Masukสามปีผ่านไป
ภายในงานเกษตรแฟร์เอ็กซ์โป 2026 ออกาไนซ์สาวร่างอวบผิวขากำลังวิ่งประสานงานตามบูธต่าง ๆ ตั้งแต่เช้าจนถึงบ่าย
"คุณโรจน์คะ ประมาณช่วงสิบโมงของวันพรุ่งนี้เราจะเริ่มไลฟ์สดเริ่มที่บูธคุณโรจน์ก่อนนะคะ ยังไงเตรียมข้อมูลกับผลิตภัณฑ์ที่จะโปรโมตไว้ล่วงหน้าได้เลยค่ะ อาจจะมีทีมงานมาบรีฟให้เบื้องต้นก่อนสักหนึ่งชั่วโมงค่ะ"
"โอเคครับ ขอบคุณมากครับคุณเหนือ"
"พี่เหนือ ๆ ทางโน้นมีเรื่องกัน เหมือนว่าจะเจ้าหน้าที่ของเราจะติดป้ายผิด ทำให้บูธของผู้ประกอบการสลับกัน พี่เหนือไปเจรจาหน่อย เพราะอีกเจ้าเขาไม่ยอมย้าย"
"ได้เดี๋ยวพี่ไปคุยเอง" หัวหน้าทีมดูแลบูธอย่างเหนือฟ้ารีบสับขาตรงไปจุดเกิดเหตุ แต่เพราะช่วงที่ผู้ประกอบการแต่ละบูธกำลังเดินพลุกพล่านทำให้หญิงสาวเผลอไปชนเข้ากับใครบางคน
ปั้ก!
"โอ้ย" เหนือฟ้ากุมแขนที่โดนตัวของอีกฝ่ายกระแทก
"เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ" เสียงเข้มที่คุ้นเคยทำให้เจ้าหน้าที่จัดงานที่กำลังทำหน้าบิดเบ้ต้องรีบตวัดหน้าไปมอง
วินาทีที่ดวงตาสบประสานกับชายใต้แว่นสีดำสนิท หัวใจของเธอก็แทบจะหล่นวูบไปกองอยู่ที่พื้น ดวงตากลมสั่นระริกเมื่อเขาทำท่าทางเคร่งขรึมเมินเฉยเหมือนไม่รู้จักกัน
"พี่คี ไม่ได้เจอกันนานเลย สบาย..."
เขาไม่อยู่ฟังเธอพูดจนจบกลับเดินตรงไปข้างหน้าแล้วหยุดที่บูธขนาดใหญ่ที่ยาวเกือบสี่เมตร ที่แท้เขาก็คือหนึ่งในผู้ประกอบการสิบคนด้านการเกษตรที่น่าจับตามองของปีนี้นั่นเอง บูธถึงได้ใหญ่โตโชว์ความอลังการกว่าชาวบ้าน
"พี่เหนือ จะตบกันแล้วครับ" คั่วกลิ้ง น้องคนสนิทหนึ่งในทีมออแกไนซ์สะกิดให้หัวหน้าสาวตื่นจากภวังค์
"เออ พี่ลืมเลยโทษที" เหนือฟ้าวิ่งไปยังบูธที่มีปัญหากันอยู่ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบูธของภาคีมากนัก
ออแกไนซ์สาวรีบเข้าไปแยกคุณป้าในชุดผ้าไหมพื้นเมืองสองคนที่กำลังขยุ้มหัวกันไม่หยุด "ป้าคะ ใจเย็น ๆ กันก่อนนะคะ"
ป้าทั้งสองยังคงกระชากหนังหัวของกันและกันอย่างไม่ยอม เหนือฟ้าจึงตัดสินใจแทรกตัวเข้าไปห้ามทำให้ฝ่ามือของป้าอีกคนที่เหวี่ยงลงมาเผลอฟาดเข้าไปที่หน้าออแกไนซ์สาวเต็ม ๆ
เผียะ!
