LOGIN“รู้แล้ว” ราชสีห์บอกแล้วปัดมือไล่ นึกรำคาญน้องชายขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เคืองคนบางคนที่ชักเห็นแววแล้วว่ารั้นและดื้อดึงแค่ไหน
คเชนทร์ออกมาจากห้องของพี่ชาย ยิ้มให้แก้วตาแล้วเดินจนพ้นจากประตูสำนักงานไปแล้ว เสียงโทรศัพท์จึงดังขึ้น แก้วตาเอื้อมมือรับแล้วกรอกเสียงลงไป
“สำนักงานไร่ราชสีห์สวัสดีค่ะ”
“แก้ว? นั่นใช่หนูไหม”
“ป้าลิ” แก้วตาครางชื่อปลายสายเสียงแผ่วเบา พลันหัวใจแกว่งไกวระรัวเร็ว เธอวางโทรศัพท์ออฟฟิซแบบไร้สายพักบนหน้าตัก เหลียวไปดูทางประตูห้องของราชสีห์ก่อนจะลุกออกจากโต๊ะทำงานเลี่ยงตรงนั้นเพื่อไปคุยยังที่ที่สามารถเห็นประตูห้องของเขาได้อย่างชัดเจนและยังอยากให้อยู่ไกลจากราชสีห์มากที่สุด แม้จะมีผนังกั้นห้อง แต่แก้วตาก็ระแวง เธอกำลังประสาทเสีย กลัวเหลือเกิน กลัวว่าราชสีห์จะรู้ หรือได้ยินว่าเธอจะคุยสายกับมะลิ คนที่เขาหมายมาดจะลากมาเอาผิดให้จงได้
“ป้ากับลุง อยู่ที่ไหนจ๊ะ” เธอถามปลายสายไปอย่างร้อนรน
“ป้ายังบอกหนูไม่ได้ มีคนใส่ร้ายป้ากับลุง” นางมะลิพูดติดๆขัดๆกลับมา
“ป้าต้องกลับมาพูดความจริงนะจ๊ะ คุณโตจะไม่ทำอะไรป้ากับลุง”
“นั่นละตัวดี หนูต้องอยู่ให้ห่างจากเขานะลูก”
ห่างจากราชสีห์อย่างนั้นหรือ จะเป็นไปได้อย่างไรกัน
“ป้าอยากให้หนูช่วยอะไรหน่อย”
“บอกแก้วมาเลยจ้ะ”
“หนูจำห่อผ้าบนหิ้งพระได้ไหม”
“จำได้จ้ะป้า”
“หนูไปเอามาไว้กับตัว แล้ววันไหนที่หนูสะดวก โทรบอกป้าที่เบอร์…นะลูกนะ” มะลิบอกหมายเลขติดต่อให้เธอจดไว้สำหรับติดต่อ
พลันหัวใจอดเต้นตูมตามออกมาไม่ได้เมื่อเห็นว่าราชสีห์เปิดประตูออกมา แก้วตารีบวางสายทันที ไม่รู้ว่าเขาเห็นเธอคุยโทรศัพท์อยู่หรือไม่
“ฉันจะออกไปข้างนอก”
“ค่ะ” แก้วตาตอบรับโดยไว ก้มหน้าก้มตาหลบสายตาเขาโดยไม่รู้ตัว จนราชสีห์ผิดสังเกต
“เป็นอะไรทำไมหน้าซีดๆ ใครโทรมา”
“อะ อ่อ คะ คือ มีคนโทรมาถามสมัครงานน่ะค่ะ”
“ตำแหน่งอะไร” ราชสีห์ถามกลับทันควัน
“อะ เอ่อ คนงานในไร่ค่ะ”
“ทำไมต้องโทรมาถาม ป้ายติดอยู่ข้างหน้าก็มี”
นั่นสิ ทำไมต้องโทรมา แก้วตาอึ้งไปครู่ก่อนจะนึกหาคำตอบ “คงไม่ได้อยู่แถวนี้มังคะ”
