Share

สาวน้อยปากจัด

Author: Twomeow
last update publish date: 2026-03-19 15:39:52

เครื่องบินลดระดับลงต่ำเสียจนแก้วใสสามารถมองเห็นยอดต้นตาลที่ยืนทะนงอยู่กลางผืนนาได้

วงล้อแตะพื้นรันเวย์ของสนามบิน

Welcome to Udonthani ร่างระหงในชุดเดรสผ้าสีขาวบริสุทธิ์ของแบรนด์ดังก็ต้องมาเผชิญกับไอร้อนระอุที่แผ่ซ่านจากพื้นปูนของสถานีขนส่ง ร่างกายที่คุ้นชินกับเครื่องปรับอากาศตลอดเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงถึงกับสะท้าน เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมและขมับทันที

รถโดยสารประจำทางสีแดงเลือดหมูคันเก่าคร่ำคร่าจอดเทียบท่า เสียงเครื่องยนต์ดังสนั่น

แก้วใสถอนหายใจยาว ก่อนจะก้าวขึ้นไปอย่างทุลักทุเลพร้อมกับกระเป๋าเดินทางหลุยส์ วิตตองใบใหญ่ที่ดูแปลกแยกจากทุกสิ่งรอบตัว กลิ่นน้ำมันดีเซลผสมกับกลิ่นเหงื่อไคลและฝุ่นคลุ้งตลบอบอวลจนเธอต้องยกหลังมือขึ้นมาปิดจมูก

รถเคลื่อนตัวออกจากชานชาลาอย่างเชื่องช้า ภาพสองข้างทางเริ่มเปลี่ยนจากตึกแถวเป็นบ้านไม้ จากถนนลาดยางเป็นถนนคอนกรีต และในที่สุดก็เข้าสู่ถนนลูกรังสีแดงฉาน

สุดสายป้ายรถเมล์คือศาลารอรถเก่าๆ กลางสามแยกที่ไร้ซึ่งวี่แววของรถรับจ้าง จะมีก็แต่ร่างของชายชราผิวคล้ำแดดคนหนึ่งที่กำลังนั่งสานตอกอยู่ใต้ร่มเงาของต้นโพธิ์ใหญ่

"ลุงชม!" แก้วใสตะโกนเรียกอย่างมีความหวัง

ชายชราเงยหน้าขึ้น หรี่ตามอง ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันที่หลอไปหลายซี่ "อ้าว! อีหล่าแก้ว! แม่นบ่นี่ งามจนลุงจำแทบบ่ได้ มาๆๆ กำลังสิเข้าบ้านพอดี ขึ้นรถมานำกันเลย"

รถที่ลุงชมว่า คือรถไถนาเดินตามที่ถูกดัดแปลงต่อเติมกระบะพ่วงท้าย หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า รถอีแต๋น

แก้วใสมองยานพาหนะตรงหน้าสลับกับกระเป๋าเดินทางราคาเฉียดแสนของตัวเองแล้วก็ได้แต่กลืนน้ำลายลงคอ แต่ทางเลือกอื่นไม่มีอีกแล้ว เธอจึงจำใจปีนขึ้นไปนั่งบนแผ่นไม้อย่างทุลักทุเล วางกระเป๋าแบรนด์เนมไว้ข้างกายอย่างหวงแหน

เสียงเครื่องยนต์ดัง

ตั่กๆๆๆๆ

ก้องไปทั่วท้องทุ่ง สรรพางค์กายของหญิงสาวสั่นสะเทือนไปตามจังหวะกระแทกกระทั้นของถนนลูกรัง ผมที่ม้วนเป็นลอนสวยงามจากซาลอนชื่อดัง บัดนี้ถูกลมร้อนตีจนยุ่งเหยิง เดรสสีขาวบริสุทธิ์ก็เริ่มมีฝุ่นแดงจับเป็นดวงๆ

"ทนเอาหน่อยเด้ออีหล่า อีกบ่ไกลกะฮอดแล้ว!" ลุงชมตะโกนแข่งกับเสียงเครื่องยนต์

แก้วใสได้แต่พยักหน้ารับ พลางหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูอย่างเหม่อลอย ไม่มีสัญญาณแน่นอนอยู่แล้ว บนหน้าจอปรากฏภาพสุดท้ายที่เธอบันทึกไว้ เป็นภาพตัวเองในกระจก ลุคสวยไร้ที่ติก่อนออกจากคอนโด เธอมองภาพนั้นแล้วก็ได้แต่แค่นยิ้มให้ชะตากรรมของตัวเอง

