LOGINเขาคว้าข้อมือเธอไว้แล้วดึงเข้ามาหา ก่อนจะบดจูบ แล้วเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง จนกว่าจะหมดฤทธิ์ยาก็ย่างเข้ารุ่งสางของอีกวันนั่นทีเดียว
อากาศยานไร้คนขับหรือที่รู้จักในอีกชื่อว่าโดรน กำลังลอยอยู่เบื้องบนศรีษะของแก้วตา มันติดตามเธอมาตลอดตั้งแต่ออกจากสำนักงาน แก้วตากำลังมุ่งหน้าไปยังบ้านของลุงกับป้าที่ถูกปิดตายเอาไว้ เมื่อไปถึงก็เห็นว่ามีกุญแจคล้องอยู่ เธอเดินวนรอบบ้านแล้วเห็นว่าทางด้านหลังปิดไม่สนิทจึงคิดว่าควรเข้าทางนั้นเลยเพราะมันเพียงแค่งับไว้เท่านั้น เงยหน้าขึ้นไปบนฟ้ายังพบว่าเจ้าโดรนสีดำตัวนั้นยังบินวนเวียนคล้ายยังตามเธออยู่
แก้วตาเลิกให้ความสนใจกับมันแล้วตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปด้านในในทันที
สภาพบ้านถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย ข้าวของตู้เตียงยังคงอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง มีเพียงสภาพรกเรื้อเท่านั้นที่เปลี่ยนบ้านให้ดูราวกับถูกโจรปล้น ออกเดินสำรวจด้านในจนพอใจ เลยว่าจะกลับเพราะไม่มีเบาะแสอะไรเพิ่มเติม พอเดินมาหยุดที่ประตูด้านหลังที่เข้ามา พลันใจหายแทบสิ้นสติเพราะราชสีห์ยืนกอดอกอยู่ตรงนั้น แก้วตาถามอย่างร้อนใจ
“คุณโตมาทำอะไรคะ”
“แล้วเธอมาทำอะไร” ราชสีห์ไม่ยอมตอบ แถมยังย้อนถามเธอกลับไปอีก
“แก้วแค่มาดูอะไรนิดหน่อย จะกลับแล้วค่ะ”
ราชสีห์มองข้ามศรีษะเธอเข้าไปด้านในก่อนจะคว้าแขนแล้วดึงเธอมาทางหน้าบ้าน ขณะเดินไปเขาก็พูดเสียงเฉียบคล้ายขู่เธอไปตามทาง “อย่าแม้แต่จะคิดหนี”
“แก้วไม่ได้หนีค่ะ แก้วแค่มา…”
“ไม่ต้องเถียง!”
เขาว่าเสร็จ เดินกลับไปที่บิ๊กไบท์สีดำที่เธอเพิ่งสังเกตเห็นว่ามันจอดเลยบ้านของลุงกับป้าไปหน่อยเดียว
เธอคงอยู่ในภวังค์มากจนไม่ได้ยินเสียงรถของเขาเลยสินะ ขนาดว่าสตาร์ทเครื่องแล้ว เสียงท่อทุ้มยังดังกังวาลไปทั่วไร่ขนาดนี้แล้วตอนที่เขาขับมันมาถึงจะดังขนาดไหน ราชสีห์ขึ้นคร่อมบนรถคู่ใจ เมื่อเห็นว่าเธอยังยืนนิ่งไม่ขยับ เขาก็ตวาดขึ้นอีก
“ขึ้นรถ!”
