LOGIN
ณ โรงพยาบาลประจำอำเภอที่ห่างออกไปไม่ถึงสิบกิโลเมตร แก้วใสเปิดประตูเข้าไปในห้องผู้ป่วยพิเศษ ร่างกายที่เพิ่งผ่านการอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณมาอย่างหนักหน่วงรู้สึกสดชื่นขึ้นมาก เธออยู่ในชุดเสื้อยืดสีพื้นเรียบๆ กับกางเกงยีนส์ขาสบาย ดูแตกต่างจากลุคของ เคทตี้ Krystal Clear ที่เธอมักจะแสดงออกให้ผู้อื่นเห็น
"ย่าจ๋าเป็นยังไงบ้าง" เธอก้าวเข้าไปนั่งลงข้างเตียง จับมือเหี่ยวย่นของคุณย่าขึ้นมากุมไว้อย่างแผ่วเบา
"โอ๊ยค่อยยังชั่วแล้วหล่า" หญิงชราตอบเสียงแผ่ว แต่ดวงตายังคงทอประกายแห่งความยินดีที่ได้เห็นหน้าหลานสาว "เห็นหน้าแก้ว ย่าก็มีแฮงขึ้นมาแล้ว"
"แม่บอกว่าย่าบ่นหาแก้วใหญ่เลยนะ"
"ก็คิดฮอดนั่นล่ะ"
ผู้เป็นแม่ที่นั่งอยู่อีกฝั่งของเตียงคลี่ยิ้มอ่อนโยน "วันนี้คนมาเยี่ยมย่าเยอะเลยนะแก้ว ขนาดปลัดอำนาจ ลูกชายผู้ใหญ่บ้านเขายังอุตส่าห์แวะมาเยี่ยมเลยนะลูก เขาเป็นคนดี๊ดีน้ำใจงาม"
แก้วใสสัมผัสได้ถึงนัยบางอย่างในประโยคนั้นได้ในทันทีการปูทางสู่การจับคู่ที่เธอแสนจะเอือมระอา "อ๋อค่ะ" เธอตอบรับเพียงสั้นๆ พลางกรอกตาขึ้นฟ้าอย่างระอาใจในจังหวะที่แม่เผลอหันไปทางอื่น
ก๊อกๆๆ
ยังไม่ทันที่บทสนทนาจะดำเนินต่อไป เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นก็เรียกความสนใจของทุกคนในห้อง ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีกากีสะอาดสะอ้านก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มสุภาพและกระเช้าผลไม้ขนาดใหญ่
"สวัสดีครับคุณป้า สวัสดีครับคุณย่า" เขายกมือไหว้ผู้ใหญทั้งสองอย่างนอบน้อม "ผมเอาผลไม้มาเยี่ยมครับ"
"โอ๊ย! ลำบากแท้ๆ เลยพ่อปลัด" แม่ของเธอรีบลุกขึ้นรับของอย่างเกรงใจ "มาเยี่ยมแต่เช้าแล้วรอบหนึ่ง ตอนบ่ายยังจะมาอีก"
ปลัดอำนาจคลี่ยิ้ม "พอดีผมเสร็จธุระแถวนี้พอดี เลยแวะเข้ามาดูอาการคุณย่าอีกรอบครับ อ้าว" แล้วสายตาของเขาก็หยุดลงที่แก้วใส "น้องแก้วใช่ไหมครับ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"
แก้วใสจำใจยกมือไหว้เขาตามมารยาท "สวัสดีค่ะพี่อำนาจ"
