Se connecter“ทำไมคุณอรุณเอาแต่จ้องฉันตลอดคะ” พัชชายังคงเคลือบแคลงกับอรุณที่จดจ่อมองเธออย่างไม่ลดละ ขนาดที่มาถึงคาเฟ่แล้วสายตานั้นของชายหนุ่มก็ยังไม่วางออกจากเธอ
“โทษทีครับพอดีคุณทำให้ผมนึกถึงคนคนหนึ่ง คุณกับเธอคล้ายกันมาก”
“งั้นก็คงคล้ายมากจริงๆ คุณถึงได้มองฉันขนาดนี้ อีกนานมั้ยคะที่พี่ทิวจะมา”
“ใกล้แล้วครับ ผมทำให้คุณอึดอัดใช่มั้ย” ท่าทีระแวดระวังของพัชชาทำอรุณเอ็นดูนัก
“ก็ไม่ขนาดนั้นค่ะ เวลาอยู่กับคนที่ไม่รู้จักฉันไม่ค่อยชินเท่าไหร่ไม่รู้ว่าต้องชวนคุยเรื่องอะไร ถ้าฉันทำให้คุณไม่สบายใจงั้นฉันแยกไปนั่งโต๊ะอื่นก็ได้นะคะ”
“ไม่ต้องหรอก” ชายหนุ่มรีบสวนขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวกำลังจะลุกจากเก้าอี้ ความใสซื่อของเธอนั้นถูกใจเขานัก
อรุณไม่อยากให้บรรยากาศในตอนนี้ดูอึดอัดจนเกินไปเลยเป็นฝ่ายเริ่มชวนพัชชาพูดคุยก่อน ชายหนุ่มเอ่ยถามหญิงสาวในเรื่องทั่วไปรวมถึงเรื่องที่เธอกับนัททิวรู้จักกันด้วย ความไม่ถือตัวพูดคุยอย่างเป็นกันเองของอรุณทำพัชชาผ่อนคลายเป็นอย่างมาก
“งั้นฉันถามคุณได้มั้ยคะ ที่คุณบอกว่าฉันคล้ายคนที่คุณรู้จัก…ใครเหรอคะ ถ้าคุณไม่อยาก…”
“คุณคล้ายแฟนเก่าผมน่ะ เธอจากไปด้วยอุบัติเหตุเมื่อ3ปีก่อน” อรุณตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา เรื่องของหญิงสาวอดีตคนรักในตอนนี้ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บปวดอีกแล้ว
“เสียใจด้วยนะคะ”
“ครับ”
ไม่นานนักนัททิวก็มาถึง ชายหนุ่มเห็นผู้เป็นเจ้านายกับรุ่นน้องคนสนิทพูดคุยกันด้วยความผ่อนคลายก็เผยยิ้มอย่างพอใจ บางทีการปรากฏตัวขึ้นมาของพัชชาในเวลานี้อาจจะเป็นพรหมลิขิตที่ทำให้อรุณเปิดใจกับรักครั้งใหม่ก็เป็นได้
บ้านวรินธร
“อ้าว!รัน ไหนว่าไปหาอรุณที่บริษัทไงแล้วทำไมถึงกลับมาเร็วจังลูก” อรรณนพเอ่ยถามผู้เป็นลูกสาวทันทีที่กลับมาถึงบ้าน
“ก็รันไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อทำไมนี่คะ”
“เป็นอะไรหรือเปล่าลูกทำไมถึงหน้าบูดอย่างล่ะ ปกติกลับมาจากเจออรุณลูกสาวพ่อก็ต้องยิ้มสดใสสิแต่ทำไมวันนี้แปลกไป”
“พี่อรุณกำลังจะแต่งงานค่ะ” คำตอบของรันดาทำให้ผู้เป็นพ่อรีบวางหนังสือที่อยู่ในมือลง อรรณนพรีบสบตามาที่ลูกสาวด้วยความเป็นห่วง
“แต่งกับใคร?”
