"ปล่อยกูไปเถอะ เดี๋ยวรถอาจระเบิด..." ไทเกอร์พูดเสียงแผ่ว
"กูไม่ทิ้งมึงหรอก ยันไหล่กูตรงนี้ แล้วพยายามดึงขาออกมา" " เลโอยืนยัน
ไทเกอร์พยายามทำตาม แต่เขาอ่อนแรงเกินไป เลโอมองไปรอบๆ เห็นท่อนเหล็กที่หลุดออกมาจากโครงรถ เขาหยิบขึ้นมาและใช้มันเป็นคานงัดเบาะที่ทับขาไทเกอร์ออก
"พยายามอีกครั้ง! ดึงตัวออกมา!" เลโอตะโกน
ไทเกอร์ใช้แรงที่เหลืออยู่ดึงตัวออกมา ในที่สุดเขาก็หลุดจากซากรถที่บีบอัดเขาอยู่ แต่ขาของเขามีเลือดไหลไม่หยุด
"ต้องรีบออกไป" เลโอพูด เขาใช้เข็มขัดรัดต้นขาไทเกอร์เพื่อห้ามเลือด แล้วพยายามลากเขาออกไป
การเดินทางออกจากซากรถเป็นไปอย่างยากลำบาก ไทเกอร์ตัวใหญ่และหนัก
เลโอต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการลากเขาผ่านเศษซากรถที่แหลมคม
เมื่อพวกเขาออกมาถึงด้านนอก เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องดังขึ้น พีทและนักศึกษาคนอื่นๆ รีบเข้ามาช่วย ไทเกอร์ถูกนำไปวางบนพื้นที่ปลอดภัย ห่างจากซากรถ
"รถพยาบาลมาแล้ว!" มีคนตะโกนบอก
รถพยาบาลสองคันเปิดไซเรนมาจอด เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบลงมาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เมื่อพวกเขาเห็นสภาพของไทเกอร์ ก็รีบนำเขาใส่เปลและวิ่งไปที่รถพยาบาล
"เขาเสียเลือดมาก ต้องรีบส่งโรงพยาบาล" เจ้าหน้าที่พยาบาลภัยคนหนึ่งพูด
"เขาจะเป็นยังไงบ้าง?" น้ำตาลถามด้วยความกังวล
"ยังบอกไม่ได้ ต้องรอหมอตรวจดูอีกที แต่ขาเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส อาจต้องผ่าตัดด่วน" เจ้าหน้าที่พยาบาลตอบ
เลโอยืนมองรถพยาบาลที่พาไทเกอร์ไป ความโล่งใจที่ช่วยเขาออกมาได้ผสมปนเปกับความกังวลเรื่องอาการของเขา
"มึงกล้ามาก มึงเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อช่วยไอ้ไทเกอร์ ทั้งที่มันไม่เคยดีกับมึงเลย" พีทเดินมาตบไหล่เลโอ
"ใครๆ ก็ทำแบบกู ถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้" เลโอยักไหล่
"ไม่หรอก กูเห็นมึงวิ่งเข้าไปในรถที่เกือบระเบิด กูยังไม่กล้าเลย" พีทส่ายหน้า
เจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจเริ่มรวบรวมข้อมูลผู้บาดเจ็บและพยานเหตุการณ์ รถบัสคันอื่นๆ ที่พอดีตามมาถึงพอดีพร้อมให้การช่วยเหลือ ผู้บาดเจ็บสาหัสถูกส่งไปโรงพยาบาลก่อน ส่วนคนที่บาดเจ็บเล็กน้อยอยู่รอความช่วยเหลือ
"มีใครรู้ว่าไทเกอร์ถูกส่งไปโรงพยาบาลไหน?" เลโอถามรุ่นพี่คนหนึ่ง
"โรงพยาบาลประจำจังหวัดครับ ตอนนี้เรากำลังติดต่อครอบครัวของน้องทุกคนอยู่" รุ่นพี่ตอบ
สองชั่วโมงหลังเหตุการณ์ นักศึกษาที่เหลือถูกพาไปที่โรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อตรวจอาการ ค่ายอาสาถูกยกเลิกทันที ประธานคณะที่รับทราบข่าวรีบเดินทางมาดูอาการนักศึกษาด้วยตัวเอง
ที่โรงพยาบาล เลโอได้รับการตรวจและทำแผลที่ไหล่ซึ่งมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกเล็กน้อย เขานั่งรอในห้องพักผู้ป่วยร่วมกับนักศึกษาคนอื่นๆ พีทนั่งข้างๆ กำลังคุยโทรศัพท์กับครอบครัว
