LOGINเสียงข้อความแจ้งเตือนการเคลื่อนไหวเงินในบัญชีของผมเด้งขึ้นมารัวๆ แบบไม่ได้หยุดพัก แต่ก็สบายๆ ครับ เพื่อเมียเท่าไหร่ผมก็จ่ายให้ได้อยู่แล้ว โทรศัพท์มือถือ ไอแพด โน้ตบุ๊ก กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า ถึงเธอจะไม่อยากได้แต่ผมก็จะยัดเยียดให้อยู่ดี เหมือนที่ยัดเยียดความเป็นผัวให้ ฮ่า ^^
“พอแล้วนะเฮีย หนูไม่เอาอะไรแล้วนะ แค่นี้ก็เยอะแล้ว ใช้เงินเหมือนเป็นใบไม้ไปเลย และแต่ละอย่างแพงๆ ทั้งนั้น โดยเฉพาะกระเป๋าเนี่ยใบละตั้งหกหมื่น!” ตะไคร้รีบปรามผมทันที “เรื่องจิ๊บๆ เงินเฮียมีเยอะแยะ” “มันก็ต้องมีวันที่เงินหมดบ้างมั้ยเล่า” “เห็นแบบนี้เฮียก็ทำงานนะครับหนู มีเงินเข้าบัญชีทุกวัน” “.....” “เป็นเมียเฮียสี่ไม่ต้องคิดอะไรเยอะเลย คิดแค่ว่าจะใช้เงินซื้ออะไรดี จะใช้เงินเท่าไหร่แค่นั้นพอครับผม” “จ้า...พ่อคนรวย หนูขี้เกียจจะพูดแล้ว” ว่าจบตะไคร้ก็เดินดุ่มๆ แบบตัวเปล่าไปทันที “เดี๋ยวก่อนสิ...หนูรอเฮียด้วยค้าบ” ผมรีบเดินตามเธอไป ในมือก็หิ้วของพะรุงพะรุงเต็มไปหมด จ่ายเงินให้ด้วย ถือของให้ด้วย ผัวแบบเฮียดีจะตาย จบพาร์ทสี่ วันต่อมา... มหาวิทยาลัยxxx เดินเข้ามหาวิทยาลัยมาด้วยความอ่อนเพลีย สู้รบกับคนงี่เง่าที่บ้านเรื่องรหัสปลดล็อกโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าของฉันอยู่นานสองนานกว่าจะยอมปล่อยให้มาเรียนได้ เฮ้อ...ทำไมการที่มีผัวมันจะต้องเหนื่อยขนาดนี้ด้วยนะ เหนื่อยทั้งกาย เหนื่อยทั้งใจเลยโว้ย!! แต่อย่าพึ่งคิดไปไกล เมื่อคืนพี่สี่ เอ๊ย เฮียสี่เนี่ยไม่ได้แอ้มฉันหรอกนะ โดนบังคับให้นอนนิ่งๆ เพราะถ้าไม่นิ่งฉันขู่ว่าจะหนีเฮียแกไปให้ไกลๆ ซึ่งมันก็ได้ผล... “โห...คุณตะไคร้คะ หายหัวไปไหนมาสองวันไม่ยอมมาเรียนคะเนี่ย โทร.ไปก็ไม่รับสายกูเลยนะอีนี่ แล้วสรุปมึงจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ...บ้านก็โดนไฟไหม้” ทันทีที่น้ำหนึ่งเห็นฉันมันก็รัวคำถามใส่แบบไม่ยั้ง “เดี๋ยว...มึงจะให้กูตอบคำถามไหนก่อนคะคุณน้ำหนึ่ง” “คำถามแรก...ทำไมมึงไม่มาเรียนสองวัน” “กูไปทำธุระมาน่ะ” “ธุระ...ธุระอะไรวะ?” น้ำหนึ่งมันทำหน้าสงสัย “เออน่า...กูก็มีธุระต้องทำบ้างปะ” ฉันรีบบ่ายเบี่ยง “คำถามที่สอง...ทำไมมึงไม่รับสายกูเลย” “โทรศัพท์กูพังน่ะ...” “พัง…จะพังได้ยังไงก่อนเพื่อนสาว กูโทร.