ภาคีที่กำลังช่วยลูกน้องยกของมาจัดวางในบูธหยุดชะงักเมื่อเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับอดีตคนรักของตน
"เอ่อหนู ป้าขอโทษจ้ะ" ป้าชุดผ้าไหมพื้นเมืองรีบยกมือขอโทษ ขณะที่ป้าชุดชมพูก็ยอมสงบจิตใจลงไม่ตอบโต้ใด ๆ อีก
"หนูไม่เจ็บค่ะ ยังไงถือซะว่าหนูโดนตบเป็นการไถ่โทษที่ทีมงานแปะป้ายสลับกันได้ไหมคะ" เหนือฟ้ายกมือไหว้ผู้ประกอบการทั้งสอง
"ได้ ๆ พวกป้ายกโทษให้นะ ขอโทษด้วยนะหนู ยังไงเอาน้ำมันเขียวจากไร่ป้าไปใช้ดูนะ ตัวนี้สกัดจากใบเสลดพังพอนจากสวนของป้าโดยตรงเลย" คุณป้าชุดน้ำเงินรีบล้วงน้ำมันขวดใหม่เอี่ยมออกมาจากล่องแล้วส่งให้เหนือฟ้า
"ขอบคุณค่ะ"
"ส่วนของป้าเป็นผลิตภัณฑ์จากใบเตยจ้ะ อันนี้เป็นขนมลืมกลืนนะ ส่วนนี่เป็นสบู่ใบเตยจ้ะ ใช้ดีแล้วก็มาเล่าสู่กันฟังบ้าง" คุณป้าชุมชมพูหยิบของใส่ถุงแล้วส่งให้เหนือฟ้า
"ขอบคุณ คุณป้าทั้งสองคนมาก ๆ ค่ะ ยังไงหนูขอให้ได้ลูกค้าเยอะ ๆ นะคะ เดี๋ยวยังไงหนูจะให้ทีมงานช่วยย้ายข้าวของของคุณป้าทั้งสองคนแล้วก็ช่วยจัดบูธจนกว่าจะเสร็จ หนูขอตัวก่อนนะคะ"
ภาคียืนมองยืนฟังอยู่ไกล ๆ จังหวะที่เหนือฟ้ากลับมาต้องผ่านบูธของเขา พอเธอจะเข้าไปทักทาย เขากลับเดินหนีไปทางอื่น หญิงสาวจึงทำได้เพียงยืนมองแผ่นหลังเขาแล้วกลับไปทำงานของตัวเองต่อจนเสร็จ
เหนือฟ้าประสานงานและช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในฮอลล์จัดงานจนไม่มีเวลากินข้าวเที่ยง ลูกน้องทุกคนจึงไล่ให้เธอกลับขึ้นมาพักผ่อนที่โรงแรมใกล้กับสถานที่จัดงาน
"คั่วกลิ้งไงพี่ไปก่อนนะ เดี๋ยวจะไปหาข้าวกินด้วย" เหนือฟ้าโบกมือลาแล้วคว้ากระเป๋าสานหวายใบใหญ่ยัดข้าวของที่ผู้ประกอบการหลายคนหยิบยื่นน้ำใจด้วยของกินของใช้มากมายมาให้เธอ
"ไปเถอะพี่ ฝันดีครับ" คั่วกลิ้งตะโกนบอก
เหนือฟ้าเดินเข้าลิฟต์มาด้วยสภาพหมดเรี่ยวแรง ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดกว้าง เสียงของชายหญิงที่คุยกันกระหนุงกระหนิงก็ดังมาจากโถงทางเดิน พอเธอก้าวขาออกไปยังไม่ทันจะออกเดินไปยังห้องพักตัวเองด้วยซ้ำ กลับพบว่าชายหญิงคู่นั้นก็คือ ภาคี กฤตกล้าธนาดร กับ คุณปูเป้ พิธีกรสาวสวยคนดังที่กำลังยืนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่หน้าห้อง
"เรื่องบังเอิญแน่ ๆ ทำไมถึงพักชั้นเดียวกัน เอาวะใจดีสู้เสือ" เหนือฟ้ากำมือแน่นแล้วพยายามกัดฟันเดินผ่านพวกเขาไปให้ได้
