Se connecter
บริษัทคิรินทร์
."คุณอรุณครับ คุณท่านมาถึงแล้วกำลังจะขึ้นมาครับ”
ผู้ช่วยหนุ่มคนสนิทแจ้งต่อผู้เป็นเจ้านายกับการมาถึงของพรทวีผู้เป็นแม่ ชายหนุ่มวัย32ปีถอนหายใจขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างเหนื่อยหน่ายเพราะรู้ดีการที่แม่ของเขามาหานั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องคะยั้นคะยอให้เขาแต่งงาน และเหมือนว่าครั้งนี้ตัวเขาเองก็ไม่สามารถหลบเลี่ยงได้อีกต่อไปแล้ว
“ทิว ถ้าฉันหนีไปต่างประเทศตอนนี้นายว่าทันมั้ย”
“คงไม่ทันแล้วครับดูเหมือนว่าคุณท่านครั้งนี้จะรอบคอบมาก อย่าว่าแต่หนีไปต่างประเทศเลยแค่หนีออกจากห้องทำงานยังยากเลยครับ” พอย้อนถึงวีรกรรมของผู้เป็นเจ้านายที่พยายามหลบเลี่ยงพรทวีในหลายครั้งที่ผ่านมาก็อดขำไม่ได้
“นี่ฉันต้องยอมรับการแต่งงานจริงๆ ใช่มั้ย” ชายหนุ่มถอนหายใจอีกครั้งเมื่อนึกถึงตัวเองที่ต้องจำใจแต่งงานใช้ชีวิตอยู่กับผู้หญิงที่ไม่ได้รัก ถ้า3ปีก่อนไม่เกิดอุบัติเหตุทำให้ศศิหญิงสาวคนรักต้องจากโลกนี้ไปป่านนี้เขาเองคงได้มีครอบครัวที่สุขสันต์ ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตามที่ผู้เป็นแม่ต้องการไปแล้ว
“อาจจะไม่ได้แย่อย่างที่คุณอรุณคิดก็ได้นะครับ บางทีผู้หญิงที่คุณท่านหามาให้อาจจะทำให้คุณอรุณตกหลุมรักอีกครั้งก็ได้”
“ถ้าฉันตกหลุมรักใครง่ายๆ ขนาดนั้น ฉันคงไม่อยู่เป็นโสดมาถึง3ปีหรอก…” ระหว่างนั้นเองประตูห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมหญิงวัยกลางคนที่เดินสง่าตรงเข้ามายังห้องทำงาน พรทวีบอกให้ผู้ช่วยหนุ่มของอรุณออกไปรอข้างนอกเพราะเธออยากคุยกับผู้เป็นลูกชายเพียงตามลำพัง เธอไม่รีรอทันทีที่นัททิวเดินพ้นผ่านประตูก็เปิดประเด็นสิ่งที่ต้องการ
“เลือกดูว่าชอบคนไหน” พรทวีหยิบรูปถ่ายของหญิงสาวหลายคนจากกระเป๋าพกส่วนตัวยื่นให้กับผู้เป็นลูกชาย สีหน้าที่จริงจังของเธอทำอรุณหลุดขำในทันที
“ยังจะมายิ้มอีกแม่ซีเรียสนะ ยังไงครั้งนี้อรุณก็ต้องแต่งงานถึงเวลาแล้วที่ต้องมีหลานให้แม่อุ้มสักที”
“แม่ไม่สงสารผู้หญิงที่จะมาเป็นลูกสะใภ้แม่หรือไงที่ต้องมาเป็นเครื่องมือเพียงแค่จะมาผลิตหลานให้แม่เพื่อสืบสกุล แม่ก็รู้ว่าผมไม่มีความรู้สึกให้ผู้หญิงคนไหนอีกแล้ว ที่ผ่านมาผมก็ยอมทำตามที่แม่บอกยอมเปิดใจลองคุยกับผู้หญิงที่แม่หามาให้แล้วแต่ก็ไปไม่รอด ถ้าแม่อยากได้หลานจริงๆ งั้นเราก็หาเด็กสักคนมาเป็นลูกผมก็ได้ เดี๋ยวนี้มีเยอะแยะคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวไม่เห็นต้องให้ผมทำเองเลย”
“ลูกคนอื่นจะเหมือนลูกตัวเองได้ไง แม่ถามจริงเถอะที่ไม่ยอมคบใครเพราะยังลืมหนูศศิไม่ได้ใช่มั้ย นี่ลูกกะจะไม่รักใครอีกแล้วเลยหรือไงชาตินี้ ตอนนี้แม่ก็หวังกับอริณไม่ได้แล้วก็มีแต่อรุณนี่แหละที่ช่วยแม่ได้ นะลูก…แต่งก่อนค่อยรักก็มีถมไป อนาคตถ้าอยู่กันไม่ได้จริงๆ จะเลิกกันแม่ก็ไม่ว่าอะไรแล้ว ก็ถือว่าแม่ไม่มีบุญได้อุ้มหลาน” อรุณมองไปที่แววตาสิ้นหวังของผู้เป็นแม่ด้วยความรู้สึกผิดก่อนจะค่อยๆ เผยยิ้มออกมา
“งั้นก็ได้ครับ แต่เจ้าสาวของผมผมขอเลือกเองนะ ผมรับปากว่าในอีก1เดือนจะหาลูกสะใภ้มาให้แม่แน่นอน ว่าแต่…ถ้าคนที่ผมหามาเธอไม่ได้รวย ไม่ได้สวยเหมือนคนที่แม่หามาให้แม่จะรับได้หรือเปล่า”
“แม่รับได้หมดแหละ ว่าแต่อรุณไม่ลองมองหนูรันสักหน่อยเหรอ อรุณก็รู้ว่าหนูรันชอบอรุณ หนูรันเองก็ไม่ได้ใช้ชีวิตฟู่ฟ่าเหมือนลูกคนรวยคนอื่นๆ ที่ลูกไม่ชอบด้วย ลองเปิดใจให้หนูรันหน่อยไม่ได้หรือไงลูก หรือติดตรงที่หนูรันเป็นเพื่อนของหนูศศิ" อรุณขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อผู้เป็นแม่เอ่ยถึงศศิหญิงสาวอดีตคนรักอีกครั้ง
“ถ้าแม่ยังเซ้าซี้ให้ผมชอบรันอีก งั้นผม…”
“โอเคแม่ไม่พูดแล้ว ตกลงตามนี้ภายใน1เดือนอรุณต้องพาลูกสะใภ้มาเจอแม่นะ” พรทวีรีบเปลี่ยนเรื่อง ถึงไม่ได้รันดามาเป็นลูกสะใภ้ตามที่ใจหวังแต่ก็ยังยิ้มแป้นออกมาด้วยความดีใจ อย่างน้อยอรุณก็ยอมทำตามความต้องการของเธอ หวังว่าครั้งนี้ลูกชายคนโตของเธอจะไม่มีลูกเล่นอะไรอีก สิ่งที่เธอปรารถนาไว้คงได้สมหวังจริงๆ สักที
หลังจากที่พรทวีออกไปไม่นานรันดาก็เดินยิ้มเข้ามายังห้องทำงาน หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงสดใสเมื่อเห็นหลังไวไวของพรทวีที่พึ่งเดินจากไป
“คุณป้ามาทำอะไรเหรอคะ”
“ก็มาเร่งรัดเรื่องเดิมๆ ให้พี่แต่งงานนี่แหละ”
“จะว่าไปก็สงสารคุณป้านะคะที่มีลูกชายดื้ออย่างพี่”
“ครั้งนี้ไม่ต้องสงสารแล้วล่ะเพราะพี่ตอบตกลงแล้ว” รันดาพอได้ยินแบบนั้นถุงขนมที่ตั้งใจเอามาฝากชายหนุ่มก็หลุดออกจากมือ หญิงสาวมองไปที่อรุณที่เธอแอบรักมา7ปีด้วยความตกใจ สีหน้าที่สับสนและผิดหวังของหญิงสาวนั้นชายหนุ่มรับรู้ได้เป็นอย่างดี
