ตอนที่ 2 แผลใจ
“เฮ้อ!”
ร่างสวยทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มจนสปริงตัวเด้งคืนแผ่วเบาก่อนจะหยุดนิ่งลง เปลือกตาสวยข่มปิดถอนหายใจออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า ยังดึงตัวเองออกจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไม่ได้เต็มร้อย
ใครมันจะทำใจสบายเหมือนมาเที่ยวพักผ่อนได้หลังจากเพิ่งรู้ว่าแฟนที่คบหากันมาเกือบสิบปีนอกใจไปแอบกินกับเพื่อนสนิทของเขาได้กัน ต่อให้เป็นผู้ชาย มันก็ทำใจไม่ได้หรอก
ความรักสุกงอมหอมหวานมันช่างดึงดูดใจคนเหลือเกิน แต่ความหอมหวานเหล่านั้นมันอยู่ได้ไม่นานหรอก เช่นเดียวกับความสาวความสวยของผู้หญิงก็เหมือนกัน
ยี่สิบหกปี อาจดูเป็นอายุที่กำลังดีอยู่ในวัยเกณฑ์เหมาะแก่การเป็นแม่พันธุ์ของผู้ชายสักคน แต่การหาผู้ชายสักคนที่จะมาเป็นพ่อพันธุ์ที่พอใจมันหาง่ายกันที่ไหนกันเล่า ยิ่งอยู่ในช่วงหัวมีแต่งานอีก อีกสี่ปีไม่รู้จะหาได้ไหม
ครืด!~
ก้างไผ่สะบัดมือเกี่ยวสายกระเป๋าสะพายใบสวยของตัวเองที่ถูกโยนบนเตียงก่อนตามด้วยร่างกายเหนื่อยล้าก่อนหน้านี้มาใกล้ สอดมือล้วงหาเจ้าของเสียงแผดกังวานจนรำคาญขณะที่เปลือกตายังคงปิดสนิท
พ่นถอนหายใจออกมาอีกครั้งทั้งที่ยังคงปิดตา ปัดหน้าจอสะเปะสะปะไม่ใส่ใจ พอได้ยินเสียงสัญญาณรับสายแล้วจึงยกขึ้นแนบหู
“...ฮัลโหล” รออยู่นานคนในสายก็ไม่พูดสักที เดือดร้อนคนอารมณ์ไม่ดีที่ต้องสะบัดเสียงหงุดหงิดถามอีก
‘ทำอะไร’
เสียงผู้ชาย ใคร?
ดวงตากลมเปิดขึ้นมองเพดานโรงแรมด้านบน ยกหูโทรศัพท์ขึ้นมองจอสี่เหลี่ยมดูชื่อเจ้าของสายโทรเข้ามา และก็ต้องดันลิ้นกับกระพุ้งแก้มหงุดหงิดโมโหมากกว่าเดิม เมื่อเห็นว่าสายที่โทรเข้ามาผ่านทางไลน์ คือสายของเพื่อนสนิทอดีตแฟนที่เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นชู้ที่เธอเพิ่งรับรู้สดๆ ร้อนๆ ของเขาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้
มันจะมาเยาะเย้ยเธอไปถึงไหนกัน ยอมหลีกทางให้ผู้ชายสองกอ. กินกันได้แบบสบายๆ แล้วยังไม่เอาอีกเหรอ เธอขอแค่เงินค่าเสียเวลาชีวิตหลายสิบปีแค่ไม่กี่แสนเหรียญดอลลาร์เท่านั้นเอง จะเยาะเย้ยเธอไปทั้งชาติหรือไง!?
‘จะไม่ทบทวนข้อเสนอฉันหน่อยเหรอ สามคนมันสนุกกว่าสองคนนะ’
วิปริต! ไอ้ผู้ชายคนนี้มีความคิดที่โคตรจะวิปริตเลย
ก่อนหน้าที่ก้างไผ่จะออกจากห้องของอดีตแฟนเจอราร์ดก็มาเสนอให้เธอคบกับแดเนียลต่อไปถ้าทำใจเลิกกันไม่ได้ ส่วนเขาก็จะอยู่ในมุมของเขา แต่จะขอแจมร่วมเซ็กซ์นอนเตียงเดียวกันด้วย พูดง่ายๆ คือ จะให้อยู่แบบสามคนผัวเมียนั่นแหละ ซึ่งให้มันน่ะเป็นเมียน้อยอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวในมุมเล็กๆ ของมันไป
แล้วถามว่าเธอเอาไหม เฮอะ! คนสวยและรวยมาก ทายาทบริษัทเครื่องสำอางเจ้าดังของไทยอย่างเธอมีเหรอจะยอมรับข้อเสนอความคิดวิปริตแบบนั้น โนวค่ะ! ตอบได้เต็มปากตั้งแต่อ้าปากถามคำแรกว่า ไม่ โดยไม่ต้องคิดอะไรเยอะเลย
แผลใจยังสดใหม่และยังเจ็บปวดเพราะเป็นแฟนที่รักมาก เป็นรักแรก แฟนคนแรกและอยากจะให้เป็นคนแรกที่กระชากเวอร์จิ้นเธอด้วยก็จริง แต่เรื่องจะให้อยู่กับคนที่ไม่ได้รักเธอด้วยใจจริงๆ หวังใช้ประโยชน์จากสถานะของเธอเท่านั้นไม่ไหวหรอก
“เก็บคำพูดสกปรกๆ ของนายกลับไปซะ กลับไปกินกับผู้ชายของนายโน่นแล้วไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีก รำคาญ!”
