LOGINแก้วตาพับผ้าเข้าตู้อย่างเหม่อลอย บางทีก็ยกผ้าขึ้นมาพับ บางทีก็วางผ้าพักลงบนตัก นึกถึงเรื่องที่คุยกับราชสีห์ ทำไมเขาถึงช่างสรรหาคำมาพูดดูหมิ่นเธอได้ขนาดนั้น
‘ถ้ามั่นใจในฝีมือตัวเอง คิดว่าทำให้ฉันพอใจได้ก็ลองดูสิ จะว่าไปของแปลกๆแบบเธอ ฉันก็ไม่เคยลองเหมือนกันนะ’
เธอได้แต่ยืนนิ่ง กำมือแน่นด้วยความโกรธ แต่ทำอะไรไม่ได้ เขาจงใจดูหมิ่นเธอ ตอนนี้ต้องตามหาลุงกับป้าให้เจอก่อนและสอบถามถึงเรื่องราวที่แท้จริงว่ามันเป็นอย่างไรกันแน่
แก้วตานั้นเป็นคนมีน้ำใจ แม้ไม่ใช่คนรับใช้ในบ้านของนายใหญ่แห่งไร่ราชสีห์แต่เมื่อว่าง เธอจะช่วยทำความสะอาดและปรุงอาหารช่วยในครัว ราชสีห์เปรยตอนนั่งรถมาว่าอาจให้เธอทำงานตามสาขาที่เรียนมาด้วยการช่วยงานการตลาดของไร่หรืออาจจะเป็นผู้ช่วยของเขา ส่วนเงินเดือน คงต้องดูก่อนว่าเธอได้เท่าไร และต้องหักออกเท่าไร
เมื่อทำความสะอาดภายในบ้านจนเรียบร้อยและจะเข้าไปดูภายในห้องครัวต่อ ขณะเดินผ่านไปนั้นเธอได้ยินเสียงคุยไม่ดังนัก ที่จำได้ดีว่านั่นน่ะเป็นเสียงคู่ปรับของเธอ
“นายเสร็จฉันแน่”
“แกเอาจริงเหรอนุ่น คราวก่อนนายไล่ตะเพิดมายังไม่เข็ดอีกหรือไง”
“จะพูดอีกทำไมดาว!” นุ่นตวาดเสียงดังขึ้นมาหน่อย ก่อนจะเบาเสียงลง “ใครได้ยินเข้าได้หัวเราะฉันฟันหักสิ … คราวนี้ ฉันมีวิธีให้นายไล่ฉันไม่ลงเลยล่ะ คอยดู”
“ถ้านายจับได้ล่ะนุ่น”
“ก่อนนายจะจับได้ ฉันนี่แหละจะจับนายก่อน เตรียมตัวเป็นคนสนิทของคุณนายไร่ราชสีห์ได้เลยนะเว้ย” นุ่นหัวเราะถูกอกถูกใจปิดท้ายถ้อยคำของตนเอง
แก้วตาผละออกจากตรงนั้นตรงเข้าไปในครัว ขี้เกียจจะฟังเรื่องไร้สาระของนุ่นอีกต่อไป จนวันถัดมาเธอถึงเริ่มเข้าใจในบทสนทนาของคู่ปรับอย่างนุ่น
ที่แท้ก็มีงานเลี้ยงในไร่ราชสีห์นี่เอง และนุ่นคงวางแผนอะไรสักอย่างกับราชสีห์ แก้วตาลอบสังเกตนุ่นว่ารายนั้นคิดจะทำอะไรกันแน่ เลยเห็นว่าอีกฝ่ายตามประกบราชสีห์อยู่ตลอดเวลา เสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวนั้นดูพยายามประดิษฐ์ให้ดูเซ็กซี่เกินกว่าจะน่าดูน่าค้นหา
เสื้อคอถ่วงสีดำนั่นลึกเกือบเห็นทรวงอกที่ดันจนล้นทะลักทลาย คนงานชายในไร่พากันมองตามตาเป็นมัน แต่ราชสีห์นั้นกลับเฉย ไม่แม้แต่จะปรายตามองสักเสี้ยวเดียว เลคกิ้งเอวสูงแนบไปกับเนื้อทั้งขาอวดเนินนูนความเป็นสาวดูเกินงาม จนมีเสียงผิวปากหวีดแซวทุกครั้งที่นุ่นเยื้องย่างผ่านไป
แก้วตามองตามแล้วนึกสมเพชอยู่ในใจ ที่แท้นุ่นก็คิดจะจับราชสีห์แบบนี้นี่เอง ได้กันจริงก็เหมาะสมแล้วล่ะ อีกคนผีเน่าๆอีกคนก็โลงไม่สมประกอบผุๆผังๆ จวบจนงานเลี้ยงดำเนินมาได้สักระยะเริ่มมีคนงานแยกย้ายกันกลับเพราะกินอิ่มหนำกันแล้ว แก้วตาเองจึงปลีกตัวกลับเช่นกัน ถึงห้องจัดแจงอาบน้ำสระผม รอจนผมแห้งก็ว่าจะล้มตัวลงนอน
เพล้ง!
