LOGIN“จับปืนต้องจับให้มั่นสิ มือสั่นแบบนี้จะไปขู่ศัตรูที่ไหนได้หืม”
จะยั่วโมโหกันเกินไปแล้ว เธอกัดฟันแน่น แววตาที่มองเขาแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความไม่พอใจ คิดว่าเธอไม่กล้ายิงเขาจริงๆหรือยังไงกัน… “ฉันไม่ได้ขู่” “งั้นเหรอ?” เขาไม่เพียงแต่จะทำหน้าตายียวนใส่เธอไม่หยุด ยังก้าวเข้ามาชิดเธอจนปลายกระบอกปืนแนบกับลำอกแกร่งเหมือนท้าทาย จมูกโด่งแทบจะแนบชิดกับพวงแก้มนุ่มจนลมหายใจร้อนของเขารดเข้าผิวเนียน มือเล็กจับปืนไว้แน่นอย่างสั่นระริกเหมือนหัวใจของเธอที่เต้นโครมครามอยู่ตอนนี้ เธอกำลังจะแพ้เขาอีกแล้วอย่างงั้นเหรอ… “ถ้าจะยิง ก็ขอผมจูบคุณอีกสักทีก่อนแล้วกัน” พูดจบไม่รอให้เธอได้ตั้งตัว เขาก็ฉกริมฝีปากยัดเยียดจูบลงมาใส่เธอหนักๆทันที มือหนาเลื่อนขึ้นมาจับกรอบหน้าเธอไว้มั่น กดจูบริมปากนุ่มอย่างดูดดื่มไม่สนปลายกระบอกปืนที่ชี้เข้ากลางอกแกร่งเลยสักนิด ผู้หญิงคนนี้ช่างหอมหวาน ยิ่งได้จูบก็ยิ่งปลุกเลือดในกายเขาให้สูบฉีดไปทั่ว เธอเหมือนสิ่งเสพติดที่เขาเฝ้าโหยหาทุกวัน พอได้สัมผัสก็อยากจะเสพมันทุกวินาที “อื้มมม…” เรียวปากนุ่มถูกเขาบดขยี้อย่างหนักหน่วงและดิบเถื่อนนับหลายนาที ลิ้นร้อนสอดแทรกรุกลํ้าไปทั่วโพรงปากอุ่นอย่างไม่รู้พอ แล้วเธอก็เหมือนจะเริ่มคล้อยตามเขา มือเล็กที่จับปืนไว้แน่นเริ่มอ่อนแรงจนเผลอทำมันร่วงสู่พื้นอย่างไม่รู้ตัว คนเจ้าเล่ห์รีบถือวิสะสะขยับเข้ามาชิดกับร่างเธอจนสองร่างบดเบียดกัน มือหนาอีกข้างรวบเอวบางเข้ามาชิดแน่นกับตัวเองจนเธอไม่สามารถขยับหนีไปไหนได้ “อื้มมม” มือเล็กกำเสื้อเขาเอาไว้จนยับ ลมหายใจเริ่มหนักหน่วง ริมฝีปากหยักที่บดขยี้เข้ามาไม่ยอมผละห่าง แถมยิ่งบดจูบลึกลงไป ลิ้นร้อนสอดประสานกวาดชิมทุกมุมราวกับจะกลืนกินเธอทั้งตัว แรงปรารถนาโหมกระหน่ำไม่ต่างจากไฟที่ลุกโชน ร่างเล็กในอ้อมกอดสั่นสะท้าน ทั้งโกรธ ทั้งหวั่นไหว แต่ยิ่งพยายามต่อต้านกลับยิ่งถูกกักขังไว้แน่นเธอรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกกลืนหายไปในวังวนของเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น “จูบจนพอใจรึยัง” เธอถามเขาทั้งยังหอบหายใจหนักหน่วงจากจูบที่เขายัดเยียดเมื่อครู่ หึ ทำไมล่ะ พอได้กลับมาเจอแฟนเก่าที่เขาทิ้งขว้างไว้ในงานแต่งคนเดียวอีกครั้ง