เข้าสู่ระบบฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนมาบีบขยำดอกบัวตูมด้วยความเมามันผ่านเสื้อชุดนักศึกษาของหวานยี่หวา
“อื้อ อ๊ะ พี่อินคะปล่อยยี่หวาไปเถอะ ยี่หวาเป็นน้องสาวของพี่เมษานะคะ พี่อินไม่ควรทำแบบนี้” เสียงหวานร้องครางไม่เป็นภาษา เธอพยายามจะเตือนสติคนตัวโตให้รับรู้กับการกระทำของตัวเอง
“อย่าคิดว่าฉันจะหลงกลเธอ” อินทัชประคองใบหน้างดงามด้วยมือใหญ่ทั้งสองข้าง สบตาคู่หวานด้วยความหลงใหล ดวงตาของเธอเปล่งประกายราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่างจนอดไม่ได้จะจ้องมอง
นัยน์ตาคมกริบเหลือบมองกลีบปากอวบอิ่มเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกดและไม่รอช้าจะทาบริมฝีปากหยักได้รูปบนปากนุ่ม ทำเอาคนใต้ร่างตั้งตัวไม่ทันถึงขั้นเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นึกไม่ถึงจูบแรกของเธอจะถูกชายที่แอบรักขโมยไปหน้าตาเฉย
“อื้อ” กำปั้นน้อยทุบหลังแกร่งถี่รัว เธอยกเท้าทั้งสองข้างกระทุ้งเตียงพร้อมกับดิ้นพล่านไปมา แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรแรงมดของเธอไม่สามารถสู้แรงยักษ์ของเขาได้เลยสักนิด แถมตอนนี้เขาพยายามจะสอดลิ้นร้อนอุ่นเข้าในโพรงปากสาวซึ่งเธอจะไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้นจึงเม้มปากเข้าหากัน
อินทัชใช้ความชำนาญปลดกระดุมเสื้อของหวานยี่หวาด้วยมือข้างหนึ่งจนสำเร็จ จากนั้นล้วงมือเข้าใต้บราเซียร์ลูกไม้สีหวานก่อนบี้ยอดถันเล่นสลับการเขี่ยเบา ๆ ทำคนใต้ร่างซู้ดปากด้วยความเสียวซ่าน จากนั้นอาศัยจังหวะนี้สอดลิ้นสากเข้าในโพรงปากหวาน ดูดด่ำกับความหวานอย่างคลั่งไคล้
“อื้อ” หวานยี่หวาร้องครางต่ำในลำคอพร้อมทั้งปิดตาลงสนิทกับสัมผัสแสนอ่อนโยนของเขา มือเรียวที่ทุบแผ่นหลังกว้างเมื่อสักครู่เปลี่ยนมาโอบกอดต้นคอแกร่งแน่นราวกับกลัวเขาจะหายจากกัน
ขณะนี้เธอไม่รับรู้อะไรอีกแล้วยอมปล่อยให้เขากระทำย่ำยีกับร่างกายตามอำเภอใจ
อินทัชยอมถอนจูบจากริมฝีปากอมชมพูด้วยความเสียดายเนื่องจากกลัวคนตัวเล็กจะขาดอากาศหายใจ
“พอใจแล้วก็ปล่อย” เบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพราะไม่อยากให้เขาเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มกำลังแดงระเรื่อ
“ฝันไปเถอะหวานยี่หวา” เขาไม่มีทางปล่อยเธอไปเด็ดขาดจนกว่าจะได้ในสิ่งที่ต้องการ จูบเมื่อครู่ทำให้เขามีความปรารถนาต่อคนตัวเล็กเพิ่มทวีคูณ
