LOGIN“ขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับคนสวย” เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้น สองสาวกำลังพูดคุยกันอย่างออกรสหยุดชะงักและหันไปมองชายแปลกหน้าพร้อมกัน
“ใครเหรอคะ เรารู้จักกันด้วยเหรอ” ลูกหว้าถามขึ้น
“เราไม่รู้จักกันหรอกแต่อยากทำความรู้จัก”
“ขอโทษค่ะ แต่พวกเราไม่อยากรู้จัก ไม่ต้องสนใจหรอก” ท้ายประโยคลูกหว้ากระซิบบอกอันดาแล้วหันหน้ามาคุยกันต่อทำราวกับกองทัพเป็นธาตุอากาศ จนชายหนุ่มแอบหน้าเสียนิดหน่อยเนื่องจากตั้งแต่เกิดมาไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหนปฏิเสธมาก่อน
“เครื่องดื่มมาแล้วจ้ะ” หวานยี่หวายกเครื่องดื่มวางบนโต๊ะพลางปรายตามองกองทัพแวบหนึ่ง “ใครเหรอ” กระซิบถามเพื่อนทั้งสอง
“ไม่รู้จัก” อันดาตอบ
“เอ่อ น้องยี่หวาใช่ไหมครับ” กองทัพอาศัยจังหวะนี้พุ่งตรงไปทักทายหวานยี่หวา
“ใช่ค่ะ พี่คือ...” คิ้วโก่งสวยเลิกขึ้น
“พี่ชื่อกองทัพหรือน้องยี่หวาจะเรียกพี่ทัพก็ได้ครับ พี่เป็นเพื่อนกับไอ้อิน”
“อ๋อค่ะ แล้วพี่มีอะไรกับยี่หวาหรือเปล่าคะ” เธอไม่เข้าใจเขาต้องการอะไรกันแน่
“ถ้าไม่รังเกียจพี่ขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ”
“เอ่อ อันนี้ต้องถามเพื่อนยี่หวานะคะ ยี่หวาไม่ได้มานั่งดื่มกับเพื่อนค่ะ ยี่หวาต้องทำงาน” ปรายตามองเพื่อนทั้งสอง
“ยี่หวาฝากบอกลูกค้าของแกด้วยนะ ลูกหว้ากับอันดาอยากอยู่ด้วยกันแค่สองคนเท่านั้น คนอื่นไม่เกี่ยว” ชำเลืองมองกองทัพด้วยแววตาไม่เป็นมิตรก่อนมองหวานยี่หวา
“เอ่อ พี่ทัพคะ คือ...”
“ไม่เป็นไรครับน้องยี่หวา ถ้าเพื่อนของน้องยี่หวาไม่สะดวกพี่กลับไปนั่งที่โต๊ะก็ได้”
“ขอโทษด้วยนะคะ”
“ครับ” ส่งยิ้มอ่อนแก่คนตัวเล็กเบื้องหน้า กองทัพเหลือบมองลูกหว้าครู่หนึ่งแล้วสาวเท้าไปหาภูทิปกับคมกริช
“เฮ้อ น่ารำคาญ” พ้นร่างกำยำของกองทัพไม่นาน ลูกหว้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเบื่อหน่าย
“อะไรมันจะขนาดนั้นยัยลูกหว้า” อันดามองเพื่อนอย่างไม่เข้าใจ
“นั่นสิ พี่ทัพเขายังไม่ได้ทำอะไรเลย”
“พวกแกสองคนดูไม่ออกเหรอ หมอนั่นเจ้าชู้จะตายแค่สายตาที่มันมองลูกหว้าเมื่อกี้เหมือนอยากจะกลืนกินไปทั้งตัวเลย ขนลุกชะมัด” ลูกหว้าทำท่าขยะแขยง มือบางเอื้อมขึ้นลูบไล้ตามแขนเรียว
“แล้วแบบนี้เมื่อไรจะมีแฟนล่ะยัยคนเลือกมาก” หวานยี่หวาแซวเพื่อน
“ถ้าเจอคนแบบนั้นไม่เอาด้วยหรอก ยอมอยู่คนเดียวดีกว่า”
“จริงเหรอ”
“จริงสิ นี่พวกแกสองคนไม่เชื่อเหรอ” จ้องเขม็งหน้าจิ้มลิ้มของเพื่อนสนิททั้งสอง