"น้องเลโอใช่มั้ยครับ?" เสียงของแพทย์คนหนึ่งดังขึ้น
"ครับ" เลโอตอบพร้อมลุกขึ้นยืน
"หมอขอคุยด้วยหน่อยได้มั้ยครับ?" แพทย์พยักหน้าเชิญให้เลโอเดินตามไป
"มีอะไรรึเปล่าครับ?" เลโอถามด้วยความกังวล
"คือว่า เพื่อนคุณ... ไทเกอร์ เขาเสียเลือดมาก และต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วน ตอนนี้กำลังรอเลือดอยู่ แต่ทางโรงพยาบาลมีเลือดกรุ๊ป O ไม่เพียงพอ เรากำลังติดต่อโรงพยาบาลอื่น" แพทย์พูดอธิบาย
"ผมเป็นกรุ๊ป O ครับ ผมบริจาคได้" เลโอบอก
"คุณแน่ใจนะ?" แพทย์ถาม
"แน่ใจครับ" เลโอตอบโดยไม่ลังเล
แพทย์พาเลโอไปที่ห้องบริจาคเลือด พยาบาลเตรียมอุปกรณ์และเริ่มกระบวนการเจาะเลือด เลโอรู้สึกเจ็บเล็กน้อยเมื่อเข็มแทงเข้าเส้นเลือด แต่เขาไม่แสดงอาการ
"คุณกับเพื่อนที่บาดเจ็บสนิทกันมากเหรอคะ?" พยาบาลถามขณะเลือดเริ่มไหลเข้าถุง
"เปล่าครับ พวกเราเพิ่งรู้จักกัน จริงๆ เราไม่ค่อยถูกกันด้วยซ้ำ" เลโอยิ้มเล็กน้อย
"แต่คุณยังช่วยเขา ทั้งช่วยออกจากรถและบริจาคเลือด ถ้าไม่ใช่เพื่อนสนิท ก็ต้องเป็นคนใจดีมากๆ" พยาบาลพูดพร้อมรอยยิ้ม
เลโอไม่ตอบ เขาเพียงมองเลือดของตัวเองที่ไหลออกมาช้าๆ และคิดถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น หลังจากบริจาคเลือดเสร็จ พยาบาลให้เลโอดื่มน้ำหวาน ทานของว่างและพักสักครู่ เลโอรู้สึกอ่อนเพลียเล็กน้อยแต่ไม่ได้แสดงออก
"เลือดของคุณไปช่วยเพื่อนคุณแล้วนะ ตอนนี้เขากำลังผ่าตัดอยู่ ต้องรอหมอแจ้งอีกที" พยาบาลบอก
"ขอบคุณครับ" เลโอพยักหน้า
เขาเดินกลับไปที่ห้องพักผู้ป่วย พีทเห็นเขาจึงรีบเดินเข้ามาหา
"มึงไปไหนมาวะ? กูหามึงตั้งนาน"
"ไปบริจาคเลือด" เลโอตอบเรียบๆ
"บริจาคเลือด? ให้ใคร?"
"ไทเกอร์ ทางโรงพยาบาลขาดเลือดกรุ๊ป O" เลโอตอบ
"แล้วมึงเป็นกรุ๊ป O เหรอ?" พีทอ้าปากค้าง
"อืม" เลโอพยักหน้า
"เฮ้ย มึงนี่มันฮีโร่เลยว่ะ ตอนแรกช่วยชีวิตมัน ตอนนี้บริจาคเลือดให้มันอีก" พีทถอนหายใจ
"ไม่ได้เป็นอะไรหรอก ใครๆ ก็ทำได้" เลโอตอบ
"แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำให้ศัตรูของตัวเอง" พีทพูด
ศัตรู... คำนี้ทำให้เลโอรู้สึกแปลกๆ จริงๆ แล้วไทเกอร์ไม่เคยทำอะไรให้เขาเดือดร้อนมากมาย แค่กวนประสาทและพูดจาเหยียดหยามเท่านั้น ความรู้สึกคือพวกเขาไม่ถูกกัน แต่ไม่ถึงขั้นเป็นศัตรู
"เขาไม่ใช่ศัตรูกู แค่ไม่ถูกกันเท่านั้น" เลโอพูด
"ก็เหมือนกันแหละ แต่กูยังทึ่งในสิ่งที่มึงทำอยู่ดี" พีทยักไหล่
"น้องเลโอใช่มั้ย? มีคนอยากคุยกับมึง" รุ่นพี่คนหนึ่งเดินเข้ามาหาพวกเขา
"ใครครับ?" เลโอเงยหน้ามองอย่างสงสัย
"พ่อแม่ของไทเกอร์ พวกเขาเพิ่งมาถึง และได้ยินว่ามึงช่วยชีวิตลูกชายพวกเขา" รุ่นพี่ตอบ
"ครับ ผมจะไปเจอพวกเขา" เลโอรู้สึกประหม่าเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้า
"ไปเถอะ กูรออยู่ตรงนี้" พีทสนับสนุน