ติดแต่ไม่มีคนกดรับแค่นั้น มึงนี่มีพิรุธนะเนี่ยตะไคร้...มีอะไรที่กูไม่รู้หรือเปล่า” น้ำหนึ่งจ้องหน้าฉันอย่างคาดคั้นต้องการจะเอาคำตอบ “ปะ...เปล่า ไม่มีอะไร” ฉันตอบปัดๆ ไป แล้วเบือนหน้าไปมองทางอื่น แหม...ทำตัวไม่มีพิรุธเลยเรา แหะๆ “มานี่เลย...” น้ำหนึ่งมันจูงมือฉันให้เดินตามมันไปในที่ที่ลับตาคน “มึงบอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!!” “ไม่มีอะไร...” “จะบอกไม่บอก...” “เออๆ บอกก็ได้วะ กูไปแต่งงานมา” “อ๋อแต่งงาน หา!! แต่งงานเรอะ!! นี่มึงไปแต่งงานกับใครอีตะไคร้” น้ำหนึ่งมันตกใจแล้วเผลอตะโกนเสียงดังออกมา “โอ๊ย มึงเบาๆ หน่อยสิ” “โทษทีว่ะ...ก็กูตกใจนี่หว่า สรุปมึงไปแต่งงานกับใคร? ตอนไหน...ยังไง? เหลามาสิเพื่อนรัก” “เรื่องมันยาวน่ะ ไว้จะเล่าให้มึงฟังทีหลังนะ” “อย่างนั้นก็บอกกูมาก่อนว่าใครคือผัวมึง...?” “ฮะ...เฮียสี่” “เฮ้ยจริงดิ...กูอยากจะกรี๊ดเลยว่ะ นี่มึงไปทำอีท่าไหนวะ” “กรี๊ดกับผีบ้านมึงน่ะสิน้ำหนึ่ง กูไม่ได้อยากจะแต่งเลยสักนิด แต่เป็นความต้องการของพ่อแม่กูเลยต้องยอมนี่ไง มึงก็รู้ว่ากูยังไม่อยากมีผัว” ฉับตอบกลับน้ำหนึ่งอย่างเซ็งๆ “อีตะไคร้มึงรีบเปลี่ยนความคิดเลยนะ เป็นกูหน่อยไม่ได้ถ้าได้เฮียสี่เป็นผัวนะ กูจะอ่อยแล้วอ่อยอีกเลย กูจะเป็นเด็กดี...” “.....” ฉันมองน้ำหนึ่งอย่างเอือมระอา “ไม่ต้องมามองกูแบบนั้นเลย กูว่าดีจะตายไปมีผัวแบบเฮียสี่เนี่ย หล่อก็หล่อ รวยก็รวย ดูดีไปหมดทุกอย่าง ฮึ่ย...ถ้าไม่เอายกมาให้กูดูแลก็ได้ ผัวเพื่อนก็เหมือนผัวเราแหละ” น้ำหนึ่งมันทำหน้าฟินแล้วยิ้มไม่หุบ “เอามั้ยล่ะเดี๋ยวกูจะไปบอกเฮียสี่ให้” ฉันพูดประชดมัน “ถ้าให้ก็เอา...แต่ติดตรงที่เฮียเค้าไม่เอากูไง เค้าเอามึง” อยู่ๆ น้ำหนึ่งมันก็เพ่งสายตามองฉันก่อนจะพูดขึ้นอีก “นี่มึงกับเฮียเอ่อ...กันยังวะตะไคร้” “อีน้ำหนึ่ง! ทะลึ่งจังนะมึง!” ฉันง้างมือจะตีที่แขนแต่น้ำหนึ่งมันดันหลบได้ทัน “ถามอะไรไม่ถามอีนี่” “เอ้า...ก็กูแค่อยากรู้ไง เพราะมึงหวงตัวนักหวงตัวหนา” “.....” อยู่ๆ หน้าฉันก็ร้อนผ่าวขึ้นมาแบบไม่มีสาเหตุ “แหมๆ หน้าแดงขนาดนี้คงจะไม่เหลือซากแล้วละเซ่ วู้ๆ ในที่สุดเพื่อนตะไคร้กูก็โดนเปิดซิงแล้ว” น้ำหนึ่งมันแซวไม่หยุด “น้ำหนึ่ง!!” “ฮ่าๆ เออๆ กูไม่แซวแล้ว ว่าแต่มึงรู้ยังว่าพรุ่งนี้มีเข้าค่ายทำความดีนอกสถานที่นะ” “เข้าค่ายทำความดีคืออะไรวะ?” ฉันทำหน้างง “กูก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะมึง รู้แค่ว่าจะต้องไปค้างหนึ่งคืนอะอาจารย์แจ้งมาแบบนั้น เดี๋ยววันนี้น่าจะมีแจ้งเพิ่มเติม” “อื้มๆ ว่าแต่เรารีบไปคณะเหอะ เดี๋ยวจะไม่ทันคาบเช้า” “เออๆ เกือบลืมเลยว่าอาจารย์เข้าเช้า” ว่าจบฉันกับน้ำหนึ่งก็รีบสาวเท้าเดินไปที่คณะอย่างไวเพราะเดี๋ยวจะไม่ทันเรียนคาบเช้าSpecial Chapter III พ่อบ้านใจกล้า (หรือเปล่า) คฤหาสน์เสี่ยสาม ผู้ชายหลายๆ คนอาจจะกลัวเมียนะครับ แต่สำหรับผมบอกเลยว่าไม่ เราอย่ายอมให้มาข่มเราอยู่ฝ่ายเดียวเซ่! “เฮียล้างจานเสร็จหรือยัง?” “ล้างเสร็จแล้วครับ กำลังเก็บจานเข้าที่อยู่จ้า” ผมขานรับคุณเมียพลางเก็บจานให้เข้าที่เข้าทางของมัน จริงๆ ก็ไม่ได้กลัวหรอกนะครับ ผมอาสาทำให้เองต่างหาก “โอเคค่ะ...ถ้าเสร็จแล้วมาดูลูกให้หนูหน่อยนะ หนูจะไปกินข้าวกับน้ำหนึ่งมันน่ะ หิวมากๆ เลยตอนนี้” “ครับผม...เก็บจานเสร็จแล้วครับ เฮียจะรีบไปดูลูกให้เดี๋ยวนี้เลยจ้า” ชิ! ข้าวที่บ้านมันกินไม่ได้หรือยังไงวะ “หนูน่าจะออกไปเกือบๆ ชั่วโมงเลยอะค่ะ เฮียดูลูกๆ ทั้งสามคนได้ใช่มั้ยเอ่ย?” เธอมองหน้าผมด้วยสายตาที่บ่งบอกได้ว่า ดูไม่ได้มึงก็ต้องดูอะไรประมาณนี้อะ ถ้าไม่ติดอุ้มน้องเก้าอยู่ตะไคร้โดนผมเตะคว่ำไปแล้ว โถ่.. “เฮียกำลังคิดอะไรอยู่เหรอ” “อ๋อ เฮียกำลังคิดว่าทำไมวันนี้หนูสวยจัง” อยากเดินไปตบสักทีแล้วถามว่ามึงจะแต่งตัวไปกินข้าวหรือไปหาผู้ชายที่ไหนกันแน่... “คนสวยก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ หนูไปก่อนนะ ดูแลลูกๆ ให้ดีนะคะ กลับมาจะมีรางวัลให้” ว่าจบเธ
Special Chapter II วันที่ฝนพรำ ฉันนั่งหลบฝนอยู่กับเฮียสี่ที่ศาลาในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง คนกำลังเดินเล่นกันอย่างเพลินๆ ไอ้เจ้าฝนบ้านี่ก็ดันตกลงมาแบบกะหันหันเสียอย่างนั้น ฟีลมันจะดีมากๆ เลยนะถ้าได้หลบฝนกับพระเอกเหมือนในซีรีส์เกาหลี แต่นี่อะไรติดกับหนุ่มจีนหรือเปล่า หรือว่าหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งกันนะ ฉันดูไม่ออกเลยว่าหน้าเฮียสี่แกจะไปทางไหน จีนก็ไม่ใช่ ฝรั่งก็ไม่เชิง เหมือนมันรวมๆ กันในเบ้าหน้าเดียวกัน แต่โดยรวมแล้วคือหล่อแหละ “เฮีย...ทำไมถึงชื่อสี่อะทั้งๆ ที่เป็นลูกคนเดียว” ฉันถามออกไปด้วยความอยากรู้ สงสัยมานานแล้วด้วย “อืม...