แก้วตานั้นเป็นเพียงหญิงไทยไซซ์เล็ก ร่างกายของเธอจ้อยจิดริดเมื่อเทียบกับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน เธอมองรถมอเตอร์ไซต์คันใหญ่ที่มีราชสีห์เป็นเจ้าของด้วยสายตาท้อๆ ได้แต่จำยอมปีนขึ้นไปอย่างยากลำบาก พอขึ้นไปนั่งไม่ทันได้ตั้งตัว เจ้าของรถเร่งเครื่องออกไปในทันที จนเธอตกใจคว้าเอวเขาไว้แน่น รับรู้ถึงแรงสะเทือนผ่านแผ่นหลังของเขา แน่ใจว่าเขาต้องหัวเราะเธออยู่ ครู่หนึ่งหลังจากออกรถมา แก้วตาก็ตะโกนถามขึ้น
“คุณโตรู้ได้ยังไงคะว่าแก้วอยู่ที่นี่”
“ฉันรู้ก็แล้วกัน”
แก้วตาเงียบไปครู่ก็พูดแทรกเสียงลมไปว่า “เรื่องที่เราคุยกัน ถ้าแก้วอยากให้คุณโตเซ็นสัญญาจะได้ไหมคะ”
ราชสีห์เงียบไม่ตอบเขาขับรถต่อไปจนถึงที่หมายแล้วจอดมันลงที่อาคารสำนักงานของไร่ลงมายืนบนพื้นดิน แก้วตาจึงตะเกียกตะกายตามลงมา ตอนนั้นถึงได้ยินเขาตอบกลับว่า
“คืนนั้นฉันเซ็นแล้วนี่ หมึกหมดไปตั้งหลายรอบ”
แก้วตายืนนิ่งอยู่เพราะคิดตามไม่ทัน ก่อนจะเข้าใจเมื่อเห็นสายตาของราชสีห์ที่วาววับพราวระยิบระยับ พลันรู้ความหมายของมันทันที เธออ้าปากค้าง ใบหน้าร้อนผ่าว ก่อนจะหุบปากลง ก้มหน้าหลบสายตาเขา แล้วบอกเสียงงึมงำแทบจับคำไม่ได้
“แก้วหมายถึงเซ็นบนกระดาษค่ะ”
“เอามาสิ คนอย่างฉันไม่เคยเบี้ยวใครอยู่แล้ว”
เขาบอกเสร็จเดินตัวปลิวเข้าสำนักงานไปก่อน แก้วตาจึงก้มหน้างุดๆเดินตามเข้าไป
สรุปแล้วว่าแก้วตาได้ทำงานในสำนักงาน ในตำแหน่งเลขานุการของราชสีห์
‘คเชนทร์’ น้องชายของราชสีห์ถึงกับขมวดคิ้วแน่น ดันแว่นสายตามองอย่างต้องการรู้เบื้องหลังที่ลึกๆลงไป เมื่อมาเจอเธอที่เริ่มงานในวันแรก ไม่แปลกถ้าราชสีห์จะมีเลขาฯ เพราะคเชนทร์เคยบอกให้ราชสีห์รับตำแหน่งนี้มาก่อนหน้าแล้ว แต่เจ้าตัวบอกปัดไม่เอาท่าเดียว
แล้วนี่อะไร ทำไมถึงได้รับเอาแก้วตามาทำหน้าที่นี้กันเล่า
ส่วนเงินเดือนของเลขาฯที่แก้วตารับอยู่ จะถูกหักใช้หนี้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ที่เหลือก็เก็บเอาไว้ใช้จ่ายส่วนตัว
แก้วตาเป็นคนมัธยัสถ์ เธอกินอยู่ที่บ้านของเขา เสื้อผ้าเครื่องสำอางไม่เคยมีในรายการที่ต้องซื้อมานานแล้ว ส่วนชุดที่ใช้ทำงาน ราชสีห์อนุโลมให้แต่งแบบไหนก็ได้แต่ขอให้สุภาพเรียบร้อยเพียงเท่านั้น
เธอจึงเลือกกางเกงผ้าขายาวสีดำที่มีเพียงสามชุดกับเสื้อยืดมีปกคลุมทับด้วยแจคเกตอีกทีมาใช้แทน และราชสีห์ก็ยังไม่เห็นว่าอะไรเธอ
“ไปไหนกันมาครับ กินข้าวแล้วหรือแก้ว”