“แต่เขาหล่อนะลูกหว้า” อันดาว่าพลางยิ้ม ๆ
“ไม่รู้เว้ย ลูกหว้าไม่ชอบ”
“ถ้าสมมุติเขาเป็นคนดีก็ไม่ชอบเหรอ”
“ไม่! เลิกพูดเรื่องของลูกหว้าได้แล้ว” ลูกหว้าฟาดไหล่บอบบางของเพื่อนทั้งสองคนละที “กลับไปทำงานเลยยี่หวาเดี๋ยวพี่อินของแกก็โกรธหรอก”
“งั้นยี่หวาไปทำงานก่อนนะ ถ้าจะกลับก็บอกด้วย”
“อืม”
หลังจากกองทัพกลับมายังโต๊ะ ชายหนุ่มเอาแต่เงียบไม่พูดจาใด ๆ ราวกับครุ่นคิดบางอย่างจนภูทิปต้องเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“มึงเป็นอะไรไอ้ทัพ”
“ยากว่ะ”
“อะไรยากของมึง” ภูทิปทำหน้ามึนงง จู่ ๆ เพื่อนพูดออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“เพื่อนของน้องยี่หวายากจังวะ”
“ฮ่า ๆ แค่นี้ถึงกับเครียดเลยเหรอ” ตบบ่าแกร่งเพื่อนเบา ๆ ก่อนยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม “ปกติคนอย่างมึงเคยเครียดเรื่องผู้หญิงด้วยเหรอ”
“ไม่เคย”
“เออ แล้วมึงจะสนใจผู้หญิงคนเดียวทำไม เขาไม่เล่นด้วยก็หาคนใหม่สิวะ”
“ไม่! กูจะเอาคนนี้ยิ่งยากยิ่งต้องลอง” เผยยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย นาน ๆ ครั้งจะเจอผู้หญิงแบบลูกหว้า เขาต้องทำให้เธอมาสยบแทบเท้าให้ได้คอยดู
“เออ ตามใจมึง”
บรรยากาศในผับยิ่งดึกยิ่งคนเยอะ หวานยี่หวาจึงวุ่นวายกับการทำงานตลอดแทบไม่ได้พัก หญิงสาวเดินมาเสิร์ฟอาหารโต๊ะหนึ่งขณะกำลังหมุนตัวกลับไปทำงานต่อ ชายคนหนึ่งคว้าข้อมือเล็กจนเธอกรีดร้องเสียงหลง
“ว้าย ปล่อยนะคะ”
“ทำไมล่ะครับ หยิ่งจังเลยพี่มาที่นี่ก็ออกจะบ่อย ขอเบอร์ก็ไม่ยอมให้สักที รังเกียจกันจังเลย”
“ปล่อยเถอะยี่หวาต้องกลับไปทำงาน” มือนุ่มนิ่มอีกข้างยกขึ้นพยายามจะแกะมือกระด้างของชายคนนั้นออก
“พี่ยอมปล่อยก็ได้ครับ แต่น้องต้องดื่มเหล้าแก้วนี้ก่อน” ชายคนนั้นยกแก้วเหล้ายื่นให้หวานยี่หวา
“ยี่หวาไม่ดื่ม ยี่หวาต้องทำงาน”
“แค่แก้วเดียวเองแล้วพี่จะยอมปล่อยไม่ยุ่งวุ่นวายกับน้องอีก”
“แก้วเดียวจริงนะ” หรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างคอยคำตอบ หากเขายอมทำตามอย่างที่พูดเธอจะยอมดื่มเหล้าแก้วนั้นก็ได้เพื่อตัดปัญหา โดยไม่เอะใจอะไรทั้งนั้น
“ครับ”
“ค่ะ ยี่หวาดื่ม” มือเรียวคว้าแก้วเหล้ามาดื่มพรวดเดียวจนหมดแล้ววางแก้วลงบนโต๊ะ “หมดแล้วค่ะ ยี่หวาขอกลับไปทำงานก่อน”
“ครับ” ชายคนนั้นมองตามแผ่นหลังเล็กเดินจากไป รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นบนหน้าของเขา แก้วเหล้าที่ให้หวานยี่หวาดื่มเมื่อสักครู่มีส่วนผสมของยาปลุกเซ็กซ์ เขาจะคอยจับตาดูเธอตลอดถ้าเธอมีอาการเมื่อไรจะรีบพาออกไปจากที่นี่ทันที