ราชสีห์พยักหน้าน้อยๆ มองจ้องเธออยู่อึดใจ แล้วจึงเดินออกไปแก้วตาถึงได้ระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เท่านี้แค่เพียงได้รับการติดต่อจากป้า แก้วตาก็ใจชื้นขึ้นมาได้หน่อย ความหวังที่คิดไว้น่าจะเป็นจริง ป้ากับลุงของเธอถูกคนใส่ร้ายแน่ๆ เธอต้องหาทางพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้กับลุงและป้าให้ได้
4
ช่วงเย็นอีกวันหลังจากที่แก้วตาได้รับการติดต่อจากลุงกับป้า ราชสีห์ออกไปติดต่อธุระข้างนอกช่วงบ่ายและบอกว่าจะไม่กลับมาอีก เธอจึงออกมาที่ด้านนอก จนเจอกับหัวหน้าคนงานที่ขับมอเตอร์ไซต์กลางเก่ากลางใหม่ผ่านมาพอดี
“ไปไหนแก้ว”
“ว่าจะไปท้ายไร่น่ะจ้ะ”
“พี่ไปส่งไหม”
แก้วตานิ่งคิดอยู่ครู่ ว่าหากเดินไปและกว่าจะกลับไปที่บ้านของราชสีห์ก็คงหมดแรงพอดี จึงตัดสินใจซ้อนท้ายเด่นไป
แก้วตาไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอจะกลับเข้าไปในบ้านของลุงจึงปดออกไป เมื่อนึกถึงอีกคนขึ้นมาได้ “จะแวะไปส้มหน่อยน่ะพี่เด่น เห็นว่าเพิ่งคลอด”
บ้านของส้มนั้นอยู่ติดกับบ้านของเด่น ที่สำคัญถัดกันไปทั้งหมดนั่นอยู่ก่อนถึงบ้านลุงกับป้าเพียงไม่กี่สิบเมตร เธอจึงเลือกที่จะลงตรงนั้น แล้วเดี๋ยวลอบเดินลัดต้นไม้เข้าทางด้านหลังไปก็แล้วกัน
“งั้นเข้าไปเอาหัวปลีตรงแคร่หลังบ้านพี่ให้ส้มด้วยสิแก้ว เดี๋ยวพี่เลยไปหาลุงกุลก่อน” เด่นนั้นค่อนข้างคุ้นกับแก้วตาดี จึงออกปากไหว้วานออกไป
“จ้ะ” เป็นโอกาสดีจริงๆ แก้วตาจึงเดินเข้าบ้านเด่นไป ลัดออกทางด้านหลัง แล้วค่อยเข้าไปเอาของที่มะลิไหว้วานไว้ เรียบร้อยคอยเดินลัดจากหลังบ้านเด่นออกมา ไม่ลืมแวะหยิบหัวปลีเพื่อเอาไปฝากเพื่อนรุ่นเดียวกันสมัยเรียนประถมที่ชื่อส้ม พอเดินออกมาจากบ้านของเด่น ก็ได้ยินเสียงทักของคเชนทร์
“ไปไหนแก้ว”
แก้วตาหันไปตามเสียงเรียกก็เห็นว่าคเชนทร์นั้นไม่ได้มาคนเดียว ที่ตรงนั้นมีราชสีห์และชายหนุ่มอีกสามคนยืนอยู่ด้วย คล้ายๆจะเป็นผู้รับเหมาที่เข้ามาแจงงาน เรื่องที่จะทำบ้านให้คนงานเพิ่ม แก้วตาส่งยิ้มให้คเชนทร์ ตอนนี้ใจเต้นไม่เป็นส่ำ เธอกลัวว่าราชสีห์จะรู้เรื่องที่มะลิติดต่อกับเธอ
ดีที่ตอนนี้มีหัวปลีอยู่ในมือของเธอแล้ว แก้วตาก้มหน้าแล้วพยายามสงบจิตสงบใจ คิดเรียบเรียงคำพูด ราชสีห์นั้นจับผิดคนเก่งนัก หากผิดจากสังเกตไปหน่อยเดียว เขาต้องรู้เรื่องที่เธอปิดบังไว้แน่
“แก้วมาเยี่ยมส้มค่ะคุณเล็ก”
“ส้ม? อ๋อ ที่เพิ่งคลอดใช่ไหม”
แก้วตาพยักหน้าอย่างไว มันไวเกินไปจนคนที่จับตามองอยู่รู้สึกทะแม่งๆ
