Masuk“อื้อ...อ่อย...” ด้วยความที่เคทธีตัวเล็กกว่าขุนศึกมาก เมื่อเขากอดรัดร่างบอบบางเอาไว้ ทำเอาเธอไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ ไหนจะคางมนที่ถูกมือใหญ่ของเขาจับเอาไว้เสียแน่น
“แลบลิ้นออกมาหน่อยเคทธี พี่จะเลีย!” ขุนศึกไม่รอช้าที่จะแทรกลิ้นร้อนชื้นของตัวเองเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นเล็ก ๆ ไปมาอย่างหื่นกระหาย และเมื่อร่างบอบบางไม่ได้ดิ้นแล้ว เขาก็ค่อย ๆ ใช้มือหนาจับหมับเข้าที่หน้าอกอวบอิ่มของเคทธี พร้อมกับบีบอย่างแรง
“อื้อ...ยะ...อย่า”
“เคทธี...ยังหวานเหมือนเดิมเลยรู้ไหม” หน้าอกที่คาดว่าน่าจะใหญ่กว่าเมื่อก่อน ทำเอาขุนศึกครางกระฮึ่มในลำคอ ทำไมเรือนร่างของหญิงสาวถึงได้มีผลต่อความต้องการของเขานักนะ
“อื้อ...อ๊ะ”
“อยากเอาเคทธีจัง”
“มะ...ไม่นะ” ร่างเล็กของเธอถูกโอบรัดด้วยลำแขนใหญ่ โดยที่หน้าท้องของเธอบดเบียดกับบางอย่างที่กำลังแข็งขึงอยู่ภายใต้กางเกงสีดำของเขา จนใบหน้าหวานเห่อร้อนขึ้นมาทันที
“อื้อ...” ขณะที่ขุนศึกกำลังหลงมัวเมากับรสจูบหวาน ๆ ของเคทธี ทำให้หญิงสาวอาศัยจังหวะนี้ในการใช้เข่ามนของตัวเองกระแทกเข้าไปที่จุดกึ่งกลางความเป็นชายของขุนศึกเต็มแรง
ปึก!!
“อ๊าก...” คนที่กำลังจูบอยู่ถึงกับนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ พร้อมกับร้องเสียงหลงเมื่อความเจ็บมันแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย “เคทธี ยายตัวแสบ”
ขุนศึกจับที่เป้ากางเกงแล้วย่อตัวนั่งคุดคู้แทบจะติดพื้น ใบหน้าหล่อเหลาแดงเขียวขึ้นสีเพราะความเจ็บที่จุดอ่อนไหวของร่างกาย เคทธีร้ายกาจมากที่กล้าทำร้ายเขาแบบนี้
“สมน้ำหน้า อยากจะหื่นดีนัก ขอให้ตรงนั้นของพี่ใช้งานไม่ได้ตลอดชีวิต”
“ยายตัวแสบ! ถ้าลูกรักของฉันเป็นอะไรขึ้นมาเธอต้องรับผิดชอบ ฉันจะให้เธออมจนกว่ามันจะแข็งเลย”
“ไม่รับหรอก...ให้มันใช้งานไม่ได้แหละดีแล้ว จะได้เลิกทำตัวหื่นกามแบบนี้สักที!!”
“อ๊าก!! ยายบ้า!! หายดีเมื่อไร พ่อจะจับเ..ย...ให้ลืมเดือนลืมตะวันไปเลย โอ๊ย!!”
