Mag-log in“อย่างอื่น?”
“หึ หมายถึงพวกวอดก้าน่ะ หรือว่าคุณคิดเป็นอีกแบบ?” เขาพูดพรางทำหน้ายียวนเหมือนตั้งใจกวนประสาทกัน ไม่พอยังโน้มหน้าลงมาจนลมหายร้อนรดเข้าไปพวงแก้มนุ่ม ชวนเอาเธอร้อนรุ่มไปด้วย ไม่ได้นะยัยฟ้า จะมารู้สึกเพียงเพราะความใกล้ชิดแค่นี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน “ไม่แล้วค่ะ ฉันจะกลับเข้าไปหาเพื่อนแล้ว ป่านนี้เพื่อนคงจะตามหาฉันแล้ว” ข้ออ้างเฉยๆนั่นแหละ พอเธอพูดเสร็จก็ทำท่าจะปรีดตัวออกจากเขาที่แทบจะต้อนเธอจนมุมกับเสาด้านหลัง แต่ร่างเล็กยังไม่ทันจะก้าวพ้นเขา ก็ถูกมือหนาทาบทับลงคํ้ายันกับเสาด้านหลังเพื่อล็อคร่างเธอเอาไว้ไม่ปล่อยให้เธอได้หนีไปไหน อะไรของเขาเนี่ย… “แน่ใจเหรอว่าเพื่อนตามหาน่ะ เท่าที่ผมเห็น เหมือนว่าเพื่อนคุณจะไม่อยากให้คุณกลับไปที่โต๊ะมากกว่านะ” มุมปากหยักเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ ยังคงนิสัยเอาแต่ใจไม่เปลี่ยนสินะ แต่ก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้โกหกนั่นแหละ เพราะเธอเองก็รู้จักยัยเพียงดาวดี ยัยเพื่อนตัวดีป่านนี้คงจะกำลังมีความสุขอยู่กับหนุ่มหล่ออย่างคุณฟาบิโอหรือไม่ก็คงไปควบหนุ่มที่ไหนสักคน “ผมอยากชวนคุณไปลองวอดก้าด้วยกันจริงๆนะครับ” เขายังคงเชิญชวนเธอไม่หยุด ใบหน้าหล่อโน้มเข้ามาจนเราสองคนสบตากันในระยะประชิด พอได้มองเขาไกล้ๆแบบนี้อีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้เจอกันสามปี เขาก็ยังคงหล่อดูดีไม่เปลี่ยนเลยสักนิด… เธอไม่เคยนึกสงสัยตัวเองในอดีตเลยว่าตกหลุมรักเขาไปได้ยังไง ถ้าตัดเรื่องนิสัยเลวทรามนั่นออกไปน่ะนะ พอคิดถึงเรื่องน่าเจ็บใจนั่น จากที่ยืนนิ่งอยู่ในพันธนาการของเขา มือเล็กก็เริ่มดันอกแกร่งออกจากตัวเอง แต่ดูเหมือนนั่นจะกลายเป็นการทำให้เขาลวนลามเธอได้มากกว่าเดิมเสียอย่างนั้น เมื่อมือหนาทาบทับลงบนแผ่นหลังมือของเธอพลันกดแรงไม่ให้เธอได้ผละมือออกจากแผงอกลํ่าๆของเขา ก็ยังคงร้ายกาจไม่เปลี่ยน! “ปล่อยค่ะ” เธอเริ่มแยกเขี้ยวใส่เขาอย่างไม่พอใจ แต่ใครจะรู้ว่าแทนที่จะน่ากลัว กลับกลายเป็นว่าน่ารักในสายตาเขาเสียอย่างนั้น เขาหัวเราะขำหึๆในลำคออย่างชอบใจ ก่อนจะยิ่งโน้มหน้าเข้าใกล้จนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับพวงแก้มนวลเชิญให้ขนลุกซู่ไปหมด “น…นี่คุณ” “ไม่สนจริงเหรอ ห้องผมมีครบนะ ขอแค่คุณต้องการ” เขาพึมพำอยู่ตรงพวงแก้มนุ่มของเธอเสียงพร่า จะเอาแต่ชักชวนกันไม่หยุดจริงๆหรือยังไงกัน นี่เขาต้องหน้าด้านขนาดไหน