LOGINแก้วตาเม้มปากแน่น ลงมือเก็บของต่อจนเสร็จ เรียบร้อยแล้ว ก็เดินกลับไปยังห้องที่ราชสีห์นั่งดื่มเหล้าอยู่ คอยท่ารอรับคำสั่งจากเขา ในใจนึกอยากให้เขาไล่เธอกลับห้องไปเสีย เธอเพลียแล้วก็อยากอาบน้ำนอน พอมาถึงก็เห็นว่าเขานั่งอยู่เพียงลำพัง ออกปากถามไปโดยไม่ได้คิดหน้าคิดหลัง
“คุณเล็กไม่ดื่มด้วยเหรอคะ”
“ถามถึงมันจัง หรือมีบริการอะไรดีๆเผื่อน้องฉันด้วย”
เท่านี้ก็รู้แล้วว่าอย่าปริปากอะไรอีกสู้รอรับใช้เขาเงียบๆไปดีกว่า
นานพอดู ที่เขานั่งดื่มอยู่คนเดียว แก้วตาพิงหัวกับผนังจนเริ่มเคลิ้มหลับ และสัปหงกงึก สะดุ้งตื่นขึ้นมา งัวเงียมองที่นาฬิกาก็เห็นว่าย่างเข้าเที่ยงคืนไปแล้ว พอเหลือบตาไปมองทางเจ้าของบ้าน ก็เห็นว่าเขามองเธออยู่ด้วยสายตาลุ่มลึกจนคนถูกมองหลบวูบในทันที
“เธอกินเหล้าไหมแก้วตา” พลันเสียงของราชสีห์ถามขึ้น
แก้วตาชะงักอยู่ครู่หนึ่งถึงตอบเขาได้ “คะ?...ไม่ค่ะ”
“แก้วนี้แลกกับเวลาใช้หนี้ของเธอลดลงห้าวัน” เขาชูแก้วก้นหนาที่มีน้ำสีอำพันอยู่ครึ่งแก้วพร้อมน้ำแข็งสองสามก้อนในนั้น
“ห้าวันเหรอคะ”
“อืม”
“เจ็ดวันได้ไหมคะ” อะไรทำให้แก้วตาใจกล้าต่อรองราชสีห์ไปแบบนั้น ต่อแล้วเจ้าตัวก็หดคอรอเสียงกัมปนาทของราชสีห์ที่ต้องตวาดว่าเธอกลับแน่ๆ
แต่กลับกลายเป็นว่าเขาบอกไปอีกอย่าง
“สิบวันเลย!”
เธอลุกยืนตรงมาคว้าแก้วทันที แล้วย้ำถามอีกครั้ง “สิบวันนะคะ” คราวนี้ราชสีห์พยักหน้าน้อยๆ ใบหน้าดูรื่นรมย์ขึ้นกว่าเดิมอีกโข
แก้วตาจดๆจ้องๆกับแก้วในมือทำท่ายกขึ้นแล้วลดลงอยู่หลายเที่ยว เกิดมาจนป่านนี้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่เคยเข้ามาในปากของแก้วตาเลยสักหยด นี่เหล้าครึ่งแก้วเชียวนะ
เพื่อแลกกับการหักระยะเวลาชดใช้หนี้ออกตั้งสิบวัน แต่แล้วแก้วตาก็ยังมีท่าทีลังเล จนราชสีห์ต้องกระตุ้น แต่การกระตุ้นของราชสีห์ช่างเจ้าเล่ห์นัก
“เอามา! ไม่ต้องกินมันแล้ว”