ทันใดนั้นเอง รถไถก็ชะลอความเร็วลงจนเกือบหยุดนิ่ง เบื้องหน้าของพวกเขาคือเจ้าถิ่น ฝูงกระบือสีดำกว่าสิบตัวกำลังเดินทอดน่องอย่างสบายอารมณ์อยู่กลางถนน บางตัวหยุดเล็มหญ้าข้างทาง บางตัวก็หันมามองด้วยดวงตาปรอยๆ ราวกับจะถามว่า "รีบไปไส"

"เอ้าถ่าเพิ่นก่อนเด้อคุณนาย" ลุงชมพูดติดตลก

แก้วใสได้แต่ถอนหายใจ เธอเอนหลังพิงขอบกระบะอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปพร้อมกับฝีเท้าอันเชื่องช้าของฝูงกระบือ แดดยามบ่ายเริ่มอ่อนลง

ฝูงกระบือค่อยๆ เดินพ้นไปทีละตัวสองตัว ทิ้งไว้เพียงของที่ระลึก เป็นหย่อมๆ บนพื้นถนนลูกรัง

เมื่อเห็นว่าทางสะดวกแล้ว ลุงชมจึงเร่งเครื่องยนต์อีกครั้ง รถไถพุ่งทะยานไปข้างหน้า

แผละ!

ล้อเหล็กขนาดใหญ่บดขยี้ลงบน กับระเบิดสดใหม่ที่หนึ่งในเจ้าถิ่นเพิ่งปล่อยทิ้งไว้เต็มๆ แรงอัดส่งผลให้วัตถุสีเขียวอมน้ำตาลอุ่นจัดลอยคว้าง

เวลาคล้ายจะหยุดหมุน

ดวงตาของแก้วใสเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เธอเห็นมวลสารนั้นลอยเข้ามาใกล้ใกล้และใกล้เข้ามา

แปะ!

ความอุ่นชื้นและกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ปะทะเข้าที่ข้างแก้มและไหล่ขวาของเธออย่างจัง

"…“

แก้วใสค่อยๆ ก้มลงมองสภาพของตัวเองแล้วก็

"กรี๊ดดดดด!"

เสียงกรีดร้องโหยหวนของอินฟลูเอนเซอร์สาวดังก้องไปทั่วท้องทุ่ง ปลุกให้นกกาที่เกาะอยู่ตามยอดไม้บินแตกฮือขึ้นสู่ท้องฟ้า

ลุงชมหันขวับมามองด้วยความตกใจ ก่อนจะเห็นสภาพของเธอแล้วอ้าปากค้าง "ขะ ขอโทษเด้ออีหล่า! ลุงบ่ทันได้เบิ่ง!"

สองเท้าที่เคยย่ำเดินแต่บนพื้นของห้างสรรพสินค้าและคอนโดหรู บัดนี้กำลังก้าวไปบนคันดินแคบๆ ที่ชื้นแฉะและเจือด้วยกลิ่นไอดิน กลิ่นต้นหญ้า และกลิ่นอื่นใดอันไม่พึงประสงค์ที่ฟุ้งตลบอบอวลอยู่รอบกายของเธอเอง

แก้วใสเดินตัวลีบ เธอก้มหน้ามองปลายรองเท้าผ้าใบสีขาวที่บัดนี้กลายเป็นสีน้ำตาลด่างดวง มือข้างหนึ่งหนีบกระเป๋าหลุยส์ วิตตองไว้แนบสะโพก ส่วนมืออีกข้างกำลังกำซองทิชชูเปียกไว้แน่น

เธอหยุดเดินใต้ของต้นฉำฉาใหญ่ ใช้จังหวะที่ปลอดคนรีบดึงทิชชูเปียกแผ่นแล้วแผ่นเล่าออกมาเช็ดคราบสีเขียวแห้งกรังออกจากพวงแก้มและหัวไหล่

"นี่มันเวรกรรมอะไรของอีแก้ววะเนี่ย" เธอบ่นพึมพำกับตัวเอง มือที่เคยแต่จับเมาส์ปากกาและเครื่องสำอางราคาแพง บัดนี้กำลังขยำกระดาษชำระเปื้อนสิ่งปฏิกูลทิ้งลงข้างทางอย่างขยะแขยง

บ้านของเธออยู่ไม่ไกลแล้ว แค่เดินพ้นโค้งต้นมะขามใหญ่นั่นไปก็ถึงแต่ตรงโค้งนั้นเอง

แต่ใต้ต้นมะขามใหญ่มีแคร่ไม้ไผ่เก่าๆ ตั้งอยู่ บนนั้นคือร่างของชายหนุ่มวัยฉกรรจ์สี่ห้าคนในหมู่บ้านที่เธอคุ้นหน้าคุ้นตาดี พวกเขานั่งล้อมวงกันอยู่ มีขวดสุราขาวตั้งอยู่ตรงกลาง พร้อมด้วยกับแกล้มง่ายๆ เพียงไม่กี่อย่าง เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยด้วยภาษาถิ่นดังมาเป็นระยะ

