มิติจันทรา เหนือกาลเวลา

มิติจันทรา เหนือกาลเวลา

last updateZuletzt aktualisiert : 03.08.2026
Von:  Puifhai85Laufend
Sprache: Thai
goodnovel12goodnovel
Nicht genügend Bewertungen
36Kapitel
5Aufrufe
Lesen
Zur Bibliothek hinzufügen

Teilen:  

Melden
Übersicht
Katalog
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN

Zusammenfassung

แฟนตาซี

ทะลุมิติ/ย้อนยุค/ย้อนเวลา

ประวัติศาสตร์สมมติ

อิสระ

อัจฉริยะ

วัยรุ่น

BL

ข้ามเวลาไปอดีต

พื้นที่พิเศษ

คนหนึ่งจากอนาคต คนหนึ่งจากอดีต มิติที่คั่นกลาง นำพาทั้งสองคนมาพบเจอกัน เพื่ออนาคตที่ทั้งสองร่วมกันสร้าง

Mehr anzeigen

Kapitel 1

คืนจันทร์สีเลือด

มิติจันทราเหนือกาลเวลา

ตอนที่ 1 คืนจันทร์สีเลือด

ณ ปี ค.ศ. ๒๕๑๗ ในช่วงที่เทคโนโลยีเข้ามาเติมเต็ม หรืออาจะเรียกได้ว่า เข้ามาทดแทนมนุษย์ซะด้วยซ้ำ เมืองที่แสงไฟไม่เคยดับ และเหมือนไม่เคยมีการหลับไหล ทุกสิ่งดูจะเร่งรีบ วุ่นวาย อยู่ตลอดเวลา

เสียงไซเรนดังสะท้อนอยู่เหนือมหานครนีออนอันแสนวุ่นวาย ฝนสีเทาอันหนักหน่วงพร้อมพายุกระหน่ำ สาดกระทบกระจกของตึกสูงในค่ำคืนนี้ ราวกับโลกทั้งใบกำลังร้องไห้

ภายในรถลอยฟ้าสีดำวาวคันหนึ่ง ชายหนุ่มในเสื้อโค้ตยาวกำลังกดข้อมูลบนหน้าจอโฮโลแกรมอย่างรวดเร็ว ดวงตาเย็นชาสีเข้มของเขาสะท้อนตัวอักษรสีน้ำเงิน ที่ไหลผ่านเหมือนสายน้ำ หากแต่ดวงตานั้น กลับไม่กระพริบแม้เพียงเสี้ยววินาที

“คุณชายจวินเหิงคะ ระบบติดตามของตระกูลหลี่กำลังล๊อกพิกัดของเราอีกครั้งค่ะ”

เสียงเอไอสาว เอลล่า ดังขึ้นจากหูฟังไร้สายของชายหนุ่มอย่างตื่นตระหนก

หลี่จวินเหิง ชายหนุ่มวัย ๒๒ ปี ผู้มีบุคลิกปราดเปรียว ฉลาด สุขุม แต่แฝงด้วยความเย็นชาเล็กน้อย ถอนหายใจเบา ๆ แต่สีหน้าและแววตาเฉยชา เหมือนทุกสิ่งเป็น “เรื่องธรรมดา” จนชินชาไปซะแล้ว

“เอลล่า ฉันได้ยินแล้ว เธอจะตกใจไปทำไม? ทำยังกับเป็นมนุษย์ผู้หญิงจริง ๆ อย่างงั้นแหล่ะ”

เอไอสาว ส่งสายตาค้อนให้เจ้านายเล็กน้อย ก่อนตอบ

“ดิฉันแนะนำให้คุณกลับบ้าน และแต่งงานตามคำสั่งของท่านประธานหลี่นะคะ โอกาสรอดชีวิตสูงถึง ๙๘%”

เอลล่าประมวลผลอย่างรวดเร็ว...แต่ชายหนุ่มกลับตอบกลับรวดเร็วยิ่งกว่า...

“แต่โอกาสตายทั้งเป็น 100%”

เอไอสุดอัตฉริยะเงียบไปสองวินาที ก่อนตอบแบบยอมจำนน “...ประมวลผลแล้ว ดิฉันเห็นด้วยค่ะ”

มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อย รถลอยฟ้าพุ่งเลี้ยวฉับพลัน หลบโดรนตรวจจับที่ไล่ตามมาจากทางด้านหลังได้อย่างหวุดหวิด

ภาพโฮโลแกรมปรากฎใบหน้าของชายอีกคนขึ้นกลางอากาศ

หลี่จื่อเฟิง พี่ชายของเขานั่นเอง จื่อเฟิงในวัย ๒๕ ปี ใบหน้าหล่อเหลา มีความคล้ายจวินเหิงอยู่มากทีเดียว ถึงแม้เขาจะดูสุภาพ นิ่ง แต่ก็แฝงความเย็นเยียบจนเหมือนงูพิษ ช่างเป็นคนที่มีรังสีแปลก ๆ ที่ชวนให้รู้สึกอึดอัดเมื่อเข้าใกล้

“จวินเหิง” เสียงเรียบนิ่งดังผ่านลำโพง “กลับมาเถอะ นายรู้ ว่าตัวเองหนีไม่ได้หรอก”

“แล้วใครบอกว่า ฉันจะหนี??” ชายหนุ่มกล่าวเสียงเรียบยิ่งกว่า

“นายกำลังทำลายอนาคตของตระกูล” จื่อเฟิ่งเริ่มคุมน้ำเสียงไม่อยู่ เขาแทบจะตะโกนออกมา