ขุนศึกสบถออกมาอย่างโมโห แต่ความเจ็บปวดตอนนี้มันทำให้อยากรู้ว่าลูกชายของเขามันยังใช้งานได้อยู่ไหม เมื่อครู่ที่เข่าเล็ก ๆ กระแทกเข้ามาเขารู้สึกเหมือนร่างกายสะเทือนไปหมด ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บ แต่จะตามไปเอาคืนสาวร่างเล็กตอนนี้ก็คงทำไม่ได้ แค่จะเดินเขายังเดินไม่ได้เลย
เมื่อเคทธีออกจากห้องน้ำแล้ว เธอวิ่งกลับไปที่ห้องโถงอีกครั้ง โดยผู้ใหญ่ยังคงคุยเล่นกันตามประสาคนแก่ ส่วนเด็กหนุ่มสาวก็แยกย้ายไปทำธุระส่วนตัวของตัวเอง
“เคทธี...ไปเข้าห้องน้ำนานจังลูก” เสียงของนรินดาถามลูกสาวคนสวยของตัวเองที่หายไปห้องน้ำนานมาก จนเธอเกือบเดินไปตามแล้ว
“เคทธีเดินเล่นดูอะไรเรื่อยเปื่อยค่ะคุณแม่”
“อย่างนั้นเหรอ เหนื่อยไหม กลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อนไหมลูก” นรินดาใช้มือบางของตัวเองลูบที่ผมยาวสวยของลูกสาวคนเล็กอย่างเอ็นดู คนที่เธอหวงมากที่สุดก็คงไม่พ้นเคทธี เนื่องจากลูกสาวของเธอคนนี้ยังเด็ก
“ไม่ค่ะ หนูอยากอยู่กับคุณพ่อคุณแม่”
ขณะที่ทุกคนกำลังนั่งคุยกันอย่างออกรสนั้น ร่างใหญ่ของขุนศึกก็เดินเข้ามาในห้องโถง แต่ใบหน้าหล่อเหลาของเขายังคงแดงก่ำ ซึ่งเคทธีรู้ดีว่ามันเป็นเพราะอะไร
“เป็นอะไรตาศึก ทำไมหน้าแดงแบบนั้น” ไลลาถามลูกชายคนโตของตัวเอง
“ไม่มีอะไรหรอกครับ พอดีโดนมดแถวนี้กัดนิดหน่อย แต่เดี๋ยวก็หายแล้ว วันหลังผมคงต้องไปทลายรังมันแล้วล่ะ จะได้ไม่มาทำแบบนี้กับผมอีก” ขุนศึกพูดแต่หางตาของชายหนุ่มก็มองเคทธีที่กำลังนั่งกอดเอวของแม่ตัวเองอย่างออดอ้อน พร้อมกับทำหน้าเย้ยหยันเขา จนขุนศึกอดหมั่นไส้ไม่ได้
“อย่างนั้นเหรอ ไปหายาทานะลูก เย็นนี้เดี๋ยวมากินข้าวกัน เสียดายหลาน ๆ อยู่กันไม่ครบทุกคน ไม่อย่างนั้นคงได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน” ไลลาบอกอย่างเสียใจ อย่างลูกสาวลูกชายของคาร์เตอร์และยี่หวาก็ติดงานเลยไม่ได้แวะมาที่นี่
“อะไรนะ” ขุนศึกถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ เขาผุดลุกขึ้นมาพร้อมกับประคองหลังบอบบางเอาไว้ แล้วจัดท่าทางให้หญิงสาวลงมานั่งที่โซฟาอีกครั้ง “คะ...คือเคทธีเจ็บท้อง...เหมือนจะคลอดเลยค่ะ” มือน้อยจับที่หน้าท้องกลมกลึง ทำเอาขุนศึกถึงกับใจเต้นแรงด้วยความเป็นห่วง เพราะจริง ๆ แผนที่จะคลอดในอีกหนึ่ง แต่ตอนนี้หญิงสาวสกลับมีอาการเหมือนจะคลอดก่อน “เวรแล้ว...งั้นใส่เสื้อผ้าก่อนนะครับเคทธี” ว่าจบชายหนุ่มก็ทำการสวมเสื้อผ้าให้กับคนตัวเล็ก เพราะตอนนี้เขาต้องพาเธอไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด “ค่ะ...