หนุ่มผมยาวหยักศกตัวสูงคล้องเอวของปูเป้กลับแล้วรั้งให้แนบชิดกับแผ่นอกของเขา เป็นจังหวะเดียวกับที่แขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างเธอต้องเดินผ่านมาพอดิบพอดี
"เป้ดีใจจังที่จะได้อยู่คุยเล่นกับคีตั้งสิบวัน" ปูเป้ยกมือโอบหลังคอของภาคีกลับ ฉีกยิ้มโปรยเสน่ห์ให้หนุ่มโสด
เหนือฟ้ารีบสับขาเดินไปถึงห้องพัก เธอสังเกตเห็นภาคีช้อนตามองเล็กน้อยแต่พอเธอสบตากลับเขาก็หันกลับไปมองปูเป้เหมือนเดิม สาวอวบล้วงหาคีย์การ์ดห้องด้วยความรีบเร่ง เพราะไม่อยากได้ยินเสียง และเห็นภาพบาดตาบาดใจไปมากกว่านี้
"พรุ่งนี้ช่วงเย็นผมจะพาคุณไปร้านอาหารริมแม่น้ำ ดีไหม หรือถ้าคุณอยากไปที่ไหนก็บอกผม"
"เป้ไปได้หมดค่ะ ถ้ามีคุณอยู่ด้วย งั้นเป้ไปนอนก่อนนะคะ" ปูเป้เขย่งปลายเท้าหอมแก้มภาคี ชายหนุ่มก้มลงหอมกลับ
ขณะที่เหนือฟ้ายังคงตัวแข็งอยู่แบบนั้น ที่เธอยังยืนอยู่หน้าประตูห้องและยังไม่ได้เข้านั่นก็เพราะว่าคีย์การ์ดห้องพักไม่ได้อยู่ในกระเป๋า แต่เธอลืมไปว่าฝากไว้ที่คั่วกลิ้งลูกน้องคนสนิท
"จะยืนเสือกไปถึงพระอาทิตย์ขึ้นเลยไหม หน้าเลื่อมต๋าหล๊อกเรื่องชาวบ้านเป็นงานอดิเรกเหรอแม่คุณ" ภาคีแดกดันเป็นภาษาเหนือ เพราะเขาคิดว่าอดีตคนรักคงจะไม่เข้าใจแน่นอน
แต่กลับคิดผิดเพราะตลอดระยะเวลาสามปีที่ขาดการติดต่อกันไป เธอตั้งเรียนภาษาเหนืออย่างจริงจังเพื่อไว้คุยกับเขาเพียงคนเดียว
"เหนือไม่ได้เสนอหน้าค่ะ ก็แค่เข้าห้องไม่ได้" ออแกไนซ์สาวตอกกลับ หมุนกายกลับมาเผชิญหน้าอย่างท้าทาย
"ก็บ่อลวกจะอี้!" เขาเบะปากแล้วรีบแตะคีย์การ์ดเข้าห้องตัวเอง
"เหนือฉลาด ฉลาดมากด้วย อ้ายนั่นแหละ อ้ายมันควายสตวง"
ภาคีชะงักแล้วเดินถอยหลังกลับมา "ด่าใครว่าโง่ดักดาน"
"ก็พูดอยู่กับใครล่ะคะ" เหนือฟ้าเชิดหน้าบอกด้วยความมั่นใจ ทั้งที่เมื่อก่อนเธอเป็นคนขี้อาย แต่ตอนนี้กลับพยายามรุกเขาอย่างสุดกำลัง ผู้หญิงคนนี้ต้องการอะไรกันแน่
ภาคีขมวดคิ้วติดกันแล้วตัดสินใจเดินกลับมา มองเธอด้วยแววตาเย็นชา "เดี๋ยวนี้เก่งภาษาเหนือแล้วนี่ เอาไว้คุยกับหนุ่มเหนือที่ไหนล่ะ"
"ก็อ้ายคีไงล่ะ" เหนือฟ้าพยายามจะสานสัมพันธ์กับภาคีอีกครั้ง
"สุมาเต๊อะ เปิ้นบ่าอู้กับคนหยั่งวอก" ภาคีย้ำเสียงแข็งแล้วรีบกลับเข้าห้องอย่างหัวเสีย ปล่อยทิ้งให้เหนือฟ้ายืนตัวชาอยู่ตรงนั้น ตอนนี้ภาคีคนอ่อนโยน นุ่มนวล คนนั้นได้หายไปจากชีวิตเธอแล้ว ตอนนี้มีเพียงภาคีปากเสีย แข็งกระด้าง และหยาบคายเข้ามาแทนที่