“ร้อนจังเลย” หลังเดินออกมาจากโต๊ะนั้นได้ไม่นาน หวานยี่หวาเริ่มรู้สึกร้อนรุ่มทั่วทั้งกาย มือเรียวยกขึ้นลูบไล้ท้ายทอยเบา ๆ ก่อนรับรู้ความเปียกชื้นบริเวณลำคอระหง
“ยี่หวาพวกเราจะกลับแล้วนะ” ลูกหว้ากับอันดาเดินมาหาหวานยี่หวา
“กลับแล้วเหรอ รีบกลับจังเลย”
“ดึกแล้วกลัวป๊ากับม๊าของอันดาจะเป็นห่วง”
“กลับดี ๆ นะ” ขณะนี้ทั่วใบหน้างดงามเริ่มมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นทีละนิด
“ยี่หวาเป็นอะไรทำไมหน้าแดงแบบนี้” ลูกหว้าถามพลางจับท่อนแขนเรียวของหวานยี่หวา
“จริงด้วยไม่สบายเหรอ” อันดาเอ่ยขึ้น เธอยื่นมือไปอังหน้าผากกลมกลึงของหวานยี่หวา
“ไม่เป็นไร ยี่หวาแค่ร้อน ๆ นะ”
“ร้อนเหรอ” ลูกหว้าและอันดาหันมองหน้าพร้อมกันด้วยความฉงน เพื่อนของพวกเธอจะร้อนได้อย่างไรในนี้อากาศค่อนข้างเย็นสบาย
“คุณยี่หวาครับ” เสียงของคมกริบแทรกขึ้น ชายหนุ่มเดินมาหยุดตรงหน้าหญิงสาวและสายตาเหลือบมองอันดาซึ่งทำราวกับเกลียดชังน้ำหน้ากัน
“ว่าไงคะคุณกริช”
“คุณอินเรียกพบครับ”
“ยี่หวางั้นพวกเรากลับก่อนนะ ท่าทางแกคงจะยุ่ง” อันดาเอ่ยขึ้น จากนั้นเดินไปจูงแขนของลูกหว้าให้เดินด้วยกัน เธอแค่รู้สึกอึดอัดแปลก ๆ ที่เห็นหน้าคมกริช
“คุณกริชกับอันดามีเรื่องอะไรกันเหรอคะ” หวานยี่หวาเห็นความผิดปกติจากคนตรงหน้า
“ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ สงสัยคุณอันดาจะไม่ชอบผมตั้งแต่วันนั้นที่ไปรับคุณยี่หวาที่มหาลัย” ว่าพลางเผยยิ้มอ่อน
“อย่าถือสาอันดาเลยนะคะ ปกติอันดาน่ารักมาก”
“ครับ”
“เอ่อ ว่าแต่พี่อินเรียกยี่หวาใช่ไหม”
“ครับ เชิญทางนี้เถอะ” คมกริชผายมือเชื้อเชิญให้คนตัวเล็กเดินไปเบื้องหน้าก่อนตนเองจะเดินตามหลังไม่ห่าง
ร่างเล็กเดินมาหยุดหน้าห้องทำงานของอินทัช หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาแทบไม่ได้คุยกันเลย เธอเลยสงสัยเขาจะเรียกมาพบด้วยเรื่องอะไร
“เชิญครับคุณยี่หวา” คมกริชเปิดประตูให้คนตัวเล็กเดินเข้าข้างในก่อนตัวเองจะเข้าไปด้วยเพราะอินทัชมีเรื่องจะคุยด้วยเช่นกัน
“พี่อินคะ” เท้าเล็กก้าวมาหยุดตรงหน้าโต๊ะทำงานของอินทัชซึ่งเขาเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงาน กระทั่งผ่านไปหลายนาทีชายหนุ่มยังคงไม่ยอมเงยหน้ามองหวานยี่หวา
“ห้องพี่อินร้อนจังเลย” หวานยี่หวาบ่นพึมพำ เธอเริ่มปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ดจนเผยให้เห็นเนินอก
“ทำอะไรยี่หวา” หน้าคมคายจ้องเขม็งคนตัวเล็ก