บทสนทนาหลังจากนั้นเต็มไปด้วยความราบรื่นปลัดอำนาจถามไถ่อาการของคุณย่าด้วยความใส่ใจ คุณย่าของเธอก็ดูจะถูกอกถูกใจชายหนุ่มคนนี้เป็นพิเศษ ตอบคำถามพลางส่งยิ้มให้ไม่หยุด ผิดกับหลานสาวที่นั่งฟังเงียบๆ คอยตอบคำถามเกี่ยวกับชีวิตในกรุงเทพฯ ที่ถูกส่งผ่านมาทางแม่บ้างเป็นครั้งคราว
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ปลัดอำนาจก็ยกนาฬิกาขึ้นดู "คงต้องขอตัวก่อนนะครับคุณย่า เดี๋ยวต้องเข้าไปเคลียร์งานที่อำเภอต่อ"
"จ้าๆ พ่อคุณ ขอบใจหลายๆ เด้อที่มาเยี่ยม"
"แก้ว!" ทันทีที่ปลัดหนุ่มกำลังจะหันหลังกลับ เสียงของผู้เป็นแม่ก็ดังขึ้น "แม่ว่าจะกลับบ้านไปทำกับข้าวพอดี เอ็งก็กลับพร้อมพี่เขาไปเลยสิลูก จะได้ไม่ต้องลำบากเรียกวิน"
ดวงตาของแก้วใสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหรี่ลงแล้วตวัดมองไปยังผู้เป็นแม่เป็นเชิงคาดโทษ แต่คนเป็นแม่กลับทำเป็นมองไม่เห็นสายตานั้น ยิ้มหวานส่งให้ปลัดอำนาจ "รบกวนหน่อยนะคะพ่อปลัด พอดีบ้านเราเป็นทางผ่านพอดี"
"ไม่รบกวนเลยครับ ด้วยความยินดีอย่างยิ่งเลยครับคุณป้า"
และแล้วแก้วใสก็พบว่าตัวเองถูกมัดมือชกให้นั่งมาอยู่บนเบาะข้างคนขับของรถกระบะสี่ประตูโตโยต้ารุ่นใหม่เอี่ยมที่ภายในสะอาดสะอ้านราวกับเพิ่งออกจากโชว์รูม
"ไม่เจอกันนานมากเลยนะครับน้องแก้ว" ปลัดอำนาจเริ่มบทสนทนาขณะที่รถเคลื่อนตัวออกจากโรงพยาบาล "ตั้งแต่จบ ม.6 ไปก็ไม่ได้ข่าวอีกเลย ไปอยู่กรุงเทพฯ คงสบายดีนะครับ"
"ก็ดีค่ะ เรื่อยๆ" เธอตอบสั้นๆ สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง
"เห็นคุณป้าเล่าให้ฟังว่าทำงานเก่งมาก เป็นคนดังในอินเทอร์เน็ตเลย พี่ก็ไม่ค่อยได้ติดตามเท่าไหร่"
แก้วใสได้แต่ยิ้มรับบางๆ ในใจก็นับหนึ่งถึงร้อย รอให้ถึงบ้านเร็วๆ เธอไม่ได้รังเกียจปลัดอำนาจ เขาเป็นคนสุภาพและดูเป็นผู้ชายที่ดีดีเกินไปดีจนน่าเบื่อ และดีจนทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนละสปีชีส์กับเขา
รถเลี้ยวออกจากประตูโรงพยาบาลมาได้ไม่ไกลนักตรงโค้งหักศอกที่ร่มครึ้มไปด้วยต้นจามจุรีใหญ่สายตาของเธอก็ถูกตรึงไว้กับร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งที่ยืนพิงรถกระบะฟอร์ดสีดำสนิทคันใหญ่อยู่ข้างทาง
หัวใจของเธอกระตุกวูบแล้วหล่นลงไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม
เฮียวายุ!