รันดาตั้งสติได้ก็รีบก้มเก็บถุงขนมเดินไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานก่อนจะหันมาเผยยิ้มให้ชายหนุ่มอีกครั้ง แม้จะปวดใจแต่ก็เข้าใจได้กับกฎของการแอบรัก เพราะขึ้นชื่อว่าแอบรักข้างเดียวไม่มีทางที่จะสมหวังอยู่แล้ว
“ในที่สุดคุณป้าก็สมหวังสักที ศศิเองก็คงหายห่วงที่พี่ยอมเปิดใจเริ่มต้นใหม่กับใครสักคนสักที”
“ไม่ต้องเอาศศิมาเกี่ยว และพี่ก็ไม่ได้ต้องการให้ศศิดีใจกับการแต่งงานของพี่ด้วย” ชายหนุ่มสวนกลับด้วยสีหน้าที่เรียบตึงก่อนจะค่อยๆ ผ่อนปรนสายตาโอนอ่อนลงเมื่อเห็นนัยน์ตาสั่นไหวของหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“พี่ขอโทษที่เสียงดังไปหน่อย”
“ไม่เป็นไรค่ะ งั้นรันกลับก่อนดีกว่า” หญิงสาวฝืนยิ้มบอกลาก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไป ระหว่างทางก็สวนเข้ากับนัททิวที่กำลังเดินเข้ามาหาอรุณพอดี
“คุณรันทำไมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เลยล่ะครับ”
“ไม่มีอะไรหรอกนายมาก็ดีแล้วมีเรื่องจะให้ช่วยหน่อย” อรุณแจ้งความประสงค์ของตัวเองให้ผู้ช่วยหนุ่มได้รับรู้ นัททิวเมื่อได้ยินความต้องการของผู้เป็นเจ้านายก็ตะโกนเสียงหลงไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่พึ่งได้ยิน
“อะไรนะครับ! คุณอรุณจะให้ผมหาผู้หญิงให้”
“อืม อย่าบอกนะว่าทำไม่ได้”
“ก็ใช่นะสิครับผมจะทำได้ไง หาผู้หญิงที่จะมาเป็นนายหญิงของตระกูลคิรินทร์นะไม่ใช่หาแม่บ้านสักหน่อยที่จะหาได้ง่ายๆ แล้วทำไมคุณอรุณไม่เลือกสักคนที่คุณท่านหามาให้ล่ะครับ”
“ฉันไม่ชอบผู้หญิงที่ใช้ชีวิตหรูหราเอาแต่ความคิดของตัวเอง ผู้หญิงแต่ละคนที่แม่หามาดูไม่เข้ากับฉันสักคน ฉันแค่อยากหาผู้หญิงธรรมดาๆ ที่สามารถยอมรับเงื่อนไงฉันได้ อย่างน้อยก็ทำให้แม่สบายใจก่อนค่อยชิ่งทีหลัง”
“งั้นก็คงเป็นคุณรันแล้วล่ะครับ คุณรันถึงจะรวยแต่ก็ไม่เคยอวดตัว อีกอย่างเธอก็เข้าใจคุณอรุณดีที่สุดด้วย”
“ถ้าฉันเลือกรันดาแล้วจะให้นายหาให้ทำไม”
“แล้วผมจะไปหาให้คุณอรุณจากไหนล่ะครับ วันๆ ผมก็ตามติดคุณอรุณตลอดไม่มีเวลาไปเจอผู้หญิงที่ไหนหรอก” ระหว่างที่เจ้านายลูกน้องตอบโต้กันอยู่นั้นก็มีเสียงเสียงเรียกเข้ามือถือของนัททิวดังขึ้น ปลายสายนั้นเป็นเสียงของหญิงสาวเลยทำให้อรุณอดที่จะเอ่ยหยอกผู้ช่วยหนุ่มไม่ได้หลังจากที่วางสายไป
“พัช? แฟนเหรอ?”
