ANMELDENคนหนึ่งจากอนาคต คนหนึ่งจากอดีต มิติที่คั่นกลาง นำพาทั้งสองคนมาพบเจอกัน เพื่ออนาคตที่ทั้งสองร่วมกันสร้าง
Mehr anzeigenมิติจันทราเหนือกาลเวลา
ตอนที่ 1 คืนจันทร์สีเลือด ณ ปี ค.ศ. ๒๕๑๗ ในช่วงที่เทคโนโลยีเข้ามาเติมเต็ม หรืออาจะเรียกได้ว่า เข้ามาทดแทนมนุษย์ซะด้วยซ้ำ เมืองที่แสงไฟไม่เคยดับ และเหมือนไม่เคยมีการหลับไหล ทุกสิ่งดูจะเร่งรีบ วุ่นวาย อยู่ตลอดเวลา เสียงไซเรนดังสะท้อนอยู่เหนือมหานครนีออนอันแสนวุ่นวาย ฝนสีเทาอันหนักหน่วงพร้อมพายุกระหน่ำ สาดกระทบกระจกของตึกสูงในค่ำคืนนี้ ราวกับโลกทั้งใบกำลังร้องไห้ ภายในรถลอยฟ้าสีดำวาวคันหนึ่ง ชายหนุ่มในเสื้อโค้ตยาวกำลังกดข้อมูลบนหน้าจอโฮโลแกรมอย่างรวดเร็ว ดวงตาเย็นชาสีเข้มของเขาสะท้อนตัวอักษรสีน้ำเงิน ที่ไหลผ่านเหมือนสายน้ำ หากแต่ดวงตานั้น กลับไม่กระพริบแม้เพียงเสี้ยววินาที “คุณชายจวินเหิงคะ ระบบติดตามของตระกูลหลี่กำลังล๊อกพิกัดของเราอีกครั้งค่ะ” เสียงเอไอสาว เอลล่า ดังขึ้นจากหูฟังไร้สายของชายหนุ่มอย่างตื่นตระหนก หลี่จวินเหิง ชายหนุ่มวัย ๒๒ ปี ผู้มีบุคลิกปราดเปรียว ฉลาด สุขุม แต่แฝงด้วยความเย็นชาเล็กน้อย ถอนหายใจเบา ๆ แต่สีหน้าและแววตาเฉยชา เหมือนทุกสิ่งเป็น “เรื่องธรรมดา” จนชินชาไปซะแล้ว “เอลล่า ฉันได้ยินแล้ว เธอจะตกใจไปทำไม? ทำยังกับเป็นมนุษย์ผู้หญิงจริง ๆ อย่างงั้นแหล่ะ” เอไอสาว ส่งสายตาค้อนให้เจ้านายเล็กน้อย ก่อนตอบ “ดิฉันแนะนำให้คุณกลับบ้าน และแต่งงานตามคำสั่งของท่านประธานหลี่นะคะ โอกาสรอดชีวิตสูงถึง ๙๘%” เอลล่าประมวลผลอย่างรวดเร็ว...แต่ชายหนุ่มกลับตอบกลับรวดเร็วยิ่งกว่า... “แต่โอกาสตายทั้งเป็น 100%” เอไอสุดอัตฉริยะเงียบไปสองวินาที ก่อนตอบแบบยอมจำนน “...ประมวลผลแล้ว ดิฉันเห็นด้วยค่ะ” มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อย รถลอยฟ้าพุ่งเลี้ยวฉับพลัน หลบโดรนตรวจจับที่ไล่ตามมาจากทางด้านหลังได้อย่างหวุดหวิด ภาพโฮโลแกรมปรากฎใบหน้าของชายอีกคนขึ้นกลางอากาศ หลี่จื่อเฟิง พี่ชายของเขานั่นเอง จื่อเฟิงในวัย ๒๕ ปี ใบหน้าหล่อเหลา มีความคล้ายจวินเหิงอยู่มากทีเดียว ถึงแม้เขาจะดูสุภาพ นิ่ง แต่ก็แฝงความเย็นเยียบจนเหมือนงูพิษ ช่างเป็นคนที่มีรังสีแปลก ๆ ที่ชวนให้รู้สึกอึดอัดเมื่อเข้าใกล้ “จวินเหิง” เสียงเรียบนิ่งดังผ่านลำโพง “กลับมาเถอะ นายรู้ ว่าตัวเองหนีไม่ได้หรอก” “แล้วใครบอกว่า ฉันจะหนี??” ชายหนุ่มกล่าวเสียงเรียบยิ่งกว่า “นายกำลังทำลายอนาคตของตระกูล” จื่อเฟิ่งเริ่มคุมน้ำเสียงไม่อยู่ เขาแทบจะตะโกนออกมา “อนาคตที่ต้องเอาฉันไปแต่งงานเพื่อควบธุรกิจเนี่ยนะ??” จวินเหิงหัวเราะในลำคอ ก่อนกล่าวต่อ “พี่ชาย เผื่อพวกพี่กับพ่อแม่ยังไม่รู้...ฉันไม่ใช่หมากในกระดานของตระกูลนะ” ดวงตาของหลี่จื่อเฟิงราวกับมีเปลวไฟในนั้น “แต่นายควรเข้าใจ หน้าที่ สำคัญกว่าความรู้สึก” “พี่พูดเหมือนผม เป็นคนที่ไม่เคยมีความรู้สึกเลยนะ” จวินเหิงกล่าวด้วยเสียงเย็นชา ที่แฝงความน้อยใจไม่มิด แล้วหัวเราะ “ฮึ” ออกมาเบาๆ ในลำคอ หลี่จื่อเฟิงมองเขานิ่ง ด้วยสายตาที่อ่อนลง ก่อนตัดสัญญาณไป เอลล่าพูดขึ้นมาเบา ๆ ช้า ๆ หลังจากเธอเงียบไปอยู่นาน “วิเคราะห์จากน้ำเสียง คุณท่านจื่อเฟิงกำลังโกรธค่ะ” ชายหนุ่มแค่นยิ้ม พร้อมกล่าว “ดี” ปัญญาประดิษฐ์คู่ใจแทบจะถอนหายใจรัว ๆ เหมือนอย่างที่มนุษย์ชอบทำกัน “คุณท่านจวินเหิง คุณนี่ชอบยั่วโมโหคนจริงๆ เลยนะคะ” จวินเหิงหัวเราะร่า “ก็มันสนุกดีนี่นา” รถลอยฟ้าทะยานลงสู่เขตเมืองเก่า พื้นที่รกร้างที่แทบไม่มีใครเคยเข้ามา จวินเหิงกระโดดลงจากรถก่อนที่โดรนติดตามจะยิงลำแสงใส่ ตูม!!! เศษปูนกระจาย ฝุ่นในอากาศลอยอยู่รอบตัวเขา แต่นั่นก็เป็นแค่การ ขู่ เท่านั้น เพื่อหวังจะให้เขาไปในทิศทางที่สามารถจับกุมเขาได้ แต่ชายหนุ่มกลับวิ่งเข้าไปในอาคารเก่าทรุดโทรมแห่งหนึ่ง ซึ่งนอกเหนือจากการคาดการณ์ของผู้ควบคุมโดรนลำนั้น เขตที่เขาวิ่งเข้าไป อยู่นอกรัศมีเขตเมือง หรือเรียกได้ว่า เป็น รอยต่อของอารยธรรมที่แทบจะไม่มีสัญญาณใดๆ เชื่อมต่อได้ถึง โชคดีที่จวินเหิงพกตัวเชื่อมสัญญาณส่วนตัวมาด้วย เอไอสาวเลยยังทำงานได้เหมือนปกติ แต่โดรนที่ตามมานั้น ออกนอกรัศมีการควบคุมของเจ้าของแล้ว ทำให้มันไม่สามารถตามเขาเข้ามาในบริเวณนั้นได้ มันมีท่าทีสับสนเล็กน้อยที่จับสัญญาณของชายหนุ่มไม่ได้ เหมือนว่าเขา ได้ละลายหายไปกับอากาศ พวกมันบินวนรอบๆ สักพัก ก่อนที่จะบินกลับไปยังหน่วยควบคุมกลาง ทางด้านชายหนุ่มเมื่อวิ่งเข้ามาสักพัก เขาก็เปลี่ยนเป็นเดินช้าๆ จนไปสะดุดตากับอาคารหลังหนึ่ง ที่มีประตูเหล็กสีดำบานใหญ่ดูแข็งแรงอยู่ด้านหน้า เขาเอื้อมมือไปแตะแล้วออกแรงผลัก