คเชนทร์ที่นั่งอ่านข่าวรออยู่ในสำนักงานทักทายขึ้น ท้ายประโยคถามแก้วตา เพราะเวลานี้เลยเที่ยงมาจนจะล่วงเข้าบ่ายโมงแล้ว
“ค่ะคุณเล็ก”
แก้วตาตอบรับแล้วเดินเลี่ยงไปที่โต๊ะของตนเอง ราชสีห์ยืนนิ่งใบหน้าดูเฉยเมย ก่อนจะเดินนำเข้าห้องของเขาไป คเชนทร์ยิ้มให้เธอแล้วจึงเดินตามพี่ชายเข้าไปบ้าง พอปิดประตูลง ราชสีห์ก็ถามคนเป็นน้องทันที
“เป็นไงได้ข่าวหรือยัง”
“มีคนเจอแกที่กาสิโนในปอยเปตครับพี่โต”
“ว่าแล้วเชียว แล้วตามตัวกลับมาได้ไหม”
“ถึงตามกลับมาได้ ก็คงไม่มีเงินมาคืนเรานะพี่”
ราชสีห์เคาะโต๊ะราวกับกำลังใช้ความคิดอยู่ คเชนทร์ที่นึกอะไรออกก็พูดขึ้น
“พี่ให้แก้วทำงานใช้หนี้แทนแล้วไม่ใช่เหรอครับ จะซีเรียสอะไร”
ราชสีห์โต้หน้าเครียด “ซีเรียสสิ มาของขโมยของแบบนี้ มันต้องได้รับโทษ ไม่ใช่เอาเงินไปใช้ลอยนวลสบายใจเชิบ...ส่วนไอ้เรื่องเงินนั่นน่ะ มันก็ต้องใช้กันไปตามระเบียบอยู่แล้ว”
“แก้ว น่ารักดีนะพี่” แล้วไอ้น้องชายตัวดีก็ออกนอกเรื่อง
ราชสีห์หันไปหยิบแฟ้มด้านหลัง กระชากเสียงถามอย่างฉุนๆ“ตรงไหนวะ”
“อ้อ ผมลืมไป พี่ผมหัวนอกนี่ ชอบแต่สาวๆฝรั่ง สาวไทยๆแบบแก้วคงไม่ใช่สเปคพี่ ถ้าอย่างนั้นผมจะได้จีบแก้วไม่ต้องมีคนมาขวางลำ”
“อย่านะเว้ย!”
ราชสีห์หันหน้ามาพร้อมตวาดห้ามลั่นห้อง จนคเชนทร์ตกใจ แกล้งยกมือขึ้นทาบอก ถามยิ้มๆ “อะไรกันพี่ ตกอกตกใจหมดเลย ขวัญเอ๊ย ขวัญมานะลูก”
ราชสีห์เลยรู้ว่าถูกไอ้น้องชายตัวดีล้วงความลับเข้าให้แล้ว เขาปั้นสีหน้าขรึมๆ ก่อนตอบเป็นงานเป็นการว่า “คือ...พี่...พี่หมายถึงว่า แกอย่าไปจีบไปชอบเลย มันจะเสียการปกครอง”
“อ๋อ สมภารกินไก่วัดใช่ไหมครับ”
“เออ เออ แบบนั้นแหละ” ไม่รู้เขาเรียกกว่าอะไร แต่ก็อือออตามน้องชายไปด้วย “แล้วนี่มีอะไรจะคุยอีกไหม จะได้ทำงานต่อ”
“ไม่มีครับ” คเชนทร์ยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วทำท่าจะออกจากห้องไป แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ “เออ พี่โต ไอ้มิ่งมันโทรมาบอกว่าโดรนพี่ตกอยู่แถวๆบ้านคนงานแน่ะ”
“รู้แล้ว” ราชสีห์บอกแล้วปัดมือไล่ นึกรำคาญน้องชายขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เคืองคนบางคนที่ชักเห็นแววแล้วว่ารั้นและดื้อดึงแค่ไหน
