INICIAR SESIÓNห้องชมรมว่ายน้ำ
"อื้อ.. อ่าาา"
เสียงบทรักอันเร่าร้อน ดังสนั่นไปทั่วทั้งห้องแต่งตัวนักกีฬา ภาพที่ฉายตรงหน้าคือคู่ของชายหญิง ที่กำลังนัวเนียอยู่บนโต๊ะตัวยาว ที่ใช้วางสัมภาระของนักกีฬา
"อ่าาา พะ พี่ยูโร ซี๊ดด คะ"
เสียงกระเส่า เอ่ยเรียก 'ยูโร' ที่ตอนนี้กำลังสนใจกับก้อนเนื้อสองก้อนที่เต่งตึงและมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษอยู่
"หื้อ? ว่าไงคะคนดี?"
"งื้ออ กะ กิ๊ฟ ซี๊ดดด กิ๊ฟไม่ไหวแล้วค่ะ อ่าาา"
"หึ ไม่ไหวก็ปล่อยออกมาครับ ไม่ต้องฝืนนะ"
ยูโร ตอบพร้อมรอยยิ้มหวาน ซึ่งเพราะรอยยิ้มนี้แหละที่ทำให้บรรดาผู้ที่ได้พบเห็นต่างอ่อนละทวยยอมสยบแทบเท้า ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงมานักต่อนักแล้ว
"อื้ออ อ่า จะ จะเสร็จแล้วค่ะ"
กิ๊ฟ ยังคงร้องครวญคราง เพราะด้วยขนาดที่ใหญ่และลีลาที่แซ่บลืมโลกสมคำร่ำลือ ต่อให้เธอจะผ่านผู้ชายมาขนาดไหนก็ต้องยอมรับเลยว่าฉายา 'ผัวพี่โร' ไม่ใช่แค่คำคุยจริงๆ ต่อจากนี้เธอคงมีเรื่องไปเม้าท์กับเพื่อนๆ ได้แล้ว
"ครับ งั้นเสร็จไปพร้อมกันนะคะ"
สิ้นเสียง ยูโรสาวเอวเข้าออกเร่งจังหวะทันที เขาเองก็อยากจะรีบจบบทรักนี้แล้วเหมือนกันเพราะอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้าเขามีนัดสำคัญ ที่พลาดไม่ได้ด้วยสิ
Sweet Pub
"โอ้โห กว่าจะโผล่หัวมา ไง น้ำหมดตัวหรือยังครับ?" 'ปฏิทิน' เอ่ยปากแซวทันที เมื่อเห็นร่างเพื่อนรักเดินมาที่โต๊ะ
"ถามมันหรือตามคู่นอนมัน? กูว่าอีคู่นอนมันมากกว่ามั้ง ที่น้ำหมดตัวอ่ะ" 'พรายแก้ว' เอ่ยเสริม พร้อมส่งสายตาจิกกัดไปทางเพื่อนรักหนึ่งที ด้วยความหมั่นไส้
"ฮ่าๆๆ ก็นะ เป็นไงบ้างวะไอ้โร เด็ดป่ะคนนี้?" ปฏิทิน ยังคงเอ่ยถามต่อ เพราะคู่นอนคนล่าสุดของยูโรคือคนที่เขาหามาให้นั่นเอง
"ก็ดี" ยูโร ตอบแบบไม่ใส่ใจอะไรมากนักพลางยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มอย่างไร้อารมณ์
"โอ้ ได้ข่าวเยจนเขาร้องไม่ไหวขนาดนั้นแต่มึงตอบแค่คำว่าก็ดี? กูไม่อยากจะเชื่อ" เป็นอีกครั้งที่ปฏิทินพูด เพราะเขารู้จักนิสัย ไม่สิต้องบอกว่าเขารู้จักสันดานของยูโรดีว่าเป็นยังไงน่าจะถูกกว่า
"แล้วมีใครบ้างที่กูนอนด้วยแล้วไม่ร้องก่อน?" ยูโร เอ่ยตอบทันควัน สีหน้าบ่งบอกถึงความภาคภูมิใจในตัวเองเป็นนักหนา
"เออว่ะ ก็จริง" สิ้นเสียงตอบของปฏิทิน พรายแก้วก็พยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วยกับสิ่งที่ยูโรพูด