"แฟนที่ไหนกันครับแค่รุ่นน้องที่รู้จัก เอ๊ะ!…ผมรู้แล้วครับว่าจะหาผู้หญิงธรรมดาๆ ให้คุณอรุณได้จากที่ไหน” ผู้ช่วยหนุ่มเผยยิ้มอย่างมีเลศนัย เขาเองก็ลืมไปว่าคนใกล้ตัวอย่างพัชชานั้นดูจะเป็นหญิงสาวที่ผู้เป็นเจ้านายตามหาอยู่ พัชชาเองก็เป็นคนที่หน้าตาสะสวยนิสัยดีถ้าได้เป็นคนรักของผู้เป็นเจ้านายที่เขานับถือ เขาเองก็จะยินดีมาก
อรุณลงมาที่ล็อบบี้มองไปยังหญิงสาวที่ยืนเก้ๆ กังๆ ก็คิดว่าคงเป็นพัชชา เพราะลักษณะท่าทางเหมือนอย่างที่นัททิวบรรยายไว้ไม่มีผิด ชายหนุ่มไม่รีรอเดินตรงเข้ามาหาหญิงสาว ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งให้ความรู้สึกที่คุ้นเคย ทำไมใบหน้าของหญิงสาวนั้นช่างคลับคล้ายคลับคลากับศศิอดีตคนรักของชายหนุ่มที่จากไปเมื่อ3ปีก่อนนัก
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” พัดชาเผยยิ้มเล็กน้อยถามไปที่อรุณด้วยความเคลือบแคลงเมื่อเห็นชายหนุ่มเอาแต่จ้องมาที่เธอ อรุณเองเมื่อถูกทักท้วงก็ได้สติกลับมา แม้แต่รอยยิ้มนั้นของหญิงสาวก็เหมือนอดีตคนรักของเขามาก
“อ่อ…คุณพัดชาใช่มั้ย ผมอรุณเป็นเจ้านายของนัททิว พอดีนัททิวต้องไปทำธุระให้ผมเขาเลยให้ผมมาบอกคุณให้ไปรอที่ร้านกาแฟข้างๆ ก่อน ไปด้วยกันสิครับผมเองก็ต้องรอเขาทำธุระให้เสร็จเหมือนกัน” อรุณแจ้งต่อหญิงสาวก่อนจะเดินนำหน้าออกไปก่อนโดยมีนัททิวยืนแอบดูทั้งคู่อยู่ไม่ไกลนัก ในเมื่อผู้เป็นเจ้านายอยากให้เขาหาผู้หญิงให้งั้นพัชชาก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีตามความต้องการที่อรุณบอกไว้
อรุณเองเมื่อรับปากผู้เป็นแม่แล้วว่าภายใน1เดือนจะหาลูกสะใภ้ให้ก็เลยจะลองทำความรู้จักกับพัชชาตามคำแนะนำของนัททิวดู ยิ่งพอมาเห็นหญิงสาวที่ดูเหมือนคนรักในอดีตที่จากไปใจที่ด้านชาก็เริ่มสั่นไหวขึ้นมาอีกครั้ง
“พัชมองอะไรอยู่ไปกันได้แล้ว” เพื่อนสาวที่มาด้วยกันเอ่ยทักเมื่อเห็นพัชชาเอาแต่มองไปยังทางอื่น“อ่อ เธอไปก่อนเลยนะพอดีฉันนัดพลอยไว้ต่อน่ะ ว่าจะรอให้พลอยมาถึงก่อน” พัชชาเอาเพื่อนสาวคนสนิมมาอ้างเพราะเธออยากจะรู้ความสัมพันธ์ของอรุนกับรันดา บางทีถ้าแอบตามคนทั้งคู่เธอคงได้รู้เรื่องอะไรมากขึ้นพัชชายังคงนั่งจับสังเกตอยู่ที่ร้านอาหารตามเดิม เห็นอรุณเอาใจใส่ตักกับข้าวให้รันดาก็รู้สึกหึงหวงขึ้นมาในใจ สายตาที่ชายหนุ่มมองรันดานั้นดูอบอุ่นและลึกซึ้งอยู่มากนัก