เท่านั้นเอง แก้วตารีบเบี่ยงตัวหลบมือของราชสีห์ที่จะคว้าแก้วคืน แล้วสาดเหล้าลงคอไปในทันที ราวกับมีไฟไหลลวกลำคอของเธอ มันร้อนผ่าวลงสู่ท้องอย่างช้าๆ รสชาติก็ขมปร่าจนแก้วตาเบ้หน้า ราชสีห์ยื่นขวดน้ำให้ เธอรับมาดื่มอักๆตามลงไป อย่างต้องการไล่รสชาติและความรู้สึกนั้นให้ผ่านพ้น แก้วตายังคงเบ้หน้า คิดอยู่ในใจว่า คนเรากินมันลงเข้าไปได้อย่างไร ทั้งขมทั้งร้อน แถมกินมากๆยังเมามายเข้าไปอีก
“เก่งมาก”
ราชสีห์ชมเปาะแล้วตบมือลงบนตัก “มานั่งนี่มา”
แก้วตายังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม จะว่าไปแล้วตั้งแต่คืนนั้น ราชสีห์กับเธอก็มีเพียงความสัมพันธ์ยามค่ำคืนในห้องของเขาเท่านั้น ออกสู่ภายนอกไม่เคยแสดงให้ใครคืบแคลงถึงเรื่องที่ตกลงกันไว้มาก่อนเลย
แล้วตอนนี้ มันก็เป็นกลางบ้านของเขา ไม่ใช่ในห้องส่วนตัว แม้จะดึกแล้ว แต่แก้วตากลัวใครผ่านมาเห็นอยู่ดี เธอยืนนิ่งคล้ายกับเป็นคำตอบว่า ‘ไม่’
ใบหน้าคมคายของราชสีห์ที่ยิ้มถูกใจในตอนแรกค่อยๆหุบลงอย่างช้าๆ เขาไม่สบอารมณ์ขึ้นมาอีกแล้ว แก้วตากำลังขัดใจเขา
เจ้าของไร่ราชสีห์เค้นเสียงสั่งทรงอำนาจ
“มานั่งนี่!”
“ไม่ค่ะ แก้วกลัวใครผ่านมาเห็น” ท้ายประโยคเธอเอ่ยเสียงแผ่ว จนราชสีห์เกือบไม่ได้ยิน
“ใครจะมาเห็นดึกดื่นป่านนี้ มาเร็ว!”
“ไม่ค่ะ”
ราชสีห์จุ๊ปากบอกอย่างคนที่หงุดหงิดเต็มที “เธอนี่ดื้อเหมือนกันนะ”
“ก็ไหนว่าจะเก็บเรื่องนั้นไม่ให้ใครรู้ยังไงละคะ ถ้าแก้วทำตามที่คุณโตบอก ใครผ่านมาเห็นเข้า จะทำยังไง”
“มาเถอะน่า ไม่มีใครเห็นหรอก ถ้าเห็นฉันจัดการเอง”
รับปากถึงขนาดนี้ แก้วตาก็ยังยืนนิ่งไม่ยอมทำตามที่เขาสั่ง
“ตามใจ” เขาว่าอย่างกับเด็กขี้งอน แล้วรินเหล้าใส่แก้วอีกครั้ง วางขวดเหล้าลง ชูแก้วขึ้น มองเธอผ่านแก้วบรรจุน้ำสีอำพัน แล้วว่า “แก้วนี้ลดเวลาลงอีก...ห้าวัน ดีไหม”
“ห้าวัน? แต่ปริมาณในแก้วนี้มันเยอะกว่าเมื่อกี้อีกนี่คะ” แก้วตาประท้วง
ราชสีห์หรี่ตามอง นึกในใจว่าเด็กนี่ก็เริ่มจะฉลาดขึ้นมาบ้างแล้ว จริง ที่เขารินเหล้าเยอะขึ้นกว่าเดิมแต่ก็แค่นิดเดียวไม่ได้มากมายอะไร เขายิ้มมุมปากถามหยั่งเชิง
“จะเอาเท่าไร”
“งั้นเท่าแก้วเก่าได้ไหมคะ สิบวัน” แก้วตาลองต่อรองดู
“ได้!”
สองแก้วก็เกือบจะใช้หนี้ได้หมดแล้ว แก้วตาคิดแล้วยิ้มย่องอยู่ภายในใจ เธอพยายามออกเดินไปคว้ามาดื่ม แต่รู้สึกว่าร่างกายตนเองนั้นสั่งการได้ช้าลง จากระยะทางไม่กี่ก้าว ก็เริ่มรู้สึกว่ามันยาวขึ้น สายตาเริ่มพร่าเลือน แล้วก็โล่งใจเมื่อเดินจนถึงตัวคนที่ท้าเธอได้ในที่สุด
เร็วจนจับภาพไม่ทัน ราชสีห์คว้ารอบเอวของตัวเธอเข้ามาหาพลิกแล้วกดลงบนหน้าตักของเขา พอเธอจะอ้าปากประท้วง เขาก็จ่อแก้วมาที่ปาก แก้วตาใช้สมองที่ยังมีสติเหลือไม่เต็มร้อยคิดขึ้นว่าเธอต้องรีบดื่มแล้วจะได้ดันตัวออกห่างจากเขาเท่านี้ก็จบเรื่อง
แต่พอดื่มจนหมดแก้วแล้วก็คล้ายกับร่างกายของเธอไร้กระดูกทันที เธอได้ยินเสียงหัวเราะของเขาคลอเคลียอยู่ข้างใบหู หลังของเธอพิงอยู่กับอะไร ทำไมพนักเก้าอี้ถึงนุ่มเหมือนเนื้อคน
“ก็แค่เนี้ย” ราชสีห์ว่าอย่างถูกใจ
“คุณโตขี้โกง” แก้วตาได้ยินเสียงตนเองอ้อแอ้ว่าเขา
“ขี้โกงยังไงไหนว่ามาสิ”
“ทำเป็นเอาวันเวลามาล่อลวงแก้ว ใช่สิ มีอำนาจในมือนี่คะ จะทำอะไรก็ได้”
“พูดมากน่า” ไม่เชิงดุเธอ ราชสีห์ถูกใจกับความเปลี่ยนแปลงของคนบนตักมากกว่า ก่อนจะเล็มปากร้อนผ่าวของตนเองไปตามต้นคอคนช่างพูดอย่างมันเขี้ยว แก้วตาถึงกับย่นคอหนีอย่างจักจี้ ปรามพร้อมเอนตัวหลบ
“คุณโตไม่เอา”
“จะเอา...” เขาตอบกลับรวดเร็วดึงดัน ไม่มีแววล้อเล่นในน้ำเสียงเลยสักนิด
“ตรงนี้มันกลางบ้านนี่คะ”
“เปลี่ยนที่บ้าง ฉันชอบ ตื่นเต้นดี”
เขาบอกพร้อมกับไล้ลิ้นเลียที่ใบหูนุ่มนิ่มอย่างปลุกเร้า แก้วตานั้นประครองสติแทบไม่อยู่ เธอเอนหลบไปมาจนแทบตกจากตักของเขา แล้วกลั้นใจฮึดตัวลุกขึ้นเพื่อให้หลุดออกจากกรงเล็บของราชสีห์ แต่กลับถูกเขาช้อนตัวไว้ทัน กระเตงอุ้มเอาแบบเด็กๆ ส่งเสียงดุดันใส่
“ฤทธิ์เยอะนักนะเราน่ะ”
“พี่โตมีแขกไหมแก้ว” “คุณโตออกไปข้างนอกเมื่อครู่นี้เองค่ะคุณเล็ก” “เอ...เอาไงดี” “มีอะไรหรือคะ” “เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลที่จะเอามาตรวจสุขภาพคนงานน่ะสิ จะถามว่าขอให้พี่ธานมาช่วยได้ไหม เพราะชุดที่จัดไว้รถคว่ำเมื่อคืนหมอที่เป็นหลักแขนร้าวมาไม่ได้ พยาบาลสามสี่คนก็ฟกช้ำกันไป พี่ลองโทรหาพี่ธานดูแกว่าไม่มีปัญหาอะไร มาได้ แต่ฝั่งเรานี่สิจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”แม้พี่ชายจะไม่ถูกกันกับคุณหมอหนุ่มอย่างภิธาน