“ก็คงจะใครสักคนที่คุณป้าหาให้”
“รัน แค่ลูกบอกพ่อว่าจะแต่งงานกับอรุณพ่อก็จะจัดการให้ เดี๋ยวพ่อไปคุยกับลุงธีระให้เอง”
“ทำไมรันต้องอยากแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักรันด้วยล่ะ รันก็มีศักดิ์ศรีนะ ในเมื่อพี่อรุณจะแต่งงานแล้วความรักข้างเดียว7ปีของรันก็ควรต้องจบลงสักที”
“พ่อไม่เข้าใจอรุณเลย ลูกสาวพ่อมีพร้อมทุกอย่างและอรุณก็รู้ว่ารันชอบทำไมถึงต้องไปแต่งงานกับคนอื่นแทนที่จะเป็นรันด้วย ถ้าจะอ้างว่าไม่ได้รักรันก็ไม่น่าใช่เพราะผู้หญิงที่แม่เขาหามาให้อรุณก็ไม่ได้รักสักหน่อย”
“คงเป็นเพราะรันเป็นเพื่อนศศิมั้งคะ ถ้าพี่อรุณมาคบรันก็อาจมองว่าหักหลังศศิบางคนเขาก็ถือเรื่องพวกนี้ พ่อไม่ต้องห่วงรันหรอกอกหักแค่นี้รันสบายมาก งั้นรันขึ้นห้องก่อนนะคะ” รันดาเผยยิ้มหวานให้ผู้เป็นพ่อก่อนจะเดินขึ้นบันไดกลับเข้าห้องตัวเองไป
รันดาพอมาถึงห้องก็ล้มตัวนอนลงที่เตียงหลับตาผ่อนคลายอารมณ์หวนนึกถึงความทรงจำในวันวานอยู่สักครู่ ก่อนจะลืมตาขึ้นดีดตัวลุกจากเตียงเดินไปเปิดลิ้นชักหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนโปรดขึ้นมาดู
ย้อนกลับไปเมื่อ7ปีก่อน บริษัทคิรินทร์
อรุณเดินผ่านมายังบันไดหนีไฟได้ยินเสียงสะอื้นของใครบางคนจึงเดินเข้ามาดู พอมาถึงก็เห็นแผ่นหลังของเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังนั่งพิงราวบันไดร้องไห้อยู่คนเดียวจึงยื่นผ้าเช็ดหน้าที่พกติดตัวไว้ไปให้
“ขอบคุณค่ะ” เด็กสาวเงยหน้ามองไปยังชายหนุ่มครุ่นคิดอยู่สักครู่ก่อนรับผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตา และยื่นกลับให้กับชายหนุ่มคืน
“เก็บไว้เถอะ แล้วทำไมมาร้องไห้อยู่ที่นี่คนเดียวล่ะ แล้วเข้ามาที่คิรินทร์ได้ไง”
“ฉันมากับพ่อค่ะ พ่อมาหาคุณลุงธีระ”
“งั้นเราก็เป็นลูกสาวของอาอรรณนพเป็นน้องของลินสินะ”
“คุณรู้จักพวกเราด้วยเหรอคะ”
“รู้จักสิก็คุณธีระที่เราพูดถึงก็พ่อพี่นี่แหละ งั้นไปรอพ่อเราที่ห้องทำงานของพี่ก่อนมั้ย ห้องพี่มีหนังสือให้อ่านเยอะเลยนะ” อรุณเผยยิ้มทักทายอย่างเป็นกันเองเมื่อรู้ตัวตนของเด็กสาว ชายหนุ่มเองก็พอรู้เรื่องราวครอบครัวของรันดามาบ้าง รันดาเองเมื่อรู้ว่าอรุณเป็นลูกชายของเพื่อนสนิทผู้เป็นพ่อก็มีท่าทีผ่อนคลายลง เธอจึงไม่ลังเลเดินตามชายหนุ่มไปยังห้องทำงาน
