ログインเหนือฟ้านอนพักรักษาตัวเกือบหนึ่งเดือนเต็ม โชคดีที่อวัยวะภายในไม่ฉีกขาดหรือได้รับบาดเจ็บรุนแรง แต่ที่หนักหนาก็คือบริเวณดวงตา และใบหน้าทั้งหมดที่ฟกช้ำและปูดบวม รวมทั้งบาดแผลจากเศษแก้วที่ต้นแขนซึ่งอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นในอนาคต กับช่วงขาที่โดนเตะจนหักทำให้ต้องใส่เฝือกดามนานหลายเดือน
ยิ่งไปกว่านั้นราตรีเป็นบุคคลเดียวที่รู้ความลับนี้ เพราะเหนือฟ้าให้พี่สาวปกปิดเรื่องเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายจากพ่อแม่และทุกคน เธอจึงต้องมาอาศัยอยู่บ้านหลังใหญ่ของพี่สาว และอยู่ในความดูแลของพี่ตลอดเวลาจนกว่าจะไม่เหลือร่องรอยของบาดแผลต่าง ๆ ให้เห็น
"ดีนะที่พี่แต่งเรื่องว่าเหนือเสียใจเรื่องภาคีก็เลยขอมาอยู่กับพี่ที่บ้านเพื่อคลายเหงา โชคดีอีกเรื่องก็คือ พ่อกับแม่ของเราดันไปล่องเรือรอบโลกหลายเดือน งานที่โรงเรียนจึงตกมาอยู่ที่พี่คนเดียวเลย นึกจะไปสวีตหวานกันก็ไปโดยไม่สนใจภาระหน้าที่กันเลยตาทัพกับยายนับเนี่ย"
ราตรีบ่นขณะเซ็นเอกสารกองท่วมสูงพลางเหล่สายตามองน้องสาวที่กำลังนั่งทำงานย้อนหลังหลายชิ้นส่งอาจารย์ที่มหาลัยเนื่องจากต้องหยุดเพื่อรักษาตัว
"แล้วอยู่ดี ๆ ทำไมพ่อกับแม่ถึงเลือกไปล่องเรือ คงไม่ใช่แผนพี่ไนท์ใช่ไหม" เหนือฟ้ารู้ใจพี่สาวเจ้าแผนการของเธอ
"ก็พี่ได้ตั๋วราคาพิเศษมาก็เลยเชียร์ให้พ่อกับแม่ไป พี่ก็ไม่คิดว่าคนแก่สองคนนั้นจะตอบตกลงนะ"
ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูห้องทำงานของราตรีดังขึ้น
"เข้ามาได้ค่ะ"
"คุณไนท์ครับ ผมได้กล้องวงจรปิดที่บ้านฝั่งตรงข้ามติดไว้ กว่าจะได้ตามหาตัวเจ้าของอยู่นาน เพราะเจ้าของบ้านกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่ต่างจังหวัดหลายเดือน เพิ่งจะกลับมาครับ"
ทนายความประจำตระกูลวางแฟลชไดรฟ์ที่บันทึกภาพกล้องวงจรปิดเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายเหนือฟ้าและกอแก้วลงบนโต๊ะทำงาน
หญิงสาวผมซอยประบ่าเลิกคิ้วสูง เหลือบมองเหนือฟ้าที่กำลังทำงานอย่างตั้งใจ "คุณพิมุกต์ ไปคุยกับไนท์ข้างนอกหน่อยค่ะ"
ราตรีเดินนำออกไปที่สระว่ายน้ำของคอนโด "คุณไนท์มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ"