จึงเกิดอยากจะรำลึกความหลังขึ้นมาหรือยังไงกัน “ถ้ายังไม่พอ ก็กลับไปหาคู่หมั้นคุณนุ่น เพราะคุณไม่มีทางได้จากฉันไปมากกว่านี้แน่นอน!” ไม่รอให้เขาได้ทันจะตอบ เธอก็สวนตอกหน้าเขาไปเต็มๆ มือเล็กกำแน่นก่อนจะรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีผลักเขาออกห่าง แล้วสบัดหน้าเดินกลับเข้าไปในผับทันที “หึ… ปากดีใช้ได้เลยนี่” อะไรที่ได้มายากมักจะคุ้มค่า เขาคิดแบบนั้น แล้วตอนนี้เขาก็ปักใจแล้วว่าอยากได้ผู้หญิงคนนี้มาประดับบนเตียงของเขาคืนนี้ จากที่ตอนแรกก็แค่นึกจะริ้มลองเล่นๆขำๆสักทีสองที ทว่าพอได้สัมผัสก็ทำเขาอยากจะถลํ่าลึกมากกว่านั้น ไม่เคยมีอะไรที่คนอย่างเขาอยากได้ แล้วจะหาทางเอามาไม่ได้ ฟรานเชสโก้ก้มลงหยิบปืนที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมา มุมปากหยักก็พรางเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ อยากจะรู้จริงๆว่าผู้หญิงปีกกล้าขาแข็งอย่างเธอ พอได้มาอยู่ไต้ร่างเขาแล้วยังจะอวดเก่งได้อยู่รึเปล่า . . . เกร๊ก! “เติมเหล้า!” เสียงแก้วกระทบลงพื้นโต๊ะดังเกร๊กเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ ตามมากับเสียงของเธอ ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด ทำไมเธอต้องไปคล้อยตามเขาด้วย! “เบาได้เบายัยฟ้า นี่แกออกไปสูบบุหรี่หรือไปฟัดกับหมามาน่ะ ถึงได้หน้าบูดกลับมาขนาดนี้” เพียงดาวพูดพรางก็รินเหล้าให้กับเพื่อนสาวที่ตอนนี้นั่งหน้าดำหน้าแดง ก็เห็นว่าออกไปสูบบุหรี่ แต่พอกลับมา นอกจากจะหน้าบึ้งแล้วยังยกแก้วเหล้ากระดกเป็นนํ้าเปล่าหมดไปหลายขวดจนผิวขาวผ่องแดงระเรื่อไปหมดแล้วนั่น ไม่รู้นึกว่าไปฟัดกับอะไรมาจริงๆ ถึงได้ดูอารมณ์เสียขนาดนั้น “เออ หมาตัวใหญ่มากด้วย แถมหางยาวแก่ก็แก่อีก!” อีตาแก่เจ้าเล่ห์นั่น นอกจากว่าจะมีฟันคมเหมือนหมาก็คงจะหางยาวตามที่เธอพูดจริงๆนั่นแหละ เสียงหวานตวาดลั่น โดยไม่รู้เลยว่าเสียงเธอมันดังสะท้อนไปถึงโต๊ะข้างๆ แววตาคมกริบดุดันจ้องมองมาทางเธอไม่ละไปไหน แล้วมันยังไงล่ะ ถ้าเขาอยากจะเป็นหมาตามที่เธอพูดจริงๆก็รับไปสิ “ฮะๆ ดูท่าคุณฟ้าจะเริ่มเมาจนได้ที่แล้วนะครับ” เป็นเสียงของฟาบิโอที่ดังตามมากับเสียงหัวเราะ แต่ตอนนี้เธอไม่สนอะไรทั้งนั้น มือเล็กยกแก้วนํ้าสีอำพันขึ้นกระดกอึกแล้วอึกเล่าเป็นนํ้าเปล่า