พลันเสียงดังขึ้นด้านนอกทำเอาเธอสะดุ้งตกใจ เด้งตัวลุกขึ้นนั่ง
เสียงเพลงด้านนอกยังคงดังอยู่ แล้วเสียงเมื่อครู่นั่นมันอะไร หรือมีใครคิดคดลอบมาขโมยอะไรในบ้านอีก และนี่ก็อาจเป็นขโมยตัวจริงที่เอาเงินเฉียดล้านไปก็เป็นได้ แก้วตาลุกออกจากที่นอน แง้มประตูเปิดเสียงเบา แล้วใช้ความมืดแฝงตัวเพื่อจะจับโจร
เธอเดินๆหยุดๆมองไปรอบๆบ้าน แต่แล้วก็ไม่เจอความผิดปกติใดๆ คิดไปว่าตนเองอาจหูเพี้ยน พอจะหันหลังกลับห้อง เสียงเหมือนของตกพื้นก็ดังฝ่าความมืดเข้ามากระทบหูของเธออีกครั้ง แก้วตาจับต้นตอของเสียงได้ว่ามาจากห้องอีกห้องที่อยู่อีกฝั่ง จึงค่อยๆย่องไปจนถึงก็เจอกับเงาดำตะคุ่มๆกำลังก้มอยู่ที่ลูกบิดประตูห้องนั้น
แก้วตาเหลียวซ้ายแลขวาหาของที่จะนำมาเป็นอาวุธ เมื่อเจอแล้วเธอหยิบมันขึ้นอย่างเบามือ แล้วย่องต่อไปทางด้านหลัง ก่อนจะเงื้อแขนตั้งท่าเตรียมฟาดลงไปยังหัวของมัน แต่เงานั่นก็หันขวับมาเผชิญหน้า แก้วตาผงะตกใจ
“คุณ!”
“นั่นจะทำอะไร”
ราชสีห์ที่เสียงอ้อแอ้พยายามครองสติของตนเองให้ได้มากที่สุดถามขึ้นอย่างฉุนเฉียว
“แล้วคุณมาท่อมๆตรงนี้ทำไม นึกว่าโจร…”
“คุณโตขา…”
เสียงนุ่นตะโกนดังขึ้นมาจากทางเดิน ร่างสูงราวยักษ์ปักหลั่นสั่นสะท้านราวกับป่วยเป็นไข้ป่า แก้วตาไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร แต่แล้วความอยากเอาชนะนุ่น ก็กระตุ้นให้เธอเดินไปจนประชิดตัวราชสีห์ตัดสินใจยกแขนขึ้นคล้องรอบคอเขา แล้วแปะปากลงบนกลีบปากอุ่นจัดจนร้อนของชายเจ้าของไร่ทันที
จากที่คิดจะแกล้งให้นุ่นเห็น กลับถูกราชสีห์กอดรัดแนบแน่นแล้วตอบสนองด้วยการบดจูบอย่างเร่าร้อน และดึงตัวแก้วตาเข้าห้องของเขาไปก่อนหน้านุ่นจะเข้ามาเห็นเพียงเสี้ยววินาที
“อื้อ!”