แก้วใสกลั้นหายใจ เดินตัวลีบยิ่งกว่าเดิม พย่าามจะผ่านไปให้เงียบเชียบที่สุด

"เฮ้ย! นั่นนั่นมันอีแก้วบ่?" เสียงหนึ่งตะโกนขึ้น ทำลายความตั้งใจของเธอจนสิ้น

ทุกสายตาหันมาจับจ้องที่ร่างระหงของเธอเป็นตาเดียว แก้วใสหยุดชะงัก จำใจเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนสมัยเด็กกลุ่มนั้น

"อ้าวอีแก้วอีหลีตั้วหนิ!" ชายหนุ่มผิวคล้ำชื่อ แห้ว เอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น "ไปไสมาไสคือมาทางนี้ได้วะ บ่แม่นว่าหลงมาจากกรุงเทพฯ ติ?"

เสียงหัวเราะครืนดังขึ้นทันที

"เออ เพิ่งลงเครื่องมา" แก้วใสตอบเสียงเรียบ พย่าามยืนอยู่เหนือลมให้มากที่สุด "จะกลับบ้านแล้ว"

สายตาของบักแห้วและเพื่อนๆ สำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาเต็มไปด้วยความฉงนและความขบขัน "แต่งโตคือคุณนายแท้ว่าแต่คือเหม็นขี้ควายแท้วะ" เขาพูดพลางย่นจมูก "ไปตกหล่มไสมาน่ะ คุณนายแก้ว?"

แก้วใสเม้มปากแน่น กำหมัดจนเล็บจิกเข้าฝ่ามือ "เรื่องของฉัน"

"ใจฮ้ายแท้บ่เจอกันตั้งดน" เพื่อนอีกคนพูดขึ้น "ได้ข่าวว่าเป็นดาราอยู่กรุงเทพฯ พู่นติ๊? พวกข่อยกะเบิ่งอยู่เด้อในโทรศัพท์ งามคัก!"

"อินฟลูเอนเซอร์ ไม่ใช่ดารา" เธอแก้คำอย่างรำคาญใจ

"เออๆ อันเดียวกันนั่นล่ะ" บักแห้วว่าพลางยกแก้วเหล้าขึ้นซด "แล้วนี่สิกลับมาอยู่นานบ่? ถ้าเบื่อๆ กะไปเที่ยวเล่นอู่พู่นเด้ออู่อ้ายวายุน่ะ พวกข่อยกะเฮ็ดงานอยู่อู่นั่นล่ะ ตอนนี้รถหรูๆ เพียบเลย มึงน่าสิมัก"

ชื่อของ เฮียวายุ ที่หลุดออกมา ทำให้หัวใจของแก้วใสกระตุกวูบ โลกนี้มันจะกลมเกินไปแล้ว! ไอ้เพื่อนพวกนี้เนี่ยนะไปเป็นลูกน้องของผู้ชายใจร้ายคนนั้น!

"อ้ายเพิ่นกะถามหาอยู่เด้อ" เพื่อนอีกคนพูดเสริมขึ้นมาด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม "เพิ่นว่าเด็กขี้มูกย้อยแถวนี้หายไปไสแล้วน้อ"

ผัวะ!

ราวกับมีเสียงเส้นความอดทนของแก้วใสขาดสะบั้นลง

ดวงตาที่เคยฉาบไว้ด้วยความอ่อนล้า บัดนี้ลุกวาวขึ้นด้วยโทสะ เธอก้าวฉับเข้าไปหาไอ้คนที่ปากเสียคนล่าสุด จ้องหน้ามันเขม็ง

"ปากมึงนี่ถ้าไม่มีเรื่องให้เสือก ก็อมเหรียญไว้ในปากบ้างก็ได้นะ"

ทั้งวงเงียบกริบตะลึงกับวาจาเผ็ดร้อนและสายตาเชือดเฉือนของ คุณนายแก้ว ที่พวกเขาเพิ่งจะแซวไปหยกๆ

แก้วใสแค่นเสียงในลำคอ สะบัดหน้าใส่กลุ่มชายหนุ่มที่ยังคงอ้าปากค้าง ก่อนจะหมุนตัวเดินจากมาอย่างไม่ไยดี ทิ้งให้พวกเขาได้แต่มองตามหลัง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เฮียวายุขา ไม่รักก็อย่ามาอ่อย!   สุดท้ายก็หนีไม่พ้น 2/2

