เสียงบีบแตรดังลั่นตามด้วยเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กวัยรุ่น เลโอถอนหายใจเบาๆ และหลบไปอีกทาง ถนนหน้าโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังย่านสุขุมวิท แออัดไปด้วยรถยนต์หลากสีที่จอดเข้าแถวรอรับบริการจากพนักงานรับรถ เลโอมองช่องว่างระหว่างรถสองคัน ก่อนจะขยับตัวแทรกผ่านเข้าไปยังประตูกระจกสูงใหญ่ด้านหน้า
"เรามาเยี่ยมคนป่วยครับ คุณภูริ มัตถพานิช" เลโอบอกพนักงานต้อนรับที่โต๊ะประชาสัมพันธ์
"อยู่ชั้นแปด ห้อง 815 VIP ค่ะ ใช้ลิฟต์โซน B เลยค่ะ เลี้ยวขวาไปตามทางเดิน" "พนักงานสาวยิ้มหวาน
"ขอบคุณครับ" เลโอพยักหน้าและเดินตามคำแนะนำ
สองวันผ่านไปหลังจากอุบัติเหตุ เลโอยังคงรู้สึกปวดตึงที่ไหล่ซ้ายเล็กน้อย แต่นอกเหนือจากนั้นเขาไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก ไม่เหมือนไทเกอร์ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉินและส่งตัวกลับมารักษาต่อที่กรุงเทพฯ
เลโอเดินเข้าลิฟต์พร้อมกับกระเป๋ากระดาษสีน้ำตาลใบเล็กในมือ ข้างในมีหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นสองเล่มที่เขาคิดว่าไทเกอร์อาจจะชอบอ่านเวลาเบื่อๆ ในโรงพยาบาล วินาทีที่ลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้น เลโอก็รู้สึกประหม่าขึ้นมา
"มึงมาทำไมวะ? ไอ้ไทเกอร์นั่น เคยทำดีกับมึงซักครั้งมั้ย?" " เลโอถามตัวเอง
แต่แล้วภาพของไทเกอร์ที่ติดอยู่ในซากรถก็แวบเข้ามาในความคิด ใบหน้าซีดเผือด เลือดไหลจากศีรษะ ดวงตาที่มองเขาด้วยความอ่อนแอและหวาดกลัว
เลโอส่ายหน้าไล่ความคิดนั้นออกไป
"มึงแค่มาดูอาการให้รู้ว่าอีกฝ่ายโอเค แล้วก็กลับ ไม่ต้องอยู่นาน" เลโอย้ำกับตัวเอง
เสียงลิฟต์ดัง "ติ๊ง" แจ้งว่าถึงชั้นแปดแล้ว ประตูเลื่อนเปิดออก เลโอก้าวออกมาพร้อมถอนหายใจลึกๆ เขามองแม่ยลูกศรชี้ทางไปห้อง VIP แล้วเดินตามทางเดินปูพรมนุ่มสีเทาอ่อนเงียบสงบ แตกต่างจากโรงพยาบาลทั่วไป มีเพียงเสียงทุ้มต่ำของเพลงคลาสสิกดังแผ่วเบาจากลำโพงที่ซ่อนอยู่บนเพดาน ผนังสีครีมประดับด้วยภาพศิลปะสีน้ำเล็กๆ ความรู้สึกเหมือนอยู่ในโรงแรมห้าดาวมากกว่าโรงพยาบาล
"815 811... 813... 815" เลโอพึมพำขณะมองหาแม่ยห้องเขาหยุดตรงหน้าประตูไม้สีเข้มที่มีแม่ยเลขห้อง 815 และชื่อ "คุณภูริ มัตถพานิช" เลโอยกมือขึ้นเคาะประตูเบาๆ สองครั้ง
"เข้ามา" เสียงผู้หญิงตอบจากในห้อง
เลโอเปิดประตูเข้าไปอย่างระมัดระวัง ภายในห้องกว้างและหรูหรา มีโซฟาชุดเล็กๆ โทรทัศน์จอใหญ่ ตู้เย็น โต๊ะทำงาน และเตียงผู้ป่วยอยู่ด้านใน ไทเกอร์นอนอยู่บนเตียง ขาขวาถูกแขวนด้วยเครื่องพยุง หน้าตายังดูอิดโรยแต่มีสีหน้าดีขึ้นกว่าครั้งสุดท้ายที่เลโอเห็น ข้างเตียงมีผู้หญิงวัยกลางคนที่เลโอจำได้ว่าเป็นแม่ของไทเกอร์
"สวัสดีครับ" เลโอเอ่ยทักทายพร้อมโค้งศีรษะเล็กน้อย
"อ้าว! น้องเลโอ เข้ามาสิจ๊ะ แม่ดีใจมากที่หนูมาเยี่ยม" แม่ของไทเกอร์ลุกขึ้นมาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม
"เลโอ?" ไทเกอร์ที่กำลังดูโทรศัพท์อยู่เงยหน้าขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ
"สวัสดี" เลโอพยักหน้าให้ไทเกอร์ พยายามรักษาสีหน้าเป็นปกติ
"เลโอคือเด็กหนุ่มที่ช่วยชีวิตลูกไว้นะคะ แล้วก็บริจาคเลือดให้ลูกด้วย" แม่ของไทเกอร์หันไปบอกลูกชาย
"แม่เล่าให้ฟังแล้ว" ไทเกอร์พูดเสียงเรียบ แต่สายตายังจับจ้องที่เลโอ
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ เลโอยืนถือถุงกระดาษไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ แม่ของไทเกอร์เหมือนจะรับรู้ถึงความอึดอัด จึงยิ้มและพูดขึ้น
"แม่ว่าแม่จะลงไปทานกาแฟสักหน่อยดีกว่า ปล่อยให้เพื่อนๆ ได้คุยกันนะ แล้วแม่จะกลับมาอีกทีประมาณครึ่งชั่วโมง" คุณแม่ของไทเกอร์หยิบกระเป๋าและโทรศัพท์
"ครับ/ครับ" ทั้งไทเกอร์และเลโอตอบพร้อมกัน
แม่ของไทเกอร์ยิ้มให้ทั้งคู่ก่อนเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ทั้งสองอยู่กันตามลำพัง ความเงียบอึดอัดปกคลุมห้องอีกครั้ง
"มานั่งสิ" ไทเกอร์พยักหน้าไปที่เก้าอี้ข้างเตียง น้ำเสียงของเขาไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนทุกครั้ง เลโอเดินไปนั่งตามคำเชิญ วางถุงกระดาษลงบนโต๊ะข้างเตียง
"นั่นอะไร?" ไทเกอร์ถาม
"แค่... หนังสือการ์ตูนน่ะ คิดว่า... มึงอาจจะเบื่อๆ" " เลโอตอบออกไปตามปกติ
ไทเกอร์มองเลโอด้วยสายตาประหลาดใจ แล้วเอื้อมมือไปหยิบถุงขึ้นมาดู เขาหยิบหนังสือการ์ตูนสองเล่มออกมา แล้วยิ้มเล็กน้อย
"ชอบเรื่องนี้เหมือนกันเหรอ ไม่เห็นเคยบอก"? ไทเกอร์ถาม
"เราไม่เคยคุยกันนี่ แล้วก็... กูเห็นมึงกำลังอ่านเล่มก่อนหน้านี้ตอนนั่งในโรงอาหาร" เลโอตอบ
"มึงสังเกตด้วยเหรอ?" ไทเกอร์ยกคิ้วเล็กน้อย
"ก็... เห็นๆ กันอยู่ทุกวัน" เลโอพยักไหล่
ความเงียบกลับมาอีกครั้ง ไทเกอร์วางหนังสือลงและเหลือบมองขาของตัวเองที่ถูกพยุงแขวนไว้กับเครื่องมือทางการแพทย์หลังจากผ่าตัด
"เป็นไงบ้าง?" เลโอถามเบาๆ พยักหน้าไปทางขาของไทเกอร์
"ดีขึ้นแล้ว หมอบอกว่าต้องพักประมาณสองเดือน แล้วทำกายภาพอีกสักพัก ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติก็จะเดินได้เหมือนเดิม" ไทเกอร์ตอบ
"ดีแล้ว" เลโอพยักหน้า
"ทำไมมึงถึงช่วยกู?" ไทเกอร์ถามเลโออกไปพร้อมจ้องมองเลโอสักพัก ทำเอาเลโออึ้งไปชั่วขณะ
"พวกเราไม่ได้ถูกกันเลย กูเคยทำอะไรไม่ดีกับมึงตั้งหลายอย่างแต่มึงยังเสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยกู แถมยังบริจาคเลือดอีก" " ไทเกอร์พูดออกไป
"กูก็ไม่รู้เหมือนกัน... คงเป็นสัญชาตญาณมั้ง" เลโอนิ่งคิดสักครู่ก่อนตอบออกไป
"แม่บอกว่าถ้าไม่ได้มึง กูคงไม่รอด" ไทเกอร์พูดเสียงแผ่ว
"ไม่หรอก มีคนอื่นช่วยมึงแน่ๆ แค่กูเป็นคนแรกที่คิดจะทำ" " เลโอส่ายหน้าก่อนจะพูดออกไป
"มึงแปลกคนนะเนี่ย" ไทเกอร์บอกและมองเลโออย่างพิจารณา ก่อนจะยิ้มมุมปาก
"อือ กูรู้" เลโอยักไหล่
"แล้วพวกเพื่อนๆ เป็นไงบ้าง? มีใครได้รับบาดเจ็บอะไรรุนแรงมั้ย?" " ไทเกอร์ถามเปลี่ยนเรื่อง