ตอนนี้ความแคลงใจที่หญิงสาวมีไม่สามารถเก็บไว้ได้แล้ว และคนที่จะให้คำตอบเธอได้ดีที่สุดก็คงเป็นนัททิวหลังจากที่อรุณและรันดาออกจากร้านอาหารไปพัชชาก็โทรหานัททิวให้ออกมาเจอ หญิงสาวซักไซ้ถามชายหนุ่มอย่างตรงไปตรงมาแต่นัททิวเองก็พูดเรื่องเจ้านายมากไม่ได้“ถ้าพัชอยากรู้อะไรพี่ว่าไปถามคุณอรุณดีกว่า แต่พี่บอกกับพัชได้เลยว่าคุณอรุณกับคุณรันไม่มีอะไรจริงๆ”“ไม่มีอะไรแน่เหรอคะ แล้วทำไมคุณอรุณดูแคร์คุณรันดาขนาดนั้นล่ะ”“ก็พวกเขาสนิทกันไง พี่ต้องกลับแล้วอยู่นานไม่ได้เดี๋ยวคุณอรุณถามหา พัชไม่ต้องคิดมากหรอกทำใจให้สบายรอรับเรื่องดีๆ วันนี้ดีกว่า พี่ไปก่อนนะ”พัช
ร้านอาหารรันดามาถึงร้านอาหารที่นัดกับภานุไว้ พอมาถึงก็เห็นชายหนุ่มยืนถือดอกไม้ยิ้มต้อนรับอยู่ที่โต๊ะ บรรยากาศในร้านตอนนี้ชวนโรแมนติกอยู่มากนัก“พี่ให้ ถือว่าเป็นกำลังใจกับงานโปรเจกต์ใหญ่ครั้งแรกแล้วกันนะ”“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยื่นมือรับช่อดอกไม้ด้วยความยินดีรันดาและภานุหลังจากทานมื้อเย็นเสร็จก็ออกไปเที่ยวเล่นด้วยกันต่อ พอตกค่ำชายหนุ่มก็ขับรถมาส่งหญิงสาวที่หน้าบ้านเหมือนเช่นทุกครั้ง“พี่นุจะเข้าไปในบ้านก่อนมั้ย”“ไว้ครั้งหน้าดีกว่าพอดีพี่มีธุระต่อน่ะ”“งั้นก็ได้ค่ะ ขับรถดีๆ นะคะ” หญิงสาวยิ้มหวานบอกลา พอจะหันหลังกลับก็ถูกชายหนุ่มคว้าข้อมือรั้งไว้“มีอะไรเหรอคะ”“รัน เปิดใจให้พี่ได้มั้ย พี่รู้ว่ารันพึ่งผิดหวังจากพี่อรุณมาแต่พี่ไม่อยากรออีกแล้ว พี่รู้สึกว่าถ้าครั้งนี้พี่ปล่อยมือรันไปพี่จะไม่มีทางกลับมาหารันได้อีก” ภานุกุมมือหญิงสาวไว้แน่น สายตาก็จับจ้องไปที่รันดาด้วยความเว้าวอน“รันก็ไม่ได้ปิดใจนี่คะ แต่เรื่องแบบนี้ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า อีกอย่างตอนนี้รันก็มีโปรเจกต์สำคัญที่ต้องทำ รันอยากทุ่มเทให้กับงานตรงนี้ด้วย พี่นุก็รู้ว่างานนี้เป็นงานแรกรันก็ไม่อยากให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้
“เราเนี่ยนะจะมาดูแลโปรเจกต์นี้ ล้อเล่นหรือเปล่า” อรุณยังคงไม่เชื่อ คนที่ไม่เคยมีประสบการณ์อย่างรันดาจะเข้ามาคุมโปรเจกต์งานใหญ่ได้ยังไง“เป็นฉันแล้วไงคะ ฉันเองก็เป็นวรินธรคนหนึ่งทำไมจะรับผิดชอบงานนี้ไม่ได้” หญิงสาวโต้กลับ“รัน…นี่บริษัทนะไม่ใช่สนามเด็กเล่น