รันดาพึ่งเรียนจบไฮสคูลจากอังกฤษมา เดิมทีตั้งใจจะเรียนปริญญาตรีที่อังกฤษต่อแต่ก็มาเกิดเรื่องขึ้นก่อนเมื่อพ่อและแม่ของเธอเลือกจบชีวิตคู่ด้วยการหย่าร้าง หญิงสาวเองยังคงรับไม่ได้กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเลยแอบมาร้องไห้อยู่คนเดียว เธอคิดไม่ตกว่าควรตัดสินใจที่จะอยู่กับพ่อที่ไทยหรือย้ายไปอยู่ที่อังกฤษถาวรกับผู้เป็นแม่ดี เรื่องนี้ทำเด็กสาวกดดันมาก เธอเองก็แค่เด็กสาวที่พึ่งจะอายุ18พอเจอสถานการณ์ที่ยากลำบากก็รู้สึกรับไม่ไหว
อรุณเองด้วยความเอ็นดูก็ไม่อยากให้เด็กสาวต้องจมอยู่กับความเศร้า ระหว่างนั้นทั้งสองก็เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น ตั้งแต่มีอรุณเข้ามารันดาก็กลับมาสดใสยิ้มได้อีกครั้ง พอได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันไปความเอาใจใส่นั้นทำให้รันดาค่อยๆ ตกหลุมรักอรุณในที่สุด
รันดาตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตอยู่กับผู้เป็นพ่อและลินดาพี่สาวคนกลาง ส่วนอันดาพี่ชายคนโตก็อยู่กับผู้เป็นแม่ที่อังกฤษ รันดายอมรับกับอรรณนพตามตรงว่าเป็นเพราะอรุณที่ทำให้เธออยากอยู่ที่ไทย เธอหวังว่าในอนาคตเธอกับอรุณจะได้พัฒนาความสัมพันธ์กันมากขึ้นกว่านี้
นับแต่นั้นมารันดาก็แอบรักอรุณมาโดยตลอดไม่ได้เปิดเผยความรู้สึกให้ชายหนุ่มรู้จนขึ้นมหาวิทยาลัยชั้นปีที่2 วันนั้นหญิงสาวตัดสินใจที่จะสารภาพความรู้สึกที่มีต่อชายหนุ่มแต่ก็ต้องแตกสลายเพราะเห็นภาพบาดใจเมื่ออรุณกับศศิเพื่อนสาวคนสนิทของเธอกำลังพลอดรักจูบกันอย่างดูดดื่ม ของขวัญที่เตรียมมาจะให้อรุณนั้นก็ร่วงหลุดจากมือทำให้ความหอมหวานระหว่างอรุณกับศศินั้นต้องชะงักลง ศศิเมื่อเห็นรันดาก็รีบผละตัวออกจากอ้อมอกอรุณเดินเข้ามาหาเพื่อนสาว โดยที่มีอรุณตามหลังมาติดๆ
“มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ไหนว่าจะไปสารภาพรักคนที่แอบชอบไง แล้วเป็นอะไรหรือเปล่าทำไมหน้าเศร้าแบบนี้ล่ะ หรือว่า…”
“อืม ฉันถูกปฏิเสธมาน่ะ” รันดาน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว ใจของหญิงสาวในตอนนี้แตกสลายไม่มีชิ้นดีแล้ว
“ใครกันช่างกล้าปฏิเสธรันได้ อย่าเสียใจไปเลยนะงั้นก็แปลว่าผู้ชายคนนั้นไม่คู่ควรกับรัน” อรุณเอ่ยเสริมเพื่อปลอบใจ พอเห็นน้ำตาของรันดาที่หลั่งไหลไม่ขาดสายก็เห็นใจนัก ชายหนุ่มช่างไม่รู้เอาซะเลยว่าผู้ชายที่ว่าไม่คู่ควรนั้นกลับเป็นตัวเขาเอง
