Mag-log inเหนือฟ้ารอให้คั่วกลิ้งเอาคีย์การ์ดห้องพักขึ้นมาให้แล้วตัดสินใจโทรไปสั่งอาหารเดลิเวรี่แทนที่จะลงไปหาข้าวที่ร้านสะดวกซื้อใต้โรงแรม หญิงสาวกดสั่งซูชิร้านโปรดที่ขายจนถึงห้าทุ่ม แล้วมานั่งกินคนเดียวที่บันไดหนีไฟ ขณะที่ภาคีเปิดประตูห้องพักออกมาเพื่อลงไปเช็กบูธที่ลูกน้องช่วยกันจัดว่าเป็นระเบียบดีหรือไม่
พลันนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเจือยแจ้วดังมาจากทางบันไดหนีไฟ ซึ่งเสียงใส ๆ นี้ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเดินไปแอบฟัง
"กินข้าวแล้วใช่ไหมเหนือ" ราตรีกรอกเสียงกลับมาผ่านทางโทรศัพท์
"กินซูชิค่ะ"
"กินร้านนั้นมาสามปีแล้วนะ เมื่อไหร่จะเปลี่ยนร้านมั่ง พี่เห็นจนจะเอียนแล้ว"
"ก็มันเป็นร้านโปรดพี่คีนี่นา"
ภาคีตวัดมองแผ่นหลังที่อยู่ในชุดเสื้อฮู้ดตัวหนาทันควัน เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนที่บอกเลิกกลับพยายามจะพูดและนึกถึงเขาอยู่ตลอด ทั้งที่ตัวเองเป็นคนตัดสายสัมพันธ์นั้นก่อนแท้ ๆ
"บอกเลิกเขาแล้วยังไม่รู้จักมูฟออน แล้วนี่ฮ้อนจะตายไป ทำไปถึงใส่ชุดกันหนาวแขนยาวตลอด"
เหนือฟ้ารีบตวัดหน้าไปดู แล้วเดินไปหาอีกฝ่ายที่ยืนพิงประตูบันไดหนีไฟอยู่ "เหนือไม่ได้ตั้งใจบอกเลิกนะคะ เหนือมีเหตุผล ส่วนเรื่องการแต่งตัวเหนือแค่อยากเปลี่ยนสไตล์นิดหน่อย"
"เหตุผลอะไร ไหนลองบอกมาสิ"
"คือ ตอนนั้นเหนือประสบอุบัติค่ะ ก็เลยไม่อยากให้พี่คีเป็นกังวล เหนือแค่กลัวว่าพี่คี..."
"พอเหอะหยุดชักแม่น้ำทั้งห้าซะที"
"พี่คีไม่เชื่อเหนือเหรอคะ" เหนือฟ้าเองก็อยากพูดตรง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาจะยอมเชื่อไหม อีกอย่างเธอเองก็ไม่พร้อมจะให้รับรู้เรื่องเลวร้ายแบบนั้น เธอไม่ค่อยอยากจะขุดคุ้ยมันขึ้นมาอีก นึกถึงทีไรก็กลัวจนตัวสั่นไปหมด
"เงียบทำไม แน่จริงก็อธิบายต่อสิ" เขาท้า
"เหนือยังไม่พร้อมจะบอกเรื่องนี้ แต่เหนือพร้อมจะจีบพี่คีใหม่อีกรอบ เหนือจีบพี่คีได้ไหมคะ"
ภาคีขมวดคิ้วดวงตาเขม็งมองดวงหน้าจิ้มลิ้ม "ไปต่อแถวเอาแล้วกัน"
เขาบอกแล้วเดินตัวปลิวตรงไปที่ลิฟต์ แต่เหนือฟ้าวิ่งตามไปด้วย แล้วรีบแทรกตัวเข้าไปยืนอยู่ข้างเขา
"จะตามมาทำไม น่ารำคาญ"
"พี่คีกินซูชิไหมคะ เดี๋ยวเหนือป้อน"