'ผัวพี่โร' ฉายานี้ไม่ใช่ได้มาเพราะจับฉลาก หรือโชคช่วยใดๆ ทั้งสิ้น ต้องทำจริงเท่านั้นถึงจะได้มา ซึ่งทั้งสามคนต่างรู้ข้อนี้ดีว่าถ้ายูโรได้นอนกับใครแล้วไม่เห็นแสงสว่างจากพระอาทิตย์ อย่าหวังว่าเพื่อนเขาคนนี้จะเลิกรากิจกรรมใต้ร่มผ้าง่ายๆ หรือถ้าจะหยุดลงก่อน ต้องมีเหตุผลที่เหมาะสมเท่านั้นแต่ที่ผ่านมายังไม่เคยมีสักเหตุผลที่รั้งให้ยูโร คนนี้หยุดได้เลย
Sweet Pub
"ให้ตายเถอะ นี่ใจมึงกะจะมาทุกคืนเลยหรือไงวะอีแป้ง" เสียงข้าวใหม่บ่นอุบขึ้นทันที เพราะตั้งแต่เมื่อเย็นที่ถุงแป้งทักไปในไลน์กลุ่มโอดครวญว่าโดนทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียวอีกแล้ว พวกเธอเห็นดังนั้นก็นึกอยากปลอบใจเพื่อนตัวเอง จึงชวนออกมาเที่ยวเปิดหูเปิดตา แต่ก็ไม่คิดว่าสถานที่ที่เพื่อนรักเลือก จะเป็นผับชื่อดังที่เจ้าตัวมาปรากฏกายแทบทุกคืนอย่างนี้
"โหมึง กูกำลังเศร้านะ และที่ๆ จะทำให้กูหายเศร้าได้ก็มีแค่ที่นี่ปะว่ะ”ถุงแป้งเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจกลับไปให้ข้าวใหม่
"แล้วมึงมาแบบนี้ที่บ้านมึงเขาจะไม่ว่าใช่ป่ะ" น้ำปูน ที่นั่งดูเพื่อนทั้งสองทะเลาะกันอยู่นานก็เอ่ยถามขึ้นมาบ้าง
"เหอะ! ป่านนี้จะกลับบ้านกันหรือยังก็ไม่รู้ แล้วอีกอย่างกูไม่ค่อยกลับบ้านอยู่แล้ว จะเอาอะไรมารู้ว่ากูอยู่ที่ไหน"
ถุงแป้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อก่อนจะยกแก้วเหล้ากระดกจนหมด ไม่ว่าเธอจะทำอะไรหรืออยู่ที่ไหนครอบครัวของเธอไม่มีใครสนใจอยู่แล้ว จะทำอะไรก็ได้แค่เธอไม่ทำตัวให้เดือดร้อนพวกเขาก็พอ
"เออ แล้ววันนี้มึงนอนไหน?" ข้าวใหม่เอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง เธอเป็นห่วงถุงแป้งจริงๆ เพราะรู้ว่าที่บ้านไม่ค่อยสนใจเพื่อนเธอเท่าไหร่ เธอกลัวว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นถุงแป้งจะแย่เอา
"คอนโด วันนี้กูคงไม่กลับบ้านหรอกไม่ยากตื่นเช้ามาเห็นภาพบาดตาบาดใจ" ถุงแป้งเบะปากออกมา แค่คิดว่าตอนเช้าต้องตื่นมาเห็นภาพพ่อแม่และธารใส นั่งกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาโดยที่ไม่มีตัวเองอยู่ในนั้นเพราะเขาไม่ได้เรียก ตัวเธอเองก็เจ็บแปลบไปถึงขั้วหัวใจแล้ว
"เออๆ ไม่กลับก็ไม่กลับ อย่าไปคิดมากมึง" ข้าวใหม่เอ่ยขึ้นพร้อมยกมือตบบ่าถุงแป้งเบาๆ
"มาดื่มเถอะ เรื่องแย่ๆ ก็อย่าไปคิดถึงมัน มึงก็ยังมีพวกกูนะอีแป้ง มีไรบอกพวกกูได้เสมอ" น้ำปูนเอ่ยขึ้น พลางส่งแก้วเหล้าที่เพิ่งชงเสร็จใหม่ๆ ให้ถุงแป้งเพื่อปลอบประโลมใจ
"เออ กูก็มีแค่พวกมึงปะว่ะ แล้วก็นมอิ่มอีกคนตากับยายก็ไม่อยู่แล้วนอกนั้นกูก็ไม่มีใครและ เวลามีอะไรก็คงต้องบอกแค่พวกมึงนี่แหละ" ถุงแป้งเอ่ยตอบพร้อมยื่นมือไปหยิบแก้วเหล้ามากระดกจนหมดอีกครั้ง เธอหวังใช้เหล้าบรรเทาความรู้สึกเจ็บปวดที่กลางอกแต่ใช้เหล้าย้อมยังไงก็ไม่หาย เพราะมันเกิดจากความรู้สึกที่มันปะทุอยู่ข้างในยากที่จะหายได้
