Masuk“ก็ไม่เชิงหลอกหรอกแก” เอมิกาลดเสียงต่ำลงพลางถอนใจ
“ตอนแรกฉันก็คิดว่าเขาจะแค่อำกันเล่นๆ ตามประสาเพื่อนฝูง แต่ก็เพิ่งมารู้ความจริงทีหลังว่าพี่แทนติดหนี้เพื่อนตั้งห้าล้าน!”
“ฮะ! ห้าล้านเลยเหรอ?” นารีอุทานตาโต
“แล้วเรื่องที่ไปถูกเค้าประมูลพรหมจรรย์ล่ะ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เล่ามาให้หมดเลยนะยัยเอมมี่”
“เดี๋ยวสิ! ใจเย็น... เอาทีละเรื่อง” เอมิกายกมือห้ามเพื่อนที่กำลังตื่นเต้นจนออกนอกหน้า
“ก็ได้ๆ งั้นเอาเรื่องพรหมจรรย์ก่อน เรื่องนี้สำคัญสุด!” นารีตัดสินใจเลือกประเด็นที่สุ่มเสี่ยงและน่าตกใจที่สุดทันที
“เรื่องนั้น... พี่แทนเป็นคนจัดการให้ฉันไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ของเมืองนอก กฎคือต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยันความบริสุทธิ์แนบไปด้วย ฉันก็ทำตามขั้นตอนทุกอย่างจนถึงวันประมูล ซึ่งเราจะถูกหักค่าหัวคิวให้เว็บยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์” เอมิกาหยุดหายใจครู่หนึ่งก่อนจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่ “แต่จุดพีคมันอยู่ตรงที่... คนที่ชนะการประมูลก็คือคุณตุลธร เพื่อนของพี่แทนนั่นแหละ!”
“เฮ้ย! บังเอิญไปไหมแก?”
“ไม่รู้สิ อีกอย่างพี่แทนก็ชิ่งหนีหายไปเลย ทิ้งฉันไว้กับคุณตุลธรสองต่อสอง”
“อ้าว! ทำไมพี่แทนต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะ?” นารีขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ
“ก็เพราะพี่แทนไม่มีเงินใช้หนี้คุณตุลธรน่ะสิ ก็เลยกะจะเอาตัวฉันมาขัดดอก” เอมิกาบอกออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ไม่คิดว่าพี่ชายต่างมารดาจะทำกับเธอถึงเพียงนี้
“แต่ตอนนี้ฉันว่าคงไม่ใช่แค่ขัดดอกแล้วล่ะมั้ง”
“ก็ไม่รู้สิ หนี้ตั้งห้าล้าน จะใช้ยังไงหมดวะ” เอมิกาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเมื่อนึกถึงวินาทีที่ถูกทอดทิ้ง
“และฉันเดาว่าผู้ชายคนนี้คงไม่ธรรมดาแน่ๆ เพราะในคืนที่เจอกัน... ฉันเห็นเขาพกปืนด้วย!”
“โห! แล้วนี่แกรอดมาได้ยังไงวะเนี่ย?” นารีถามด้วยความหวาดเสียวแทนเพื่อนรัก
“รอดมาได้เพราะพรหมจรรย์นั่นแหละ ฉันอ้างเรื่องเงินที่ยังไม่เข้าบัญชีเพื่อถ่วงเวลาไว้ แต่ไม่รู้ว่าจะยื้อไปได้นานแค่ไหน เพราะเขาตามประกบฉันแทบทุกฝีก้าวเลยตอนนี้”
“เฮ้อ... ฉันล่ะเหนื่อยใจแทนแกจริงๆ ว่ะเอมมี่” นารีถอนหายใจยาวพลางลอบมองไปรอบๆ
“เอ้อ! แล้ววันนี้เขาจะมารับแกไหม? ฉันล่ะอยากจะเห็นหน้าพ่อบุญทุ่มคนนี้จริงๆ ว่าจะหล่อหรือโหดขนาดไหน”
“ไม่รู้เหมือนกัน เขาไม่ได้บอกไว้...”
“อะแฮ่ม! คุยอะไรกันอยู่ครับสาวๆ?”