อินทัชจัดการกระชากชุดนักศึกษาออกจากเรือนร่างงดงามแล้วโยนทิ้งอย่างไม่ไยดีก่อนดึงบราเซียร์ลูกไม้สีหวานออกตามกัน ยอดปทุมถันตั้งตระหง่านเด่นยั่วสายตาคม เขาถึงกับกลืนน้ำลายลงคอฝืดเพราะสวยเหลือเกิน แม้รูปร่างของหวานยี่หวานจะผอมบางแต่อย่างอื่นไม่ได้เล็กเลยโดยเฉพาะก้อนกลมกลึงที่ทำให้เขาอยากลองชิมดูสักครั้ง
ความคิดไม่ไวเท่าการกระทำ ขณะนี้ปลายลิ้นสากกำลังเลียวนรอบ ๆ ยอดปทุมถันจนเปียกชื้นด้วยน้ำลายและนาทีต่อมาก็งับดอกบัวตูมทั้งก้อนดูดดื่มราวกับคนหิวโซ เขาไม่เคยรู้สึกต้องการใครมากเท่าคนใต้ร่างมาก่อน รู้สึกเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเองไม่สามารถควบคุมได้เลย
“หวานมากเหลือเกินยี่หวา” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทั้งที่เต้าสวยยังคงคาปากหนา
“พี่อินจะทำอะไรคะ” เธอร้องด้วยความตกใจ จู่ ๆ คนตัวโตถอดกระโปรงพลีทออกเหลือแค่แพนตี้น้อยชิ้นเดียวที่ยังปกป้องสิ่งหวงแหน
“...” เขาไม่ตอบคำถามคนตัวเล็กแค่ยกยิ้มมุมปาก จากนั้นรูดชั้นในลงตามเรียวขาโดยไม่สนใจท่าทางขัดขืนของเธอ
“พี่อินอย่าค่ะ” มือเล็กยกขึ้นปิดร่องรักที่ไม่เคยมีชายใดเห็นมาก่อน ลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารดกึ่งกายทำให้เธอขนลุกทั่วตัวด้วยความเสียวสยิว
“เธอห้ามฉันไม่ได้หรอกยี่หวา” ทั้งที่ปากบอกว่าเกลียดหญิงสาวแต่ไม่สามารถหยุดการกระทำเหล่านี้ลง
ชายหนุ่มแกะแขนของหญิงสาวออกพ้นกลีบดอกไม้ นัยน์ตาคมกริบจ้องมองร่องเนื้อพลางชำเลืองมองหน้าจิ้มลิ้มครู่หนึ่งก่อนโน้มหน้าหล่อคมคายเข้าไปทักทาย
“อ๊ะ พี่อินไม่ได้” มือนุ่มนิ่มจิกทึ้งผ้าปูเตียงแน่น ใบหน้าเหยเกด้วยความเสียวซ่าน เธอรู้สึกร้อนรุ่มทั่วทั้งกายเพียงแค่ลิ้นสากของคนตัวโตสัมผัสจุดสงวน
“อื้อ ดีเหลือเกินยี่หวาร้องครางดัง ๆ เลย พี่ชอบเสียงหวานของเธอ” ยิ่งเธอเปล่งเสียงครวญครางมากเท่าไรยิ่งทำให้ไฟในกายลุกโชนมากขึ้น
“พี่อินพอเถอะ ยี่หวาขอร้อง” หากไม่หยุดตอนนี้เธอกลัวจะหยุดไม่ได้อีกเพราะรู้สึกเหมือนสติพร่าเลือนทุกที
อินทัชผละออกจากคนตัวเล็ก ถอดเสื้อผ้าของตนเองอย่างไวซึ่งไม่กี่นาทีกายแกร่งเปลือยเปล่าเผยให้เห็นร่างแสนสมบูรณ์จนผู้ชายด้วยกันยังอิจฉา
“เขินเหรอ” เสียงทุ้มกระซิบข้างหูคนตัวเล็กเมื่อเธอหันหน้าหนีไปทางอื่นด้วยความเอ็นดู อดไม่ได้จะจุมพิตแก้มขาวเนียนด้วยความอ่อนโยน
หวานยี่หวามัวแต่ขวยเขินกับการกระทำของชายหนุ่ม โดยไม่รู้ว่าขณะนี้ท่อนลำกำลังสอดเข้าในโพรงสวาทอย่างเชื่องช้า ทว่าเพียงแค่ส่วนหัวก็ทำร่างเล็กสะดุ้งเฮือก