*หน้าเลื่อมต๋าหล๊อก = เสนอหน้า บ่อลวก = ไม่ฉลาด *ควายสตวง = โง่ดักดาน *หยั่งวอก = ปลิ้นปล้อน
ครอบครัวคนเลี้ยงควายเดินออกมาส่งครอบครัวของมาสที่ต้องเดินทางกลับก่อนเวลา เนื่องจากเขาต้องบินไปดูงานต่างประเทศพร้อมกับพ่อแม่แล้วจึงบินกลับมาจัดการเรื่องงานหมั้นในสัปดาห์หน้าอีกทีภาคีจึงปล่อยให้เด็กทั้งสองเอ่ยคำร่ำลากันโดยการยืนมองอยู่ห่าง ๆ ไม่เข้าไปรบกวน"เราสองคนก็เป็นคู่หมั้นกันแล้วเนอะ คู่หมั้นที่แปลว่าโตไปเราจะแต่งงานกัน" มาสเอ่ยด้วยแววตามั่นคง"ถ้าโตไปแล้วอ้ายมาสเกิดเปลี่ยนใจไม่แต่งกับนิ่ม นิ่มก็ไม่ว่าอะไร" แม้เด็กหญิงจะบอกแบบนั้น แต่ใจก็รู้สึกหวั่นกลัว กลัวว่าอนาคตข้างหน้าเขาจะไปรักคนอื่นมาสยกมือประคองแก้มป่องของนิ่มฟ้าแล้วรั้งเข้ามาหา "อ้ายไม่เปลี่ยนใจ""โอ๊ย ยดน้ำตาลฟ่ำ" น้ำเงี้ยวยื่นหน้าเข้ามาแซวพี่หลังจากที่มาสเดินจากไป สีฝุ่นกับแม่ก็เตรียมเดินกลับโรงแรมด้วยกันเนื่องจากที่พักที่ภาคีจองไว้ให้อยู่ห่างจากบริษัทไปเพียงแปดร้อยเมตรเท่านั้น แต่น้ำเงี้ยวรีบวิ่งไปดักหน้าทั้งคู่"ฉะไปตี้ไหน งิ้วไปโตยได้ก่อ" น้ำเงี้ยวอ้อนสายรุ้งแล้วหันไปขอความเห็นจากสีฝุ่น"คุณสายรุ้งกับน้องฝุ่นไปรถผมเถอะครับ วันนี้ผมก็เปิดห้องพักที่โรงแรมเดี
สีฝุ่นจูงมือน้ำเงี้ยวกลับเข้ามาในงานทันทีที่สายรุ้งเห็นจึงปรี่เข้ามากุมไหล่ลูกชาย "ฝุ่นไปไหนมาครับ แม่หาอยู่ตั้งนาน""ฝุ่นพาน้องไปเข้าห้องน้ำแล้วก็พาไปหาขนมกินครับ" เด็กชายบอกแล้วเหลือบตามองน้ำเงี้ยวตัวน้อย"งั้นไปนั่งที่โต๊ะเถอะครับ น้ำเงี้ยวไปกับป้าไหมคะเดี๋ยวงานจะเริ่มแล้ว" สายรุ้งชวนเด็กหญิงไปนั่งที่โต๊ะด้วยกัน แต่น้ำเงี้ยวเหลือบไปเห็นพ่อที่กำลังเดินเข้ามาในงานพอดี"งิ้วฉะไปหาป้อเจ้า เดี๋ยวมาหาปี้ฝุ่งใหม่เน้อ" น้ำเงี้ยวโบกมือบ๊ายบายสองแม่ลูก เด็กหญิงวิ่งถลาไปกอดขาภาคี "ป้อขี้""เป็นไงบ้างลูก" ภาคีรีบอุ้มลูกสาวจนตัวลอยสูง "หนูเจ๋บตรงไหนก่อ""งิ้วบ่เจ๋บเจ้า แท่ว่าป้อฮู้ได้จะได" มือเล็กประคองแก้มพ่อ"ดีผ่องละตี้หนูบ่เป๋นอะไรมาก และที่ป้อฮู้ก็เพราะว่าพี่น่านฟ้าบอกป้อเองครับ" เขาว่าแล้วเอาหน้าผากชนกับลูกสาว"
