LOGIN“แน่ใจว่าแค่คุยกันเฉย”วิทูรหรี่ตามอง เขาไม่คิดว่าอ็องตวนจะแค่คุยเรื่อยเปรื่อยกับหลานสาว และสีหน้าแช่มชื่นก็พอจะเดาได้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น “มาทานข้าวเถอะเดี๋ยวจะเย็นหมด” รตีเอ่ยชวนก่อนที่วิทูรจะชวนหลานเขยทะเลาะกันไปมากกว่านี้ เพราะเท่าที่เป็นอยู่ก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว “คุณค่ะ เก็บของเสร็จหรือยัง” กรองแก้วที่เตรียมข้าวของใส่ในกระเป๋าเสร็จแล้วตระโกนถามสามี กว่าที่ราฟาเอลจะว่างเว้นจากงานได้ทำเอาเธอแทบหัวหมุน ตั้งคอยออกคำสั่งคนบ้างานที่ลืมเลือนแม้กระทั่งงานแต่งงานลูกชายที่ใกล้จะถึงนี้ “คุณลืมแล้วหรือไงว่าลูกชายตัวดีของคุณกำลังจะแต่งงาน” “ที่รัก ผมไม่ได้ลืมเรื่องนี้หรอกนะ ผมแค่ต้องการเคลียร์ที่นี่ให้แล้วเสร็จก่อน จากนั้นเราสองคนก็จะได้พักกันยาวๆไงจ๊ะ”ราฟาเอลเดินมาสวมกอดอ้อนภรรยาสุดขีด “รีบเก็บของเถอะ ฉันตื่นเต้นที่จะได้เห็นเจ้าสาวของอ็องตวนจะแย่แล้ว” กรองแก้วคลายอ้อมกอด พลางเตือนให้สามีสนใจในการเดินทางมากกว่าพิรี้พิไรกับเธอแบบนี้ คงต้องเลื่อนเที่ยวบินไปอีกแหละ “ตามนั้นเลยจ๊ะ” ราฟาเอลพยักหน้า ตามใจกรองแก้วที่ดูตื่นต้น
ชายหนุ่มยังลืมตาโพลงลูบแผ่นหลังบางอย่างเบามือ ความอิ่มเอิบแทบจะล้นออกมาจากใจ รับรู้ถึงความรักของเธอที่มีต่อเขา แม้ว่าเธอยังไม่เคยเอื้อนเอ่ยออกมาให้เขาได้รับรู้ก็ตาม แต่มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วถ้ายังมีหญิงสาวอยู่ในอ้อมกอดเช่นนี้ “ผมรักคุณ” อ็องตวนกระซิบข้างหู “ค่ะ” หญิงสาวพึมพำรับ ก่อนความเหนื่อยเข้ามาคืบคลาน ผ่อยหลับไปอย่างง่ายดาย สายของวันใหม่ อ็องตวนตื่นขึ้นมาทำกิจวัตรตามปกติ สายตาอาลัยอาวรณ์กับร่างเปลือยเปล่าใต้ผ้าห่ม อยากปลุกด้วยบทรักยามเช้าแสนอบอุ่น ถ้าทำแบบนั้นเขาคงถูกหาว่าเป็นคนมักมาก ไม่หยุดไม่หยอน แม้ว่าเมื่อคืนจะอิ่มเอมสักเพียงไหน “ตื่นได้แล้วจ๊ะที่รัก เดี๋ยวลุงวิทูรกับป้ารตีจะสงสัยเอาน่า ถ้าเราสองคนลงไปทานข้าวช้า” อ็องตวนไม่พูดเปล่า มือสอดเข้าไปใต้ผ้าห่มลูบไล้ไหล่เนียนลากลงมาหยุดตรงบริเวณทรวงอกที่เริ่มขยัยเตรียมพร้อมสำหรับทารกน้อย ธิรักษ์หัวเราะคิกคักทั้งที่ยังหลับตาแน่น รั้งลำคอโน้มกายแกร่งมารับจุมพิตอ่อนหวานในยามเช้า “ถ้าคุณไม่ตื่น จากอาหารเช้าคงกลายเป็นอาหารเที่ยง และคงต้องหาคำแก้ตัวดี