"ส่วนใหญ่แค่แผลถลอก มีแค่พี่ปีสองอีกคนที่กระดูกหัก กับน้องผู้หญิงตรงท้ายรถที่โดนกระแทกหนักหน่อย แต่ตอนนี้ทุกคนปลอดภัยแล้ว" เลโอตอบ
"ดีแล้ว" ไทเกอร์พยักหน้า
ในห้องเงียบลงอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่รู้สึกอึดอัดเท่าไรนัก เลโอสังเกตว่าไทเกอร์ดูอิดโรยกว่าปกติมาก ผมที่มักจะจัดแต่งอย่างพิถีพิถันก็ยุ่งเหยิง ใบหน้าที่เคยดูมั่นใจกลับดูอ่อนหวานลงด้วยความเหนื่อยล้า
"ขอบคุณนะ สำหรับทุกอย่าง" " ไทเกอร์พูดขึ้นในที่สุด เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินแต่ไทเกอร์ก็อยากขอบคุณเลโอจากใจจริงแม้จะมีความเขินอายก็ตาม
เลโอพยักหน้า "ไม่เป็นไร"
"แต่อย่าคิดว่าเราจะเป็นเพื่อนกันนะ" ไทเกอร์พูดต่อด้วยน้ำเสียงเจือความขบขัน
"ไม่คิดหรอก" เลโอหัวเราะเบาๆ
ทั้งสองมองหน้ากันแล้วยิ้มแบบเก้ๆ กังๆ เป็นครั้งแรกที่พวกเขาอยู่ด้วยกันโดยไม่มีความขัดแย้ง
"แต่กูคิดว่าเราคงไม่จำเป็นต้องทะเลาะกันอีกแล้ว" ไทเกอร์พูดต่อ
"ใช่ มันเหนื่อย" เลโอเห็นด้วย
"แล้วเรื่องที่แย่งนาตาลีกัน..." ไทเกอร์เริ่มพูด
"ลืมไปเถอะ มันก็แค่เรื่องเด็กๆ" เลโอตัดบท
"จริงๆ กูก็ไม่ได้ชอบเขามากขนาดนั้นแค่ไม่อยากแพ้" " ไทเกอร์ยอมรับตามตรงกับเลโอเพราะรู้สึกเสียหน้า
"กูก็เหมือนกัน" เลโอพยักหน้า
ทั้งสองหัวเราะเบาๆ พร้อมกัน
"อ่านเลยสิ ตอนนี้เป็นตอนที่พระเอกเริ่มรู้ความจริง" เลโอพยักพเยิดไปที่หนังสือการ์ตูน
"เดี๋ยวก่อน มึงไม่ได้เอามาให้กูแค่เล่มเดียวเหรอ? แล้วมึงจะอ่านยังไง?" ไทเกอร์ชูมือห้าม
"กูอ่านจบแล้ว ซื้อซ้ำมาเผื่อมึง" เลโอยักไหล่
ไทเกอร์มองเลโอนิ่งๆ แล้วเอื้อมมือไปหยิบรีโมทโทรทัศน์
"มึงเคยดูซีรีส์เกาหลีเรื่องนี้มั้ย?" ไทเกอร์ถามพร้อมกดเปิดแอพพลิเคชั่นสตรีมมิ่ง
"ไม่เคย" เลโอส่ายหน้า
"เรื่องโคตรดี ชอบมาก นั่งดูกับกูสักตอนมั้ย? มึงจะกลับคงยังไม่ได้อยู่ดี ต้องเจอแม่กูก่อนเนอะ เธอคงอยากขอบคุณมึงแบบเป็นทางการอีกรอบ" " ไทเกอร์บอกออกมา
"ก็ได้" เลโอนิ่งคิดสักพัก ก่อนจะพยักหน้า
"ดูจบแล้วค่อยเล่าว่าทำไมมึงถึงช่วยกูก็ได้" ไทเกอร์ยิ้มมุมปาก แต่ครั้งนี้ไม่มีความเย้ยหยันแฝงอยู่
"กูบอกไปแล้วเหอะ กูก็ไม่รู้เหมือนกัน" เลโอโยนตัวลงนั่งบนโซฟาเล็กๆ ข้างเตียง
"กูว่ากูรู้..." ไทเกอร์พึมพำเบาๆ
"ว่าไงนะ?" เลโอหันไปถาม
"เปล่า ไม่มีอะไร ดูเถอะ" ไทเกอร์ส่ายหน้า พร้อมกดเล่นวิดีโอ
เสียงเพลงเปิดเรื่องดังขึ้น ทั้งสองนั่งดูซีรีส์ด้วยกันอย่างเงียบๆ บรรยากาศในห้องที่เคยอึดอัดเริ่มผ่อนคลายลง แม้จะยังรู้สึกแปลกๆ ที่พวกเขากำลังนั่งอยู่ด้วยกันอย่างสงบ
เลโอเหลือบมองไทเกอร์ที่กำลังจดจ่อกับจอโทรทัศน์ เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงตัดสินใจมาเยี่ยมไทเกอร์ในวันนี้ ทำไมเขาถึงเสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยคนที่เกลียดเขา ทำไมถึงยอมบริจาคเลือดให้ แต่เขารู้สึกว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นถูกต้องแล้ว
และบางที... อาจจะเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ก็ได้