ถึงได้มาทำตัวแบบนี้กับแฟนเก่าที่ตัวเองเป็นคนทรยศหักหลังน่ะ… น่ารังเกียจที่สุด! “ฉันไม่สนใจค่ะ ปล่อยด้วย” เธอตอบเขาเสียงแข็ง แม้จะรู้ว่ามันไม่เป็นผลก็เถอะ เธอรู้จักเขาดี คนอย่างฟรานเชสโก้ อยากได้อะไรก็ต้องได้ นั่นคือนิสัยเอาแต่ใจของเขา แต่ฝันไปเถอะว่าคราวนี้เขาจะได้ดั่งใจน่ะ อย่างน้อยมันต้องไม่ใช่กับเธอ “ว้า แย่จังเลยนะครับ เพราะถ้าหากผมต้องการแล้วล่ะก็ แน่นอนว่าผมไม่เคยปล่อยให้เหยื่อหลุดมือ” เขาเอ่ยอย่างหน้าตาย แววตาคมกริบจ้องเธอราวกับจะจับเธอกินให้ได้ เหยื่ออย่างนั้นหรอ? ท้ายที่สุดยังไงเธอก็เป็นได้แค่นั้นในสายตาเขาสินะ เกลียดที่สุด… “หึ งั้นก็ต้องโทษทีค่ะ เพราะฉันจะไม่ตกเป็นเหยื่อของใคร โดยเฉพาะคนอย่างคุณ!” เธอช้อนสายตามองเขาอย่างขุ่นเคือง แล้วดูเหมือนคำพูดเธอจะเข้าไปขยี้ต่อมความอดทนของเขาได้ดีเลยทีเดียว “คนอย่างผม? คนอย่างผมนี่มันยังไง” ก็คนชาติชั่ว สารเลวไงล่ะ! เธออยากจะตะโกนดังๆใส่หน้าเขาไปให้มันจบๆ แต่ปากทรยศนี่กลับหนักอึ้งพูดไม่ออกนี่สิ ได้แต่ขืนมือตัวเองพยายามจะดึงออกจากพันธนาการที่กอบกุมมือเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “นี่คุณแกล้งโง่อยู่หรือยังไงกัน หรือว่าสมองเสื่อม?” ทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอเผลอสถบใส่อารมณ์ด่าเขาไปเต็มๆ จนคนฟังขบกรามแน่น มือหนาที่กอบกุมมือเธออยู่ เปลี่ยนมารวบท้ายทอยเธอเข้าแนบริมฝีปากตัวเองอย่างไม่ทันตั้งตัว “อื้มม!!” เขาฉกริมฝีปากยัดเยียดจูบให้เธอหนักๆไม่ปล่อยให้เธอได้มีแม้แต่โอกาสขัดขืน มือหนาของเขาล็อคท้ายทอยเธอไว้แน่น แม้ฝ่ามือเล็กจะพยายามดันอกแกร่งออกห่าง ทว่าแรงน้อยนิดที่เธอมีมันกลับต่อต้านเขาไม่ได้เลยด้วยซํ้า เรียวปากเล็กถูกเขาบดขยี้ลงมาแรงๆราวกับโหยหากันมานาน ทั้งที่เขาเองเป็นคนทรยศเธอแท้ๆ แต่วันนี้กลับมาโขมยจูบจากเธอหน้าด้านๆเนี่ยนะ “อื้มมม!” เสียงเล็กประท้วงอู้อี้ในลำคอ แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะยิ่งเธอขัดขืน เขาก็ยิ่งกดจูบเธอรุนแรงราวกับจะกลืนกินเธอลงไปด้วยทั้งตัว ไม่พอแค่นั้น เขายังตั้งใจกัดกริบปากล่างเธอเบาๆเป็นการบังคับให้เธอเผยปากออก แล้วเขาก็ทำมันสำเร็จ ลิ้นสากดันเข้ารุกลํ้าทั่วโพรงปากนุ่มจนเกิดเสียงแลกนํ้าลายกัน รสชาตินํ้าสีอำพันที่ต่างกระดกดื่มเข้าไปเมื่อครู่ยังคงติดอยู่ปลายลิ้น ยิ่งเพิ่มความร้อนรุ่มดุเดือดให้กับรสจูบเป็นเท่าตัว เขาครอบครองจูบเธออยู่แบบนั้นนานนับนาทีจนเธอเองเผลอไผลไปกับรสชาติแสนเร่าร้อนที่เขามอบให้ ไม่สิ เธอควรจะเกลียด… ควรจะขัดขืนเขาให้ถึงที่สุดสิ! เกร๊ก… เสียงกระบอกปืนที่ถูกยกขึ้นมาจี้กลางอกแกร่งดังเกร๊ก พร้อมกับนิ้วเรียวที่พร้อมลั่นไกลปืน เขาดูเหมือนจะชะงักไปเล็กน้อย แต่มันก็แค่เล็กน้อยจนเธอแทบไม่ทันได้สัมผัส ก่อนมือหนาที่ทาบทับอยู่บนเสาด้านหลังจะเปลี่ยนมาจับกุมมือเธอที่จับปืนไว้แน่น แล้วที่น่าโมโหยิ่งกว่านั้นคือ เขาไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลยสักนิด กลับกันยังกดจูบเธออยู่อย่างนั้นราวกับว่าจะต้องแลกกับกระสุนนัดนี้เพื่อได้จูบเธอก็ยอม จ๊วบ! เสียงถอดถอนจูบดังออกมาเมื่อเขายอมผละริมฝีปากหนาออกจากกริบปากนุ่มของเธอ ตามมากับเสียงหอบหายใจเบาๆจากเธอ ใบหน้านวลแดงปรั่ง ไม่รู้เพราะความร้อนรุ่มที่กำลังลุกแล่นอยู่ทั่วร่างกาย หรือเพราะความโมโหโกรธเขากันแน่ “จับปืนต้องจับให้มั่นสิ มือสั่นแบบนี้จะไปขู่ศัตรูที่ไหนได้หืม”“เดี๋ยวน่าไปหยิบของก่อนนะคะ เราจะได้ไปกันเลย” เธอหันไปบอกสามีที่เล่นกับลูกสาวอยู่ด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินไปหยิบของที่เตรียมเอาไว้ โดยมีเสียงของเจ้าตัวเล็กดังคิกคักมาตามหลังอย่างนึกสนุกสนาน เพราะรู้ว่ากำลังจะได้ไปเล่นบ้านคุณอาฟ้า “ไป~” “นางฟ้าตัวน้อยของป่ะป๊าดีใจมั้ยครับ จะได้ไปเล่นกับอาฟ้า กับน้องเอฟเรน” “น้อนเอฟเรน~ ฟีอาคิดถึงน้อน” เจ้าเด็กน้อยบอกพ่อตาแป๋ว สร้างความเอ็นดูให้กับคุณพ่อจนต้องก้มหน้าฟัดลูกหนักๆ ไปสองสามที อยู่กับป่ะป๊าแล้วน้องแก้มชํ้าตลอดเลย “หยุดฟัดลูกได้แล้ว ไปกันค่ะเดี๋ยวน้องเอฟเรนรอนานน้า” เอฟเรนคือลูกชายของฟรานเชสโก้กับฟ้าลันดา ซึ่งน้องเกิดช้ากว่าน้องฟีอาแค่สามสัปดาห์ “เย้~ ไปหาน้อนเอฟเรนจ้า” เธอได้แต่ส่ายหน้าไปมาให้กับความช่างพูดของลูกสาว @คฤหาสน์ลีโอเน่ “หมูกระทะจะหมดหม้อแล้วแต่ไอ้คนติดเมียมันยังไม่มา” ฟาบิโอยัดเนื้อย่างเข้าปากพรางบ่นไป คนยิ่งไม่ค่อยถูกขี้หน้ากับไอ้ฟรานเชสโก้มันเท่าไหร่ แต่ไอ้เพื่อนตัวดีที่บอกให้เขามารอที่นี่เพราะตัวเองมาถึงครึ่งทางแล้ว แต่ตอนนี้ครึ่งทางของมันไม่รู้หมายถึงครึ่งทางขึ้นสวรรค์กับเมีย หรือทางมาที่นี่กันแน่ “หึ ทำไม? มึ
“ที่รัก… ครบห้าสิบแล้วครับ ทำไมไม่นับให้พี่หืม?” ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก เมื่อเขาดันตัวลุกขึ้นเดินมาโน้มหน้าลงใกล้ๆ เธอ นี่เธอเผลอจ้องเขาจนสติเลื่อนลอยไปหลายนาที จนเขาวิดพื้นห้าสิบรอบเสร็จแล้ว อย่างนั้นเหรอ? แถมตอนนี้… ใบหน้าหล่อๆ นั่นที่ชุ่มเหงื่อ ลงมาจนถึงช่วงอก ยาวไปถึงหน้าท้องลอนๆ ที่กำลังเปียกชุ่มนั้น กำลังดึงสายตาของเธอให้เผลอจับจ้องอีกครั้ง จนได้ยินเสียงหัวเราะหึ จากคนตรงหน้าดังขึ้นมาเรียกสติอีกครั้ง บ้าไปแล้ว! “หึ ลงโทษพี่จนพอใจหรือยังครับเด็กดี ถ้ายังไม่พอใจ มาขี่หลังพี่แล้วให้พี่วิดพื้นไปด้วยก็ได้นะครับ” เขายื่นหน้าเข้ามากระซิบใกล้ๆ จนเธอต้องรีบดันแผงอกแกร่งออกห่าง “ม…ไม่ต้องแล้ว พอใจแล้ว” ใบหน้าสวยรีบเบือนหนี ไม่รู้ว่าเธอทำเพื่อลงโทษเขา หรือกลับกลายเป็นแกล้งตัวเองอยู่กันแน่ เพราะคนที่เสียเปรียบ คือเธอชัดๆ “แน่ใจเหรอครับเด็กดี ว่าพอใจแล้วจริงๆ หื้ม?” ใบหน้าหล่อโน้มลงกระซิบข้างหูเธอเสียงแผ่วอย่างอ่อยๆ ทำเอาร่างเล็กขนลุกซู่ ฟันคมกัดปากตัวเองแน่น เมื่อเขาจับมือเธอไปทาบลงบนหน้าท้องแกร่งแล้วลูบไล้ไปมาอย่างจงใจ เพราะรู้ว่าเธอชอบส่วนไหนมากที่สุดบนร่างกายเขา… “อื้มม ซี
5 เดือนผ่านไป… ตอนนี้เราได้ย้ายเข้ามาอยู่ในเรือนหอแล้ว ความสัมพันธ์ของเราสองคนยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความรักของสามีที่เพิ่มขึ้นทุกวัน วันแรกเขาบอกจะดูแลเธอยังไง วันนี้เขาก็ยังเสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยน แต่ที่เปลี่ยนไป คงจะเป็นอารมณ์คนท้องของเธอเสียมากกว่า ตอนนี้ท้องเธอนูนขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก อีกไม่ถึงสองเดือนก็จะกำหนดคลอดแล้ว อ้อ อีกอย่างเรายังไม่รู้ว่าเจ้าตัวน้อยคือเพศอะไร เพราะเฮียครามบอกว่าอยากรอลุ้นตอนคลอดมากกว่า แล้วทุกคนก็เห็นด้วย จึงไม่ได้ตรวจเพศลูก แต่ตอนนี้เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน เพราะเธอกำลังนั่งรอสามีที่เดินออกไปคุยงานกับลูกน้องอยู่ระเบียงห้อง กลับเข้ามาแล้วเจอกันแน่ เธอมีเรื่องต้องสะสางกับเขา “ที่รัก พี่คุยงานเสร็จแล้วครับ ที่รักแต่งตัวเสร็จหรือยัง จะได้ไปทานข้าวเย็นกัน” เสียงทุ้มนุ่มของฟ้าครามดังขึ้น ในขณะที่ร่างสูงก้าวเดินกลับเข้ามาในห้องหลังคุยงานเสร็จ แต่สายตาของร่างเล็กที่นั่งอยู่บนเตียง ซึ่งกำลังจับจ้องมาทางเขานั้นกลับดูผิดปกติ จนเขาต้องรีบเดินปรี่เข้ามาหาเธอ “หยุดนะ ห้ามนั่งข้างๆ ห้ามจับมือด้วย” เธอรีบยกมือขึ้นกอดอก เชิ่ดหน้าสั่งเขาด้วยใบหน้าบึ้งตึ