ภาคีไม่ตอบพอลิฟต์เปิดออกเขาก็เดินเข้าไปในฮอลล์จัดงานเพื่อตรวจความเรียบร้อยของบูธ ขณะที่เหนือฟ้าก็ยังคงตามตื๊อไม่หยุด ถ้ามีโอกาสจะสามสัมพันธ์กับเขาใหม่ เธอก็ทวงคืนเขากลับมาเป็นของตนเองให้ได้ แม้จะต้องช่วงชิงกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ก็ตาม
หนุ่มผมหยักศกตรวจดูบูธของตนเองเสร็จสรรพ จากนั้นเดินไปหาของกินรอบดึกที่ร้านสะดวกซื้อเหนือฟ้าจึงตามเข้าไปด้วย ภาคีเลือกซื้อนมกับขนมและของกินมากมายใส่ตะกร้า และของที่เขาหยิบล้วนแต่เป็นของที่เหนือฟ้าชอบทั้งนั้น ขณะจ่ายเงิน ปูเป้ผู้หญิงที่เขากำลังดูใจไปเรื่อยเปื่อยกลับเดินมาซื้อของกินไปตุนในห้องเช่นกัน
"อ้าวคี ยังไม่นอนอีกเหรอคะ มาหาของกินเหรอ"
"ครับ คุณล่ะ"
"มาซื้อของไปกินเล่นเหมือนกันค่ะ วันนี้นอนไม่ค่อยหลับเลย สงสัยเป้จะตื่นเต้นที่ได้มาทำงานอยู่ใกล้ ๆ แฟน"
หัวใจของเหนือฟ้าถึงกับแตกสลาย เมื่อได้รับรู้ว่าพิธีกรสาวคนดังที่มีทุกอย่างเพียบพร้อมกำลังคบหากับอดีตคนรักของเธอ ดวงตากลมเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา สาวพลัซไซซ์ใจเสียรีบวิ่งออกไปหน้าร้านสะดวกซื้อจนสะดุดขาล้มลงกับพื้น กล่องซูชิที่หิ้วติดมาด้วยเทกระจาดหกกระจัดกระจาย
ลูกค้าทุกคนในร้านตวัดไปมองสาวผู้โชคร้าย ภาคีกัดฟันแน่นข่มใจไม่ให้ตัวเองเดินไปพยุงเหนือฟ้าขึ้นมา
"เฮ้ย พี่เหนือ" โชคดีที่คั่วกลิ้งลูกน้องหนุ่มคนสนิทเดินผ่านมาพอดี จึงช่วยประคองเหนือฟ้าขึ้นมาจากพื้นคอนกรีต
"ขอบใจนะ พี่ไม่เป็นไร พี่ขอตัวก่อน พรุ่งนี้นายอย่าตื่นสายล่ะ" บอกแล้วรีบร้อนพาตัวเองกลับออกมาจากสายตานับสิบคู่ที่กำลังจ้องมอง
เหนือฟ้ากลับมาอาบน้ำสระผมเอนตัวพิงกำแพงปล่อยโฮเสียงดังลั่นห้องน้ำ เพราะเสียงร้องไห้ของเธอกลบเสียงเคาะเรียกด้านนอก
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ภาคียืนเคาะประตูอยู่นาน แต่คนด้านในยังคงเงียบอยู่ เขายืนพิงประตูอยู่แบบนั้นพยายามสงบสติอารมณ์แล้วใช้เหตุผลคุยกับเหนือฟ้า
เหนือฟ้าเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำในทั้งที่ตัวเองยังอยู่ในสภาพนุ่งผ้าขนหนูผืนสั้น ผมเพ้าเปียกโชก ดวงตาแดงก่ำทรุดตัวลงกับเตียงนอน สะอื้นเสียงดังอีกครั้ง โดยไม่รู้ว่าภาคียังยืนพิงประตูอยู่ข้างนอก
ก๊อก! ก๊อก!