“อื้อ..ปล่อยนะคะ” เธอวอนขอแผ่วเบา ความร้อนในสิ่งเธอโอบรัดรับรู้ถึงความปรารถนาของเขาที่เต็มเปี่ยม “มายั่วผมแล้ว มีหรือผมจะยอมปล่อยไปง่ายๆ สัมผัสมันสิ แล้วจะรู้ว่ามันภักดีกับคุณมากแค่ไหน” เมื่อเริ่มทนทานต่อความร้อนรุมจากการแน่นิ่งของเธอ ทำให้เขาต้องเว้าวอนให้เธอเห็นใจ ปราณีชายหนุ่มที่อยู่ในอาณัติของเธอ ธิรักษ์กัดริมฝีปากอย่างครุ่นคิด สายตาหลุบต่ำมองมือของตัวเองที่อยู่ภายใต้กางเกงตัวใหญ่ ที่สำคัญคือเธอกำลังทำในสิ่งที่น่าอาย ทว่าความอยากรู้ อยากลองว่าคนตัวโตจะมีปฏิกิริยาต่อเธอเหมือนอย่างที่เขาพูดหรือไม่ อ็องตวนเพิ่มความมั่นใจของเธอ ด้วยการรูดกางเกงพร้อมชั้นใน เหลือแต่อ็องตวนน้อยที่รอความปราณี ยิ่งเห็นแววตาบ่งบอกถึงความลังเล ชายหนุ่มน้อมใบหน้านวลมารับจุมพิตนุ่มนวลละมุ่นละไม พร้อมกระซิบอย่างแหบห้าว “ที่รัก ไม่ต้องกลัว มันรักคุณมากนะ” ดังนั้น ธิรักษ์สูดลมหายใจลึกๆ เริ่มต้นขยับตามแรงชักจูงจากการนำพาของเขา และยิ่งเธอเริ่มเพิ่มจังหวะที่ถี่รัว ใบหน้าคมสันแดงก่ำ เส้นเลือดปูดโปนตามลำคอ ส่งเสียงครางแหบห้าวราวกับทรมานอย่างยิ่งยวด ธิรักษ์
เมื่อหัวถึงหมอน อ็องตวนแทบจะหลับในทันที ร่างกายเมื่อยขบตามร่างกาย พยายามไล่ความหงุดหงิดออกจากใจ รู้ดีว่าธิรักษ์ไม่ได้คิดพิศวาสติณณ์ แต่เมื่อเห็นผู้หญิงของตนอยู่ในอ้อมกอดของชายอื่นก็อดหวงไม่ได้ เสียงเปิดประตูและเสียงฝีเท้าในจังหวะมั่นคงไม่ได้ทำให้เขาอยากปรือตาขึ้นมองบุคลที่สามที่เข้าอยู่ในห้อง “ป้ารตีมีอะไรหรือเปล่าครับ” อ็องตวนถามออกไปทั้งที่เปลือกตายังปิดสนิท เขาเดาว่าคงเป็นใครไม่ได้นอกจากรตีที่อาจจับสังเกต และคงมาถามถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น “อะ..เอ่อ เปล่าค่ะ คืนนี้ฉันขอนอนด้วย...จะเป็นไรไหมคะ” เสียงหวานนุ่มละมุ่นราวกับเสียงระฆังแก้วปลุกอ็องตวนขึ้นจากฝันทันทีทันใด ชันตัวขึ้นนั่งมองหญิงสาวให้เต็มตา “ทะ..ที่รัก คุณเข้ามาได้ยังไง” เขาตอบตะกุกตะกักไม่ต่างจากหญิงสาว ในวินาทีคำถามของเขาอย่างกับเด็กปัญญาอ่อน เพราะสมองถูกร่างอรชรสุดเซ็กซี่ ธิรักษ์ยืนนิ่งอยู่ตรงระหว่างประตูห้องนอน มือประสานกันแน่อย่างไม่มั่นใจปิดบังกลางกายที่มีเพียงกางเกงขาสั้นสีดำตัวจิ๋ว และเสื้อกล้ามที่ไร้ยกทรงปกปิดทำให้ยอดทรวงหดเป็นตุ่มไต เขากลืนน้ำลายเหนียวลงคออ