"เออๆ ดื่มๆ ไปซะอย่าไปคิดมาก" น้ำปูนส่งแก้วเหล้าที่เพิ่งชงใหม่ให้ถุงแป้งอีกครั้ง เธอรู้ดีว่าถุงแป้งกินเหล้าเก่งขนาดไหน เพราะเธอและข้าวใหม่เองก็เก่งเรื่องเหล้าไม่แพ้กัน
ถุงแป้งรับแก้วเหล้าจากน้ำปูนมาอีกครั้งก่อนจะกระดกจนหมดแก้ว ซึ่งเป็นแก้วที่สามติดต่อกันแล้วที่เธอกระดกจนหมด แต่อยู่ๆ เธอก็เกิดปวดฉี่ขึ้นมาเสียอย่างนั้น จึงหันไปบอกกับเพื่อนสาว
"พวกมึงกูปวดฉี่วะ เดี๋ยวกูมานะไปเข้าห้องน้ำก่อน"
"ให้พวกกูไปเป็นเพื่อนไหม?" ข้าวใหม่เอ่ยถาม
"ไม่ต้องๆ พวกมึงอยู่นี่แหละ เดี๋ยวกูมาขอ 5 นาที"
"เคๆ แต่มึงมาเร็วๆ นะอย่ามัวไปยืนดูดปากกับใครอีกล่ะ" น้ำปูนรีบเอ่ยดักทางไว้ก่อน เพราะถ้าหายไปนานรู้ได้ทันทีเลยว่าถุงแป้งมีกิจกรรมดีๆ อยู่หน้าห้องน้ำแน่นอน
"แหมมม รีบดักช่ะนะ เออๆ เดี๋ยวรีบมา" ถุงแป้งพูดเสร็จก็เดินแหวกผู้คนออกไปห้องน้ำทันที
โต๊ะของยูโร
"พวกมึง เห็นอย่างที่กูเห็นไหม?" ปฏิทินเอ่ยถามขึ้นพลางชี้นิ้วไปทางด้านซ้ายมือ เพราะเขาเห็นผู้หญิงรูปร่างหน้าตาดี มองมาทางโต๊ะของพวกเขาอย่างไม่วางตาสักพักหนึ่งแล้ว
"เออว่ะ มองไม่วางตาเลย มึงว่าเขาชอบใครในกลุ่มพวกเราป่ะ”พรายแก้วเอ่ยเสริม ก่อนจะส่งรอยยิ้มหวานกลับไปให้
“อยากรู้ก็ลองยกแก้วดูดิ เดี๋ยวก็รู้ว่าเขามองใคร" ยูโรเอ่ยเสริมพลางหันไปส่งยิ้มพิมาตให้สาวเจ้าหนึ่งที
"โหๆ มึงอย่าเพิ่งส่งยิ้มดิว่ะไอ้โร" ปฏิทิน ร้องโวยวายขึ้นทันทีที่เห็นยูโรส่งยิ้มพิฆาตไป
"อะไร? กูแค่ยิ้มเองป่ะไอ้ทิน" ยูโรเอ่ยตอบพลางหัวเราะท่าทางของปฏิทิน ทำไมเขาจะไม่รู้ที่ปฏิทินโวยวายขนาดนี้ เพราะกลัวว่าคืนนี้คนที่จะได้ลงเอยกับสาวเจ้าจะเป็นเขาแทนที่จะเป็นตัวเอง
"ฮ่าๆๆๆ ไอ้สัสเอ๊ย ตีกันเป็นเด็กๆ ไปได้"
พรายแก้วที่นั่งฟังอยู่นานก็อดที่จะเอ่ยปากแซวไม่ได้ เพราะพวกเขาทั้งสามสนิทกันมาก เรียกได้ว่าแทบจะรู้จักกันตั้งแต่อยู่ในท้องแม่แล้วก็ว่าได้ เพราะพ่อแม่ของพวกเขาเป็นเพื่อนสนิทกัน ทำให้พวกเขาทั้งสามต้องเป็นเพื่อนสนิทกันไปโดยปริยาย และไม่ว่าใครคนใดคนหนึ่งจะทำอะไรพวกเขาที่เหลือก็สามารถมองออกได้ทันทีเช่นกันว่าอีกคนคิดอะไรอยู่
"นั้นมึงยกก่อนเลยไอ้แก้ว พูดมากนัก" ปฏิทินหันมาบอกพรายแก้วด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิดทันที
"เออๆ กูยกเอง ไอ้สัส" พรายแก้วเอ่ยปากรับคำก่อนจะยกแก้วพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆ หันไปทางผู้หญิงคนนั้นทันที แต่ปฏิกิริยาผู้หญิงคนนั้น กลับส่งแค่รอยยิ้มบางๆ ตอบกลับมาเท่านั้น