ยอมรับว่าร่างกายทรยสของเธอมันเผลอรู้สึกตามเขาจนร้อนรุ่มไปทั่ว จากตอนแรกที่หงุดหงิดเขาตอนนี้หงุดหงิดกับตัวเองยิ่งกว่า! “จ้องอะไรของมึงวะไอ้ฟราน” “เออนั่งจ้องขนาดนั้นไม่ลุกไปสวบเลยวะ” เสียงของเพื่อนหนุ่มสองคนของเขาดังขึ้นมาเข้าหูแว่วๆ เมื่อเห็นว่าเขาเอาแต่จ้องไปโต๊ะข้างๆไม่ละสายตา ที่จ้องไม่ใช่เพราะโมโหที่ถูกด่าเป็นหมาหรอก แต่จ้องเพราะกลัวเหยื่อที่ตัวเองหมายปองจะมีตัวผู้มาลากไปต่างหาก ซึ่งงานนี้บอกเลยว่าเขายอมไม่ได้ “หึ สวบแน่ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้” เขาตอบเพื่อนไปอย่างหน้าตาย พรางกับยกแก้วนํ้าสีอำพันในมือขึ้นกระดก ก่อนจะกลับมานั่งมองเธออีกครั้ง “โห่ เฝ้ามองขนาดนั้นเป็นเจ้ากรรมนายเวรเค้ารึไงวะ” เสียงแซะของเพื่อนยังดังแว่วๆเข้าหูเขาไม่หยุด แต่เขาก็ไม่คิดจะสนใจอยู่แล้ว จนคำพูดของไอ้โลเรนโซที่กล่าวถัดมา ทำให้เขาต้องหันควับไปมองหน้ามัน “เห้ย นั่นมันคุณฟ้าไม่ใช่เหรอวะ” “มึงรู้จัก?” เขารีบถามเพื่อนเสียงตํ่า แววตาคมกริบจ้องหน้าเพื่อนอย่างเอาเรื่อง “เอ่อ… ก็คุณฟ้าลันดานางแบบชื่อดังไงวะ ใครมันจะไม่รู้จัก” ไอ้โลเรนมันตอบเขาอย่างอึกๆอักๆ อาการโครตจะมีพิรุธสุดๆ แต่เขาก็ไม่ได้จู้จี้ถามอะไรต่อ ก่อนเสียงหัวเราะหึๆจากเพื่อนอีกคนจะดังตามมา “ฮะๆ เออนั่นดิ มึงก็เล่นไปจ้องหน้ามันอย่างกับโกรธแค้นกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อนขนาดนั้น หึงเหรอวะ” เป็นเสียงของร็อคโค เพื่อนอีกคนของเขาที่หัวเราะชอบใจพร้อมคำพูดกวนประสาท เขาเลือกที่จะเมินพวกมันสองตัวแล้วหันกลับไปมองเจ้าของหัวข้อสนทนาที่ตอนนี้ดูแล้วคงจะเมาได้ที่ ปากหยักยกยิ้มร้ายกาจ ชักอยากจะจูงเธอขึ้นเตียงเต็มทีแล้วสิคนถูกยั่วรีบอ้าปากงับยอดดอกบัวสีชมพูที่แข็งสู้ปาก มืออีกข้างก็บีบเคล้นเล่นอย่ามันส์มือ ในขณะที่ดูดเม้มอีกเต้าอย่างมูมมามจนเกิดเสียงลามกขึ้นทั่วห้องทำงาน จ๊วบๆ “อื้อ… อย่ากัด” ปากบอกแบบนั้นแต่มือบางกลับดันหัวเขาแนบชิดกับเต้าตัวเองไม่หยุด เขาทั้งดูดทั้งเลียทั้งกัดทั้งขมเม้มมันอย่างหมั่นเขี้ยว ข้างหนึ่งไม่พอใจก็สลับอีกข้างไปมาจนสองเต้าแดงเถือก “อ๊า ฟราน…” “พร้อมฟังรึยังครับหืม” พอเล่นกับสองเต้าด้านบนจนพอใจ เขาจึงเปลี่ยนมาจับเธอนั่งลงบนโต๊ะทำงานโดยที่ตัวเองยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ จับสองเท้าเรียวอ้าออกกว้างเป็นตัวเอ็ม จัดท่าให้ส่วนนั้นของเธอตรงกับใบหน้าหล่อจนคนตัวเล็กขี้ยั่วเมื่อครู่ถึงกับหน้าแดงตัวแดงเป็นกุ้งลวก “อื้อ อ…อย่ามอง” สายตาคมจ้องมองกลีบกุหลาบอมชมพูตรงหน้าไม่วางตา ช่องแคบๆของเธอหากโดนเขาสอดใส่เข้าไปซํ้าๆจากที่อมชมพูก็จะกลายเป็นสีแดงเถือก เพียงคิดก็ทำเอาเลือดในกายฉูบฉีดจนมารวมกันอยู่กลางกายที่อยู่ในกางเกงให้ปวดคับขึ้นมา “ขอผมกินก่อนนะที่รัก แล้วจะอธิบายให้ฟังทีหลัง” พูดเสร็จก็ซุกหน้าเข้ากับกรีบดอกไม้งามทันที เริ่มจากปาดเลียรอบๆกลีบสวยเ
@เพ้นเฮ้า เวลา 21:34 น “ขออนุญาตครับนาย” มาร์โก้ที่ถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของผู้เป็นนายเอ่ยขึ้น พร้อมเดินเข้ามายืนประจันหน้าโต๊ะทำงานที่มีร่างสูงนั่งก้มหน้าเคลียร์งานอยู่อย่างเคร่งเครียด หนึ่งเดือนเต็มๆที่เขาไปง้อฟ้าลันดาที่ฮ่องกงทำให้งานที่นี่ล่าช้าไปมาก แต่สำหรับเขามันก็คุ้มค่าหากได้เธอกลับคืนมา “เป็นยังไงบ้าง” คนที่ก้มหน้าทำงานยอมเงยหน้าขึ้นมามองลูกน้องพร้อมถามเสียงนิ่ง “จับตัวคุณจูเลียน่าได้แล้วครับ แต่คนที่จับได้ไม่ใช่คนของเรา” คำตอบของมาร์โก้ทำให้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างต้องการทำตอบ ไม่ใช่คนของลีโอเน่อย่างนั้นเหรอ ยังมีใครที่แค้นผู้หญิงคนนั้นแล้วต้องการตัวไปอีกหรือยังไง “เป็นคนของคุณฟ้าครามครับ ตอนนี้จูเลียน่าอยู่ในมือคุณฟ้าคราม แถมทางนั้นยังแจ้งมาว่า คุณฟ้าครามจะเป็นคนจัดการกับเธอเองครับ” ฟังมาถึงตอนนี้เขาถึงเริ่มปะติปะต่อเรื่องราวได้ ถ้าให้เขาเดา ฟ้าครามคงรู้ความจริงหมดแล้วว่าจูเลียน่าคือคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด ไม่ว่าจะทำให้ฟ้าลันดากับเขาต้องแยกกันถึงสามปี และการวางระเบิ่ดในงานแต่งของเขากับฟ้าลันดาก็ล้วนเป็นฝีมือ
“คุณหลบอยู่ตรงนี้นะ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาดเข้าใจมั้ยครับ ผมจะออกไปช่วยลูกน้อง” ฟรานเชสโก้กระซิบบอกคนตัวเล็กในอ้อมแขนเสียงเบาทว่าแน่วแน่ แม้จะเชื่อมั่นในฝีมือของลูกน้องตัวเองที่ถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดีว่าจะเอาพวกนักเลงนับยี่สิบพวกนั้นลงได้ แต่ด้วยความเป็นผู้นำ เขาก็ไม่สามารถนั่งอยู่เฉยๆให้ลูกน้องสู้กันเองอยู่แบบนั้นเหมือนกัน “ระวังตัวด้วยนะคะ ถ้าคุณพลาดทำให้ตัวเองบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียว จำไว้ว่าฉันจะไม่รับฟังคำอธิบายอะไรของคุณแม้แต่คำเดียว” “หึ คุณได้ฟังทั้งคืนแน่ครับที่รัก” มุมปากหยักเหยียดยิ้มอย่างมั่นใจก่อนจะรีบวิ่งออกไปสมทบลูกน้องที่กำลังต่อสู้กับแก๊งอันธพาลอย่างบ้าครั่ง ดูจากฝีมือของพวกมันแล้วคงเอาพวกมันลงยากกว่าที่คิดไว้อยู่เหมือนกัน ส่วนร่างเล็กที่หลบอยู่ด้านหลังเสาเองก็ไม่อาจนิ่งนอนใจได้เช่นกัน ชะเง้อหน้าออกมามองร่างสูงใหญ่ของเขาที่กำลังเข้าไปต่อยพวกอันธพาลกล้ามโตสองคนที่พุ่งมาหาเขาอย่างบ้าครั่ง แต่ด้วยทักษะการต่อสู้ของฟรานเชสโก้ เขาจึงเบี่ยงหลบและสวนกลับได้ทุกครั้ง ทว่าอยู่ๆไอ้กล้ามโตด้านหลังกลับชักมีดคมออกมาตั้งท่าจะแทงเขาจากด้านหลัง เธอที่เห็นแบบนั้นรีบลุกวิ่งจ
“นี่คุณหลอกฉันเหรอ!?” เสียงเล็กตวาดลั่นพร้อมดิ้นตัวไปมาเพื่อหลุดออกจากพันธนาการของคนเจ้าเล่ห์ แต่แรงเขาก็ใหญ่ยิ่งกว่ายักษ์ รัดเธอแน่นยิ่งกว่างูไม่ปล่อยให้หลุดมือออกไปเลยแม้แต่น้อย บ้าจริง นี่เธอโดนอิตานี่หลอกเข้าจนได้สินะ “ก็ถ้าไม่ทำแบบนี้ คุณก็ไม่ยอมกลับอิตาลีกับผมสิ คุณก็รู้นี่ว่าผมติดคุณงอมแงมขนาดไหน แค่ไม่เห็นหน้าคุณผมก็กินไม่ได้นอนไม่หลับแล้วครับ” “งั้นคุณก็ควรอดตาย” “หื้ม แน่ใจเหรอครับ แค่ได้ยินว่าผมบาดเจ็บคุณยังรีบมาหาผมขนาดนี้เลย ถ้านี่ไม่เรียกว่าเป็นห่วง เค้าเรียกว่าอะไรกัน” “นี่คุณ ฉันบอกแล้วไงว่าอย่ามั่นใจนัก!” “อื้ม แต่ผมรักคุณนะ” เธอถึงกับต้องรีบเบือนหน้าหนี เพราะสายตาที่เขาใช้มองมามันแพรวพราวยิ่งกว่าอะไรอีก ไม่อยากใจอ่อนเลยสักนิด แค่วิ่งหน้าตั้งมาหาเขาถึงที่ขนาดนี้ก็เป็นการกระทำที่โครตจะสิ้นคิดแล้ว บ้าจริง! “ปล่อยค่ะ ฉันจะกลับ” “อยู่นิ่งๆสิครับ หรือว่าคุณต้องการให้มันตื่น” เขาหัวเราะเบาๆขณะพูด ได้แกล้งให้เธอโมโหจนหน้าดำหน้าแดงแต่ทำอะไรไม่ได้คงเป็นอะไรที่น่าเอ็นดูที่สุดแล้ว “กลับอิตาลีกับผม แล้วผมจะเล่าทุกอย่างให้คุณ
