INICIAR SESIÓN"อีแป้ง มึงเป็นอะไรกูเห็นมึงนั่งมองโทรศัพท์มาสักพักแล้วนะ มันมีอะไรในนั้นเหรอ" เสียงข้าวใหม่เอ่ยถาม เพราะตั้งแต่เข้ามานั่งเรียนถุงแป้งก็เอาแต่นั่งจ้องโทรศัพท์ไม่เลิก
"เออ เป็นอะไรวะ เดี๋ยวนี้ดูมึงโทรมๆ นะเหมือนคนมีอะไรในใจ" น้ำปูนเอ่ยเสริมขึ้นทันที พลางจ้องมองหน้าเพื่อนรักอย่างจับผิด ถุงแป้งที่เห็นเพื่อนรักใส่ใจตัวเองขนาดนี้ก็ถอนหายใจพลางเล่าเหตุการณ์เกี่ยวกับยูโรให้เพื่อนทั้งสองฟังทั้งหมด
"คือมึงจะบอกว่าพี่ที่ช่วยมึงจากอีพี่ชินวันนั้นคือพี่ยูโรอะเหรอ" ข้าวใหม่ทำตาโตอย่างตกใจ
"โอ้ กูเชื่อล่ะโลกแม่งกลมสัส" น้ำปูนยกมือขึ้นมาทาบอกของตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันไปมองเพื่อนรักทั้งสองคน
ถุงแป้งที่เห็นปฏิกิริยาของเพื่อนรักทั้งสอง เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะทิ้งหัวตัวเองฟุบลงกับโต๊ะเลคเชอร์ทันที ด้วยความอ่อนล้า เธอแทบไม่ได้นอนเลยทั้งคืนเพราะคิดถึงแต่เรื่องของยูโร
"แต่มึง กูว่ากูคุ้นๆ หน้าอีพี่ยูโรนี่นะ" ข้าวใหม่พูดพลางยกโทรศัพท์ขึ้นมา กดไล่หาดูในสิ่งที่เธออยากรู้ ก่อนจะร้องตะโกนออกมาอย่างตกใจเมื่อเจอในสิ่งที่เธอสงสัย
“ไอ้เหี้ย!!!”
"อีสัส เงียบๆ ดิ๊ ดูสิเขามองมึงกันทั้งเซคแล้ว" น้ำปูนพูดพลางยกมือขึ้นไปปิดปากข้าวใหม่ทันที ก่อนที่ทั้งสามจะหันไปยิ้มแห้งอย่างรู้สึกผิด
"มึงงง คือกูจะบอกว่ามึงจำฉายาผัวพี่โรที่พวกคนในมหาลัยพูดถึงกันบ่อยๆ ได้ไหม" ข้าวใหม่พูดเสียงสั่นพลางมองหน้าเพื่อนรัก ก่อนที่น้ำปูนจะพยักหน้าว่าเธอจำได้ ถุงแป้งมองหน้าเพื่อนรักอย่างไม่เข้าใจ เธอทำหน้างงก่อนจะเอ่ยถาม
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่ยูโร" ข้าวใหม่ที่ได้ยินถุงแป้งถามก็กลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงสั่น
"ก็ผัวพี่โรมันย่อมาจากพี่ยูโรเป็นผัวไงมึง คนที่ทั้งมหาลัยยอมสละตัวเอง ขอแค่ได้นอนกับพี่มันสักครั้งหนึ่ง ก็เป็นบุญแล้วนั่นไงมึง"
สิ้นเสียงคำอธิบายของข้าวใหม่ ถุงแป้งอ้าปากค้างตาโตไปในทันที