“พี่อรุณกับศศิ…ตั้งแต่เมื่อไหร่” หญิงสาวน้ำเสียงสั่นเครือ แม้จะใจสลายแต่ก็ยังอยากรู้ถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ว่าเริ่มตอนไหนเพราะที่ผ่านมาเธอไม่เคยเอะใจมาก่อนเลย รันดาเองก็คาดไม่ถึงการที่แนะนำอรุณให้ศศิรู้จักนั้นจะทำให้เธอต้องมาเสียใจในตอนนี้ และเกือบ2ปีที่รู้จักกันมาเธอไม่เคยได้ยินศศิเอ่ยถึงเรื่องรักใคร่เลยสักครั้ง กลับเป็นเธอเสียอีกที่บอกเพื่อนสาวคนสนิทว่ามีคนที่แอบชอบอยู่ แต่ใครจะไปคิดว่าคนคนนั้นจะเป็นคนคนเดียวกันได้
ศศิบอกอรุณให้กลับไปก่อน เรื่องแบบนี้ผู้หญิงด้วยกันอธิบายให้ฟังน่าจะเข้าใจง่ายมากกว่า หลังจากที่อรุณกลับไปศศิก็เล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับชายหนุ่มให้รันดาได้ฟังทั้งหมด
“ฉันกับพี่อรุณเราตกลงคบกันเมื่อ2เดือนก่อน ตอนแรกพี่อรุณก็ตั้งใจจะบอกเธอนั่นแหละแต่ฉันขอไว้ ฉันยังไม่อยากให้ใครรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเรา”
“ถ้าฉันไม่มารู้วันนี้เธอตั้งใจจะปิดฉันไปจนถึงเมื่อไหร่ ศศิ…เธอทำแบบนี้เหมือนไม่ได้มองว่าฉันเป็นเพื่อนสนิทเธอเลย” รันดาไม่สามารถปิดบังความคับแค้นใจได้อีกต่อไป
“ขอโทษนะรันฉันแค่กลัว ฉันกลัวว่าคนอื่นจะมองว่าฉันไม่เหมาะสมกับพี่อรุณ ลำพังแค่ฉันมีเธอเป็นเพื่อนก็ถูกนินทาว่าเลือกคบแต่คนรวยแล้ว ถ้ามีคนรู้ว่าฉันคบกับพี่อรุณยิ่งไม่หนักไปกว่าเดิมเหรอ”
“แต่เธอก็ไม่ควรปิดบังฉัน งั้นเธอก็แคร์คนอื่นมากกว่าฉันสินะ ทั้งเธอทั้งพี่อรุณคือคนที่ฉันสนิทที่สุด อย่างน้อยฉันควรต้องรู้เรื่องนี้ไม่ใช่หรือไง”
“ขอโทษนะรันฉันลืมคิดถึงความรู้สึกเธอไปเลย” ศศิน้ำตาคลอรีบกุมมือเพื่อนสาวไว้ ยิ่งเห็นใบหน้าที่ผิดหวังของรันดาก็ยิ่งทำเธอรู้สึกผิด
รันดาเองถึงแม้จะเจ็บปวดกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่พอเห็นแววตาที่จริงใจและรู้สึกผิดของเพื่อนสาวก็โอนอ่อนลง เธอไม่อยากจะคิดเลยถ้าศศิรู้ว่าผู้ชายที่เธอแอบรักมาตลอดเป็นอรุณจะแตกสลายมากแค่ไหน ที่จริงเรื่องนี้จะโทษศศิก็ไม่ได้เพราะเป็นเธอเองที่ไม่ยอมบอกตั้งแต่แรกว่าคนที่เธอแอบรักก็คืออรุณ ในเมื่อเรื่องทุกอย่างเป็นแบบนี้แล้วความลับของความรู้สึกก็คงต้องเก็บเอาไว้ในใจตลอดไป เพราะถ้าศศิรู้เรื่องนี้ความสัมพันธ์ระหว่างอรุณกับศศิต้องมีปัญหาแน่ ตอนนี้สิ่งที่เธอทำได้ก็แค่ต้องยอมรับความเป็นจริง
ปัจจุบัน
รันดามองไปที่ผ้าเช็ดหน้าผืนโปรดด้วยใบหน้าที่เซื่องซึมก่อนจะนำกลับวางไว้ที่ลิ้นชักตามเดิม ตอนนี้ได้เวลาจบความรักข้างเดียว7ปีของเธอแล้ว
