FAZER LOGINหลี่เฉิงพยายามหนีออกจากคฤหาสน์ของตระกูลโวลคอท ซึ่งสถานที่จองจำและลงทัณฑ์มาตลอดยี่สิบปีคฤหาสน์หรูหรากับตระกูลผู้มีอำนาจล้นฟ้าหลี่เฉิงหนีออกมาเหมือนหมาจรจัดด้วยน้ำมือของดมิทรี
Ver maisเวลาผ่านไปนานหลายชั่วโมง...ทุกอย่างหยุดลงตอนนี้ หลี่เฉิงไม่สามารถรับอะไรไหวได้อีก ดวงตาที่เคยปรือตอนนี้ปิดสนิทพร้อมลมหายใจสม่ำเสมอ ดมิทรีถอนแก่นกายออกพร้อมน้ำสีขาวขุ่นทะลักออกมาจากปากทางกลวงโบ๋ที่กำลังเต้นตุบตับร่างหนาถอนหายใจเฮือกใหญ่หลี่เฉิงตอบสนองกับยาเสพติดตัวนี้ดีเกินคาด!ดมิทรียืนขึ้นเต็มความสูงแล้วสวมเสื้อผ้าให้เข้าที่ ร่างหนาเดินออกจากห้องของหลี่เฉิงกลับไปอาบน้ำให้ตัวเองบ้าง และเมื่อแสงไฟสว่างจ้าในห้องน้ำ เขาก็เห็นว่าบริเวณหน้าขาของเขาเต็มไปด้วยเลือดสีสด ยังไม่รวมแก่นกายของเขาที่เหมือนถูกเลือดชโลมก็ไม่ปาน ร่างหนาถอนหายใจอีกครั้งแล้วพาตัวเข้าไปแช่ในอ่างน้ำอุ่นกิจกรรมเมื่อครู่ทำให้เขาเพลียมากเหลือเกินจนเผลอหลับไปในอ่างน้ำ ตื่นมาอีกทีก็พบว่าโทรศัพท์แจ้งเตือนเสียงดัง[ในห้องน้ำมีการเคลื่อนไหว [1] ][ในห้องน้ำมีการเคลื่อนไหว [2] ][ในห้องน้ำมีการเคลื่อนไหว [3] ][ในห้องน้ำมีการเคลื่อนไหว [4] ][ในห้องน้ำมีการเคลื่อนไหว [5] ][ในห้องน้ำมีการเคลื่อนไหว [6] ]ดมิทรีคว้าโทรศัพท์ที่วางอยู่ไม่
แรงดิ้นทุรนทุรายของหลี่เฉิงไม่ทำให้ดมิทรีสงสาร... เขายังคงหยอกล้อกับช่องทางเจ็บปวดของหลี่เฉิงเหมือนมันเป็นของเล่นชิ้นใหม่“ฮึก.. ไม่ไหว ไม่ไหว ออกไป!! “ หลี่เฉิงส่ายหน้าเป็นพัลวัลเหมือนคนเสียสติน้ำตาอาบใบหน้าเปียกชุ่ม สองมือที่โดนพันธนาการพยายามสลัดแต่ยังไงก็ไม่หลุด จนข้อมือทั้งสองเริ่มถลอกมีเลือดซึม“โคตรแน่นเลยว่ะ” ดมิทรียังคงขยับสะโพกเนิบนาบเหมือนกำลังจะยื้อเวลาทรมานให้นานยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อถอนนิ้วเรียวออกจากปากทาง นิ้วเรียบก็กลับไปยังที่ที่มันจากมา ปากของหลี่เฉิง!ดมิทรีกลับไปหยอกล้อกับลิ้นเล็กอ่อนนุ่มของหลี่เฉิงพลางขยับสะโพกไปด้วย มืออีกข้างที่ว่างก็บีบเคล้นเนื้อนุ่มของคนใต้ร่างราวกับว่าเป็นของขวัญจากพระเจ้าเสียงกรีดร้องดังแทรกขึ้นเป็นช่วงพอกับเสียงร่ำไห้ของหลี่เฉิง ส่วนดมิทรีก็พอใจกับเสียงแสนทรมานของคนใต้ร่างมากทีเดียว เขาหลับตาพริ้มทั้งที่ท่อนล่างยังคงทำงาน เขาเริ่มถอดเสื้อออกแล้วจับอีกคนพลิกตะแคงโดยมีเขาช้อนอยู่ด้านหลังป้าบ ป้าบ ป้าบเสียงเนื้อแก้มก้นกระทบหน้าขาดังสนั่น มันคลอไปพร้อมเสียงอ้อนวอนของหลี่เฉิง“เจ็บ! เจ็บ! ฮื้อ!