“พี่โตมีแขกไหมแก้ว” “คุณโตออกไปข้างนอกเมื่อครู่นี้เองค่ะคุณเล็ก” “เอ...เอาไงดี” “มีอะไรหรือคะ” “เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลที่จะเอามาตรวจสุขภาพคนงานน่ะสิ จะถามว่าขอให้พี่ธานมาช่วยได้ไหม เพราะชุดที่จัดไว้รถคว่ำเมื่อคืนหมอที่เป็นหลักแขนร้าวมาไม่ได้ พยาบาลสามสี่คนก็ฟกช้ำกันไป พี่ลองโทรหาพี่ธานดูแกว่าไม่มีปัญหาอะไร มาได้ แต่ฝั่งเรานี่สิจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”แม้พี่ชายจะไม่ถูกกันกับคุณหมอหนุ่มอย่างภิธาน แต่คนน้องอย่างคเชนทร์กลับไม่ได้เป็นไปอย่างพี่ชาย เขาคุยกันถูกคอเสียอีกกับอีกฝ่ายแก้วตารับฟังแต่ไม่ได้ออกความเห็นใดๆ คเชนทร์ที่พูดเองเออเองคนเดียวสรุปในตอนท้าย “ไม่เป็นไรหรอกมัง คงได้ เดี๋ยวพี่จัดการเองดีกว่า”บอกจบคเชนทร์หันหลังเตรียมจากไปแต่แล้วก็เหมือนอะไรขึ้นได้ “อ้อ แก้ว อาทิตย์หน้าคุณย่าจะมาที่ไร่แล้วนะ” “ค่ะ” แก้วตายิ้มรับ คเชนทร์เสียอีกกลับมองเธอด้วยแววตาเป็นห่วงเป็นใย เขาพูดขึ้นราวกับจะปลอบเธอ “ไม่มีอะไรหรอก แค่นั้นแหละ พี่ไปนะ” แก้วตายิ้มส่งให้ก่อนที่คเชนทร์จะหันหลังจากไป พลันความทรงจำวัยเด็กยังคงเหลืออยู่จากที่ฟังหลายๆคนเล่าต่อๆกัน
“ตื่นมากินอะไรก่อน อยากจะนอนค่อยนอน” แก้วตายังคงนิ่ง กลับกลายเป็นราชสีห์เองที่ร้อนรนเขากลัวขึ้นมาในนาทีนั้นอย่างบอกไม่ถูกเขากลัวว่าแก้วตาจะป่วยอาการหนักลงไปอีก ท่าทางก็ไม่ได้ดูอ่อนแอ เหตุใดจึงล้มหมอนนอนเสื่อได้ง่ายดายนัก จึงเก้ๆกังๆเข้าไปแตะหลังมือกับหน้าผากของเธอ จนคนป่วยเองนึกแปลกใจลืมตาขึ้นมองว่าเขาต้องการสิ่งใดกันแน่ “ไหวไหม หรือ จะให้ตามหมอ”ราชสีห์ถามเสียงแค่พอให้ได้ยินกันสองคนทั้งยังมาพร้อมแววตาเอื้ออาทรโดยไม่รู้ตัว แก้วตาตอบเสียงเบาปฏิเสธอย่างสุภาพ “แก้วอยากนอนพักค่ะ” “ไล่ฉันใช่ไหม ก็ได้ แต่ต้องลุกมากินอะไรก่อน” ไม่วายที่ราชสีห์จะเอาแต่ใจอย่างเคย คนป่วยบอกเสียงเบาหวิว “แก้วง่วงค่ะ” “ก็รีบลุกขึ้นมากินสิ กินแล้วจะได้นอน” เขาเซ้าซี้อีกครั้ง แก้วตาถอนหายใจเฮือกจนปัญญาที่จะต่อปากกับคนอย่างราชสีห์ จึงพยายามทรงตัวลุกขึ้นนั่งเพื่อกินอาหารที่ราชสีห์ถึงกับจัดแจงเตรียมใส่ชามมาวางรอบนโต๊ะวางอาหารสำหรับผู้ป่วย เมื่อจัดทุกอย่างจนเรียบร้อยแล้วราชสีห์ยืนกอดอกมองคนที่ก้มหน้าก้มตากินโดยไม่สนใจจะคุยกับเขาสักคำด้วยใบหน้ายิ้มๆก่อนจะแกล้งเย้าขึ้นว่า “ไม่ได้ทำงานตั้งสองวัน โดนหักเงินด้วยน