"แต่ถึงอีพี่มันจะได้ฉายาแบบนั้น มันก็ไม่เคยคบใครเป็นตัวเป็นตนสักทีเลยนะเห็นแต่กินเล่นๆ ไปวันๆ” น้ำปูนยกมือขึ้นเท้าคางก่อนจะตอบออกมาบ้าง เพราะเธอก็พอรู้มาจากวงในว่าพี่ยูโรคนนี้ถนัดกินแต่ไม่ถนัดคบใคร
"แล้วแบบนี้มึงจะเอายังไงต่ออ่า จากที่มึงเล่าดูเหมือนพี่เขาก็สนใจมึงเหมือนที่มึงเองก็สนใจเขาอยู่นะ" ข้าวใหม่เอ่ยถามเพื่อนตัวเองอีกครั้งเมื่อเห็นว่าถุงแป้งเงียบไป สำหรับถุงแป้งแค่อยากได้แบบสกินชิพ แต่ของยูโรอยากได้ของเขามันลึกกว่านี้
"กูไม่อยากยุ่งกับพี่เขาแล้ว" ถุงแป้งเม้มริมฝีปากแน่นไอ้เสียดายมันก็เสียดาย แต่ถ้าจะให้เธอไปนอนด้วยแบบนั้นก็คงต้องพักก่อน
"แต่พี่เขาก็รุกมึงอยู่นะ แล้วมึงเองก็ชอบเขาไม่ใช่เหรอไม่ลองดูหน่อยล่ะ" ข้าวใหม่ยังคงยิงคำถามต่อ เพื่อถุงแป้งจะเปลี่ยนใจมาลองอะไรแบบนี้บ้าง
"ก็ใช่ที่กูชอบเขา แต่พวกมึงก็รู้กูไม่ชอบกินคนใกล้ตัวเดี๋ยวมันจะมีปัญหาอีก แล้วกูไม่ได้สายคู่นอนด้วยกูแค่ชอบสกินชิพเองอ่ะ" ถุงแป้งพูดพลางถอนหายใจแรงๆ อีกครั้ง เธอไม่ได้สนใจหรอกว่ายูโรจะมีฉายาอะไร หรือคนทั้งมหาลัยจะอยากได้เขาขนาดไหน เธอสนแค่ว่าถ้าเธอเล่นด้วยแล้วปัญหาจะตามมาเหมือนกับชินไหม ที่เธอหลวมตัวไปเล่นด้วยแล้วเป็นไงสุดท้ายก็สลัดแทบไม่หลุดจนเกือบโดนฉุดไปวันนั้น
"มึงกังวลว่าพี่ยูโรจะเป็นแบบอีพี่ชินใช่ไหม? ถ้ามึงเล่นด้วย" น้ำปูนยิงคำถามตรงๆ แบบไม่อ้อมค้อม เพราะแค่ดูสีหน้าเพื่อนตัวเองเธอก็รู้ได้แล้วว่ากังวลเรื่องนี้อยู่แน่ๆ
"อืม กูกลัวเวลาที่ไม่อยากเล่นด้วยแล้ว มันจะไม่จบแบบพี่ชิน" ถุงแป้งตอบพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา ตั้งแต่คุยเรื่องนี้เธอถอนหายใจมาแล้วนับไม่ถ้วนเลยจริงๆ
"เออ ลืมนึกไปเลยว่าอีพี่ชินก็อยู่คณะเดียวกับเรานี่หว่า" ข่าวใหม่เอ่ยเสริม เธอเองก็ลืมคิดไปว่าชินก็อยู่คณะนี้แต่อยู่ปีสี่
"งั้นมึงจะเอายังไงต่อ กูว่าพี่ยูโรไม่ปล่อยมึงไปง่ายๆ หรอกดูท่าเขาอยากจะเล่นด้วยกับมึงจะตาย" ข้าวใหม่เท้าคาง ก่อนจะมองมายังถุงแป้งเพื่อรอคำตอบ
"นั้นกูควรทำยังไงดีอ่า?”