"ไม่ใช่กูว่ะ" พรายแก้วเอ่ยก่อนจะหันกลับมามองหน้าเพื่อนรักทั้งสอง
"ไอ้โร มึงต่อเลย" ปฏิทินกระดี๊กระด๊าขึ้นทันที ก่อนจะหันไปสั่งยูโรด้วยน้ำเสียงที่ดีขึ้นกว่าตอนแรก เพราะหมดคู่แข่งไปแล้วหนึ่งคน
"มึงแน่ใจนะ?" ยูโรเอ่ยถามกลับ เขายิ้มออกมาบางๆ กับท่าทางเหมือนปลากระดี่ได้น้ำของเพื่อนรักตรงหน้า
"เออ กูอยากเป็นคนสุดท้ายที่ปิดจ็อบคืนนี้" ปฏิทินพูดพร้อมกลับยิ้มร่าด้วยความอารมณ์ดี เขามั่นใจมากว่าคืนนี้สาวเจ้าจะต้องไปกับเขาอย่างแน่นอน
"แหม มั่นหน้าจังนะครับไอ้ทิน" พรายแก้วเมื่อเห็นท่าทางที่มั่นใจจนออกนอกหน้าของเพื่อนรักก็อดที่จะเอ่ยแซวไม่ได้
"แน่นอน คืนนี้กูต้องได้คนนี้อะกูบอกเลย ไปไอ้โรยกเลย" ปฏิทิน ยังคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงของผู้ชนะ
ยูโรหัวเราะท่าทางของเพื่อนรัก ก่อนจะยกแก้วเหล้าหันไปทางผู้หญิงคนนั้นพร้อมรอยยิ้ม ซึ่งภาพตรงหน้าทำให้พรายแก้วอึ้งไปในทันที เพราะภาพที่เห็นคือผู้หญิงคนนั้นก็ยกแก้วเหล้าชูตอบกลับมาเช่นกัน ไม่ต้องถามถึงคนมั่นหน้าเมื่อสักครู่นี้ เพราะตอนนี้นั่งช็อกอ้าปากค้างไปแล้ว
"เยสสส เอาเรื่องว่ะ" พรายแก้วพูดพลางหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
"กูถามมึงแล้วนะ ว่าแน่ใจเหรอว่าให้กูก่อนอะ" ยูโรเอ่ยพร้อมรอยยิ้มหัวเราะบนใบหน้า ซึ่งเขาก็ให้โอกาสเพื่อนแล้วแต่เพื่อนไม่รับเอง เขาก็ช่วยอะไรไม่ได้ปะ
"ฮ่าๆๆ อะๆ ช็อก ช็อกเลยดิ ไหนใครนะที่จะเป็นคนปิดจ็อบคืนนี้อะ คนมั่นหน้าคนนั้นมันอยู่ที่ไหนละนะ"
"ไอ้เหี้ยเอ๊ย! ผิดคาด" ปฏิทินหลังจากได้สติคืนมา เขาสบถออกมาทันทีอย่างหัวเสีย
"ฮ่าๆๆๆ ไอ้เหี้ย ที่หลังก็อย่ามั่นหน้าให้มันมากนัก" ยูโรพูดพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ
"จริง แล้วเอาไง มึงไปต่อปะ?" พรายแก้วพูดพลางหันไปมองทางผู้หญิงคนนั้นต่อ
"ไม่อะ วันนี้กูไม่มีอารมณ์" ยูโรเอ่ยตอบก่อนจะยักไหล่หนึ่งทีแบบไม่สนใจ
"ไอ้สัส ทำไมอ่า เด็ดนะคนนี้อะ" ปฏิทินรีบเอ่ยถามทันทีด้วยน้ำเสียงตกใจ เพราะจากรูปร่างหน้าตาแล้ว ถือว่าน่าฟัดน่าขยี้ทั้งคืนเลยก็ว่าได้
"เอ้า! ก็กูบอกอยู่นี่ไงว่าไม่มีอารมณ์" ยูโรเอ่ยพลางมองไปทางอื่น ก่อนสายตาจะเห็นเข้ากับอะไรบางอย่าง บางอย่างที่ทำให้เขาสนใจมากกว่าผู้หญิงคนนั้นที่เพิ่งหมายหัวเขาเอาไว้
"พวกมึงเดี๋ยวกูมานะ" ยูโรลุกขึ้นยืนทันที พลางสายตาก็ยังคงจับจ้องกับสิ่งที่เขาสนใจ
"มึงจะไปไหน?" พรายแก้วเอ่ยถามก่อนจะมองตามสายตาของยูโรไปแล้วพบว่าเพื่อนรักกำลังเล็งใครอยู่
"เออ รออยู่นี่แหละเดี๋ยวกูมา" ยูโรพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นเขารีบเดินออกไปทันที
