LOGIN“นี่คะ” หวานยี่หวานำเครื่องดื่มที่ลูกค้าสั่งวางไว้บนโต๊ะของชายกลุ่มหนึ่ง งานที่คมกริชให้ทำคือพนักงานเสิร์ฟซึ่งเธอไม่ได้ติดใจอะไรทั้งสิ้นเพราะไม่ได้ยากเกินความสามารถ
“เพิ่งมาทำงานใหม่เหรอ พี่ไม่เคยเห็นหน้าน้องมาก่อน” ชายคนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้นพร้อมกวาดสายตามองหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจรดเท้ายังคงสวมใส่ชุดนักศึกษา
“ขอตัวก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวสิน้อง” ชายคนเดิมคว้าข้อมือเล็กอย่างถือวิสาสะ
“ปล่อยนะคะ” เธอพยายามจะแกะมือหยาบกร้านของชายคนนั้นออกแต่แรงอันน้อยนิดกลับสู้ไม่ได้
“จะรีบไปไหนล่ะคนสวย นั่งคุยกับพี่ก่อนสิ”
“ยี่หวาจะรีบกลับไปทำงานค่ะ ปล่อยเถอะ”
“ชื่อยี่หวาเหรอจ๊ะ ชื่อเพราะจังเลย”
“ว้าย!” หวานยี่หวาร้องเสียงหลงเมื่อถูกกระชากให้ไปนั่งบนตักของชายคนนั้น ซึ่งภายในกลุ่มต่างหัวเราะชอบใจและไม่มีใครจะห้ามปรามการกระทำของเพื่อน
“ปล่อยนะคะ” ดวงตากลมโตพยายามมองหาพนักงานด้วยกันเพื่อขอความช่วยเหลือแต่ขณะนี้ทุกคนกำลังวุ่นวายกับแขกโต๊ะอื่นจึงไม่มีใครมาสนใจเธอ
“อยู่เฉย ๆ น่าคนสวย ถ้าทำให้พี่ถูกใจพี่จะให้ทิป ขอจูบหน่อยเถอะ”
“อย่านะคะ” ใบหน้างดงามพยายามเลี่ยงไปด้านอื่นก่อนเธอจะกัดแขนของชายคนนั้นจนโดนสลัดอย่างแรง
“โอ๊ย” หวานยี่หวาล้มกระแทกบนพื้นอย่างจัง ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นต่างหันมามองด้วยความตกใจ
“มึงกล้ากัดกูเหรอ” ชายคนนั้นตะเบ็งเสียงถาม ทั้งชี้นิ้วไปยังหญิงสาวก่อนพุ่งตรงไปหมายจะตบหน้างาม ทว่าเสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นทำให้เขาหยุดชะงัก
“หยุดนะ!!”
“มึงเป็นใคร”
“กูไม่จำเป็นต้องตอบคำถามมึง” สายตาคมกริบเหลือบมองร่างอรชรบนพื้นก่อนย่างเท้าไปหาคนตัวเล็กแล้วกระซิบบางอย่างให้ได้ยินกันสองคน “กล้ามากนะยี่หวาที่มาสร้างความวุ่นวายในผับฉัน”
“ยี่หวาเปล่า” ถึงเธอจะอธิบายอย่างไรเขาคงไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด
“ไอ้กริชจัดการพวกนี้ให้เรียบร้อย” อินทัชออกคำสั่งกับลูกน้องคนสนิท จากนั้นกระชากท่อนแขนเรียวของหวานยี่หวาให้เดินตามหลัง ไม่สนใจเธอจะเจ็บปวดหรือไม่
“พี่อินเบา ๆ หน่อยสิ ยี่หวาเจ็บนะคะ”
“เจ็บแค่นี้ไม่ตายหรอกยี่หวา” หันมองคนตัวเล็กด้วยแววตาชิงชัง เขายังคงลากเธอให้เดินตามอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเดินมาถึงห้องหนึ่งเป็นห้องเชื่อมกับห้องทำงาน ซึ่งภายในห้องมีเตียงขนาดคิงไซซ์ตั้งอยู่กลางห้องและเฟอร์นิเจอร์ไม่กี่ชิ้น