“ร้อน ห้องพี่อินร้อนจังเลยช่วยลดแอร์หน่อยสิ”
“รำคาญยี่หวา” แม้ปากจะเอ่ยต่อว่าคนตัวเล็กแต่มือหนายอมหยิบรีโมทเครื่องปรับอากาศขึ้นมาแล้วทำตามความต้องการของเธอ “พอใจแล้วใช่ไหม”
“ยังร้อนเหมือนเดิม ยี่หวาจะถอดเสื้อ” ว่าพลางปลดกระดุมเสื้อผ้าเรื่อย ๆ จนอินทัชรีบพุ่งมาหาคนตัวเล็กกำลังจะโยนเสื้อออกจากเรือนร่าง
“ทำบ้าอะไรยี่หวา” ดึงร่างเล็กมากอดแนบอกกว้าง
“ปล่อยพี่อิน ยี่หวาร้อนยี่หวาจะถอดเสื้อ” พยายามขัดขืนให้หลุดพ้นจากการเกาะกุมของคนตัวโต
“ไอ้กริชออกไปก่อน”
“ครับ” คมกริชรีบทำตามคำสั่งของเจ้านายหนุ่มเมื่อเห็นท่าไม่ค่อยดี
เสียงคลื่นกระทบชายฝั่งทำหวานยี่หวารู้สึกผ่อนคลายยิ่งนัก ตั้งแต่วันนั้นที่เธอและเขาปรับความเข้าใจกัน ซึ่งผ่านมาแล้วสองเดือน เขาคอยดูแลเธอเป็นอย่างดีและยังจดทะเบียนสมรสกับเธอ แต่ยังไม่จัดงานแต่งเพราะเธออยากคลอดลูกก่อนเรื่องราวมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตล้วนเป็นความทรงจำสำหรับหวานยี่หวา ทุกคนที่คฤหาสน์ของอินทัชเมื่อรู้ว่าเธอคือเจ้านายคนใหม่ต่างก็ให้ความเคารพและขอโทษกับการกระทำที่ผ่านมา ซึ่งเธอไม่ได้โกรธและเข้าใจว่าส่วนหนึ่งมาจากอินทัชและที่หวานยี่หวารู้สึกยินดีมากที่สุดคือเมษากับธาวินแต่งงานกันแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่าน งานแต่งของคนทั้งคู่เป็นงานเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและโรแมนติกจนเธอแอบอิจฉาส่วนเพื่อน ๆ ของเธอต่างก็แสดงความยินดีเมื่อเธอกับอินทัชสมหวังตามปรารถนา เธอนึกขอบคุณเพื่อนเหลือเกินคอยอยู่เคียงข้างกันตลอดมาในทุกช่วงเวลา แต่ที่ทำให้มีความสุขมากกว่าสิ่งใดคือลูกน้อยที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตเธอและเขา“มาอยู่ตรงนี้เอง พี่ตามหาแทบแย่” อินทัชย่างกรายเข้ามาโอบกอดภรรยาสาวสุดสวย แค่ห่างกันไม่กี่นาทีเขาคิดถึงจนจะแย่อยู่แล้ว“ใครใช้ให้พี่อินทิ้งยี่หวาล่ะคะ มัวแต่ทำอาหารนั่นแหละ ยี่หวาก็เลย
ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอเริ่มต้นไม่ค่อยดีมากนัก ทว่าหลังจากนี้เขาจะดูแลเธอและลูกให้ดีที่สุดให้สาสมกับความรักที่เธอมอบให้“พี่อินโกรธหรือเปล่าคะ ยี่หวาท้อง” ใบหน้าสวยมองคนตัวโตด้วยแววตาเศร้าสร้อย เธอเอื้อมมือสัมผัสหน้าท้อง“พี่ไม่โกรธ พี่ดีใจมากเลยรู้ไหม” อินทัชยกมือหนาไปแตะหน้าท้องหวานยี่หวาพลางประสานตากับเธอ “ลูกของเรา ขอบคุณสำหรับของขวัญที่ดีที่สุด” โน้มหน้าจูบแก้มนุ่มเบา ๆ แล้วผละออก“ฮือ ๆ พี่อินทำไมอ่อนโยนแบบนี้ ยี่หวาตั้งตัวไม่ทัน”“ขี้แยจังเลย” เพราะฮอร์โมนคนท้องสินะเธอถึงได้เป็นแบบนี้ อินทัชส่ายหน้าไปมาแบบยิ้ม ๆ มองคนตัวเล็กอย่างเอ็นดู ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเธอจะทำให้เขาตกหลุมรักแบบโงหัวไม่ขึ้น“ไปอาบน้ำกันเถอะ ยี่หวาจะได้นอนพักผ่อน”“ค่ะ” หวานยี่หวายอมให้คนตัวโตอุ้มในท่าเจ้าสาวและตรงไปยังห้องน้ำ ทั้งสองคนช่วยกันอาบน้ำด้วยกัน ซึ่งอินทัชคอยดูแลว่าที่คุณแม่เป็นอย่างดี ทั้งช่วยชโลมครีมอาบน้ำและขัดขี้ไคลหลังจากชำระร่างกายเรียบร้อย เขาก็อุ้มคนตัวเล็กไปวางบนเตียงอย่างทะนุถนอมดั่งเจ้าหญิงก่อนหาเสื้อผ้ามาสวมใส่ให้เธอ ส่วนเขาก็ใส่ชุดคลุมอาบน้ำเนื่องจากเสื้อผ้าอยู่บนรถ เขาไม่อยากเดินออ
กลิ่นอาหารลอยโชนกระทบโดนจมูกโด่งของหวานยี่หวา ดวงตากลมโตปรือตาขึ้นชักช้าก่อนกวาดสายตามองรอบห้องนอน เสียงที่ดังมาจากห้องครัวราวกับคนกำลังทำอาหารทำให้เธอยันกายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก้าวเท้าเล็กแตะสู่พื้นห้องและตรงไปยังต้นเสียงภาพเบื้องหน้าคือร่างสูงใหญ่ของอินทัชกำลังปรุงอาหารหน้าเตาแก๊สอย่างขะมักเขม้น เธอไม่เคยล่วงรู้มาก่อนเขาทำอาหารได้ รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้าอย่างไม่รู้ตัว“พี่อินคะ”“ครับ” อินทัชเอี้ยวคอมองคนตัวเล็กก่อนปิดเตาแก๊สและย่างเท้าไปหา“ตื่นแล้วเหรอ หิวไหมครับ” ถามเสียงอ่อนโยน มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยเส้นผมปรกหน้าหวานไปทัดหู“หิวค่ะ” พยักหน้าเล็กน้อย“พี่ทำอาหารเสร็จพอดี ไปกันเถอะ” เขาจูงข้อมือเล็กให้เดินตามหลังก่อนประคองเธอให้นั่งลงบนเก้าอี้“เดี๋ยวพี่มานะครับ เหลืออาหารจานสุดท้ายในกระทะขอพี่ตักก่อนแป๊บหนึ่ง”“ค่ะ” เธอมองแผ่นหลังกว้างอย่างมีความสุข เขาในตอนนี้น่ารักมากจนอยากเก็บเวลาเหล่านี้ไว้นาน ๆ“มาแล้วครับ” เขาวางไก่ผัดขิงเมนูโปรดของหวานยี่หวาบนโต๊ะ ก่อนนั่งลงตรงข้ามคนตัวเล็ก เธอมองอาหารบนโต๊ะพลางปรายตามองหน้าหล่อเหลาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไม่ได้บึ้งตึงเหมือนเมื่อช่วงกลางวัน“พี
อินทัชตามหาหวานยี่หวาทั่วโรงพยาบาล กระทั่งมาเจอเธอบริเวณสวนสาธารณะซึ่งคนตัวเล็กนั่งตรงมานั่งสีขาวตัวยาวริมแม่น้ำ เท้าใหญ่ก้าวไปหาด้วยความไวแต่ไม่ทันเขาจะเดินไปนั่งข้าง ๆ เสียงหวานเอ่ยขึ้นตัดพ้อเสียก่อน“ยี่หวาต้องทำยังไงดีถึงจะลืมพี่อินได้สักที ยี่หวาไม่อยากรักพี่อินแล้ว ยี่หวาเจ็บ” ยามนี้ที่ไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่าน