“อ๊ะ พี่อินเจ็บ” เธอพยายามจะดันไหล่กว้างออกไปพ้นแต่เขาไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้น
“อดทนหน่อยนะยี่หวา เจ็บแค่ช่วงแรกหลังจากนั้นจะเริ่มดีขึ้น” สิ้นประโยค อินทัชแทรกความเป็นใหญ่เข้าในช่องทางสวาทแต่เพียงครึ่งลำเขารับรู้ถึงของเหลวบางอย่างไหลลงมาพร้อมกับเยื่อบาง ๆ ฉีกขาด
“กรี๊ด!! อื้อ ยี่หวาเจ็บ...เอามันออกไป” เธอกรีดร้องสุดเสียงอย่างทรมาน หยาดน้ำใสเริ่มหลั่งไหลข้างหางตา เธอพยายามจะผลักคนตัวโตไปให้พ้น
“ชูวว์ อดทนหน่อยนะครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพร้อมจูบบนเปลือกตาเปียกชุ่ม
“พี่อิน...ยี่หวาเจ็บ” เธอมองเขาด้วยแววตาอ้อนวอน ขอให้เขาหยุดทุกอย่างเพียงเท่านี้
“อดทนหน่อยได้ไหม พี่สัญญาจะนุ่มนวลกับยี่หวา” มือใหญ่เกลี่ยเส้นผมปรกหน้าหวานไปด้านอื่น
การกระทำกับคำพูดแสนอ่อนโยนของเขาทำเธอปฏิเสธไม่ลง เธอมองคนเหนือร่างด้วยความไม่เข้าใจ เขาในตอนนี้แตกต่างกับเวลาปกติอย่างสิ้นเชิงจนอยากเก็บช่วงเวลาแบบนี้ไว้นาน ๆ
“พี่อินทำเบา ๆ กับยี่หวาได้ไหมคะ”
“ครับ” ก้มหน้าจูบปากนุ่ม
“พี่ขยับแล้วนะครับ” ขืนแช่กายไว้นานกว่านี้มีหวังได้ปวดระบมแน่นอนเพราะร่องสวาทตอดถี่ยิบ
“ค่ะ” พยักหน้าเล็กน้อย
ฝ่ามือหยาบกร้านจับเอวบอบบาง จากนั้นกระแทกแท่งเนื้อเข้าออกด้วยจังหวะนุ่มนวล ขณะนี้ไม่อยากทำรุนแรงกับคนตัวเล็กมากนัก ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไปแล้วจะดีขึ้นเอง
“พี่อินขา...”
“ว่าไงครับ”
“ยี่หวาสะ เสียว...” เธอพูดออกมาไม่เต็มคำนักเพราะยังรู้สึกกระดากอาย บัดนี้ไม่อาจจะยับยั้งชั่งใจได้อีก เธอต้องการเขามากเหลือเกินจนไม่อยากให้ห่าง
“พี่ก็เสียวเหมือนกัน ของยี่หวาตอดแรง” ชายหนุ่มก้มหน้ามองจุดเชื่อมระหว่างกันก่อนเปลี่ยนจังหวะระรัวขึ้นทำเอาคนใต้ร่างร้องครวญครางปานจะขาดใจ
“พี่อิน” เสียงหวานเอ่ยเรียกชายหนุ่มส่งผลให้เขาทาบริมฝีปากหยักบนกลีบปากอวบอิ่ม ขบเม้มทั้งปากล่างและบนขณะเดียวกันก็ซอยสะโพกสอบในช่องทางฉ่ำเยิ้มด้วยอารมณ์พิศวาส
“อ๊ะ ซี๊ด พี่ใกล้แล้วยี่หวา...” เขากระแทกกระทั้นเร็วมากขึ้นกระทั่งไม่นานน้ำรักมากมายฉีดพุ่งเข้าในโพรงสวาทอย่างไม่ตั้งใจ เนื่องจากช่องรักรัดแน่นจนถอดถอนแก่นกายออกไม่ทัน
หลังจากนั้นไม่กี่นาทีอินทัชเริ่มบทรักใหม่อีกครั้งโดยไม่รอให้คนตัวเล็กโต้แย้งใด ๆ เขาไม่เคยคิดเลยว่าเรือนร่างของเธอจะทำให้ตนเองติดใจขนาดนี้ถึงขั้นอยากเอาซ้ำหลายครั้งอย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย
“อื้อ อ๊า พี่อินแรงไปแล้วค่ะ ยี่หวาเจ็บ” มือเล็กจิกเล็บบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความเสียว
“เจ็บหรือเสียวเอาดี ๆ” ยกยิ้มมุมปากด้วยความเจ้าเล่ห์
“ไม่รู้ค่ะ” หันหน้าไปทางอื่น เธออายจนไม่กล้ามองหน้าคมคายซึ่งเขากำลังจ้องมาด้วยแววตาหวานเยิ้ม
“เดี๋ยวฉันจะทำให้เธอรู้เอง” พูดจบ เขาซอยสะโพกสอบถี่รัวซึ่งทั่วทั้งห้องมีแต่เสียงร้องครางของสองหนุ่มสาวดังปนเสียงเนื้อกระทบกัน
บทสวาทดำเนินตลอดชั่วค่ำคืน แม้จะจบลงหลายครั้งแต่ไม่มีครั้งไหนจะทำให้อินทัชอิ่มหนำสักที กระทั่งเวลาล่วงไปถึงตีสามเขาจึงปล่อยร่างบอบบางเป็นอิสระ
เสียงคลื่นกระทบชายฝั่งทำหวานยี่หวารู้สึกผ่อนคลายยิ่งนัก ตั้งแต่วันนั้นที่เธอและเขาปรับความเข้าใจกัน ซึ่งผ่านมาแล้วสองเดือน เขาคอยดูแลเธอเป็นอย่างดีและยังจดทะเบียนสมรสกับเธอ แต่ยังไม่จัดงานแต่งเพราะเธออยากคลอดลูกก่อนเรื่องราวมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตล้วนเป็นความทรงจำสำหรับหวานยี่หวา ทุกคนที่คฤหาสน์ของอินทัชเมื่อรู้ว่าเธอคือเจ้านายคนใหม่ต่างก็ให้ความเคารพและขอโทษกับการกระทำที่ผ่านมา ซึ่งเธอไม่ได้โกรธและเข้าใจว่าส่วนหนึ่งมาจากอินทัชและที่หวานยี่หวารู้สึกยินดีมากที่สุดคือเมษากับธาวินแต่งงานกันแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่าน งานแต่งของคนทั้งคู่เป็นงานเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและโรแมนติกจนเธอแอบอิจฉาส่วนเพื่อน ๆ ของเธอต่างก็แสดงความยินดีเมื่อเธอกับอินทัชสมหวังตามปรารถนา เธอนึกขอบคุณเพื่อนเหลือเกินคอยอยู่เคียงข้างกันตลอดมาในทุกช่วงเวลา แต่ที่ทำให้มีความสุขมากกว่าสิ่งใดคือลูกน้อยที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตเธอและเขา“มาอยู่ตรงนี้เอง พี่ตามหาแทบแย่” อินทัชย่างกรายเข้ามาโอบกอดภรรยาสาวสุดสวย แค่ห่างกันไม่กี่นาทีเขาคิดถึงจนจะแย่อยู่แล้ว“ใครใช้ให้พี่อินทิ้งยี่หวาล่ะคะ มัวแต่ทำอาหารนั่นแหละ ยี่หวาก็เลย
ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอเริ่มต้นไม่ค่อยดีมากนัก ทว่าหลังจากนี้เขาจะดูแลเธอและลูกให้ดีที่สุดให้สาสมกับความรักที่เธอมอบให้“พี่อินโกรธหรือเปล่าคะ ยี่หวาท้อง” ใบหน้าสวยมองคนตัวโตด้วยแววตาเศร้าสร้อย เธอเอื้อมมือสัมผัสหน้าท้อง“พี่ไม่โกรธ พี่ดีใจมากเลยรู้ไหม” อินทัชยกมือหนาไปแตะหน้าท้องหวานยี่หวาพลางประสานตากับเธอ “ลูกของเรา ขอบคุณสำหรับของขวัญที่ดีที่สุด” โน้มหน้าจูบแก้มนุ่มเบา ๆ แล้วผละออก“ฮือ ๆ พี่อินทำไมอ่อนโยนแบบนี้ ยี่หวาตั้งตัวไม่ทัน”“ขี้แยจังเลย” เพราะฮอร์โมนคนท้องสินะเธอถึงได้เป็นแบบนี้ อินทัชส่ายหน้าไปมาแบบยิ้ม ๆ มองคนตัวเล็กอย่างเอ็นดู ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเธอจะทำให้เขาตกหลุมรักแบบโงหัวไม่ขึ้น“ไปอาบน้ำกันเถอะ ยี่หวาจะได้นอนพักผ่อน”“ค่ะ” หวานยี่หวายอมให้คนตัวโตอุ้มในท่าเจ้าสาวและตรงไปยังห้องน้ำ ทั้งสองคนช่วยกันอาบน้ำด้วยกัน ซึ่งอินทัชคอยดูแลว่าที่คุณแม่เป็นอย่างดี ทั้งช่วยชโลมครีมอาบน้ำและขัดขี้ไคลหลังจากชำระร่างกายเรียบร้อย เขาก็อุ้มคนตัวเล็กไปวางบนเตียงอย่างทะนุถนอมดั่งเจ้าหญิงก่อนหาเสื้อผ้ามาสวมใส่ให้เธอ ส่วนเขาก็ใส่ชุดคลุมอาบน้ำเนื่องจากเสื้อผ้าอยู่บนรถ เขาไม่อยากเดินออ
กลิ่นอาหารลอยโชนกระทบโดนจมูกโด่งของหวานยี่หวา ดวงตากลมโตปรือตาขึ้นชักช้าก่อนกวาดสายตามองรอบห้องนอน เสียงที่ดังมาจากห้องครัวราวกับคนกำลังทำอาหารทำให้เธอยันกายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก้าวเท้าเล็กแตะสู่พื้นห้องและตรงไปยังต้นเสียงภาพเบื้องหน้าคือร่างสูงใหญ่ของอินทัชกำลังปรุงอาหารหน้าเตาแก๊สอย่างขะมักเขม้น เธอไม่เคยล่วงรู้มาก่อนเขาทำอาหารได้ รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้าอย่างไม่รู้ตัว“พี่อินคะ”“ครับ” อินทัชเอี้ยวคอมองคนตัวเล็กก่อนปิดเตาแก๊สและย่างเท้าไปหา“ตื่นแล้วเหรอ หิวไหมครับ” ถามเสียงอ่อนโยน มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยเส้นผมปรกหน้าหวานไปทัดหู“หิวค่ะ” พยักหน้าเล็กน้อย“พี่ทำอาหารเสร็จพอดี ไปกันเถอะ” เขาจูงข้อมือเล็กให้เดินตามหลังก่อนประคองเธอให้นั่งลงบนเก้าอี้“เดี๋ยวพี่มานะครับ เหลืออาหารจานสุดท้ายในกระทะขอพี่ตักก่อนแป๊บหนึ่ง”“ค่ะ” เธอมองแผ่นหลังกว้างอย่างมีความสุข เขาในตอนนี้น่ารักมากจนอยากเก็บเวลาเหล่านี้ไว้นาน ๆ“มาแล้วครับ” เขาวางไก่ผัดขิงเมนูโปรดของหวานยี่หวาบนโต๊ะ ก่อนนั่งลงตรงข้ามคนตัวเล็ก เธอมองอาหารบนโต๊ะพลางปรายตามองหน้าหล่อเหลาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไม่ได้บึ้งตึงเหมือนเมื่อช่วงกลางวัน“พี
อินทัชตามหาหวานยี่หวาทั่วโรงพยาบาล กระทั่งมาเจอเธอบริเวณสวนสาธารณะซึ่งคนตัวเล็กนั่งตรงมานั่งสีขาวตัวยาวริมแม่น้ำ เท้าใหญ่ก้าวไปหาด้วยความไวแต่ไม่ทันเขาจะเดินไปนั่งข้าง ๆ เสียงหวานเอ่ยขึ้นตัดพ้อเสียก่อน“ยี่หวาต้องทำยังไงดีถึงจะลืมพี่อินได้สักที ยี่หวาไม่อยากรักพี่อินแล้ว ยี่หวาเจ็บ” ยามนี้ที่ไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่าน