เข้าสู่ระบบสามปีผ่านไป
ภายในงานเกษตรแฟร์เอ็กซ์โป 2026 ออกาไนซ์สาวร่างอวบผิวขากำลังวิ่งประสานงานตามบูธต่าง ๆ ตั้งแต่เช้าจนถึงบ่าย
"คุณโรจน์คะ ประมาณช่วงสิบโมงของวันพรุ่งนี้เราจะเริ่มไลฟ์สดเริ่มที่บูธคุณโรจน์ก่อนนะคะ ยังไงเตรียมข้อมูลกับผลิตภัณฑ์ที่จะโปรโมตไว้ล่วงหน้าได้เลยค่ะ อาจจะมีทีมงานมาบรีฟให้เบื้องต้นก่อนสักหนึ่งชั่วโมงค่ะ"
"โอเคครับ ขอบคุณมากครับคุณเหนือ"
"พี่เหนือ ๆ ทางโน้นมีเรื่องกัน เหมือนว่าจะเจ้าหน้าที่ของเราจะติดป้ายผิด ทำให้บูธของผู้ประกอบการสลับกัน พี่เหนือไปเจรจาหน่อย เพราะอีกเจ้าเขาไม่ยอมย้าย"
"ได้เดี๋ยวพี่ไปคุยเอง" หัวหน้าทีมดูแลบูธอย่างเหนือฟ้ารีบสับขาตรงไปจุดเกิดเหตุ แต่เพราะช่วงที่ผู้ประกอบการแต่ละบูธกำลังเดินพลุกพล่านทำให้หญิงสาวเผลอไปชนเข้ากับใครบางคน
ปั้ก!
"โอ้ย" เหนือฟ้ากุมแขนที่โดนตัวของอีกฝ่ายกระแทก
"เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ" เสียงเข้มที่คุ้นเคยทำให้เจ้าหน้าที่จัดงานที่กำลังทำหน้าบิดเบ้ต้องรีบตวัดหน้าไปมอง
วินาทีที่ดวงตาสบประสานกับชายใต้แว่นสีดำสนิท หัวใจของเธอก็แทบจะหล่นวูบไปกองอยู่ที่พื้น ดวงตากลมสั่นระริกเมื่อเขาทำท่าทางเคร่งขรึมเมินเฉยเหมือนไม่รู้จักกัน
"พี่คี ไม่ได้เจอกันนานเลย สบาย..."
เขาไม่อยู่ฟังเธอพูดจนจบกลับเดินตรงไปข้างหน้าแล้วหยุดที่บูธขนาดใหญ่ที่ยาวเกือบสี่เมตร ที่แท้เขาก็คือหนึ่งในผู้ประกอบการสิบคนด้านการเกษตรที่น่าจับตามองของปีนี้นั่นเอง บูธถึงได้ใหญ่โตโชว์ความอลังการกว่าชาวบ้าน
"พี่เหนือ จะตบกันแล้วครับ" คั่วกลิ้ง น้องคนสนิทหนึ่งในทีมออแกไนซ์สะกิดให้หัวหน้าสาวตื่นจากภวังค์
"เออ พี่ลืมเลยโทษที" เหนือฟ้าวิ่งไปยังบูธที่มีปัญหากันอยู่ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบูธของภาคีมากนัก
ออแกไนซ์สาวรีบเข้าไปแยกคุณป้าในชุดผ้าไหมพื้นเมืองสองคนที่กำลังขยุ้มหัวกันไม่หยุด "ป้าคะ ใจเย็น ๆ กันก่อนนะคะ"
ป้าทั้งสองยังคงกระชากหนังหัวของกันและกันอย่างไม่ยอม เหนือฟ้าจึงตัดสินใจแทรกตัวเข้าไปห้ามทำให้ฝ่ามือของป้าอีกคนที่เหวี่ยงลงมาเผลอฟาดเข้าไปที่หน้าออแกไนซ์สาวเต็ม ๆ
เผียะ!