"เอ้า! แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ? อะไรของมันว่ะ" ปฏิทินพูดเสร็จก็หันไปทำหน้างงกับพรายแก้วทันที ส่วนพรายแก้วที่รู้อยู่แล้วเขาแค่ยิ้มออกมาเบาๆ
หน้าห้องน้ำ
"ปล่อยแป้งนะพี่ชิน" ถุงแป้งเอ่ยร้องด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อ 'ชิน' รุ่นพี่คนสนิท ที่เธอเคยไปนั่งกินปากกับเขาเมื่อวันก่อนในผับ ที่ทำให้ไม่ได้รับสายของเพื่อนรักวันนั้น อยู่ๆ ก็เข้ามากระชากเธอให้ไปกับเขาโดยไม่มีเหตุผล
"น้องแป้งไปกับพี่เถอะนะครับ" ชินยังคงยื้อยุดฉุดกระชากถุงแป้งให้ไปกับตัวเองไม่หยุด วันนี้ยังไงเขาจะพาถุงแป้งไปทำเรื่องยังว่าให้ได้ เพราะก่อนหน้านี้ยังไงถุงแป้งก็ไม่ยอมนอนกับเขาลูกเดียว วันนี้บังเอิญได้มาเจอกันเขาไม่ยอมอีกแน่
"แป้งบอกแล้วไงคะพี่ชิน ว่าแป้งไม่ชอบนอนกับใครเลิกทำกับแป้งแบบนี้สักทีเถอะค่ะ" ใช่ถึงเธอจะชอบเที่ยวผับ ชอบถึงเนื้อถึงตัว นอกจากจูบ ลูบไล้แล้ว เธอไม่เคยนอนกับคนที่เธอคุยหรือควงด้วยเลยสักคน
"ทำไมอะแป้ง นอนกับพี่มันไม่ดีตรงไหน? พี่รักแป้งนะไปกับพี่เถอะ" ชินยังคงไม่ละความพยายามที่จะเอาตัวถุงแป้งกลับให้ได้ เขาออกแรงกระชากถุงแป้งอีกครั้ง
หมับ
"ปล่อยมือด้วยไอ้ชิน" ยูโรจับที่ข้อมือของชินก่อนจะออกแรงบีบ ชินเบ้หน้าเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวด เขาจำใจปล่อยมือถุงแป้งให้เป็นอิสระเนื่องจากทนแรงที่ยูโรบีบข้อมือเขาไม่ไหว ก่อนจะหันไปจ้องหน้ายูโรเขม็งและเอ่ยถาม
"แล้วมึงยุ่งอะไรด้วย? นี่คนของกู" ยูโรยิ้มหวานซึ่งมันเป็นรอยยิ้มที่ใครต่อใครใฝ่ฝันที่จะได้ครอบครองรอยยิ้มนี้ ให้ชินหนึ่งครั้งก่อนจะเอ่ยว่า
"คนของมึง? ดูก็รู้แล้วว่าน้องเขาไม่เล่นด้วย มึงอย่ามาพูดมั่วๆ" ยูโรจ้องหน้าชินเขม็ง
"ทำไม เล่นไม่เล่นมันก็เรื่องของกูปะ แล้วมึงเป็นอะไรกับน้องแป้งเหรอ ถึงมาออกตัวไม่ทราบ" ชินทำหน้าตายียวน พลางเลิกคิ้วถามยูโร
"กูก็เป็น 'ผัว' ตัวจริงของน้องเขายังไงล่ะครับ" ยูโรส่งยิ้มหวานให้ชินอีกครั้งก่อนจะหันไปหาถุงแป้งและดึงมือของเธอออกมาจากตรงนั้นทันที ทิ้งให้ชินยืนช็อกกับคำพูดที่เพิ่งได้ยินเมื่อสักครู่นี้อยู่ตรงนั้น
คอนโดหลังจากที่ทั้งคู่เข้ารายงานตัวเป็นนักศึกษาคณะของตัวเองแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องย้ายมาอยู่หอเพื่อเตรียมตัวเปิดภาคเรียนแรกในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้โชคดีที่ทางมหาวิทยาลัยไม่บังคับให้นักศึกษาปีหนึ่งต้องเข้าไปอยู่หอใน พ่อกับแม่ของพวกเขาเลยซื้อคอนโดให้อยู่ด้วยกันแทน