เธอจึงไม่อายจะปล่อยโฮออกมามือเรียวเอื้อมขึ้นมาลูบหน้าท้องแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความรักเปี่ยมล้ม ส่งถึงทารกน้อยในครรภ์ เธอแหงนหน้ามองเบื้องหน้าพลางคิดถึงคำพูดที่อินทัชบอกรักตนเองตอนอยู่ห้องพักฟื้น อยากรู้เหลือเกินมันจะเท็จจริงมากน้อยเพียงใด“ยี่หวา” อินทัชตัดสินใจไปนั่งข้างคนตัวเล็ก หวานยี่หวาแทบเช็ดน้ำตาไม่ทันจู่ ๆ เขาโผล่มาตอนไหนและได้ยินอะไรบ้าง“พี่อินมีอะไรเหรอคะ” ฝืนส่งยิ้มแก่คนตัวโต“พี่อยากคุยเรื่องของเรา”“เรื่องของเราเหรอคะ” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นด้วยความสงสัย เรื่องที่เขาหมายถึงคืออะไรกันแน่ ระหว่างเธอกับเขาก็เคลียร์ใจไปแล้วไม่มีอะไรติดค้าง เขาไม่ได้รักเธอก็เข้าใจแต่ตอนนี้ขอเวลาทำใจหน่อย สักวันจะสามารถกลับไปเป็นน้องสาวของเขาเหมือนเดิม นัยน์ตาคมกริบปรายตามองมือเรียว
เสียงโอ้กอ้ากดังมาจากห้องน้ำปลุกคนตัวเล็กจากการหลับใหล หวานยี่หวาลุกขึ้นหันมองรอบกายและพบว่าที่นี่คือบ้านไม่ใช่โรงพยาบาลอ้วก อ้วก แหวะ “พี่อินเป็นอะไรหรือเปล่า” หวานยี่หวาเข้าไปในห้องน้ำและต้องตกใจกับสภาพของคนตัวโตกำลังโก่งคออาเจียนตรงหน้าอ่าง มือเล็กลูบแผ่นหลังกว้างด้วยความอ่อนโยน กระทั่งอินทัชเริ่มดีขึ้นเขาจึงหมุนตัวมาประชันหน้าคนตัวเล็ก“ออกไปพักข้างนอกหน่อยนะคะ” เธอช่วยประคองคนตัวโตที่มีหน้าตาอิดโรยไปนั่งยังโซฟากลางบ้าน“พี่ปวดหัวยี่หวา” ได้ทีอินทัชจึงอ้อนคนตัวเล็ก เขาเอนศีรษะไปซบไหล่บอบบางราวกับเด็กน้อย ทำเสียงออดอ้อนเธอหวังให้เห็นใจกันก่อนกุมมือเรียว“พี่อินเป็นอะไรเหรอคะ” ชำเลืองมองหน้าคมคาย เธอเห็นว่าเขาไม่ได้แสร้งทำเลยใจอ่อนยอมให้เขาซบไหล่“พี่แพ้ท้อง” ขณะพูดเหลือบมองหน้าหวานเพื่อสังเกตท่าทีคนตัวเล็ก ซึ่งเมื่อเธอได้ยินดังนั้นเผลอยกมือขึ้นสัมผัสหน้าท้อง‘พี่อินแพ้ท้องแทนยี่หวาเหรอ’ เธอทำได้แค่พูดในใจ โดยไม่รู้ตัวสักนิดขณะนี้สายตาคมกริบจ้องมองพฤติกรรมของเธออยู่ตลอดเวลา“ยี่หวา”“คะ” ช้อนตามองคนตัวโตที่จับไหล่มนทั้งสองข้างให้หันมาประชันหน้ากัน“ยี่หวาเกลียดพี่มากใช่ไหมครับ”“ไ
“ฮือ ๆ ไปให้พ้นหน้าฉันเลยไอ้คนเห็นแก่ตัว ฉันเกลียดคุณ” เมษาเขวี้ยงหมอนอินใส่ร่างสูงใหญ่คนตรงหน้าหนัก ๆ ก่อนจะคว้าแจกันดอกไม้บนโต๊ะขึ้นมา เท้าเล็กค่อย ๆ ถอยห่างธาวินด้วยความหวาดกลัว“ที่รัก วางแจกันลงก่อนนะครับ เรามาคุยกันดี ๆ เถอะนะครับ” ธาวินพยายามเกลี้ยกล่อมแม่ของลูก“ไม่! ไปให้พ้น” ตะเบ็งเสียงใส่คนตรงหน้า“พี่เมษา” หวานยี่หวาแกมวิ่งไปหาพี่สาว