เข้าสู่ระบบ"ไอ้โรวันนี้มึงไปเข้าประชุมด้วยนะ" เสียงปฏิทินเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อหมดคาบเรียนรายวิชา
"กับปีสี่เหรอ" ยูโรเอ่ยถามออกไปก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คดูว่าถุงแป้งตอบเขาหรือยัง เพราะตั้งแต่ที่เขาทักหาร่างบางไปตอนนั้นจนป่านนี้แล้วก็ยังไม่มีข้อความตอบกลับมาเลย โทรไปก็ไม่รับ แถมข้อความที่เพิ่งส่งไปใหม่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าคนตัวบางจะอ่านเลยด้วยซ้ำ
"เปล่ากูนัดประชุมกับน้องๆ ที่ลานบริหาร ส่วนของเพื่อนเรากูคุยในกลุ่มแล้ว" ทันทีที่ได้ยินคำตอบจากเพื่อนรัก ยูโรฉีกยิ้มกว้างเขามีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
"นัดกี่โมง?"
"ห้าโมงเย็น เพราะน้องเลิกเรียนตอนนั้นกูเลยให้น้องมาเลยจะได้ไม่กลับดึก"
"เค เดี๋ยวกูไป" ปฏิทินทำหน้างงเล็กน้อย ที่เห็นท่าทางกระดี๊กระด๊าของยูโร แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไร ก่อนจะพากันเดินไปเรียนรายวิชาต่อไป
17.00 น.
ลานบริหาร
"เป็นเหี้ยอะไรครับ นั่งยิ้มอยู่ได้ไอ้โร"ปฏิทินเอ่ยถามทันทีเพราะเขานั่งสังเกตมาสักพักแล้ว ตั้งแต่กลุ่มพวกเขาเดินเข้ามานั่งรอน้องๆ ที่ยังมาไม่ถึง เพื่อนตัวดีของเขาก็นั่งยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างกับกำลังคิดเรื่องอะไรที่สนุกๆ อยู่แล้วหลุดยิ้มออกมา
"ป๊าว แค่อารมณ์ดีน่ะ" ยูโรหันมาตอบปฏิทินเสียงสูง แต่ก็ไม่วายยังยิ้มไม่เลิก
"วันนี้ก็ไม่ได้ออกรบนิ ทำไมถึงอารมณ์ดี"
พรายแก้วเอ่ยเสริม เพราะวันนี้ทั้งวันยูโรไม่ได้ไปไหนเลย ปกติจะต้องแอบแวบไปทำกิจกรรมในร่มผ้าตั้งนานสองนานกว่าจะกลับเข้ามาเรียน
"นั่นสิ หรือมึงมีเรื่องอะไรสนุกๆ แล้วไม่ยอมบอกพวกกู" ปฏิทินยังคงยิงคำถามใส่ยูโรต่อ แต่แทนที่ยูโรจะตอบ เขากลับยักไหล่ให้กับเพื่อนๆ ของเขาก่อนจะยิ้มคนเดียวอยู่อย่างนั้น สร้างความงุนงงปนสงสัยให้กับปฏิทินและพรายแก้วเป็นอย่างมาก เรื่องอะไรเขาจะบอกว่าที่เขาอารมณ์ดีขนาดนี้ เพราะจะได้เจอกับถุงแป้งอีกครั้ง และเขาเองก็อยากจะรู้นักถ้าเจอหน้าเขาตรงๆ ถุงแป้งจะทำตัวยังไงในเมื่อเขาทั้งทักทั้งโทรไลน์ก็ไม่ตอบคงจะหนีหน้าเขาอยู่แน่ๆ
ผ่านไป 15 นาที
"ขอโทษนะคะ พอดีอาจารย์ปล่อยเลทค่ะพี่" เสียงข้าวใหม่เอ่ยพร้อมยืนหอบอยู่ข้างหน้าโต๊ะ ปฏิทินเห็นอย่างนั้นจึงส่งแก้วน้ำเเดงที่ตัวเองเพิ่งซื้อมาให้ พลางใช้มือลูบหลังข้าวใหม่เบาๆ