“อนาคตที่ต้องเอาฉันไปแต่งงานเพื่อควบธุรกิจเนี่ยนะ??” จวินเหิงหัวเราะในลำคอ ก่อนกล่าวต่อ “พี่ชาย เผื่อพวกพี่กับพ่อแม่ยังไม่รู้...ฉันไม่ใช่หมากในกระดานของตระกูลนะ”

ดวงตาของหลี่จื่อเฟิงราวกับมีเปลวไฟในนั้น

“แต่นายควรเข้าใจ หน้าที่ สำคัญกว่าความรู้สึก”

“พี่พูดเหมือนผม เป็นคนที่ไม่เคยมีความรู้สึกเลยนะ” จวินเหิงกล่าวด้วยเสียงเย็นชา ที่แฝงความน้อยใจไม่มิด แล้วหัวเราะ “ฮึ” ออกมาเบาๆ ในลำคอ

หลี่จื่อเฟิงมองเขานิ่ง ด้วยสายตาที่อ่อนลง ก่อนตัดสัญญาณไป

เอลล่าพูดขึ้นมาเบา ๆ ช้า ๆ หลังจากเธอเงียบไปอยู่นาน

“วิเคราะห์จากน้ำเสียง คุณท่านจื่อเฟิงกำลังโกรธค่ะ”

ชายหนุ่มแค่นยิ้ม พร้อมกล่าว “ดี”

ปัญญาประดิษฐ์คู่ใจแทบจะถอนหายใจรัว ๆ เหมือนอย่างที่มนุษย์ชอบทำกัน

“คุณท่านจวินเหิง คุณนี่ชอบยั่วโมโหคนจริงๆ เลยนะคะ”

จวินเหิงหัวเราะร่า “ก็มันสนุกดีนี่นา”

รถลอยฟ้าทะยานลงสู่เขตเมืองเก่า พื้นที่รกร้างที่แทบไม่มีใครเคยเข้ามา จวินเหิงกระโดดลงจากรถก่อนที่โดรนติดตามจะยิงลำแสงใส่

ตูม!!!

เศษปูนกระจาย ฝุ่นในอากาศลอยอยู่รอบตัวเขา แต่นั่นก็เป็นแค่การ ขู่ เท่านั้น เพื่อหวังจะให้เขาไปในทิศทางที่สามารถจับกุมเขาได้ แต่ชายหนุ่มกลับวิ่งเข้าไปในอาคารเก่าทรุดโทรมแห่งหนึ่ง ซึ่งนอกเหนือจากการคาดการณ์ของผู้ควบคุมโดรนลำนั้น

เขตที่เขาวิ่งเข้าไป อยู่นอกรัศมีเขตเมือง หรือเรียกได้ว่า เป็น รอยต่อของอารยธรรมที่แทบจะไม่มีสัญญาณใดๆ เชื่อมต่อได้ถึง โชคดีที่จวินเหิงพกตัวเชื่อมสัญญาณส่วนตัวมาด้วย เอไอสาวเลยยังทำงานได้เหมือนปกติ

แต่โดรนที่ตามมานั้น ออกนอกรัศมีการควบคุมของเจ้าของแล้ว ทำให้มันไม่สามารถตามเขาเข้ามาในบริเวณนั้นได้ มันมีท่าทีสับสนเล็กน้อยที่จับสัญญาณของชายหนุ่มไม่ได้ เหมือนว่าเขา ได้ละลายหายไปกับอากาศ

พวกมันบินวนรอบๆ สักพัก ก่อนที่จะบินกลับไปยังหน่วยควบคุมกลาง

ทางด้านชายหนุ่มเมื่อวิ่งเข้ามาสักพัก เขาก็เปลี่ยนเป็นเดินช้าๆ จนไปสะดุดตากับอาคารหลังหนึ่ง ที่มีประตูเหล็กสีดำบานใหญ่ดูแข็งแรงอยู่ด้านหน้า เขาเอื้อมมือไปแตะแล้วออกแรงผลัก ประตูเหล็กที่มีสนิมเขรอะเปิดออกช้า ๆ พร้อมเสียง “เอี๊ยด” อันน่าขนลุก

“หืม ยังมีสถานที่แบบนี้เหลือในเมืองอีกเหรอเนี่ย เอลล่า เธอนี่หาที่หนีได้เก่งจริงๆ นะ สมกับที่ฉันพัฒนาโปรแกรมมาเองกับมือ” จวินเหิงกล่าว

เสียงจากเอไอรีบรายงาน “จากฐานข้อมูลที่ดิฉันรวบรวมมา อาคารนี้ถูกลบออกจากทะเบียนรัฐบาลเมื่อ 42 ปีก่อนค่ะ “

สายตาชายหนุ่มเป็นประกายวาบ ยิ้มยิงฟันพร้อมกล่าว “นี่ดีกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีก”

จวินเหิงเดินลึกเข้าไปในอาคาร ที่ภายนอกแทบจะเป็นเศษซากอารยธรรม แต่ภายในกลับสะอาดผิดคาด...ราวกับมีคนดูแลอยู่ตลอดเวลา

“ตรวจสอบแล้วค่ะ...ไม่มีข้อมูลของวัสดุที่สร้างอาคารนี้ในฐานข้อมูลในโลกปัจจุบันเลย”

“น่าสนใจ” ชายหนุ่มยื่นมือแตะประตูไม้ บานที่จะเปิดเชี่อมไปห้องที่เขาคิดว่า เป็น -ห้องนอนใหญ่- ทันใดนั้น...