เสียงทุ้มทรงอำนาจที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำเอาสองสาวสะดุ้งสุดตัว เอมิกาใจหายวาบเมื่อจำน้ำเสียงนี้ได้แม่นยำ เธอค่อยๆ หันกลับไปมองก็พบกับร่างสูงใหญ่ของตุลธรที่ยืนกอดอกพิงเสาอยู่ด้วยท่าทางอารมณ์ดี ทว่าแววตาคมกริบที่จ้องมองมานั้นกลับดูราวกับว่าเขาแอบฟังบทสนทนาเมื่อครู่อยู่นานแล้ว!
ฝูงผีเสื้อนับพันดูเหมือนจะบินว่อนอยู่ในท้องของเอมิกา เธอแอ่นกายรับสัมผัสจนหลังไม่ติดพื้นเตียง มือหนาที่แสนซนละจากทรวงอกนุ่มหยุ่นเลื่อนลงมาที่เอวคอด ลูบไล้เพียงชั่วครู่ก่อนจะจัดการรั้งชุดเดรสกระโปรงยาวพร้อมบราเซียร์สีเพลิงออกจากร่างงามอย่างรวดเร็วเพียงพริบตาเดียว เรือนร่างขาวผ่องราวกับสลักจากหินอ่อนชั้นดีก็ปรากฏแก่สายตา หลงเหลือเพียงแพนตี้ตัวจิ๋วที่ปิดกั้นปราการด่านสุดท้ายไว้เพียงหมิ่นเหม่ แสงสลัวจากด้านนอกที่ลอดผ่านม่านหมอกฝนเข้ามา ยิ่งขับเน้นให้ส่วนเว้าส่วนโค้งของภรรยาสาวดูนวลตาและน่ารุกรานยิ่งกว่าเดิม“พี่ตุลขา... เอมมี่อาย” เธอพึมพำเสียงแผ่ว พยายามจะยกมือน้อยๆ ขึ้นปกปิดความงดงาม ทว่ากลับถูกสายตาปรารถนาของสามีสะกดไว้จนเรี่ยวแรงหายไปสิ้น“ไม่ต้องอายครับ... เอมมี่ของพี่สวยที่สุดในโลกเลยรู้ไหม”ตุลธรกระซิบชิดผิวเนื้อที่สั่นระริก ก่อนจะเริ่มบทเรียนบทถัดไปที่จะทำให้เอมิกาต้องจดจำไปชั่วชีวิตแพนตี้ลูกไม้ตัวจิ๋วสีหวานที่ปกปิดความลี้ลับเพียงหมิ่นเหม่ ไม่อาจต้านทานสายตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างลุ่มหลงได้ ตุลธรครางกระหึ่มในลำคอเมื่อเห็นกลีบเนื้ออวบอูมสั่นระริกอยู่ภายใต้ผ้าบางเบา เอมิกาสบตากับส
กรุงลอนดอน...ท้องฟ้าเหนือชายฝั่งทะเลต่างแดนถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกสีเทา สายฝนโปรยปรายลงมาเป็นสายจนมองเห็นทัศนียภาพเบื้องหน้าลิบๆ ทว่าเอมิกากลับไม่ได้สนใจความอ้างว้างนอกหน้าต่างนั้นเลย ร่างบางน้อยในชุดเดรสลูกไม้สีอ่อนกำลังง่วนอยู่กับการตัดกุหลาบสีชมพูและแดงสะพรั่งจากสวนหย่อมเล็กๆ ของบ้านพัก เพื่อนำมาจัดแจกันประดับห้องนอนให้ดูมีชีวิตชีวา เพราะเกือบสองวันแล้วที่ตุลธรต้องปลีกตัวไปเจรจาธุรกิจจนแทบไม่มีเวลาให้เธอ“คืนนี้พี่ขอจัดหนักตามจำนวนดอกกุหลาบในแจกันนะ” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับเสียงเปิดประตู ทำเอาคนที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับเกสรดอกไม้ถึงกับสะดุ้งสุดตัว“พี่ตุล! กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ทำไมเดินเข้ามาเงียบๆ แบบนี้ล่ะ เอมมี่ตกใจหมดเลย” เธอหันไปค้อนขวับให้สามีหนุ่มที่ยืนพิงกรอบประตูด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม“พี่รีบมาบอกข่าวดีกับเอมมี่ไง การเจรจาธุรกิจของพี่เสร็จสิ้นลงแล้ว กลับไปคราวนี้พี่ก็เริ่มส่งของทางเรือให้บริษัทที่นี่ได้ทันที” ตุลธรเดินเข้ามาหาพลางยื่นดอกกุหลาบสีแดงเข้มที่เขาแอบไปเด็ดมาส่งให้เธอ“เอมมี่ดีใจด้วยนะคะที่งานสำเร็จเรียบร้อย” เธอรับดอกไม้มาถือไว้ด้วยรอยยิ้ม“ครับ... เพ