คราวนี้เขาไม่ลังเลรีบทุบประตูห้องเรียกคนข้างในด้วยความกังวล ขณะที่คนที่กำลังฟูมฟายรีบร้อนหาเสื้อคลุมอาบน้ำมาคลุมทับด้วยเร่งรีบ แล้วเดินไปส่องตาแมวข้างนอก เมื่อเห็นว่าใบหน้าคมขาวที่คุ้นเคยกำลังยืนรออยู่หน้าห้อง จึงไม่ลังเลที่จะเปิดประตูออกไป
"พี่คี"
ภาคีกวาดตามองดวงตาบวมช้ำ และปลายจมูกที่กลายเป็นสีชมพู "ร้องไห้ทำไม"
"ก็เหนือหกล้มก็เลยเจ็บ พี่คีปลอบเหนือหน่อยสิ"
"สลิดหยั่งวอก" เขาสบถแล้วส่งถุงของกินที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อให้เธอ
เหนือฟ้าหลุบตาลงมองพื้น รู้สึกเจ็บจี๊ดกับคำด่าของอดีตคนรัก ตอนนี้เธอก็ดัดจริตอย่างที่เขาว่าเป็นภาษาเหนือจริง ๆ
"ซื้อมาขุนเหนือเหรอคะ ขอบคุณมากเลยค่ะ"
"ไม่ได้ขุน ก็แค่ซื้อมาฝาก"
"แล้วยะหยังอ้ายถึงซื้อมาฝากน้อง" เหนือฟ้ารับถุงขนมมาแล้ววางลงกับพื้น คว้ามือภาคีมาจับ แต่เขากลับสะบัดทิ้ง
"ซื้อมาให้ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่จัดงาน ก็แค่แสดงน้ำใจเล็ก ๆ น้อย อ้ายไม่เหมือนใครบางคนที่นิสัยใจจืดใจดำ" เขายังคงแดกดันประชดประชันจนถึงวินาทีสุดท้าย
คราวนี้เหนือฟ้ากระชากแขนภาคีแล้วดึงเข้ามาในห้อง ปิดประตูเสร็จสรรพ "จะทำอะไร"
"นอนกับเหนือ มีอะไรกับเหนือ กล้าไหม"
"บ้าไปแล้วรึไง" ภาคีก้าวขาหนี แต่เหนือฟ้าเดินไปดักหน้า กางแขนสองข้างออกไม่ยอมให้เขาจากไปทั้งที่ยังเคลียร์ไม่จบ
"ใช่ เหนือมันบ้า รึว่าพี่คีจะเอาเท่าไหร่ก็ว่ามา เหนือจะซื้อพี่คี จะเอาคืนละห้าพัน หรือว่าคืนละหนึ่งหมื่น"
ภาคีกัดกรามแน่นแล้วผลักหัวไหล่เหนือฟ้าไปชนกับผนังห้องอย่างหัวเสีย "มีสักห้าแสนไหมล่ะ ถ้ามีเดี๋ยวจะจัดให้ขาสั่น จะเอาจนถุงยางหมดกล่อง"
"ระดับเหนือไม่ใส่ถุงยางหรอกค่ะ เหนือชอบสด" เหนือฟ้าไม่ยอม เขาแรงมาเธอก็แรงกลับให้รู้ซะบ้างว่าสามปีมานี้เธอเข้มแข็งขึ้นมากแค่ไหน
*สลิดหยั่งวอก = ดัดจริต *ฮ้อน = ร้อน