"ก็ถ้ามึงคิดว่าอีพี่ยูโรชอบมึงจริงๆ และมึงมั่นใจว่ามึงจะไม่ยุ่งกับอีพี่มันจริงๆ แบบมึงจะไม่ไปยุ่งอะไรกับเขาเลย ไม่ว่าจะด้วยกรณีใดๆ ทั้งสิ้น มึงก็ไปเปิดใจคุยกับพี่เขาเถอะ ไปบอกเขาดีๆ ตกลงกันเพราะถ้ามึงยังหนีอยู่แบบนี้อีพี่มันก็ตามมึงแบบนี้ไม่จบไม่สิ้นหรอก" น้ำปูนพูดออกมาก่อนจะยกมือขึ้นตบไหล่เพื่อนรักเบาๆ
"เอางั้นเหรอ" ถุงแป้งมีน้ำเสียงเสียดายอย่างเห็นได้ชัด
"แหม น้ำเสียงเสียดายจังเลยนะ" ข้าวใหม่เอ่ยแซว แต่ไม่ใช่แค่น้ำเสียงนะที่เสียดาย ใบหน้าของถุงแป้งเองก็แสดงออกว่าเสียดายไม่แพ้กับน้ำเสียงเลย
"เออ ก็เสียดายจริงๆ นี่หว่า เฮ้อออ" สิ้นเสียงถุงแป้งเพื่อนรักทั้งสองต่างหัวเราะออกมาให้กับการกระทำและน้ำเสียงที่เสียดายสุดซึ้งของเพื่อนตัวดี
ห้องถุงแป้ง
22.35 น.
ตึ้ง
ถุงแป้งที่กำลังตั้งอกตั้งใจดูรายการอาหารอยู่ก็ต้องสะดุ้งกับเสียงแจ้งเตือนจนต้องหันมาสนใจว่าใครทักมา
"ใครทักมาดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้นะ" ถุงแป้งยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ก่อนจะกดดูหน้าจอว่าเป็นใครที่ทัก แต่ก็ต้องแปลกใจเพราะมันเป็นข้อความจากคนที่เธอไม่คิดว่าเขาจะทักมา เธอชั่งใจอยู่สักครู่ว่าควรตอบกลับไหม ก่อนจะตัดสินใจปิดหน้าจอแล้วเอาโทรศัพท์วางไว้เหมือนเดิม
ตึ้ง
ร่างบางหันมองดูโทรศัพท์อีกรอบ ก่อนจะหันกลับไปสนใจรายการอาหารต่อ เพราะยังคงเป็นคนเดิมที่ทักเธอมาก่อนหน้านี้ จนกระทั่งมีเสียงเรียกเข้าจากแอปพลิเคชันไลน์เธอจึงยื่นมือมาหยิบโทรศัพท์อีกครั้ง
'พี่ยูโร'
ร่างบางมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ในขณะนี้กำลังแผดเสียงร้องก่อนที่นิ้วเรียวจะกดรับสาย
[ฮัลโหลค่ะ]
ถุงแป้งกรอกเสียงใส่โทรศัพท์ รอไม่นานนักปลายสายก็ตอบกลับมาเช่นกัน
[ทำอะไรอยู่คะ?] ยูโรเอ่ยถามเสียงใส
[อ่อ กำลังดูรายการอาหารอยู่ค่ะ]
[ยังไม่นอนอีกเหรอคะ?]
[เดี๋ยวดูนี่จบก็จะนอนแล้วค่ะ]
[แสดงว่าตอนนี้ยังไม่นอน]
[คะ?]
[นั้นเราไปกินข้าวกัน พี่รอหนูอยู่ใต้คอนโดแล้วครับ ลงมาเลยนะคะคนดี แค่นี้นะคะ]
ถุงแป้งอึ้งไปทันทีที่ได้ยินประโยคสุดท้ายจากยูโร ก่อนจะก้มมองเวลาที่โชว์บนหน้าจอโทรศัพท์
"กินข้าวตอนสี่ทุ่มครึ่งเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว!"