เธอกวาดสายตามองรอบห้องซึ่งข้าวของกระจัดกระจาย“น้องยี่หวา ช่วยไล่ผู้ชายคนนั้นหน่อย พี่ไม่อยากคุยกับเขา พี่ไม่อยากเห็นหน้า” เมษาหันไปขอความช่วยเหลือจากน้องสาว“ได้ค่ะพี่เมษา แต่พี่เมษาต้องใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ วางแจกันลงก่อนเถอะ” หวานยี่หวาหยิบแจกันจากมือพี่สาววางลงบนโต๊ะ แล้วประคองเมษาไปนั่งเพราะสภาพของพี่สาวย่ำแย่ ใบหน้างามเปื้อนน้ำตา“ไม่ร้องแล้วนะคะ เดี๋ยวน้องช่วยเช็ดน้ำตา” มือเรียวหยิบทิชชูช่วยซับน้ำตาให้พี่สาวด้วยความอ่อนโยน“พี่ไม่อยากเห็นหน้าเขา น้องยี่หวา” เมษากุมมือนิ่มของหวานยี่หวาแน่น“พี่วินกลับไปก่อนได้ไหม ยี่หวาไม่อยากให้พี่เมษาโมโหไปมากกว่านี้”“แต่พี่อยากคุยกับเมษา”“ขอร้องละ”“เกิดอะไรขึ้นไอ้วิน” อินทัชเข้ามาทีหลัง เขาเห็นสภาพบ้าน
“ขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับคนสวย” เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้น สองสาวกำลังพูดคุยกันอย่างออกรสหยุดชะงักและหันไปมองชายแปลกหน้าพร้อมกัน“ใครเหรอคะ เรารู้จักกันด้วยเหรอ” ลูกหว้าถามขึ้น“เราไม่รู้จักกันหรอกแต่อยากทำความรู้จัก”“ขอโทษค่ะ แต่พวกเราไม่อยากรู้จัก ไม่ต้องสนใจหรอก” ท้ายประโยคลูกหว้ากระซิบบอกอันดาแล้
“ตัวเล็กสบายดีไหม” ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ศีรษะคนตัวเล็กด้วยความเอ็นดู“ยี่หวาโตแล้วนะคะพี่อิน เลิกเรียกตัวเล็กสักทีเถอะ” เด็กน้อยวัยสิบขวบทำหน้ามุ่ยใส่คนตรงหน้าด้วยความไม่พอใจพลางยกแขนเล็กทั้งสองข้างกอดอกและจ้องเขม็งอินทัช “ในสายตาพี่ ยี่หวายังเด็กเสมอ” ส่งยิ้มหวานแก่คนตัวเล็ก “ยี่หวาชอบพี่อิน” “งั้นเ
น้ำตาไหลรินข้างแก้มนุ่ม หวานยี่หวาพยายามบังคับเสียงร้องสะอึกสะอื้นให้เบาที่สุดเพราะกลัวคนข้างกายจะตื่นขึ้นมาได้ยิน บทรักเมื่อคืนที่ผ่านมาใช่ว่าเธอจะไม่มีความสุขแต่รู้สึกผิดต่อพี่สาวมากกว่าการตกเป็นของเขาเธอไม่เคยนึกเสียใจเลยสักครั้ง เพราะชายหนุ่มคือรักแรกของตนเองและจะเป็นคนเดียวที่อยู่ในใจตลอดไป แ
“นี่คะ” หวานยี่หวานำเครื่องดื่มที่ลูกค้าสั่งวางไว้บนโต๊ะของชายกลุ่มหนึ่ง งานที่คมกริชให้ทำคือพนักงานเสิร์ฟซึ่งเธอไม่ได้ติดใจอะไรทั้งสิ้นเพราะไม่ได้ยากเกินความสามารถ“เพิ่งมาทำงานใหม่เหรอ พี่ไม่เคยเห็นหน้าน้องมาก่อน” ชายคนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้นพร้อมกวาดสายตามองหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจรดเท้ายังคงสวมใส่ชุดนั