ฟอด! เขายื่นหน้าไปหอมแก้มเธอแรงๆ หนึ่งฟอด ก่อนจะพาเธอเดินไปดูโซนอื่นๆ ของบ้าน รวมไปถึงชั้นบนที่มีถึงห้าชั้น วางแผนเอาไว้ว่าในอนาคต หากลูกๆ โตขึ้น จะแบ่งกันคนละชั้นไปเลย “มีห้องเปียโนด้วยเหรอคะ” ร่างเล็กรีบเดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ เธอรีบเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้เปียโนขนาดใหญ่วางเอาไว้กลางห้องด้วยความตื่นเต้น วิวข้างๆ สามารถมองเห็นผ่านกระจกกั้นทั้งด้าน ส่วนรอบๆ ห้องยังมีเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆ วางเรียงกันเอาไว้ “หึ ชอบมั้ยครับ พี่ตั้งใจทำห้องนี้ไว้เพื่อครอบครัวของเรา เผื่อในอนาคต ลูกๆ ชอบสายดนตรี” ร่างสูงตามเข้ามา โน้มตัวกดฝังจมูกโด่งลงบนพวงแก้มนุ่มอีกครั้งด้วยความรักไคร่ ในขณะที่คนน้องยิ้มแป้นอย่างมีความสุขให้เขา ก่อนพี่จะหย่อนก้นนั่งลงข้างๆ เธอ เลื่อนมือขึ้นไปวางนิ้วลงประจำตำแหน่งของคีย์บอร์ด เสียงเพลงเริ่มบรรเลงขึ้นเบาๆ โดยมีร่างเล็กข้างกายนั่งมองทุกการกระทำของเขาไปด้วยความใส่ใจ “พี่ครามเล่นเปียโนเป็นด้วยเหรอคะ” เธอถามเขา เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่าคนที่วันๆ มีแต่งานธุรกิจแบบเขา จะเล่นดนตรีเป็น “แม่พี่เป็นอดีตนักเปียโน ก่อนที่จะมาเจอกับพ่อ” ท่านไม่ใช่แค่เล่นเปียโนเป็น แต่เล่นได้แทบ
“จ…จริงเหรอพ่อหนุ่ม ขอบคุณมากนะครับ ขอบคุณมาก” คุณตานํ้าตาคลอ มือไม้สั่นไปหมด ก่อนจะรีบจัดการจัดผลไม้ที่หั่นไว้เป็นชิ้นๆ แยกกันไว้เป็นช่องๆ จัดใส่กล่องให้โดยนํ้าตาคลอเบ้า ผลไม้ของตาไม่ได้มีมากมายอะไร แต่ดูจากสีหน้าเหนื่อยๆ ของตาแล้ว เหมือนจะขายไม่ได้เลย พอคุณตาจัดการทั้งหมดใส่กล่องเสร็จ ร่างเล็กจึงหันไปมองหน้าคนสูงกว่า เหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง ทว่าเธอเลือกที่จะไม่พูด ก่อนจะก้มกลับมาล้วงเอากระเป๋าตังเล็กๆ ที่ใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายของตัวเองออกมา คนพี่ที่เห็นแบบนั้นก็รู้ทัน จึงรีบควักเงินสดจากกระเป๋าตัวเองยื่นไปให้คุณตาสามพันดอลล่าร์ฮ่องกง เงินไทยราวๆ สองหมื่อนกว่า ซึ่งคุณตาที่เห็นแบบนั้นก็นํ้าตาไหลทันที เหมือนความเหนื่อยที่พยายามมาทั้งชีวิต ได้ถูกมองเห็นจากคนแปลกหน้าคนหนึ่ง ราวกับว่าพระเจ้าได้มาโปรดตัวเองสักที ส่วนเธอเองก็หันไปมองหน้าสามีด้วยแววตาซาบซึ้ง ซึ่งเขาก็มองกลับมา ก่อนจะโน้มหน้าลงมากระซิบข้างหูเธอเสียงแผ่ว “เก็บตังไว้กินขนมนะครับเด็กดี ของพวกนี้เดี๋ยวพี่เปย์เอง” นํ้าเสียงของเขาติดกวนๆ จนเธอนึกหมั่นไส้ขึ้นมา จากที่กำลังซาบซึ้งใจอยู่ดีๆ ไม่รู้ไปติดนิสัยนี้จากฟรานเชสโก้มาตั้งแ