ตุลธรรีบบึ่งรถกลับบ้านทันทีที่ได้รับตั๋วเครื่องบินสำหรับทริปฮันนีมูนจากเลขานุการ หัวใจของเขาพองโตด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ปรนเปรอภรรยาสาวในต่างแดน ทว่าเพียงแค่ก้าวเท้าเข้าสู่ห้องรับแขกและเห็นเอมิกานั่งทำงานจดจ่ออยู่บนโซฟาในชุดนอนตัวบาง ความปรารถนาที่สะสมมาทั้งวันก็พุ่งพล่านขึ้นมาจนยากจะดับ“ทำอะไรอยู่เหรอจ๊ะเอมมี่” เขาเอ่ยทักพลางเดินตรงดิ่งเข้าไปหาด้วยสายตาที่ลุกโชน“กำลังช่วยยัยนาแก้งานวิจัยอยู่ค่ะ”เอมิกายังพูดไม่ทันจบคำ ตุลธรก็โน้มตัวลงฉกชิงริมฝีปากอิ่มด้วยความโหยหา จูบนั้นดุดันและเต็มไปด้วยความคิดถึงจนเธอแทบตั้งตัวไม่ทัน ก่อนที่เขาจะเลื่อนใบหน้าลงไปซุกไซ้และสูดดมกลิ่นกายสาวจากร่องอกอิ่มเข้าเต็มปอด สองมือหนาบีบเคล้นทรวงอกสล้างผ่านเนื้อผ้าอย่างเมามัน“อื้อ! พี่ตุลขา... ไหนวันนี้บอกต้องอยู่เคลียร์งานไงคะ ทำไมกลับเร็วจัง”เธอครางประท้วงพลางยึดบ่าแกร่งไว้แน่น เมื่อเขาเริ่มป้อนยอดอกอวบเต่งเข้าสู่ปากหยัก ความเปียกชื้นจากปลายลิ้นร้ายซึมผ่านบราเซียร์ลูกไม้จนชุ่มโชก ปลุกเร้าอารมณ์รัญจวนให้ตื่นเพริด“พี่เคลียร์เสร็จหมดแล้วจ้ะ... แล้วก็คิดถึงเมียที่สุดจนทนไม่ไหว”ตุลธรจัดการเลิกกระโปรงของเธอขึ
หลายวันต่อมา เอมิกาก็แทบจะสำลักความสุขที่สามีมอบให้ ตุลธรดูแลเธอราวกับไข่ในหิน ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้า กลางวัน หรือมื้อเย็น เขาจะต้องมานั่งทานด้วยไม่เคยขาด และมักจะตบท้ายด้วยเซ็กซ์ที่เร่าร้อนเสมอ ๆ สาเหตุที่ชายหนุ่มเฝ้าประคบประหงมขนาดนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความหึงหวงที่ฝังลึก เขาไม่อยากให้ชายหน้าไหนเข้าใกล้ภรรยา โดยเฉพาะศัตรูหัวใจอย่างณพวุฒิที่เขาจัดให้เป็นบุคคลต้องห้ามอันดับหนึ่ง ในวันหยุดตุลธรก็เป็นสามีสายเปย์ พยายามปรนเปรอเธอด้วยของกินของใช้ เสื้อผ้าแบรนด์ดัง และพาเธอไปเยี่ยมมารดาอยู่บ่อยๆ จนเอมิกาต้องคอยเบรกความใจป้ำของเขาเอาไว้บรรยากาศในห้องนอนยามค่ำคืนเงียบสงบ หลังตุลธรทิ้งตัวลงหนุนตักนุ่มของภรรยาสาวเมื่อจบกิจกรรมรักอันยาวนาน“พี่ตุลขา... เอมมี่ถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ” เธอเอ่ยขึ้นพลางสอดนิ้วเรียวผ่านกลุ่มผมของเขาอย่างเบามือ“ได้สิที่รัก ถามได้ทุกเรื่องเลย” เขาตอบพลางหลับตาพริ้มอย่างเคลิบเคลิ้ม“สัญญานะคะ ว่าจะไม่โกรธเอมมี่”“ไม่แน่นอนครับ... เอมมี่ก็เห็นว่าพี่เคยโกรธเอมมี่จริงๆ จังๆ เสียที่ไหนกัน”“พี่เลิกรากับคุณเจสสิก้าเรียบร้อยหรือยังคะ” คำถามนั้นทำให้ตุลธรลืมตาขึ้นมองใบหน้าหวานที