ป๊าเคยบอกไว้ว่าอยากตั้งชื่อให้มันสอดคล้องกันกับป๊าน่ะ เพราะป๊าชื่อสามเลยตั้งชื่อเฮียว่าสี่” “อ๋อ...แล้วทำไมป๊ากับม้าถึงอยากมีลูกคนเดียวเหรอ” ฉันถามเฮียสี่อีกหนึ่งคำถามอย่างอยากรู้อยากเห็น หรือจะเรียกว่าเผือกก็ได้ แหะๆ ^o^ “ม้าเฮียร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงน่ะคุณหมออนุญาตให้มีได้แค่คนเดียวครับ แล้วทำไมหนูถึงชื่อตะไคร้อะ” เฮียสี่ถามฉันกลับบ้าง “แล้วทำไมถึงเป็นลูกคนเดียวด้วย” “แม่หนูชอบเอาตะไคร้มาดมตอนท้องน่ะ แม่บอกว่ามันหอมโล่งจมูกเวลาดมแล้วแม่จะอารมณ์ดี แต่พอเ
Special Chapter I เคยเจอกันมาก่อน นึกย้อนไปเมื่อตอนอายุสิบห้าปีฉันเคยแอบปลื้มพี่ผู้ชายอยู่คนหนึ่ง เขาดูดีมากๆ ผิวขาวและเนียนกริบ เขามักจะชอบมานั่งกินน้ำปั่นอยู่ที่หน้าโรงเรียนของฉันเป็นประจำ และฉันก็มักจะตีเนียนไปนั่งกินอยู่โต๊ะข้างๆ พี่เขาประจำเช่นกัน “อีตะไคร้” “อะไรอีน้ำหนึ่ง” “นี่มึงพากูมาแดกจนหน้าจะเหลวเป็นน้ำปั่นแล้วนะ” น้ำหนึ่งมันบ่นแต่ปากก็ดูดน้ำปั่นไม่หยุด “บ่นๆ แต่ปากก็ดูดน้ำไม่หยุด ย้อนแย้งนะมึงอะ” ฉันมองมันแล้วส่ายหน้าอย่างเอือมระอา “มึงจะจีบก็จีบน้องเค้าสักทีดิ กูเบื่อที่จะมากับมึงละนะ” เพื่อนของพี่ผู้ชายคนนั้นพูดขึ้น ว่าแต่จะมาจีบใครกันนะ “เออน่า...มึงก็ใจเย็นๆ ก่อนดิ กูกำลังหว่านล้อมน้องมันอยู่ น้องมันน่ารักนะเว้ย ถ้ามึงเห็นมึงก็ต้องชอบ” เขาตอบกลับเพื่อนแล้วมองไปทางประตูโรงเรียนเหมือนกำลังมองหาใครบางคน “ดับฝันซะละ พี่เขามาตามจีบคนในโรงเรียนเรามึง” “แล้วไงเล่า...เขาจะจีบใครก็จีบไปสิ กูแค่แอบปลื้มไม่ใช่อยากได้มาเป็นแฟนสักหน่อย” ตอบกลับเสียงเรียบ แต่ในใจตอนนี้กินแห้วไปแล้ว นกอีกแล้วอีตะไคร้ TT “จ้า...แอบปลื้ม แต่มึงคอยมานั่งเฝ้าเค้าแบบนี้ทุกวัน
ส่งท้าย หลายปีผ่านไป เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกมาก ตอนนี้ลูกๆ ของผมโตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้ว เจ้าแฝดหนึ่งกับสองก็อายุยี่สิบห้ากันแล้ว ส่วนลูกสาวคนเล็กน้องเก้าพึ่งจะอายุยี่สิบปีเต็ม นั่นแหละครับลูกสาวคนเล็กได้ยินไม่ผิดหรอก หลังจากที่ตะไคร้ชวนผลิตลูกเราก็ไม่รอช้าผลิตกันทุกวันจนน้องเก้ามาเกิดและลืมตามาดูโลกตอนเจ้าแฝดอายุได้ห้าขวบ ที่จริงก็อยากจะมีเพิ่มอีกสักคน แต่เมียดันบอกว่าพอแล้วเธอไม่อยากมีเพิ่มแล้วเพราะว่าสามคนกำลังดี