เลโอเดินตามรุ่นพี่ไปที่ห้องรอของญาติผู้ป่วย ที่นั่นมีชายหญิงวัยกลางคนที่ดูภูมิฐานนั่งอยู่ เมื่อพวกเขาเห็นเลโอ ทั้งคู่ลุกขึ้นยืนทันที
"นี่คือเลโอใช่ไหม? คนที่ช่วยชีวิตลูกชายแม่ ?" ผู้หญิงวัยกลางคนถามทั้งน้ำตาคลอ
"ครับ ผมเลโอ" เลโอพยักหน้า ทันใดนั้นผู้หญิงคนนั้นก็ก้าวเข้ามากอดเลโอแน่น
"ขอบคุณมาก ขอบคุณที่ช่วยลูกชายแม่” แม่ของไทเกอร์เอ่ยบอกกับเลโอ
"หมอบอกว่าถ้าไม่ได้คุณ ลูกชายผมอาจไม่ได้ออกมาจากซากรถก่อนจะสายเกินไป และเลือดของคุณก็กำลังช่วยชีวิตเขาอยู่ตอนนี้" ผู้ชายวัยกลางคนก็เดินเข้ามาและจับมือเลโอ
"ผมแค่ทำในสิ่งที่ใครๆ ก็ทำครับ" เลโอตอบอย่างถ่อมตัว
"ไม่ใช่ทุกคนหรอก ลูกชายฉันบาดเจ็บสาหัส แต่หมอบอกว่าเขาจะรอดเพราะได้รับการช่วยเหลือทันเวลา เราขอบคุณคุณจริงๆ" พ่อของไทเกอร์บอกขอบคุณ
เลโอไม่รู้จะตอบอย่างไร เขาเพียงพยักหน้ารับ
"ไทเกอร์เป็นยังไงบ้างครับ?" เขาถาม
"ยังผ่าตัดอยู่ หมอบอกว่าขาของเขาได้รับความเสียหายมาก แต่น่าจะรักษาได้ เลือดของหนูช่วยเขาได้มาก" แม่ของไทเกอร์ตอบ
"ดีใจที่ได้ยินแบบนั้นครับ" เลโอพูด
"คุณรู้จักไทเกอร์มานานแค่ไหนแล้ว?" พ่อของไทเกอร์ถาม
"เพิ่งรู้จักกันตอนเข้ามหาวิทยาลัยครับ ไม่นานมากนัก" เลโอลังเลเล็กน้อย
"ลูกชายแม่ดีกับคุณใช่ไหม?" แม่ของไทเกอร์ถาม
เลโอนิ่งไปครู่หนึ่ง พยายามคิดว่าควรตอบอย่างไร
"เราเป็นเพื่อนร่วมคณะครับ"
ผู้ปกครองของไทเกอร์ยังคงขอบคุณและพูดคุยกับเลโออีกสักพัก ก่อนที่ญาติของผู้บาดเจ็บรายอื่นๆ จะเข้ามาในห้อง เลโอจึงขอตัวกลับไปหาพีท
"เป็นไงบ้าง?" พีทถามเมื่อเลโอกลับมา
"พวกเขาดีใจและขอบคุณกูมาก ดูเหมือนไทเกอร์จะรอด แต่ขาได้รับบาดเจ็บมาก" เลโอตอบ
"ดีแล้วที่เขารอด ตอนนี้พวกเรายังไงต่อล่ะ?" พีทพยักหน้า
"รุ่นพี่บอกว่าทางมหาวิทยาลัยจะส่งรถมารับพวกเราที่ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับกรุงเทพฯ ส่วนคนอื่นจะพักที่นี่ต่อ" เลโอตอบ
"งั้นเรากลับกันเถอะ มึงดูเหนื่อยแล้ว โดยเฉพาะหลังบริจาคเลือด" พีทเสนอ
เลโอพยักหน้า เขารู้สึกอ่อนเพลียจริงๆ แต่ในใจยังคิดถึงไทเกอร์ที่กำลังผ่าตัดอยู่ ไม่รู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร ก่อนกลับ เลโอแวะที่เคาน์เตอร์พยาบาลเพื่อฝากหมายเลขโทรศัพท์ไว้
"ถ้ามีข่าวอะไรเกี่ยวกับไทเกอร์ รบกวนแจ้งผมด้วยนะครับ" เลโอบอกพยาบาล
"ได้ค่ะ" พยาบาลรับปากพร้อมจดชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของเลโอไว้
รถตู้ของมหาวิทยาลัยพานักศึกษากลับกรุงเทพฯ ในยามค่ำ บรรยากาศเงียบสงบต่างจากตอนไป ทุกคนยังอยู่ในความตกใจและห่วงเพื่อนที่บาดเจ็บ เลโอมองออกไปนอกหน้าต่าง ความรู้สึกอ่อนเพลียจากการบริจาคเลือดทำให้เขาง่วงนอน แต่ภาพของไทเกอร์ที่ติดอยู่ในซากรถยังคงวนเวียนในหัว
"นอนเถอะ ยังอีกไกลกว่าจะถึงกรุงเทพฯ" พีทกระซิบ
เลโอพยักหน้า พิงศีรษะลงกับกระจกรถและหลับตาลง ก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทรา
เลโอจำได้ดีสายตาของไทเกอร์ที่มองเขาน้ำตาคลอบอกให้เขาออกไปจากรถ