บนฟ้าที่ยังมีฝนกระหน่ำเมื่อสักครู่ กลับสงบแทบจะในทันที ฟ้าที่เคยมีเมฆหนาปกคลุม พลันเปิดโล่ง เผยให้เห็นพระจันทร์ที่เป็นสีแดง ทำให้ท้องฟ้าบริเวณนั้นกลายเป็นสีแดงฉานขึ้น

“ตรวจพบพลังงานผิดปกติ!!พระจันทร์ด้านนอกกำลังเปลี่ยนสีค่ะคุณชายจวินเหิง”

จวินเหิงหันไปมองพระจันทร์สีเลือดแขวนอยู่กลางท้องฟ้า แล้วทุกอย่างก็ดับวูบ...

อีกฝากหนึ่งของกาลเวลา

แคว้นต้าเฉิง -ยุคราชวงศ์โบราณ สายลมกรรโชกพัดผ่านหน้าต่างไม้วูบใหญ่

เสิ่นจือเหยียน นั่งอ่านตำราอยู่ใต้แสงตะเกียงน้ำมัน

ชายหนุ่มวัย 23 ปี ใบหน้าขาว สะอาดสะอ้าน สวมชุดนักปราชญ์สีฟ้าอ่อน ดวงตาเรียบนิ่ง ผมถูกมวยเรียบร้อย บนศรีษะปักปิ่นไม้ที่คล้ายพู่กัน ดูงดงามราวภาพวาด

บนตั่งไม้เตี้ย ๆ ข้าง ๆ เขา มีเสี่ยวอวี้ บ่าวรับใช้ อายุ 16 ปี เด็กหนุ่มตัวเล็ก หุ่นบาง กำลังง่วงจนเผลอสัปหงก ได้สะดุ้งตื่นมาถามด้วยความงัวเงีย

“คุณชายขอรับ...เวลานี้แล้ว ท่านยังอ่านหนังสืออยู่อีกหรือ” เขาถามพลางฝนหมึกให้ผู้เป็นนายต่อ

“อีกสามเดือนจะสอบจอหงวน หากไม่อ่านตอนนี้ เจ้าจะให้ข้าอ่านจะอ่านเมื่อใด?”

เสี่ยวอวี้ครางเบา ๆ “แต่ท่านอ่านตำราในห้องนี้ มิได้ออกกไปข้างนอกเลยมาสามวันแล้วนะขอรับ”

“คนโง่อย่างเจ้า คงไม่มีวันเข้าใจความสำคัญของเวลา” เสิ่นจือเหยียนกล่าวเสียงเรียบ ๆ สายตายังไม่ละจากตัวอักษรแม้เพียงนิด

“โธ่!! คุณชาย—“ บ่าวคนสนิทสีหน้าหงอยเล็กน้อย “ข้าก็แค่ เป็น ห่ว—“

แต่ยังไม่ทันพูดจบ

พรึ่บ!!!

เปลวไฟจากตะเกียงในห้องกระพือดับลงพร้อมกัน เสี่ยวอวี้ร้องลั่น

“ผะ ผี!!”

“เงียบก่อน” เสิ่นจือเหยียนขมวดคิ้ว ลมเย็นประหลาดพัดผ่านกลางห้อง พร้อมฝุ่นผงที่ไม่ทราบที่มา ทำให้ทั้งเสี่ยวอวี้ และชายหนุ่มต้องเอามือยกมาป้องหน้า หลังจากสายลมสงบ ทั้งสองค่อย ๆ เอาแขนเสื้อที่ใช้ปิดหน้าปิดตาลง เผยให้ให้กำแพงด้านหน้าเริ่มบิดเบี้ยวเหมือนผิวน้ำ

“นะ...นั่นอะไรขอรับ...” เสี่ยวอวี้เกาะแขนเจ้านายแน่น แทบจะร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว

เงาร่างของคนผู้หนึ่งปรากฎขึ้นอีกด้าน ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น ชายแปลกหน้าในชุดสีดำ เสื้อผ้าดูแปลกประหลาด มีผมสั้น รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลาคมคายอย่างที่ไม่เคยพบเห็นในเมืองหลวง

ทั้งสองฝ่ายชะงักงัน...จ้องกันผ่าน “กำแพงน้ำ” โปร่งใส

คนหนึ่งจากอนาคต อีกคนจากอดีต

ต่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

หลี่จวินเหิงเป็นฝ่ายพูดก่อน “...นี่...ฉันตายแล้วเหรอ?? สวรรค์นี่ เทวดาแต่งตัวโบราณจัง เหมือนในซีรี่ย์เลยแฮะ”

เสี่ยวอวี้ที่หน้าขาวซีดยิ่งกว่ากระดาษ เผลอกรี๊ดออกมา “ผีจริง ๆ ด้วยขอรับ”

“หุบปาก!!” เสิ่นจือเหยียนปรามบ่าวน้อยของตน ก่อนหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง

“เจ้าเป็นผู้ใด มาที่นี่ได้อย่างไร แล้วสถานที่นั้นมันคือที่ใด ข้ามิเคยเห็นมาก่อน” เขากล่าวเสียงดัง แม้ปลายเสียงจะแอบหวั่นเล็กน้อย

จวินเหิงเลิกคิ้ว “ประโยคนั้น ฉันควรเป็นคนถามมากกว่ามั้ง”

“ที่นี่คือ จวนเสิ่น และนี่คือห้องส่วนตัวของข้า” เสิ่นจือเหยียนกล่าวพร้อมยืดหลังตรง

“แล้วที่นี่มันคือ –เดี๋ยวนะ!!” เขาหันไปมองรอบตัวเองอีกครั้งอย่างช้า ๆ

ห้องเดียวกัน ประตูบานเดียวกัน โต๊ะใหญ่กลางห้องตำแหน่งเดียวกัน แต่คนละยุค!!!