“พัชมองอะไรอยู่ไปกันได้แล้ว” เพื่อนสาวที่มาด้วยกันเอ่ยทักเมื่อเห็นพัชชาเอาแต่มองไปยังทางอื่น“อ่อ เธอไปก่อนเลยนะพอดีฉันนัดพลอยไว้ต่อน่ะ ว่าจะรอให้พลอยมาถึงก่อน” พัชชาเอาเพื่อนสาวคนสนิมมาอ้างเพราะเธออยากจะรู้ความสัมพันธ์ของอรุนกับรันดา บางทีถ้าแอบตามคนทั้งคู่เธอคงได้รู้เรื่องอะไรมากขึ้นพัชชายังคงนั่งจับสังเกตอยู่ที่ร้านอาหารตามเดิม เห็นอรุณเอาใจใส่ตักกับข้าวให้รันดาก็รู้สึกหึงหวงขึ้นมาในใจ สายตาที่ชายหนุ่มมองรันดานั้นดูอบอุ่นและลึกซึ้งอยู่มากนัก ตอนนี้ความแคลงใจที่หญิงสาวมีไม่สามารถเก็บไว้ได้แล้ว และคนที่จะให้คำตอบเธอได้ดีที่สุดก็คงเป็นนัททิวหลังจากที่อรุณและรันดาออกจากร้านอาหารไปพัชชาก็โทรหานัททิวให้ออกมาเจอ หญิงสาวซักไซ้ถามชายหนุ่มอย่างตรงไปตรงมาแต่นัททิวเองก็พูดเรื่องเจ้านายมากไม่ได้“ถ้าพัชอยากรู้อะไรพี่ว่าไปถามคุณอรุณดีกว่า แต่พี่บอกกับพัชได้เลยว่าคุณอรุณกับคุณรันไม่มีอะไรจริงๆ”“ไม่มีอะไรแน่เหรอคะ แล้วทำไมคุณอรุณดูแคร์คุณรันดาขนาดนั้นล่ะ”“ก็พวกเขาสนิทกันไง พี่ต้องกลับแล้วอยู่นานไม่ได้เดี๋ยวคุณอรุณถามหา พัชไม่ต้องคิดมากหรอกทำใจให้สบายรอรับเรื่องดีๆ วันนี้ดีกว่า พี่ไปก่อนนะ”พัช
ร้านอาหารรันดามาถึงร้านอาหารที่นัดกับภานุไว้ พอมาถึงก็เห็นชายหนุ่มยืนถือดอกไม้ยิ้มต้อนรับอยู่ที่โต๊ะ บรรยากาศในร้านตอนนี้ชวนโรแมนติกอยู่มากนัก“พี่ให้ ถือว่าเป็นกำลังใจกับงานโปรเจกต์ใหญ่ครั้งแรกแล้วกันนะ”“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยื่นมือรับช่อดอกไม้ด้วยความยินดีรันดาและภานุหลังจากทานมื้อเย็นเสร็จก็ออกไปเที่ยวเล่นด้วยกันต่อ พอตกค่ำชายหนุ่มก็ขับรถมาส่งหญิงสาวที่หน้าบ้านเหมือนเช่นทุกครั้ง“พี่นุจะเข้าไปในบ้านก่อนมั้ย”“ไว้ครั้งหน้าดีกว่าพอดีพี่มีธุระต่อน่ะ”“งั้นก็ได้ค่ะ ขับรถดีๆ นะคะ” หญิงสาวยิ้มหวานบอกลา พอจะหันหลังกลับก็ถูกชายหนุ่มคว้าข้อมือรั้งไว้“มีอะไรเหรอคะ”“รัน เปิดใจให้พี่ได้มั้ย พี่รู้ว่ารันพึ่งผิดหวังจากพี่อรุณมาแต่พี่ไม่อยากรออีกแล้ว พี่รู้สึกว่าถ้าครั้งนี้พี่ปล่อยมือรันไปพี่จะไม่มีทางกลับมาหารันได้อีก” ภานุกุมมือหญิงสาวไว้แน่น สายตาก็จับจ้องไปที่รันดาด้วยความเว้าวอน“รันก็ไม่ได้ปิดใจนี่คะ แต่เรื่องแบบนี้ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า อีกอย่างตอนนี้รันก็มีโปรเจกต์สำคัญที่ต้องทำ รันอยากทุ่มเทให้กับงานตรงนี้ด้วย พี่นุก็รู้ว่างานนี้เป็นงานแรกรันก็ไม่อยากให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้