"ไม่เห็นต้องรีบวิ่งกันมาเลยนิครับ หนูก็รู้พี่รอหนูได้" พรายแก้วเอ่ยออกมาพลางยื่นกระดาษทิชชูส่งให้น้ำปูนเช็ดเหงื่อที่ไหลลงมา ที่หางคิ้ว แต่แทนที่ร่างบางจะรับเธอกลับมองมันเฉยๆ และเลือกที่จะไปยืนอีกฝั่งตรงข้ามกับพรายแก้วทันที
'หึ เล่นตัว เดี๋ยวจะทำให้เล่นไม่ออกเลยคอยดู' พรายแก้วได้แต่คิดในใจก่อนจะยกทิชชูขึ้นมาซับหน้าตัวเองแทน
"พี่ว่าเดี๋ยวเรามาคุยงานกันเลยดีกว่าเนอะ จะได้ไม่กลับดึก หนูๆ จะได้พักผ่อนกันด้วย" ปฏิทินพูดเสร็จพลางหยิบชีทแผนผังซุ้มที่ไกด์เพิ่งให้เขามาเมื่อเช้าส่งให้กับน้องๆ
"นี่เป็นแผนผังซุ้มนะ มันจะบอกอาณาเขตที่พวกเราดูแลทั้งหมดว่ามีตรงไหนบ้าง และพี่ได้จับฉลากเลือกหน้าที่แล้ว ผลสรุปว่าหน้าที่ของพวกเราคือการเฝ้าซุ้มนะครับ" สิ้นเสียงปฏิทินกลุ่มถุงแป้งถึงกลับตาโตอ้าปากค้างทันที โดยเฉพาะถุงแป้งที่ตั้งแต่มาเธอพยายามที่จะหลบหลังข้าวใหม่ตลอด เพราะกลัวว่าจะเจอเข้ากับคนที่เธอไม่อยากเจอ และตอนนี้เธอก็โล่งใจเพราะมองไปรอบๆ แล้วก็ไม่เห็นวี่แววของคนพี่เลย
"ทำหน้าที่อื่นไม่ได้เหรอคะ เปลี่ยนไปทำอย่างอื่นได้ไหมคะพี่ทิน" ถุงแป้งเอ่ยถามออกไปทันที เพราะถ้าได้อยู่เฝ้าซุ้มก็เท่ากับว่าเธอต้องเจอยูโรตลอดทั้งคืนเลยน่ะสิ ถ้าเป็นแบบนั้นเธอต้องเผลอใจไปขย้ำคนพี่แน่ๆ
'ไม่ได้ๆ อุตส่าห์หลบมาได้ตั้งนานจะมาพังง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้นะ' ถุงแป้งคิดในใจก่อนจะส่งสายตาอ้อนวอนไปยังปฏิทินให้เห็นใจว่าตัวเธอไม่อยากทำหน้าที่นี้
"นั่นสิคะ ถ้าเฝ้าซุ้มก็ต้องเฝ้าตอนกลางคืน แล้วมันจะไม่อันตรายเหรอคะพี่" ข้าวใหม่เอ่ยเสริมขึ้นอีกเสียง
"ไม่อันตรายหรอกครับ ถ้ามีพวกพี่อยู่" ยูโรที่เพิ่งกลับจากไปเข้าห้องน้ำเอ่ยขึ้น เขาได้ยินตั้งแต่ประโยคแรก ที่ถุงแป้งเอ่ยถามแล้วแต่แค่ยังไม่อยากเข้ามา เพราะเขาอยากรู้ว่าร่างบางจะมีความคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้ เขาอุตส่าห์เสนอตัวกับปฏิทินว่าจะไปจับฉลากแบ่งงานเอง และยังไม่วายไปติดสินบนไกด์ให้จ่ายงานกลุ่มเขาเป็นการเฝ้าซุ้มตอนกลางคืนอีกด้วย
'มึงก็จับได้ตกแต่งซุ้มไปแล้ว มึงยังจะเปลี่ยนทำไมวะโร'
'เออน่า มึงแค่เปลี่ยนตามที่กูบอกก็พอ แล้วก็ไม่ต้องบอกกลุ่มกูด้วยนะว่ากูเปลี่ยนอะ'
'มึงพูดมาเถอะ มึงสนใจน้องคนไหนในกลุ่มมึงอีก'
'เเสนรู้นักนะไอ้เวร'
'Chateau d'Yquem 1787 ชาโต้ ดิแกม1787 ดีลไม่ดี?'