อื้อ...” มือน้อยจับที่หน้าท้องของตัวเองด้วยความเจ็บ “เมื่อกี้พี่โทรบอกแม่ให้มาอยู่เป็นเพื่อนหลานแล้ว เราไปโรงพยาบาลกันนะครับที่รัก” ว่าจบขุนศึกก็จัดการอุ้มคนตัวเล็กเข้ามาในไว้ในอ้อมแขน ซึ่งเคทธีก็โอบรอบต้นคอหนาเอาไว้ “พี่ศึก...อื้อ...เจ็บจังค่ะ” คนตัวเล็กบอกด้วยเสียงแหบพร่าพร้อมกับเหงื่อแตกพลั่กเต็มขมับไปหมด “เคทธี...ไม่เป็นไรนะครับ พี่กำลังจะพาไปหาหมอแล้ว” คนตัวโตถึงกับทำตัวไม่ถูก เนื่องจากลูกสาวอย่างของขวัญคลอดง่ายและตรงตามกำหนดคลอด
“เคทธีมองหน้าพี่นะครับ พี่ไม่โกรธเคทธีเลย” “แล้วถ้าต่อไปเคทธีว่าพี่เยอะกว่านี้ บ่นพี่มากกว่านี้ พี่จะยังรักเคทธีไหมคะ” เธอบอกเสียงเศร้า เพราะด้วยฮอร์โมนคุณแม่ทำให้บางครั้งเธอไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ และอาจจะเผลอไปต่อว่าชายหนุ่มอีก “รักสิครับ รอคนนี้มาตั้งนานแล้ว จะไม่ให้รักได้ยังไง” ขุนศึกจับปลายคางมน จากนั้นชายหนุ่มก็ทำการจุมพิตที่ปากจิ้มลิ้มของเธอเบา ๆ “พี่ศึกทำอะไรคะ เคทธีท้องอยู่นะคะ” เคทธีถึงกับเขินจนหน้าแดงเมื่อขุนศึกเริ่มทำมากกว่าจูบ เมื่อมือหนาทำการเลื่อนมากอบกุมที่อกอวบอิ่มที่ขยายใหญ่กว่าเดิมหลังจากเธอมีลูกคนที่สอง “ไม่ได้เหรอครับ” ชายหนุ่มเลื่อนใบหน้าของตัวเองมาจูบที่ปลายคางมนเบา ๆ จนเคทธีมองลูกสาวลูกชายที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยความกังวลว่าลูกจะตื่นขึ้นมา “แต่ลูกเรา...” “เคทธีก็อย่าเสียงดังสิครับ พี่สัญญาจะทำเบา ๆ ไม่ให้ลูกรู้เลย” ชายหนุ่มบอกอย่างตะล่อมเมียรักเพราะเขาไม่ได้ทำการบ้านกับเคทธีมาเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้ว เนื่องจากหญิงสาวเจ็บท้องบ่อยเพราะลูกเริ่มดิ้น เขาเลยไม่อยากกวน ช่วง
ตอนพิเศษ 4คุณพ่อลูกอ่อน “คุณพ่อ ๆ มาเล่นกับขุนพลหน่อยครับ” เสียงของลูกชายร้องเรียกขุนศึกที่เพิ่งได้นั่งพักบนโซฟา ซึ่งเขาเอียงใบหน้าหล่อเหลาของตัวเองไปที่ลูกชายคนโตที่กำลังวิ่งซนตามประสาเด็กที่กำลังอยู่ในวัยเรียนรู้ “ขุนพล...พ่อขอพักก่อนได้ไหม เมื่อกี้พ่อเพิ่งเปลี่ยนผ้าอ้อมให้น้องไป” ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าการเป็นคุณพ่อมันเหนื่อยขนาดนี้ เขาเริ่มเข้าใจผู้หญิงหลาย ๆ คนแล้วว่าทำไมถึงเหนื่อยและบ่นทุกครั้ง เพราะแค่การเลี้ยงลูกก็หนักหนามากพอแล้ว เมื่อเห็นอย่างนี้ขุนศึกแทบอยากจะจ้างพี่เลี้ยงให้รู้แล้วรู้รอด แต่เคทธีบอกว่าอยากจะเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง “ไม่เอา ๆ คุณพ่อต้องไปเล่นกับขุนพล ขุนพลอยากเล่น ๆ” ลูกชายคนโตบอกอย่างเอาแต่ใจ จนขุนศึกถึงกับกุมขมับของตัวเองแน่น กระทั่งร่างอุ้ยอ้ายของเคทธีเดินเข้ามาหาสามีที่กำลังคุยกับลูกชายแล้วเธอก็ยิ้มออกมา รู้สึกว่าลูกชายคนโตนิสัยเหมือนพ่อเหลือเกิน และยังมีความเอาแต่ใจเหมือนเธอ แต่เธอจะต้องสอนลูกให้ใจเย็นและเข้าใจอะไรมากกว่านี้ เพราะไม่อยากให้โตขึ้นไปกลายเป็นเด็กไม่ดี “ขุนพลลูก...คุณพ่อเพิ่งเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ของขวัญ