“พี่อินพายี่หวามาห้องนี้ทำไมคะ” เท้าเล็กถอยห่างคนตัวโต เขาในตอนนี้น่ากลัวกว่าปกติ จนอดระแวงไม่ได้
“คิดว่าไงล่ะหวานยี่หวา” ยกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ ทำเอาคนตัวเล็กเสียวสันหลังวาบ
“อย่าทำอะไรบ้า ๆ นะพี่อิน” เธอค่อย ๆ ถอยหลังออกห่างเขาทีละก้าว
“ทำไมล่ะยี่หวา ไม่ใช่ว่าเธอชอบฉันเหรอ” แขนแกร่งคว้าเอวคอดกิ่วแล้วดึงเธอให้มาแนบอกล่ำสัน จมูกโด่งคมสันซุกไซ้ซอกคอระหงพลางสูดกลิ่นกายเฉพาะ
“พี่อินอย่าค่ะ” เอ่ยเสียงแผ่วเบา รีบเบือนหน้าไปทางอื่น แม้จะชอบเขามากแต่แบบนี้ไม่ถูกต้องเนื่องจากเขาคือคนรักของพี่สาว
“ผลักฉันสิยี่หวาถ้ารังเกียจกันก็ผลักฉันเลย แค่เบา ๆ แล้วฉันจะรีบถอยห่างทันที”
“พี่อิน” เธอมองเขาด้วยความไม่เข้าใจซึ่งภายในดวงตาดำขลับมีแต่ความว่างเปล่าจนไม่รู้เขาคิดอะไรกันแน่
“ไม่ชอบเหรอยี่หวา รังเกียจกันเหรอ” นิ้วยาวกรีดกรายทั่วพวงแก้มขาวเนียน เขามองเธออย่างมีเลศนัย
“พี่อินคะอย่าทำแบบนี้”
“ทำไมล่ะยี่หวา”
“เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย” พูดทั้งที่หน้าสวยหันไปทางอื่น เธอไม่กล้าสบตาคมตรง ๆ กลัวเขาจะรับรู้ความรู้สึกแท้จริงของตนเอง
“เหรอ” คิ้วดกดำเลิกขึ้นก่อนเหลือบมองหน้าอกอวบอั๋นภายใต้ชุดนักศึกษา
“ปล่อยได้แล้วค่ะ ยี่หวาอึดอัด” มือเรียวออกแรงผลักคนตัวโตออกห่างจนสำเร็จ
“เธอคิดว่าฉันอยากได้เธอเหรอยี่หวา เมื่อกี้ฉันแค่อยากทดสอบดูเท่านั้น สรุปคือ…เธอมันง่าย” เขามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตาที่มองหญิงสาวบ่งบอกถึงการดูถูกเหยียดหยาม
“มันจะมากเกินไปแล้วพี่อิน จำเป็นต้องพูดขนาดนี้เลยเหรอ”
“แล้วมันไม่จริงเหรอยี่หวา ไม่ใช่ว่าเธอกำลังอ่อยลูกค้าเหรอมันถึงได้เกิดเหตุการณ์แบบเมื่อกี้”
“มันไม่ใช่อย่างที่พี่อินเข้าใจนะคะ คนพวกนั้นต่างหากที่ทำตัวรุ่มร่ามกับยี่หวาก่อน”
“ไม่ต้องมาแก้ตัวยี่หวา เธอนี่มันตัวปัญหาจริง ๆ ถ้าฉันไปไม่ทันไม่รู้ป่านนี้ผับของฉันจะเสียหายขนาดไหน คนอย่างเธอจะมีปัญญาจ่ายไหมแค่ลำพังตัวเองยังเอาไม่รอด”
เพียะ! มือเล็กฟาดแก้มสากอย่างจัง
“ยี่หวาไม่ได้อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นเหมือนกัน” หยาดน้ำใสไหลรินอาบแก้มนุ่มทั้งสองข้าง เขาจะรับรู้บ้างไหมก่อนหน้านี้เธอต้องเจออะไรบ้าง จู่ ๆ มาพูดแบบนี้ใครบ้างจะไม่เสียใจ ทั้งที่เธอกำลังถูกพวกนั้นคุมคามแต่เขากลับตำหนิเธอเป็นว่าเล่น ไม่สนใจความปลอดภัยกันบ้างเลย