เอลล่าปรากฎกายเป็นโฮโลแกรมขนาดเล็ก ที่ข้างไหล่

“วิเคราะห์เรียบร้อยแล้วค่ะคุณชายจวินเหิง เราอาจะเกิดปรากฏการณ์เชื่อมต่อข้ามเวลา”

เสี่ยวอวี้ยิ่งหน้าซีดลงไปอีกเมื่อเห็นภาพนี้ “ปีศาจออกมาจากอากาศแล้ววววว!!!”

บ่าวน้อยร้องลั่นก่อนเป็นลมไปเพราะความกลัวสุดขีด

เสิ่นจือเหยียนเองก็ตกใจจนเผลอถอย “สิ่งใดนั่น??”

เอลล่าหันไปมองเขา พร้อมค้อมคำนับกล่าวอย่างอารมณ์ดี “สวัสดีค่ะ มนุษย์โบราณ”

เสิ่นจือเหยียนชะงักค้าง ตาเบิกกว้าง ร่างกายแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง ภาพนั้นทำให้จวินเหิงหลุดหัวเราะออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน

เสิ่นจือเหยียนมองเขานิ่ง อย่างพิจารณา

เสียงหัวเราะทุ้มต่ำก้องอยู่ในห้อง แต่เขาไม่เข้าใจเลยว่า เหตุใดแววตาของคนผู้นี้ ถึงดูโดดเดี่ยวเหลือเกิน แม้กำลังหัวเราะอยู่ก็ตาม

ด้านนอกพระจันทร์สีเลือดยังคงแขวนอยู่เหนือฟากฟ้า ราวกับชะตากรรมของสองคนเพิ่งเริ่มต้นขึ้น

คืนนั้น ทั้งสองฝ่ายต่างนั่งเงียบอยู่คนละฝั่งของมิติ ไม่มีใครกล้านอน เสี่ยวอวี้หลังจากฟื้น ก็ยังเอาผ้าห่มคลุมหัวตัวเอง แล้วพึมพำสวดมนต์ไม่หยุด

ส่วนเอลล่ากำลังสแกนโครงสร้างมิติอย่างจริงจัง ตัวอักษรสีฟ้าเรืองแรง หมุนรอบตัว เอไอสาวกำลังประมวลผลอย่างเงียบๆ

หลี่จวินเหิงลากเก้าอี้มานั่งที่โต๊ะอีกฝั่งที่อยู่ในส่วนของมิติเขา เสิ่นจือเหยียน นั่งอยู่บนขอบเตียงไกลออกไป ชายหนุ่มตัดสินใจทำลายความเงียบ

“นายชี่ออะไร”

ชายหนุ่มอีกฝั่งนั่งเงียบครู่หนึ่ง ก่อนตอบ

“ข้ามีนามว่า เสิ่นจือเหยียน บุตรชายคนเดียวของตระกูลเสิ่น”

“อายุเท่าไหร่เหรอ” จวินเหิงถามต่อ น้ำเสียงแสดงความสนใจในอีกฝ่ายอย่างชัดเจน

“ยี่สิบสาม” จือเหยียนกล่าวตอบ สายตายังจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละเช่นกัน แต่เป็นสายตาแห่งความหวาดระแวงเสียมากกว่าฃ

จวินเหิงพยักหน้าน้อย ๆ ก่อนตอบ “อืม...แก่กว่าฉันนิดหน่อย แต่นายยังดูเด็กมากเลยนะ”

“เสียมารยาท พูดกับผู้อาวุโสกว่าอย่างนี้ได้เยี่ยงไร” เสิ่นจือเหยียนหลุดปาก

“เฮ้ ฉันชมนายอยู่นะ แต่ฉันขอไม่เรียกนายว่าพี่ก็แล้วกัน ในฐานะที่นายหน้าเด็กกว่าฉันซะอีก” จวินเหิงกล่าวกลั้วหัวเราะ ตามแบบฉบับของเขา

“ลืมแนะนำตัวไป ฉันชื่อ หลี่จวินเหิง เรียกฉันว่า จวินเหิงก็ได้นะ ฉันไม่อยากให้นายเรียกฉันว่า คุณชายหลี่ เหมือนในซีรี่ย์โบราณอะไรแบบนั้น”

เสิ่นจือเหยียนเม้มปาก แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาคิดในใจ

คนผู้นี้พูดจาแปลกประหลาดนัก แต่แปลก...กลับไม่ได้ทำให้น่ารังเรียจ กลับช่างดูน่าสนทนาด้วยยิ่ง

เขามองจอกสุราบนโต๊ะ ก่อนยกขึ้นมาจีบเบา ๆ จากนั้นจึงเอ่ยเสียงแผ่วเบา ราวกับต้องการพูดกับตัวเอง

“ในชีวิตนี้...ถึงแม้จะไม่มีใคร ก็อยู่ลำพังได้”

“人生虽孤,清风自伴”

จวินเหิงได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ เขานิ่งไป...สายลมกลางคืนพัดผ่านหน้าต่างบานเก่าเข้ามา เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า

ความเงียบ อาจไม่ได้ว่างเปล่าเสมอไป

“สำนวนแปลก แต่เพราะดีนะ” เขากล่าวอย่างชื่นชม

“เจ้าไม่เคยได้ยินหรือ?” เสิ่นจือเหยียนถามด้วยความสงสัย เพราะบทกวีนี้ ใครต่อใครก็มักจะกล่าวกันเมื่อยามร่ำสุรา

