LOGINทั้งสองคนนั่งดื่มกันจนได้ที่จนพวงแก้มแดงปลั่ง เนื่องจากผิวที่ขาวผ่องจนเห็นเส้นเลือดชัดเจน ก่อนเสียงทุ้มของใครอีกคนที่เดินเข้ามาทักทายจะดังขึ้นท่ามกลางเสียงดนตรีดังกระหึ่ม
“แฮ่ม… ขอร่วมวงด้วยคนได้มั้ยครับคนสวย” ร่างเพรียวสองคนบนโต๊ะเงยหน้ามอง ก็ปรากฏว่าเป็นฟาบิโอ หนุ่มหล่อที่เธอเพิ่งยืนคุยด้วยในงาน “อ้าว คุณฟามาที่นี่ได้ยังไงคะ” “ที่ไหนมีเหล้า ที่นั่นก็ย่อมมีผมนั่นแหละครับ” ฟาบิโอกล่าวขำๆ พรางถือวิสาสะนั่งลงข้างๆเธอโดยที่ไม่รอคำตอบ “มาเที่ยวกันสองคนในที่แบบนี้ ไม่กลัวจะเป็นอันตรายหรือไงกันครับ ยิ่งสวยๆอยู่ด้วย” เขาเอ่ยอย่างไม่จริงจังมากนัก สายตาเจ้าชู้นั่นก็เล่นหูเล่นตาใส่เธอไม่พักเช่นกัน จะอันตรายก็เพราะมีเขามานั่งด้วยนี่แหละ “หึ ขอบุหรี่สักม้วนสิคะ” เธอไม่ตอบคำถามเขา แต่เหลือบตาไปมองกล่องบุหรี่ที่โผล่พ้นออกมาจากกระเป๋ากางเกงของอีกคนแทน ทำเอาทั้งยัยเพียงกับคนที่ถูกขออย่างเขาถึงกับเลิ่กคิ้วมองเธออย่างไม่อยากเชื่อสายตา ก่อนเสียงหัวเราะชอบใจจากฟาบิโอจะเปร่งขึ้น “หึๆ คุณฟ้าสูบมันด้วยเหรอครับ” เขาถามก็พรางหยิบมันออกมาให้เธอ ไม่พอยังส่งไฟแช็กมาพร้อมๆกันอย่างรู้งาน “ก็แค่อยากลองอะไรใหม่ๆน่ะค่ะ อยู่กับอะไรเก่าๆมานานมันก็ต้องมีเบื่อ ใช่มั้ยล่ะคะ” เธอยิ้มบางส่งกลับไป แล้วหยิบสิ่งที่เขายื่นให้ก่อนจะลุกขึ้นพรางหันไปพูดกับเพื่อนสนิทที่นั่งทำหน้ามึน อาจจะเพราะฤทธิ์เหล้าด้วยล่ะมั้ง “เดี๋ยวกูกลับมานะยัยเพียง มึงก็นั่งดื่มไปกับคุณฟาก่อนก็แล้วกัน” เธอรู้ดีว่าเพื่อนชอบคนหล่อ นี่ไงคุณฟาบิโอก็หล่อได้เรื่องเลยทีเดียว ถือสะว่าเปิดโอกาสให้เพื่อนไปด้วยเลย กล่าวเสร็จก็ไม่รอฟังให้ยัยเพียงมันตอบ เท้าเรียวก็เดินออกไปทันที อย่างที่เธอพูดนั่นแหละ ก็แค่อยากลองอะไรใหม่ๆ พออยู่กับของเก่านานๆมันก็คงเบื่อ เหมือนผู้ชายคนนั้นไง คงจะเบื่อของเก่าอย่างเธอถึงขั้นต้องใช้วิธีสกปรกเพื่อกำจัดเธอทิ้ง แม่งเอ้ย… ทำไมต้องคิดถึงอิตานั่นอยู่เรื่อยเลยนะ เท้าเรียวเดินออกมาหยุดอยู่ด้านหลังผับที่เงียบพอสมควร ถ้าถามว่าไม่กลัวเหรอ ตอบเลยว่าไม่ เพราะเธอไม่ใช่ฟ้าลันดาเมื่อสามปีก่อน ที่จะปกป้องตัวเองไม่เป็น ตลอดเวลาที่กลับไปอยู่ฮ่องกง นอกจากเธอจะทำงานเป็นนางแบบ ก็มักจะไปเรียนทักษะต่อสู้ ทั้งป้องกันตัวและวิธีการจับอาวุธต่างๆกับเฮียครามมาตลอด บอกเลยว่าเรื่องยิงปืนคือเรื่องถนัดเลยล่ะ ร่างเล็กยืนมองท้องฟ้ายามราตรีอยู่พักใหญ่ ก่อนจะส่ายหน้าปัดป่ายความคิดไร้สาระออกจากหัว เธอมายืนที่นี่เพื่อลองไอ้เจ้าแท่งที่อยู่ในมือนี่นา ไม่ได้มาเพื่อคิดถึงอดีตสักหน่อย นึกแล้วนิ้วเรียวก็จับแท่งบุหรี่ยาวในมือมางับไว้ในปาก เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องจัดการกับมันยังไง ก็ลองๆทำตามจากที่เคยเห็นมาผ่านๆ พองับไว้แบบนั้นเสร็จ เธอก็พยายามจุดไฟแช็กอยู่หลายครั้ง ทว่ากลับไม่สำเร็จ นี่ไฟแช็กที่ผู้ชายคนนั้นให้มา แน่ใจนะว่ามันใช้ได้จริงๆน่ะ เธอยังคงพยายามจุดมันอยู่หลายครั้งจนคิ้วเล็กขมวดยุ่ง ก่อนเสียงทุ้มเข้มที่คุ้นเคยของใครบางคนจะดังแว่วเข้ามาจากด้านหลัง “ดูเหมือนคุณจะมีปัญหานะครับ ต้องการให้ผมช่วยรึเปล่า” มือเล็กจับแท่งบุหรี่ที่งับอยู่ออกจากปาก ก่อนร่างเพรียวระหงจะหันไปมองตามเสียง ก็พบกับผู้ชายร่างโปร่งที่ยืนพิงกำแพงกอดอกมองเธออยู่ ในมือข้างหนึ่งของเขากำลังจุดไฟแช็กกล่องสีดำเล่นไปพรางๆ เหมือนอยากจะบอกเธอว่าถ้าหากต้องการก็ให้เข้ามาขอ หึ… ตามเธอออกมาหรือยังไงกัน เกลียดขี้หน้าแล้วยังต้องมาเจออีก “คงไม่ต้องหรอกค่ะ ไม่ได้… ก็แค่ไม่เอา” เธอยักไหล่ตอบเขาไป ก่อนจะโยนแท่งบุหรี่ในมือเข้าถังขยะที่ตั้งอยู่ไม่ไกล เรียกเสียงหัวเราะจากลำคออีกคนดังแว่วออกมา เหมือนจะชอบใจนักหนากับการกระทำของเธอ “หึ นั่นสินะครับ” เหอะ ทำมาเป็นเห็นดีด้วยสะงั้น ไม่รู้ว่าเขากลายเป็นคนโง่ไปแล้วหรือยังไง ถึงได้ไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดแซะเขาอยู่น่ะ “ว่าแต่นางแบบชื่อดังแบบคุณ คิดไม่ถึงเลยนะครับ ว่าจะแตะต้องของแบบนี้ด้วย” เขาพูดพรางหยิบบุหรี่งับปากก่อนจะจุดไฟแล้วสูบมันไปพรางๆในขณะที่รอคำตอบจากเธอ “นางแบบแล้วมันยังไงคะ ใช่ว่านางแบบจะไม่ใช่คนสักหน่อย ขนาดพวกคุณยังสูบกันเลยไม่ใช่หรือยังไง“ “นั่นสินะครับ แต่ดูจากท่าทางคุณเมื่อกี้แล้ว เหมือนจะไม่เคยสูบนะ” “ไม่เคยสูบ แล้วมันสูบไม่ได้รึไงกัน” เธอพึมพำเสียงเบากับตัวเองอย่างเบื่อหน่ายที่เขาเอาแต่ชวนคุยไม่หยุด ทว่าคนหูดีกลับได้ยินชัดแจ๋ว มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นก่อนร่างโปร่งที่พิงอยู่กับผนังจะผละตัวออก แล้วก้าวเท้าเข้ามาทางเธอ “อยากลอง?” ร่างสูงโปร่งร้อยเก้าสิบกว่า ก้าวเข้ามายืนประจันหน้าเธอจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวเขาผสมกับกลิ่นควันบุหรี่ที่คนตัวโตถือมาด้วยแตะเข้าปลายจมูก เขาสูงกว่าเธอพอสมควร