ชายหนุ่มละมือจากอกอิ่มขึ้นมาประคองใบหน้าให้เอียงรับจุมพิตดุดันจากเขา มืออีกข้างเคลื่อนลงหาที่กึ่งกลางกาย กางเกงผ้าฝ้ายที่เธอใส่ไม่ได้ช่วยให้เขาถอนกำลังออกง่ายๆ มือใหญ่ล้วงเข้าไปภายในจนสัมผัสกับเนื้อแท้ๆของเธอ แก้วตาสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ หนีบขาเข้าหากันทันทีเพื่อป้องกันส่วนสงวนไม่ให้เขาเข้ามารุกรานได้อย่างใจหมายข้าศึกที่มีทั้งกำลังและอำนาจไม่ลามือ ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดดูดดึง ด้านล่างมือออกแรงดันขาเรียวงามให้ออกจนพ้นทาง แล้วจึงแตะเข้าที่เนื้ออ่อนได้ในที่สุดแก้วตาเย็นวาบจากปลายเท้าเมื่อถูกสัมผัสอุกอาจจากราชสีห์ เธอหมดหนทางเอาตัวรอด ได้แต่ปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจราชสีห์ยอมผละริมฝีปากออก เขาจับพลิกร่างน้อยบนตักให้หันหน้ามาเผชิญกันกับเขา เมื่อสำเร็จแล้วเขาจุมพิตปลุกเร้าเธออีกครั้ง ยกลำตัวเธอลอยลิ่วแล้วดึงกางเกงออกจนพ้นสะโพกที่เริ่มผายของเธอได้ในที่สุด มือแข็งแรงยกขาของเธอข้างหนึ่งขึ้นเพื่อเปิดทาง ก่อนจะปลดตะขอและซิปของเขาออกเพียงเสี้ยววินาที ส่วนที่ขึงขันผงาดพร้อมจะเข้ามาในช่องทางอันแสนคุ้นเคยไม่รอช้า ราชสีห์จับขาของเธอกางกว้างออกแล้วจดจ่อส่วนปลายถูไถเมื่อพบว่าหนทางชื้นลื่นถึงพามันเข้า
แก้วตารู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวคล้ายจะมีไข้ในตอนตื่นนอน ตั้งใจไว้ว่าจัดการงานในบ้านแล้วจะหายากิน ก็พอดีกับที่พลอยไพลินแวะมาในช่วงสายๆ พอดีหญิงสาวหอบของสดมาเตรียมรอล่วงหน้า ขณะเดินนำไป ใบหน้าสวยหวานนั้นก็หันมาบอกไปด้วยว่า“เย็นนี้หนุ่มๆเขาจะปาร์ตี้กันจ้ะ แก้วช่วยทีนะ” พลอยไพลินเตรียมของกินเล่นสำหรับพวกผู้ช่วย และมื้อเย็นอีกไม่กี่อย่าง โดยมีแก้วตาคอยช่วยอยู่ตลอดเวลา จนลืมไปเลยว่าจะหายาลดไข้กิน บวกกับได้หยิบจับทำงานเหงื่อซึม อาการครั่นเนื้อครั่นตัวก็คล้ายจะคลายลงชายสามคนที่ลงมาจากรถ เดินนำมาก่อนนั่นคือคเชนทร์ ส่วนราชสีห์กับเพชรแท้ ตามมาไม่ห่าง พูดคุยกันหลายเรื่องจวบจนเข้ามาในตัวบ้านแล้วจึงหยุดเรื่องที่สนทนาคั่งค้างไว้เพียงเท่านั้น“พี่โตกลับมาแล้ว”พลอยไพลินทักผู้เป็นใหญ่แห่งไร่ราชสีห์ก่อนคนแรก แล้วตรงเข้าไปรับของกับมือของเขา เรียกสายตาคนที่เหลือให้มองตามด้วยความรู้สึกแตกต่างกันออกไปแน่นอนว่าคนพี่อย่างเพชรแท้พึงใจนัก หากว่าน้องสาวของตนจะทำให้ราชสีห์สนใจได้ สนใจในที่นี้ต้องมากกว่าพี่ชายเอ็นดูน้องสาว และควรเปลี่ยนไปในทางชายหนุ่มมองหญิงสาวแทน นั่นคือสิ่งที่พลอยไพลินต้องทำให้ได