แต่คนน้องอย่างคเชนทร์กลับไม่ได้เป็นไปอย่างพี่ชาย เขาคุยกันถูกคอเสียอีกกับอีกฝ่ายแก้วตารับฟังแต่ไม่ได้ออกความเห็นใดๆ คเชนทร์ที่พูดเองเออเองคนเดียวสรุปในตอนท้าย “ไม่เป็นไรหรอกมัง คงได้ เดี๋ยวพี่จัดการเองดีกว่า”บอกจบคเชนทร์หันหลังเตรียมจากไปแต่แล้วก็เหมือนอะไรขึ้นได้ “อ้อ แก้ว อาทิตย์หน้าคุณย่าจะมาที่ไร่แล้วนะ” “ค่ะ” แก้วตายิ้มรับ คเชนทร์เสียอีกกลับมองเธอด้วยแววตาเป็นห่วงเป็นใย เขาพูดขึ้นราวกับจะปลอบเธอ “ไม่มีอะไรหรอก แค่นั้นแหละ พี่ไปนะ” แก้วตายิ้มส่งให้ก่อนที่คเชนทร์จะหันหลังจากไป พลันความทรงจำวัยเด็กยังคงเหลืออยู่จากที่ฟังหลายๆคนเล่าต่อๆกัน
“ตื่นมากินอะไรก่อน อยากจะนอนค่อยนอน” แก้วตายังคงนิ่ง กลับกลายเป็นราชสีห์เองที่ร้อนรนเขากลัวขึ้นมาในนาทีนั้นอย่างบอกไม่ถูกเขากลัวว่าแก้วตาจะป่วยอาการหนักลงไปอีก ท่าทางก็ไม่ได้ดูอ่อนแอ เหตุใดจึงล้มหมอนนอนเสื่อได้ง่ายดายนัก จึงเก้ๆกังๆเข้าไปแตะหลังมือกับหน้าผากของเธอ จนคนป่วยเองนึกแปลกใจลืมตาขึ้นมองว่าเขาต้องการสิ่งใดกันแน่ “ไหวไหม หรือ จะให้ตามหมอ”ราชสีห์ถามเสียงแค่พอให้ได้ยินกันสองคนทั้งยังมาพร้อมแววตาเอื้ออาทรโดยไม่รู้ตัว แก้วตาตอบเสียงเบาปฏิเสธอย่างสุภาพ “แก้วอยากนอนพักค่ะ” “ไล่ฉันใช่ไหม ก็ได้ แต่ต้องลุกมากินอะไรก่อน” ไม่วายที่ราชสีห์จะเอาแต่ใจอย่างเคย คนป่วยบอกเสียงเบาหวิว “แก้วง่วงค่ะ” “ก็รีบลุกขึ้นมากินสิ กินแล้วจะได้นอน” เขาเซ้าซี้อีกครั้ง แก้วตาถอนหายใจเฮือกจนปัญญาที่จะต่อปากกับคนอย่างราชสีห์ จึงพยายามทรงตัวลุกขึ้นนั่งเพื่อกินอาหารที่ราชสีห์ถึงกับจัดแจงเตรียมใส่ชามมาวางรอบนโต๊ะวางอาหารสำหรับผู้ป่วย เมื่อจัดทุกอย่างจนเรียบร้อยแล้วราชสีห์ยืนกอดอกมองคนที่ก้มหน้าก้มตากินโดยไม่สนใจจะคุยกับเขาสักคำด้วยใบหน้ายิ้มๆก่อนจะแกล้งเย้าขึ้นว่า “ไม่ได้ทำงานตั้งสองวัน โดนหักเงินด้วยน
ชายหนุ่มละมือจากอกอิ่มขึ้นมาประคองใบหน้าให้เอียงรับจุมพิตดุดันจากเขา มืออีกข้างเคลื่อนลงหาที่กึ่งกลางกาย กางเกงผ้าฝ้ายที่เธอใส่ไม่ได้ช่วยให้เขาถอนกำลังออกง่ายๆ มือใหญ่ล้วงเข้าไปภายในจนสัมผัสกับเนื้อแท้ๆของเธอ แก้วตาสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ หนีบขาเข้าหากันทันทีเพื่อป้องกันส่วนสงวนไม่ให้เขาเข้ามารุกรานได้อย่างใจหมายข้าศึกที่มีทั้งกำลังและอำนาจไม่ลามือ ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดดูดดึง ด้านล่างมือออกแรงดันขาเรียวงามให้ออกจนพ้นทาง แล้วจึงแตะเข้าที่เนื้ออ่อนได้ในที่สุดแก้วตาเย็นวาบจากปลายเท้าเมื่อถูกสัมผัสอุกอาจจากราชสีห์ เธอหมดหนทางเอาตัวรอด ได้แต่ปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจราชสีห์ยอมผละริมฝีปากออก เขาจับพลิกร่างน้อยบนตักให้หันหน้ามาเผชิญกันกับเขา เมื่อสำเร็จแล้วเขาจุมพิตปลุกเร้าเธออีกครั้ง ยกลำตัวเธอลอยลิ่วแล้วดึงกางเกงออกจนพ้นสะโพกที่เริ่มผายของเธอได้ในที่สุด มือแข็งแรงยกขาของเธอข้างหนึ่งขึ้นเพื่อเปิดทาง ก่อนจะปลดตะขอและซิปของเขาออกเพียงเสี้ยววินาที ส่วนที่ขึงขันผงาดพร้อมจะเข้ามาในช่องทางอันแสนคุ้นเคยไม่รอช้า ราชสีห์จับขาของเธอกางกว้างออกแล้วจดจ่อส่วนปลายถูไถเมื่อพบว่าหนทางชื้นลื่นถึงพามันเข้า
แก้วตารู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวคล้ายจะมีไข้ในตอนตื่นนอน ตั้งใจไว้ว่าจัดการงานในบ้านแล้วจะหายากิน ก็พอดีกับที่พลอยไพลินแวะมาในช่วงสายๆ พอดีหญิงสาวหอบของสดมาเตรียมรอล่วงหน้า ขณะเดินนำไป ใบหน้าสวยหวานนั้นก็หันมาบอกไปด้วยว่า“เย็นนี้หนุ่มๆเขาจะปาร์ตี้กันจ้ะ แก้วช่วยทีนะ” พลอยไพลินเตรียมของกินเล่นสำหรับพวกผู้ช่วย และมื้อเย็นอีกไม่กี่อย่าง โดยมีแก้วตาคอยช่วยอยู่ตลอดเวลา จนลืมไปเลยว่าจะหายาลดไข้กิน บวกกับได้หยิบจับทำงานเหงื่อซึม อาการครั่นเนื้อครั่นตัวก็คล้ายจะคลายลงชายสามคนที่ลงมาจากรถ เดินนำมาก่อนนั่นคือคเชนทร์ ส่วนราชสีห์กับเพชรแท้ ตามมาไม่ห่าง พูดคุยกันหลายเรื่องจวบจนเข้ามาในตัวบ้านแล้วจึงหยุดเรื่องที่สนทนาคั่งค้างไว้เพียงเท่านั้น“พี่โตกลับมาแล้ว”พลอยไพลินทักผู้เป็นใหญ่แห่งไร่ราชสีห์ก่อนคนแรก แล้วตรงเข้าไปรับของกับมือของเขา เรียกสายตาคนที่เหลือให้มองตามด้วยความรู้สึกแตกต่างกันออกไปแน่นอนว่าคนพี่อย่างเพชรแท้พึงใจนัก หากว่าน้องสาวของตนจะทำให้ราชสีห์สนใจได้ สนใจในที่นี้ต้องมากกว่าพี่ชายเอ็นดูน้องสาว และควรเปลี่ยนไปในทางชายหนุ่มมองหญิงสาวแทน นั่นคือสิ่งที่พลอยไพลินต้องทำให้ได