“คนเขากำลังจะแต่งงาน ยังจะจีบเขาอีก ไม่กลัวผิดศีลข้อสามเลยหรือไง” สุดาแขวะเจ้านาย โดยสายตามองเลื่อนลอย “ขอบคุณนะคะสำหรับดอกไม้ แต่ฉันคงรับไม่ได้หรอกค่ะ” “รับเถอะครับ ถ้าคุณธิรักษ์ไม่รับ ผมก็จะ..ไม่มาทำงานอีก คุณทำเหมือนรังเกียจผม” ติณณ์งอแงราวเด็กน้อยร้องขอจากผู้ใหญ่ “คำขู่อย่างกับเด็กประถม” สุดากระซิบข้างหูเพื่อน เอือมระอากับท่านรองประธานคนนี้เสียเหลือเกิน รู้ทั้งรู้ว่าธิรักษ์กำลังจะมีครอบครัวยังคิดจะจีบอีก “ไม่ต้องพูดทุกเรื่องก็ได้ยัยดา” ธิรักษ์หน้าเมื่อยยอมรับดอกกุหลาบช่อใหญ่ “คุณติณณ์ต้องสัญญากับรักษ์ก่อนนะคะว่าจะมาทำงานให้ตรงเวลา และทำงานตามที่ท่านประธานสั่งให้ครบ” “ครับ” ติณณ์โผล่ตัวกอดหญิงสาวด้วยความดีใจ ไม่นำพาต่ออาการดิ้นรนขัดขืนของเธอ “เอ่อ..คุณติณณ์ไม่ต้องกอดฉันแน่นขนาดนี้ก็ได้นะคะ” ธิรักษ์รีบผละตัวออกจากติณณ์ทันที เมื่อเจอยักษ์ปักลั่นยืนอยู่หน้าประตูจ้องเขม็งมาที่เธอ “อะ..แฮ่ม ผมคงต้องขอให้คุณติณณ์ปล่อยมือออกจากตัวของภรรยาผมด้วยนะครับ” อ็องตวนส่งเสียงเตือนชายหนุ่มที่สวมกอด
“นี่รักษ์ แกเลิกนั่งทำหน้าบูดได้แล้ว คุณอ็องตวนไม่ทำการบ้านหรือไงฮึ” สุดาเอ่ยทักเพื่อนที่นั่งถอนหายใจหลายครั้งในวันเดียว “เปล่า” หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธ แต่ไม่กล้าสบตาสุดาแม้สักนิด “อย่ามาปฏิเสธเลย ฉันรู้ว่าแกกำลังหนักใจเรื่องคุณอ็องตวน หนุ่มหล่อ สุภาพบุรุษสุดๆ ผู้หญิงทั้งบริษัทอิจฉาแกทั้งนั้นที่กำลังจะแต่งงานกับคุณอ็องตวน แล้วจะมาหนักใจอะไรอีก” สุดาพูดถึงว่าที่เจ้าของเธอ พร้อมทำสายตาหยาดเยิ้มจนเธออยากจะควักลูกตาคู่นั่นออกมานัก “ก็เพราะแบบนี้ไง ฉันถึงหนักใจ” “หมายความว่ายังไง” สุดาเลิกคิ้วสงสัย “คุณอ็องตวน เขามีเสน่ห์เกินไป...ไม่ว่าจะสาวน้อยสาวใหญ่ก็ต้องตกหลุมรักเขาทั้งนั้น จนฉันกลัวว่าวันหนึ่งเขาจะทิ้งฉันไปนะสิ” ธิรักษ์สารภาพ ประสานมืออย่างลังเล พร้อมกับลุกขึ้นเดินไปเดินมา เป็นการกระทำที่ทำให้สุดาอึ้ง เพราะสาวมั่นอย่างธิรักษ์ไม่เคยลังเลกับอะไรง่ายๆ สุดท้ายก็ต้องมาจนมุมให้กับความรักเสมอ “แกรู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา แกรักคุณอ็องตวนเข้าเต็มเปาแล้วล่ะ” กลับกลายเป็นคนฟังอึ้งทึ่ง ตกตะลึง ด