“กล้าดียังไงยี่หวามาตบหน้าฉัน” อินทัชบีบท่อนแขนเล็กอย่างแรง
“เจ็บ”
“คนอย่างเธอเจ็บเป็นด้วยเหรอยี่หวา”
“ยี่หวาก็เป็นคนมีเลือดมีเนื้อและจิตใจเหมือนกัน” เสียงหวานเริ่มสั่นเครือ “ปล่อยค่ะ”
“มีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน อย่าลืมนะยี่หวาฉันมีสิทธิ์จะทำอะไรกับเธอก็ได้”
“ยี่หวารู้ค่ะ” ก้มหน้างุดมองพื้นด้วยความรู้สึกเจ็บปวด ต่อให้เขาไม่ย้ำเธอไม่มีทางลืมเด็ดขาด
“รู้แล้วก็จำใส่สมองซะ!! ต่อไปนี้อย่ามาสร้างความวุ่นวายที่นี่อีก ถ้าอยากเอากับใครก็ไปเอาข้างนอกที่นี่ผับไม่ใช่โรงแรม” อินทัชปล่อยท่อนแขนของหวานยี่หวาเป็นอิสระ จากนั้นผลักเธอจนล้มลงกองกับพื้นก่อนหมุนตัวหมายจะออกนอกห้องแต่ไม่ทันจับลูกบิดประตู เสียงหวานของหญิงสาวดังขึ้นเสียก่อน
“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ”
“ว่าไงนะยี่หวา” อินทัชเดินกลับไปหาคนตัวเล็กอย่างไว
“ยี่หวาขอบคุณไงคะ พี่อินบอกว่าที่นี่ผับไม่ใช่โรงแรม งั้นแสดงว่าถ้าเกิดอยู่ในเวลางานแล้วยี่หวามีอารมณ์ขึ้นมาก็สามารถออกไปข้างนอกได้เลยใช่ไหมคะ”
“พูดแบบนี้หมายความว่าไง” บีบคางมนอย่างแรง เขาไม่ชอบที่เธอกำลังท้าทาย
“แล้วแต่พี่อินจะตีความหมายเลยค่ะ ขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะคะเผื่ออยากขึ้นมาจะได้ลากใครสักคนออกไปเลยตอนนี้” มือเล็กปัดมือของเขาที่บีบคางกลมกลึงไปพ้นด้วยความรำคาญ จากนั้นพยุงกายลุกขึ้นยืน ส่งยิ้มยั่วยวนให้หนึ่งทีและเดินผ่านหน้าเขาไป
“กล้ามากยี่หวา ฉันจะทำให้เธอรู้เองว่าไม่ควรเล่นกับไฟ” อินทัชมองแผ่นหลังเล็กพลางขบกรามแน่น เท้าใหญ่ก้าวตามคนตัวเล็กติด ๆ จากนั้นอุ้มเธอในท่าเจ้าสาวก่อนนำไปเหวี่ยงบนเตียงขนาดคิงไซซ์
“พี่อินจะทำอะไร” หวานยี่หวารีบลุกขึ้นนั่ง เธอทั้งเจ็บและจุกเหลือเกินเมื่อโดนโยนอย่างไม่ทันตั้งตัว ท่าทางของเขาในตอนนี้น่าหวาดกลัวกว่าเมื่อครู่หลายเท่าจนเธอต้องรีบถอยหลังหนีจนแผ่นหลังชิดหัวเตียง
“กลัวเหรอยี่หวา” อินทัชจับเข้าที่ข้อเท้าเล็กแล้วลากมาหาตนเองจนร่างบอบบางนอนราบบนเตียงก่อนขึ้นคร่อม มือใหญ่จับข้อมือเล็กตรึงกับเตียงแน่น
“พี่อินจะทำอะไรคะ ปล่อยยี่หวาเถอะ”
“คราวนี้กลัวแล้วเหรอยี่หวา เมื่อกี้ยังทำปากกล้าอยู่เลย”
