INICIAR SESIÓNพี่ว้ากสุดโหดพ่วงตำแหน่งประธานรุ่นผู้เนี้ยบกริบ แต่บทจะบทรั่วก็หลับลึกจนปลุกไม่ตื่นเรน น้องร่วมคณะที่ดูเรียบร้อยใส่แว่นหนาเตอะในเวลากลางวัน แต่กลางคืนเธอรับจ้างเป็น "เพื่อนคุย"
Ver másตอนที่ 1: ของขวัญวันเกิดจากแก๊งเพื่อน
แสงไฟนีออนสีชมพูจากป้าย "SPA & MASSAGE" ฝั่งตรงข้ามคอนโดหรูใจกลางเมืองสาดเข้ามาในห้องรับแขกที่มืดสนิท กลิ่นอายของแอลกอฮอล์คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดช็อปสีน้ำเงินเข้มที่ทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างแรง
"อาทิตย์" เฮดว้ากปี 4 ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดและความเนี้ยบกริบกำลังอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างจากศพ เขาเพิ่งผ่านการปั่นโปรเจกต์จบติดต่อกันมาสามคืนซ้อน แถมยังถูกไอ้พวกเพื่อนตัวแสบในกลุ่มวิศวะลากไปมอมเหล้าฉลองวันเกิดจนสติแทบหลุด
"ชนนนนน! ไม่หมดแก้วมึงไม่ใช่เพื่อนกูนะไอ้อาทิตย์!"
เสียงแก้วเหล้ากระทบกันดังสนั่นลั่นโต๊ะวีไอพีในผับหรูย่านทองหล่อ "ไอ้เก่ง" กับ "ไอ้โน้ต" สองเพื่อนสนิทกลุ่มวิศวะไฟฟ้าตัวแสบพยายามกรอกแอลกอฮอล์ใส่ปากเจ้าของวันเกิดอย่าง
"อาทิตย์" ที่นั่งตาเยิ้มพิงพนักโซฟา สภาพของเฮดว้ากปี 4 ตอนนี้ดูไม่ได้เลยสักนิด เสื้อตัวหนาที่ปักตราคณะที่เคยรีดกริบหลุดลุ่ย กระดุมบนถูกปลดออกจนเห็นแผงอกรำไร
"พอแล้วพวกมึง... กูจะตาย... โปรเจกต์ก็ยังไม่จบ สามวันแล้วที่กูไม่ได้นอน" อาทิตย์พึมพำเสียงพร่าพยายามดันแก้วเหล้าออกห่าง
"ไม่ได้นะเว้ย วันเกิดประธานรุ่นทั้งทีจะมานอนตายแบบนี้ได้ไงวะ" โยงเข้าเรื่องด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเก่ง
"เอออาทิตย์... พวกกูรู้ว่ามึงเครียดเรื่องงานจบการศึกษา"
"แถมช่วงนี้ยังต้องไปไล่บี้พวกปี 2 ในลานเกียร์อีก พวกกูเลยจัดตัวตึงมาให้เป็นของขวัญว่ะ"
"ตัวตึงเหี้ยไร... กูจะนอน ร่างกายต้องการพักผ่อน"
"เออน่า... รับรองว่ามึงได้พักผ่อนไปด้วยใช้แรงไปด้วย" โน้ตเสริมพลางไถมือถือโชว์รูปโปรไฟล์หญิงสาวคนหนึ่งในไลน์ให้เพื่อนดู
"นี่ไง 'น้องน้ำฝน' สวยหวาน งานดีเกรดพรีเมียม"
"เนื้อ นม ไข่ เลย กูเห็นยังอยากใช้บริการเองเลย"
"กูนัดให้ไปรอมึงที่คอนโดแล้วนะเว้ย จ่ายตังค์เรียบร้อย มึงมีหน้าที่แค่กลับไปใช้งานให้คุ้มก็พอ"
"พวกมึงนี่มัน..." อาทิตย์สบถออกมาเบา ๆ แต่ด้วยสติที่พร่าเลือนบวกกับความล้าสะสม ทำให้เขาไม่มีแรงจะปฏิเสธ สุดท้ายเขาก็โดนเพื่อนลากมาขึ้นรถแท็กซี่ส่งกลับคอนโด พร้อมกำชับว่า 'ห้ามไล่น้องเขาออกมาเด็ดขาด'
คอนโดของอาทิตย์
"เอ้า ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพนะครับท่านประธานรุ่น"
เก่งกับโน้ตช่วยกันพยุงร่างที่แทบจะทรงตัวไม่อยู่ของอาทิตย์มาจนถึงหน้าประตูห้องพักหรูบนชั้นสูงสุดของคอนโด โน้ตจัดการรูดคีย์การ์ดเปิดประตูให้พร้อมกับดันหลังเพื่อนตัวดีเข้าไปข้างใน
"เข้าไปได้แล้วไอ้ทิตย์ ของขวัญรออยู่ข้างในนะเว้ย... "
"อ้อ! แล้วจำที่กูบอกไว้ ห้าม-ไล่-น้อง-เขา-ออก-มา-เด็ด-ขาด ไม่งั้นเสียน้ำใจพวกกูแย่" เก่งทิ้งท้ายด้วยเสียงหัวเราะกวนประสาท ก่อนจะดึงประตูปิดลง ทิ้งให้เจ้าของห้องยืนโงนเงนอยู่ท่ามกลางความเงียบ