สะโพกสอบของชายหนุ่มเริ่มทำการขยับเข้าออกในกายสาวอย่างรุนแรงมากขึ้น จนได้ยินเสียงเนื้อกระทบเนื้อ มือหนาของขุนศึกค้ำยันกับที่นอนหนานุ่ม แล้วมองใบหน้าหวานของเคทธีที่กำลังทำหน้าเสียวซ่าน เธอเซ็กซี่ เธอเร่าร้อนจนเขาหลงจนโงหัวไม่ขึ้นอยู่แล้ว “อ๊ะ...พี่ศึก เสียว” มือหนาจับข้อเท้าเล็ก จากนั้นก็เอามาพาดกับบ่ากว้างข้างทั้งสองข้าง ก่อนที่เขาจะโถมตัวตนเข้าไปใส่ช่องทางรักของเธอ จากนั้นก็กระหน่ำบทรักอย่างรุนแรง จนร่างบอบบางสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกของชายหนุ่ม “อื้อ...พี่ศึก แรงเกินไป” จังหวะที่รัวและแรง ทำเอาเคทธีร้องออกมา แต่มีหรือที่คนอย่างขุนศึกจะหยุดการกระทำของตัวเองของตัวเอง เขายิ่งเร่งเร้า ยิ่งเพิ่มระดับความต้องการของตัวเองมากยิ่งขึ้น และยังไม่ทันที่เคทธีจะได้ไปแตะขอบสวรรค์ ความร้อนผ่าวที่กดย้ำอยู่ในกายสาวก็ถูกถอดถอนออกมา จนคนตัวเล็กชะโงกหน้ามาดู แต่ไม่ทันจะได้ถามอะไรต่อ ขาทั้งสองข้างของเธอก็ถูกมือหนาของขุนศึกลากลงมาที่ปลายเตียง จนผมสวยสยายเต็มเตียงนอน “อุ๊ย ทำอะไรคะ” เสียงหวานร้องทัก แต่ไม่ทันขาดคำ ขุนศึกที่ลงไปยืนปลายเตียง
“ไหวสิ แม่พี่อยากมีหลานเยอะ ๆ เคทธีให้พี่ด้วยนะครับ” ชายหนุ่มบอกด้วยเสียงทุ้มต่ำแล้วทำหน้าวิงวอนคนใต้ร่าง “ถ้าพี่ศึกเลี้ยงไหว เคทธีมีให้ก็ได้ค่ะ” ตอนนี้หญิงสาวใช้วิธีคุมกำเนิดอยู่ มิเช่นนั้นลูกคงวิ่งเล่นเต็มบ้านอยู่ “จริงเหรอครับ” ใบหน้าหล่อเหลาฉีกยิ้มออกมาด้วยความดีใจเมื่อเคทธียอมตามใจ “ค่ะ...ขอบคุณนะคะพี่ศึก” “ขอบคุณอะไรครับ” “ขอบคุณที่ดูเคทธีนะคะ ขอบคุณที่รักเคทธีด้วย” หญิงสาวส่งยิ้มให้ชายหนุ่มจนเขาเองก็ใจเต้นแรงเมื่อเมียรักพูดออดอ้อนอีกแล้ว “เคทธีอ้อนพี่อีกแล้วนะครับ แบบนี้จะไม่ให้พี่รักเคทธีได้ยังไง” “ก็ต้องรักเคทธีเยอะ ๆ สิคะ เคทธีรักพี่ศึกขนาดนี้” “เมียใครน่ารักจัง แบบนี้พี่ไม่ปล่อยให้เคทธีนอนเหงาคนเดียวแน่นอน” ขุนศึกบอกแม้จะรู้ว่างานที่เขาทำต้องออกไปตอนกลางคืน แต่เขาจะรีบเคลียร์งานแล้วรีบกลับมาหาเมียรักให้เร็วที่สุด “อื้อ...” “ส่วนคืนนี้พี่ขอทั้งคืนนะครับ” ชายร่างใหญ่บอกจบเขาก็ใช้มือสากของตัวเองกอบกุมอกอิ่มของเคทธีเอาไว้ จากนั้นเขาก็เคล้นคลึงไปมา จากเบา ๆ กลา