“ยี่หวาขอโทษ ยี่หวาไม่ทำอีกแล้วค่ะ ต่อไปนี้ยี่หวาจะเชื่อฟังพี่อินทุกอย่าง ปล่อยยี่หวาเถอะ” พยายามหว่านล้อมคนเหนือร่างให้คล้อยตาม
“คงไม่ทันแล้วแหละยี่หวา เพราะตอนนี้เธอทำให้ฉันโกรธมาก” หน้าคมคายซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ปลายลิ้นสากลากไล้ทั่วคอขาวเนียนจนเปียกชื้น เขาต้องการสั่งสอนผู้หญิงคนนี้ให้หลาบจำอย่าได้คิดจะทำให้เขาฟิวส์ขาดไม่อย่างนั้นเธอนั่นแหละต้องทรมาน
เสียงคลื่นกระทบชายฝั่งทำหวานยี่หวารู้สึกผ่อนคลายยิ่งนัก ตั้งแต่วันนั้นที่เธอและเขาปรับความเข้าใจกัน ซึ่งผ่านมาแล้วสองเดือน เขาคอยดูแลเธอเป็นอย่างดีและยังจดทะเบียนสมรสกับเธอ แต่ยังไม่จัดงานแต่งเพราะเธออยากคลอดลูกก่อนเรื่องราวมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตล้วนเป็นความทรงจำสำหรับหวานยี่หวา ทุกคนที่คฤหาสน์ของอินทัชเมื่อรู้ว่าเธอคือเจ้านายคนใหม่ต่างก็ให้ความเคารพและขอโทษกับการกระทำที่ผ่านมา ซึ่งเธอไม่ได้โกรธและเข้าใจว่าส่วนหนึ่งมาจากอินทัชและที่หวานยี่หวารู้สึกยินดีมากที่สุดคือเมษากับธาวินแต่งงานกันแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่าน งานแต่งของคนทั้งคู่เป็นงานเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและโรแมนติกจนเธอแอบอิจฉาส่วนเพื่อน ๆ ของเธอต่างก็แสดงความยินดีเมื่อเธอกับอินทัชสมหวังตามปรารถนา เธอนึกขอบคุณเพื่อนเหลือเกินคอยอยู่เคียงข้างกันตลอดมาในทุกช่วงเวลา แต่ที่ทำให้มีความสุขมากกว่าสิ่งใดคือลูกน้อยที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตเธอและเขา“มาอยู่ตรงนี้เอง พี่ตามหาแทบแย่” อินทัชย่างกรายเข้ามาโอบกอดภรรยาสาวสุดสวย แค่ห่างกันไม่กี่นาทีเขาคิดถึงจนจะแย่อยู่แล้ว“ใครใช้ให้พี่อินทิ้งยี่หวาล่ะคะ มัวแต่ทำอาหารนั่นแหละ ยี่หวาก็เลย
ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอเริ่มต้นไม่ค่อยดีมากนัก ทว่าหลังจากนี้เขาจะดูแลเธอและลูกให้ดีที่สุดให้สาสมกับความรักที่เธอมอบให้“พี่อินโกรธหรือเปล่าคะ ยี่หวาท้อง” ใบหน้าสวยมองคนตัวโตด้วยแววตาเศร้าสร้อย เธอเอื้อมมือสัมผัสหน้าท้อง“พี่ไม่โกรธ พี่ดีใจมากเลยรู้ไหม” อินทัชยกมือหนาไปแตะหน้าท้องหวานยี่หวาพลางประสานตากับเธอ “ลูกของเรา ขอบคุณสำหรับของขวัญที่ดีที่สุด” โน้มหน้าจูบแก้มนุ่มเบา ๆ แล้วผละออก“ฮือ ๆ พี่อินทำไมอ่อนโยนแบบนี้ ยี่หวาตั้งตัวไม่ทัน”“ขี้แยจังเลย” เพราะฮอร์โมนคนท้องสินะเธอถึงได้เป็นแบบนี้ อินทัชส่ายหน้าไปมาแบบยิ้ม ๆ มองคนตัวเล็กอย่างเอ็นดู ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเธอจะทำให้เขาตกหลุมรักแบบโงหัวไม่ขึ้น“ไปอาบน้ำกันเถอะ ยี่หวาจะได้นอนพักผ่อน”“ค่ะ” หวานยี่หวายอมให้คนตัวโตอุ้มในท่าเจ้าสาวและตรงไปยังห้องน้ำ ทั้งสองคนช่วยกันอาบน้ำด้วยกัน ซึ่งอินทัชคอยดูแลว่าที่คุณแม่เป็นอย่างดี ทั้งช่วยชโลมครีมอาบน้ำและขัดขี้ไคลหลังจากชำระร่างกายเรียบร้อย เขาก็อุ้มคนตัวเล็กไปวางบนเตียงอย่างทะนุถนอมดั่งเจ้าหญิงก่อนหาเสื้อผ้ามาสวมใส่ให้เธอ ส่วนเขาก็ใส่ชุดคลุมอาบน้ำเนื่องจากเสื้อผ้าอยู่บนรถ เขาไม่อยากเดินออ
กลิ่นอาหารลอยโชนกระทบโดนจมูกโด่งของหวานยี่หวา ดวงตากลมโตปรือตาขึ้นชักช้าก่อนกวาดสายตามองรอบห้องนอน เสียงที่ดังมาจากห้องครัวราวกับคนกำลังทำอาหารทำให้เธอยันกายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก้าวเท้าเล็กแตะสู่พื้นห้องและตรงไปยังต้นเสียงภาพเบื้องหน้าคือร่างสูงใหญ่ของอินทัชกำลังปรุงอาหารหน้าเตาแก๊สอย่างขะมักเขม้น เธอไม่เคยล่วงรู้มาก่อนเขาทำอาหารได้ รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้าอย่างไม่รู้ตัว“พี่อินคะ”“ครับ” อินทัชเอี้ยวคอมองคนตัวเล็กก่อนปิดเตาแก๊สและย่างเท้าไปหา“ตื่นแล้วเหรอ หิวไหมครับ” ถามเสียงอ่อนโยน มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยเส้นผมปรกหน้าหวานไปทัดหู“หิวค่ะ” พยักหน้าเล็กน้อย“พี่ทำอาหารเสร็จพอดี ไปกันเถอะ” เขาจูงข้อมือเล็กให้เดินตามหลังก่อนประคองเธอให้นั่งลงบนเก้าอี้“เดี๋ยวพี่มานะครับ เหลืออาหารจานสุดท้ายในกระทะขอพี่ตักก่อนแป๊บหนึ่ง”“ค่ะ” เธอมองแผ่นหลังกว้างอย่างมีความสุข เขาในตอนนี้น่ารักมากจนอยากเก็บเวลาเหล่านี้ไว้นาน ๆ“มาแล้วครับ” เขาวางไก่ผัดขิงเมนูโปรดของหวานยี่หวาบนโต๊ะ ก่อนนั่งลงตรงข้ามคนตัวเล็ก เธอมองอาหารบนโต๊ะพลางปรายตามองหน้าหล่อเหลาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไม่ได้บึ้งตึงเหมือนเมื่อช่วงกลางวัน“พี
อินทัชตามหาหวานยี่หวาทั่วโรงพยาบาล กระทั่งมาเจอเธอบริเวณสวนสาธารณะซึ่งคนตัวเล็กนั่งตรงมานั่งสีขาวตัวยาวริมแม่น้ำ เท้าใหญ่ก้าวไปหาด้วยความไวแต่ไม่ทันเขาจะเดินไปนั่งข้าง ๆ เสียงหวานเอ่ยขึ้นตัดพ้อเสียก่อน“ยี่หวาต้องทำยังไงดีถึงจะลืมพี่อินได้สักที ยี่หวาไม่อยากรักพี่อินแล้ว ยี่หวาเจ็บ” ยามนี้ที่ไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่าน