“เราเนี่ยนะจะมาดูแลโปรเจกต์นี้ ล้อเล่นหรือเปล่า” อรุณยังคงไม่เชื่อ คนที่ไม่เคยมีประสบการณ์อย่างรันดาจะเข้ามาคุมโปรเจกต์งานใหญ่ได้ยังไง“เป็นฉันแล้วไงคะ ฉันเองก็เป็นวรินธรคนหนึ่งทำไมจะรับผิดชอบงานนี้ไม่ได้” หญิงสาวโต้กลับ“รัน…นี่บริษัทนะไม่ใช่สนามเด็กเล่น ถ้าจะประชดพี่จนแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานไม่ได้งั้นโปรเจกต์นี้พี่ก็ไม่ทำแล้ว”“คุณคิดว่าตัวเองสำคัญพอที่จะให้ฉันเอาเรื่องงานมาต่อรองเหรอคะ” น้ำเสียงที่แข็งกระด้างของรันดาทำอรุณไม่สบอารมณ์เอาซะเลย ชายหนุ่มไล่นัททิวออกจากห้องทำงานพร้อมบอกผู้ช่วยหนุ่มว่าอย่าให้ใครเข้ามารบกวนเวลานี้“พอเถอะรันพี่ไม่อยากทะเลาะกับรันแล้ว ถ้ารันยังโกรธพี่รันจะทำยังไงกับพี่ก็ได้แต่ขอร้องอย่าเอาเรื่องงานมาเกี่ยว รันก็รู้ว่าโปรเจกต์นี้สำคัญมากแค่ไหน”“ทำไมคุณต้องคิดว่าฉันจะโกรธคุณด้วย”“แล้วทำไมถึงไม่เรียกพี่ว่าพี่ล่ะ ทำไมต้องเรียกซะห่างเหินด้วย ไม่ว่าจะคำพูดหรืออารมณ์ของรันในตอนนี้มันก็แสดงออกชัดเจนว่ารันกำลังโกรธพี่อยู่ เอาล่ะพี่ไม่อยากพูดแล้วเดี๋ยวพี่โทรคุยกับลินดาเอง”“ทำไมต้องคุยกับพี่ลินด้วย ก็บอกแล้วไงว่าโปรเจกต์นี้รันเป็นคนรับผิดชอบ พี่ลินกับพ่อก็
หลายวันต่อมาพัชชาออกมาจากสถาบันการสอนเปียโนหลังเลิกงานก็เผยยิ้มหวานสดใสเมื่อเห็นอรุณยืนรออยู่ หญิงสาวไม่รอช้ารีบเดินเข้ามาทักทายชายหนุ่มด้วยความดีใจ“มาหาฉันเหรอคะ”“อืม ผมมารับคุณไปดินเนอร์น่ะ ผมไม่ได้โทรมาถามก่อนไม่รู้คุณว่างหรือเปล่า”“ว่างค่ะ ปกติเลิกงานฉันก็ไม่ได้ไปไหนอยู่แล้ว” หญิงสาวรีบพยักหน้ารับ เธอเองก็ไม่อยากพลาดโอกาสที่จะได้อยู่กับชายหนุ่มตามลำพังเช่นกันอรุณพาพัชชามายังร้านอาหารที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศที่โรแมนติก สถานที่นี้มักเป็นที่นิยมของคู่รักที่มักมาใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ความเอาใจใส่นับวันของอรุณยิ่งทำพัชชาหวั่นไหวมากขึ้นไปกว่าเดิม หญิงสาววาดฝันไว้ในใจถ้าตัวเธอกับอรุณเป็นคู่รักกันจริงๆ ไม่ใช่คู่รักตามสัญญาก็คงจะดีไม่น้อย“ชอบมั้ย”“ชอบอะไรคะ” หญิงสาวเบิกตาโตรีบถามกลับด้วยความเลิ่กลั่ก ชอบของชายหนุ่มนั้นหมายถึงอะไรกันแน่“ร้านน่ะคุณชอบมั้ย ผมว่าบรรยากาศไม่เลวเลย”“อ๋อ..ชอบค่ะ คุณพาฉันไปที่ไหนฉันก็โอเคหมดแหละ ปกติก็ไม่ค่อยออกมากินข้าวนอกบ้านอยู่แล้วยกเว้นวันนั้นพลอยจะว่างจริงๆ” หญิงสาวเอ่ยถึงเพื่อนสาวคนสนิท ปกติเพื่อนสาวของเธอมักจะอยู่ทำโอทีที่บริษัทอยู่เสมอ น้อยนักที่จะหาเ