“พี่ศึกแข็งเร็วจังค่ะ” เคทธีบอกแล้วใช้มือบางของตัวเองกอบกุมความยิ่งใหญ่ของชายหนุ่มเอาไว้ แล้วจ้องมองมันด้วยความตื่นตาตื่นใจ จากนั้นเธอก็เงยหน้ามองสามีที่กำลังกัดริมฝีปากของตัวเองแน่นและไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขากำลังเสียวซ่านมากแค่ไหน เพราะปลายนิ้วเล็ก ๆ ของเคทธีถูไถไปมาที่ปลายหยักเพื่อกระตุ้นความต้องการของเขา “เคทธีจ๋า...อย่าแกล้งพี่เลยนะครับ” ขุนศึกบอกด้วยเสียงกระเส่า เมื่อเมียรักกำลังแกล้งเขา “ไม่ได้แกล้งสักหน่อยค่ะ ว่าแต่พี่ศึกชอบแบบนี้ไหมคะ ชอบให้เคทธีทำให้ไหม” “ชะ...ชอบสิ อะไรที่เคทธีทำให้พี่ พี่ชอบหมดครับ” ขุนศึกบอกเสียงตะกุกตะกักเมื่อมือน้อย ๆ ของเคทธีลูบไล้ที่เอ็นร้อนของเขาไปมา “แล้วถ้าแบบนี้ชอบไหมคะ” เสียงหวานบอกอย่างเย้ายวน จากนั้นเคทธีก็ใช้ปากอวบอิ่มของตัวเองอ้าอมความยิ่งใหญ่ จนคนตัวโตถึงกับกระตุกเกร็งอย่างเสียวซ่านทันที “อ๊า...เคทธี” ปากร้อนชื้นของหญิงสาวทำเอาคนตัวเล็กถึงกับนิ่วหน้าเมื่อความซาบซ่านมันเล่นงานเขาเข้าให้แล้ว บ๊วบ!! ปากอวบอิ่มอ้างับท่อนเนื้ออันใหญ่เข้าไปในปาก โดยที่เธอปรายตามองคนที
“อย่างนั้นเหรอ ไปหายาทานะลูก เย็นนี้เดี๋ยวมากินข้าวกัน เสียดายหลาน ๆ อยู่กันไม่ครบทุกคน ไม่อย่างนั้นคงได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน” ไลลาบอกอย่างเสียใจ อย่างลูกสาวลูกชายของคาร์เตอร์และยี่หวาก็ติดงานเลยไม่ได้แวะมาที่นี่ “ไว้วันหลังฉันจะชวนลูก ๆ มา จะมีแค่คาร์ลอสนั่นแหละไม่ว่างกว่าใคร เพราะต
เมื่อไร้ร่างใหญ่ของวินเทอร์ เคทธีก็จะเดินไปเข้าห้องน้ำ แต่ไม่ทันที่เธอจะได้เดินไปไหน มือหนาของใครบางคนก็เอื้อมมาปิดปากของเธอเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เธอร้องแหกปากออกมา “อื้อ!!” ไม่ถึงสองนาที ร่างเล็กของเคทธีก็โดนลากเข้ามาในห้องน้ำ ยังดีที่มันกว้างมากพอให้สามารถอยู่ได้หลายคน มิเช่นนั้นคง
“เคทธียังไม่ได้คิดเรื่องนี้เลยค่ะ” “จิ๊...สนใจรีบบอกพี่เลยนะ ถึงพี่ชายพี่มันจะเถื่อน ๆ ไปบ้าง แต่รับรองพี่วินต้องรักและเอ็นดูเคทธีมากแน่นอน” “ค่ะ...” “งั้นเข้าบ้านกันดีกว่า ทุกคนน่าจะรออยู่แล้ว ส่วนกระเป๋าเอาวางไว้ตรงนี้แหละ” ร่างเล็กของสองสาวเดินเข้า
บทที่ 1เปลี่ยนเป็นคนใหม่ตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมามันค่อย ๆ สอนให้เด็กสาวแรกรุ่นอย่างเคทธีกลายเป็นคนที่เข้มแข็งมากขึ้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสี่ปีก่อน มันทำให้เธอตัดสินใจย้ายไปเรียนต่อต่างประเทศ เพราะอยากจะลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ คราแรกพ่อแทบไม่อยากให้เธอไปเลย เนื่องจากเป็นห่วง และไม่อยากให้ล