    ณ โรงพยาบาลประจำอำเภอที่ห่างออกไปไม่ถึงสิบกิโลเมตร แก้วใสเปิดประตูเข้าไปในห้องผู้ป่วยพิเศษ ร่างกายที่เพิ่งผ่านการอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณมาอย่างหนักหน่วงรู้สึกสดชื่นขึ้นมาก เธออยู่ในชุดเสื้อยืดสีพื้นเรียบๆ กับกางเกงยีนส์ขาสบาย ดูแตกต่างจากลุคของ เคทตี้ Krystal Clear ที่เธอมักจะแสดงออกให้ผู้อื่นเห็น"ย่าจ๋าเป็นยังไงบ้าง" เธอก้าวเข้าไปนั่งลงข้างเตียง จับมือเหี่ยวย่นของคุณย่าขึ้นมากุมไว้อย่างแผ่วเบา"โอ๊ยค่อยยังชั่วแล้วหล่า" หญิงชราตอบเสียงแผ่ว แต่ดวงตายังคงทอประกายแห่งความยินดีที่ได้เห็นหน้าหลานสาว "เห็นหน้าแก้ว ย่าก็มีแฮงขึ้นมาแล้ว""แม่บอกว่าย่าบ่นหาแก้วใหญ่เลยนะ""ก็คิดฮอดนั่นล่ะ"ผู้เป็นแม่ที่นั่งอยู่อีกฝั่งของเตียงคลี่ยิ้มอ่อนโยน "วันนี้คนมาเยี่ยมย่าเยอะเลยนะแก้ว ขนาดปลัดอำนาจ ลูกชายผู้ใหญ่บ้านเขายังอุตส่าห์แวะมาเยี่ยมเลยนะลูก เขาเป็นคนดี๊ดีน้ำใจงาม"แก้วใสสัมผัสได้ถึงนัยบางอย่างในประโยคนั้นได้ในทันทีการปูทางสู่การจับคู่ที่เธอแสนจะเอือมระอา "อ๋อค่ะ" เธอตอบรับเพียงสั้นๆ พลางกรอกตาขึ้นฟ้าอย่างระอาใจในจังหวะที่แม่เผลอหันไปทางอื่นก๊อกๆๆยังไม่ทันที่บทสนทนาจะดำเนินต่อไป เสียงเคาะประตูที่ดังข

  • เฮียวายุขา ไม่รักก็อย่ามาอ่อย!   สุดท้ายก็หนีไม่พ้น 1/2

    จังหวะกระแทกกระทั้นของร่างกายที่บดเบียดเข้าหากันบนเตียงเหล็กเก่าๆ ซึ่งส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดในทุกครั้งที่ขยับเคลื่อนไหว กลิ่นแป้งฝุ่นราคาถูกผสมกับกลิ่นเหงื่อของสตรีเพศที่อยู่ใต้ร่าง คลุ้งปะปนไปกับกลิ่นน้ำมันเครื่องและไอเหล็กจางๆ ที่ติดอยู่บนผิวกายของเขาจนกลายเป็นกลิ่นเฉพาะตัว ร่างแกร่งกระตุกเกร็งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะผ่อนลมหายใจพรืดออกมาอย่างหนักหน่วง เสียงหอบกระเส่าของหญิงสาวนิรนามที่ข้างหูค่อยๆ แผ่วลงพร้อมกับแรงกอดรัดที่คลายออก วายุพลิกร่างลงนอนหงายข้างๆ ดวงตาคมกริบจ้องมองเพดานสังกะสีของห้องพักชั้นบนที่ทำขึ้นอย่างลวกๆ เหนืออู่ซ่อมรถของตนเอง "เฮียขา" เสียงหวานที่พย่าามจะออดอ้อนดังขึ้นข้างกาย "…" เขาไม่ตอบ เพียงแต่ลุกขึ้นนั่ง เอื้อมมือไปคว้ากางเกงยีนส์ทำงานตัวเก่าที่กองอยู่ปลายเตียงขึ้นมาสวมใส่อย่างรวดเร็ว แผ่นหลังกว้างเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและรอยสักรูปมังกรที่เลื้อยพันจากหัวไหล่ข้างหนึ่งไปยังกลางแผ่นหลัง "จะไปแล้วเหรอคะอยู่คุยกันก่อนสิ" วายุหันกลับมามอง เรือนร่างเปลือยเปล่าที่พย่าามจะยั่วยวนบนเตียงนั้นไม่ได้กระตุ้นอารมณ์ใดๆ ในตัวเขาเขาส่งเสียง "อืม" ในลำคอเป็นคำตอบ ก่อนจะเ