ภาคีที่กำลังช่วยลูกน้องยกของมาจัดวางในบูธหยุดชะงักเมื่อเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับอดีตคนรักของตน
"เอ่อหนู ป้าขอโทษจ้ะ" ป้าชุดผ้าไหมพื้นเมืองรีบยกมือขอโทษ ขณะที่ป้าชุดชมพูก็ยอมสงบจิตใจลงไม่ตอบโต้ใด ๆ อีก
"หนูไม่เจ็บค่ะ ยังไงถือซะว่าหนูโดนตบเป็นการไถ่โทษที่ทีมงานแปะป้ายสลับกันได้ไหมคะ" เหนือฟ้ายกมือไหว้ผู้ประกอบการทั้งสอง
"ได้ ๆ พวกป้ายกโทษให้นะ ขอโทษด้วยนะหนู ยังไงเอาน้ำมันเขียวจากไร่ป้าไปใช้ดูนะ ตัวนี้สกัดจากใบเสลดพังพอนจากสวนของป้าโดยตรงเลย" คุณป้าชุดน้ำเงินรีบล้วงน้ำมันขวดใหม่เอี่ยมออกมาจากล่องแล้วส่งให้เหนือฟ้า
"ขอบคุณค่ะ"
"ส่วนของป้าเป็นผลิตภัณฑ์จากใบเตยจ้ะ อันนี้เป็นขนมลืมกลืนนะ ส่วนนี่เป็นสบู่ใบเตยจ้ะ ใช้ดีแล้วก็มาเล่าสู่กันฟังบ้าง" คุณป้าชุมชมพูหยิบของใส่ถุงแล้วส่งให้เหนือฟ้า
"ขอบคุณ คุณป้าทั้งสองคนมาก ๆ ค่ะ ยังไงหนูขอให้ได้ลูกค้าเยอะ ๆ นะคะ เดี๋ยวยังไงหนูจะให้ทีมงานช่วยย้ายข้าวของของคุณป้าทั้งสองคนแล้วก็ช่วยจัดบูธจนกว่าจะเสร็จ หนูขอตัวก่อนนะคะ"
ภาคียืนมองยืนฟังอยู่ไกล ๆ จังหวะที่เหนือฟ้ากลับมาต้องผ่านบูธของเขา พอเธอจะเข้าไปทักทาย เขากลับเดินหนีไปทางอื่น หญิงสาวจึงทำได้เพียงยืนมองแผ่นหลังเขาแล้วกลับไปทำงานของตัวเองต่อจนเสร็จ
เหนือฟ้าประสานงานและช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในฮอลล์จัดงานจนไม่มีเวลากินข้าวเที่ยง ลูกน้องทุกคนจึงไล่ให้เธอกลับขึ้นมาพักผ่อนที่โรงแรมใกล้กับสถานที่จัดงาน
"คั่วกลิ้งไงพี่ไปก่อนนะ เดี๋ยวจะไปหาข้าวกินด้วย" เหนือฟ้าโบกมือลาแล้วคว้ากระเป๋าสานหวายใบใหญ่ยัดข้าวของที่ผู้ประกอบการหลายคนหยิบยื่นน้ำใจด้วยของกินของใช้มากมายมาให้เธอ
"ไปเถอะพี่ ฝันดีครับ" คั่วกลิ้งตะโกนบอก
เหนือฟ้าเดินเข้าลิฟต์มาด้วยสภาพหมดเรี่ยวแรง ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดกว้าง เสียงของชายหญิงที่คุยกันกระหนุงกระหนิงก็ดังมาจากโถงทางเดิน พอเธอก้าวขาออกไปยังไม่ทันจะออกเดินไปยังห้องพักตัวเองด้วยซ้ำ กลับพบว่าชายหญิงคู่นั้นก็คือ ภาคี กฤตกล้าธนาดร กับ คุณปูเป้ พิธีกรสาวสวยคนดังที่กำลังยืนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่หน้าห้อง
"เรื่องบังเอิญแน่ ๆ ทำไมถึงพักชั้นเดียวกัน เอาวะใจดีสู้เสือ" เหนือฟ้ากำมือแน่นแล้วพยายามกัดฟันเดินผ่านพวกเขาไปให้ได้