อาทิตย์สะบัดหน้าไล่ความมึนงงที่ตีขึ้นมาเป็นระลอก เขาทิ้งกระเป๋าโน้ตบุ๊กที่มีไฟล์โปรเจกต์เจ้าปัญหาลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี ก่อนจะค่อยๆ เดินลัดเลาะผ่านความมืดไปทางห้องนอนที่แง้มประตูไว้เล็กน้อย แสงไฟสีนวลตาที่รอดออกมาทำให้เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
"บอกว่าไม่ต้อง พวกมึง ... วุ่นวายชะมัด" เขาบ่นอุบอิบ แต่ก้าวขาเดินต่อไปตามกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ลอยมาแตะจมูก
ภายในห้องนอน...
เรน ในคราบ "น้ำฝน" นั่งกำมือแน่นอยู่บนขอบเตียงกว้าง หัวใจของเธอกระหน่ำรัวยิ่งกว่าจังหวะกลองในผับที่เธอเพิ่งจากมา เธอได้รับการ์ดสำรองและรหัสเข้าห้องมาจาก 'ลูกค้า' ตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว
ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าหนักๆ หยุดลงที่หน้าประตู เรนสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นยืนหันไปเผชิญหน้า
เธอรับงานนี้ผ่านเอเจนซี่ลับ ๆ เพราะต้องการเงินก้อนสุดท้ายไปจ่ายค่าผ่าตัดให้แม่ที่ต่างจังหวัด เอเจนซี่บอกแค่ว่า
"ลูกค้าเป็นคนรวย สุภาพ แค่ไปนั่งเป็นเพื่อนคุยและดูแลนิดหน่อย" แต่เธอไม่คิดเลยว่าลูกค้าคนนั้นจะเป็น...
"พี่อาทิตย์"
เรนแทบจะร้องกรี๊ดออกมาเมื่อเห็นใบหน้าคมเข้มที่คุ้นเคย แสงไฟจากด้านนอกสะท้อนให้เห็นคิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากัน และนัยน์ตาดุดันที่ตอนนี้นิ่งสนิทเพราะความเมาและเหนื่อยล้า เสียงหวานใสที่ดัดจนนุ่มละมุนผิดกับตอนอยู่ที่คณะทำให้อาทิตย์ชะงัก เขาพิงกรอบประตูพลางจ้องมองร่างบางในชุดนอนผ้าซาตินสีขาวที่ยืนอยู่ปลายเตียง แสงไฟสลัวขับเน้นให้ผิวขาวเนียนของเธอดูผุดผ่องจนน่าสัมผัส
"เธอ..."
อาทิตย์พูดได้แค่นั้นก่อนจะเดินโซเซเข้าไปหา แรงดึงดูดบางอย่างในตัว 'น้องน้ำฝน' ทำให้เขาลืมความเหนื่อยล้าไปชั่วขณะ เรนรีบเข้าไปประคองร่างสูงใหญ่ที่ดูเหมือนจะล้มลงได้ทุกเมื่อ
"ระวังค่ะ... อุ๊ย"
เพราะน้ำหนักตัวที่มากกว่าบวกกับความเมามาย ทำให้อาทิตย์ทิ้งตัวลงไปทางเตียงโดยที่มีเรนรองรับไว้ ทั้งคู่ล้มลงบนที่นอนนุ่ม ร่างของอาทิตย์ทับซ้อนอยู่บนตัวเธอ กลิ่นน้ำมันเครื่องจาง ๆ จากชุดผสมกับกลิ่นเหล้าและน้ำหอมผู้ชายทำเอาเรนหน้าร้อนผ่าว
"เธอชื่อน้ำฝน... ใช่ไหม" อาทิตย์ถามพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ไม่มีแว่นตาบดบัง
เขาเอื้อมมือที่สั่นเทาขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าเธอเบา ๆ สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่กลับให้ความรู้สึกวาบหวามอย่างประหลาด อาทิตย์นิ่งค้างไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาที่ฉ่ำปรือพยายามโฟกัสใบหน้าเนียนใสตรงหน้าอย่างหนัก
"ดวงตาคู่นี้... ทำไมดูเหมือนใครบางคนที่ผมเพิ่งดุไปที่ลานเกียร์เลยนะ..." เขามึนจนหัวหมุน ทว่าความสวยเย้ายวนที่อยู่ตรงหน้ากลับดึงสติที่เหลืออยู่ไปเสียหมด
"แต่ช่างเถอะ... น้ำฝนสวยกว่ายัยเด็กนั่นตั้งเยอะ"
"ค่ะ... ค่ะ" เรนแทบจะหยุดหายใจ ใจหนึ่งก็กลัวจนตัวสั่น แต่อีกใจก็แอบเจ็บจี๊ดกับประโยคที่เขาบอกว่า "น้ำฝนสวยกว่า" เธอพยายามดัดเสียงให้หวานและนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้...