ก้างไผ่ตะคอกเสียงใส่คนในสายด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะเป็นคนตัดสายพร้อมทั้งบล็อกไลน์บล็อกช่องทางการติดต่อโซเชียลทั้งแดเนียลและเจอราร์ดทั้งหมด โดยเฉพาะเจ้าของชื่อหลังที่ต้องเช็กให้ชัวร์ว่าบล็อกทุกทางแล้วจริงๆ หรือเปล่า
บอกตามตรง เจอราร์ดเป็นเหมือนเจ้ากรรมนายเวรของเธอ ตามตอแยเธอมากกว่าแดเนียลที่เป็นแฟนกันซะอีก ตามแซะตามเม้นต์ตามโน่นตามนี่จนน่ารำคาญ เมื่อก่อนไม่คิดอะไรแต่ตอนนี้รู้แล้วว่าเพราะอะไร หึ ก็เพราะมันอยากแสดงตัวเปิดตัวให้เธอรู้น่ะสิว่ามันกำลังกินกันอยู่กับแฟนเธอ!
มือถือเครื่องหรูถูกโยนทิ้งบนเตียงไม่สนทิศทางก่อนร่างเพรียวระหงจะขยับกายหย่อนเท้าลงบนพื้น หยัดกายขึ้นยืนเต็มความสูงถอดสเวตเตอร์ไหมพรมคอเต่าสีขาวออก เหลือเพียงเสื้อกล้ามและกางเกงยีนสีเข้มติดกายไว้ เดินเข้าห้องน้ำไปสงบอารมณ์ร้อนกรุ่นด้วยน้ำเย็นๆ
.
.
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา...
ก้างไผ่เดินออกมานอกโถงล็อบบี้ของโรงแรมชื่อดังประจำจังหวัด พ่นลมออกจากปากด้วยความเหน็ดเหนื่อยหลังจากเพิ่งคุยงานกับลูกค้าเสร็จ
หลังกลับจากฝรั่งเศสมาเธอก็โหมทำงานหนักทุกวัน หอบหิ้วเอกสารและตัวอย่างโลชั่นตัวใหม่กลับคอนโดแทบทุกวัน เรียกได้ว่า ทำงานหนักพอๆ กับการหายใจเพื่อมีชีวิตรอดเลยล่ะ
แผลใจจากอดีตแฟนก็ยังคงเหลือร่องรอยเอาไว้ มันยังไม่แห้งสนิท บางครั้งก็ยังนึกหวนไปถามตัวเองคำเดิมซ้ำๆ ว่าทำไม เธอพลาดอะไรตรงไหนไปกันแน่ ทำไมเขาถึงทำแบบนี้กับเธอ
แต่พอต้องย้อนกลับมาตอบคำถามตัวเองอีกครั้งมันก็ยังเป็นคำตอบเดิมก็คือ เขาแค่ต้องการเธอเพื่อหน้าตาตัวเองเท่านั้น ต้องการเธอเพื่อเป็นฉากบังหน้าคำถามมากมายตอนอยู่กับครอบครัวเขาเท่านั้น มันไม่ใช่ความรักจริงๆ ทุกอย่างมันจอมปลอม
“พรุ่งนี้วันหยุดจริงๆ แล้วนะคะคุณก้าง งานทุกอย่างเรียบร้อยเหลือแค่ตัวอย่างจากโรงงานที่จะส่งมาอีกรอบเท่านั้น ทีนี้ก็พักผ่อนได้แล้วนะคะ”
“ก้างก็ไม่ได้ทำงานหนักขนาดนั้นนี่คะ”
ก้างไผ่เผยยิ้มเล็กน้อยบนใบหน้าอ่อนล้าหลังเสียงของเลขาสาวรุ่นพี่ด้านข้างเอ่ยแซวแบบนั้น รับแฟ้มเอกสารจากมือเล็กมาเซ็นแล้วส่งคืน มองข้ามสายตาเป็นห่วงแกมระอาที่จ้องมองมาไป
“มีเวลาก็ไปเที่ยวพักผ่อนบ้างนะคะ หยุดตั้งสามวัน พี่ว่าคุณก้างต้องเบื่อมากแน่ๆ เลยล่ะค่ะ”
“ฮ่าๆๆ ไม่เบื่อขนาดนั้นหรอกค่ะไม่ต้องห่วง พี่ไข่มุกก็รู้ว่าก้างหาเรื่องเก่ง เดี๋ยวก็หาเรื่องให้ตัวเองได้เองนั่นแหละ”
เสียงหวานสดใสกับรอยยิ้มกว้างของก้างไผ่ทำให้เลขาสาวค่อยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกขึ้นมานิดหน่อย ต้องบอกว่านิดหน่อยจริงๆ เพราะก็พอจะรู้เรื่องสภาพหัวใจตอนนี้ของเจ้าสาวคนสวยอยู่ เรื่องแบบนั้นไม่มีใครรักษาแผลใจได้ในเร็ววันหรอก ยิ่งเป็นภาพตำตาขนาดนั้นมันยิ่งไม่มีทาง