แก้วตาเบิกตากว้าง ครางอู้อี้เพราะปากยังถูกราชสีห์ปิดทับเอาไว้มือที่คล้องรอบคอเขาเลื่อนออกโดยไวแล้วกำแน่นทั้งสองข้างออกแรงทุบแผงอกหนั่นแน่นอย่างสุดกำลังให้เขาปล่อย
แต่ราชสีห์กลับดันให้เธอถอยหลังจนหงายล้มลงบนเตียงไปพร้อมๆกัน ปากของเธอเป็นอิสระจากราชสีห์แล้วในตอนนี้ แก้วตาคลายกำปั้นออกแล้วดันร่างหนาหนักที่ทาบทับเธออยู่ ปากร้องปรามเขา
“ปล่อย…”
แต่เสียงห้ามของเธอหายไปอีกครั้งเมื่อถูกราชสีห์จูบเอาราวกับจะสูบลมหายใจของเธอให้ออกมาจนหมดปอด มืออุ่นร้อนข้างหนึ่งเคลื่อนไหวแถวบั้นเอวก่อนจะล้วงเข้ามาเค้นนวดผิวเนื้อที่ไม่เคยต้องมือชายใด มันทั้งนุ่มลื่นทั้งยังหอมหวานจนราชสีห์หมดการควบคุมในตนเอง
เขารู้ตัวเมื่อสายไปเสียแล้วว่าถูกวางยาปลุกเซ็กซ์ จนนั่งไปได้พักหนึ่งก็ปลีกตัวเพื่อกลับเข้ามาในห้อง ตั้งใจจะแช่น้ำจนกว่ายาจะคลายฤทธิ์ร้ายลงไป แต่ที่ไหนได้กลับมาเจอเนื้อหวานที่พุ่งเข้ามาหาถึงในปาก
ราชสีห์ดันตัวออกก้มมองคนใต้ร่างที่นอนหลับตาพริ้ม เสื้อนอนที่เป็นผ้ายืดถลกขึ้นจนเห็นผิวหน้าท้องเนียนราบเรียบจนต้องกลับลงไปซุกไซ้อย่างเมามันอีกครั้ง ร่างเล็กที่นอนหลับตาอยู่สะท้านแอ่นตัวขึ้นมาทันทีเมื่อถูกแตะด้วยริมฝีปากร้อนผ่าวของเขา
“แลกไหมเงินบ้าๆนั่นกับเซ็กส์ของเธอและฉันหนึ่งเดือน”
เสียงแตกพร่าตามแรงอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้าเพราะยาร้ายของราชสีห์ถามขึ้นมา
แก้วตานอนนิ่งหัวสมองมึนงงนึกหาคำมาตอบเขาไม่ได้ ราชสีห์ตีคลุมเอาเองเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังนอนนิ่ง
“เป็นอันว่าตกลง”
เขาถามเองแล้วสรุปเอาเองจนคนที่อ้าปากจะคร้านหมดสิทธิประท้วง ร่างกายของเธอถูกราชสีห์ปลุกเร้าราวกับรู้จักมันดีมากกว่าตัวเธอ
“พี่โตมีแขกไหมแก้ว” “คุณโตออกไปข้างนอกเมื่อครู่นี้เองค่ะคุณเล็ก” “เอ...เอาไงดี” “มีอะไรหรือคะ” “เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลที่จะเอามาตรวจสุขภาพคนงานน่ะสิ จะถามว่าขอให้พี่ธานมาช่วยได้ไหม เพราะชุดที่จัดไว้รถคว่ำเมื่อคืนหมอที่เป็นหลักแขนร้าวมาไม่ได้ พยาบาลสามสี่คนก็ฟกช้ำกันไป พี่ลองโทรหาพี่ธานดูแกว่าไม่มีปัญหาอะไร มาได้ แต่ฝั่งเรานี่สิจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”แม้พี่ชายจะไม่ถูกกันกับคุณหมอหนุ่มอย่างภิธาน