ครอบครัวคนเลี้ยงควายเดินออกมาส่งครอบครัวของมาสที่ต้องเดินทางกลับก่อนเวลา เนื่องจากเขาต้องบินไปดูงานต่างประเทศพร้อมกับพ่อแม่แล้วจึงบินกลับมาจัดการเรื่องงานหมั้นในสัปดาห์หน้าอีกทีภาคีจึงปล่อยให้เด็กทั้งสองเอ่ยคำร่ำลากันโดยการยืนมองอยู่ห่าง ๆ ไม่เข้าไปรบกวน"เราสองคนก็เป็นคู่หมั้นกันแล้วเนอะ คู่หมั้นที่แปลว่าโตไปเราจะแต่งงานกัน" มาสเอ่ยด้วยแววตามั่นคง"ถ้าโตไปแล้วอ้ายมาสเกิดเปลี่ยนใจไม่แต่งกับนิ่ม นิ่มก็ไม่ว่าอะไร" แม้เด็กหญิงจะบอกแบบนั้น แต่ใจก็รู้สึกหวั่นกลัว กลัวว่าอนาคตข้างหน้าเขาจะไปรักคนอื่นมาสยกมือประคองแก้มป่องของนิ่มฟ้าแล้วรั้งเข้ามาหา "อ้ายไม่เปลี่ยนใจ""โอ๊ย ยดน้ำตาลฟ่ำ" น้ำเงี้ยวยื่นหน้าเข้ามาแซวพี่หลังจากที่มาสเดินจากไป สีฝุ่นกับแม่ก็เตรียมเดินกลับโรงแรมด้วยกันเนื่องจากที่พักที่ภาคีจองไว้ให้อยู่ห่างจากบริษัทไปเพียงแปดร้อยเมตรเท่านั้น แต่น้ำเงี้ยวรีบวิ่งไปดักหน้าทั้งคู่"ฉะไปตี้ไหน งิ้วไปโตยได้ก่อ" น้ำเงี้ยวอ้อนสายรุ้งแล้วหันไปขอความเห็นจากสีฝุ่น"คุณสายรุ้งกับน้องฝุ่นไปรถผมเถอะครับ วันนี้ผมก็เปิดห้องพักที่โรงแรมเดี
สีฝุ่นจูงมือน้ำเงี้ยวกลับเข้ามาในงานทันทีที่สายรุ้งเห็นจึงปรี่เข้ามากุมไหล่ลูกชาย "ฝุ่นไปไหนมาครับ แม่หาอยู่ตั้งนาน""ฝุ่นพาน้องไปเข้าห้องน้ำแล้วก็พาไปหาขนมกินครับ" เด็กชายบอกแล้วเหลือบตามองน้ำเงี้ยวตัวน้อย"งั้นไปนั่งที่โต๊ะเถอะครับ น้ำเงี้ยวไปกับป้าไหมคะเดี๋ยวงานจะเริ่มแล้ว" สายรุ้งชวนเด็กหญิงไปนั่งที่โต๊ะด้วยกัน แต่น้ำเงี้ยวเหลือบไปเห็นพ่อที่กำลังเดินเข้ามาในงานพอดี"งิ้วฉะไปหาป้อเจ้า เดี๋ยวมาหาปี้ฝุ่งใหม่เน้อ" น้ำเงี้ยวโบกมือบ๊ายบายสองแม่ลูก เด็กหญิงวิ่งถลาไปกอดขาภาคี "ป้อขี้""เป็นไงบ้างลูก" ภาคีรีบอุ้มลูกสาวจนตัวลอยสูง "หนูเจ๋บตรงไหนก่อ""งิ้วบ่เจ๋บเจ้า แท่ว่าป้อฮู้ได้จะได" มือเล็กประคองแก้มพ่อ"ดีผ่องละตี้หนูบ่เป๋นอะไรมาก และที่ป้อฮู้ก็เพราะว่าพี่น่านฟ้าบอกป้อเองครับ" เขาว่าแล้วเอาหน้าผากชนกับลูกสาว"
น่านฟ้าจูงมือน้ำเงี้ยวมาที่โต๊ะวีไอพีซึ่งมีป้ายเขียนว่า 'ฟาร์มหอยสมปองและสีฝุ่น' ทว่ากลับมีเพียงป้าสายรุ้งที่กำลังคุยกับแขกท่านอื่นที่ภาคีแนะนำให้รู้จักกัน ส่วนสีฝุ่นนั้นกำลังยืนแนะนำอโวคาโดจากไร่กับนักธุรกิจรุ่นราวคราวพ่ออยู่ที่โซนผลไม้"เดี๋ยวงิ้วฉะไปตั๊กตายปี้ฝุ่งเอง" น้ำเงี้ยวเดินนำน่านฟ้าไปหาสีฝุ่นหลังจากที่เด็กชายเพิ่งคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่เสร็จ โดยมีสายตาของภาคีคอยเหลือบมองอยู่ ที่เขาตัดสินใจเชิญสองแม่ลูกมาก็เพื่อทำให้เด็กคนนั้นเห็นว่าธุรกิจหอยกับอโวคาโดสามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่ง"สวัสดีนายสีฝุ่นใช่ไหม" น่านฟ้าทักทายเด็กชายในชุดสูทสีเทาพยักหน้ารับ "ใช่ นายมีอะไรกับเราเหรอ""อ้อ เราแค่จะมาทำความรู้จักด้วยน่ะ เราคือลูกชายของคนที่เชิญนายกับแม่มางาน หอยที่ฟาร์มของตาสมปองอร่อยมากจนป้อเรายังติดใจเลย เราเองก็ชอบมาก เราชื่อน่านฟ้านะ" น่านฟ้ายื่นมือไปให้สีฝุ่นจับสีฝุ่นเขย่ามือน่านฟ้าเบา ๆ "ยินดีที่ได้รู้จักนะน่านฟ้า"น้ำเงี้ยวเห็นพวกพี่ ๆ เขย่ามือกันเธอก็เลยอยากมีส่วนร่วมบ้าง เด็กหญิงวางมือตนเองทับกับมือของสีฝุ่
ความจริงแล้วภาคีไม่ได้ต้องการโอ้อวดสถานะของตัวเอง แต่หลังจากที่เขาซุ่มให้นักสืบของเดอะเซฟเฟอะซิกซ์ตามสืบเรื่องราวความบาดหมางของตระกูลดาลัลอยู่นาน ทำให้พบว่าลูกสาวสุดที่รักกำลังยืนอยู่ท่ามกลางดงอสรพิษและเขาต้องการให้มาสฝึกฝนตัวเองเพื่อปกป้องนิ่มฟ้าได้ทั้งตอนนี้และในอนาคตและนี่ก็เป็นโอกาสทองที่เขาจะต้องรีบไขว่คว้าเอาไว้ และประกาศศักดาให้พวกตีสองหน้ารู้ว่านิ่มฟ้า กฤตกล้าธนาดรคือบุตรสาวของภาคี หนึ่งในทายาทผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทยักษ์ใหญ่ และเป็นหลานสาวของหม่อมเจ้าภูวสิน หรือที่ทุกคนเรียกกว่ามาเฟียผู้คุมอาณาจักรควาย เขาอยากให้กลุ่มคนที่คิดจะทำร้ายมาสกับนิ่มฟ้ารับรู้ว่าต้นตระกูลของเขาแม้ไม่ได้ร่ำรวยเทียบเท่าครอบครัวดาลัล แต่ก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าใครช่วงเวลาห้าโมงเย็นบริเวณหน้าบริษัทตึกดำสูงระฟ้ารถลีมูซีนสีขาวติดฟิล์มดำแปะโลโก้ของ Z6 ทะยานเข้ามาจอดหน้าพรมสีแดงที่ปูทอดยาวเข้าไปในตึก ภาคีกระชับสูทสีดำสนิททั้งตัวก้าวขาลงมาจากรถโดยมีทีมบอดี้การ์ดประจำตัวของพี่ชายคนสนิทอย่างซุสคอยดูแลวันนี้เขาสลัดมาดจากพ่อเลี้ยงบ้านไร่คุมควายหลายพันตัวเป็นประธานบริษัทมาดขรึม ผมหยิกหยองของเขาถูกเซ็ตเสยไปด้านหลังเป