จนเธอต้องเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบเขาแววตาคมมืดที่ยากจะคาดเดากำลังมองเธออยู่ “ถ้าเมื่อกี้ก็ใช่ค่ะ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว” โดยเฉพาะถ้าเป็นของเขา ไม่อยากจะแตะต้องเลยสักนิด “ไม่อยากลองบุหรี่แล้ว งั้นอยากลองอย่างอื่น?” เขายังคงยักคิ้วถามเธอ ไม่พอยังจะขยับเข้ามาไกล้ แค่นี้ก็ชิดกันจนแทบจูบได้อยู่แล้วป่ะ แล้วที่พูดว่าอย่างอื่นน่ะ หมายความว่ายังไงกัน เมื่อไม่เข้าใจ เธอก็ถามออกไปตรงๆเลยสิ “อย่างอื่น?” @เพ้นท์เฮ้าท์ 21:37 น. “ที่รักเดี๋ยวก่อน” “คะ?” ร่างเล็กที่กำลังจะเดินเข้าไปภายในเพ้นท์เฮ้าส์หันกลับมามองร่างสูงที่เดินตามเธอมาติดๆ เมื่ออยู่ๆเขาก็ดึงรั้งแขนเล็กของเธอเอาไว้ราวกับไม่อยากให้เข้าไปด้านใน “ฟรานเล่นอะไรเนี่ย…” เสียงเล็กบ่นแผ่วเบาๆ เมื่ออยู่ๆเขาก็เอาผ้ามาพันรอบตาเธอเพื่อปิดตาเธอให้มืดสนิท หรือว่าเขาซ่อนผู้หญิงอีกคนไว้ด้านในเลยจะให้ผู้หญิงคนนั้นออกไปก่อนออย่างนั้นเหรอ “นี่คุณนอกใจฉันเหรอ” ไม่ต้องรอเธอก็ถามออกไปตามความคิดทันที ทำเอาคนฟังถึงกับหลุดขำกับความคิดไร้สาระเป็นเด็กๆของแฟนสาว ป๊อก! “โอ๊ะ! นี่ปิดตากันไม่พอยังมาดีดหน้าผากอีกหรือไง เจ็บนะ” คนตัวเล็กบ่นอุบพร้อมยกมือขึ้นถูหน้าผากตัวเองเบาๆ แล้วทำท่าจะแกะผ้าพันตาออก “ถ้าคุณแกะมันออกตอนนี้ ผมรับรองเลยว่าจะพาคุณทัวร์ทั้งเพ้นท์เฮ้าส์แน่” มือเล็กหยุดชะงักนิ่งทันที เธอรู้ดีว่าทัวร์ในที่นี้หมายถึงทัวร์ยังไง คนความคิดทะลึ่งอย่างฟรานเชสโก้คงคิดเรื่องดีๆกับเขาไม่เป็นหรอก นอกจากเรื่องอย่างว่า “ค่อยๆเดินตามเค้ามานะครับ” มือหนาจับกุมมือเล็กของเธอไว้แน่น พร้อมเดินนำเธอให้เ
@สถานที่แห่งหนึ่ง พอเดินเข้ามาก็รู้ทันทีว่าเขาตั้งใจพาเธอมาหาใคร มือหนาสอดผสานนิ้วมือเธอเอาไว้แน่นพร้อมพาเธอเดินลึกเข้าไปตามทางที่รอบๆเต็มไปด้วยบรรยากาศโศกเศร้า เจดีย์ใส่อัฐิมากมายถูกตั้งเรียงกันไว้ตามแนวทางเดินที่เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าสีเขียว เขาจูงมือเธอเดินเข้าไปลึกเรื่อยๆจนมาหยุดอยู่ตรงหน้าสองเจดีย์อัฐิที่ถูกตั้งไว้ข้างกัน ตรงหน้าเจดีย์ทั้งสองมีดอกไม้ช่อโตวางไว้ ดูจากดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาจนไม่เห็นสีสันก็รับรู้ได้ทันทีว่าเขาคงไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว “แด๊ดครับ มัมครับ… ผมมาเยี่ยมแล้วนะครับ” ร่างสูงค่อยๆย่อเข่าลงตรงหน้าเจดีย์ทั้งสองพร้อมหยิบช่อดอกไม้อันเก่าออกแล้ววางอันใหม่ลงที่เดิม “ขอโทษนะครับที่ไม่ได้มาเยี่ยมนานเลย พอใจทุกอย่างเคลียร์หมด ผมก็ได้มาหาแด๊ดกับมัมสักที” คนตัวเล็กค่อยๆคุกเข่าลงนั่งข้างๆร่างสูงพร้อมทาบทับมือเล็กลงหลังมือของเขาเป็นการปลอบโยนเบาๆ แม้สีหน้าและแววตาของฟรานเชสโก้จะไม่ได้แสดงถึงความโศกเศร้า แต่เธอรู้ดีว่าลึกๆเขายังคงเจ็บปวดทุกครั้งที่หวนนึกถึงการจากไปของผู้เป็นที่รักทั้งสองเสมอ “แล้วครั้งนี้ผมก็ไม่ได้มาเยี่ยมแด๊ดกับมัมคนเดียวอย่างเช่นทุกครั้
#วันต่อมา @โรงพยาบาล “เฮีย…ว่าไงนะคะ…?” เสียงเล็กเอ่ยถามพี่ชายแผ่วเบาอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เฮียครามเพิ่งจะยอมรับกับเธอว่ามีความสัมพันธ์เกินเลยกันกับฟิโอน่ามาได้สักพักแล้ว “เฮียขอโทษฟ้า เฮียแค่ต้องการเอาคืนกับสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นเคยทำไว้กับฟ้า เฮียไม่ได้คิดจะรักเธอเลย” เฮียครามรีบอธิบายเสียงแผ่ว แต่ฟังเท่าไหร่เธอก็ฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด ตอนแรกที่ได้รู้ว่าพี่ชายมีความเกี่ยวพันธุ์กันกับผู้หญิงที่เคยทำให้ความสัมพันธ์ของเธอพังก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแอบรู้สึกเคืองอยู่นิดๆ แต่พอนึกถึงเรื่องที่ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนช่วยชีวิตเธอไว้เมื่อวานนี้ แถมพี่ชายเธอยังเลือกที่จะแก้แค้นด้วยการกระทำระยำแบบนั้น ทำให้เธอรู้สึกเห็นใจผู้หญิงคนนั้นขึ้นมามากกว่าเคืองเสียอีก “แล้วตอนนี้อาการเธอ…” ดวงตาคู่สวยเหลือบมองผ่านประตูห้อง ICU ตรงหน้าที่หมอยังไม่อนุญาตให้ญาติเข้าไปเยี่ยมได้อย่างนึกเห็นใจคนด้านในขึ้นมา แต่ก็ไม่รู้เพราะอะไรอยู่ๆเธอถึงรู้สึกแบบนี้ เป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นช่วยชีวิตเธอไว้จนเกือบเอาชีวิตเองไม่รอดหรือเปล่านะ “หมอบอกว่าเธอยังไม่พ้นขีดอันตราย ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด” ฟ้าลันดาพยักหน้าเบาๆเป็น
“อ่าาส์ พอจะได้สติขึ้นบ้างรึยังครับหืม” ขืนเธอเอาแต่เชิ่ดหน้าครางตาเหลือกตาลอยอยู่แบบนี้ เมื่อไหร่เขาจะได้อธิบายให้เธอได้ฟังสักทีกันล่ะ “อ…อื้ออ อ๊าา” คนถูกถามค่อยๆพยักหน้าเป็นคำตอบ ในขณะที่เอวสอบเองลดแรงกระแทกลงและเปลี่ยนมาขยับเข้าออกเนิบนาบเบาๆแทน เพราะกลัวจะคุยกันไม่รู้เรื่องและถึงจุดสุดยอดกันไปก่อน “ผมขอโทษนะฟ้า ขอโทษที่จำคุณไม่ได้ ขอโทษที่ลืมเรื่องราวดีๆของเรา และวันนั้นผมก็ไม่ได้ตั้งใจทิ้งคุณไว้ในงานแต่งคนเดียวเลยฟ้า… ผมถูกจูเลียน่าวางยาจนหมดสติไป พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนเปลือนท่อนบนอยู่บนเตียงในโรงแรม แต่ถึงอย่างนั้นผมก็รีบไปหาคุณทันทีเลยฟ้า แต่พอไปถึง…” พูดมาถึงตอนนี้ แววตาคู่คมก็หม่นแสงลง พอๆกับช่วงล่างที่หยุดขยับไปดื้อๆ “พอไปถึง คุณก็เห็นว่างานแต่งมอดไหม้ไม่เหลือเคร้าโครง คุณเลยคิดว่าฉันยังติดอยู่ด้านในก็เลยวิ่งเข้าไปช่วยฉันโดยไม่คิดชีวิตตัวเอง จนตัวเองบาดเจ็บสาหัสต้องพักรักษาหลายเดือน แต่ที่แย่ที่สุดคือคุณต้องสุญเสียความทรงจำไป… ใช่รึเปล่าคะ” เสียงหวานเล่าไปก็พรางสั่นเคลือ แววตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายยากจะอธิบาย ทำเอาคนฟังนิ่
คนถูกยั่วรีบอ้าปากงับยอดดอกบัวสีชมพูที่แข็งสู้ปาก มืออีกข้างก็บีบเคล้นเล่นอย่ามันส์มือ ในขณะที่ดูดเม้มอีกเต้าอย่างมูมมามจนเกิดเสียงลามกขึ้นทั่วห้องทำงาน จ๊วบๆ “อื้อ… อย่ากัด” ปากบอกแบบนั้นแต่มือบางกลับดันหัวเขาแนบชิดกับเต้าตัวเองไม่หยุด เขาทั้งดูดทั้งเลียทั้งกัดทั้งขมเม้มมันอย่างหมั่นเขี้ยว ข้างหนึ่งไม่พอใจก็สลับอีกข้างไปมาจนสองเต้าแดงเถือก “อ๊า ฟราน…” “พร้อมฟังรึยังครับหืม” พอเล่นกับสองเต้าด้านบนจนพอใจ เขาจึงเปลี่ยนมาจับเธอนั่งลงบนโต๊ะทำงานโดยที่ตัวเองยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ จับสองเท้าเรียวอ้าออกกว้างเป็นตัวเอ็ม จัดท่าให้ส่วนนั้นของเธอตรงกับใบหน้าหล่อจนคนตัวเล็กขี้ยั่วเมื่อครู่ถึงกับหน้าแดงตัวแดงเป็นกุ้งลวก “อื้อ อ…อย่ามอง” สายตาคมจ้องมองกลีบกุหลาบอมชมพูตรงหน้าไม่วางตา ช่องแคบๆของเธอหากโดนเขาสอดใส่เข้าไปซํ้าๆจากที่อมชมพูก็จะกลายเป็นสีแดงเถือก เพียงคิดก็ทำเอาเลือดในกายฉูบฉีดจนมารวมกันอยู่กลางกายที่อยู่ในกางเกงให้ปวดคับขึ้นมา “ขอผมกินก่อนนะที่รัก แล้วจะอธิบายให้ฟังทีหลัง” พูดเสร็จก็ซุกหน้าเข้ากับกรีบดอกไม้งามทันที เริ่มจากปาดเลียรอบๆกลีบสวยเ
@เพ้นเฮ้า เวลา 21:34 น “ขออนุญาตครับนาย” มาร์โก้ที่ถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของผู้เป็นนายเอ่ยขึ้น พร้อมเดินเข้ามายืนประจันหน้าโต๊ะทำงานที่มีร่างสูงนั่งก้มหน้าเคลียร์งานอยู่อย่างเคร่งเครียด หนึ่งเดือนเต็มๆที่เขาไปง้อฟ้าลันดาที่ฮ่องกงทำให้งานที่นี่ล่าช้าไปมาก แต่สำหรับเขามันก็คุ้มค่าหากได้เธอกลับคืนมา “เป็นยังไงบ้าง” คนที่ก้มหน้าทำงานยอมเงยหน้าขึ้นมามองลูกน้องพร้อมถามเสียงนิ่ง “จับตัวคุณจูเลียน่าได้แล้วครับ แต่คนที่จับได้ไม่ใช่คนของเรา” คำตอบของมาร์โก้ทำให้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างต้องการทำตอบ ไม่ใช่คนของลีโอเน่อย่างนั้นเหรอ ยังมีใครที่แค้นผู้หญิงคนนั้นแล้วต้องการตัวไปอีกหรือยังไง “เป็นคนของคุณฟ้าครามครับ ตอนนี้จูเลียน่าอยู่ในมือคุณฟ้าคราม แถมทางนั้นยังแจ้งมาว่า คุณฟ้าครามจะเป็นคนจัดการกับเธอเองครับ” ฟังมาถึงตอนนี้เขาถึงเริ่มปะติปะต่อเรื่องราวได้ ถ้าให้เขาเดา ฟ้าครามคงรู้ความจริงหมดแล้วว่าจูเลียน่าคือคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด ไม่ว่าจะทำให้ฟ้าลันดากับเขาต้องแยกกันถึงสามปี และการวางระเบิ่ดในงานแต่งของเขากับฟ้าลันดาก็ล้วนเป็นฝีมือ
หลายวันผ่านไป จนถึงวันที่เธอมีนัดถ่ายแบบชุดว่ายนํ้า ตั้งแต่วันนั้นที่เธอควงฟาบิโอไปกินข้าวถึงคฤหาสน์เขา ก็ไม่ได้เจอผู้ชายคนนั้นอีก มีแต่ฟาบิโอที่ยังคงทักมาคุยกับเธออยู่บ้าง หลังจากอาหารมื้อนั้น ฟาบิโอก็ให้เหตุผลกับเธอว่า การใช้เธอเป็นไม้กันหมาให้กับป้าตัวเองเป็นแค่ส่วนหนึ่ง หลักๆคืออยากตอกหน้าฟ
คริก! แชะ! เสียงซัตเตอร์ดังขึ้นติดต่อกัน ตอนนี้เธอกำลังยืนประกบถ่ายแบบอยู่กับฟิโอน่าในชุดว่ายนํ้าตัวจิ๋วเซ็กซี่ คนในงานต่างบอกว่าเธอสวยไปทางขาวหมวยน่ารักปะปนกับความเซ็กซี่ในตัว ในขณะที่ฟิโอน่าออกไปทางสวยคมเซ็กซี่แบบยุโรป “สองคนนี้ประกบกันแล้วไม่มีใครกลืนใครลงเลยจริงๆครับ ผู้กำกับเลือกนางแบบไม่ผ
“คุณฟรานคะ…” เป็นเสียงของฟิโอน่าที่เดินเข้ามาหาเขา พร้อมรอยยิ้มกริ่มบนใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มเต็มไปด้วยเครื่องสำอาง “น่านึกว่าคุณจะไม่มาแล้วเสียอีก” “อืม พอดีเลิกงานพอดี” เขาตอบกลับไปเสียงเรียบ ไม่ได้แสดงท่าทีสนิทสนมอะไร เพราะเดิมทีความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับคู่หมั้นสาวก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว แม้ค
@คอนโดหรูอลูมิเนียม แกร๊ก… “ว้ายยัยฟ้า ทำไมกลับเร็วจังวะ กูนึกว่าวันนี้มึงจะไม่มีแรงกลับมาสะอีก” พอเปิดประตูเข้ามา เสียงแหลมหูจากยัยเพียงดาวก็ดังขึ้นทันที พร้อมกับยัยเพื่อนตัวดีที่รีบวิ่งกรูเข้ามาสำรวจร่างกายเธอ ดูจากหน้ามันก็รู้ว่าคิดสกปรกอะไรอยู่ “พอเลยยัยเพียง กูไม่ได้ไปทำอะไรแบบที่มึงคิดม







