LOGINฉันจะจดจำคำว่า 'เพื่อนร่วมงาน' เก็บล็อกไว้ในส่วนลึกของสมอง ห้ามลืมคำนี้เด็ดขาด!
View More6ลอบฆ่าสัปดาห์ต่อมา...ฟิ้ว~ จึกฉันรีบหันขวับไปมองมีดสั้นที่เฉียดแก้มไปประมาณหนึ่งมิลลิเมตร ที่พึ่งปักลงบนต้นไม้สดๆ ร้อนๆ ฉันเดินตรงไปยังต้นไม้พลันขมวดคิ้วอย่างสงสัย แล้วยกมือไปดึงมีดสีดำออกมาพิจารณามีดสั้นที่ถูกลับคมเป็นอย่างดี ลักษณะคล้ายๆ มีดที่เอาไว้ลอบสังหารศัตรู ในหนังบู๊แอ็กชันอะไรทำนองนั้น ถ้าเกิดฉันเบี่ยงตัวหลบไม่ทันละก็...มีดเล่มนี้ได้ปักลงกลางหน้าผากฉันแทนต้นไม้แน่!‘Nightmare’ฉันพึมพำกับตัวเองหลังจากที่ได้อ่านลายสลักบนมีด ทันใดนั้นความสงสัยก็วิ่งพุ่งเข้ามาในหัวอย่างกะทันหัน“ใครเป็นคนทำ”ว่างเปล่า?ฉันทำการกวาดสายตามองหาบุคคลผิดสังเกต ทว่าไม่มีใครอื่นนอกจากคุณตาขายไส้กรอกหน้าโรงงานผลิตรองเท้าแตะฝั่งตรงข้าม แล้วก็คุณยายขายส้มตำ ถัดจากคุณตาขายไส้กรอกห่างออกไปประมาณร้อยเมตร ดูแล้วท่านสองคนคงไม่มีแรงพอที่จะเขวี้ยงมีดมาได้ไกลขนาดนี้เพื่อคลายข้อสงสัยฉันจะต้องข้ามไปฝั่งตรงข้ามเพื่อหาสาเหตุ แต่เมื่อก้าวขาไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เสียงใสของใครบางคนก็เอ่ยเรียกชื่อฉันขึ้นมา“โนเบล”ฉันกลับหลังหันไปมองเจ้าของเสียงเมื่อครู่ พลันรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าพร้อมคำกล่าวทักทาย “มาริน..
5เฉียวชนคอนโด Jmปึงเสียงประตูห้องปิดลงด้วยการใช้เท้าดันปิดของฉัน ภายในห้องมืดสนิทไอรินคงกลับไปแล้ว“เฮ้อ~”ฉันถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย หลังจากต้องนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่บนถนนเกือบๆ สองชั่วโมง ระยะทางจากหน่วยกลับคอนโดห่างกันแค่ไม่กี่กิโลเมตร แต่ดันใช้เวลาในการเดินทางมากโขราวกับเดินทางไปต่างจังหวัดแป๊กฉันกดเปิดสวิตช์ไฟบนผนังด้านซ้ายอย่างไร้เรี่ยวแรง รู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะแตกออกจากกันเป็นเสี่ยงๆ แม้ปากจะบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรและแข็งแรง ความเป็นจริงแล้วก็โกหกทั้งเพยังไงซะฉันก็เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งฉันตรงเข้าไปในครัวเพื่อหาน้ำดื่มดับกระหายสักหน่อย แล้วก็พบว่าตู้เย็นว่างเปล่า อาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง หรือแม้กระทั่งขนมนมเนยน้ำอัดลมต่างๆ ก็หมดเกลี้ยง แต่ก็ยังดีที่เหลือน้ำเปล่าอยู่ขวดพอประทังความหิวฉันหยิบน้ำเปล่าขวดสุดท้ายออกมาหมุนฝาเปิดแล้วกระดกรวดเดียวจนเหลือครึ่งขวด จากนั้นจึงเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟาหนานุ่มหน้าทีวี ก่อนจะเอ่ยเรียกหาลูกรักด้วยความคิดถึง“ลีโอ~”“...”“ลีโอจ๋า...”“...”“ลีโอ!!!”“…”“ลีโอ! หายไปไหนลูก!” ฉันร้องเรียกชื่อสัตว์เลี้ยงเสียงดังลั่นแต่ก็ไร้
4ไม่เคยเชื่อฟัง“หลับไปนานกว่าทุกครั้งนะ”“กี่วัน?”“ไม่ถึงวันหรอก แต่เกือบน่ะ 23 ชั่วโมงกับอีก 59 นาที” เสียงร้องขี้อ้อนจากเจ้าขนปุย ทำให้หมอสาวที่นั่งอยู่ข้างเตียงต้องเอี้ยวตัวเอามือเข้าไปสัมผัสกับขนนุ่มๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้ “รู้เวลาที่แม่ตื่นเชียวนะ แมวอ้วนตัวนี้เนี่ย”เหมียว~เจ้าขนฟูส่งเสียงอ้อนอีกครั้ง พลางเอาตัวถูไถที่ขาเนียนของหมอสาว ไม่กี่วินาทีก็เดินเอื่อยๆ ออกจากห้องนอน เหลือไว้เพียงหมอไอรินกับฉันที่เป็นเจ้าของห้อง“เธออยู่ที่นี่ตั้งแต่ตอนไหน?”“เวลานี้ของเมื่อวาน” ไอรินตอบขณะเปลี่ยนน้ำเกลือขวดใหม่ “ได้รับสายจากมกราก็รีบมาเลย”“แล้วเขาไปไหน”“ก็คงจะคลุกคลีอยู่ที่สำนักงานนั่นแหละ ไม่น่าถาม...เธอน่าจะเป็นคนที่รู้นิสัยเขาที่สุด”“นั่นสินะ”‘ไอริน’ เธอคือแพทย์สนามประจำองค์กรลับของเรา ฉันไม่เข้าใจทำไมผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอถึงเข้ามารับหน้าที่แพทย์ให้กับจอร์นด้วยก็ไม่รู้ แถมงานที่ทำมันยังเสี่ยงและอันตราย ฉันเคยถามเธอหลายครั้งว่าไม่คิดจะกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลเหมือนเดิมเหรอแต่คำตอบก็เหมือนเดิมทุกครั้งคือ...เบื่อ แถมยังบอกว่าไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเหมือนกับทำงานให้กับองค์กรแต่ด้วยหน
3คลี่คลายปัง~เสียงปืนดังกล้องกังวานไปทั่วบริเวณท่าเรือ ความรู้สึกชาวาบที่หัวไหล่ข้างซ้ายแล่นแปร๊ดขึ้นมา จนฉันต้องยกมือขึ้นมาปิดแผลโดยอัตโนมัติ แต่ยังไม่ทันได้อิดโอดกับความเจ็บของลูกกระสุนที่ปักลงบนไหล่ ไอ้หมีควายมันก็ปี่เข้ามากระชากผมของฉันจนหงายหลัง“มานี่ นังตัวดี!”ฉันใช้จังหวะที่มันกำลังฉุดกระชากลากถูอย่างไม่ปรานี หมุนตัวเข้าประจัญหน้าก่อนจะสืบเท้ายกขึ้นเสยเข้าปลายคางของมันเต็มข้อ เมื่อมันเสียหลักเซถอยกลับไปด้านหลัง ฉันจึงใช้จังหวะนี้กระโดดสับศอกเข้าที่กลางกระหม่อมทำให้มันสลบไปในที่สุด แล้วจึงก้มลงไปหยิบปืนของมันขึ้นมาเล็งไปยังลูกน้องอีกสี่คนใบหน้าของฉันเหยเกขึ้นมาเล็กน้อย เพราะเลือดที่กำลังไหล่ทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก“ไม่เอาน่าสาวน้อย วางปืนลงเถอะ ฉันไม่อยากทำให้สินค้าเสียหายไปมากกว่านี้”ฉันแสยะยิ้มจ้องมองพวกมันด้วยใบหน้าเหยเกนิดหน่อย “ฮ่าย~ จะดูอีกนานมั้ย! เลือดฉันไหลจนจะหมดตัวแล้วเนี่ย”พวกคนร้ายขมวดคิ้วเข้าหากันแทบจะเป็นโบ...คงสงสัยไม่น้อยว่าฉันคุยกับใคร“ใครใช้ให้เธอทำตามใจตัวเอง”“เฮ้อ! ฉันไม่ได้ทำตามใจตัวเอง ช่างเถอะ จัดการบนเรือเสร็จยัง?”“ขอเวลาหนึ่งนาที” ปลายสายตอ