ดมิทรีใช้เวลาทั้งวันไปกับการนั่งเฝ้าคนป่วย แม้จะมีบางชั่วโมงที่หลี่เฉิงละเมอร้องไห้วนเวียนกับเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ทุกครั้งจะได้รับเป็นไออุ่นจากอกแกร่งของดมิทรีเสมอ“ใจเย็น ๆ “ และนี่ก็เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่อาจนับ ดมิทรีคว้าร่างนอนซมที่กำลังร้องไห้อยู่ใต้เปลือกตาขึ้นมากอดเอาไว้แน่น เหมือนกลัวว่าอีกคนจะหลุดหายไปแล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีก หลี่เฉิงแทบไร้สติแต่ก็ยอมหยุดร้องไห้และกลับสู่ความสงบอีกครั้งดมิทรีค่อย ๆ วางร่างชื้นเหงื่อของหลี่เฉิงลงที่เดิมพลางห่มผ้านวมหนาให้ถึงคอ ดวงตาสีดำสนิทไล่มองใบหน้าซีดเผือดจนไปถึงปลายเท้าแม้มีผ้านวมกั้นอยู่รอยยิ้มจางปรากฎขึ้นแค่แว็บเดียวเท่านั้นก่อนจะหายไปเมื่อโทรศัพท์ในมือสั่นเครือดมิทรีลุกจากเตียงและออกไปทางระเบียง“สวัสดี...” ปลายสายเป็นเบอร์แปลก... ดมิทรีกล่าวสวัสดีเสียงเรียบและรอให้ปลายสายตอบอะไรสักอย่าง[ดมิทรี...] เสียงผู้ชายปลายสายไม่คุ้นเคยนัก“หึ...” ดมิทรีไม่รู้หรอกว่าคนปลายสายเป็นใคร แต่น้ำเสียงไม่ได้มาเพื่อผูกมิตรแน่นอน“จะเอาอะไร” ดมิทรีถามเพื่อลองเชิง เขาไม่รู้ว่าคนป
“อเล็กซ์ มีคนนิ้วหัก” ผมพูดทันทีเมื่อปลายสายรับ[หักกี่นิ้ว] อเล็กซ์ถามออกมาอีก“อืม...อาจจะสอง หรือสาม” ก็ต้องพูดตามตรง... ผมไม่กล้าสัมผัสบริเวณที่หลี่เฉิงเจ็บมากนัก ดวงตาของเขาสื่อออกมาทุกอย่างจนหัวใจของผมปวดร้าวไปหมด“ขอยาทา...เอ่อ.. ข้างหลัง รูข้างหลัง” ผมไม่อายหรอกที่จะต้องพูดออกไป แต่ความยากลำบากคือผมไม่เคยคิดที่จะทายาให้ใครเลยสักครั้ง อเล็กซ์ตอบรับเร็ว ๆ ก่อนวางสายไปผมตั้งใจจะลงไปเอาอาหารมาให้หลี่เฉิง เพราะตั้งแต่เมื่อวานมันก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย วันนี้ก็เป็นอาหารง่าย ๆ ที่แม่ครัวทำทิ้งไว้ตั้งแต่เช้า ผมดมกลิ่นดูมันยังใช้ได้จึงเอาไปอุ่นเล็กน้อยแล้วยกใส่ถาดขึ้นมาสำหรับให้คนในห้อง“เฉิงเฉิง? “ ผมเห็นหลี่เฉิงกำลังนั่งอยู่ในท่าเดิม ดวงตาของเขาดูเจ็บปวดและไร้คำตอบมากกว่าก่อนออกไปอีก หลี่เฉิงช้อนตามองผมด้วยแววตาที่อ่านไม่ออกแต่กลับรู้สึกแตกสลายเหมือนเศษเซรามิกผมมองข้ามสายตาคู่นั้นเพราะทำใจไม่ได้เมื่อมองใบหน้าวงนั้น วางถาดอาหารลงไม่ใกล้ไม่ไกลหวังให้อีกคนหาอะไรลงท้อง แล้วสิ่งที่ผมต

