“งั้นไปเถอะ” คเชนทร์บอกยิ้มๆ แก้วตาจึงปลีกตัวออกมาจากตรงนั้น เดินลิ่วๆเข้าไปหาส้มข้างในบ้าน
ส้มเป็นลูกสาวชาวบ้าน ที่ได้เสียกับคนงานคนหนึ่งในไร่ราชสีห์ ผู้ใหญ่จึงผูกข้อไม้ข้อมือให้แล้วพากันมาอยู่กินกันในบ้านพักของคนงานที่ปลูกเป็นแถวเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ สะอาดสะอ้าน หนึ่งในสวัสดิการของไร่ราชสีห์แห่งนี้
แก้วตาเคาะประตูเบาๆสามสี่ทีก่อนจะแง้มมันออก เพราะประตูไม่ได้ปิดสนิท เรียกเสียงเบา
“ส้ม”
“แก้ว เข้ามาก่อน” ส้มกระซิบกระซาบบอก ด้วยว่าเพิ่งวางลูกน้อยลงนอนบนเบาะเด็กอ่อน
แก้วตาชูหัวปลีในมือ กระซิบถามเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวน้อยคล้ายว่าจะหลับไปแล้ว
“เอาไว้ไหน”
“วานที เดินไปวางตรงหลังบ้านให้หน่อย”
แก้วตาเดินเอาหัวปลีไปวางไว้ให้แล้วจึงยอบตัวนั่งอยู่ข้างๆสองแม่ลูก เจ้าตัวน้อยหลับสนิทบนเบาะนอนสำหรับเด็กแล้วในตอนนี้ ดูน่าชังยิ่งนัก
“พี่เด่นเก็บมา แกฝากแก้วให้เอามาให้”
ส้มพยักหน้ารับแล้วยิ้มอย่างเหนื่อยอ่อน “แก้วกลับมานานหรือยัง”
“ได้หลายวันแล้วล่ะ”
อีกฝ่ายมองหน้าเธอ ก่อนจะกระซิบคุยกัน “ส้มรู้เรื่องลุงกับป้าแล้วนะ ไม่อยากเชื่อเลยว่าแกจะทำแบบนั้น”
“แก้วก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันส้ม”
สองสาวพูดคุยกันอีกพักใหญ่ แก้วตาจึงบอกลาเพื่อให้คุณแม่ลูกอ่อนได้พักผ่อนบ้าง
กลับออกมาจากบ้านของส้ม เธอเห็นราชสีห์ คเชนทร์และกลุ่มชายหนุ่มยืนคุยกันอยู่แถวหน้าบ้านพักคนงานยังไม่ไปไหน
คเชนทร์แยกตัวออกมาที่รถของตนเองที่จอดไม่ห่างจากหน้าบ้านของส้มเท่าไรนัก แก้วตาส่งยิ้มให้อย่างเก้อๆแล้วทำท่าจะเดินกลับไปยังบ้านของเจ้าของไร่ราชสีห์ที่อยู่อีกทาง
“มายังไงล่ะเรา” คเชนทร์ถามขึ้นก่อนจะเปิดประตูรถตนเอง
แก้วตาชะงักหันมาตอบเก้อๆ “มากับพี่เด่นค่ะคุณเล็ก”
“พี่โตมีแขกไหมแก้ว” “คุณโตออกไปข้างนอกเมื่อครู่นี้เองค่ะคุณเล็ก” “เอ...เอาไงดี” “มีอะไรหรือคะ” “เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลที่จะเอามาตรวจสุขภาพคนงานน่ะสิ จะถามว่าขอให้พี่ธานมาช่วยได้ไหม เพราะชุดที่จัดไว้รถคว่ำเมื่อคืนหมอที่เป็นหลักแขนร้าวมาไม่ได้ พยาบาลสามสี่คนก็ฟกช้ำกันไป พี่ลองโทรหาพี่ธานดูแกว่าไม่มีปัญหาอะไร มาได้ แต่ฝั่งเรานี่สิจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”แม้พี่ชายจะไม่ถูกกันกับคุณหมอหนุ่มอย่างภิธาน แต่คนน้องอย่างคเชนทร์กลับไม่ได้เป็นไปอย่างพี่ชาย เขาคุยกันถูกคอเสียอีกกับอีกฝ่ายแก้วตารับฟังแต่ไม่ได้ออกความเห็นใดๆ คเชนทร์ที่พูดเองเออเองคนเดียวสรุปในตอนท้าย “ไม่เป็นไรหรอกมัง คงได้ เดี๋ยวพี่จัดการเองดีกว่า”บอกจบคเชนทร์หันหลังเตรียมจากไปแต่แล้วก็เหมือนอะไรขึ้นได้ “อ้อ แก้ว อาทิตย์หน้าคุณย่าจะมาที่ไร่แล้วนะ” “ค่ะ” แก้วตายิ้มรับ คเชนทร์เสียอีกกลับมองเธอด้วยแววตาเป็นห่วงเป็นใย เขาพูดขึ้นราวกับจะปลอบเธอ “ไม่มีอะไรหรอก แค่นั้นแหละ พี่ไปนะ” แก้วตายิ้มส่งให้ก่อนที่คเชนทร์จะหันหลังจากไป พลันความทรงจำวัยเด็กยังคงเหลืออยู่จากที่ฟังหลายๆคนเล่าต่อๆกัน
“ตื่นมากินอะไรก่อน อยากจะนอนค่อยนอน” แก้วตายังคงนิ่ง กลับกลายเป็นราชสีห์เองที่ร้อนรนเขากลัวขึ้นมาในนาทีนั้นอย่างบอกไม่ถูกเขากลัวว่าแก้วตาจะป่วยอาการหนักลงไปอีก ท่าทางก็ไม่ได้ดูอ่อนแอ เหตุใดจึงล้มหมอนนอนเสื่อได้ง่ายดายนัก จึงเก้ๆกังๆเข้าไปแตะหลังมือกับหน้าผากของเธอ จนคนป่วยเองนึกแปลกใจลืมตาขึ้นมองว่าเขาต้องการสิ่งใดกันแน่ “ไหวไหม หรือ จะให้ตามหมอ”ราชสีห์ถามเสียงแค่พอให้ได้ยินกันสองคนทั้งยังมาพร้อมแววตาเอื้ออาทรโดยไม่รู้ตัว แก้วตาตอบเสียงเบาปฏิเสธอย่างสุภาพ “แก้วอยากนอนพักค่ะ” “ไล่ฉันใช่ไหม ก็ได้ แต่ต้องลุกมากินอะไรก่อน” ไม่วายที่ราชสีห์จะเอาแต่ใจอย่างเคย คนป่วยบอกเสียงเบาหวิว “แก้วง่วงค่ะ” “ก็รีบลุกขึ้นมากินสิ กินแล้วจะได้นอน” เขาเซ้าซี้อีกครั้ง แก้วตาถอนหายใจเฮือกจนปัญญาที่จะต่อปากกับคนอย่างราชสีห์ จึงพยายามทรงตัวลุกขึ้นนั่งเพื่อกินอาหารที่ราชสีห์ถึงกับจัดแจงเตรียมใส่ชามมาวางรอบนโต๊ะวางอาหารสำหรับผู้ป่วย เมื่อจัดทุกอย่างจนเรียบร้อยแล้วราชสีห์ยืนกอดอกมองคนที่ก้มหน้าก้มตากินโดยไม่สนใจจะคุยกับเขาสักคำด้วยใบหน้ายิ้มๆก่อนจะแกล้งเย้าขึ้นว่า “ไม่ได้ทำงานตั้งสองวัน โดนหักเงินด้วยน
ชายหนุ่มละมือจากอกอิ่มขึ้นมาประคองใบหน้าให้เอียงรับจุมพิตดุดันจากเขา มืออีกข้างเคลื่อนลงหาที่กึ่งกลางกาย กางเกงผ้าฝ้ายที่เธอใส่ไม่ได้ช่วยให้เขาถอนกำลังออกง่ายๆ มือใหญ่ล้วงเข้าไปภายในจนสัมผัสกับเนื้อแท้ๆของเธอ แก้วตาสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ หนีบขาเข้าหากันทันทีเพื่อป้องกันส่วนสงวนไม่ให้เขาเข้ามารุกรานได้อย่างใจหมายข้าศึกที่มีทั้งกำลังและอำนาจไม่ลามือ ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดดูดดึง ด้านล่างมือออกแรงดันขาเรียวงามให้ออกจนพ้นทาง แล้วจึงแตะเข้าที่เนื้ออ่อนได้ในที่สุดแก้วตาเย็นวาบจากปลายเท้าเมื่อถูกสัมผัสอุกอาจจากราชสีห์ เธอหมดหนทางเอาตัวรอด ได้แต่ปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจราชสีห์ยอมผละริมฝีปากออก เขาจับพลิกร่างน้อยบนตักให้หันหน้ามาเผชิญกันกับเขา เมื่อสำเร็จแล้วเขาจุมพิตปลุกเร้าเธออีกครั้ง ยกลำตัวเธอลอยลิ่วแล้วดึงกางเกงออกจนพ้นสะโพกที่เริ่มผายของเธอได้ในที่สุด มือแข็งแรงยกขาของเธอข้างหนึ่งขึ้นเพื่อเปิดทาง ก่อนจะปลดตะขอและซิปของเขาออกเพียงเสี้ยววินาที ส่วนที่ขึงขันผงาดพร้อมจะเข้ามาในช่องทางอันแสนคุ้นเคยไม่รอช้า ราชสีห์จับขาของเธอกางกว้างออกแล้วจดจ่อส่วนปลายถูไถเมื่อพบว่าหนทางชื้นลื่นถึงพามันเข้า
แก้วตารู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวคล้ายจะมีไข้ในตอนตื่นนอน ตั้งใจไว้ว่าจัดการงานในบ้านแล้วจะหายากิน ก็พอดีกับที่พลอยไพลินแวะมาในช่วงสายๆ พอดีหญิงสาวหอบของสดมาเตรียมรอล่วงหน้า ขณะเดินนำไป ใบหน้าสวยหวานนั้นก็หันมาบอกไปด้วยว่า“เย็นนี้หนุ่มๆเขาจะปาร์ตี้กันจ้ะ แก้วช่วยทีนะ” พลอยไพลินเตรียมของกินเล่นสำหรับพวกผู้ช่วย และมื้อเย็นอีกไม่กี่อย่าง โดยมีแก้วตาคอยช่วยอยู่ตลอดเวลา จนลืมไปเลยว่าจะหายาลดไข้กิน บวกกับได้หยิบจับทำงานเหงื่อซึม อาการครั่นเนื้อครั่นตัวก็คล้ายจะคลายลงชายสามคนที่ลงมาจากรถ เดินนำมาก่อนนั่นคือคเชนทร์ ส่วนราชสีห์กับเพชรแท้ ตามมาไม่ห่าง พูดคุยกันหลายเรื่องจวบจนเข้ามาในตัวบ้านแล้วจึงหยุดเรื่องที่สนทนาคั่งค้างไว้เพียงเท่านั้น“พี่โตกลับมาแล้ว”พลอยไพลินทักผู้เป็นใหญ่แห่งไร่ราชสีห์ก่อนคนแรก แล้วตรงเข้าไปรับของกับมือของเขา เรียกสายตาคนที่เหลือให้มองตามด้วยความรู้สึกแตกต่างกันออกไปแน่นอนว่าคนพี่อย่างเพชรแท้พึงใจนัก หากว่าน้องสาวของตนจะทำให้ราชสีห์สนใจได้ สนใจในที่นี้ต้องมากกว่าพี่ชายเอ็นดูน้องสาว และควรเปลี่ยนไปในทางชายหนุ่มมองหญิงสาวแทน นั่นคือสิ่งที่พลอยไพลินต้องทำให้ได