เขาสวมเพียงเสื้อยืดสีเทาเข้มกับกางเกงยีนส์เก่าๆ เส้นผมที่เปียกหมาดๆ บ่งบอกว่าเพิ่งผ่านการอาบน้ำมาไม่นาน ในมือของเขาหิ้วถุงพลาสติกเล็กๆ ที่มีกระปุกอะไรบางอย่างอยู่ข้างในและสายตาคมกริบคู่นั้นก็กำลังจ้องมองตรงมาที่รถของปลัดอำนาจมองทะลุผ่านกระจกเข้ามาสบตากับเธอพอดิบพอดี แววตาเรียบเฉยที่อ่านไม่ออก แต่กลับแฝงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาล ราวกับพญาราชสีห์ที่จับจ้องผู้บุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของตน
เวลาเพียงเสี้ยววินาทีที่รถเคลื่อนผ่านกลับยาวนานราวกับชั่วนิรันดร์ แก้วใสรู้สึกเหมือนลมหายใจของตัวเองถูกกระชากหายไป
“ให้ตายสิ ทำไมถึงบังเอิญขนาดนี้นะ”
ณ โรงพยาบาลประจำอำเภอที่ห่างออกไปไม่ถึงสิบกิโลเมตร แก้วใสเปิดประตูเข้าไปในห้องผู้ป่วยพิเศษ ร่างกายที่เพิ่งผ่านการอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณมาอย่างหนักหน่วงรู้สึกสดชื่นขึ้นมาก เธออยู่ในชุดเสื้อยืดสีพื้นเรียบๆ กับกางเกงยีนส์ขาสบาย ดูแตกต่างจากลุคของ เคทตี้ Krystal Clear ที่เธอมักจะแสดงออกให้ผู้อื่นเห็น"ย่าจ๋าเป็นยังไงบ้าง" เธอก้าวเข้าไปนั่งลงข้างเตียง จับมือเหี่ยวย่นของคุณย่าขึ้นมากุมไว้อย่างแผ่วเบา"โอ๊ยค่อยยังชั่วแล้วหล่า" หญิงชราตอบเสียงแผ่ว แต่ดวงตายังคงทอประกายแห่งความยินดีที่ได้เห็นหน้าหลานสาว "เห็นหน้าแก้ว ย่าก็มีแฮงขึ้นมาแล้ว""แม่บอกว่าย่าบ่นหาแก้วใหญ่เลยนะ""ก็คิดฮอดนั่นล่ะ"ผู้เป็นแม่ที่นั่งอยู่อีกฝั่งของเตียงคลี่ยิ้มอ่อนโยน "วันนี้คนมาเยี่ยมย่าเยอะเลยนะแก้ว ขนาดปลัดอำนาจ ลูกชายผู้ใหญ่บ้านเขายังอุตส่าห์แวะมาเยี่ยมเลยนะลูก เขาเป็นคนดี๊ดีน้ำใจงาม"แก้วใสสัมผัสได้ถึงนัยบางอย่างในประโยคนั้นได้ในทันทีการปูทางสู่การจับคู่ที่เธอแสนจะเอือมระอา "อ๋อค่ะ" เธอตอบรับเพียงสั้นๆ พลางกรอกตาขึ้นฟ้าอย่างระอาใจในจังหวะที่แม่เผลอหันไปทางอื่นก๊อกๆๆยังไม่ทันที่บทสนทนาจะดำเนินต่อไป เสียงเคาะประตูที่ดังข
จังหวะกระแทกกระทั้นของร่างกายที่บดเบียดเข้าหากันบนเตียงเหล็กเก่าๆ ซึ่งส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดในทุกครั้งที่ขยับเคลื่อนไหว กลิ่นแป้งฝุ่นราคาถูกผสมกับกลิ่นเหงื่อของสตรีเพศที่อยู่ใต้ร่าง คลุ้งปะปนไปกับกลิ่นน้ำมันเครื่องและไอเหล็กจางๆ ที่ติดอยู่บนผิวกายของเขาจนกลายเป็นกลิ่นเฉพาะตัว ร่างแกร่งกระตุกเกร็งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะผ่อนลมหายใจพรืดออกมาอย่างหนักหน่วง เสียงหอบกระเส่าของหญิงสาวนิรนามที่ข้างหูค่อยๆ แผ่วลงพร้อมกับแรงกอดรัดที่คลายออก วายุพลิกร่างลงนอนหงายข้างๆ ดวงตาคมกริบจ้องมองเพดานสังกะสีของห้องพักชั้นบนที่ทำขึ้นอย่างลวกๆ เหนืออู่ซ่อมรถของตนเอง "เฮียขา" เสียงหวานที่พย่าามจะออดอ้อนดังขึ้นข้างกาย "…" เขาไม่ตอบ เพียงแต่ลุกขึ้นนั่ง เอื้อมมือไปคว้ากางเกงยีนส์ทำงานตัวเก่าที่กองอยู่ปลายเตียงขึ้นมาสวมใส่อย่างรวดเร็ว แผ่นหลังกว้างเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและรอยสักรูปมังกรที่เลื้อยพันจากหัวไหล่ข้างหนึ่งไปยังกลางแผ่นหลัง "จะไปแล้วเหรอคะอยู่คุยกันก่อนสิ" วายุหันกลับมามอง เรือนร่างเปลือยเปล่าที่พย่าามจะยั่วยวนบนเตียงนั้นไม่ได้กระตุ้นอารมณ์ใดๆ ในตัวเขาเขาส่งเสียง "อืม" ในลำคอเป็นคำตอบ ก่อนจะเ