'ไอ้เหี้ย เล่นของแพงด้วยนะ'
'เอ้า! มันก็ต้องลงทุนหน่อยปะว่ะ ตกลงดีลไม่ดีล ช้ากูเปลี่ยนใจนะไอ้สัส'
'เออๆ แต่รอก่อนนะ รอกูกลับบ้านก่อนจะเอามาให้'
'เค ดีล'
ยูโรนึกถึงตอนนั้นก็ยังขำไม่หาย เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงยอมลงทุนด้วยไวน์ราคาแพงขนาดนั้น แค่เพียงเพราะอยากอยู่ใกล้ๆ กับถุงแป้งอีกครั้ง
"อ่า นั้นตกลงเอาตามนี้แหละเนอะ งานแค่สามวันเอง อย่าไปเปลี่ยนเลยแค่นี้งานไอ้ไกด์ก็มากพอล่ะถ้าพวกเราไปเปลี่ยนมันก็ต้องมีคนอื่นขอเปลี่ยนตามอีกนะครับ" ปฏิทินเอ่ยเสริมขึ้นมาทันที
"ถ้าพี่พูดอย่างนั้นก็คงต้องทำแล้วละค่ะ แล้วจะแบ่งกันยังไงคะ" น้ำปูนเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง ถึงเธอจะไม่ค่อยชอบที่ได้งานนี้ แต่ก็เห็นด้วยกับปฏิทินอยู่บ้าง เพราะถ้ามีคนเปลี่ยนได้เดี๋ยวก็มีคนมาร้องขอเปลี่ยนอีกเป็นเรื่องปกติ
"เดี๋ยวพี่จะแบ่งเป็นคู่แล้วกันเนอะ จับฉลากจะได้แฟร์ทั้งสองฝ่ายใครได้เลขเหมือนกันก็อยู่ด้วยกันโอเคไหมครับ" สิ้นเสียงปฏิทินทุกคนต่างพยักหน้าเป็นอันเข้าใจ ก่อนที่พรายแก้วจะหยิบเศษกระดาษที่เขาเพิ่งตัดเสร็จระหว่างที่รอน้องๆ มายื่นให้น้ำปูน
"อะ หนูเขียนตัวเลขสิ เดี๋ยวพวกพี่พับจะได้แฟร์เวลาจับ" พรายแก้วเอ่ยพร้อมกับหยิบปากกาส่งให้ เขาไม่อยากให้น้องๆ มองว่าการจับฉลากครั้งนี้ พวกเขาเป็นคนทำขึ้นมา เลยเลือกที่จะตัดแค่กระดาษเปล่าไว้แล้วรออีกฝ่ายมาเขียน เพราะเวลาจับได้คนไหนถึงจะไม่เต็มใจจะอยู่ก็ต้องอยู่เพราะหลีกเลี่ยงไม่ได้
"เสร็จแล้วจับเลยไหมคะ?" ข้าวใหม่เอ่ยถาม ก่อนจะส่งกระดาษที่มีตัวเลขไปให้ปฏิทิน
"ครับ หนูจับกันก่อนเลยเดี๋ยวพวกพี่จับทีหลัง" ปฏิทินตอบก่อนจะมองน้องๆ ไล่จับสลากกันทีละคน พวกเขาหลังจากจับกันครบทุกคนแล้วก็ถึงเวลาที่จะได้รู้ว่าใครได้คู่กับใครสักที
"หนูได้เบอร์หนึ่ง" ข้าวใหม่เอ่ย
"พี่ก็เบอร์หนึ่ง" ปฏิทินเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้มดีใจที่ได้ตรงกับคนที่หมายตาไว้
"ปูนได้เบอร์สาม" น้ำปูนเอ่ยพร้อมหันหมายเลขให้ทุกคนดู ภายในใจก็ภาวนาให้คนที่จับได้เบอร์สามเหมือนกับตัวเองคือถุงแป้งเพื่อนของเธอด้วยเถอะ เพราะหมดหวังกับข้าวใหม่ไปแล้วคนหนึ่ง
ซึ่งในขนาดที่น้ำปูนคิดอย่างนั้น ตัวถุงแป้งเองก็ภาวนาให้ได้น้ำปูนเช่นเดียวกัน แต่ถ้าเลวร้ายนักก็ขอให้ได้พรายแก้วไปเลย อย่าได้ยูโรก็พอ
'สิ่งศักดิ์สิทธิ์เจ้าขา อย่าให้แป้งได้พี่ยูโรเลยนะเจ้าคะช่วยหนูด้วยเถิดเจ้าค่ะ สาธุ' ถุงแป้งเอ่ยภาวนาในใจต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์