“หมายความว่าไงคะ”“อะไรคือหมายความว่าไง” อรุณถามไปยังรันดาที่เอาแต่ทำหน้าบึ้งยืนจ้องเขาอย่างไม่ละสายตา จู่ๆ หญิงสาวก็เดินเข้ามาแล้วก็ถามคำถามที่เขาไม่สามารถเข้าใจได้“ก็เรื่องที่พี่ทำตัวเย็นชาใส่รันมันหมายความว่าไง”“คิดมากแล้วพี่ก็เหมือนเดิม สงสัยช่วงนี้งานพี่ยุ่งมั้งเลยทำให้รันคิดว่าพี่เปลี่ยนไป”“เมื่อก่อนพี่ก็ยุ่งแบบนี้ไม่เห็นจะทำตัวเหินห่างกับรันเลยนี่ รันก็นึกว่าเราจะเข้ากันได้ดีซะอีกทำไมอยู่ๆ พี่ถึงเปลี่ยนใจล่ะ”“พี่ไม่เคยเปลี่ยนใจ สำหรับพี่รันก็ยังเป็นน้องสาวของพี่เหมือนเดิม…เหมือนที่เคยเป็น” ชายหนุ่มเน้นย้ำสายตาจ้องไปที่รันดาอย่างดุดัน“น้องสาว! ที่ผ่านมาแค่ความรู้สึกพี่ชายกับน้องสาวแค่นั้นจริงๆ เหรอคะ”“ใช่ แค่พี่ชายกับน้องสาว ถ้าพี่ทำให้รันเข้าใจผิดงั้นพี่ขอโทษ” ชายหนุ่มยืนยันหนักแน่น ไม่ว่ายังไงระหว่างเขากับหญิงสาวก็ไม่มีทางพัฒนาความสัมพันธ์ไปมากกว่านี้แล้ว“แต่รันชอบพี่! ชอบตั้งแต่เจอพี่ครั้งแรกแล้วตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ รันชอบพี่ก่อนศศิด้วยซ้ำ” หญิงสาวโพล่งความรู้สึกที่เก็บไว้มานานออกมา ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องเก็บซ่อนความรู้สึกอีกต่อไปแล้ว“ว่าไงนะ!” อรุณไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้
“คุณแน่ใจแล้วใช่มั้ย” อรุณย้ำถามพัชชาเพื่อความแน่ใจ เพราะเรื่องแต่งงานสำหรับผู้หญิงนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจได้ง่ายๆ“ค่ะ แต่ฉันมีเงื่อนไขนิดหนึ่ง”“ได้สิผมตกลง”“ตกลงง่ายๆ เลยแบบนี้เลย? ไม่ถามฉันก่อนเหรอคะว่าเงื่อนไขอะไร”“ลำพังแค่สัญญาแต่งงานคุณที่เป็นผู้หญิงก็เสียเปรียบผมอยู่แล้ว เอาเป็นว่าคุณอยากเพิ่มเงื่อนไขอะไรผมโอเคหมด” คำตอบจริงใจที่ไม่คิดจะเอาเปรียบเธอนั้นทำหญิงสาวซาบซึ้งอยู่ไม่น้อย สมคำร่ำลือที่นัททิวมักจะเยินยอผู้เป็นเจ้านายให้เธอฟังบ่อยๆ จริงๆ“ไม่ใช่เงื่อนไขอะไรสำคัญหรอกค่ะ คุณบอกว่าหลังจาก1เดือนต้องพาฉันไปให้แม่คุณเจอ งั้นก่อนถึงวันนั้นฉันอยากให้เราทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องในฐานะคนรักแค่ฐานะเพื่อนก็ได้ ในเมื่อเราจะร่วมงานกันก็ควรต้องรู้จักกันไว้”“ได้สิ ผมเองก็ตั้งใจไว้แบบนั้นอยู่แล้ว ว่าแต่…เรื่องแต่งงานพ่อแม่คุณจะว่าอะไรมั้ย"“ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะพวกเขาน่าจะดีใจมากกว่าถ้าฉันแต่งงาน ไว้ใกล้ๆ ถึงวันนั้นฉันค่อยบอกพ่อกับแม่ก็ได้”“คุณไม่มีแฟนใช่มั้ย”“ถ้าฉันมีคงไม่รับข้อเสนอของคุณหรอกค่ะ แล้วคุณล่ะคะ…ไม่ได้คบใครอยู่ใช่มั้ย”“ไม่มี ผมก็เหมือนคุณแหละถ้ามีแฟนจะ







