登入หลังจากที่แลกเบอร์โทรศัพท์กันเสร็จเรียบร้อย ตรีวิทย์ก็พาสองสาวไปที่ร้านบิงซูเจ้าประจำ บรรยากาศบนโต๊ะยังคงมีแต่ความเงียบงัน พริริมาเอาแต่ตักบิงซูเข้าปากคำแล้วคำเล่าโดยไม่พูดอะไร ตรีวิทย์เองก็ไม่รู้จะเริ่มต้นชวนคุยอย่างไรดี เขาทำได้เพียงคอยตักหน้ามะม่วงสุกหวานฉ่ำใส่ถ้วยเล็ก ๆ ให้เธออย่างเอาใจเท่านั้น
เมื่อทานของหวานเสร็จ ตรีวิทย์ก็รีบขับรถไปส่งพริริมากับน้ำฟ้าที่บ้านทันที เขารอจนกระทั่งเห็นร่างของน้องสาวบุญธรรมเดินหายเข้าไปในรั้วบ้านเรียบร้อยแล้ว จึงรีบเหยียบคันเร่งกลับไปยังมหาวิทยาลัยอีกครั้ง
โชคดีที่จอมขวัญยังคงนั่งรอเขา อยู่ที่โต๊ะตัวเดิมในห้องสมุด แม้มันจะใกล้ค่ำแล้วก็ตาม หญิงสาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่เงียบ ๆ ท่ามกลาง
แสงไฟสีขาว ภาพนั้นทำให้หัวใจของตรีวิทย์เต้นแรงขึ้นมาอย่างประหลาด
“ขวัญ... รอนานไหม เราขอโทษนะ” เขาเดินเข้าไปหาพร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด
จอมขวัญเงยหน้าขึ้นจากหนังสือส่งยิ้มบาง ๆ ให้เขา
“ไม่นานหรอก เราอ่านหนังสือรอเพลิน ๆ ว่าแต่... ไปส่งน้องมาเรียบร้อยแล้วเหรอ”
“อืม เรียบร้อยแล้ว”
ตรีวิทย์ตอบ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม
“นี่ก็เย็นมากแล้ว ไปหาอะไรกินกันไหม เดี๋ยวเราเลี้ยงเอง ถือว่าเป็นการไถ่โทษที่ให้รอนาน”
เขาพูดพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ แววตาที่ตรีวิทย์ใช้มองจอมขวัญในตอนนี้นั้น มันเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง
ความอ่อนโยน ความห่วงหา และความรู้สึกพิเศษบางอย่างที่เขาไม่เคยใช้มองใคร มันเป็นแววตาแบบเดียวกันกับที่เขามองเธอมาตลอดหนึ่งปีเต็ม นับตั้งแต่วันแรกที่ได้พบกันในค่ายรับน้อง
จอมขวัญรู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เธอรีบหลบสายตาคมกริบคู่นั้นแล้วพยักหน้าเบาๆ
“อืม... ก็ได้”
มื้อคำวันนั้นเป็นไปอย่างเรียบง่าย ทั้งสองคนพูดคุยกันถึงเรื่องเรียนและเรื่องสัพเพเหระทั่วไป แต่ภายใต้บทสนทนาธรรมดาเหล่านั้น กลับมีความรู้สึกดี ๆ โผล่มาให้หัวใจทั้งสองดวงเต้นไม่เป็นจังหวะ
หลังจากทานอาหารเสร็จ ตรีวิทย์ก็อาสาขับรถไปส่งจอมขวัญที่บ้าน ตอนแรกหญิงสาวมีความลังเล เหมือนไม่อยากให้ไปส่ง แต่เห็นสายตาที่เขาเว้าวอน เธอก็ไม่อยากจะขัด
พอรถเคลื่อนมาจอดที่หน้าบ้าน เธอก็รีบบอกให้ตรีวิทย์กลับไปราวกับกลัวว่าใครจะมาเห็น ไฟท้ายรถเคลื่อนออกไปเธอชะเง้อคอมองตาม พอหันกลับมาร่างเล็กต้องสะดุ้งโหยง
“ลุงแต้ม”
เธอสั่นงันงกทันที ฝีเท้าถอยกรูด พ่อเลี้ยงที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็ก และเป็นคนที่เธอกลัวมากที่สุด ชายเลยวัยกลางคนที่เธอเปรียบเขาเหมือนปีศาจ
“ใครมาส่ง!