หนุ่มผมยาวหยักศกตัวสูงคล้องเอวของปูเป้กลับแล้วรั้งให้แนบชิดกับแผ่นอกของเขา เป็นจังหวะเดียวกับที่แขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างเธอต้องเดินผ่านมาพอดิบพอดี
"เป้ดีใจจังที่จะได้อยู่คุยเล่นกับคีตั้งสิบวัน" ปูเป้ยกมือโอบหลังคอของภาคีกลับ ฉีกยิ้มโปรยเสน่ห์ให้หนุ่มโสด
เหนือฟ้ารีบสับขาเดินไปถึงห้องพัก เธอสังเกตเห็นภาคีช้อนตามองเล็กน้อยแต่พอเธอสบตากลับเขาก็หันกลับไปมองปูเป้เหมือนเดิม สาวอวบล้วงหาคีย์การ์ดห้องด้วยความรีบเร่ง เพราะไม่อยากได้ยินเสียง และเห็นภาพบาดตาบาดใจไปมากกว่านี้
"พรุ่งนี้ช่วงเย็นผมจะพาคุณไปร้านอาหารริมแม่น้ำ ดีไหม หรือถ้าคุณอยากไปที่ไหนก็บอกผม"
"เป้ไปได้หมดค่ะ ถ้ามีคุณอยู่ด้วย งั้นเป้ไปนอนก่อนนะคะ" ปูเป้เขย่งปลายเท้าหอมแก้มภาคี ชายหนุ่มก้มลงหอมกลับ
ขณะที่เหนือฟ้ายังคงตัวแข็งอยู่แบบนั้น ที่เธอยังยืนอยู่หน้าประตูห้องและยังไม่ได้เข้านั่นก็เพราะว่าคีย์การ์ดห้องพักไม่ได้อยู่ในกระเป๋า แต่เธอลืมไปว่าฝากไว้ที่คั่วกลิ้งลูกน้องคนสนิท
"จะยืนเสือกไปถึงพระอาทิตย์ขึ้นเลยไหม หน้าเลื่อมต๋าหล๊อกเรื่องชาวบ้านเป็นงานอดิเรกเหรอแม่คุณ" ภาคีแดกดันเป็นภาษาเหนือ เพราะเขาคิดว่าอดีตคนรักคงจะไม่เข้าใจแน่นอน
แต่กลับคิดผิดเพราะตลอดระยะเวลาสามปีที่ขาดการติดต่อกันไป เธอตั้งเรียนภาษาเหนืออย่างจริงจังเพื่อไว้คุยกับเขาเพียงคนเดียว
"เหนือไม่ได้เสนอหน้าค่ะ ก็แค่เข้าห้องไม่ได้" ออแกไนซ์สาวตอกกลับ หมุนกายกลับมาเผชิญหน้าอย่างท้าทาย
"ก็บ่อลวกจะอี้!" เขาเบะปากแล้วรีบแตะคีย์การ์ดเข้าห้องตัวเอง
"เหนือฉลาด ฉลาดมากด้วย อ้ายนั่นแหละ อ้ายมันควายสตวง"
ภาคีชะงักแล้วเดินถอยหลังกลับมา "ด่าใครว่าโง่ดักดาน"
"ก็พูดอยู่กับใครล่ะคะ" เหนือฟ้าเชิดหน้าบอกด้วยความมั่นใจ ทั้งที่เมื่อก่อนเธอเป็นคนขี้อาย แต่ตอนนี้กลับพยายามรุกเขาอย่างสุดกำลัง ผู้หญิงคนนี้ต้องการอะไรกันแน่
ภาคีขมวดคิ้วติดกันแล้วตัดสินใจเดินกลับมา มองเธอด้วยแววตาเย็นชา "เดี๋ยวนี้เก่งภาษาเหนือแล้วนี่ เอาไว้คุยกับหนุ่มเหนือที่ไหนล่ะ"
"ก็อ้ายคีไงล่ะ" เหนือฟ้าพยายามจะสานสัมพันธ์กับภาคีอีกครั้ง