แต่ราชสีห์ตีมึน ทำเฉยไปเสีย ไม่ดื้อแพ่งปฏิเสธหัวชนฝาให้ผู้ใหญ่ระอาใจ เขายังคงทำงานได้เรียกว่าดีกว่าที่คาด สร้างเนื้อสร้างตัว ขยับขยายไร่ใหญ่โตเป็นที่กล่าวขานไปทั่ว และไม่ตอบตกลงถึงเรื่องนี้เช่นกันว่าจะแต่งงานกับพลอยไพลินเมื่อใด เขาบอกกับตัวเองว่าสามารถเติบโตได้โดยไม่ต้องพึงพิงใครแบบที่บรรพบุรุษเคยๆทำในอดีตสองพี่น้องเจ้าของแหล่งเงินทุนที่คอยสนับสนุนไร่ราชสีห์มาตั้งแต่รุ่นปู่กลับกันไปแล้ว ราชสีห์จึงสั่งการเด็กรับใช้คนหนึ่งที่กำลังเก็บของขึ้นว่า “ไปเรียกแก้วมาเก็บของ”“ค่ะ”ไม่นานจากนั้น แก้วตาก็เดินขึ้นมาทำหน้าที่ของเธอ โดยมีราชสีห์มองตามทุกอิริยาบถจนเธอชักอึดอัดในใจ“เก็บของเสร็จขึ้นไปรอบนห้องเลย”เขาสั่งเสียงเฉียบ แก้วตาที่กำลังเช็ดโต๊ะชะงักกึกไม่พูดอะไรแล้วจึงจำยอมขึ้นไปรอเขาตามคำสั่งนั้น นานราวชั่วโมงกว่าที่ราชสีห์จะตามขึ้นมา เขาเปิดประตูแล้วพูดเรียบๆเรื่อยๆว่า“อีกสักพักคุณย่าจะมาที่ไร่”“ค่ะ”แก้วตาก้มหน้ารับคำเขา ในใจนึกถึงสิ่งที่กำลังจะตามมา หากคุณย่าที่ราชสีห์กล่าวถึงมาที่ไร่ เธอก็คงได้อยู่ห่างจากราชสีห์บ้าง นับว่าเป็นเรื่องดีทีเดียวขณะที่เหม่ออยู่นั้น แรงรัดจากทางด้านหลังดึ
“ไปได้แล้ว ฉันจะไม่เอาผิดอะไรทั้งสองคน” ราชสีห์ยอมปล่อยนายปุยและนางมะลิไป ไม่ได้เอาผิดอย่างที่แกล้งพูดขู่แก้วตาไว้ เขาคิดแล้วคิดอีกว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดแล้วตอนนี้ ในเมื่อแก้วตาชดใช้หนี้แล้ว ทั้งสองคนก็ไม่ได้มีทีท่าอะไรไปมากกว่าคนงานที่ติดพนันจึงขโมยเงินไปเพื่อถลุงในบ่อนก็เท่านั้น ไม่น่ามีพิษสงอะไรนักหนา นายปุยสะบัดมือออกจากการถูกรวบแขนไขว้ด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก ทันทีที่ถูกปล่อยก็เบือนหน้าหนีไป พื้นเพนิสัยนายปุยเป็นคนโมโหร้าย ใครทำให้เจ็บใจจะผูกใจเจ็บเก็บความแค้นเอาไว้ในใจลึกๆ เพราะเติบโตมาอย่างเก็บกด ทั้งยังชอบเล่นการพนันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะติดหนักขนาดนี้ สมัยรุ่นๆมักจะตีไก่ เล่นหวยใต้ดินหรือพวกไฮโลตามประสาไป งานการก็ไม่ได้เสียหาย จึงไม่มีใครว่ากล่าวแก แต่เมื่อมีเพื่อนในวงไก่ชนชวนเข้าบ่อน จำนวนเงินที่ได้มากขึ้น ความโลภก็เข้าตา จากไม่เคยลักขโมยก็ตัดสินใจทำได้โดยง่าย ส่วนนางมะลินั้นเป็นคนหัวอ่อน สามีคนนี้นางไม่ได้เลือกเอง ผู้ใหญ่บอกให้แต่ง นางก็แต่ง พอไม่มีลูก ทางญาติแนะนำให้เอาเด็กกำพร้ามาเลี้ยงสักคน นางก็ไ