  • เฮียวายุขา ไม่รักก็อย่ามาอ่อย!   สาวน้อยปากจัด

    เครื่องบินลดระดับลงต่ำเสียจนแก้วใสสามารถมองเห็นยอดต้นตาลที่ยืนทะนงอยู่กลางผืนนาได้ วงล้อแตะพื้นรันเวย์ของสนามบินWelcome to Udonthani ร่างระหงในชุดเดรสผ้าสีขาวบริสุทธิ์ของแบรนด์ดังก็ต้องมาเผชิญกับไอร้อนระอุที่แผ่ซ่านจากพื้นปูนของสถานีขนส่ง ร่างกายที่คุ้นชินกับเครื่องปรับอากาศตลอดเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงถึงกับสะท้าน เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมและขมับทันทีรถโดยสารประจำทางสีแดงเลือดหมูคันเก่าคร่ำคร่าจอดเทียบท่า เสียงเครื่องยนต์ดังสนั่นแก้วใสถอนหายใจยาว ก่อนจะก้าวขึ้นไปอย่างทุลักทุเลพร้อมกับกระเป๋าเดินทางหลุยส์ วิตตองใบใหญ่ที่ดูแปลกแยกจากทุกสิ่งรอบตัว กลิ่นน้ำมันดีเซลผสมกับกลิ่นเหงื่อไคลและฝุ่นคลุ้งตลบอบอวลจนเธอต้องยกหลังมือขึ้นมาปิดจมูกรถเคลื่อนตัวออกจากชานชาลาอย่างเชื่องช้า ภาพสองข้างทางเริ่มเปลี่ยนจากตึกแถวเป็นบ้านไม้ จากถนนลาดยางเป็นถนนคอนกรีต และในที่สุดก็เข้าสู่ถนนลูกรังสีแดงฉานสุดสายป้ายรถเมล์คือศาลารอรถเก่าๆ กลางสามแยกที่ไร้ซึ่งวี่แววของรถรับจ้าง จะมีก็แต่ร่างของชายชราผิวคล้ำแดดคนหนึ่งที่กำลังนั่งสานตอกอยู่ใต้ร่มเงาของต้นโพธิ์ใหญ่"ลุงชม!" แก้วใสตะโกนเรียกอย่างมีความหวัง

  • เฮียวายุขา ไม่รักก็อย่ามาอ่อย!   ชีวิตอินฟลูสาว

    "เอาล่ะค่ะทุกคน! และนี่ก็คือฟินิชลุคที่เคทตี้แต่งให้ดูในวันนี้ฉ่ำมงลงสมคำร่ำลือมั้ยค้า!"เสียงหวานใสเจือความออดอ้อนนิดๆ ดังออกมาจากริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำแบรนด์ดัง แก้วใส หรือในชื่อที่ผู้ติดตามกว่าห้าล้านคนรู้จักกันดี เคทตี้ Krystal Clear กำลังจีบปากจีบคอส่งจูบผ่านกล้องสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางคอนโดหรูใจกลางกรุงเทพฯแสงไฟจากสปอตไลท์วงแหวนสะท้อนในดวงตาคมสวยที่กรีดอายไลเนอร์เฉี่ยวกริบ ทำให้เธอดูเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบราคาแพงที่ใครก็อยากครอบครองคอมเมนต์ในไลฟ์สดไหลรัวเร็วเป็นสายน้ำสวยมากแม่!ลุคนี้ปังมากค่ะซิสสสส FC พี่เคทตี้ค่า กดหัวใจให้รัวๆ เปย์สติกเกอร์ให้แล้วนะค้าคนสวยแก้วใสยิ้มรับอย่างเป็นธรรมชาติ สมองประมวลผลอ่านคอมเมนต์ที่น่าสนใจไปพร้อมกับขอบคุณของขวัญและสติกเกอร์ที่แฟนคลับส่งมาให้ไม่ขาดสาย นี่คือชีวิตของเธอในปัจจุบัน อินฟลูเอนเซอร์เบอร์ต้นๆ ของประเทศ ที่แค่ขยับตัวก็เป็นเงินเป็นทอง แค่หยิบจับสินค้าอะไรก็แทบจะ Sold Out ในข้ามคืน"วันนี้ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาดูไลฟ์กันนะคะ ใครอยากให้เคทตี้ลองเครื่องสำอางตัวไหน หรืออยากให้ทำคอนเทนต์อะไรอี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status