“เพื่อนค่ะ”
“กูบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าให้เพื่อนผู้ชายมาส่ง มานี่ มาให้กูลงโทษมึงเดี๋ยวนี่!”
มือแกร่งจิกไปที่หัวของจอมขวัญพร้อมกับออกแรงกระชากเข้าไปในบ้าน คำว่าลงโทษของมัน ไม่ใช่การทุบตีเหมือนคนอื่น แต่มันคือสิ่งเลวร้ายที่เธอเกลียดตัวเอง แม้จะอยากหนีไปให้ไกล แต่แม่เธอก็ไม่ยอมไปจากที่นี่สักที
เสียงประตูปิดดัง ‘ปัง’ ตัดขาดเธอจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง จอมขวัญไม่ได้กรีดร้องดิ้นรนขัดขืนต่อไป เรี่ยวแรงทั้งหมดเหือดหายไปในทันที
เธอยอมให้ร่างของตัวเองถูกลากไปตามพื้นบ้านที่เย็นซืด กลิ่นสุราคละคลุ้งจากลมหายใจของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อเลี้ยง ทำให้เธอคลื่นเหียนจนแทบอาเจียน
หนังศีรษะเจ็บแปลบไปหมด แต่ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความรวดร้าวในใจ สมองของเธอเริ่มขาวโพลน เป็นกลไกป้องกันตัวเองที่คุ้นเคย ทุกอย่างกำลังจะซ้ำรอยเดิมอีกครั้ง รอยเดิมที่สร้างบาดแผลลึกจนเกินจะเยียวยา
เธอได้ยินเสียงแม่ไอมาเป็นระยะจากในห้องนอน เป็นสัญญาณว่าท่านยังไม่หลับ แต่ก็เป็นสัญญาณที่บอกให้รู้เช่นกันว่า ... ท่านเลือกที่จะปิดหูปิดตาไม่รับรู้ และจะไม่มีใครช่วยเธอได้เหมือนอย่างเคย
ค่ำคืนนี้ปีศาจไม่ได้อยู่ใต้เตียง แต่อยู่บนร่างกายเธอ และเธอก็กำลังจะถูกมันกลืนกินทั้งเป็น....
“คุณพ่อขา...”เสียงหวานลากยาว พร้อมกับท่อนแขนเรียวที่โอบรอบคอผู้เป็นบิดาจากด้านหลัง พีระลดแว่นตาลงเล็กน้อยมองร่างป้อมในชุดนักเรียนของลูกสาวสุดที่รัก
“มีอะไรเรา เสียงหวานมาเชียว”
“แพงอยากไปเที่ยวที่บ้านธารใจ สุดสัปดาห์นี้ค่ะ” พูดพลางเขย่าแขนผู้เป็นบิดาเบา ๆ
บ้านธารใจ สถานที่ที่ปั้นแต่งให้ผู้ชายที่เธอแอบมองอยู่ เติบโตขึ้นมาอย่างดี
พีระขมวดคิ้วเล็กน้อย “ไปทำไมเหรอลูก ไม่ได้บอกกล่าวใครเขาไว้ล่วงหน้า”
“นะคะคุณพ่อ นะคะ พาแพงไปหน่อยนะ คุณพอบอกจะพาไปตั้งหลายครั้งแล้วก็ไม่เห็นพาไปสักที”
แววตาจริงจังและลูกอ้านของลูกสาวที่ไม่ค่อยจะได้เห็นบ่อยนัก ในที่สุดพีระก็ใจอ่อน ตามใจลูกสาวเหมือนเคย
“ก็ได้ เดี๋ยวพ่อจะให้คนจองรีสอร์ตใกล้ ๆ แถวนั้นพัก จะได้ไม่ไปกวนใจแม่ครูช่อแก้วเขา”
“เย้! คุณพ่อน่ารักที่สุดในโลกเลยค่ะ”
พริริมาแทบกระโดดตัวลอย ส่วนพีระเห็นลูกกลับมาสดใสอย่างนั้นก็พลอยยิ้มตามไปด้วย โดยไม่รู้เลยว่าเป็นแผนเพื่อที่จะตามตรีวิทย์ไป
สุดสัปดาห์ ท่ามกลางแสงแดดแผดเผา รถบัสคันใหญ่ของมหาวิทยาลัยเคลื่อนตัวเข้ามาจอดในบริเวณบ้านเด็กกำพร้าธารใจอย่างช้า ๆก่อนที่ประตูจะเปิดออก พร้อมกับเหล่านักศึกษาแพทย์และพยาบาลในเสื้อกิจกรรมของคณะฯ ต่างทยอยกันลงมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
ตรีวิทย์ก้าวลงมาเป็นคนแรก ๆ ตามด้วยจอมขวัญ หญิงสาวร่างบางในชุดเดียวกัน ทั้งสองมองไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกตื่นเต้น แม่ครูช่อแก้ว กับเหล่าเจ้าหน้าที่ และชาวบ้านบางส่วนที่ออกมายืนรอต้อนรับด้วยรอยยิ้ม ทำให้ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางหายเป็นปลิดทิ้ง
ทันทีที่เท้าแตะพื้นดินที่คุ้นเคย เด็ก ๆ ที่จำพี่ชายคนเก่งของพวกเขาได้ก็วิ่งกรูเข้ามาหาทันที
“พี่ตรี!”