จวินเหิงช้อนแขนไว้ที่หลังศรีษะ พิงพนักเก้าอี้ แล้วกล่าวด้วยเสียงเรียบ ๆ ราวกับไร้อารมณ์

“โลกของฉัน ไม่ใครพูดอะไรแบบนี้แล้วล่ะ”

จือเหยียนมองข้ามไปยังอีกฝั่งของกำแพงน้ำ ที่เห็นแสงสว่างไสวจากที่ไกลๆ ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยถามเบา ๆ

“โลกของเจ้า เป็นสถานที่แบบใด”

จวินเหิงมองพระจันทร์สีเลือดนอกหน้าต่าง ถอนหายใจทีหนึ่ง ก่อนตอบช้า ๆ

“เป็นแบบที่ เรียกได้ว่ามันคือโลกที่ผู้คนลืมวิธีอยู่กับหัวใจตัวเอง”

เสิ่นจือเหยียนเงียบไป สายตายละจากแสงที่ส่องมาจากหน้าต่างของอีกฝั่งมิติ เขามองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มฝ่ายตรงข้ามนิ่งนาน พลางคิดในใจว่า...ชายผู้นี้และอีกฝั่งของกำแพงช่างดูประหลาดนัก เป็นเมืองที่ผู้คนใช้ชีวิตแบบใดกันนะ ทั้งที่มีแสงสว่างมากมายเพียงนี้ กลับยิ่งทำให้รู้สึกหนาว และโดดเดี่ยวมากขึ้น