"สุมาเต๊อะ เปิ้นบ่าอู้กับคนหยั่งวอก" ภาคีย้ำเสียงแข็งแล้วรีบกลับเข้าห้องอย่างหัวเสีย ปล่อยทิ้งให้เหนือฟ้ายืนตัวชาอยู่ตรงนั้น ตอนนี้ภาคีคนอ่อนโยน นุ่มนวล คนนั้นได้หายไปจากชีวิตเธอแล้ว ตอนนี้มีเพียงภาคีปากเสีย แข็งกระด้าง และหยาบคายเข้ามาแทนที่
*หน้าเลื่อมต๋าหล๊อก = เสนอหน้า บ่อลวก = ไม่ฉลาด *ควายสตวง = โง่ดักดาน *หยั่งวอก = ปลิ้นปล้อน
งานแต่งจำลองที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อนำไปโพรโมตโฆษณาแพคเกจจัดงานแต่งในไร่พิทักษ์มหิงสา ซึ่งมีหมูยอเป็นเจ้าบ่าวและเมี่ยงคำเป็นเจ้าสาวตัวน้อยถูกตกแต่งเสร็จเรียบร้อยภายในสองวัน การตกแต่งหลักจะเน้นไปที่อมยิ้มสายรุ้ง มีลูกโป่งเจ็ดสีและกระโปรงเจ้าสาวตัดเย็บต่อเติมด้วยผ้าตาข่ายเจ็ดสีเย็บเข้ากับเนื้อผ้ากระโปรงสีขาวอีกที บนหัวของเมี่ยงคำตัวน้อยประดับด้วยดอกกุหลาบผ้าสายรุ้งแบบเดียวกับชุดดูน่ารักสดใสตามวัยส่วนหมูยอนั้นใส่สูทสีดำผูกโบว์หูกระต่ายเซ็ตผมหยิกหยองเสยไปด้านหลังดูหล่อเหลาผิดกับหมูหยองผมยุ่งคนเดิม ในงานแต่งกุ๊กกิ๊กน่ารักนี้มีพี่น้องทั้งหกคนร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมะต๋าวทำหน้าที่เดินนำโปรยกลีบดอกไม้มาพร้อมกับพริกหอมที่ถูกชักชวนให้มาร่วมพิธีแต่งานสมมุตินี้ด้วย ส่วนบะแต๋ง นิ่มฟ้า น่านฟ้า แป้งจี่ และน้ำเงี้ยวนั้นเดินต่อแถวโปรยดอกไม้มาทีละคนจากนั้นทุกคนจึงไปนั่งประจำที่คอยให้กำลังใจน้องชายเมื่อฤกษ์มงคลมาถึงเมี่ยงคำตัวน้อยจึงเดินมาพร้อมกับเวธัส เพื่อให้พ่อทำหน้าที่ส่งเด็กหญิงตัวน้อยไปให้เจ้าบ่าววัยห้าขวบ ครั้นบ่าวสาวฟันน้ำนมยืนคู่กันอยู่หน้าแท่นพิธีซึ่งมีเวธัสทำหน้าที่เป็นบาทหลวงจำเป็นและกล่าวคำ
ภารกิจของการแจกน้ำมันเขียวให้พ่อค้าแม่ค้าที่มาจัดบูธงานวันวาเลนไทน์จบลงภายในสองชั่วโมง หมูยอถึงกับบ่นปวดขาขณะที่เมี่ยงคำนั้นไม่บ่นสักแอะ ไม่มีการฟูมฟายงอแงแถมยังเอาใจพี่ด้วยการหาโน่นหานี่มาให้กินนั่นเป็นเพราะว่าเธอฝึกบัลเล่ต์วันละหลายชั่วโมงจึงทำให้กล้ามเนื้อขามีความยืดหยุ่นแข็งแรงกว่าพี่"โอ๊ยยย" หมูยอโวยวายเพราะน้องเตรียมจะบีบน่องขา ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรเพียงแค่แตะมือลงไปแต่พี่ก็แหกปากร้องเหมือนควายออกลูกเสียแล้ว"เบ่งฟายในปากเหยอ เงี่ยงยังมะได้ตำไยตาหยองเยยนะ" เมี่ยงคำพ่นลมหายใจแล้วเริ่มขยำขาพี่อย่างกระฉับกระเฉง หมูยอแอบมองน้องแล้วโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ๆ ใช้จังหวะนี้หอมแก้มน้องให้เร็วที่สุดฟอดดดเมี่ยงคำเบิกตาโพลงตวัดมองหน้าพี่"แอบแต๊ะเอียเก๊าบั่บนี้ ลาวไปตดตะเบียงกันเยยดีฟ่าตาหยอง ไพเยว" เมี่ยงคำลุกพรวดดึงแขนพี่ขึ้น"เขาเรียกแต๊ะอั๋งบ่าใจ้ก๊ะเมี่ยงคำน้อย" น่านฟ้าที่กำลังนั่งกินของมากมายที่พ่อค้าแม่ค้าให้มารีบทักท้วงคำศัพท์ที่น้องเพิ่งพูดผิดไป"ฮะ ไปตดตะเบียงคืออะหยังก๊ะอ้ายน่าน" หมูยอไม่เข้าใจ"คือ จดทะเบียนสมรสเวลาที่สามีภรรยาเขาไปจดกันตอนแต่งงานไงล่ะ" น่านฟ้าอธิบาย"ปุ๊ดโทะ! ยาย
สัปดาห์นี้ที่ไร่พิทักษ์มหิงสาจัดงานวันวาเลนไทน์จึงมีการเปิดให้พ่อค้าแม่ขายในนครนายกเข้ามาจับจองพื้นที่ออกร้านขายสินค้ามากมายเกือบร้อยกว่าร้านค้า แก๊งหมอผีละอ่อนจึงถูกพ่อกับแม่มอบหมายหน้าที่สำคัญ"หมูยอ แป้งจี่ น้ำเงี้ยวหนูไปคอยเดินตรวจตราถามคุณลุงคุณป้าว่าระบบไฟใช้ได้ไหมกับลุงยอดนะลูก ลุงยอดเป็นช่างไฟของไร่แล้วก็เอาถุงน้ำมันเขียวในกระเป๋าย่ามที่ป้อให้ไปคนละสามสิบถุงให้พวกลุงป้าที่เขามาขายของด้วยนะครับ ถือเป็นของขวัญที่ระลึกของไร่""ได้เลยปาขี้ แล้วยายเงี่ยงไปจ้วยดอได้ก่อ" เมี่ยงคำยังอยู่เที่ยวที่ไร่อีกหลายวันกว่าจะกลับบ้าน ช่วงนี้ไปไหนมาไหนหมูยอจึงพกพาน้องไปด้วยเสมอ จากคนที่กัดกันตลอดทุกครั้งที่เจอหน้าปัจจุบันกลายเป็นคนที่ขาดกันไม่ได้"แหม หวานมดขบเชียวนะ ชิ!" แป้งจี่หมั่นไส้พี่ชาย เพราะเธอเองก็อยากชวนพี่บรูซมาแต่ช่วงนี้เขากำลังเริ่มเป็นดาราเด็กที่กำลังมีชื่อเสียงในวงการ เธอจึงไม่อยากไปรบกวนตารางงานของเขาเท่าไหร่"เฮาฉองกนก็เหมือนกันนั่นแหละปี้ฉี่" น้ำเงี้ยวโอบไหล่พี่สาวเข้ามากอด เธอเองก็อยู่ห่างกับพี่ฝุ่นมาก จากนครนายกไปชัยภูมินั้นก็หลายกี่โล จะโทรไปหาพี่ก็เกรงใจ"งั้นจะพาเมี่ยงคำไปห
หลังเสร็จธุระจากการทัวร์รอบไร่ ภาคึจึงพาทุกคนมารับประทานอาหารที่ภัตตาคารของรีสอร์ตพริกหอมที่คอยโอ๋มะต๋าวมาตลอดทางที่นั่งรถกลับมาทำให้ทุกคนพากันแปลกใจ"มานั่งกะปิ๊ก" พริกหอมดึงมะต๋าวนั่งลงข้าง กาย แถมยังเอาผ้าเช็ดหน้าลายดอกไม้ไปชุบน้ำแล้วมาซับหน้าซับตาให้พี่"เอ๊ะ....