“พี่ตรีมาแล้ว!”
เสียงเรียกเจี๊ยวจ๊าวดังขึ้นพร้อมกับอ้อมแขนเล็ก ๆ ที่โผเข้ากอดรอบเอวของชายหนุ่ม ตรีวิทย์ย่อตัวลงกอดตอบเด็ก ๆ ด้วยความรักและเอ็นดู
“เป็นยังไงกันบ้างเรา ดื้อกับแม่ครูหรือเปล่า” เขาเอ่ยถาม พลางลูบศีรษะเด็กชายคนหนึ่งเบา ๆ
“ไม่ดื้อเลยครับ” เด็ก ๆ ตอบเสียงใส
ตรีวิทย์เงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้กับแม่ครูช่อแก้วที่เดินเข้ามาหา เขารีบยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม
“สวัสดีครับแม่ครู สบายดีนะครับ”
“สบายดีจ้ะ ตรีล่ะเหนื่อยไหมลูก” แม่ครูถามด้วยแววตาห่วงใย
“ไม่เลยครับ แค่เห็นรอยยิ้มของแม่ครูกับน้อง ๆ ก็หายเหนื่อยแล้วครับ”
ขณะที่บรรยากาศการทักทายกำลังชื่นมื่นนั่น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
“พี่ตรีคะ...”
ทุกสายตาที่อยู่บริเวณนั้นต้องหันไปมองเป็นตาเดียว ตรีวิทย์ชะงักไปเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงนั้นคือใคร
เด็กหญิงวัยสิบสี่ปีในชุดวอร์มทะมัดทะแมง กึ่งเดินกิ่งวิ่งนำหน้าพีระ ที่มองมาทางเขาด้วยสีหน้าประหลาดใจไม่แพ้กัน
พีระเองก็คาดไม่ถึง เขาตั้งใจพาเพียงลูกสาวมาเที่ยวพักผ่อน และแวะมาเยี่ยมเยือนที่บ้านธารใจเท่านั้น ไม่คิดว่าจะมาเจอกับตรีวิทย์และค่ายอาสาที่นี่
แต่พอหันไปเห็นแววตาเป็นประกายของลูกสาวที่จับจ้องไปยังร่างสูงของชายหนุ่มไม่วางตา ความกระจ่างก็แล่นวาบเข้ามาในความคิดทันที ความออดอ้อนที่ไม่สมเหตุสมผลวันนั้น มันเป็นเพราะอย่างนี้นี่เอง
ชายวัยกลางคนถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบกับ
ลูกสาวด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นกว่าปกติ
“เพราะแบบนี้ใช่ไหม ลูกถึงอ้อนพ่อมาที่นี่”
ร่างอวบสะดุ้งเล็กน้อย ใบหน้าหวานเจื่อนลงทันที เมื่อเห็นสายตาดุๆ ของบิดาส่งมา “คือว่า ... แพง”
“ลูกก็รู้ว่าพี่เขามาทำงาน มาทำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ แล้วเราตามมาแบบนี้มันเรียกว่าอะไร ทำไม่ลูกต้องมากวนใจพี่เขาแบบนี้” พีระกดเสียงต่ำ
“พ่อเสียอีกที่ไม่ทันความคิดของลูกเลยจริง ๆ ให้ตายสิ”
พริริมาได้แต่ก้มหน้างุด แล้วเอ่ยเสียงเบา
“หนูขอโทษค่ะ หนูแค่อยากมาเที่ยวกับพี่ตรีก็ด้วย”
“แต่พี่ตรีของหนูไม่ได้มาคนเดียว เขามากับเพื่อน กับคณะฯที่เรียน”
ตรีวิทย์กับแม่ครูช่อแก้วมองไปยังคนทั้งคู่ที่จู่ ๆ ก็หยุดเดิน และแปลกใจมากกว่าว่ามากันได้ยังไง...