และนั่นคือคืนแรก ที่คนสองคน จากคนละกาลเวลา

เริ่มแบ่งปัน “ความโดดเดี่ยว” ของกันและกัน

Erweitern
Nächstes Kapitel
Herunterladen

Aktuellstes Kapitel

Weitere Kapitel
Keine Kommentare
36 Kapitel
คนประหลาดจากอีกฟากเวลา
ตอนที่ 2 (คนประหลาดจากอีกฟากเวลา) เช้าวันถัดมา เสิ่นจือเหยียนสะดุ้งตื่นเพราะเสียงประหลาดที่ดังลั่นห้อง “ตื๊ด...ตื๊ด...แบตเตอรี่ต่ำกว่า 15% กรุณาชาร์จพลังงานค่ะ” “อ๊ากกกกกกกกกกก” เสียงร้องของเสี่ยวอวี้ดังลั่นห้องแข่งกับเสียงสัญญาณนั้น เด็กหนุ่มวิ่งจากอีกฝั่งของห้องไปยังอีกฝั่งวนไปมา อย่างตื่นตะหนก พร้อมชี้ไปยัง “กล่องสีดำเรืองแสง” บนโต๊ะด้วยมืออันสั่นเทา “คุณชาย มันพูดได้ขอรับ” เสิ่นจือเหยียนกดขมับข้างศรีษะตัวเอง “ข้ารู้แล้ว เจ้าเงียบก่อนได้หรือไม่” หลี่จวินเหิงเพิ่งจะลุกออกมาจากที่นอนในสภาพหัวฟู เขาเดินมาเสียบสายชาร์จเข้ากับปลั๊กไฟ แล้วเดินไปชงกาแฟ ก่อนจะกลับมานั่งที่โซฟาข้างหน้าต่าง ทุกสิ่งเขาทำมันเป็นปกติ สงบเงียบ ท่ามกลางเสียงโหวกเหวกโวยวายจากอีกฝ่าย เขาหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นเสี่ยวอวี้ตัวสั่นเหมือนลูกนกอยู่ที่ใต้โต๊ะ “คนของนายตลกดีนะ” เสิ่นจือเหยียนปรายตามอง “อย่างน้อย เขาก็มีมารยาท ไม่หัวเราะเยาะผู้อื่นเพราะเขาด้อยปัญญา” “นายกำลังหมายถึง ฉันไม่มีมารยาทงั้นสินะ” จวินเหิงกล่าว พร้อมกลั้วหัวเราะ “เจ้าพูดจาดั่งเช่นพวกอันธพาล” เสิ่นจือเหยียนสวนค
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-03
Mehr lesen
ตำราสวรรค์กับนักปราชญ์หัวโบราณ
ตอนที่ 3 “ตำราสวรรค์กับนักปราชญ์หัวโบราณ” “สอบติดงั้นรึ?” เสิ่นจือเหยียนขมวดคิ้วทันที “นี่เจ้ากำลังดูแคลนข้าอยู่งั้นรึ”หลี่จวินเหิงเลิกคิ้ว ก่อนตอบ “ฉันยังไม่ทันได้พูดอะไรเลยนะ”“น้ำเสียงเจ้าฟังเหมือนว่า ข้าจะสอบไม่ผ่าน” เสิ่นจือเหยียนกล่าวต่ออย่างไม่ค่อยพอใจนัก“อ้อ เรื่องนั้นน่ะ...” เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบอย่างใจเย็น“จากสถิติ คนที่อ่านหนังสือวันละสิบหกชั่วโมงโดยไม่พัก มักทำข้อสอบผิดพลาดเพราะสมองล้า”เสิ่นจือเหยียนทวนคำที่เขาเพิ่งเคยได้ยินอีกครั้ง “สถิติ”“ช่างเถอะ คำในโลกของฉัน บางทีนายเข้าใจมันยาก”เสี่ยวอวี้รีบพยักหน้า “ข้าเองก็ฟังไม่เข้าใจขอรับ”หลี่จวินเหิงกล่าวด้วยอารมณ์ขันในบ่าวผู้ซื่อบื้อคนนี้ “นายไม่ต้องภูมิใจขนาดนั้นก็ได้นะกับเรื่องนี้”“...”เสิ่นจือเหยียนถอนหายใจเบา ๆ แม้ปากจะร้าย แต่เขายอมรับว่าคนผู้นี้มีความรู้ประหลาดเกินสามัญจริง ๆจวินเหิงยื่นแท๊ปเล็ตและดันมันข้ามไปทางกำแพงมิติของอีกฝั่ง แล้วเรียกชายหนุ่ม “ลองดูสิ ไม่ยากหรอก”“สิ่งนี้อีกแล้วงั้นรึ” เสิ่นจือเหยียนมองวัตถุนั้นอย่างระแวดระวัง“เอาน่า รับไปสิ” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมดันวัตถุไปข้างหน้าอีกเล็กน้อย ปลายนิ้วของเส
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-03
Mehr lesen
กลลวง ณ ตำหนักอ๋องห้า
ตอนที่ 4 “กลลวง ณ ตำหนักอ๋องห้า” จวนอ๋องห้า –ยามสาย หิมะโปรยบางเบาเหนือหลังคากระเบื้องสีดำ เสิ่นจือเหยียนก้าวลงจากรถม้า สีหน้าสงบนิ่งดังเช่นทุกครั้ง ภายในแขนเสื้อกว้าง กลับซ่อน “แท๊ปเล็ต” บางเฉียบจากโลกอนาคตรไว้แนบลำตัว พร้อมอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณอันเล็กในแขนเสื้ออีกข้าง ทำให้เขาเดินด้วยท่าทางภูมิฐานมากยิ่งขึ้นกว่าทุกครั้ง และที่สำคัญ มีหลี่จวินเหิงกำลัง “ฟังอยู่” ตลอดเวลา “ระบบสื่อสารยังเสถียร นี่มันดีกว่าที่คิดอีกนะ” เสียงของจวินเหิงดังแว่วจากหูฟังจิ๋วที่ซ่อนใต้ปกเสื้อ เสิ่นจือเหยียนสะดุ้งเล็กน้อย เขายังไม่ชินนักกับสิ่งนี้ เมื่อคืนเขาใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วยาม เพื่อทำความเข้าใจว่า เหตุใด “กล่องเล็ก ๆ” จึงพูดได้ ส่วนเสี่ยวอวี้ หลังจากเผลอได้ยินเสียงจากหูฟังเข้าโดยบังเอิญ เขาก็คิดว่ามันคือเสียงผี ทำให้เด็กหนุ่มร้องไห้เพราะความกลัวจนสลบไปยันรุ่งสาง “นายได้ยินฉันไหม” เสียงจวินเหิงดังขึ้นอีกครั้ง เสิ่นจือเหยียนสะดุ้งอีกครั้งเล็กน้อย ก่อนตอบ “ได้ยิน” “ดีมาก เอาล่ะ อย่าทำหน้าเหมือนจะไปตายอย่างงั้นสิ” จวินเหิงแกล้งพูดเสียงต่ำ ทั้งที่จริงเขาพยายามกลั้นหัวเราะคิกคักไว้