"หอมจัง..." อาทิตย์พึมพำ
อาทิตย์ขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก เขาคว้าข้อมือเล็กของเธอแล้วดึงเข้าหาตัวเบาๆ ร่างบางเสียหลักถลาลงไปนั่งข้างเขา กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเรนปะทะเข้ากับจมูกโด่งคม มันไม่ใช่กลิ่นเย้ายวนแบบผู้หญิงกลางคืนทั่วไป แต่เป็นกลิ่นหอมสะอาดที่ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด
"ปวดหัว... หนักหัวไปหมด" อาทิตย์พึมพำพลางทิ้งศีรษะลงบนตักนุ่มของเธออย่างถือวิสาสะ
เปลือกตาของเขาหนักอึ้งราวกับมีหินมาถ่วงไว้ ภาพตรงหน้าพร่าเลือนจนเห็นใบหน้าของหญิงสาวซ้อนกันเป็นสองสามชั้น ความร้อนจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เพื่อนกรอกใส่ปากมาตลอดทั้งคืนตีรวนกับความอ่อนเพลียจากการอดนอน จนเขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง
"คุณ... ผมคงทำอะไรคุณไม่ไหวจริง ๆ"
อาทิตย์พึมพำประโยคนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคมที่เคยดุดันยามอยู่ลานเกียร์บัดนี้ปรือปรอยและฉ่ำวาวด้วยฤทธิ์สุรา เขาพยายามจะชันกายขึ้นแต่กลับล้มฟุบลงไปบนความนุ่มนิ่มของหน้าขาเนียนอีกครั้งอย่างหมดสภาพ ความร้อนจากลมหายใจของเขาเป่ารดผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบาจนเรนรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว
"นอนเถอะค่ะคุณอาทิตย์ คุณเมามากแล้ว"
เรนกระซิบตอบพลางจัดท่าทางให้เขานอนหนุนตักของเธอได้ถนัดขึ้น มือเล็กค่อย ๆ ลูบขมับของชายหนุ่มเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดหัวปานจะระเบิดนั้น ใจหนึ่งเธอก็รู้สึกประหม่าจนแทบหยุดหายใจ แต่อีกใจกลับรู้สึกถึง "ความโชคดี" อย่างมหาศาลที่เกิดขึ้นในคืนนี้
‘ขอบคุณเอเจนซี่... ขอบคุณไอ้เพื่อนพี่ว้ากที่มอมเหล้าเขาจนเละขนาดนี้’
เธอแอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แผนการที่เตรียมมาเพื่อรับมือกับ "ลูกค้า" จอมหื่นกามถูกพับเก็บไปได้เลย เพราะลูกค้าตรงหน้าในตอนนี้ไม่มีแม้แต่แรงจะลืมตาด้วยซ้ำ
สภาพของอาทิตย์ที่เมามายจนไร้สติกลายเป็นเกราะคุ้มกันชั้นดีที่ทำให้เรนไม่ต้องเอาตัวเข้าแลกกับเงินก้อนนี้อย่างที่หวังไว้ตอนแรก
"อืม... อย่าไปไหนนะ..."