ถ้าจะประชดพี่จนแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานไม่ได้งั้นโปรเจกต์นี้พี่ก็ไม่ทำแล้ว”“คุณคิดว่าตัวเองสำคัญพอที่จะให้ฉันเอาเรื่องงานมาต่อรองเหรอคะ” น้ำเสียงที่แข็งกระด้างของรันดาทำอรุณไม่สบอารมณ์เอาซะเลย ชายหนุ่มไล่นัททิวออกจากห้องทำงานพร้อมบอกผู้ช่วยหนุ่มว่าอย่าให้ใครเข้ามารบกวนเวลานี้“พอเถอะรันพี่ไม่อยากทะเลาะกับรันแล้ว ถ้ารันยังโกรธพี่รันจะทำยังไงกับพี่ก็ได้แต่ขอร้องอย่าเอาเรื่องงานมาเกี่ยว รันก็รู้ว่าโปรเจกต์นี้สำคัญมากแค่ไหน”“ทำไมคุณต้องคิดว่าฉันจะโกรธคุณด้วย”“แล้วทำไมถึงไม่เรียกพี่ว่าพี่ล่ะ ทำไมต้องเรียกซะห่างเหินด้วย ไม่ว่าจะคำพูดหรืออารมณ์ของรันในตอนนี้มันก็แสดงออกชัดเจนว่ารันกำลังโกรธพี่อยู่ เอาล่ะพี่ไม่อยากพูดแล้วเดี๋ยวพี่โทรคุยกับลินดาเอง”“ทำไมต้องคุยกับพี่ลินด้วย ก็บอกแล้วไงว่าโปรเจกต์นี้รันเป็นคนรับผิดชอบ พี่ลินกับพ่อก็
หลายวันต่อมาพัชชาออกมาจากสถาบันการสอนเปียโนหลังเลิกงานก็เผยยิ้มหวานสดใสเมื่อเห็นอรุณยืนรออยู่ หญิงสาวไม่รอช้ารีบเดินเข้ามาทักทายชายหนุ่มด้วยความดีใจ“มาหาฉันเหรอคะ”“อืม ผมมารับคุณไปดินเนอร์น่ะ ผมไม่ได้โทรมาถามก่อนไม่รู้คุณว่างหรือเปล่า”“ว่างค่ะ ปกติเลิกงานฉันก็ไม่ได้ไปไหนอยู่แล้ว” หญิงสาวรีบพยักหน้ารับ เธอเองก็ไม่อยากพลาดโอกาสที่จะได้อยู่กับชายหนุ่มตามลำพังเช่นกันอรุณพาพัชชามายังร้านอาหารที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศที่โรแมนติก สถานที่นี้มักเป็นที่นิยมของคู่รักที่มักมาใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ความเอาใจใส่นับวันของอรุณยิ่งทำพัชชาหวั่นไหวมากขึ้นไปกว่าเดิม หญิงสาววาดฝันไว้ในใจถ้าตัวเธอกับอรุณเป็นคู่รักกันจริงๆ ไม่ใช่คู่รักตามสัญญาก็คงจะดีไม่น้อย“ชอบมั้ย”“ชอบอะไรคะ” หญิงสาวเบิกตาโตรีบถามกลับด้วยความเลิ่กลั่ก ชอบของชายหนุ่มนั้นหมายถึงอะไรกันแน่“ร้านน่ะคุณชอบมั้ย ผมว่าบรรยากาศไม่เลวเลย”“อ๋อ..ชอบค่ะ คุณพาฉันไปที่ไหนฉันก็โอเคหมดแหละ ปกติก็ไม่ค่อยออกมากินข้าวนอกบ้านอยู่แล้วยกเว้นวันนั้นพลอยจะว่างจริงๆ” หญิงสาวเอ่ยถึงเพื่อนสาวคนสนิท ปกติเพื่อนสาวของเธอมักจะอยู่ทำโอทีที่บริษัทอยู่เสมอ น้อยนักที่จะหาเ
