังเป็นวันหยุดยาวเนื่องจากติดช่วงวันแรงงานแห่งชาติและวันฉัตรมงคลพอดี ถึงแม้วันนี้สามแฝดจะไม่มีเรียนแต่ก็ยังมีการบ้านที่ต้องทำส่งครูตอนเปิดเรียน โชคดีที่ได้นิ่มฟ้ากับน่านฟ้าคอยสอน ทำให้หมูยอ แป้งจี่ น้ำเงี้ยวทำเสร็จตั้งแต่เลิกเรียน"วันหยุดทั้งทีป้อก็อยากหยุดแล้วทำอะไรกับแม่บ้าง" ภาคีบอกแล้วเดินเข้ามากอดเหนือฟ้าที่กำลังยืนหวีผมอยู่หน้ากระจก"ทำกิจกรรมเสียเหงื่อเหรอคะ" เธอรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร เพราะตั้งแต่วันนั้นที่กลับจากสวนดอกไม้ตีนเขา หลังจากขับรถพวกเด็ก ๆ กลับบ้านเขาก็มีงานเข้ามากะทันหัน แล้วจากนั้นก็มีภารกิจเข้าไม่เว้นแต่ละวันทำให้ไม่มีเวลาได้จู๋จี๋กันเท่าไร"อื้อ" เขาพูดเสียงอู้ขณะระดมจูบไปทั่วแผ่นหลังเปลือยของเธอที่ยังอยู่ในชุดผ้าขนหนูผืนสั้น"คืนพรุ่งนี้เหนือจะจัดให้ดุเด็ดเผ็ดมันเลย" ครั้งน