แต่ตอนนี้ก็ยังพอเห็นยิ้ม ได้ยินเสียงหัวเราะสดใสนั้นบ้างแล้วหลังจากห่างหายไปหลายวัน แต่แค่นั้นโลกก็ดูสดใสขึ้นเยอะแล้ว
“พี่ไข่มุกกลับเลยก็ได้ค่ะ ตอนนี้ก็เลยเวลาเลิกงานมามากแล้วเดี๋ยวเจ้าอ้วนที่บ้านจะงอแงเอานะคะ” เจ้าอ้วนที่ว่าคือลูกสาวตัวน้อยวัยกำลังกินของเลขาเธอเอง เจ้าอ้วนกลมปุ๊กปิ๊กน่ารักน่าชัง
“งั้นพี่กลับเลยนะคะ คุณก้างจะกลับคอนโดด้วยเลยไหมคะหรือวันนี้จะกลับบ้านใหญ่กัน”
“ก้างว่าจะกลับบ้านใหญ่ค่ะ ป๋ากับแม่ถามหาทุกวันจนขี้เกียจฟังแล้ว แต่ก็คงต้องดูอีกทีว่าจะค้างหรือเปล่า พี่ไข่มุกกลับก่อนเลยก็ได้ค่ะ”
“โอเคค่ะ งั้นพี่กลับก่อนนะคะ”
“ค่ะ” รอยยิ้มหวานส่งให้เลขาสาวรุ่นพี่ ยกมือโบกลาเล็กน้อยมองตามร่างเล็กกว่าตัวเองเดินออกห่างไป ขณะที่เธอยังยืนอยู่ตำแหน่งเดิม
ก้างไผ่ถอนหายใจเบาๆ กวาดตามองรอบโถงกว้างราวกับคนที่ทะลุมาอีกมิติหนึ่งแบบฉับพลันเหมือนในละครซีรีส์ ทุกอย่างมันดูแปลกหน้าไปหมดทั้งที่เธอก็มาโรงแรมนี้ออกจะบ่อย
MoonShine hotel ลูกค้าสายเครื่องอาบเครื่องหอมต่างๆ ประจำบริษัทที่ร่วมงานกันมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษจนถึงปัจจุบัน แต่เอาจริงๆ เธอก็ยังไม่เคยเจอหน้าผู้บริหารคนใหม่ของเขาเลย จำได้ว่าเคยเจอกันแค่ตอนที่ยังเด็กมากๆ จนตอนนี้ถ้าเจออีกครั้งก็คงจำหน้าไม่ได้แล้ว
“ขอบคุณครับ โอกาสหน้าเรียกใช้บริการใหม่ได้นะครับสำหรับคนสวยๆ อย่างคุณเดือนผมว่างเสมอ”
ก้างไผ่หลุดออกจากภวังค์ความคิดเพราะเสียงพูดคุยของชายหญิงคู่หนึ่งที่ออกจากลิฟต์ ผ่านหน้าเดินออกไปหน้าโรงแรมพร้อมกัน ท่าทีกะหนุงกะหนิงเอาใจของผู้ชายร่างสูงโปร่งกำยำในชุดเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนสีอ่อนทำให้เธอคิดเป็นอื่นไปไม่ได้เลยนอกจากอาชีพนิยมในหมู่คนบางกลุ่มอย่างพวกเด็กเสี่ย แต่แค่พลิกเปลี่ยนกันในรูปแบบของผู้ชายเท่านั้น
ด้วยการอยู่เมืองนอกเมืองนามาตั้งแต่อายุสิบหก และแทบจะนับเป็นบ้านหลังที่สองของตัวเองเพราะไม่ได้กลับบ้านเลยมันทำให้เธอมองโลกค่อนข้างกว้าง เรื่องเพศเรื่องเซ็กซ์เป็นเรื่องปกติมากๆ ไม่ได้หลบอยู่ในกรอบที่ต้องสงวนเนื้อตัวไว้ในคืนเข้าหอ และก็นั่น มันก็วกกลับมาเรื่องของตัวเองอีกจนได้
“เลิกคิดสักที ผู้ชายดีๆ ยังเหลือเต็มโลกถ้าไม่แก่ตายก็ต้องเจอคู่ตัวเองสักวันนั่นแหละ” เป็นคำปลอบของเพื่อนสาวที่ยกเอามาเน้นย้ำตัวเองทุกวันจนจำขึ้นสมองไปแล้ว แต่เพราะหัวใจมันไม่รักดีจดจำด้วยไงเลยเอาแต่คิดถึงเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ อยู่แบบนี้!