แต่ราชสีห์ตีมึน ทำเฉยไปเสีย ไม่ดื้อแพ่งปฏิเสธหัวชนฝาให้ผู้ใหญ่ระอาใจ เขายังคงทำงานได้เรียกว่าดีกว่าที่คาด สร้างเนื้อสร้างตัว ขยับขยายไร่ใหญ่โตเป็นที่กล่าวขานไปทั่ว และไม่ตอบตกลงถึงเรื่องนี้เช่นกันว่าจะแต่งงานกับพลอยไพลินเมื่อใด เขาบอกกับตัวเองว่าสามารถเติบโตได้โดยไม่ต้องพึงพิงใครแบบที่บรรพบุรุษเคยๆทำในอดีตสองพี่น้องเจ้าของแหล่งเงินทุนที่คอยสนับสนุนไร่ราชสีห์มาตั้งแต่รุ่นปู่กลับกันไปแล้ว ราชสีห์จึงสั่งการเด็กรับใช้คนหนึ่งที่กำลังเก็บของขึ้นว่า “ไปเรียกแก้วมาเก็บของ”“ค่ะ”ไม่นานจากนั้น แก้วตาก็เดินขึ้นมาทำหน้าที่ของเธอ โดยมีราชสีห์มองตามทุกอิริยาบถจนเธอชักอึดอัดในใจ“เก็บของเสร็จขึ้นไปรอบนห้องเลย”เขาสั่งเสียงเฉียบ แก้วตาที่กำลังเช็ดโต๊ะชะงักกึกไม่พูดอะไรแล้วจึงจำยอมขึ้นไปรอเขาตามคำสั่งนั้น นานราวชั่วโมงกว่าที่ราชสีห์จะตามขึ้นมา เขาเปิดประตูแล้วพูดเรียบๆเรื่อยๆว่า“อีกสักพักคุณย่าจะมาที่ไร่”“ค่ะ”แก้วตาก้มหน้ารับคำเขา ในใจนึกถึงสิ่งที่กำลังจะตามมา หากคุณย่าที่ราชสีห์กล่าวถึงมาที่ไร่ เธอก็คงได้อยู่ห่างจากราชสีห์บ้าง นับว่าเป็นเรื่องดีทีเดียวขณะที่เหม่ออยู่นั้น แรงรัดจากทางด้านหลังดึ
“ไปได้แล้ว ฉันจะไม่เอาผิดอะไรทั้งสองคน” ราชสีห์ยอมปล่อยนายปุยและนางมะลิไป ไม่ได้เอาผิดอย่างที่แกล้งพูดขู่แก้วตาไว้ เขาคิดแล้วคิดอีกว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดแล้วตอนนี้ ในเมื่อแก้วตาชดใช้หนี้แล้ว ทั้งสองคนก็ไม่ได้มีทีท่าอะไรไปมากกว่าคนงานที่ติดพนันจึงขโมยเงินไปเพื่อถลุงในบ่อนก็เท่านั้น ไม่น่ามีพิษสงอะไรนักหนา นายปุยสะบัดมือออกจากการถูกรวบแขนไขว้ด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก ทันทีที่ถูกปล่อยก็เบือนหน้าหนีไป พื้นเพนิสัยนายปุยเป็นคนโมโหร้าย ใครทำให้เจ็บใจจะผูกใจเจ็บเก็บความแค้นเอาไว้ในใจลึกๆ เพราะเติบโตมาอย่างเก็บกด ทั้งยังชอบเล่นการพนันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะติดหนักขนาดนี้ สมัยรุ่นๆมักจะตีไก่ เล่นหวยใต้ดินหรือพวกไฮโลตามประสาไป งานการก็ไม่ได้เสียหาย จึงไม่มีใครว่ากล่าวแก แต่เมื่อมีเพื่อนในวงไก่ชนชวนเข้าบ่อน จำนวนเงินที่ได้มากขึ้น ความโลภก็เข้าตา จากไม่เคยลักขโมยก็ตัดสินใจทำได้โดยง่าย ส่วนนางมะลินั้นเป็นคนหัวอ่อน สามีคนนี้นางไม่ได้เลือกเอง ผู้ใหญ่บอกให้แต่ง นางก็แต่ง พอไม่มีลูก ทางญาติแนะนำให้เอาเด็กกำพร้ามาเลี้ยงสักคน นางก็ไ