เธอจึงไม่อายจะปล่อยโฮออกมามือเรียวเอื้อมขึ้นมาลูบหน้าท้องแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความรักเปี่ยมล้ม ส่งถึงทารกน้อยในครรภ์ เธอแหงนหน้ามองเบื้องหน้าพลางคิดถึงคำพูดที่อินทัชบอกรักตนเองตอนอยู่ห้องพักฟื้น อยากรู้เหลือเกินมันจะเท็จจริงมากน้อยเพียงใด“ยี่หวา” อินทัชตัดสินใจไปนั่งข้างคนตัวเล็ก หวานยี่หวาแทบเช็ดน้ำตาไม่ทันจู่ ๆ เขาโผล่มาตอนไหนและได้ยินอะไรบ้าง“พี่อินมีอะไรเหรอคะ” ฝืนส่งยิ้มแก่คนตัวโต“พี่อยากคุยเรื่องของเรา”“เรื่องของเราเหรอคะ” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นด้วยความสงสัย เรื่องที่เขาหมายถึงคืออะไรกันแน่ ระหว่างเธอกับเขาก็เคลียร์ใจไปแล้วไม่มีอะไรติดค้าง เขาไม่ได้รักเธอก็เข้าใจแต่ตอนนี้ขอเวลาทำใจหน่อย สักวันจะสามารถกลับไปเป็นน้องสาวของเขาเหมือนเดิม นัยน์ตาคมกริบปรายตามองมือเรียว
เสียงโอ้กอ้ากดังมาจากห้องน้ำปลุกคนตัวเล็กจากการหลับใหล หวานยี่หวาลุกขึ้นหันมองรอบกายและพบว่าที่นี่คือบ้านไม่ใช่โรงพยาบาลอ้วก อ้วก แหวะ “พี่อินเป็นอะไรหรือเปล่า” หวานยี่หวาเข้าไปในห้องน้ำและต้องตกใจกับสภาพของคนตัวโตกำลังโก่งคออาเจียนตรงหน้าอ่าง มือเล็กลูบแผ่นหลังกว้างด้วยความอ่อนโยน กระทั่งอินทัชเริ่มดีขึ้นเขาจึงหมุนตัวมาประชันหน้าคนตัวเล็ก“ออกไปพักข้างนอกหน่อยนะคะ” เธอช่วยประคองคนตัวโตที่มีหน้าตาอิดโรยไปนั่งยังโซฟากลางบ้าน“พี่ปวดหัวยี่หวา” ได้ทีอินทัชจึงอ้อนคนตัวเล็ก เขาเอนศีรษะไปซบไหล่บอบบางราวกับเด็กน้อย ทำเสียงออดอ้อนเธอหวังให้เห็นใจกันก่อนกุมมือเรียว“พี่อินเป็นอะไรเหรอคะ” ชำเลืองมองหน้าคมคาย เธอเห็นว่าเขาไม่ได้แสร้งทำเลยใจอ่อนยอมให้เขาซบไหล่“พี่แพ้ท้อง” ขณะพูดเหลือบมองหน้าหวานเพื่อสังเกตท่าทีคนตัวเล็ก ซึ่งเมื่อเธอได้ยินดังนั้นเผลอยกมือขึ้นสัมผัสหน้าท้อง‘พี่อินแพ้ท้องแทนยี่หวาเหรอ’ เธอทำได้แค่พูดในใจ โดยไม่รู้ตัวสักนิดขณะนี้สายตาคมกริบจ้องมองพฤติกรรมของเธออยู่ตลอดเวลา“ยี่หวา”“คะ” ช้อนตามองคนตัวโตที่จับไหล่มนทั้งสองข้างให้หันมาประชันหน้ากัน“ยี่หวาเกลียดพี่มากใช่ไหมครับ”“ไ
“ฮือ ๆ ไปให้พ้นหน้าฉันเลยไอ้คนเห็นแก่ตัว ฉันเกลียดคุณ” เมษาเขวี้ยงหมอนอินใส่ร่างสูงใหญ่คนตรงหน้าหนัก ๆ ก่อนจะคว้าแจกันดอกไม้บนโต๊ะขึ้นมา เท้าเล็กค่อย ๆ ถอยห่างธาวินด้วยความหวาดกลัว“ที่รัก วางแจกันลงก่อนนะครับ เรามาคุยกันดี ๆ เถอะนะครับ” ธาวินพยายามเกลี้ยกล่อมแม่ของลูก“ไม่! ไปให้พ้น” ตะเบ็งเสียงใส่คนตรงหน้า“พี่เมษา” หวานยี่หวาแกมวิ่งไปหาพี่สาว