"ไนท์แค่ไม่อยากให้น้องได้ยินชื่อไอ้เวย์ชาติหมาหน้าเปรตนั่น ไนท์อยากรู้ว่าตอนนี้เราเอาผิดอะไรมันได้บ้าง หลังจากที่เราฟ้องข้อหาทำร้ายร่างกายกับมันไม่สำเร็จ เพราะไอ้ตำรวจในพื้นที่ดันเปลี่ยนสำนวนจนเสียรูปคดี" สาวผิวแทนใบหน้าเฉี่ยวคมล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกง นั่งลงที่เก้าอี้ริมสระรอคอยคำแนะนำจากทนายคนสนิท
"จากที่ผมไปสืบมามีคนยื่นประกันตัวนายเวคินนั่นด้วยเงินประกันมากถึงสามแสนบาท อีกอย่างตำรวจพวกนั้นก็น่าจะรู้จักกับเวย์เป็นอย่างดี วันนั้นที่คุณเหนือโทรแจ้งถึงได้ไม่กระตือรือร้นในการมาช่วยเหลือประชาชนเท่าไหร่ ราวกับจงใจให้เวย์กระทำผิด"
"ที่ใดมีเงิน ไม่ว่าดำก็ทำให้เป็นขาวได้ กลิ่นเงินมันหอมกว่าศีลธรรม" ราตรีกำหมัดแน่น "อ้อ แล้วใครเป็นคนประกันเงินจำนวนขนาดนั้น คนในครอบครัวเหรอคะ เอ๊ะแต่ที่ไหนรู้มาจากปากกอแก้ว นายเวย์คนนี้ไม่มีทั้งพ่อและแม่ไม่ใช่เหรอคะ กอแก้วยังบอกอีกว่าไม่เคยพบเจอญาติพี่น้องของเวย์เลยสักคน"
"ความจริงเวย์เป็นลูกคนรวยมีฐานะไม่ธรรมดา พ่อแม่ของเวย์ได้งานที่อเมริกาจึงไปย้ายไปทำงานที่โน่นแล้วส่งเงินมาให้น้าของเวย์ เวย์จึงเติบโตมากับน้าสองคน"
"แล้วพ่อกับแม่ของไอ้เวรตะไลนั่นทำอาชีพอะไรคะ"
"ทั้งสองมีธุรกิจร้านอาหาร และนำเข้าวัตถุดิบ และสินค้าจากไทยไปขายให้คนที่โน่น ตอนนี้ก็เป็นเศรษฐีไทยในอเมริกาไปแล้วล่ะครับ แต่คนที่มาประกันตัวเวย์จริง ๆ กลับไม่ใช่พ่อแม่หรือน้า แต่คือ เจ้าของผับแห่งหนึ่งที่ภูเก็ตครับ เหมือนว่าจะเป็นหัวหน้าเก่าของเวย์ที่อาจจะมีความสัมพันธ์เกินเจ้านายกับลูกน้อง แถมยังเป็นลูกสาวคนใหญ่คนโตในพื้นที่นั้นด้วย"
"งั้นคุณพิไปสืบให้ไนท์หน่อยได้ไหมคะว่าเจ้าของผับสาวกับนายเวคิน ความจริงแล้วมีความหลังยังไงกัน ผู้หญิงคนนั้นถึงได้เปย์เงินจำนวนมากให้ผู้ชายเลว ๆ แบบนี้ รวมทั้งขอพิกัดที่พักของเวย์ ทุกกลุ่มทุกแก็งที่เวย์สนิท ยังไงไนท์จะให้ทีมนักสืบของคุณอาที่สนิทช่วยตรวจสอบรายละเอียดลึก ๆ อีกที ยังไงรบกวนคุณพิด้วยนะคะ"
"รับทราบครับ งั้นผมขอตัวก่อน" พิมุกต์ยิ้มแล้วเดินจากไป
ราตรีกลับมาในห้องทำงานอีกครั้งกลับไม่พบว่าเหนือฟ้านั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะมุมห้อง แต่เธอได้กลิ่นหอมโชยมาจากห้องครัวจึงรีบสับเท้าไปดูน้องสาว
"ทำอะไรให้พี่กินจ๊ะ" ถึงแม้เหนือฟ้าจะยังเดินเหินไม่สะดวก แต่เธอก็อาศัยวีลแชร์ที่พี่ลงทุนถอยมาให้ แล้วใช้เข็นพาตัวเองมาถึงหน้าเตาเพื่อทำกับข้าวให้พี่สาวกิน