"พี่ได้เบอร์สาม" พรายแก้วเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มอย่างผู้ชนะ ก่อนจะหันไปเขยิบตาให้น้ำปูนหนึ่งที น้ำปูนช็อกไปในทันที ก่อนจะได้สติและเบะปากใส่พรายแก้วหนึ่งครั้ง เธอหันไปหาถุงแป้งที่ตอนนี้ทำหน้าช็อกไม่ต่างอะไรกับเธอเลยที่ได้ยินประโยคที่พรายแก้วเอ่ย
"นั้น ก็เหลือแค่เราสองคนแล้วเนอะ" ยูโรหันไปเอ่ยกับถุงแป้งก่อนจะยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ ซึ่งเมื่อกี้เขากลัวแทบตายว่าจะไม่ได้คู่กับถุงแป้งเสียแล้ว แต่ก็ถือว่าโชคยังเข้าข้างเขาอยู่บ้าง
"อ่อค่ะ" ถุงแป้งหันไปตอบ พลางมองไปทางอื่น ไม่อยากที่จะสบตาคนพี่มากนัก 'โอยยย สิ่งศักดิ์สิทธิ์เจ้าขาไม่ฟังที่หนูขอเลยเหรอคะ!! แต่ให้ตายเถอะชุดนอกก็ว่าดูดีแล้วนะ แต่ชุดนักศึกษาก็คือจะตายยยย' ถุงแป้งกรีดร้องในใจเพราะอย่างที่บอกเธอถูกใจยูโรมากแต่ด้วยกฎที่ตั้งไว้กับตัวเอง ว่าไม่อยากยุ่งกับคนใกล้ตัว ซึ่งตอนนี้มันกำลังค้ำคอเธออยู่ ซึ่งจะทำอะไรก็ต้องระวังตัวไปหมด
"โอเค เราก็ได้คู่ในการเฝ้าซุ้มทั้งสามวันแล้วเนอะ เดี๋ยวมาแบ่งวันกันอีกทีนะว่าใครจะอยู่วันไหนกันบ้างโอเคไหมครับ" เสียงปฏิทินเอ่ยอธิบายก่อนที่ทั้งหมดจะพยักหน้า
"นั้นเอาเป็นว่าเเยกย้ายกันกลับเลยดีกว่าเนอะ จะได้พักผ่อนกัน ข้าวใหม่กลับกับพี่นะ" ปฏิทินพูดเสร็จก็หันมารอคำตอบทันที ข้าวใหม่เมื่อได้ยินดังนั้นจังหันมองไปที่เพื่อนทั้งสองเป็นเชิงว่าจะเอายังไงต่อดี
"ปะหนู พี่ไปส่ง" พรายแก้วไม่พูดเปล่ายื่นมือไปดึงแขนน้ำปูนให้เดินตามตัวเองออกมา
"ไม่ไป จะกลับกับเพื่อน" น้ำปูนเอ่ยพร้อมทั้งหันมาทางเพื่อนรัก ก่อนจะเห็นสายตากดดันจากยูโรและปฏิทิน
"ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวพี่ไปส่งแป้งเอง น้องกลับกับไอ้แก้วเถอะ" ยูโรพูดเสร็จก็มองไปทางพรายแก้วเป็นเชิงว่าให้พาน้ำปูนออกไป พรายแก้วที่เห็นอย่างนั้นจึงดึงแขนน้ำปูนออกไปทันที โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านใดๆ ทั้งสิ้นจากน้ำปูน
"นั้นเราก็กลับเถอะครับ" ปฏิทินดึงแขนข้าวใหม่ให้ตามตัวเองไปติดๆ
"ปะ เดี๋ยวพี่ไปส่งหนู" ยูโรพูดพลางหันมามองถุงแป้ง ที่ขณะนี้ยืนตัวเกร็งเม้มริมฝีปากแน่น
"อ่อ ไม่เป็นไรค่ะแป้งเอารถมา" ถุงแป้งเอ่ยปัดเพราะเธอไม่อยากไปกับยูโร
"โอเค นั้นดีเลยเพราะพี่ไม่ได้เอารถมาเหมือนกันนั้นไปรถหนูกันนะ นำเลยครับ" ยูโรเอ่ยพร้อมผายมือไปข้างหน้าเป็นเชิงให้ถุงแป้งเดินนำไปก่อน ถุงแป้งที่ไม่รู้จะหาเรื่องไหนมาปฏิเสธอีก เลยได้แต่ทำใจและเดินนำยูโรไปยังที่จอดรถแบบเสียไม่ได้
'อยากจะหนีพี่เหรอครับหนูแป้ง แต่เกรงว่าจะไม่ทันแล้วนะครับ'