ประตูเหล็กที่มีสนิมเขรอะเปิดออกช้า ๆ พร้อมเสียง “เอี๊ยด” อันน่าขนลุก “หืม ยังมีสถานที่แบบนี้เหลือในเมืองอีกเหรอเนี่ย เอลล่า เธอนี่หาที่หนีได้เก่งจริงๆ นะ สมกับที่ฉันพัฒนาโปรแกรมมาเองกับมือ” จวินเหิงกล่าว เสียงจากเอไอรีบรายงาน “จากฐานข้อมูลที่ดิฉันรวบรวมมา อาคารนี้ถูกลบออกจากทะเบียนรัฐบาลเมื่อ 42 ปีก่อนค่ะ “ สายตาชายหนุ่มเป็นประกายวาบ ยิ้มยิงฟันพร้อมกล่าว “นี่ดีกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีก” จวินเหิงเดินลึกเข้าไปในอาคาร ที่ภายนอกแทบจะเป็นเศษซากอารยธรรม แต่ภายในกลับสะอาดผิดคาด...ราวกับมีคนดูแลอยู่ตลอดเวลา “ตรวจสอบแล้วค่ะ...ไม่มีข้อมูลของวัสดุที่สร้างอาคารนี้ในฐานข้อมูลในโลกปัจจุบันเลย” “น่าสนใจ” ชายหนุ่มยื่นมือแตะประตูไม้ บานที่จะเปิดเชี่อมไปห้องที่เขาคิดว่า เป็น -ห้องนอนใหญ่- ทันใดนั้น... บนฟ้าที่ยังมีฝนกระหน่ำเมื่อสักครู่ กลับสงบแทบจะในทันที ฟ้าที่เคยมีเมฆหนาปกคลุม พลันเปิดโล่ง เผยให้เห็นพระจันทร์ที่เป็นสีแดง ทำให้ท้องฟ้าบริเวณนั้นกลายเป็นสีแดงฉานขึ้น “ตรวจพบพลังงานผิดปกติ!!พระจันทร์ด้านนอกกำลังเปลี่ยนสีค่ะคุณชายจวินเหิง” จวินเหิงหันไปมองพระจันทร์สีเลือดแขวนอยู่กลางท้องฟ้า แล้วทุกอย่างก็ดับวูบ... อีกฝากหนึ่งของกาลเวลา แคว้นต้าเฉิง -ยุคราชวงศ์โบราณ สายลมกรรโชกพัดผ่านหน้าต่างไม้วูบใหญ่ เสิ่นจือเหยียน นั่งอ่านตำราอยู่ใต้แสงตะเกียงน้ำมัน ชายหนุ่มวัย 23 ปี ใบหน้าขาว สะอาดสะอ้าน สวมชุดนักปราชญ์สีฟ้าอ่อน ดวงตาเรียบนิ่ง ผมถูกมวยเรียบร้อย บนศรีษะปักปิ่นไม้ที่คล้ายพู่กัน ดูงดงามราวภาพวาด บนตั่งไม้เตี้ย ๆ ข้าง ๆ เขา มีเสี่ยวอวี้ บ่าวรับใช้ อายุ 16 ปี เด็กหนุ่มตัวเล็ก หุ่นบาง กำลังง่วงจนเผลอสัปหงก ได้สะดุ้งตื่นมาถามด้วยความงัวเงีย “คุณชายขอรับ...เวลานี้แล้ว ท่านยังอ่านหนังสืออยู่อีกหรือ” เขาถามพลางฝนหมึกให้ผู้เป็นนายต่อ “อีกสามเดือนจะสอบจอหงวน หากไม่อ่านตอนนี้ เจ้าจะให้ข้าอ่านจะอ่านเมื่อใด?” เสี่ยวอวี้ครางเบา ๆ “แต่ท่านอ่านตำราในห้องนี้ มิได้ออกกไปข้างนอกเลยมาสามวันแล้วนะขอรับ” “คนโง่อย่างเจ้า คงไม่มีวันเข้าใจความสำคัญของเวลา” เสิ่นจือเหยียนกล่าวเสียงเรียบ ๆ สายตายังไม่ละจากตัวอักษรแม้เพียงนิด “โธ่!! คุณชาย—“ บ่าวคนสนิทสีหน้าหงอยเล็กน้อย “ข้าก็แค่ เป็น ห่ว—“ แต่ยังไม่ทันพูดจบ พรึ่บ!!! เปลวไฟจากตะเกียงในห้องกระพือดับลงพร้อมกัน เสี่ยวอวี้ร้องลั่น “ผะ ผี!!” “เงียบก่อน” เสิ่นจือเหยียนขมวดคิ้ว ลมเย็นประหลาดพัดผ่านกลางห้อง พร้อมฝุ่นผงที่ไม่ทราบที่มา ทำให้ทั้งเสี่ยวอวี้ และชายหนุ่มต้องเอามือยกมาป้องหน้า หลังจากสายลมสงบ ทั้งสองค่อย ๆ เอาแขนเสื้อที่ใช้ปิดหน้าปิดตาลง เผยให้ให้กำแพงด้านหน้าเริ่มบิดเบี้ยวเหมือนผิวน้ำ “นะ...นั่นอะไรขอรับ...” เสี่ยวอวี้เกาะแขนเจ้านายแน่น แทบจะร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว เงาร่างของคนผู้หนึ่งปรากฎขึ้นอีกด้าน ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น ชายแปลกหน้าในชุดสีดำ เสื้อผ้าดูแปลกประหลาด มีผมสั้น รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลาคมคายอย่างที่ไม่เคยพบเห็นในเมืองหลวง ทั้งสองฝ่ายชะงักงัน...จ้องกันผ่าน “กำแพงน้ำ” โปร่งใส คนหนึ่งจากอนาคต อีกคนจากอดีต ต่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง หลี่จวินเหิงเป็นฝ่ายพูดก่อน “...นี่...ฉันตายแล้วเหรอ?? สวรรค์นี่ เทวดาแต่งตัวโบราณจัง เหมือนในซีรี่ย์เลยแฮะ” เสี่ยวอวี้ที่หน้าขาวซีดยิ่งกว่ากระดาษ เผลอกรี๊ดออกมา “ผีจริง ๆ ด้วยขอรับ” “หุบปาก!!” เสิ่นจือเหยียนปรามบ่าวน้อยของตน ก่อนหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง “เจ้าเป็นผู้ใด มาที่นี่ได้อย่างไร แล้วสถานที่นั้นมันคือที่ใด ข้ามิเคยเห็นมาก่อน” เขากล่าวเสียงดัง แม้ปลายเสียงจะแอบหวั่นเล็กน้อย จวินเหิงเลิกคิ้ว “ประโยคนั้น ฉันควรเป็นคนถามมากกว่ามั้ง” “ที่นี่คือ จวนเสิ่น และนี่คือห้องส่วนตัวของข้า” เสิ่นจือเหยียนกล่าวพร้อมยืดหลังตรง “แล้วที่นี่มันคือ –เดี๋ยวนะ!!” เขาหันไปมองรอบตัวเองอีกครั้งอย่างช้า ๆ ห้องเดียวกัน ประตูบานเดียวกัน โต๊ะใหญ่กลางห้องตำแหน่งเดียวกัน แต่คนละยุค!!! เอลล่าปรากฎกายเป็นโฮโลแกรมขนาดเล็ก ที่ข้างไหล่ “วิเคราะห์เรียบร้อยแล้วค่ะคุณชายจวินเหิง เราอาจะเกิดปรากฏการณ์เชื่อมต่อข้ามเวลา” เสี่ยวอวี้ยิ่งหน้าซีดลงไปอีกเมื่อเห็นภาพนี้ “ปีศาจออกมาจากอากาศแล้ววววว!!!” บ่าวน้อยร้องลั่นก่อนเป็นลมไปเพราะความกลัวสุดขีด เสิ่นจือเหยียนเองก็ตกใจจนเผลอถอย “สิ่งใดนั่น??” เอลล่าหันไปมองเขา