แต่คนน้องอย่างคเชนทร์กลับไม่ได้เป็นไปอย่างพี่ชาย เขาคุยกันถูกคอเสียอีกกับอีกฝ่ายแก้วตารับฟังแต่ไม่ได้ออกความเห็นใดๆ คเชนทร์ที่พูดเองเออเองคนเดียวสรุปในตอนท้าย “ไม่เป็นไรหรอกมัง คงได้ เดี๋ยวพี่จัดการเองดีกว่า”บอกจบคเชนทร์หันหลังเตรียมจากไปแต่แล้วก็เหมือนอะไรขึ้นได้ “อ้อ แก้ว อาทิตย์หน้าคุณย่าจะมาที่ไร่แล้วนะ” “ค่ะ” แก้วตายิ้มรับ คเชนทร์เสียอีกกลับมองเธอด้วยแววตาเป็นห่วงเป็นใย เขาพูดขึ้นราวกับจะปลอบเธอ “ไม่มีอะไรหรอก แค่นั้นแหละ พี่ไปนะ” แก้วตายิ้มส่งให้ก่อนที่คเชนทร์จะหันหลังจากไป พลันความทรงจำวัยเด็กยังคงเหลืออยู่จากที่ฟังหลายๆคนเล่าต่อๆกัน
“ตื่นมากินอะไรก่อน อยากจะนอนค่อยนอน” แก้วตายังคงนิ่ง กลับกลายเป็นราชสีห์เองที่ร้อนรนเขากลัวขึ้นมาในนาทีนั้นอย่างบอกไม่ถูกเขากลัวว่าแก้วตาจะป่วยอาการหนักลงไปอีก ท่าทางก็ไม่ได้ดูอ่อนแอ เหตุใดจึงล้มหมอนนอนเสื่อได้ง่ายดายนัก จึงเก้ๆกังๆเข้าไปแตะหลังมือกับหน้าผากของเธอ จนคนป่วยเองนึกแปลกใจลืมตาขึ้นมองว่าเขาต้องการสิ่งใดกันแน่ “ไหวไหม หรือ จะให้ตามหมอ”ราชสีห์ถามเสียงแค่พอให้ได้ยินกันสองคนทั้งยังมาพร้อมแววตาเอื้ออาทรโดยไม่รู้ตัว แก้วตาตอบเสียงเบาปฏิเสธอย่างสุภาพ “แก้วอยากนอนพักค่ะ” “ไล่ฉันใช่ไหม ก็ได้ แต่ต้องลุกมากินอะไรก่อน” ไม่วายที่ราชสีห์จะเอาแต่ใจอย่างเคย คนป่วยบอกเสียงเบาหวิว “แก้วง่วงค่ะ” “ก็รีบลุกขึ้นมากินสิ กินแล้วจะได้นอน” เขาเซ้าซี้อีกครั้ง แก้วตาถอนหายใจเฮือกจนปัญญาที่จะต่อปากกับคนอย่างราชสีห์ จึงพยายามทรงตัวลุกขึ้นนั่งเพื่อกินอาหารที่ราชสีห์ถึงกับจัดแจงเตรียมใส่ชามมาวางรอบนโต๊ะวางอาหารสำหรับผู้ป่วย เมื่อจัดทุกอย่างจนเรียบร้อยแล้วราชสีห์ยืนกอดอกมองคนที่ก้มหน้าก้มตากินโดยไม่สนใจจะคุยกับเขาสักคำด้วยใบหน้ายิ้มๆก่อนจะแกล้งเย้าขึ้นว่า “ไม่ได้ทำงานตั้งสองวัน โดนหักเงินด้วยน
ชายหนุ่มละมือจากอกอิ่มขึ้นมาประคองใบหน้าให้เอียงรับจุมพิตดุดันจากเขา มืออีกข้างเคลื่อนลงหาที่กึ่งกลางกาย กางเกงผ้าฝ้ายที่เธอใส่ไม่ได้ช่วยให้เขาถอนกำลังออกง่ายๆ มือใหญ่ล้วงเข้าไปภายในจนสัมผัสกับเนื้อแท้ๆของเธอ แก้วตาสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ หนีบขาเข้าหากันทันทีเพื่อป้องกันส่วนสงวนไม่ให้เขาเข้ามารุกรานได้อย่างใจหมายข้าศึกที่มีทั้งกำลังและอำนาจไม่ลามือ ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดดูดดึง ด้านล่างมือออกแรงดันขาเรียวงามให้ออกจนพ้นทาง แล้วจึงแตะเข้าที่เนื้ออ่อนได้ในที่สุดแก้วตาเย็นวาบจากปลายเท้าเมื่อถูกสัมผัสอุกอาจจากราชสีห์ เธอหมดหนทางเอาตัวรอด ได้แต่ปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจราชสีห์ยอมผละริมฝีปากออก เขาจับพลิกร่างน้อยบนตักให้หันหน้ามาเผชิญกันกับเขา เมื่อสำเร็จแล้วเขาจุมพิตปลุกเร้าเธออีกครั้ง ยกลำตัวเธอลอยลิ่วแล้วดึงกางเกงออกจนพ้นสะโพกที่เริ่มผายของเธอได้ในที่สุด มือแข็งแรงยกขาของเธอข้างหนึ่งขึ้นเพื่อเปิดทาง ก่อนจะปลดตะขอและซิปของเขาออกเพียงเสี้ยววินาที ส่วนที่ขึงขันผงาดพร้อมจะเข้ามาในช่องทางอันแสนคุ้นเคยไม่รอช้า ราชสีห์จับขาของเธอกางกว้างออกแล้วจดจ่อส่วนปลายถูไถเมื่อพบว่าหนทางชื้นลื่นถึงพามันเข้า
แก้วตารู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวคล้ายจะมีไข้ในตอนตื่นนอน ตั้งใจไว้ว่าจัดการงานในบ้านแล้วจะหายากิน ก็พอดีกับที่พลอยไพลินแวะมาในช่วงสายๆ พอดีหญิงสาวหอบของสดมาเตรียมรอล่วงหน้า ขณะเดินนำไป ใบหน้าสวยหวานนั้นก็หันมาบอกไปด้วยว่า“เย็นนี้หนุ่มๆเขาจะปาร์ตี้กันจ้ะ แก้วช่วยทีนะ” พลอยไพลินเตรียมของกินเล่นสำหรับพวกผู้ช่วย และมื้อเย็นอีกไม่กี่อย่าง โดยมีแก้วตาคอยช่วยอยู่ตลอดเวลา จนลืมไปเลยว่าจะหายาลดไข้กิน บวกกับได้หยิบจับทำงานเหงื่อซึม อาการครั่นเนื้อครั่นตัวก็คล้ายจะคลายลงชายสามคนที่ลงมาจากรถ เดินนำมาก่อนนั่นคือคเชนทร์ ส่วนราชสีห์กับเพชรแท้ ตามมาไม่ห่าง พูดคุยกันหลายเรื่องจวบจนเข้ามาในตัวบ้านแล้วจึงหยุดเรื่องที่สนทนาคั่งค้างไว้เพียงเท่านั้น“พี่โตกลับมาแล้ว”พลอยไพลินทักผู้เป็นใหญ่แห่งไร่ราชสีห์ก่อนคนแรก แล้วตรงเข้าไปรับของกับมือของเขา เรียกสายตาคนที่เหลือให้มองตามด้วยความรู้สึกแตกต่างกันออกไปแน่นอนว่าคนพี่อย่างเพชรแท้พึงใจนัก หากว่าน้องสาวของตนจะทำให้ราชสีห์สนใจได้ สนใจในที่นี้ต้องมากกว่าพี่ชายเอ็นดูน้องสาว และควรเปลี่ยนไปในทางชายหนุ่มมองหญิงสาวแทน นั่นคือสิ่งที่พลอยไพลินต้องทำให้ได