ทำไมพริกหอมถึงประคบประหงมมะต๋าวจังเลยล่ะคะคุณอาเดีย" เหนือฟ้างง"เดียเล่าเรื่องมะต๋าวให้ลูกฟังค่ะ เขาก็เลยเห็นอกเห็นใจน้องมะต๋าว" อาเดียเอ่ย"อ๋อ น่ารักจังเลยค่ะ" เหนือฟ้าดีใจที่มีคตเอ็นดูมะต๋าวเพิ่มเมื่ออาหารมาเสิร์ฟจนครบมะต๋าวที่กำลังจะลุกไปนั่งกับแม่เพราะรู้สึกเกรงใจพริกหอม กลับถูกน้องกักตัวไว้"ท๋าวไพคิ๋นก้าวกะนุ๋งนะ" มะต๋าวบอก"ปิ๊กมะให้ไพ ท๋าวเพงเบบี๋ก๋องปิ๊ก ปิ๊กจาผ้อนก้าวให้" พริกหอมตักข้าวผัดทะเลในจานของตนเองแล้วเป่าไล่ความร้อนส่งให้มะต๋าวกิน"ท๋าวมะหยักเพงเบบี๋" มะต๋าวส่ายหน้าแล้วเหลือบตามองแม่กับบรรดาพี่ ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ"ปิ๊กเพงมะม้า ท๋าวท่องเพงยวกจาย เพงเดะดีนะหม่ำก้าวเยว" พริกหอมจ่อช้อนข้าวที่ปากมะต๋าว สุดท้ายหนูน้อยจึงต้องยอมกินแต่โดยดีเพราะน้องกำลังจิกตาเขียวปัดใส่กลับจากภัตตาคารภาคีพารุสลันไปส่งที
มะต๋าวนั่งด้านข้างพริกหอม และพยายามเอาใจน้องด้วยการตักเค้กป้อน ส่วนเด็กหญิงที่เห็นเรื่องกินเป็นเรื่องสำคัญก็อ้าปากรอคอยเค้กรสละมุนจากมือเด็กชายโดยไม่ปฎิเสธให้เสียน้ำใจ"หย่อย" พริกหอมบอก "อาวอีก" เด็กหญิงถูกใจเค้กโยเกิรต์หน้าไหม้ตัวดังทำให้มะต๋าวต้องคอยตักป้อนบริการจนหมดชิ้น"นี่ท๋าวนะ" เด็กชายแนะนำตัวแล้วเริ่มกินเครปเย็นของตัวเองจนครีมเลอะปาก"ท๋าวเหยอ นี่ปิ๊กนะ" พริกหอมแนะนำตัวกลับ "ผากเยะ" น้องบอกแล้วเหนี่ยวคอพี่เข้าไปหา"หือ" มะต๋าวหน้าสั่นนึกถึงตอนที่พ่อกับแม่กำลังจุ๊บกัน"เชะผาก ผากเยะ" พริกหอมเลียขอบปากของมะต๋าวเหมือนตอนที่ผักหมทำ"โอ๊ะ" หนูน้อยอุทานหน้าแดงก่ำรีบตวัดหน้าไปหาเหนือฟ้ากับภาคีเพื่อขอความช่วยเหลือ"งุ้ย กู้ปิ้งกู้ใหม่ก๋องงิ้วแหละ" น้ำเงี้ยวประสานมือขึ้นพร้อมกับบิดตัวไปมา เด็กหญิงชอบใจที่น้องชายถูกสาวจู่โจม"เอาก๋องทัวเองให้ยอดก่อนดีฟ่า" แป้งจี่เตือนน้องสาว"ปี้ฝุ่งบอกว่าซอบงิ้วแล้วเน้อ แต่ปี้บูดล่ะบอกแล้วก๊ะ" เด็กหญิงเยาะเย้ยพี่สาว"ยังมะบอกแต่ว่าปี้ฮู้ว่าเก๊าท่องซอบปี้ชัวร์" แป้งจี่ค่อนข้างมั่นใจว่าบรูซชอบเธอเช่นกัน"แล้วหมูยอไปหาเมี่ยงคำเหรอ อ้ายแต๋งพาไปก๊ะ" นิ่มฟ
คร่อก คร่อกกกเหนือฟ้านอนกรนอยู่บนแผ่นอกของภาคีขณะที่มะต๋าวนั้นตื่นเช้ากว่าพี่น้องทุกคน เพราะหนูน้อยพึงระลึกได้ว่าเมื่อคืนกำลังดูพ่อกับแม่ขี่กันแล้วจากนั้นก็จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นมะต๋าวจึงรีบก้าวขาลงจากเตียงนอนขนาดเล็กของตนแล้วเดินไปสะกิดผักหมที่นอนเฝ้าอยู่บนเบาะหมาปลายเตียง"โหมไพกะท๋าว" มะต๋าวชวนผักหมไปห้องพ่อกับแม่ด้วยกัน