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-03
Mehr lesen
คืนหิมะตก
ตอนที่ 5 “คืนที่หิมะตก” หลังกลับจากจวนอ๋องห้า เสี่ยวอวี้ก็เอาแต่เดินวนรอบห้องไม่หยุด พลางพูดพึมพำ“ตายแน่แล้ว...ครั้งนี้ตายแน่แล้วขอรับ”เสิ่นจือเหยียนกล่าวโดยไม่ได้เหลือบตามองมาทางเด็กหนุ่ม “เจ้าหยุดเดินไปเดินมาได้แล้ว เจ้าทำให้ข้าเสียสมาธิ”นักปราชญ์หนุ่มนั่งอยู่หน้าโต๊ะ ตรงหน้าเขามีตำรากางอยู่ แต่สายตานั้นกลับเพียงมองหน้ากระดาษ ไม่ได้อ่านมันเลยสักนิด ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ยังติดอยู่ในหัว โดยเฉพาะประโยคนั้นอ“ฉันไม่ปล่อยให้นายตายหรอก”เขาเม้มปากแน่น ดวงตามีประกายวูบไหวเล็กน้อยแปลกนัก เพียงคำพูดธรรมดา เหตุใดถึงทำให้ใจวุ่นวายได้ถึงเพียงนี้เสี่ยวอวี้ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นข้างโต๊ะ “คุณชาย...ท่านว่า อ๋องห้าจะปล่อยเราไปหรือไม่ขอรับ”“ไม่”เมื่อได้ยินคำตอบเร็วเกินคาด เสี่ยวอวี้ก็แทบร้องไห้ “งั้นเราหนีกันเถอะขอรับ”“เจ้าคิดว่า...จะหนีไปที่ใด ถึงจะรอดพ้นจากเงื้อมมือเขาอย่างงั้นรึ?”เสิ่นจือเหยียนถามด้วยเสียงราบเรียบ โดยไม่แม้ตืจะเงยหน้าจากตำราตรงหน้าที่เขาไม่ได้อ่านมันสักตัวอักษร“อย่างน้อย ก็ไม่โดนตัดหัว” บ่าวหนุ่มตอบเสียงอ่อย ๆเสิ่นจือเหยียนถอนหายใจ “หากหนี ก็เท่ากับยอมรับผิด”“แต่หากไม่ห
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-03
Mehr lesen
ห้องลับเหนือมิติกาลเวลา
ตอนที่ 6 “ห้องลับเหนือมิติกาลเวลา” กลางดึกคืนนั้น เสียง “ติ๊ก...ติ๊ก...”ดังแผ่วอยู่ภายในห้อง ห้องทั้งห้องมืดสนิทมีเพียงสัญลักษณ์สีแดงบนผนังกำลังกระพริบช้า ๆโฮโลแกรมของเอลล่าปรากฏขึ้นเหนือเตียง สีหน้าครั้งนี้จริงจังกว่าปกติ “ดิฉันตรวจพบพลังงานบางอย่างที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วค่ะ มันมาจาก ใต้พื้นห้อง”“ใต้พื้นห้อง? ห้องนี้เนี่ยนะ?”“ใช่ค่ะ และ...มันกำลังตอบสนองต่อดีเอ็นเอของคุณ”จวินเหิงขมวดคิ้ว “บ้านบ้าบออะไรมีระบบแบบนี้”“ที่นี่ อาจะไม่ใช่แค่บ้านค่ะ มันอาจจะเป็น....” เอลล่าชะงักไปสองวินาที ก่อนฉายภาพแปลนอาคารขึ้นกลางอากาศ ชั้นใต้ดินที่ไม่เคยถูกสแกนมาก่อน ค่อย ๆ ปรากฎออกมาก ดวงตาของจวินเหิงมีประกายความประหลาดใจวูบขึ้นมาในทันที “ที่นี่มีใต้ดิน??”“ใช่ค่ะ”“แล้วทำไมเพิ่งเจอ” เขามองไปทางเอไอสาว พลางคิดว่า น่าจะถึงเวลาต้องอัพเดทระบบเธอสักทีเอลล่าสัมผัสได้ถึงความคิดนั้น เธอรีบกล่าว “ก่อนหน้านี้ระบบมันปิดอยู่นี่คะ ไม่ใช่ความผิดของดิฉันสักหน่อย”จวินเหิงกรอกตามองบนเอลล่ากล่าวต่ออย่างจริงจัง “แต่เมื่อประตูมิติเสถียรขึ้น พลังงานบางส่วนจึงเริ่มทำงาน”จวินเหิงลุกขึ้นหยิบเสื้อคลุมมาสวมอย่างรวด
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-03
Mehr lesen
บทเรียนแรกของโลกอนาคต
ตอนที่ 7 “บทเรียนแรกของโลกอนาคต” หลังค้นพบห้องใต้ดินลับ ในคืนนั้นไม่มี่ใครได้หลับจริง ๆ โดยเฉพาะเสี่ยวอวี้ เด็กหนุ่มนั่งกอดเข่าอยู่มุมห้อง พึมพำสวดมนต์ไม่หยุด“มีทั้งผี ทั้งประตูพูดได้ ทั้งวิญญาณลอยฟ้า...ชีวิตข้าจบสิ้นแล้ว”เสิ่นจือเหยียนถอนหายใจ “เจ้าเงียบก่อน”“แต่...คุณชาย ท่านไม่กลัวหรือขอรับ”เจ้านายหนุ่มนิ่งคิด ก่อนตอบ “แน่นอนว่า ข้ากลัว”“แล้วเหตุใดท่านถึงนึ่งได้ถึงเพียงนี้เล่าขอรับ”เขาหยุดคิดอีกเล็กน้อย ก่อนตอบเรียบ ๆ “เพราะข้ารู้สึกตื่นเต้น มากกว่ากลัว”เสี่ยวอวี้อ้าปากค้าง “คุณชาย ท่านเปลี่ยนไปแล้ว” อีกฟากหนึ่งหลี่จวินเหิง กำลังนั่งวิเคราะห์ข้อมูล ที่ได้จากห้องลับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หน้าจอโฮโลแกรมนับสิบลอยอยู่รอบตัว บางจอฉายภาพวิดีโอเหตุการณ์ที่พบเจอบางจอฉายภาพสัญลักษณ์โบราณที่กลางประตูห้องแต่หน้าจอส่วนใหญ่ กำลังแปลอักษรโบราณทีละส่วน ๆเอลล่าหมุนตัวกลางอากาศ“ตอนนี้ ยืนยันได้แล้วค่ะ ว่า’ประตูจันทรา’ ทำงานด้วยพลังงานจากปรากฏการณ์จันทราโลหิต”“แล้วทำไม ถึงเชื่อมกับยุคของเสิ่นจือเหยียน”“จากข้อมูลที่มียังไม่เพียงพอที่จะวิเคราะห์สาเหตุทั้งหมดได้ในตอนนี้ค่ะ”“อืม” เขาเอนต
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-03
Mehr lesen
ประวัติศาสตร์ที่เริ่มสั่นคลอน