@วันรุ่งขึ้น แอวะ… แค่กๆ ร่างเล็กที่นอนหลับสบายอยู่บนเตียงค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา เมื่อได้ยินเสียงดังออกมาจากห้องนํ้า เธอยกมือขึ้นขยี้ตาเบาๆ แล้วก้าวลงจากเตียงรีบลงไปดูคนที่นั่งอาเจียนอยู่ในห้องนํ้าทันที “พี่คราม เป็นอะไรคะ” ร่างเล็กรีบเดินเข้าไปลูบแผ่นหลังกว้างของคนที่นั่งกอดชักโครกอยู่บนพื้น สีหน้าของเขาซีดเผือกราวกับไม่สบายทั้งที่เมื่อคืนก็ยังดีๆ อยู่เลย “อื้อ น่า…” “น่าไปหยิบนํ้ามาให้นะคะ” เธอรีบเดินไปหยิบแก้วแล้วเปิดก๊อกนํ้าใส่ เดินถือไปยื่นให้กับเขาทันที ร่างสูงจึงจัดการบ้วนปาก พอเขาจะลุก เธอจึงเข้าไปช่วยประคองด้วยความเป็นห่วง เพราะเขาดูซีดและอ่อนแรงมาก “ไปนั่งก่อนนะคะ” พอมาถึงที่เตียงร่างสูงก็ดันตัวเธอนอนราบลง ก่อนตัวเขาจะนอนลงข้างๆ พร้อมเอาหน้าซุกซอกคอขาว สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ชวนให้ผ่อนคลายขึ้น “พี่เวียนหัวจังครับ” นํ้าเสียงของเขาแผ่วเบาแต่ก็ออดอ้อน จมูกโด่งซุกไซร้อยู่ตรงซอกคอหอมกรุ่น มือหนากอดรัดเธอเอาไว้แน่นราวกับกลัวจะได้ห่าง “ไปหาหมอกันมั้ยคะ น่ากลัวพี่เป็นร้ายแรง” “ไม่เอา…” นํ้าเสียงอู้อี้ตอบกลับเธออย่างเอาแต่ใจ “ถ้างั้นไปตรวจครรภ์ครั้งหน้า พ
“เรียบร้อยหมดแล้วครับนาย” “อืม” เขาเพียงขานรับลูกน้องเบาๆแล้วหลับตาลงเพื่อพักสาวตา หลายวันมานี้เขานอนไม่เคยจะหลับ เลยด้วยซํ้า ในหัววนเต็มไปด้วยเรื่องของหญิงสาวผู้เป็นที่รัก กลัวที่สุดคือป่านนี้เธอจะเกลียดเขาไปแล้วหรือเปล่านะ ส่วนมาร์โก้นั้นได้แต่นึกคิดในใจอย่างไม่เข้าใจ ว่าเจ้านายจะเอาพวงมาลั
“คุณหลบอยู่ตรงนี้นะ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาดเข้าใจมั้ยครับ ผมจะออกไปช่วยลูกน้อง” ฟรานเชสโก้กระซิบบอกคนตัวเล็กในอ้อมแขนเสียงเบาทว่าแน่วแน่ แม้จะเชื่อมั่นในฝีมือของลูกน้องตัวเองที่ถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดีว่าจะเอาพวกนักเลงนับยี่สิบพวกนั้นลงได้ แต่ด้วยความเป็นผู้นำ เขาก็ไม่สามารถนั่งอยู่เฉยๆให้ลูกน้องสู้กั
“ถึงบ้านฉันแล้ว คุณก็กลับไปได้แล้วค่ะ” “อะไรกันครับ ผมไม่ได้พูดสักหน่อยว่าส่งคุณเสร็จแล้วจะกลับ” พูดเสร็จร่างสูงก็ถือวิสาสะเปิดประตูลงรถก่อนจะเดินวนมาเปิดให้กับคนตัวเล็กที่นั่งหน้าไม่สบอารมณ์อยู่เบาะข้างคนขับ “ไม่ต้อง ฉันลงเองได้” ใบหน้าสวยเผยยิ้มประชดพร้อมเมินมือหนาที่ยื่นมาให้ตัวเอง ก่อนจะก้
@เพ้นท์เฮ้าท์ 21:37 น. “ที่รักเดี๋ยวก่อน” “คะ?” ร่างเล็กที่กำลังจะเดินเข้าไปภายในเพ้นท์เฮ้าส์หันกลับมามองร่างสูงที่เดินตามเธอมาติดๆ เมื่ออยู่ๆเขาก็ดึงรั้งแขนเล็กของเธอเอาไว้ราวกับไม่อยากให้เข้าไปด้านใน “ฟรานเล่นอะไรเนี่ย…” เสียงเล็กบ่นแผ่วเบาๆ เมื่ออยู่ๆเขาก็เอาผ้ามาพันรอบ