เสียงอู้อี้ดังขึ้นจากคนที่ซุกหน้าเข้าหาหน้าท้องเนียนของเธอแขนแกร่งโอบกอดรอบเอวบางไว้หลวมๆ ราวกับเด็กที่กลัวหมอนข้างหาย
"ไม่ไปไหนคะ นอนพักเถอะนะคะ"
เรนมองดูเฮดว้ากจอมโหดที่บัดนี้กลายเป็นเพียงผู้ชายที่น่าสงสารคนหนึ่ง ภายใต้แสงไฟสลัวในห้องนอนอันเงียบสงบ เธอปล่อยให้เขาใช้ตักของเธอแทนหมอน มือเล็กที่ลูบผมเขาอยู่ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อมองเห็นรอยแผลเป็นเล็กๆ ที่คิ้วของเขาชัดเจน
"ถ้าเขาตื่นมาเห็นสภาพฉันที่คณะพรุ่งนี้ ในชุดนิสิตตัวโคร่งกับแว่นสายตาหนาเตอะ"
"เขาจะเชื่อไหมว่ายัยซุ่มซ่ามที่โดนเขาสั่งซ่อมจนหน้ามืด คือคนเดียวกับน้ำฝนที่เขากำลังกอดอยู่ตอนนี้'
เช้าวันรุ่งขึ้นบรรยากาศหน้าห้องผ่าตัดของแผนกศัลยกรรมหัวใจและทรวงอกเงียบเชียบและหนาวเหน็บกว่าทุกวัน แสงไฟจากป้ายกำลังผ่าตัด สีแดงฉานสว่างวาบขึ้น บ่งบอกว่าชีวิตของคนที่เธอรักที่สุดกำลังอยู่บนเส้นด้ายรินรดายืนกอดอกพิงผนังเย็นเยียบอยู่เพียงลำพัง ดวงตาคู่สวยฉายแววอิดโรยและล้าเต็มทีจากการอดนอนมาตลอดทั้งคืน เพราะความกังวลเรื่องการผ่าตัดใหญ่ของแม่คอยหลอกหลอนจนเธอไม่สามารถข่มตาลงได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว เธอยังคงจ้องมองประตูบานหนานั้นไม่วางตา นิ้วเรียวจนซีดเซียวจิกเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกั้นความกลัวที่กำลังกัดกินใจในเวลานี้... เวลาที่หัวใจเปราะบางจนแทบจะแตกสลาย รินรดาเพิ่งรู้ซึ้งถึงคำว่าโดดเดี่ยว เธอยกมือขึ้นกุมขมับที่ยังคงรุม ๆ ด้วยพิษไข้ ในใจลึก ๆ แอบร้องขอ... ขอให้มีใครสักคนมายืนอยู่ข้าง ๆ คอยบอกว่าทุกอย่างจะไม่เป็นไร แค่ใครสักคนก็ยังดีห่างออกไปที่มุมตึกตรงทางเลี้ยว... ร่างสูงใหญ่ในเสื้อช็อปสีเข้มยืนหลบมุมอยู่ตรงนั้น อาทิตย์มาถึงโรงพยาบาลตั้งแต่นายแพทย์ยังไม่เข้าเวรด้วยซ้ำ ใบหน้าหล่อเหลาอิดโรยอย่างเห็นได้ชัดเพราะเมื่อคืนเขานอนไม่หลับเลยแม้แต่ตื่นเดียว ภาพข้อมือช้ำ ๆ รอยแตกที่ประตูห้องพัก แล
หลังจากที่โน๊ตวางสายจากอาทิตย์ เขากับเก่งก็รีบกดโทรศัพท์สายตรงหา ‘เจ่เจ้’ เอเจนซี่ใหญ่ที่คอยส่งงานให้ ‘น้องน้ำฝน’ ทันที"เจ่เจ้ครับ... พอดีพวกผมมีรุ่นพี่แนะนำมาน่ะครับ พอดีนายหัวนักธุรกิจใหญ่จากทางใต้เขาขึ้นมาเคลียร์งานที่กรุงเทพฯ แล้วอยากได้น้องน้ำฝนไปนั่งทานข้าว เป็นเพื่อนคุยในห้องอาหารส่วนตัวที่โรงแรมแถวสุขุมวิทน่ะครับ""เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาครับ เขาจ่ายไม่อั้น ขอแค่เป็นน้องน้ำฝนคนเดียวเท่านั้น" โน๊ตกรอกเสียงละมุนเลียนแบบเลขาฯ นักธุรกิจใหญ่ตามแผนที่อาทิตย์วางไว้ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนที่เจ่เจ้จะถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงแบ่งรับแบ่งสู้"โอ๊ยคุณน้องคะ... เจ่เจ้ก็อยากจะรับใจจะขาดค่ะ เงินหนาขนาดนี้ แต่ช่วงนี้หนูน้ำฝนแกภารกิจเยอะเหลือเกินค่ะเจ่เจ้ก็ไม่รู้ว่าเธอจะยอมรับงานไหม ยิ่งงานกะทันหันแบบนี้ด้วย เดี๋ยวเจ่เจ้ขอโทรไปล่อซื้อลูกสาวดูก่อนนะคะ ถ้าชีตกลงยังไงเดี๋ยวเจ่เจ้โทรกลับค่ะ"เมื่อวางสายจากฝั่งโน๊ต เจ่เจ้ก็รีบกดต่อสายหารินรดาในร่างของ ‘น้ำฝน’ ทันที อาทิตย์ที่ไม่รู้จะไปไหน ก็มาถึงร้านนั่งรวมกับเพื่อนสองคนได้ยินพอดี ในใจของเจ่เจ้นั้นอยากให้ลูกสาวในสังกัดรับงานนี