พร้อมค้อมคำนับกล่าวอย่างอารมณ์ดี “สวัสดีค่ะ มนุษย์โบราณ” เสิ่นจือเหยียนชะงักค้าง ตาเบิกกว้าง ร่างกายแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง ภาพนั้นทำให้จวินเหิงหลุดหัวเราะออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน เสิ่นจือเหยียนมองเขานิ่ง อย่างพิจารณา เสียงหัวเราะทุ้มต่ำก้องอยู่ในห้อง แต่เขาไม่เข้าใจเลยว่า เหตุใดแววตาของคนผู้นี้ ถึงดูโดดเดี่ยวเหลือเกิน แม้กำลังหัวเราะอยู่ก็ตาม ด้านนอกพระจันทร์สีเลือดยังคงแขวนอยู่เหนือฟากฟ้า ราวกับชะตากรรมของสองคนเพิ่งเริ่มต้นขึ้น คืนนั้น ทั้งสองฝ่ายต่างนั่งเงียบอยู่คนละฝั่งของมิติ ไม่มีใครกล้านอน เสี่ยวอวี้หลังจากฟื้น ก็ยังเอาผ้าห่มคลุมหัวตัวเอง แล้วพึมพำสวดมนต์ไม่หยุด ส่วนเอลล่ากำลังสแกนโครงสร้างมิติอย่างจริงจัง ตัวอักษรสีฟ้าเรืองแรง หมุนรอบตัว เอไอสาวกำลังประมวลผลอย่างเงียบๆ หลี่จวินเหิงลากเก้าอี้มานั่งที่โต๊ะอีกฝั่งที่อยู่ในส่วนของมิติเขา เสิ่นจือเหยียน นั่งอยู่บนขอบเตียงไกลออกไป ชายหนุ่มตัดสินใจทำลายความเงียบ “นายชี่ออะไร” ชายหนุ่มอีกฝั่งนั่งเงียบครู่หนึ่ง ก่อนตอบ “ข้ามีนามว่า เสิ่นจือเหยียน บุตรชายคนเดียวของตระกูลเสิ่น” “อายุเท่าไหร่เหรอ” จวินเหิงถามต่อ น้ำเสียงแสดงความสนใจในอีกฝ่ายอย่างชัดเจน “ยี่สิบสาม” จือเหยียนกล่าวตอบ สายตายังจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละเช่นกัน แต่เป็นสายตาแห่งความหวาดระแวงเสียมากกว่าฃ จวินเหิงพยักหน้าน้อย ๆ ก่อนตอบ “อืม...แก่กว่าฉันนิดหน่อย แต่นายยังดูเด็กมากเลยนะ” “เสียมารยาท พูดกับผู้อาวุโสกว่าอย่างนี้ได้เยี่ยงไร” เสิ่นจือเหยียนหลุดปาก “เฮ้ ฉันชมนายอยู่นะ แต่ฉันขอไม่เรียกนายว่าพี่ก็แล้วกัน ในฐานะที่นายหน้าเด็กกว่าฉันซะอีก” จวินเหิงกล่าวกลั้วหัวเราะ ตามแบบฉบับของเขา “ลืมแนะนำตัวไป ฉันชื่อ หลี่จวินเหิง เรียกฉันว่า จวินเหิงก็ได้นะ ฉันไม่อยากให้นายเรียกฉันว่า คุณชายหลี่ เหมือนในซีรี่ย์โบราณอะไรแบบนั้น” เสิ่นจือเหยียนเม้มปาก แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาคิดในใจ คนผู้นี้พูดจาแปลกประหลาดนัก แต่แปลก...กลับไม่ได้ทำให้น่ารังเรียจ กลับช่างดูน่าสนทนาด้วยยิ่ง เขามองจอกสุราบนโต๊ะ ก่อนยกขึ้นมาจีบเบา ๆ จากนั้นจึงเอ่ยเสียงแผ่วเบา ราวกับต้องการพูดกับตัวเอง “ในชีวิตนี้...