ตุลธรถอนนิ้วเรียวที่เปียกชุ่มออกมา ก่อนจะส่งเข้าปากตนเองและดูดกลืนน้ำหวานแห่งความปรารถนาอย่างหิวกระหาย สายตาคมกริบที่จ้องมองมานั้นลุกโชนไปด้วยไฟราคะที่ไม่มีทีท่าว่าจะมอดลง สามีหนุ่มโน้มใบหน้าลงสู่เนินเนื้ออวบอูมอีกครั้ง ปลายลิ้นร้อนตวัดเลียน้ำหวานที่รินไหลจนหมดสิ้น เอมิกาหน้าแดงระเรื่อราวกับจะระเบิด เธอพยายามบิดขาหนีด้วยความเขินอายทว่ามือใหญ่กลับล็อกตรึงหน้าขาของเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก“อ่า... พี่ตุล... ยะ... อย่าทำแบบนี้สิคะ”เสียงหวานสั่นสะท้านเอ่ยทัดทานอย่างอ่อนแรง เมื่อเขาส่งเรียวลิ้นที่ห่อเป็นเกลียวจ้วงลึกเข้าไปในช่องทางรักที่คับแคบและบีบรัด สัมผัสที่ช่ำชองทำให้อุณหภูมิในร่างกายของเธอพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว ความร้อนระอุพลุ่งพล่านไปทุกอณูขุมขนตุลธรไม่ฟังคำขอร้อง เขายิ่งส่งลิ้นร้อนรัวเร็วและลึกซึ้งยิ่งขึ้นจนภรรยาสาวดิ้นพล่าน สองมือน้อยกำผ้าปูที่นอนจนยับย่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่โถมเข้าใส่ไม่ยั้ง สะโพกมนหยัดยกขึ้นรับสัมผัสราวกับมีแรงดึงดูด เสียงกรีดร้องหวานหูระเบิดออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่าสามีจอมเผด็จการกลับไม่ยอมให้เธอพัก เขาใช้ทั้งเรียวลิ้นและนิ้วร้ายรุกรานจุดกระสันจนเอม
หนึ่งเดือนต่อมา...วันสำคัญที่รอคอยก็มาถึงในที่สุด พิธีมงคลสมรสระหว่างเอมิกาและตุลธร ถูกจัดขึ้นภายในโรงแรมหรูอย่างสมเกียรติ จนกระทั่งมาถึงงานเลี้ยงฉลองในช่วงค่ำ ณ ห้องบอลรูมสุดหรูของโรงแรมใจกลางกรุง บรรดาญาติพี่น้องของคุณดวงใจต่างมาร่วมแสดงความยินดีด้วยรอยยิ้ม รวมถึงกลุ่มเพื่อนสนิทของบ่าวสาวที่มาสร้างสีสันและคำอวยพรอย่างไม่ขาดสายเอมิกาในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ดูงดงามราวกับเจ้าหญิง จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงพิธีส่งตัว ก็เหลือเพียงญาติผู้ใหญ่และเพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คนที่ร่วมเป็นพยานในนาทีสำคัญ“แม่ฝากเอมมี่ด้วยนะตุล น้องยังเด็ก บางทีก็ดื้อไปบ้าง แต่แม่เชื่อว่าตุลจะดูแลน้องได้ดีที่สุด” คุณดวงใจเอ่ยด้วยน้ำตาแห่งความปิติพลางกุมมือลูกเขยและลูกสาวเข้าด้วยกัน“ผมสัญญาครับแม่... ผมจะรักและดูแลเอมมี่ด้วยชีวิตของผม” ตุลธรตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สายตาที่เขามองเจ้าสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ นั้นเต็มไปด้วยความเทิดทูนและความปรารถนาที่ยากจะซ่อนเร้น“แม่ขอให้ลูกมีความสุขมาก ๆ นะเอมมี่ แล้วก็มีหลานให้แม่เร็ว ๆ นะ” คุณดวงใจอวยพรลูกสาว “ผมจะรีบจัดหลานให้คุณแม่อย่างเร็วที่สุดเลยครับ” ตุลธรยิ้มให้เอมิกาอย่างเจ้า