ตอนที่ 8 “ประวัติศาสตร์ที่เริ่มสั่นคลอน” [แจ้งเตือน : ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงเส้นกาลเวลา] ตัวอักษรสีแดงกระพริบบนหน้าจอไม่หยุด เสียงหัวเราะในห้องค่อย ๆ เงียบลงหลี่จวินเหิงหรี่ตามองข้อมูลตรงหน้า “เปลี่ยนแปลงระดับไหน”เอลล่ารีบประมวลผลอย่างรวดเร็ว พร้อมตอบ “กำลังตรวจสอบค่ะ...”เสิ่นจือเหยียนมองอีกฝ่ายผ่านกำแพงมิติ “เกิดสิ่งใดขึ้น”“เหมือนประวัติศาสตร์กำลังเพี้ยน” หลี่จวินเหิงกล่าวอย่างเคร่งขรึม“เพี้ยน?” ชายหนุ่มจากอีกฝั่งทวนคำ“พูดง่าย ๆ คือ สิ่งที่ควรเกิด อาจไม่เกิดแล้ว”เสี่ยวอวี้หน้าซีดทันที “โลกจะพังพินาศหรือขอรับ”“ยังไม่ถึงขั้นนั้น” จวินเหิงหัวเราะในลำคอ“แต่คำว่า ‘ยัง’ น่ากลัวมากนะขอรับ”จวินเหิงไม่ตอบ สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ข้อมูลตรงหน้า ตัวเลขและเส้นกราฟเวลาไหลผ่านสายตาเขาอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้น---เอลล่าก็ฉายข้อความขึ้นกลางอากาศ [ข้อมูลประวัติศาสตร์เดิม : “เสิ่นจือเหยียน สอบได้อันดับที่ 17 ในการสอบระดับเมืองหลวง][ข้อมูลปัจจุบัน : ไม่สามารถยืนยันผลลัพธ์ได้ในขณะนี้] ห้องทั้งห้องเงียบสนิทลงทันที พร้อมบรรยากาศตึงเครียดที่ผุดขึ้นมากระทันหัน เสิ่นจือเหยียนชะงักหลังจากอ่านข้อความน
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-03
Mehr lesen
หัวใจที่เริ่มสั่นไหว
ตอนที่ 9 : “หัวใจที่เริ่มสั่นไหว” หลายวันต่อมาชีวิตประหลาดของคนสองยุคเริ่มกลายเป็น “ความเคยชิน”ตอนเช้า –เสิ่นจือเหยียนอ่านตำรา หลี่จวินเหิงนั่งจิบกาแฟบนโต๊ะอีกฝั่ง พร้อมอ่านข้อมูลจากหน้าจออุปกรณ์ของเขาเงียบๆตอนสาย – หลี่จวินเหิง สอนเสิ่นจือเหยียนใช้เทคโนโลยีตอนค่ำ—ทั้งคู่ถกเถียงกัน เรื่องหลักคิดของคนแต่ละยุคและตอนดึก—มักลงเอยด้วยการนั่งเงียบ มองพระจันทร์ผ่านหน้าต่างคนละฟากเวลา ราวกับต่างฝ่าย ต่างเริ่มเติมเต็มความว่างเปล่าให้กันโดยไม่รู้ตัว “ไม่ถูก” จวินเหิงกุมขมับตัวเอง รอบที่เท่าไหร่เขาก็จำไม่ได้แล้ว“ฉันบอกนายแล้วไง ว่าอย่ากดมั่ว”เสิ่นจือเหยียนขมวดคิ้วใส่แท๊ปเล็ต “ข้าเพียงแตะเบา ๆ”จวินเหิงถอนหายใจแรง พยายามกล่าวด้วยอารมณ์ใจเย็นมากกว่าที่จะหงุดหงิดใส่ “แต่นาย เพิ่งเปิดระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูง”เสิ่นจือเหยียนรีบอธิบาย “มันเขียนว่า ‘ยืนยัน’”จวินเหิงพูดช้า ๆ ทีละคำ เสียงต่ำ “โลกของฉัน คำว่า ยืนยัน มันน่ากลัวมากนะ”เสี่ยวอวี้พยักหน้าแรง ๆ “จริงขอรับ ครั้งก่อนคุณชายหลี่กดยืนยัน หลังจากนั้นไฟก็ดับทั้งห้องของท่านเลย”“นั่นเพราะเจ้า เอาน้ำเทใส่ สิ่งที่เรียกว่า ปลั๊กไฟ ที่ฉันเผ
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-03
Mehr lesen
ข่าวลือในเมืองหลวง
ตอนที่ 10 : “ข่าวลือในเมืองหลวง” “คุณชายขอรับ” เช้าวันหนึ่ง เสี่ยวอวี้วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้อง จนเกือบสะดุดธรณีประตู“เกิดเรื่องแล้วขอรับ!!” เสียงตะโกนมาก่อนตัวเสมอ จนทั้งจวินเหิง และเสิ่นจือเหยียนเริ่มเห็นเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วชายหนุ่มในชุดโบราณสีฟ้าเงยหน้าจากตำรา“ครานี้ ผู้ใดจะฆ่าข้าอีก” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเช่นเคย“มิใช่ขอรับ แต่แย่ไม่แพ้กัน” บ่าวน้อยหอบหายใจ พลางเอามือกุมซี่โครงเสิ่นจือเหยียนถอนหายใจแรง “พูดมา”เสี่ยวอวี้รีบยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ “คนทั้งเมืองกำลังลือ ว่าท่านถูกวิญญาณจิ้งจอกเข้าสิงขอรับ” ห้องเงียบไปสองวินาที อีกฟากหนึ่งของมิติ จวินเหิงที่กำลังดื่มกาแฟถึงกับสำลัก “พรวด--!!”เอลล่าหัวเราะทันที “สมเหตุสมผลดีนะคะ”“ตรงไหนกัน” เสิ่นจือเหยียนถามเสียงดังเสี่ยวอวี้พยักหน้าเห็นด้วยอย่างจริงจัง “ช่วงนี้คุณชายพูดคนเดียวบ่อยจริง ๆ ข้าก็เริ่มสงสัยเหมือนกัน...”“อย่าเลอะเทอะเสี่ยวอวี้ ข้ากำลังพูดกับพวกเจ้า เจ้าก็รู้ดี” เสิ่นจือเหยียนปรามบ่าวน้อย“แต่คนอื่นไม่เห็นนี่ขอรับ...ในบางครา ขณะที่ข้าอยู่ในสวนหลังบ้าน เสียงท่านก็ลอยมาในขณะที่ท่านอยู่ในห้องคนเดียว คนภายนอกก็เห
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-03
Mehr lesen
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status