ถึงแม้จะไม่มีใคร ก็อยู่ลำพังได้” “人生虽孤,清风自伴” จวินเหิงได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ เขานิ่งไป...สายลมกลางคืนพัดผ่านหน้าต่างบานเก่าเข้ามา เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า ความเงียบ อาจไม่ได้ว่างเปล่าเสมอไป “สำนวนแปลก แต่เพราะดีนะ” เขากล่าวอย่างชื่นชม “เจ้าไม่เคยได้ยินหรือ?” เสิ่นจือเหยียนถามด้วยความสงสัย เพราะบทกวีนี้ ใครต่อใครก็มักจะกล่าวกันเมื่อยามร่ำสุรา จวินเหิงช้อนแขนไว้ที่หลังศรีษะ พิงพนักเก้าอี้ แล้วกล่าวด้วยเสียงเรียบ ๆ ราวกับไร้อารมณ์ “โลกของฉัน ไม่ใครพูดอะไรแบบนี้แล้วล่ะ” จือเหยียนมองข้ามไปยังอีกฝั่งของกำแพงน้ำ ที่เห็นแสงสว่างไสวจากที่ไกลๆ ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยถามเบา ๆ “โลกของเจ้า เป็นสถานที่แบบใด” จวินเหิงมองพระจันทร์สีเลือดนอกหน้าต่าง ถอนหายใจทีหนึ่ง ก่อนตอบช้า ๆ “เป็นแบบที่ เรียกได้ว่ามันคือโลกที่ผู้คนลืมวิธีอยู่กับหัวใจตัวเอง” เสิ่นจือเหยียนเงียบไป สายตายละจากแสงที่ส่องมาจากหน้าต่างของอีกฝั่งมิติ เขามองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มฝ่ายตรงข้ามนิ่งนาน พลางคิดในใจว่า...ชายผู้นี้และอีกฝั่งของกำแพงช่างดูประหลาดนัก เป็นเมืองที่ผู้คนใช้ชีวิตแบบใดกันนะ ทั้งที่มีแสงสว่างมากมายเพียงนี้ กลับยิ่งทำให้รู้สึกหนาว และโดดเดี่ยวมากขึ้น และนั่นคือคืนแรก ที่คนสองคน จากคนละกาลเวลา เริ่มแบ่งปัน “ความโดดเดี่ยว” ของกันและกันตอนพิเศษ 1 “คืนหิมะแรก” หิมะแรกของปีถัดมา ตกลงมาอย่างเงียบงัน นอกหน้าต่างของห้องพักมิติโลกอนาคตถูกปกคลุมด้วยแสงสีออนส่วนโลกอดีตมีแต่เกล็ดหิมะสีขาวเสิ่นจือเหยียนยืนมองภาพของอีกฝั่งนิ่ง ๆ แม้กลับมาเชื่อมต่อกันได้อีกครั้ง แต่เขาก็ยังไม่ชินกับโลกของจวินเหิงเสียทีเดียวโดยเฉพาะ “ในฤดูหนาว” ของโลกอนาคต“หนาวมั้ย?” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากทางด้านหลังก่อนผ้าคลุมตัวหนาผืนหนึ่งจะถูกพาดลงบนไหล่เสิ่นจือเหยียนหันกลับมา พบจวินเหิงในชุดลำลองสีเข้ม กำลังมองเขาด้วยสายตาอ่อนโอน“โลกของเจ้าประหลาดจริง”“ตรงไหน”“แสงไม่เคยดับเลย”จวินเหิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนเดินมายืนข้างเขา “แล้วชอบไหม”เสิ่นจือเหยียนเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนตอบเสียงเบา “หากที่นั่นมีเจ้า...