คอนโดหลังจากที่ทั้งคู่เข้ารายงานตัวเป็นนักศึกษาคณะของตัวเองแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องย้ายมาอยู่หอเพื่อเตรียมตัวเปิดภาคเรียนแรกในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้โชคดีที่ทางมหาวิทยาลัยไม่บังคับให้นักศึกษาปีหนึ่งต้องเข้าไปอยู่หอใน พ่อกับแม่ของพวกเขาเลยซื้อคอนโดให้อยู่ด้วยกันแทน มีอะไรจะได้เป็นหูเป็นตาและช่วยดูแลกันได้“ดูแลกันดีๆ นะคะ ถ้ามีปัญหาอะไรโทรหาที่บ้านได้ตลอดเลยนะลูก ทุกคนจะรีบมาหาพวกลูกให้เร็วที่สุด”เสียงถุงแป้งเอ่ยขึ้น พลางมือก็ช่วยจัดเสื้อผ้าของลูกทั้งสองเข้าตู้ไปด้วย“ถ้าเงินไม่พอใช้รีบโทรบอกพ่อเลยนะครับ ขาดเหลืออะไรหรืออยากได้อะไรให้รีบบอกพ่อนะ”ยูโรเอ่ยพร้อมกับยกของใช้เข้ามาเรียงไว้ในห้อง ก่อนจะเริ่มจัดให้เข้าที่เข้าทาง“คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ธาราจะดูแลน้องดูแลตัวเองเป็นอย่างดีแน่นอนครับ”ร่างสูงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม มือก็ช่วยผู้เป็นพ่อแกะกล่องของใช้ไปด้วย“ช่ายยย ธารทิพย์จะไม่ดื้อไม่ซนและจะเชื่อฟังพี่ธาราค่ะ”ร่างบางนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนโซฟาด้วยความสบายใจ พลางในมือก็ถือช็อกโกแลตแท่งของโปรดเคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยความอร่อย“ก็นั่นแหละ ยังไงพ่อก็เป็นห่วงอยู่ดี” ยูโรเงียบเพราะใช้ความ
16 ปีต่อมา....ภายในห้องนอนโทนสีครีมขนาดใหญ่ ที่ปกคลุมไปด้วยความตึงเครียดมีสองหนุ่มสาวกำลังเอาหัวเกยกันจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยกันตรวจสอบรายชื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ตัวเองใฝ่ฝันตาทั้งสองคู่กวาดไล่ลงมาเรื่อยๆ ด้วยหัวใจระทึก ปลายเท้าของพวกเขาจิกพื้นแน่น ปากก็เม้มเข้าหากัน เพื่อลุ้นกับผลที่ฉายอยู่ตรงหน้าว่าจะมีชื่อของพวกเขาไหมแต่ทว่าไม่นานนัก สายตาของหญิงสาวก็เหลือบเข้ากับชื่อที่เด่นหราอยู่ในป้ายประกาศ แถมยังเป็นสองชื่อที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีเสียด้วย“กรี๊ดดดด พี่ธาราพวกเราติดแล้ว พวกเราติดแล้ววว”เสียงกรีดร้องดีใจของหญิงสาวดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้อง พร้อมกับร่างบางที่กระโดดโผเข้ากอดพี่ชายอันเป็นที่รักแน่น“เก่งมากๆ ครับ คนสวยของพี่”“พี่ธาราก็เก่งมากๆ เหมือนกัน สุดหล่อของหนู”ธาราโอบกอดธารทิพย์แน่นพลางหมุนตัวเหวี่ยงร่างบางไปกับอากาศด้วยความดีใจ“ฮ่าๆๆ พวกเราลงไปบอกทุกคนกันเถอะค่ะ”ทั้งคู่จูงมือกันก่อนจะออกวิ่งลงมาจากชั้นสองเพื่อตรงดิ่งไปหาคนอื่นที่นั่งกันอยู่ห้องนั่งเล่นทันที“ทุกคนคะ! พวกเรามีอะไรจะบอกกก”ร่างบางโผเข้านั่งระหว่างกลางยูโรและถุงแป้งทันทีพร้อมกับฉีกยิ้มตาหยีจนลั