คอนโดหลังจากที่ทั้งคู่เข้ารายงานตัวเป็นนักศึกษาคณะของตัวเองแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องย้ายมาอยู่หอเพื่อเตรียมตัวเปิดภาคเรียนแรกในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้โชคดีที่ทางมหาวิทยาลัยไม่บังคับให้นักศึกษาปีหนึ่งต้องเข้าไปอยู่หอใน พ่อกับแม่ของพวกเขาเลยซื้อคอนโดให้อยู่ด้วยกันแทน มีอะไรจะได้เป็นหูเป็นตาและช่วยดูแลกันได้“ดูแลกันดีๆ นะคะ ถ้ามีปัญหาอะไรโทรหาที่บ้านได้ตลอดเลยนะลูก ทุกคนจะรีบมาหาพวกลูกให้เร็วที่สุด”เสียงถุงแป้งเอ่ยขึ้น พลางมือก็ช่วยจัดเสื้อผ้าของลูกทั้งสองเข้าตู้ไปด้วย“ถ้าเงินไม่พอใช้รีบโทรบอกพ่อเลยนะครับ ขาดเหลืออะไรหรืออยากได้อะไรให้รีบบอกพ่อนะ”ยูโรเอ่ยพร้อมกับยกของใช้เข้ามาเรียงไว้ในห้อง ก่อนจะเริ่มจัดให้เข้าที่เข้าทาง“คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ธาราจะดูแลน้องดูแลตัวเองเป็นอย่างดีแน่นอนครับ”ร่างสูงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม มือก็ช่วยผู้เป็นพ่อแกะกล่องของใช้ไปด้วย“ช่ายยย ธารทิพย์จะไม่ดื้อไม่ซนและจะเชื่อฟังพี่ธาราค่ะ”ร่างบางนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนโซฟาด้วยความสบายใจ พลางในมือก็ถือช็อกโกแลตแท่งของโปรดเคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยความอร่อย“ก็นั่นแหละ ยังไงพ่อก็เป็นห่วงอยู่ดี” ยูโรเงียบเพราะใช้ความ
16 ปีต่อมา....ภายในห้องนอนโทนสีครีมขนาดใหญ่ ที่ปกคลุมไปด้วยความตึงเครียดมีสองหนุ่มสาวกำลังเอาหัวเกยกันจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยกันตรวจสอบรายชื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ตัวเองใฝ่ฝันตาทั้งสองคู่กวาดไล่ลงมาเรื่อยๆ ด้วยหัวใจระทึก ปลายเท้าของพวกเขาจิกพื้นแน่น ปากก็เม้มเข้าหากัน เพื่อลุ้นกับผลที่ฉายอยู่ตรงหน้าว่าจะมีชื่อของพวกเขาไหมแต่ทว่าไม่นานนัก สายตาของหญิงสาวก็เหลือบเข้ากับชื่อที่เด่นหราอยู่ในป้ายประกาศ แถมยังเป็นสองชื่อที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีเสียด้วย“กรี๊ดดดด พี่ธาราพวกเราติดแล้ว พวกเราติดแล้ววว”เสียงกรีดร้องดีใจของหญิงสาวดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้อง พร้อมกับร่างบางที่กระโดดโผเข้ากอดพี่ชายอันเป็นที่รักแน่น“เก่งมากๆ ครับ คนสวยของพี่”“พี่ธาราก็เก่งมากๆ เหมือนกัน สุดหล่อของหนู”ธาราโอบกอดธารทิพย์แน่นพลางหมุนตัวเหวี่ยงร่างบางไปกับอากาศด้วยความดีใจ“ฮ่าๆๆ พวกเราลงไปบอกทุกคนกันเถอะค่ะ”ทั้งคู่จูงมือกันก่อนจะออกวิ่งลงมาจากชั้นสองเพื่อตรงดิ่งไปหาคนอื่นที่นั่งกันอยู่ห้องนั่งเล่นทันที“ทุกคนคะ! พวกเรามีอะไรจะบอกกก”ร่างบางโผเข้านั่งระหว่างกลางยูโรและถุงแป้งทันทีพร้อมกับฉีกยิ้มตาหยีจนลั