มีหรือที่ข้าจะไม่ชอบ”จวินเหิงชะงัก ก่อนยกยิ้มช้า ๆ “เดี๋ยวนี้พูดเก่งขึ้นนะ”“ข้าเพียงพูดความจริง” เสิ่นจือเหยียนตอบ ในขณะที่สายตายังไม่ละจากใบหน้าเขา“อันตรายชะมัด” จวินเหิงเอามือมาจับที่หน้าอกของตัวเอง“?”“นายทำฉันหัวใจเต้นแรงเกินไปแล้ว” ยังไม่ทันตั้งตัว จวินเหิงก็โน้มตัวเข้ามาใกล้ จนปลายจมูกแทบแตะกันลมหายใจอุ่นปะทะใบหน้าเบา ๆเสิ่นจือเหยียนชะงักทันที
ตอนที่ 35 (บทสรุป) : “เหนือกาลเวลา” ทุกอย่างขาวโพลน ไร้เสียง ไร้แรงโน้มถ่วง เหมือนโลกทั้งใบถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆหลี่จวินเหิงรู้สึกได้เพียง ความเย็นเยียบ ที่ค่อย ๆ กลืนร่างกายและสัมผัสจากมือของเสิ่นจือเหยียน...ที่กำลังหลุดหายไปทีละน้อย...“เสิ่นจือเหยียน!!!”เขาพยายามคว้าไว้สุดแรง แต่ปลายนิ้วกลับแตะได้เพียงแสงสีทอง ก่อนทุกอย่างจะดับวูบลง ติ๊ด...ติ๊ด...ติ๊ด... เสียงเครื่องมือแพทย์ดังแว่วมา เปลือกตาของจวินเหิงขยับช้า ๆ ก่อนลืมขึ้นอย่างยากลำบากแสงสีขาวของห้องพยาบาลทำให้เขาตาพร่าไปชั่วครู่จากนั้น...เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นทันที“ในที่สุดคุณก็ฟื้นค่ะ คุณชายหลี่” เอลล่า เอไอสาวผู้ชายของเขานั่นเองจวินเหิงรีบลุกพรวด “เสิ่นจือเหยียนล่ะ!?”“เดี๋ยวก่อนค่ะ...คุณเพิ่งฟื้น—““เขาอยู่ไหน!!”ห้องเงียบลงทันทีเอลล่าชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเบา ๆ “...ประตูเวลาปิดแล้วค่ะ”หัวใจของจวินเหิงร่วงวูบทันที เขานิ่งค้างอยู่แบบนั้น เหมือนทุกเสียงรอบตัวหายไปหมดในพริบตา“ไม่พบสัญญาณเชื่อมต่ออีกแล้ว” เอลล่ากล่าวแผ่วเบา “สถานีวิจัยหยุดทำงานทั้งหมด...”เอไอสาว กลั้นเสียงสั่นก่อนกล่าวต่อ “และเส้นเวลา...กลับสู่สมดุลแล
ตอนที่ 34 : “ห้านาทีก่อนจากลา” [ระบบจะปิดลงใน 240 วินาที] เสียงแจ้งเตือนยังดังต่อเนื่องในห้องใต้ดินที่กำลังพังทลายฝุ่นควันลอยคลุ้ง เศษหินตกลงมาไม่หยุดแต่หลี่จวินเหิง กับเสิ่นจือเหยียนกลับยังยืนนิ่ง มองกันอยู่ตรงนั้น ราวกับไม่ได้ยินเสียงอื่นอีกแล้วเสี่ยวอวี้มองซ้ายมองขวาอย่างลนลาน “พวกเราควรหนีก่อน หรือควรร่ำลาก่อนดีขอรับ!?”