3 ปีผ่านไปซ่าาาาาาาา ซ่าาาาาาาาหาดทรายขาวละเอียดที่ทอดยาวไปจนสุดลูกหูลูกตา ตัดกับน้ำทะเลสีครามสดใส เสียงคลื่นซัดฝั่งและเสียงลมทะเลช่วยให้จิตใจสงบและผ่อนคลายจากความเครียด“คุณตาวิ่งให้ทันธาราสิครับ” เสียงเจื้อยแจ้วใส ดังก้องกังวานอยู่หน้าชายหาด‘ธารา’ เด็กผู้ชายอายุประมาณ 3 ขวบ รูปร่างสมส่วน ใบหน้าเรียวคมรับกับจมูกที่โด่งเป็นสัน แก้มขาวๆ ที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะเกิดจากการวิ่ง เขาหันมายิ้มจนเห็นลักยิ้มทั้งสองข้าง ปากเล็กๆ สีชมพูระเรื่อกำลังขยับพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด เขามีผิวพรรณขาวสะอาดสะอ้าน ตอนนี้เขาวิ่งเล่นอยู่หน้าชายหาดกับคุณตาของเขา“ธาราก็รอตาด้วยสิครับ” ธาวิน ตะโกนเรียกหลานชายคนโตของเขา ก่อนจะรีบวิ่งไปจนทันเจ้าตัวเล็กที่วิ่งนำไปก่อน“พี่ธารา มาเล่นกับหนูหน่อย” เสียงเล็กๆ เอ่ยเรียกพี่ชายของเธอดังอยู่แว่วๆ จนทำให้ทั้งธาวินและธาราหยุดวิ่งแล้วหันไปดูทางต้นเสียง“โอเค ธารทิพย์รอพี่แป๊บ” เขาขานรับน้องสาว ก่อนจะหันมาชวนธาวินให้เดินไปกับเขาด้วย‘ธารทิพย์’ เด็กผู้หญิงตัวน้อยอายุ 3 ขวบ เธอเป็นแฝดคนน้องของธารา เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่มีใบหน้าคมไม่แพ้กับพี่ชายของเธอเลย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหน้าต่
หลังเสร็จจากงานศพของธารใส ถุงแป้งได้ย้ายกลับมาอยู่บ้านเพราะกลัวว่าพ่อกับแม่จะเหงา แต่ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนของตัวบ้านก็ทำให้นึกถึงแต่ธารใสตลอด เพราะที่นี่เป็นบ้านหลังแรกที่พวกเธออยู่ด้วยกันตั้งแต่เกิด ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านทุกเหตุการณ์ในช่วงชีวิตมาหมดแล้วทั้งนั้น ตั้งแต่ทุกข์มากจนมามีความสุขมาก แต่ก็เป็นความสุขแค่ชั่วคราว เหมือนสายลมที่พัดผ่านมาและพัดผ่านไปอย่างรวดเร็วถุงแป้งเดินมาหยุดอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ที่คุ้นตา ก่อนจะสะดุดเข้ากับกรอบรูปขนาดใหญ่ที่ติดไว้บนผนังของตัวบ้าน ภาพที่เธอคุ้นตาดี มันคือภาพที่คุณตาอินถ่ายให้พวกเรา เป็นรูปรวมครอบครัวครั้งสุดท้ายที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้“ยิ้มสวยไม่เปลี่ยนเลยนะพี่สาวของหนู” ถุงแป้งเอ่ยก่อนจะยืนลูบที่กรอบรูปช้าๆ ดวงตาเริ่มแดงก่ำเธอรู้สึกร้อนที่หัวตา ก่อนน้ำตาจะไหลลงมาช้าๆ เรื่องนี้เป็นบาดแผลขนาดใหญ่ที่สุดในใจของครอบครัวเธอจริงๆ การเสียคนที่รักมากคนหนึ่งไปมันทรมานจนแทบจะขาดใจ จนมีบางแว๊บเธออยากที่จะตามธารใสไปเลยด้วยซ้ำ“ปีหน้าแป้งเรียนจบแล้ว แป้งจะแต่งงานกับพี่ยูโรนะ พี่ธารใสอย่าเพิ่งรีบไปไหนรอเห็นหน้าหลานก่อนนะ รู้ไหม?” ถุงแป้งยิ้มออกมาเบาๆ ก่อนจะเดินไ
งานศพของธารใสถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ครอบครัวของเธอเชิญเฉพาะแค่คนที่รู้จักและสนิทจริงๆ เท่านั้นที่มาได้ ธาวินไม่อยากให้ใครมาเห็นลูกสาวอันเป็นที่รักยิ่งของเขา ในสภาพแบบนี้เท่าไหร่ เขาอยากให้ทุกคนที่เคยได้เห็นหรือเคยได้รู้จักธารใส จดจำแค่ภาพที่ดีๆ และสวยสดใสของเธอไว้ก็พอ“กินน้ำก่อนนะ ไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันแล้วเดี๋ยวจะเป็นลมเอา” ยูโรยื่นขวดน้ำให้กับถุงแป้งก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ตั้งแต่เช้าแล้วที่ถุงแป้งนั่งอยู่ตรงนี้ข้างๆ รูปของพี่สาว จะมีแค่ลุกไปเจอแขกของธาวินบ้าง กับลุกไปเข้าห้องน้ำแค่นั้น นอกจากนั้นถุงแป้งไม่ไปไหนเลย เธอนั่งมองโลงศพสลับกับมองรูปที่ตั้งหน้าโลง ก่อนจะก้มลงหยิบซองกระดาษสีชมพูน่ารักๆ ที่ดูยังไงก็รู้ว่าเจ้าของต้องเป็นคนทำเองแน่นอน เพราะรูปหน้าซองที่วาดมีผู้ชายสองคนและผู้หญิงอีกสามรวมเป็นห้าคน ซึ่งเขียนชื่อกำกับไว้อยู่แล้วว่าเป็นใครบ้าง และยังมีรูปภาพปริศนาอีกสองรูปที่ไม่มีหน้ามีแต่ชื่อและเพศที่ระบุไว้เท่านั้น อยู่ข้างๆ กับอีกห้าคนที่เหลือด้วยถุงแป้งฝืนยิ้มออกมาเมื่อมองดูซองจดหมายที่ธารใสทิ้งไว้ให้เธออีกครั้ง เธอเปิดซองจดหมายออก ก่อนจะหยิบกระดาษข้างในออกมาอ่าน กี่ครั้ง
ถุงแป้งค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้รอบเตียงของเธอนอกจากยูโรก็มีพ่อกับแม่เพิ่มขึ้นมา เธอไม่รอช้ารีบเอ่ยถามอาการของพี่สาวและเล่าเรื่องทุกอย่างออกไปทันที“พี่ธารใสอยู่ไหน? แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้าง? แป้งเห็นพี่ธารใสลอยไปต่อหน้าต่อหน้าแป้งเลย อึก แล้ว แล้วไอ้ชินมันก็ลงมาจากบนรถนั้น อึก แล้วมันก็...”ธาวินดึงถุงแป้งเข้ามาไว้ในอ้อมกอด เขาบอกให้ถุงแป้งไม่ต้องเล่าอะไรแล้ว พลางลูบหัวของถุงแป้งเพื่อปลอบประโลมใจให้ลูกสาวใจเย็นลง ถุงแป้งค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าช้าๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าจากอ้อมกอดของธาวิน แล้วเอ่ยถามอีกครั้ง“แล้วธารใสอยู่ไหน?”“……..”“ทุกคนเป็นอะไรไปกันหมด แป้งถามหาธารใสกี่รอบแล้ว ทำไมทุกคนไม่มีใครพูดอะไรกับแป้งเลย หรือว่าธารใสเป็นอะไร?”ถุงแป้งผลักผู้เป็นพ่อออกก่อนจะเริ่มโวยวายขึ้น เธอไม่เข้าใจทำไมทุกคนต้องเอาแต่เงียบ แล้วทำไมยูโรต้องร้องไห้ เธอสับสนไปหมดมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่“งั้นแป้งเดินไหวไหม...ไปเยี่ยมพี่ธารใสกันลูก” ธาวินพูดขึ้นมาน้ำเสียงของเขามีความสั่นเล็กน้อยในช่วงปลายประโยคเมย์ธาวีหันมาจับแขนสามีทันทีเหมือนได้ฟังประโยคนั้น แต่ธาวินก็หันมาจับมือเธอก