“หมายความว่าไงคะ”“อะไรคือหมายความว่าไง” อรุณถามไปยังรันดาที่เอาแต่ทำหน้าบึ้งยืนจ้องเขาอย่างไม่ละสายตา จู่ๆ หญิงสาวก็เดินเข้ามาแล้วก็ถามคำถามที่เขาไม่สามารถเข้าใจได้“ก็เรื่องที่พี่ทำตัวเย็นชาใส่รันมันหมายความว่าไง”“คิดมากแล้วพี่ก็เหมือนเดิม สงสัยช่วงนี้งานพี่ยุ่งมั้งเลยทำให้รันคิดว่าพี่เปลี่ยนไป”“เมื่อก่อนพี่ก็ยุ่งแบบนี้ไม่เห็นจะทำตัวเหินห่างกับรันเลยนี่ รันก็นึกว่าเราจะเข้ากันได้ดีซะอีกทำไมอยู่ๆ พี่ถึงเปลี่ยนใจล่ะ”“พี่ไม่เคยเปลี่ยนใจ สำหรับพี่รันก็ยังเป็นน้องสาวของพี่เหมือนเดิม…เหมือนที่เคยเป็น” ชายหนุ่มเน้นย้ำสายตาจ้องไปที่รันดาอย่างดุดัน“น้องสาว! ที่ผ่านมาแค่ความรู้สึกพี่ชายกับน้องสาวแค่นั้นจริงๆ เหรอคะ”“ใช่ แค่พี่ชายกับน้องสาว ถ้าพี่ทำให้รันเข้าใจผิดงั้นพี่ขอโทษ” ชายหนุ่มยืนยันหนักแน่น ไม่ว่ายังไงระหว่างเขากับหญิงสาวก็ไม่มีทางพัฒนาความสัมพันธ์ไปมากกว่านี้แล้ว“แต่รันชอบพี่! ชอบตั้งแต่เจอพี่ครั้งแรกแล้วตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ รันชอบพี่ก่อนศศิด้วยซ้ำ” หญิงสาวโพล่งความรู้สึกที่เก็บไว้มานานออกมา ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องเก็บซ่อนความรู้สึกอีกต่อไปแล้ว“ว่าไงนะ!” อรุณไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้
“คุณแน่ใจแล้วใช่มั้ย” อรุณย้ำถามพัชชาเพื่อความแน่ใจ เพราะเรื่องแต่งงานสำหรับผู้หญิงนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจได้ง่ายๆ“ค่ะ แต่ฉันมีเงื่อนไขนิดหนึ่ง”“ได้สิผมตกลง”“ตกลงง่ายๆ เลยแบบนี้เลย? ไม่ถามฉันก่อนเหรอคะว่าเงื่อนไขอะไร”“ลำพังแค่สัญญาแต่งงานคุณที่เป็นผู้หญิงก็เสียเปรียบผมอยู่แล้ว เอาเป็นว่าคุณอยากเพิ่มเงื่อนไขอะไรผมโอเคหมด” คำตอบจริงใจที่ไม่คิดจะเอาเปรียบเธอนั้นทำหญิงสาวซาบซึ้งอยู่ไม่น้อย สมคำร่ำลือที่นัททิวมักจะเยินยอผู้เป็นเจ้านายให้เธอฟังบ่อยๆ จริงๆ“ไม่ใช่เงื่อนไขอะไรสำคัญหรอกค่ะ คุณบอกว่าหลังจาก1เดือนต้องพาฉันไปให้แม่คุณเจอ งั้นก่อนถึงวันนั้นฉันอยากให้เราทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องในฐานะคนรักแค่ฐานะเพื่อนก็ได้ ในเมื่อเราจะร่วมงานกันก็ควรต้องรู้จักกันไว้”“ได้สิ ผมเองก็ตั้งใจไว้แบบนั้นอยู่แล้ว ว่าแต่…เรื่องแต่งงานพ่อแม่คุณจะว่าอะไรมั้ย"“ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะพวกเขาน่าจะดีใจมากกว่าถ้าฉันแต่งงาน ไว้ใกล้ๆ ถึงวันนั้นฉันค่อยบอกพ่อกับแม่ก็ได้”“คุณไม่มีแฟนใช่มั้ย”“ถ้าฉันมีคงไม่รับข้อเสนอของคุณหรอกค่ะ แล้วคุณล่ะคะ…ไม่ได้คบใครอยู่ใช่มั้ย”“ไม่มี ผมก็เหมือนคุณแหละถ้ามีแฟนจะ