เธอจึงไม่อายจะปล่อยโฮออกมามือเรียวเอื้อมขึ้นมาลูบหน้าท้องแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความรักเปี่ยมล้ม ส่งถึงทารกน้อยในครรภ์ เธอแหงนหน้ามองเบื้องหน้าพลางคิดถึงคำพูดที่อินทัชบอกรักตนเองตอนอยู่ห้องพักฟื้น อยากรู้เหลือเกินมันจะเท็จจริงมากน้อยเพียงใด“ยี่หวา” อินทัชตัดสินใจไปนั่งข้างคนตัวเล็ก หวานยี่หวาแทบเช็ดน้ำตาไม่ทันจู่ ๆ เขาโผล่มาตอนไหนและได้ยินอะไรบ้าง“พี่อินมีอะไรเหรอคะ” ฝืนส่งยิ้มแก่คนตัวโต“พี่อยากคุยเรื่องของเรา”“เรื่องของเราเหรอคะ” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นด้วยความสงสัย เรื่องที่เขาหมายถึงคืออะไรกันแน่ ระหว่างเธอกับเขาก็เคลียร์ใจไปแล้วไม่มีอะไรติดค้าง เขาไม่ได้รักเธอก็เข้าใจแต่ตอนนี้ขอเวลาทำใจหน่อย สักวันจะสามารถกลับไปเป็นน้องสาวของเขาเหมือนเดิม นัยน์ตาคมกริบปรายตามองมือเรียว
เสียงโอ้กอ้ากดังมาจากห้องน้ำปลุกคนตัวเล็กจากการหลับใหล หวานยี่หวาลุกขึ้นหันมองรอบกายและพบว่าที่นี่คือบ้านไม่ใช่โรงพยาบาลอ้วก อ้วก แหวะ “พี่อินเป็นอะไรหรือเปล่า” หวานยี่หวาเข้าไปในห้องน้ำและต้องตกใจกับสภาพของคนตัวโตกำลังโก่งคออาเจียนตรงหน้าอ่าง มือเล็กลูบแผ่นหลังกว้างด้วยความอ่อนโยน กระทั่งอินทัชเริ่มดีขึ้นเขาจึงหมุนตัวมาประชันหน้าคนตัวเล็ก“ออกไปพักข้างนอกหน่อยนะคะ” เธอช่วยประคองคนตัวโตที่มีหน้าตาอิดโรยไปนั่งยังโซฟากลางบ้าน“พี่ปวดหัวยี่หวา” ได้ทีอินทัชจึงอ้อนคนตัวเล็ก เขาเอนศีรษะไปซบไหล่บอบบางราวกับเด็กน้อย ทำเสียงออดอ้อนเธอหวังให้เห็นใจกันก่อนกุมมือเรียว“พี่อินเป็นอะไรเหรอคะ” ชำเลืองมองหน้าคมคาย เธอเห็นว่าเขาไม่ได้แสร้งทำเลยใจอ่อนยอมให้เขาซบไหล่“พี่แพ้ท้อง” ขณะพูดเหลือบมองหน้าหวานเพื่อสังเกตท่าทีคนตัวเล็ก ซึ่งเมื่อเธอได้ยินดังนั้นเผลอยกมือขึ้นสัมผัสหน้าท้อง‘พี่อินแพ้ท้องแทนยี่หวาเหรอ’ เธอทำได้แค่พูดในใจ โดยไม่รู้ตัวสักนิดขณะนี้สายตาคมกริบจ้องมองพฤติกรรมของเธออยู่ตลอดเวลา“ยี่หวา”“คะ” ช้อนตามองคนตัวโตที่จับไหล่มนทั้งสองข้างให้หันมาประชันหน้ากัน“ยี่หวาเกลียดพี่มากใช่ไหมครับ”“ไ
“ฮือ ๆ ไปให้พ้นหน้าฉันเลยไอ้คนเห็นแก่ตัว ฉันเกลียดคุณ” เมษาเขวี้ยงหมอนอินใส่ร่างสูงใหญ่คนตรงหน้าหนัก ๆ ก่อนจะคว้าแจกันดอกไม้บนโต๊ะขึ้นมา เท้าเล็กค่อย ๆ ถอยห่างธาวินด้วยความหวาดกลัว“ที่รัก วางแจกันลงก่อนนะครับ เรามาคุยกันดี ๆ เถอะนะครับ” ธาวินพยายามเกลี้ยกล่อมแม่ของลูก“ไม่! ไปให้พ้น” ตะเบ็งเสียงใส่คนตรงหน้า“พี่เมษา” หวานยี่หวาแกมวิ่งไปหาพี่สาว