น่านฟ้าจูงมือน้ำเงี้ยวมาที่โต๊ะวีไอพีซึ่งมีป้ายเขียนว่า 'ฟาร์มหอยสมปองและสีฝุ่น' ทว่ากลับมีเพียงป้าสายรุ้งที่กำลังคุยกับแขกท่านอื่นที่ภาคีแนะนำให้รู้จักกัน ส่วนสีฝุ่นนั้นกำลังยืนแนะนำอโวคาโดจากไร่กับนักธุรกิจรุ่นราวคราวพ่ออยู่ที่โซนผลไม้"เดี๋ยวงิ้วฉะไปตั๊กตายปี้ฝุ่งเอง" น้ำเงี้ยวเดินนำน่านฟ้าไปหาสีฝุ่นหลังจากที่เด็กชายเพิ่งคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่เสร็จ โดยมีสายตาของภาคีคอยเหลือบมองอยู่ ที่เขาตัดสินใจเชิญสองแม่ลูกมาก็เพื่อทำให้เด็กคนนั้นเห็นว่าธุรกิจหอยกับอโวคาโดสามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่ง"สวัสดีนายสีฝุ่นใช่ไหม" น่านฟ้าทักทายเด็กชายในชุดสูทสีเทาพยักหน้ารับ "ใช่ นายมีอะไรกับเราเหรอ""อ้อ เราแค่จะมาทำความรู้จักด้วยน่ะ เราคือลูกชายของคนที่เชิญนายกับแม่มางาน หอยที่ฟาร์มของตาสมปองอร่อยมากจนป้อเรายังติดใจเลย เราเองก็ชอบมาก เราชื่อน่านฟ้านะ" น่านฟ้ายื่นมือไปให้สีฝุ่นจับสีฝุ่นเขย่ามือน่านฟ้าเบา ๆ "ยินดีที่ได้รู้จักนะน่านฟ้า"น้ำเงี้ยวเห็นพวกพี่ ๆ เขย่ามือกันเธอก็เลยอยากมีส่วนร่วมบ้าง เด็กหญิงวางมือตนเองทับกับมือของสีฝุ่
ความจริงแล้วภาคีไม่ได้ต้องการโอ้อวดสถานะของตัวเอง แต่หลังจากที่เขาซุ่มให้นักสืบของเดอะเซฟเฟอะซิกซ์ตามสืบเรื่องราวความบาดหมางของตระกูลดาลัลอยู่นาน ทำให้พบว่าลูกสาวสุดที่รักกำลังยืนอยู่ท่ามกลางดงอสรพิษและเขาต้องการให้มาสฝึกฝนตัวเองเพื่อปกป้องนิ่มฟ้าได้ทั้งตอนนี้และในอนาคตและนี่ก็เป็นโอกาสทองที่เขาจะต้องรีบไขว่คว้าเอาไว้ และประกาศศักดาให้พวกตีสองหน้ารู้ว่านิ่มฟ้า กฤตกล้าธนาดรคือบุตรสาวของภาคี หนึ่งในทายาทผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทยักษ์ใหญ่ และเป็นหลานสาวของหม่อมเจ้าภูวสิน หรือที่ทุกคนเรียกกว่ามาเฟียผู้คุมอาณาจักรควาย เขาอยากให้กลุ่มคนที่คิดจะทำร้ายมาสกับนิ่มฟ้ารับรู้ว่าต้นตระกูลของเขาแม้ไม่ได้ร่ำรวยเทียบเท่าครอบครัวดาลัล แต่ก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าใครช่วงเวลาห้าโมงเย็นบริเวณหน้าบริษัทตึกดำสูงระฟ้ารถลีมูซีนสีขาวติดฟิล์มดำแปะโลโก้ของ Z6 ทะยานเข้ามาจอดหน้าพรมสีแดงที่ปูทอดยาวเข้าไปในตึก ภาคีกระชับสูทสีดำสนิททั้งตัวก้าวขาลงมาจากรถโดยมีทีมบอดี้การ์ดประจำตัวของพี่ชายคนสนิทอย่างซุสคอยดูแลวันนี้เขาสลัดมาดจากพ่อเลี้ยงบ้านไร่คุมควายหลายพันตัวเป็นประธานบริษัทมาดขรึม ผมหยิกหยองของเขาถูกเซ็ตเสยไปด้านหลังเป