แสงไฟจากเสาไฟฟ้าที่ป้ายรถเมล์กะพริบถี่เป็นจังหวะ ราวกับจะหมดแรงไปตามสภาพร่างกายของคนที่นั่งอยู่บนม้านั่งเหล็ก รินรดากระชับสเวตเตอร์เข้าหาตัว ความหนาวเหน็บจากอาการไข้เริ่มกลับมาเล่นงานจนเธอต้องสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เธอมองออกไปบนถนนที่ว่างเปล่า เงาของรถเมล์สายที่รอคอยยังคงไร้วี่แววรินรดาหยิบสมุดเล่มเล็ก ๆ ออกมาจากกระเป๋า เปิดดูตัวเลขรายรับที่เธอจดไว้อย่างถี่ยิบ นิ้วเรียวสั่นเทาขณะคำนวณเงินที่ต้องหาเพิ่มอีกสามหมื่นบาทภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แสงไฟสลัวทำให้เธอต้องเพ่งมองยอดเงินที่ยังขาดอยู่อย่างหนักใจทุกการเคลื่อนไหวอันแสนเปราะบางนั้นตกอยู่ในสายตาของอาทิตย์ทั้งหมด เขาเดินตามหลังเธอมาเงียบ ๆ ทิ้งระยะห่างหลบอยู่หลังเงาไม้ใหญ่ ลมหายใจของเฮดว้ากหนุ่มสะดุดกึกเมื่อเห็นแผ่นหลังเล็กคุดคู้เข้าหากันด้วยความหนาวสั่น มือหนาในกระเป๋าเสื้อช็อปกำแน่นจนสั่นสะท้านไม่แพ้กัน ความโอหังที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกผิดที่กรีดลึกในอก ยิ่งเห็นเธอเปิดสมุดเล่มเล็กแล้วใช้ปลายนิ้วลูบตัวเลขเหล่านั้นอย่างหมดหวัง หัวใจของเขาก็ยิ่งบีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก เขากำลังยืนดูเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกเขาตราหน้าและร
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ กระแทกไปตามโถงทางเดินของโรงพยาบาลกลาง อาทิตย์ก้าวฉับ ๆ เข้าไปยังแผนกศัลยกรรมหัวใจและทรวงอกตามพิกัดที่โน๊ตส่งมาให้ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบโถงรอตรวจที่เริ่มบางตาลงเนื่องจากเลยเวลาทำการปกติมามากแล้ว เขามองหาใครบางคนที่น่าจะยืนร้องไห้ หรือใครบางคนที่ดูร้อนรน... แต่กลับไม่มี"ขอโทษครับ... ไม่ทราบว่าคุณรินรดามาติดต่อที่นี่ไหมครับ" เขาโพล่งถามพยาบาลที่เคาน์เตอร์ด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้ปกติที่สุด แต่แววตากลับปิดความกระวนกระวายไม่มิด"คุณรินรดา... ญาติคนไข้เคสผ่าตัดพรุ่งนี้เช้าใช่ไหมคะ เมื่อครู่เห็นเดินไปทางหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ค่ะ"อาทิตย์ไม่รอแม้แต่จะกล่าวขอบคุณ เขาหมุนตัวและกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปยังโซนห้อง ICU ทันที หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุอก ความเอะใจในตอนแรกหายไปสิ้น เหลือเพียงความกลัว... กลัวว่าสิ่งที่เขาอยากมาเห็นกับตาจะเป็นภาพที่เลวร้ายกว่าที่คิดเขาซอยเท้าผ่านโถงทางเดินยาวที่มีเก้าอี้พลาสติกวางเรียงราย สายตาคอยจ้องมองตรงไปยังประตูห้องไอซียูขนาดใหญ่ที่ปิดสนิท ชายหนุ่มเดินผ่านเก้าอี้ตัวหนึ่งที่มีคนนั่งคุดคู้เอนกายอยู่ แต่เพราะความรีบร้อนและแสงไฟที่สลัวลง ทำให้เขามองข้ามร