เธอกวาดสายตามองรอบห้องซึ่งข้าวของกระจัดกระจาย“น้องยี่หวา ช่วยไล่ผู้ชายคนนั้นหน่อย พี่ไม่อยากคุยกับเขา พี่ไม่อยากเห็นหน้า” เมษาหันไปขอความช่วยเหลือจากน้องสาว“ได้ค่ะพี่เมษา แต่พี่เมษาต้องใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ วางแจกันลงก่อนเถอะ” หวานยี่หวาหยิบแจกันจากมือพี่สาววางลงบนโต๊ะ แล้วประคองเมษาไปนั่งเพราะสภาพของพี่สาวย่ำแย่ ใบหน้างามเปื้อนน้ำตา“ไม่ร้องแล้วนะคะ เดี๋ยวน้องช่วยเช็ดน้ำตา” มือเรียวหยิบทิชชูช่วยซับน้ำตาให้พี่สาวด้วยความอ่อนโยน“พี่ไม่อยากเห็นหน้าเขา น้องยี่หวา” เมษากุมมือนิ่มของหวานยี่หวาแน่น“พี่วินกลับไปก่อนได้ไหม ยี่หวาไม่อยากให้พี่เมษาโมโหไปมากกว่านี้”“แต่พี่อยากคุยกับเมษา”“ขอร้องละ”“เกิดอะไรขึ้นไอ้วิน” อินทัชเข้ามาทีหลัง เขาเห็นสภาพบ้าน
“ตัวเล็กสบายดีไหม” ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ศีรษะคนตัวเล็กด้วยความเอ็นดู“ยี่หวาโตแล้วนะคะพี่อิน เลิกเรียกตัวเล็กสักทีเถอะ” เด็กน้อยวัยสิบขวบทำหน้ามุ่ยใส่คนตรงหน้าด้วยความไม่พอใจพลางยกแขนเล็กทั้งสองข้างกอดอกและจ้องเขม็งอินทัช “ในสายตาพี่ ยี่หวายังเด็กเสมอ” ส่งยิ้มหวานแก่คนตัวเล็ก “ยี่หวาชอบพี่อิน” “งั้นเ
หลังจากสามสาวรับประทานอาหารเที่ยงกันเสร็จ ระหว่างกำลังจะแยกย้ายกลับบ้านทันใดนั้นรถตู้คันหรูแล่นมาจอดตรงหน้า ทำให้คนทั้งสามถึงขั้นหันมองหน้าพร้อมกันด้วยความฉงน ก่อนเผยให้เห็นชายร่างกำยำในชุดสูทสีดำ“ใครคือคุณยี่หวาครับ”“ฉันเองค่ะ” หวานยี่หวายกมือขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เนื่องจากไม่เคยเห็นคนตรงหน้ามา
การแต่งงานระหว่างอินทัชและเมษาถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าชายหนุ่มจะตามหาตัวสาวคนรักเจอ ส่วนหวานยี่หวาตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่เธอต้องทำงานทุกอย่างไม่ต่างจากคนใช้คนหนึ่งหญิงสาวมักจะโดนสาวใช้ด้วยกันรังแกเพราะคำสั่งของอินทัชต้องการทำให้เธอเจ็บปวดและไม่มีความสุข“อ้าวมาแล้วเหรอ” เสียงของพิกุ
“คุณแม่ขา…” เสียงหวานตะโกนดังลั่นคฤหาสน์ขณะวิ่งลงจากบันไดด้วยท่าทางรีบร้อนเพื่อมุ่งหน้าไปหามารดาในห้องนั่งเล่นซึ่งกำลังจัดดอกไม้ใส่แจกันอย่างอารมณ์ดีเสียงของลูกสาวคนเล็กทำกันตาหญิงวัยห้าสิบหกถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนส่ายหน้าไปมา ตวัดสายตามองหน้างดงามของหวานยี่หวาบุตรสาววัยยี่สิบเอ็ดปี“มานั่งข้างแม่แล





![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