"เหนือทำข้าวผัดหมูแดงค่ะ เหนือจำได้ว่าพี่ไนท์ชอบข้าวหมูแดง เหนือก็เลยพลิกแพลงสูตรนิดหน่อย" ความจริงเหนือฟ้าแอบเข็นรถวีลแชร์ออกไปแอบฟังพี่คุยกับทนาย เธอจึงอยากตอบแทนอะไรให้พี่สาวบ้าง
"โห คนเก่งขอบคุณนะคะ กลิ่นหอมมากเลย เดี๋ยวพี่จะกินให้หมดเลย" ราตรีกอดน้องสาวแล้วหอมแก้มซ้ำ ๆ ด้วยความเอ็นดู เธอรักน้องมาก รักจนไม่อาจให้ใครมาทำร้ายน้องได้แม้แต่ปลายก้อย
หลังจากกินมื้อเที่ยงเสร็จราตรีจึงขอตัวไปประชุมที่โรงเรียนอนุบาล โดยฝากให้กลุ่มบอดี้การ์ดคอยดูแลเหนือฟ้าอีกที
"เหนือจ๊ะ เดี๋ยวพี่จะกลับสักหนึ่งทุ่มนะ เหนืออยากกินข้าวโพดปั่นไหมพี่จะได้ซื้อมาฝาก"
"กินค่ะ แต่เหนือขอซูชิร้านนั้นด้วยได้ไหมคะ"
"กินซูชิร้านนั้นอีกแล้วเหรอ ไม่เปลี่ยนไปกินร้านอื่นบ้างอ่ะ"
"พอดีมันเป็นร้านโปรดพี่คีค่ะ อ้อ อย่าลืมให้เขาปั๊มแต้มสะสมมาให้เหนือด้วยนะคะ ใบเก่ามันหมดแล้ว พี่ไนท์ก็ซื้อมาสักยี่สิบชิ้นกินคนละสิบชิ้นก็อิ่มแล้ว"
"อ้อ...งั้นเดี๋ยวพี่จัดสามสิบชิ้นเลย กินให้พุงกางกันข้างนึงเลยเนอะ" ราตรียิ้มเจื่อนไม่คิดว่าซูชิร้านนั้นจะเป็นร้านในความทรงจำของเหนือฟ้ากับภาคี "พี่ไปนะ" สาวผมซอยสั้นคว้ากระเป๋าคล้องไหล่เดินไปหอมแก้มก้อนของน้องสาว
"คุณไนท์จะให้ผมตามไปด้วยไหมครับวันนี้" บอดี้การ์ดคนสนิทที่ตามติดเธอเป็นประจำเดินตามราตรีไปที่รถสปอร์ต
"ไม่ค่ะ ไนท์เอาตัวรอดเก่งกว่าผู้ชายอีก ยังไงไนท์ฝากดูแลยัยเหนือด้วยนะคะ" ผู้อำนวยการโรงเรียนมือใหม่ฉีกยิ้ม ก้าวขาขึ้นรถแล้วขับทะยานออกไปเหมือนวัยรุ่นใจร้อน หลังจากราตรีขับออกมาไกลเกือบห้าโลจึงเลือกที่จะจอดรถดูน้องผ่านจอแท็บเล็ตด้วยความเป็นห่วง
ทุก ๆ วันที่เธอออกไปทำงานข้างนอก ราตรีก็ยังสามารถเห็นน้องทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจนผ่านกล้องที่ซ่อนไว้ตามมุมห้อง ที่สำคัญเธอยังถ่ายรูปและบันทึกวิดีโอต่าง ๆ ตอนที่เหนือฟ้าเข้าโรงพยาบาลวันแรกไว้ด้วย
รวมทั้งตลอดระยะเวลาที่ต้องพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน เผื่อว่าวันหนึ่งต้องใช้หลักฐานสำคัญนี้กับภาคีในอนาคต ภาคีจะได้รับรู้ว่าความจริงว่าน้องสาวของเธอไม่ได้ตั้งใจจะตัดสัมพันธ์ แต่ทำเพื่อให้เขาได้ก้าวหน้าในอาชีพการงานของตนเอง ดังนั้นเธอจะไม่ยอมให้พวกเขาต้องผิดใจกันเพราะเดนนรกคนหนึ่งที่ยังลอยนวล