เนื่องจากเดือนนี้มีจำนวนวันพระค่อนข้างมากรีสอร์ตประจำไร่จึงมีแพกเกจสำหรับลูกค้าสายบุญ วันนี้นับเป็นวันแรกของเดือนที่เป็นวันพระใหญ่ เหนือฟ้าจึงจัดให้มีการทำบุญโดยการนิมนต์พระสงฆ์มาจากวัดโดยที่ลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปเองหลังจากที่หลวงพ่อรุ่นตาห้ารูปบิณฑบาตร ณ จุดที่ลูกวัดขับรถมาส่งบริเวณหน้าคาเฟของไร่เรียบร้อย เดือนเพ็ญก็ไหว้วานให้อินเหลาพาหลวงตาทั้งหลายไปส่งหน้าบ้านของภาคีก่อนเดินทางกลับวัดตามที่นัดแนะไว้กับเจ้านายของเธอกริ๊ง!เหนือฟ้าผุดลุกขึ้นจากเตียงนอนแล้วกดรับสายที่ผู้จัดการไร่โทรเข้ามา "ว่าไงคะพี่เดือน อุ๊ย เหนือลืมเลยค่ะว่าวันนี้ทำบุญ" สาวอวบรีบตะกุยผ้าลงจากเตียงแล้วตบก้นสามีที่ยังนอนคว่ำหน้าอยู่บนหมอน "พี่คีคะลงไปตักบาตรกันค่ะ" เธอบอกแล้วหยิบทิชชูเปียกมาซับหน้าซับตาส่งผลให้รอยขีดเขียนบนใบหน้าเปื้อนจนเคลือบดำไปทั่วหลังจากที่แม่บ้านลูกเจ็ดทำให้ตัวเองสดชื่นพอประมาณ เธอจึงเดินไปกดเปิดสวิตซ์ไฟห้องของลูกทุกคนแล้วตะโกนเรียกให้เด็ก ๆ ลงไปทำบุญด้วยกัน "ตื่นเร็วค่ะลงไปตักบาตกับแม่ก่อน"เธอบอกแล้วรีบสับขาลงบันไดเพื่อหอบหิ้วข้าวของไปรอรถพระที่กำลังเดิน
เดือนแรกของการเข้าเรียนอนุบาลหนึ่งผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นแม้ตอนแรกสามแฝดจะร้องไห้โยเย แต่พอได้เพื่อนที่โรงเรียนหนูน้อยก็เริ่มคุยมีเรื่องเล่าหลังเลิกเรียนทุกวันแต่สุดสัปดาห์นี้ชั้นเรียนอนุบาลประกาศหยุดเรียนยาวเนื่องจากที่โรงเรียนถูกใช้เป็นสนามสอบวิชาการอีกทั้งยังเป็นวันหยุดยาวเนื่องจากติดช่วงวันแรงงานแห่งชาติและวันฉัตรมงคลพอดี ถึงแม้วันนี้สามแฝดจะไม่มีเรียนแต่ก็ยังมีการบ้านที่ต้องทำส่งครูตอนเปิดเรียน โชคดีที่ได้นิ่มฟ้ากับน่านฟ้าคอยสอน ทำให้หมูยอ แป้งจี่ น้ำเงี้ยวทำเสร็จตั้งแต่เลิกเรียน"วันหยุดทั้งทีป้อก็อยากหยุดแล้วทำอะไรกับแม่บ้าง" ภาคีบอกแล้วเดินเข้ามากอดเหนือฟ้าที่กำลังยืนหวีผมอยู่หน้ากระจก"ทำกิจกรรมเสียเหงื่อเหรอคะ" เธอรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร เพราะตั้งแต่วันนั้นที่กลับจากสวนดอกไม้ตีนเขา หลังจากขับรถพวกเด็ก ๆ กลับบ้านเขาก็มีงานเข้ามากะทันหัน แล้วจากนั้นก็มีภารกิจเข้าไม่เว้นแต่ละวันทำให้ไม่มีเวลาได้จู๋จี๋กันเท่าไร"อื้อ" เขาพูดเสียงอู้ขณะระดมจูบไปทั่วแผ่นหลังเปลือยของเธอที่ยังอยู่ในชุดผ้าขนหนูผืนสั้น"คืนพรุ่งนี้เหนือจะจัดให้ดุเด็ดเผ็ดมันเลย" ครั้งน