เนื่องจากฟ้ายังไม่สว่างดีหนูน้อยจึงค่อนข้างหวาดกลัวเจ้าสุนัขโกลเด้นหาวปากกว้างแล้วมุดลอดช่องหมาออกไป มะต๋าวจึงลอดออกตามไปด้วย ผักหมไปถึงหน้าห้องเจ้านายแล้วยกเท้าเขี่ยแคว่ก ๆ สองทีทว่าคนในห้องกลับเงียบกริบมันจึงตัดสินใจลอดช่องหมานำมะต๋าวเข้ามาก่อน เมื่อทั้งคนและหมาเข้ามาได้สำเร็จมะต๋าวจึงเดินเตาะแตะไปกดเปิดสวิตซ์ไฟหัวเตียง ส่วนผักหมนั้นทำหน้าที่เลียหน้าเลียตาให้มนุษย์ชายหญิงที่เพิ่งเสร็จกิจเมื่อตอนตีสามรีบตื่นขึ้นมาเลี้ยงมนุษย์เด็กที่กำลังนั่งหัวโด่อยู่แผล๊บ แผล๊บภาคีปรือตาเพ่งดูสิ่งมีชีวิตตรงหน้าที่ปลุกให้เขาตื่นจากนิทรา มะต๋าวจึงชะโงกหน้าเข้ามาอรุณสวัสดิ์พ่อ "ยุงกวักเพาะขี้""ยุงอะไรหว่า" คนที่กำลังงัวเงียคิดว่าเป็นความฝันขานรับแล้วหลับต่อผักหมถอนหายใจใส่ภ
เสียงนาฬิกาปลุกของเหนือฟ้าดังขึ้นตั้งแต่ตีห้า เช้านี้เธอคิดจะทำอาหารให้ภาคีกินก่อนไปเรียน แต่หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย พอเปิดประตูออกจากห้องนอนกลับพบว่าพ่อครัวหนุ่มกำลังยืนผัดอะไรบางอย่างอยู่หน้าเตา สวมผ้ากันเปื้อนลายการ์ตูนรูปควาย เหนือฟ้าเดินตรงมาหาภาคีที่เตา ชะโงกหน้าลงไปดูเมนูส่งกลิ่
เช้านี้เหนือฟ้าเดินทางไปมหาลัยด้วยตนเองโดยรถไฟฟ้าใต้ดินที่ติดกับคอนโด เพราะเมื่อคืนภาคีทำงานหามรุ่งหามค่ำ เธอจึงไม่อยากรบกวน แล้วปล่อยให้เขานอนหลับสนิทอยู่บนเตียงนิสิตสาวใช่เวลาในการสอบสามชั่วโมงเต็มตั้งแต่แปดโมงเช้าจนถึงสิบโมง แล้วเรียนต่อภาคบ่ายจนถึงสี่โมงเย็น ก่อนกลับจึงแวะซื้อของกินมากมายไปฝาก
เช้าวันอาทิตย์ผอ.ทัพฟ้าและครูนับเก้าเดินทางกลับกรุงเทพก่อน โชคดีที่ได้ภาคีจัดดินเนอร์พร้อมกับดนตรีหวานชื่นให้ทำให้พ่อแม่ของเหนือฟ้ากลับมาคืนดีกระหนุงกระหนิงกันดังเดิมหลังมื้อเช้าภาคีขับรถกอล์ฟพาแฟนสาวไปชมวิวทิวทัศน์ในไร่ แล้วหยุดรถที่โรงเรือนปลูกวนิลาด้านข้างมีแปลงผักที่ยังไม่ได้เพาะปลูกปล่อยโล่งอ
รถแวนของผอ.ทัพฟ้าจอดยังโรงรถบริเวณบ้านไม้ของภาคี แฟนหนุ่มอนาคตไกลของลูกสาวจึงเดินมาต้อนรับอีกครั้ง"ผมจะพาไปดูห้องนอนครับ""อืม บ้านสวยมากเลยภาคี แล้วนี่เธอปลูกเองเหรอ" ผอ.ทัพฟ้ามองความใหญ่โตของบ้านไม้สไตล์แปลกตาที่เหมือนกับบ้านฝรั่งในต่างประเทศ"ครับ ผมเป็นคนออกแบบเองแล้วก็ควบคุมการก่อสร้างเอง""โ