@หนึ่งเดือนต่อมา หนึ่งเดือนเต็มๆที่เขาตามง้อตามดูแลเธอไม่ห่าง ทุกเช้าเขาจะโผล่มานั่งรอเธอในบ้านพร้อมพูดคุยกับแม่ของเธอ พอเธอเดินลงมาก็จะมีช่อดอก peony สีชมพูถูกยื่นให้พร้อมกับการ์ดประดับอยู่ด้านในให้เห็นชัดทุกตัวอัษรซึ่งถูกเขียนไว้ว่า (ฟรานรักฟ้า จะง้อฟ้าจนกว่าฟ้าจะประทานอภัยให้) “อ้าวฟ้า ลงมาแล้วเหรอลูก” “ค่ะม๊า” แววตาคู่สวยเหลือบมองรอบๆด้วยความสงสัย เพราะดูเหมือนเช้านี้จะแตกต่างออกไปจากทุกเช้า เมื่อที่นั่งด้านข้างของมารดาเธอนั้นว่างเปล่า ไม่เหมือนทุกๆวันที่มักจะมีชายร่างกำยำนั่งประจำที่อยู่ด้วย “มองหาตาฟรานเหรอจ้ะ” คำถามของแม่ทำให้เธอได้สติกลับคืน รีบปั้นหน้านิ่งแล้วเดินเข้าไปนั่งบนโต๊ะอาหารตามปกติไม่ให้แม่จับผิดได้ แต่แม่เธอก็ยังไม่วายส่งสายตาจับผิดมองมาอยู่ดีนั่นแหละ “อะไรกันคะม๊า ฟ้าจะไปมองหาตานั่นทำไมกัน” มือเล็กหยิบแซนวิชบนจานขึ้นมากัดแก้เก้อ หลบหลักสายตาจับผิดไม่หยุดของมารดาด้วยการเคี้ยวตุ้ยๆจนแก้มป่อง ทำเอาผู้เป็นแม่ได้แต่ส่ายหัวไปมากับความปากแข็งของลูกสาวตัวแสบ ก่อนเสียงลุงคนขับรถที่มักจะรถนํ้าต้นไม้อยู่ตามหน้าบ้านจะดังแทรกขึ้นมา เรียกค
“ถึงบ้านฉันแล้ว คุณก็กลับไปได้แล้วค่ะ” “อะไรกันครับ ผมไม่ได้พูดสักหน่อยว่าส่งคุณเสร็จแล้วจะกลับ” พูดเสร็จร่างสูงก็ถือวิสาสะเปิดประตูลงรถก่อนจะเดินวนมาเปิดให้กับคนตัวเล็กที่นั่งหน้าไม่สบอารมณ์อยู่เบาะข้างคนขับ “ไม่ต้อง ฉันลงเองได้” ใบหน้าสวยเผยยิ้มประชดพร้อมเมินมือหนาที่ยื่นมาให้ตัวเอง ก่อนจะก้าวเท้าลงเองพร้อมเดินหนีเข้าบ้านทันที “คุณไม่กลัวพี่ชายฉันจะต่อยเข้าหน้าคุณอีกรึไงคะ” เธอส่งเสียงกัดเขาเบาๆที่เอาแต่เดินตามหลังมาต้อยๆอย่างกับหมากลัวเจ้าของหาย “หึ คิดว่าผมไม่รู้รึไงว่าพี่ชายคุณไม่ได้อยู่บ้าน คนยุ่งๆอย่างพี่คุณป่านนี้คงบินไปอีกฟากของโลกแล้วมั้ง แล้วถึงจะอยู่ ผมก็ไม่กลัวหรอกนะครับ” “หึ” เธออยากจะเบ้ปากใส่เขาสักสิบครั้ง คำพูดคำจาสมกับเป็นเขาจริงๆ ทำเป็นแสนรู้อยู่ตลอดเวลานั่นแหละ “ก็รักน้องเค้า ก็ต้องกล้าเผชิญหน้ากับพี่ชายเค้าสิครับ จริงมั้ย” มุมปรกหยักเผยยิ้มชอบใจกับการรีบสับเท้าเดินดุ่มๆเข้าบ้านของคนตัวเล็ก จะคอยหยอดให้เธอใจอ่อนไม่พอให้เธอละลายเหลวเป็นนํ้าไปกับเขาเลย “ฟ้ากลับมาแล้วเหรอลูก” ทันทีที่เข้ามาในบ้าน เสียงของผู้เป็นแม่ที่นั่งจิบชาอยู่ในห้องนั่งเล่นก็เ







![คลั่งรักยัยรุ่นพี่ [Crazy in love] (มี E-book)](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)