ครอบครัวคนเลี้ยงควายเดินออกมาส่งครอบครัวของมาสที่ต้องเดินทางกลับก่อนเวลา เนื่องจากเขาต้องบินไปดูงานต่างประเทศพร้อมกับพ่อแม่แล้วจึงบินกลับมาจัดการเรื่องงานหมั้นในสัปดาห์หน้าอีกทีภาคีจึงปล่อยให้เด็กทั้งสองเอ่ยคำร่ำลากันโดยการยืนมองอยู่ห่าง ๆ ไม่เข้าไปรบกวน"เราสองคนก็เป็นคู่หมั้นกันแล้วเนอะ คู่หมั้นที่แปลว่าโตไปเราจะแต่งงานกัน" มาสเอ่ยด้วยแววตามั่นคง"ถ้าโตไปแล้วอ้ายมาสเกิดเปลี่ยนใจไม่แต่งกับนิ่ม นิ่มก็ไม่ว่าอะไร" แม้เด็กหญิงจะบอกแบบนั้น แต่ใจก็รู้สึกหวั่นกลัว กลัวว่าอนาคตข้างหน้าเขาจะไปรักคนอื่นมาสยกมือประคองแก้มป่องของนิ่มฟ้าแล้วรั้งเข้ามาหา "อ้ายไม่เปลี่ยนใจ""โอ๊ย ยดน้ำตาลฟ่ำ" น้ำเงี้ยวยื่นหน้าเข้ามาแซวพี่หลังจากที่มาสเดินจากไป สีฝุ่นกับแม่ก็เตรียมเดินกลับโรงแรมด้วยกันเนื่องจากที่พักที่ภาคีจองไว้ให้อยู่ห่างจากบริษัทไปเพียงแปดร้อยเมตรเท่านั้น แต่น้ำเงี้ยวรีบวิ่งไปดักหน้าทั้งคู่"ฉะไปตี้ไหน งิ้วไปโตยได้ก่อ" น้ำเงี้ยวอ้อนสายรุ้งแล้วหันไปขอความเห็นจากสีฝุ่น"คุณสายรุ้งกับน้องฝุ่นไปรถผมเถอะครับ วันนี้ผมก็เปิดห้องพักที่โรงแรมเดี
สีฝุ่นจูงมือน้ำเงี้ยวกลับเข้ามาในงานทันทีที่สายรุ้งเห็นจึงปรี่เข้ามากุมไหล่ลูกชาย "ฝุ่นไปไหนมาครับ แม่หาอยู่ตั้งนาน""ฝุ่นพาน้องไปเข้าห้องน้ำแล้วก็พาไปหาขนมกินครับ" เด็กชายบอกแล้วเหลือบตามองน้ำเงี้ยวตัวน้อย"งั้นไปนั่งที่โต๊ะเถอะครับ น้ำเงี้ยวไปกับป้าไหมคะเดี๋ยวงานจะเริ่มแล้ว" สายรุ้งชวนเด็กหญิงไปนั่งที่โต๊ะด้วยกัน แต่น้ำเงี้ยวเหลือบไปเห็นพ่อที่กำลังเดินเข้ามาในงานพอดี"งิ้วฉะไปหาป้อเจ้า เดี๋ยวมาหาปี้ฝุ่งใหม่เน้อ" น้ำเงี้ยวโบกมือบ๊ายบายสองแม่ลูก เด็กหญิงวิ่งถลาไปกอดขาภาคี "ป้อขี้""เป็นไงบ้างลูก" ภาคีรีบอุ้มลูกสาวจนตัวลอยสูง "หนูเจ๋บตรงไหนก่อ""งิ้วบ่เจ๋บเจ้า แท่ว่าป้อฮู้ได้จะได" มือเล็กประคองแก้มพ่อ"ดีผ่องละตี้หนูบ่เป๋นอะไรมาก และที่ป้อฮู้ก็เพราะว่าพี่น่านฟ้าบอกป้อเองครับ" เขาว่าแล้วเอาหน้าผากชนกับลูกสาว"