เครื่องบินลดระดับลงต่ำเสียจนแก้วใสสามารถมองเห็นยอดต้นตาลที่ยืนทะนงอยู่กลางผืนนาได้ วงล้อแตะพื้นรันเวย์ของสนามบินWelcome to Udonthani ร่างระหงในชุดเดรสผ้าสีขาวบริสุทธิ์ของแบรนด์ดังก็ต้องมาเผชิญกับไอร้อนระอุที่แผ่ซ่านจากพื้นปูนของสถานีขนส่ง ร่างกายที่คุ้นชินกับเครื่องปรับอากาศตลอดเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงถึงกับสะท้าน เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมและขมับทันทีรถโดยสารประจำทางสีแดงเลือดหมูคันเก่าคร่ำคร่าจอดเทียบท่า เสียงเครื่องยนต์ดังสนั่นแก้วใสถอนหายใจยาว ก่อนจะก้าวขึ้นไปอย่างทุลักทุเลพร้อมกับกระเป๋าเดินทางหลุยส์ วิตตองใบใหญ่ที่ดูแปลกแยกจากทุกสิ่งรอบตัว กลิ่นน้ำมันดีเซลผสมกับกลิ่นเหงื่อไคลและฝุ่นคลุ้งตลบอบอวลจนเธอต้องยกหลังมือขึ้นมาปิดจมูกรถเคลื่อนตัวออกจากชานชาลาอย่างเชื่องช้า ภาพสองข้างทางเริ่มเปลี่ยนจากตึกแถวเป็นบ้านไม้ จากถนนลาดยางเป็นถนนคอนกรีต และในที่สุดก็เข้าสู่ถนนลูกรังสีแดงฉานสุดสายป้ายรถเมล์คือศาลารอรถเก่าๆ กลางสามแยกที่ไร้ซึ่งวี่แววของรถรับจ้าง จะมีก็แต่ร่างของชายชราผิวคล้ำแดดคนหนึ่งที่กำลังนั่งสานตอกอยู่ใต้ร่มเงาของต้นโพธิ์ใหญ่"ลุงชม!" แก้วใสตะโกนเรียกอย่างมีความหวัง
"เอาล่ะค่ะทุกคน! และนี่ก็คือฟินิชลุคที่เคทตี้แต่งให้ดูในวันนี้ฉ่ำมงลงสมคำร่ำลือมั้ยค้า!"เสียงหวานใสเจือความออดอ้อนนิดๆ ดังออกมาจากริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำแบรนด์ดัง แก้วใส หรือในชื่อที่ผู้ติดตามกว่าห้าล้านคนรู้จักกันดี เคทตี้ Krystal Clear กำลังจีบปากจีบคอส่งจูบผ่านกล้องสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางคอนโดหรูใจกลางกรุงเทพฯแสงไฟจากสปอตไลท์วงแหวนสะท้อนในดวงตาคมสวยที่กรีดอายไลเนอร์เฉี่ยวกริบ ทำให้เธอดูเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบราคาแพงที่ใครก็อยากครอบครองคอมเมนต์ในไลฟ์สดไหลรัวเร็วเป็นสายน้ำสวยมากแม่!ลุคนี้ปังมากค่ะซิสสสส FC พี่เคทตี้ค่า กดหัวใจให้รัวๆ เปย์สติกเกอร์ให้แล้วนะค้าคนสวยแก้วใสยิ้มรับอย่างเป็นธรรมชาติ สมองประมวลผลอ่านคอมเมนต์ที่น่าสนใจไปพร้อมกับขอบคุณของขวัญและสติกเกอร์ที่แฟนคลับส่งมาให้ไม่ขาดสาย นี่คือชีวิตของเธอในปัจจุบัน อินฟลูเอนเซอร์เบอร์ต้นๆ ของประเทศ ที่แค่ขยับตัวก็เป็นเงินเป็นทอง แค่หยิบจับสินค้าอะไรก็แทบจะ Sold Out ในข้ามคืน"วันนี้ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาดูไลฟ์กันนะคะ ใครอยากให้เคทตี้ลองเครื่องสำอางตัวไหน หรืออยากให้ทำคอนเทนต์อะไรอี