เนื่องจากเดือนนี้มีจำนวนวันพระค่อนข้างมากรีสอร์ตประจำไร่จึงมีแพกเกจสำหรับลูกค้าสายบุญ วันนี้นับเป็นวันแรกของเดือนที่เป็นวันพระใหญ่ เหนือฟ้าจึงจัดให้มีการทำบุญโดยการนิมนต์พระสงฆ์มาจากวัดโดยที่ลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปเองหลังจากที่หลวงพ่อรุ่นตาห้ารูปบิณฑบาตร ณ จุดที่ลูกวัดขับรถมาส่งบริเวณหน้าคาเฟของไร่เรียบร้อย เดือนเพ็ญก็ไหว้วานให้อินเหลาพาหลวงตาทั้งหลายไปส่งหน้าบ้านของภาคีก่อนเดินทางกลับวัดตามที่นัดแนะไว้กับเจ้านายของเธอกริ๊ง!เหนือฟ้าผุดลุกขึ้นจากเตียงนอนแล้วกดรับสายที่ผู้จัดการไร่โทรเข้ามา "ว่าไงคะพี่เดือน อุ๊ย เหนือลืมเลยค่ะว่าวันนี้ทำบุญ" สาวอวบรีบตะกุยผ้าลงจากเตียงแล้วตบก้นสามีที่ยังนอนคว่ำหน้าอยู่บนหมอน "พี่คีคะลงไปตักบาตรกันค่ะ" เธอบอกแล้วหยิบทิชชูเปียกมาซับหน้าซับตาส่งผลให้รอยขีดเขียนบนใบหน้าเปื้อนจนเคลือบดำไปทั่วหลังจากที่แม่บ้านลูกเจ็ดทำให้ตัวเองสดชื่นพอประมาณ เธอจึงเดินไปกดเปิดสวิตซ์ไฟห้องของลูกทุกคนแล้วตะโกนเรียกให้เด็ก ๆ ลงไปทำบุญด้วยกัน "ตื่นเร็วค่ะลงไปตักบาตกับแม่ก่อน"เธอบอกแล้วรีบสับขาลงบันไดเพื่อหอบหิ้วข้าวของไปรอรถพระที่กำลังเดิน
เดือนแรกของการเข้าเรียนอนุบาลหนึ่งผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นแม้ตอนแรกสามแฝดจะร้องไห้โยเย แต่พอได้เพื่อนที่โรงเรียนหนูน้อยก็เริ่มคุยมีเรื่องเล่าหลังเลิกเรียนทุกวันแต่สุดสัปดาห์นี้ชั้นเรียนอนุบาลประกาศหยุดเรียนยาวเนื่องจากที่โรงเรียนถูกใช้เป็นสนามสอบวิชาการอีกทั้งยังเป็นวันหยุดยาวเนื่องจากติดช่วงวันแรงงานแห่งชาติและวันฉัตรมงคลพอดี ถึงแม้วันนี้สามแฝดจะไม่มีเรียนแต่ก็ยังมีการบ้านที่ต้องทำส่งครูตอนเปิดเรียน โชคดีที่ได้นิ่มฟ้ากับน่านฟ้าคอยสอน ทำให้หมูยอ แป้งจี่ น้ำเงี้ยวทำเสร็จตั้งแต่เลิกเรียน"วันหยุดทั้งทีป้อก็อยากหยุดแล้วทำอะไรกับแม่บ้าง" ภาคีบอกแล้วเดินเข้ามากอดเหนือฟ้าที่กำลังยืนหวีผมอยู่หน้ากระจก"ทำกิจกรรมเสียเหงื่อเหรอคะ" เธอรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร เพราะตั้งแต่วันนั้นที่กลับจากสวนดอกไม้ตีนเขา หลังจากขับรถพวกเด็ก ๆ กลับบ้านเขาก็มีงานเข้ามากะทันหัน แล้วจากนั้นก็มีภารกิจเข้าไม่เว้นแต่ละวันทำให้ไม่มีเวลาได้จู๋จี๋กันเท่าไร"อื้อ" เขาพูดเสียงอู้ขณะระดมจูบไปทั่วแผ่นหลังเปลือยของเธอที่ยังอยู่ในชุดผ้าขนหนูผืนสั้น"คืนพรุ่งนี้เหนือจะจัดให้ดุเด็ดเผ็ดมันเลย" ครั้งน