3 ปีผ่านไปซ่าาาาาาาา ซ่าาาาาาาาหาดทรายขาวละเอียดที่ทอดยาวไปจนสุดลูกหูลูกตา ตัดกับน้ำทะเลสีครามสดใส เสียงคลื่นซัดฝั่งและเสียงลมทะเลช่วยให้จิตใจสงบและผ่อนคลายจากความเครียด“คุณตาวิ่งให้ทันธาราสิครับ” เสียงเจื้อยแจ้วใส ดังก้องกังวานอยู่หน้าชายหาด‘ธารา’ เด็กผู้ชายอายุประมาณ 3 ขวบ รูปร่างสมส่วน ใบหน้าเรียวคมรับกับจมูกที่โด่งเป็นสัน แก้มขาวๆ ที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะเกิดจากการวิ่ง เขาหันมายิ้มจนเห็นลักยิ้มทั้งสองข้าง ปากเล็กๆ สีชมพูระเรื่อกำลังขยับพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด เขามีผิวพรรณขาวสะอาดสะอ้าน ตอนนี้เขาวิ่งเล่นอยู่หน้าชายหาดกับคุณตาของเขา“ธาราก็รอตาด้วยสิครับ” ธาวิน ตะโกนเรียกหลานชายคนโตของเขา ก่อนจะรีบวิ่งไปจนทันเจ้าตัวเล็กที่วิ่งนำไปก่อน“พี่ธารา มาเล่นกับหนูหน่อย” เสียงเล็กๆ เอ่ยเรียกพี่ชายของเธอดังอยู่แว่วๆ จนทำให้ทั้งธาวินและธาราหยุดวิ่งแล้วหันไปดูทางต้นเสียง“โอเค ธารทิพย์รอพี่แป๊บ” เขาขานรับน้องสาว ก่อนจะหันมาชวนธาวินให้เดินไปกับเขาด้วย‘ธารทิพย์’ เด็กผู้หญิงตัวน้อยอายุ 3 ขวบ เธอเป็นแฝดคนน้องของธารา เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่มีใบหน้าคมไม่แพ้กับพี่ชายของเธอเลย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหน้าต่
หลังเสร็จจากงานศพของธารใส ถุงแป้งได้ย้ายกลับมาอยู่บ้านเพราะกลัวว่าพ่อกับแม่จะเหงา แต่ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนของตัวบ้านก็ทำให้นึกถึงแต่ธารใสตลอด เพราะที่นี่เป็นบ้านหลังแรกที่พวกเธออยู่ด้วยกันตั้งแต่เกิด ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านทุกเหตุการณ์ในช่วงชีวิตมาหมดแล้วทั้งนั้น ตั้งแต่ทุกข์มากจนมามีความสุขมาก แต่ก็เป็นความสุขแค่ชั่วคราว เหมือนสายลมที่พัดผ่านมาและพัดผ่านไปอย่างรวดเร็วถุงแป้งเดินมาหยุดอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ที่คุ้นตา ก่อนจะสะดุดเข้ากับกรอบรูปขนาดใหญ่ที่ติดไว้บนผนังของตัวบ้าน ภาพที่เธอคุ้นตาดี มันคือภาพที่คุณตาอินถ่ายให้พวกเรา เป็นรูปรวมครอบครัวครั้งสุดท้ายที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้“ยิ้มสวยไม่เปลี่ยนเลยนะพี่สาวของหนู” ถุงแป้งเอ่ยก่อนจะยืนลูบที่กรอบรูปช้าๆ ดวงตาเริ่มแดงก่ำเธอรู้สึกร้อนที่หัวตา ก่อนน้ำตาจะไหลลงมาช้าๆ เรื่องนี้เป็นบาดแผลขนาดใหญ่ที่สุดในใจของครอบครัวเธอจริงๆ การเสียคนที่รักมากคนหนึ่งไปมันทรมานจนแทบจะขาดใจ จนมีบางแว๊บเธออยากที่จะตามธารใสไปเลยด้วยซ้ำ“ปีหน้าแป้งเรียนจบแล้ว แป้งจะแต่งงานกับพี่ยูโรนะ พี่ธารใสอย่าเพิ่งรีบไปไหนรอเห็นหน้าหลานก่อนนะ รู้ไหม?” ถุงแป้งยิ้มออกมาเบาๆ ก่อนจะเดินไ
งานศพของธารใสถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ครอบครัวของเธอเชิญเฉพาะแค่คนที่รู้จักและสนิทจริงๆ เท่านั้นที่มาได้ ธาวินไม่อยากให้ใครมาเห็นลูกสาวอันเป็นที่รักยิ่งของเขา ในสภาพแบบนี้เท่าไหร่ เขาอยากให้ทุกคนที่เคยได้เห็นหรือเคยได้รู้จักธารใส จดจำแค่ภาพที่ดีๆ และสวยสดใสของเธอไว้ก็พอ“กินน้ำก่อนนะ ไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันแล้วเดี๋ยวจะเป็นลมเอา” ยูโรยื่นขวดน้ำให้กับถุงแป้งก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ตั้งแต่เช้าแล้วที่ถุงแป้งนั่งอยู่ตรงนี้ข้างๆ รูปของพี่สาว จะมีแค่ลุกไปเจอแขกของธาวินบ้าง กับลุกไปเข้าห้องน้ำแค่นั้น นอกจากนั้นถุงแป้งไม่ไปไหนเลย เธอนั่งมองโลงศพสลับกับมองรูปที่ตั้งหน้าโลง ก่อนจะก้มลงหยิบซองกระดาษสีชมพูน่ารักๆ ที่ดูยังไงก็รู้ว่าเจ้าของต้องเป็นคนทำเองแน่นอน เพราะรูปหน้าซองที่วาดมีผู้ชายสองคนและผู้หญิงอีกสามรวมเป็นห้าคน ซึ่งเขียนชื่อกำกับไว้อยู่แล้วว่าเป็นใครบ้าง และยังมีรูปภาพปริศนาอีกสองรูปที่ไม่มีหน้ามีแต่ชื่อและเพศที่ระบุไว้เท่านั้น อยู่ข้างๆ กับอีกห้าคนที่เหลือด้วยถุงแป้งฝืนยิ้มออกมาเมื่อมองดูซองจดหมายที่ธารใสทิ้งไว้ให้เธออีกครั้ง เธอเปิดซองจดหมายออก ก่อนจะหยิบกระดาษข้างในออกมาอ่าน กี่ครั้ง
ถุงแป้งค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้รอบเตียงของเธอนอกจากยูโรก็มีพ่อกับแม่เพิ่มขึ้นมา เธอไม่รอช้ารีบเอ่ยถามอาการของพี่สาวและเล่าเรื่องทุกอย่างออกไปทันที“พี่ธารใสอยู่ไหน? แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้าง? แป้งเห็นพี่ธารใสลอยไปต่อหน้าต่อหน้าแป้งเลย อึก แล้ว แล้วไอ้ชินมันก็ลงมาจากบนรถนั้น อึก แล้วมันก็...”ธาวินดึงถุงแป้งเข้ามาไว้ในอ้อมกอด เขาบอกให้ถุงแป้งไม่ต้องเล่าอะไรแล้ว พลางลูบหัวของถุงแป้งเพื่อปลอบประโลมใจให้ลูกสาวใจเย็นลง ถุงแป้งค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าช้าๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าจากอ้อมกอดของธาวิน แล้วเอ่ยถามอีกครั้ง“แล้วธารใสอยู่ไหน?”“……..”“ทุกคนเป็นอะไรไปกันหมด แป้งถามหาธารใสกี่รอบแล้ว ทำไมทุกคนไม่มีใครพูดอะไรกับแป้งเลย หรือว่าธารใสเป็นอะไร?”ถุงแป้งผลักผู้เป็นพ่อออกก่อนจะเริ่มโวยวายขึ้น เธอไม่เข้าใจทำไมทุกคนต้องเอาแต่เงียบ แล้วทำไมยูโรต้องร้องไห้ เธอสับสนไปหมดมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่“งั้นแป้งเดินไหวไหม...ไปเยี่ยมพี่ธารใสกันลูก” ธาวินพูดขึ้นมาน้ำเสียงของเขามีความสั่นเล็กน้อยในช่วงปลายประโยคเมย์ธาวีหันมาจับแขนสามีทันทีเหมือนได้ฟังประโยคนั้น แต่ธาวินก็หันมาจับมือเธอก







![ความลับประธานหม้าย [20+ Soft BDSM]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)