เท้าเรียวเล็กในรองเท้าคัชชูส้นสูงหุ้มส้นหันเดินออกจากตึกสูงบ้าง เว้นระยะห่างจากสองชายหญิงที่เสียมารยาทแอบยืนมองและคิดเรื่องไร้มารยาทในหัวไปด้วยเล็กน้อย
จนกระทั่งก้าวข้ามผ่านขอบประตูหมุนอัตโนมัติ หันมองตามรถหรูที่กำลังเคลื่อนผ่านหน้าไปช้าๆ และก็ต้องสะดุดตากับชายหนุ่มคนเดิมที่ยังคงฉีกยิ้มกว้างโบกมือให้ท้ายรถจนกระทั่งเครื่องยนต์คันนั้นขับออกไปไกล
ก้างไผ่กวาดตาสำรวจใบหน้าหล่อเหลาของ ผู้ชายขายน้ำ อย่างถือวิสาสะ เอาดีๆ หน้าตาก็สะอาดสะอ้านเหมือนพวกผู้ดีใช้ได้เลยนะ แต่งตัวก็ดูดีมีภูมิฐาน ไม่แปลกใจที่จะมีผู้หญิงให้ความสนใจแบบนี้
ถ้าให้ซื้อกินเล่นๆ ก็คงพอได้อยู่แต่หากจะให้ยกเป็นคนสำคัญคนสเปคสายฝอ. อย่างเธอคงต้องขอบาย
ว่าแต่... ซื้อกินเล่นๆ เหรอ คิดได้ไง พูดเหมือนเคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่ความจริงคือมากสุดแค่นั่งดูสื่อสอนเซ็กซ์ด้วยตัวเองในมือถือเท่านั้น แม้แต่จูบดูดดื่มยังไม่เคยเลย
“ครับ?”
เปลือกตาสวยกะพริบสองครั้งทันทีที่เสียงทุ้มเข้มดังขึ้นใกล้ๆ และเธอก็ต้องผงะถอยหลังสองก้าวแทบทันทีที่สติคืนกลับ เพราะคนที่ยืนจ้องสำรวจใบหน้าร่างกายเขาอย่างไร้มารยาทตอนนี้มายืนใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของผู้ชายโชยมาเตะจมูกเล่น
แต่น้ำหอมกลิ่นนี้ก็แพงใช่ย่อยเลยนะ สงสัยคงกอบโกยมาเยอะ
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ เห็นจ้องหน้าผมนานละ”
คราวนี้เสียงที่เอ่ยถามเข้มกว่าเดิม เรียวลิ้นตวัดเลียริมฝีปากเร็วๆ ก่อนจะไปจุกดุนมุมปากยืนเท้าเอวจ้องหน้าย่นคิ้วนิดๆ คล้ายพวกนักเลงชอบหาเรื่องคนไปทั่ว
ได้ยินเสียงถอนหายใจเสียงดังหลุดออกมาเมื่อเห็นว่าเธอยังไม่ยอมตอบคำถามที่เขาอาจตั้งมาสอง สาม หรือสี่ครั้งคงได้ บ่นพึมพำงึมงำคนเดียวแล้วก็เดินกลับเข้าไปในโรงแรม พร้อมสะบัดหัวไปมาคล้ายคนหัวเสียหงุดหงิด แต่จะมาหงุดหงิดเธอทำไม?
“บ้าป่ะ?” ก้างไผ่มุ่นคิ้วว่าให้ตามหลัง ไม่รู้จักกันแต่มาสบถใส่เธอไม่พอยังมาทำท่าหงุดหงิดใส่อีก ไม่บ้าก็ไม่รู้จะพูดว่าไงแล้ว
แต่ก็นะ หรือเพราะเธอไปจ้องหน้าเขาก่อนเลยมีเรื่องราวพวกนี้ตามมา เฮ้อ... ช่างเถอะๆ จะปัญหาใครก็ช่างขออย่าเดินกลับมาตบหัวเธอคว่ำก็พอแล้ว
.
.
.