น่านฟ้าจูงมือน้ำเงี้ยวมาที่โต๊ะวีไอพีซึ่งมีป้ายเขียนว่า 'ฟาร์มหอยสมปองและสีฝุ่น' ทว่ากลับมีเพียงป้าสายรุ้งที่กำลังคุยกับแขกท่านอื่นที่ภาคีแนะนำให้รู้จักกัน ส่วนสีฝุ่นนั้นกำลังยืนแนะนำอโวคาโดจากไร่กับนักธุรกิจรุ่นราวคราวพ่ออยู่ที่โซนผลไม้"เดี๋ยวงิ้วฉะไปตั๊กตายปี้ฝุ่งเอง" น้ำเงี้ยวเดินนำน่านฟ้าไปหาสีฝุ่นหลังจากที่เด็กชายเพิ่งคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่เสร็จ โดยมีสายตาของภาคีคอยเหลือบมองอยู่ ที่เขาตัดสินใจเชิญสองแม่ลูกมาก็เพื่อทำให้เด็กคนนั้นเห็นว่าธุรกิจหอยกับอโวคาโดสามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่ง"สวัสดีนายสีฝุ่นใช่ไหม" น่านฟ้าทักทายเด็กชายในชุดสูทสีเทาพยักหน้ารับ "ใช่ นายมีอะไรกับเราเหรอ""อ้อ เราแค่จะมาทำความรู้จักด้วยน่ะ เราคือลูกชายของคนที่เชิญนายกับแม่มางาน หอยที่ฟาร์มของตาสมปองอร่อยมากจนป้อเรายังติดใจเลย เราเองก็ชอบมาก เราชื่อน่านฟ้านะ" น่านฟ้ายื่นมือไปให้สีฝุ่นจับสีฝุ่นเขย่ามือน่านฟ้าเบา ๆ "ยินดีที่ได้รู้จักนะน่านฟ้า"น้ำเงี้ยวเห็นพวกพี่ ๆ เขย่ามือกันเธอก็เลยอยากมีส่วนร่วมบ้าง เด็กหญิงวางมือตนเองทับกับมือของสีฝุ่
ความจริงแล้วภาคีไม่ได้ต้องการโอ้อวดสถานะของตัวเอง แต่หลังจากที่เขาซุ่มให้นักสืบของเดอะเซฟเฟอะซิกซ์ตามสืบเรื่องราวความบาดหมางของตระกูลดาลัลอยู่นาน ทำให้พบว่าลูกสาวสุดที่รักกำลังยืนอยู่ท่ามกลางดงอสรพิษและเขาต้องการให้มาสฝึกฝนตัวเองเพื่อปกป้องนิ่มฟ้าได้ทั้งตอนนี้และในอนาคตและนี่ก็เป็นโอกาสทองที่เขาจะต้องรีบไขว่คว้าเอาไว้ และประกาศศักดาให้พวกตีสองหน้ารู้ว่านิ่มฟ้า กฤตกล้าธนาดรคือบุตรสาวของภาคี หนึ่งในทายาทผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทยักษ์ใหญ่ และเป็นหลานสาวของหม่อมเจ้าภูวสิน หรือที่ทุกคนเรียกกว่ามาเฟียผู้คุมอาณาจักรควาย เขาอยากให้กลุ่มคนที่คิดจะทำร้ายมาสกับนิ่มฟ้ารับรู้ว่าต้นตระกูลของเขาแม้ไม่ได้ร่ำรวยเทียบเท่าครอบครัวดาลัล แต่ก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าใครช่วงเวลาห้าโมงเย็นบริเวณหน้าบริษัทตึกดำสูงระฟ้ารถลีมูซีนสีขาวติดฟิล์มดำแปะโลโก้ของ Z6 ทะยานเข้ามาจอดหน้าพรมสีแดงที่ปูทอดยาวเข้าไปในตึก ภาคีกระชับสูทสีดำสนิททั้งตัวก้าวขาลงมาจากรถโดยมีทีมบอดี้การ์ดประจำตัวของพี่ชายคนสนิทอย่างซุสคอยดูแลวันนี้เขาสลัดมาดจากพ่อเลี้ยงบ้านไร่คุมควายหลายพันตัวเป็นประธานบริษัทมาดขรึม ผมหยิกหยองของเขาถูกเซ็ตเสยไปด้านหลังเป