แต่ราชสีห์ตีมึน ทำเฉยไปเสีย ไม่ดื้อแพ่งปฏิเสธหัวชนฝาให้ผู้ใหญ่ระอาใจ เขายังคงทำงานได้เรียกว่าดีกว่าที่คาด สร้างเนื้อสร้างตัว ขยับขยายไร่ใหญ่โตเป็นที่กล่าวขานไปทั่ว และไม่ตอบตกลงถึงเรื่องนี้เช่นกันว่าจะแต่งงานกับพลอยไพลินเมื่อใด เขาบอกกับตัวเองว่าสามารถเติบโตได้โดยไม่ต้องพึงพิงใครแบบที่บรรพบุรุษเคยๆทำในอดีตสองพี่น้องเจ้าของแหล่งเงินทุนที่คอยสนับสนุนไร่ราชสีห์มาตั้งแต่รุ่นปู่กลับกันไปแล้ว ราชสีห์จึงสั่งการเด็กรับใช้คนหนึ่งที่กำลังเก็บของขึ้นว่า “ไปเรียกแก้วมาเก็บของ”“ค่ะ”ไม่นานจากนั้น แก้วตาก็เดินขึ้นมาทำหน้าที่ของเธอ โดยมีราชสีห์มองตามทุกอิริยาบถจนเธอชักอึดอัดในใจ“เก็บของเสร็จขึ้นไปรอบนห้องเลย”เขาสั่งเสียงเฉียบ แก้วตาที่กำลังเช็ดโต๊ะชะงักกึกไม่พูดอะไรแล้วจึงจำยอมขึ้นไปรอเขาตามคำสั่งนั้น นานราวชั่วโมงกว่าที่ราชสีห์จะตามขึ้นมา เขาเปิดประตูแล้วพูดเรียบๆเรื่อยๆว่า“อีกสักพักคุณย่าจะมาที่ไร่”“ค่ะ”แก้วตาก้มหน้ารับคำเขา ในใจนึกถึงสิ่งที่กำลังจะตามมา หากคุณย่าที่ราชสีห์กล่าวถึงมาที่ไร่ เธอก็คงได้อยู่ห่างจากราชสีห์บ้าง นับว่าเป็นเรื่องดีทีเดียวขณะที่เหม่ออยู่นั้น แรงรัดจากทางด้านหลังดึ
“ไปได้แล้ว ฉันจะไม่เอาผิดอะไรทั้งสองคน” ราชสีห์ยอมปล่อยนายปุยและนางมะลิไป ไม่ได้เอาผิดอย่างที่แกล้งพูดขู่แก้วตาไว้ เขาคิดแล้วคิดอีกว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดแล้วตอนนี้ ในเมื่อแก้วตาชดใช้หนี้แล้ว ทั้งสองคนก็ไม่ได้มีทีท่าอะไรไปมากกว่าคนงานที่ติดพนันจึงขโมยเงินไปเพื่อถลุงในบ่อนก็เท่านั้น ไม่น่ามีพิษสงอะไรนักหนา นายปุยสะบัดมือออกจากการถูกรวบแขนไขว้ด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก ทันทีที่ถูกปล่อยก็เบือนหน้าหนีไป พื้นเพนิสัยนายปุยเป็นคนโมโหร้าย ใครทำให้เจ็บใจจะผูกใจเจ็บเก็บความแค้นเอาไว้ในใจลึกๆ เพราะเติบโตมาอย่างเก็บกด ทั้งยังชอบเล่นการพนันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะติดหนักขนาดนี้ สมัยรุ่นๆมักจะตีไก่ เล่นหวยใต้ดินหรือพวกไฮโลตามประสาไป งานการก็ไม่ได้เสียหาย จึงไม่มีใครว่ากล่าวแก แต่เมื่อมีเพื่อนในวงไก่ชนชวนเข้าบ่อน จำนวนเงินที่ได้มากขึ้น ความโลภก็เข้าตา จากไม่เคยลักขโมยก็ตัดสินใจทำได้โดยง่าย ส่วนนางมะลินั้นเป็นคนหัวอ่อน สามีคนนี้นางไม่ได้เลือกเอง ผู้ใหญ่บอกให้แต่ง นางก็แต่ง พอไม่มีลูก ทางญาติแนะนำให้เอาเด็กกำพร้ามาเลี้ยงสักคน นางก็ไ