เอลล่าตอบเรียบ ๆ พยายามทำเสียงให้สงบ ถึงแม้จะปิดความสั่นในนั้นไม่ได้เลยสักนิด“ทำสองอย่างพร้อมกันเลยก็ได้นะคะ”จวินเหิงหัวเราะเบา ๆทั้งที่ใบหน้าซีดจากการเสียเลือด และบาดแผลที่มี“ตอนนี้พวกนายยังมีอารมณ์เล่นมุกกันอีกหรือ” ก่อนเดินเข้าไปหาเสิ่นจือเหยียนช้า ๆยิ่งใกล้...หัวใจยิ่งเจ็บ เพราะนี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายแล้วจริง ๆ เสิ่นจือเหยียนมองเลือดบนใบหน้าและร่างกายอีกฝ่าย ดวงตาสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด“เจ้าบาดเจ็บหนัก”“ยังไม่ตาย” ชายหนุ่มตรงหน้าพยายามฝืนยิ้ม“เจ้ายังจะพูดเล่นอีก...” น้ำเสียงนั้นเบาลง จนแทบฟังไม่ออกจวินเหิงหยุดยืนตรงหน้าเขา ก่อนยากมือแตะแก้วอีกฝ่ายเบา ๆ เหมือนเคยสัมผัสนั้นอ่อนโยนจนน่าใจหาย “นายร้องไห้เหรอ”เสิ่นจือเหยียนชะงักทันที เพราะเพิ่งรู้ตัวว่า
ตอนที่ 33 : “เดิมพันด้วยชีวิต” เสียงเครื่องจักรดังกึกก้องไม่หยุด ห้องใต้ดินเริ่มพังลงที่ละส่วน เศษหินร่วงล่นรอบด้าน ราววันสิ้นโลก แต่สายตาของหลี่จวินเหิงยังคงจับอยู่ที่อ๋องห้าเพียงคนเดียวอีกฝ่าย ยืนอยู่กลางแสงสีทอง พลังงานมหาศาลหมุนรอบกาย ดวงตาเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง และเสียสติ“ข้า...คือผู้ถูกเลือก” อ๋องห้าหัวเราะลั่น “พลังแห่งสวรรค์กำลังตอบรับข้า!!!”เอลล่าถึงกับพึมพำ “ตอบรับบ้านคุณสิคะ...มันกำลังจะระเบิดต่างหาก...”เสี่ยวอวี้พยักหน้ารัว ๆ “ข้าเห็นด้วย!!จวินเหิงสูดลมหายใจลึก ก่อนเปิดใช้งานอุปกรณ์ในมือทันที ติ๊ด— แท่งโลหะสีเงิน เริ่มกางออกช้า ๆ วงแหวนพลังสีฟ้าหมุนรอบตัวมันเอลล่ารายงานทันที “เครื่องตัดคลื่นมิติเริ่มทำงานค่ะ”“เสถียรภาพ???”“ต่ำมากค่ะ!!!”“ดี...”“ดีตรงไหนคะ!?” ชายหนุ่มไม่ตอบ เพราะตอนนี้ เขากำลังคำนวณทุกอย่างในหัวอย่างรวดเร็ว เพราะหากพลาดนิดเดียว...ประตูเวลาอาจจะระเบิดพร้อมกัน ทั้งสองยุคและทุกคนจะตายหมด เสิ่นจือเหยียนมองแผ่นหลังของเขานิ่ง ก่อนกำมือแน่น ปลายเล็กจิกเข้าไปในเนื้อเขาเกลียดความรู้สึกนี้ ความรู้สึกที่ช่วยอะไรไม่ได้ ทั้งที่อีกฝ่ายกำลังเสี่ยงชีวิตอย

![ผมไม่ได้ยั่ว เสี่ยต่างหากที่ห้ามใจไม่ได้[Mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





![หวนคืนลิขิตรัก [Mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