แอบเซ็งเลยครับตอนนั้น... อย่ามาถามหาอายุผมเลยครับตอนนี้ถึงจะเลขห้าแต่ว่า เบ้าหน้าผมก็ยังดูดีเหมือนตอนสามสิบเพราะว่าผมดูแลตัวเองเป็นอย่างดีมาตลอด ส่วนเมียผมเข้าเลขสี่เธอก็ยังดูสวยและเซ็กซี่เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเช่นกัน เหมือนพี่ชายพี่สาวมากกว่าพ่อแม่อีกครับตอนนี้ “เฮียเรียกลูกๆ มาทำไมเหรอคะ” ตะไคร้ถามผมแล้วทำหน้าตาสงสัยว่าผมเรียกลูกๆ ให้มารวมตัวกันทำไม “เฮียมีเรื่องจะคุยกับลูกๆ นิดหน่อยน่ะครับ” ผมตอบกลับแล้วยิ้มหวานให้เธอ “แล้วนี่น้องสองไปไหนทำไมยังไม่มา” “เฮียสองกำลังมาค่ะป่าป๊า” น้องเก้าตอบพลางนั่งอยู่บนโซฟาข้างๆ หม่าหม้าตะไคร้แล้วซบลงตรงอก น้องเก
พอช่วยแม่ทำกับข้าวเสร็จฉันก็เดินออกไปดูที่หลังบ้านว่าเฮียสี่พาลูกเล่นอะไรทำไมถึงกรี๊ดกร๊าดกันเสียงดัง เดินไปเรื่อยๆ ฉันก็ต้องสตั้นให้กับภาพตรงหน้า “ไอ้เฮีย!!” อีเฮียมันพาลูกมาเล่นโคลนจนเลอะเทอะและมอมแมมทั้งสามคนพ่อลูก ฉันถึงกับกุมขมับแล้วเอามือทาบอก อกอีตะไคร้จะแตกทุกทีที่ให้อีเฮียสี่มันเลี้ยงลูก “ลูกๆ สนุกดีออก หนูอย่าดุไปเลยน่า” เฮียสี่พูดขึ้นแบบหน้าตาเฉยแล้วเอาโคลนไปป้ายที่หน้าลูกๆ ต่อ “อย่าดุเรอะ! ดูเฮียพาลูกทำแต่ละอย่างเซ่!” “ยิ่งเลอะยิ่งเยอะประสบการณ์นะครับหม่าม้าคนสวย” “ยิ่งเลอะยิ่งทำความสะอาดยากนะคะป่าป๊าคนมึน” “นี่ๆ หม่าม้าเลอะด้วย ฮ่า” เจ้าแฝดวิ่งเอาโคลนมาป้าย ที่แขนฉันอย่างสนุกสนาน อีหม่าม้าคนนี้ได้แต่ยืนกำมือแน่นแล้วข่มอารมณ์ไว้ ท่องไว้ลูกกูแต่เหมือนป่าป๊ามัน!!! “พากันเลิกเล่นแล้วไปอาบน้ำกันเดี๋ยวนี้เลยนะ!” ฉันพูดเสียงดุ ทำให้เฮียสี่รีบจูงมือลูกๆ ไปรออยู่ที่หลังบ้านเพื่ออาบน้ำข้างนอกเพราะตัวเลอะเข้าไปในบ้านไม่ได้ แม่ช่วยอาบน้ำให้เจ้าแฝด ส่วนฉันต้องมาอาบให้ป่าป๊าของเจ้าแฝดจ้า โตขนาดนี้แล้วอ้อนเมียพอๆ กับลูกเลย อายุก็สามสิบสามจะสามสิบสี่แล้วนะแต่ทำ
สองอาทิตย์ต่อมา วัดxxx ป๊ากับม้าพาฉันกับเฮียสี่มาทำบุญล้างซวยหน่อย เพราะที่ผ่านมาเจอแต่เรื่องร้ายๆ ส่วนเจ้าแฝดตากับยายมารับกลับไปเที่ยวที่บ้านเกิดของท่านเมื่อช่วงเช้านี้ เดี๋ยวทำบุญเสร็จฉันกับเฮียสี่ก็จะตามลูกๆ ไปทีหลัง “เฮ้อ...