แต่ราชสีห์ตีมึน ทำเฉยไปเสีย ไม่ดื้อแพ่งปฏิเสธหัวชนฝาให้ผู้ใหญ่ระอาใจ เขายังคงทำงานได้เรียกว่าดีกว่าที่คาด สร้างเนื้อสร้างตัว ขยับขยายไร่ใหญ่โตเป็นที่กล่าวขานไปทั่ว และไม่ตอบตกลงถึงเรื่องนี้เช่นกันว่าจะแต่งงานกับพลอยไพลินเมื่อใด เขาบอกกับตัวเองว่าสามารถเติบโตได้โดยไม่ต้องพึงพิงใครแบบที่บรรพบุรุษเคยๆทำในอดีตสองพี่น้องเจ้าของแหล่งเงินทุนที่คอยสนับสนุนไร่ราชสีห์มาตั้งแต่รุ่นปู่กลับกันไปแล้ว ราชสีห์จึงสั่งการเด็กรับใช้คนหนึ่งที่กำลังเก็บของขึ้นว่า “ไปเรียกแก้วมาเก็บของ”“ค่ะ”ไม่นานจากนั้น แก้วตาก็เดินขึ้นมาทำหน้าที่ของเธอ โดยมีราชสีห์มองตามทุกอิริยาบถจนเธอชักอึดอัดในใจ“เก็บของเสร็จขึ้นไปรอบนห้องเลย”เขาสั่งเสียงเฉียบ แก้วตาที่กำลังเช็ดโต๊ะชะงักกึกไม่พูดอะไรแล้วจึงจำยอมขึ้นไปรอเขาตามคำสั่งนั้น นานราวชั่วโมงกว่าที่ราชสีห์จะตามขึ้นมา เขาเปิดประตูแล้วพูดเรียบๆเรื่อยๆว่า“อีกสักพักคุณย่าจะมาที่ไร่”“ค่ะ”แก้วตาก้มหน้ารับคำเขา ในใจนึกถึงสิ่งที่กำลังจะตามมา หากคุณย่าที่ราชสีห์กล่าวถึงมาที่ไร่ เธอก็คงได้อยู่ห่างจากราชสีห์บ้าง นับว่าเป็นเรื่องดีทีเดียวขณะที่เหม่ออยู่นั้น แรงรัดจากทางด้านหลังดึ
“ไปได้แล้ว ฉันจะไม่เอาผิดอะไรทั้งสองคน” ราชสีห์ยอมปล่อยนายปุยและนางมะลิไป ไม่ได้เอาผิดอย่างที่แกล้งพูดขู่แก้วตาไว้ เขาคิดแล้วคิดอีกว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดแล้วตอนนี้ ในเมื่อแก้วตาชดใช้หนี้แล้ว ทั้งสองคนก็ไม่ได้มีทีท่าอะไรไปมากกว่าคนงานที่ติดพนันจึงขโมยเงินไปเพื่อถลุงในบ่อนก็เท่านั้น ไม่น่ามีพิษสงอะไรนักหนา นายปุยสะบัดมือออกจากการถูกรวบแขนไขว้ด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก ทันทีที่ถูกปล่อยก็เบือนหน้าหนีไป พื้นเพนิสัยนายปุยเป็นคนโมโหร้าย ใครทำให้เจ็บใจจะผูกใจเจ็บเก็บความแค้นเอาไว้ในใจลึกๆ เพราะเติบโตมาอย่างเก็บกด ทั้งยังชอบเล่นการพนันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะติดหนักขนาดนี้ สมัยรุ่นๆมักจะตีไก่ เล่นหวยใต้ดินหรือพวกไฮโลตามประสาไป งานการก็ไม่ได้เสียหาย จึงไม่มีใครว่ากล่าวแก แต่เมื่อมีเพื่อนในวงไก่ชนชวนเข้าบ่อน จำนวนเงินที่ได้มากขึ้น ความโลภก็เข้าตา จากไม่เคยลักขโมยก็ตัดสินใจทำได้โดยง่าย ส่วนนางมะลินั้นเป็นคนหัวอ่อน สามีคนนี้นางไม่ได้เลือกเอง ผู้ใหญ่บอกให้แต่ง นางก็แต่ง พอไม่มีลูก ทางญาติแนะนำให้เอาเด็กกำพร้ามาเลี้ยงสักคน นางก็ไ