เนื่องจากเดือนนี้มีจำนวนวันพระค่อนข้างมากรีสอร์ตประจำไร่จึงมีแพกเกจสำหรับลูกค้าสายบุญ วันนี้นับเป็นวันแรกของเดือนที่เป็นวันพระใหญ่ เหนือฟ้าจึงจัดให้มีการทำบุญโดยการนิมนต์พระสงฆ์มาจากวัดโดยที่ลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปเองหลังจากที่หลวงพ่อรุ่นตาห้ารูปบิณฑบาตร ณ จุดที่ลูกวัดขับรถมาส่งบริเวณหน้าคาเฟของไร่เรียบร้อย เดือนเพ็ญก็ไหว้วานให้อินเหลาพาหลวงตาทั้งหลายไปส่งหน้าบ้านของภาคีก่อนเดินทางกลับวัดตามที่นัดแนะไว้กับเจ้านายของเธอกริ๊ง!เหนือฟ้าผุดลุกขึ้นจากเตียงนอนแล้วกดรับสายที่ผู้จัดการไร่โทรเข้ามา "ว่าไงคะพี่เดือน อุ๊ย เหนือลืมเลยค่ะว่าวันนี้ทำบุญ" สาวอวบรีบตะกุยผ้าลงจากเตียงแล้วตบก้นสามีที่ยังนอนคว่ำหน้าอยู่บนหมอน "พี่คีคะลงไปตักบาตรกันค่ะ" เธอบอกแล้วหยิบทิชชูเปียกมาซับหน้าซับตาส่งผลให้รอยขีดเขียนบนใบหน้าเปื้อนจนเคลือบดำไปทั่วหลังจากที่แม่บ้านลูกเจ็ดทำให้ตัวเองสดชื่นพอประมาณ เธอจึงเดินไปกดเปิดสวิตซ์ไฟห้องของลูกทุกคนแล้วตะโกนเรียกให้เด็ก ๆ ลงไปทำบุญด้วยกัน "ตื่นเร็วค่ะลงไปตักบาตกับแม่ก่อน"เธอบอกแล้วรีบสับขาลงบันไดเพื่อหอบหิ้วข้าวของไปรอรถพระที่กำลังเดิน
เดือนแรกของการเข้าเรียนอนุบาลหนึ่งผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นแม้ตอนแรกสามแฝดจะร้องไห้โยเย แต่พอได้เพื่อนที่โรงเรียนหนูน้อยก็เริ่มคุยมีเรื่องเล่าหลังเลิกเรียนทุกวันแต่สุดสัปดาห์นี้ชั้นเรียนอนุบาลประกาศหยุดเรียนยาวเนื่องจากที่โรงเรียนถูกใช้เป็นสนามสอบวิชาการอีกทั้งยังเป็นวันหยุดยาวเนื่องจากติดช่วงวันแรงงานแห่งชาติและวันฉัตรมงคลพอดี ถึงแม้วันนี้สามแฝดจะไม่มีเรียนแต่ก็ยังมีการบ้านที่ต้องทำส่งครูตอนเปิดเรียน โชคดีที่ได้นิ่มฟ้ากับน่านฟ้าคอยสอน ทำให้หมูยอ แป้งจี่ น้ำเงี้ยวทำเสร็จตั้งแต่เลิกเรียน"วันหยุดทั้งทีป้อก็อยากหยุดแล้วทำอะไรกับแม่บ้าง" ภาคีบอกแล้วเดินเข้ามากอดเหนือฟ้าที่กำลังยืนหวีผมอยู่หน้ากระจก"ทำกิจกรรมเสียเหงื่อเหรอคะ" เธอรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร เพราะตั้งแต่วันนั้นที่กลับจากสวนดอกไม้ตีนเขา หลังจากขับรถพวกเด็ก ๆ กลับบ้านเขาก็มีงานเข้ามากะทันหัน แล้วจากนั้นก็มีภารกิจเข้าไม่เว้นแต่ละวันทำให้ไม่มีเวลาได้จู๋จี๋กันเท่าไร"อื้อ" เขาพูดเสียงอู้ขณะระดมจูบไปทั่วแผ่นหลังเปลือยของเธอที่ยังอยู่ในชุดผ้าขนหนูผืนสั้น"คืนพรุ่งนี้เหนือจะจัดให้ดุเด็ดเผ็ดมันเลย" ครั้งน