เรื่องร้ายๆ คงจะไม่มีแล้วแหละ” ป๊าพูดขึ้น “คงจะจบแล้วแหละเรื่องร้ายๆ น่ะ” ม้าพูดสมทบ พูดจบม้าป๊าก็กอดคอกันเดินไปเรื่อยๆ “ป๊าม้านี่ก็มีมุมน่ารักๆ เหมือนกันเนอะเฮีย” “เราก็มีมุมน่ารักนะครับ” พูดจบเฮียสี่ก็จับมือฉันไว้แน่นแล้วจูงมือเดินกันไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะไปให้อาหารปลาก่อนกลับกัน “ปลาเยอะมากๆ เลยอะ มันแย่งกันแบบนี้บางตัวก็คงจะไม่ได้กินสินะ” ฉันฉีกขนมปังเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วพยามโยนให้มันกระจัดกระจายปลาจะได้กินแบบทั่วถึง “เฮียขอขนมปังหน่อยค่ะ” “.....” “เฮียสี่หนูขอขนมปังหน่อย” ฉันพูดพลางหันไปดูก็เห็นขนมปังที่ซื้อมาให้ปลาอยู่ในท้องอีเฮียหมดแล้วเพราะตอนนี้กำลังเอาเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย “เฮีย! หนูซื้อมาให้ปลานะนั่นอะ” “แหะๆ ตอนแรกแค่จะชิม พอชิมไปชิมมาแล้วมันเพลินจนลืมตัวเลย” เฮียยิ้มเจื่อนๆ ใส่แล้วยื่นเศษขนมปังที่อยู่ก้นถุงให้ “หิวเรอะ! ถ้าหนูเป
ภายในก็ไม่มีอะไรมากนัก เป็นบ้านโล่งๆ มีสองห้องนอนหนึ่งห้องน้ำและห้องครัวเล็กๆ อยู่หลังบ้าน ฉันถึงกับต้องอมยิ้มออกมาเมื่อเห็นรูปวัยละอ่อนของตัวเองแปะติดรอบผนังภายในเต็มไปหมด มองดูอย่างตื่นตาตื่นใจเพราะบางรูปก็ไม่เคยเห็นมาก่อนว่าพ่อกับแม่ไปแอบถ่ายมาตอนไหน “นี่พ่อกับแม่เล่นเอารูปเรามาติดเยอะแยะขนาดน
ผมก็ยังไม่วายที่จะพูดแหย่ตะไคร้ให้เธอเขินอายเล่นๆ เพราะผมชอบมองหน้าเธอเวลามันแดงก่ำ ดูน่ารักมากๆ “ไม่ต้องเลย...เดี๋ยวจะโดน!” พูดจบเธอก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปแล้วปิดประตูล็อกกลอนแบบแน่นหนา “จริงๆ เลย เมียใครวะเนี่ย” ผมยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูเธอแล้วล้มตัวลงนอนบนที่นอน ..... 21:00น. ป๊ากับม้าผมติ
“ว่าแต่ดาด้าคนสวยหลับแล้วเหรอ...?” ไอ้มาร์คมันถามตะไคร้ก่อนจะชะเง้อมองไปบนเตียง “หลับหรือซ้อมตายวะนั่น” “มึงไม่ต้องมาพูดเลย ขึ้นไปนอนบนเตียงมึงอะ” ผมไล่ให้ไอ้มาร์คขึ้นไปนอนบนเตียงแทน แล้วให้ตะไคร้นอนข้างล่างกับผม “เชี่ย! มึงจะบ้าเหรอวะไอ้สี่! กูไม่ขึ้น...จะนอนข้างล่าง” ไอ้มาร์คมันปฏิเสธที่จะขึ้
“ทำไมต้องห้าม...ในเมื่อคนที่โดนกระทำไม่ใช่เมียเฮีย” กรี๊ด!!! พี่หมวยนางร้องกรี๊ดออกมาอย่างกับคนบ้าเสียสติ จนน้ำหนึ่งกับรุ่นน้องต้องช่วยกันลากนางออกไปให้ร้องกรี๊ดที่อื่น “เฮ้อ...เรามานอนกันต่อดีกว่า ง่วงมาก” เฮียสี่ล้มตัวลงนอนพลางดึงฉันลงไปด้วย “สบายใจยังครับ” “สบายใจอะไรของเฮีย หนูไม่ได้มีอ