เธอกวาดสายตามองรอบห้องซึ่งข้าวของกระจัดกระจาย“น้องยี่หวา ช่วยไล่ผู้ชายคนนั้นหน่อย พี่ไม่อยากคุยกับเขา พี่ไม่อยากเห็นหน้า” เมษาหันไปขอความช่วยเหลือจากน้องสาว“ได้ค่ะพี่เมษา แต่พี่เมษาต้องใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ วางแจกันลงก่อนเถอะ” หวานยี่หวาหยิบแจกันจากมือพี่สาววางลงบนโต๊ะ แล้วประคองเมษาไปนั่งเพราะสภาพของพี่สาวย่ำแย่ ใบหน้างามเปื้อนน้ำตา“ไม่ร้องแล้วนะคะ เดี๋ยวน้องช่วยเช็ดน้ำตา” มือเรียวหยิบทิชชูช่วยซับน้ำตาให้พี่สาวด้วยความอ่อนโยน“พี่ไม่อยากเห็นหน้าเขา น้องยี่หวา” เมษากุมมือนิ่มของหวานยี่หวาแน่น“พี่วินกลับไปก่อนได้ไหม ยี่หวาไม่อยากให้พี่เมษาโมโหไปมากกว่านี้”“แต่พี่อยากคุยกับเมษา”“ขอร้องละ”“เกิดอะไรขึ้นไอ้วิน” อินทัชเข้ามาทีหลัง เขาเห็นสภาพบ้าน
“ขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับคนสวย” เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้น สองสาวกำลังพูดคุยกันอย่างออกรสหยุดชะงักและหันไปมองชายแปลกหน้าพร้อมกัน“ใครเหรอคะ เรารู้จักกันด้วยเหรอ” ลูกหว้าถามขึ้น“เราไม่รู้จักกันหรอกแต่อยากทำความรู้จัก”“ขอโทษค่ะ แต่พวกเราไม่อยากรู้จัก ไม่ต้องสนใจหรอก” ท้ายประโยคลูกหว้ากระซิบบอกอันดาแล้
“ตัวเล็กสบายดีไหม” ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ศีรษะคนตัวเล็กด้วยความเอ็นดู“ยี่หวาโตแล้วนะคะพี่อิน เลิกเรียกตัวเล็กสักทีเถอะ” เด็กน้อยวัยสิบขวบทำหน้ามุ่ยใส่คนตรงหน้าด้วยความไม่พอใจพลางยกแขนเล็กทั้งสองข้างกอดอกและจ้องเขม็งอินทัช “ในสายตาพี่ ยี่หวายังเด็กเสมอ” ส่งยิ้มหวานแก่คนตัวเล็ก “ยี่หวาชอบพี่อิน” “งั้นเ
น้ำตาไหลรินข้างแก้มนุ่ม หวานยี่หวาพยายามบังคับเสียงร้องสะอึกสะอื้นให้เบาที่สุดเพราะกลัวคนข้างกายจะตื่นขึ้นมาได้ยิน บทรักเมื่อคืนที่ผ่านมาใช่ว่าเธอจะไม่มีความสุขแต่รู้สึกผิดต่อพี่สาวมากกว่าการตกเป็นของเขาเธอไม่เคยนึกเสียใจเลยสักครั้ง เพราะชายหนุ่มคือรักแรกของตนเองและจะเป็นคนเดียวที่อยู่ในใจตลอดไป แ
ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนมาบีบขยำดอกบัวตูมด้วยความเมามันผ่านเสื้อชุดนักศึกษาของหวานยี่หวา“อื้อ อ๊ะ พี่อินคะปล่อยยี่หวาไปเถอะ ยี่หวาเป็นน้องสาวของพี่เมษานะคะ พี่อินไม่ควรทำแบบนี้” เสียงหวานร้องครางไม่เป็นภาษา เธอพยายามจะเตือนสติคนตัวโตให้รับรู้กับการกระทำของตัวเอง“อย่าคิดว่าฉันจะหลงกลเธอ” อินทัชปร