มีอะไรจะได้เป็นหูเป็นตาและช่วยดูแลกันได้“ดูแลกันดีๆ นะคะ ถ้ามีปัญหาอะไรโทรหาที่บ้านได้ตลอดเลยนะลูก ทุกคนจะรีบมาหาพวกลูกให้เร็วที่สุด”เสียงถุงแป้งเอ่ยขึ้น พลางมือก็ช่วยจัดเสื้อผ้าของลูกทั้งสองเข้าตู้ไปด้วย“ถ้าเงินไม่พอใช้รีบโทรบอกพ่อเลยนะครับ ขาดเหลืออะไรหรืออยากได้อะไรให้รีบบอกพ่อนะ”ยูโรเอ่ยพร้อมกับยกของใช้เข้ามาเรียงไว้ในห้อง ก่อนจะเริ่มจัดให้เข้าที่เข้าทาง“คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ธาราจะดูแลน้องดูแลตัวเองเป็นอย่างดีแน่นอนครับ”ร่างสูงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม มือก็ช่วยผู้เป็นพ่อแกะกล่องของใช้ไปด้วย“ช่ายยย ธารทิพย์จะไม่ดื้อไม่ซนและจะเชื่อฟังพี่ธาราค่ะ”ร่างบางนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนโซฟาด้วยความสบายใจ พลางในมือก็ถือช็อกโกแลตแท่งของโปรดเคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยความอร่อย“ก็นั่นแหละ ยังไงพ่อก็เป็นห่วงอยู่ดี” ยูโรเงียบเพราะใช้ความ
16 ปีต่อมา....ภายในห้องนอนโทนสีครีมขนาดใหญ่ ที่ปกคลุมไปด้วยความตึงเครียดมีสองหนุ่มสาวกำลังเอาหัวเกยกันจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยกันตรวจสอบรายชื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ตัวเองใฝ่ฝันตาทั้งสองคู่กวาดไล่ลงมาเรื่อยๆ ด้วยหัวใจระทึก ปลายเท้าของพวกเขาจิกพื้นแน่น ปากก็เม้มเข้าหากัน เพื่อลุ้นกับผลที่ฉายอยู่ตรงหน้าว่าจะมีชื่อของพวกเขาไหมแต่ทว่าไม่นานนัก สายตาของหญิงสาวก็เหลือบเข้ากับชื่อที่เด่นหราอยู่ในป้ายประกาศ แถมยังเป็นสองชื่อที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีเสียด้วย“กรี๊ดดดด พี่ธาราพวกเราติดแล้ว พวกเราติดแล้ววว”เสียงกรีดร้องดีใจของหญิงสาวดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้อง พร้อมกับร่างบางที่กระโดดโผเข้ากอดพี่ชายอันเป็นที่รักแน่น“เก่งมากๆ ครับ คนสวยของพี่”“พี่ธาราก็เก่งมากๆ เหมือนกัน สุดหล่อของหนู”ธาราโอบกอดธารทิพย์แน่นพลางหมุนตัวเหวี่ยงร่างบางไปกับอากาศด้วยความดีใจ“ฮ่าๆๆ พวกเราลงไปบอกทุกคนกันเถอะค่ะ”ทั้งคู่จูงมือกันก่อนจะออกวิ่งลงมาจากชั้นสองเพื่อตรงดิ่งไปหาคนอื่นที่นั่งกันอยู่ห้องนั่งเล่นทันที“ทุกคนคะ! พวกเรามีอะไรจะบอกกก”ร่างบางโผเข้านั่งระหว่างกลางยูโรและถุงแป้งทันทีพร้อมกับฉีกยิ้มตาหยีจนลั
3 ปีผ่านไปซ่าาาาาาาา ซ่าาาาาาาาหาดทรายขาวละเอียดที่ทอดยาวไปจนสุดลูกหูลูกตา ตัดกับน้ำทะเลสีครามสดใส เสียงคลื่นซัดฝั่งและเสียงลมทะเลช่วยให้จิตใจสงบและผ่อนคลายจากความเครียด“คุณตาวิ่งให้ทันธาราสิครับ” เสียงเจื้อยแจ้วใส ดังก้องกังวานอยู่หน้าชายหาด‘ธารา’ เด็กผู้ชายอายุประมาณ 3 ขวบ รูปร่างสมส่วน ใบหน้าเรียวคมรับกับจมูกที่โด่งเป็นสัน แก้มขาวๆ ที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะเกิดจากการวิ่ง เขาหันมายิ้มจนเห็นลักยิ้มทั้งสองข้าง ปากเล็กๆ สีชมพูระเรื่อกำลังขยับพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด เขามีผิวพรรณขาวสะอาดสะอ้าน ตอนนี้เขาวิ่งเล่นอยู่หน้าชายหาดกับคุณตาของเขา“ธาราก็รอตาด้วยสิครับ” ธาวิน ตะโกนเรียกหลานชายคนโตของเขา ก่อนจะรีบวิ่งไปจนทันเจ้าตัวเล็กที่วิ่งนำไปก่อน“พี่ธารา มาเล่นกับหนูหน่อย” เสียงเล็กๆ เอ่ยเรียกพี่ชายของเธอดังอยู่แว่วๆ จนทำให้ทั้งธาวินและธาราหยุดวิ่งแล้วหันไปดูทางต้นเสียง“โอเค ธารทิพย์รอพี่แป๊บ” เขาขานรับน้องสาว ก่อนจะหันมาชวนธาวินให้เดินไปกับเขาด้วย‘ธารทิพย์’ เด็กผู้หญิงตัวน้อยอายุ 3 ขวบ เธอเป็นแฝดคนน้องของธารา เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่มีใบหน้าคมไม่แพ้กับพี่ชายของเธอเลย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหน้าต่
หลังเสร็จจากงานศพของธารใส ถุงแป้งได้ย้ายกลับมาอยู่บ้านเพราะกลัวว่าพ่อกับแม่จะเหงา แต่ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนของตัวบ้านก็ทำให้นึกถึงแต่ธารใสตลอด เพราะที่นี่เป็นบ้านหลังแรกที่พวกเธออยู่ด้วยกันตั้งแต่เกิด ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านทุกเหตุการณ์ในช่วงชีวิตมาหมดแล้วทั้งนั้น ตั้งแต่ทุกข์มากจนมามีความสุขมาก แต่ก็เป็นความสุขแค่ชั่วคราว เหมือนสายลมที่พัดผ่านมาและพัดผ่านไปอย่างรวดเร็วถุงแป้งเดินมาหยุดอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ที่คุ้นตา ก่อนจะสะดุดเข้ากับกรอบรูปขนาดใหญ่ที่ติดไว้บนผนังของตัวบ้าน ภาพที่เธอคุ้นตาดี มันคือภาพที่คุณตาอินถ่ายให้พวกเรา เป็นรูปรวมครอบครัวครั้งสุดท้ายที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้“ยิ้มสวยไม่เปลี่ยนเลยนะพี่สาวของหนู” ถุงแป้งเอ่ยก่อนจะยืนลูบที่กรอบรูปช้าๆ ดวงตาเริ่มแดงก่ำเธอรู้สึกร้อนที่หัวตา ก่อนน้ำตาจะไหลลงมาช้าๆ เรื่องนี้เป็นบาดแผลขนาดใหญ่ที่สุดในใจของครอบครัวเธอจริงๆ การเสียคนที่รักมากคนหนึ่งไปมันทรมานจนแทบจะขาดใจ จนมีบางแว๊บเธออยากที่จะตามธารใสไปเลยด้วยซ้ำ“ปีหน้าแป้งเรียนจบแล้ว แป้งจะแต่งงานกับพี่ยูโรนะ พี่ธารใสอย่าเพิ่งรีบไปไหนรอเห็นหน้าหลานก่อนนะ รู้ไหม?” ถุงแป้งยิ้มออกมาเบาๆ ก่อนจะเดินไ
งานศพของธารใสถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ครอบครัวของเธอเชิญเฉพาะแค่คนที่รู้จักและสนิทจริงๆ เท่านั้นที่มาได้ ธาวินไม่อยากให้ใครมาเห็นลูกสาวอันเป็นที่รักยิ่งของเขา ในสภาพแบบนี้เท่าไหร่ เขาอยากให้ทุกคนที่เคยได้เห็นหรือเคยได้รู้จักธารใส จดจำแค่ภาพที่ดีๆ และสวยสดใสของเธอไว้ก็พอ“กินน้ำก่อนนะ ไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันแล้วเดี๋ยวจะเป็นลมเอา” ยูโรยื่นขวดน้ำให้กับถุงแป้งก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ตั้งแต่เช้าแล้วที่ถุงแป้งนั่งอยู่ตรงนี้ข้างๆ รูปของพี่สาว จะมีแค่ลุกไปเจอแขกของธาวินบ้าง กับลุกไปเข้าห้องน้ำแค่นั้น นอกจากนั้นถุงแป้งไม่ไปไหนเลย เธอนั่งมองโลงศพสลับกับมองรูปที่ตั้งหน้าโลง ก่อนจะก้มลงหยิบซองกระดาษสีชมพูน่ารักๆ ที่ดูยังไงก็รู้ว่าเจ้าของต้องเป็นคนทำเองแน่นอน เพราะรูปหน้าซองที่วาดมีผู้ชายสองคนและผู้หญิงอีกสามรวมเป็นห้าคน ซึ่งเขียนชื่อกำกับไว้อยู่แล้วว่าเป็นใครบ้าง และยังมีรูปภาพปริศนาอีกสองรูปที่ไม่มีหน้ามีแต่ชื่อและเพศที่ระบุไว้เท่านั้น อยู่ข้างๆ กับอีกห้าคนที่เหลือด้วยถุงแป้งฝืนยิ้มออกมาเมื่อมองดูซองจดหมายที่ธารใสทิ้งไว้ให้เธออีกครั้ง เธอเปิดซองจดหมายออก ก่อนจะหยิบกระดาษข้างในออกมาอ่าน กี่ครั้ง
ถุงแป้งค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้รอบเตียงของเธอนอกจากยูโรก็มีพ่อกับแม่เพิ่มขึ้นมา เธอไม่รอช้ารีบเอ่ยถามอาการของพี่สาวและเล่าเรื่องทุกอย่างออกไปทันที“พี่ธารใสอยู่ไหน? แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้าง? แป้งเห็นพี่ธารใสลอยไปต่อหน้าต่อหน้าแป้งเลย อึก แล้ว แล้วไอ้ชินมันก็ลงมาจากบนรถนั้น อึก แล้วมันก็...”ธาวินดึงถุงแป้งเข้ามาไว้ในอ้อมกอด เขาบอกให้ถุงแป้งไม่ต้องเล่าอะไรแล้ว พลางลูบหัวของถุงแป้งเพื่อปลอบประโลมใจให้ลูกสาวใจเย็นลง ถุงแป้งค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าช้าๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าจากอ้อมกอดของธาวิน แล้วเอ่ยถามอีกครั้ง“แล้วธารใสอยู่ไหน?”“……..”“ทุกคนเป็นอะไรไปกันหมด แป้งถามหาธารใสกี่รอบแล้ว ทำไมทุกคนไม่มีใครพูดอะไรกับแป้งเลย หรือว่าธารใสเป็นอะไร?”ถุงแป้งผลักผู้เป็นพ่อออกก่อนจะเริ่มโวยวายขึ้น เธอไม่เข้าใจทำไมทุกคนต้องเอาแต่เงียบ แล้วทำไมยูโรต้องร้องไห้ เธอสับสนไปหมดมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่“งั้นแป้งเดินไหวไหม...ไปเยี่ยมพี่ธารใสกันลูก” ธาวินพูดขึ้นมาน้ำเสียงของเขามีความสั่นเล็กน้อยในช่วงปลายประโยคเมย์ธาวีหันมาจับแขนสามีทันทีเหมือนได้ฟังประโยคนั้น แต่ธาวินก็หันมาจับมือเธอก