พริริมายืนหันหลังบนเวที มือถือช่อดอกไม้สีหวาน เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หันไปยิ้มตรีวิทย์ที่ส่งสายตาเชียร์อยู่ข้าง ๆ“นับหนึ่ง ... สอง ... สาม”ฟึ่บ!ช่อดอกไม้ลอยละลิ่วข้ามศีรษะไปในอากาศ ท่ามกลางมือหลายคู่ที่ชูขึ้นไขว่คว้าตุ้บ!“กรี๊ดดด ฉันได้ ฉันได้แก ยัยแพงฉันรับได้”น้ำฟ้าในชุดราตรีสีหวานกระโดดโลดเต้นดีใจจนตัวลอย ชูช่อดอกไม้ขึ้นฟ้าอย่างผู้ชนะ ท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของทุกคน“ยินดีด้วยครับคุณผู้โชคดี!”จู่ ๆ เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นผ่านไมโครโฟน ไฟในงานหรี่ลง เหลือเพียงสปอตไลท์ดวงเดียวที่ส่องไปที่กลางฟลอร์คีตะ... เพื่อนเจ้าบ่าวสุดหล่อ เดินถือไมค์ก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าที่ปกติจะขี้เล่นและกวนประสาท วันนี้กลับดูประหม่า และจริงจังจนแก้มแดงไปหมดน้ำฟ้าหยุดกระโดด ยืนนิ่งอึ้งมองหน้าหมอหนุ่มที่เธอแอบปลื้มมานาน“น้องน้ำฟ้าครับ...” คีตะเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ “ดอกไม้ช่อนั้นสวยนะครับ แต่คนถือสวยกว่าเยอะเลย”เสียงโห่ฮิ้วดังสนั่นหวั่นไหว น้ำฟ้าหน้าแดงก่ำ ทำตัวไม่ถูก ได้แต่ยืนบิดไปมา“พี่อาจจะปากเสีย ชอบกวนประสาทเราบ่อยๆ แต่พี่ก็รักเราจริง ๆ นะ” คีตะพูดไปเกาท้ายทอยไป“เห็นเพื่อนแต่งงานแล้วอิจฉา พี
“พี่ตรีจะพาแพงไปไหนเหรอคะ”พริริมาเอ่ยถาม ขณะมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ซึ่งเคลื่อนตัวออกนอกตัวเมืองมาเรื่อย ๆ ทัศนียภาพสองข้างทางเริ่มเปลี่ยนจากตึกสูงระฟ้าเป็นทุ่งหญ้ากว้าง แสงแดดสีทองยามบ่ายคล้อยส่องลงมากระทบยอดหญ้าทุกอย่างรอบตัวดูผ่อนคลายตรีวิทย์ละสายตาจากถนนเบื้องหน้า หันมามองคนรักที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขายิ้มบาง ๆ อย่างอ่อนโยน แววตาฉายชัดถึงอะไรบางอย่างที่เธออ่านไม่ค่อยออกเท่าไร ก่อนจะเอื้อมมือข้างหนึ่งไปกุมมือเธอเอาไว้ แล้วยกขึ้นมาจุมพิตที่หลังมือเบา ๆ“ไปทำสิ่งที่พี่ควรจะทำมาตั้งนานแล้วครับ ไปบอกลาอดีต เพื่อที่เราจะได้เริ่มต้นอนาคตด้วยกันอย่างสนิทใจไง”ไม่น่านนัก รถยนต์ก็เลี้ยวเข้าไปจอดภายในวัดเก่าแก่หนึ่งที่ตั้งอยู่ชานเมือง บรรยากาศภายในวัดร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เงียบสงบ และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความสดชื่นตริวิทย์พาพริริมาเดินตางไปยังเจดีย์เก็บอัฐิสีขาว ที่ตั้งเรียงรายอยู่ด้านหลังโบสถ์ สายลมเย็นพัดผ่านกิ่งก้านของต้นโพธิ์ ใบไม้สีเขียวขจีลู่ลมเกิดเสียงสวบสาบเขาหยุดยืนอยู่หน้าเจดีย์ช่องหนึ่งที่มีรูปถ่ายของหญิงสาวหน้าตาเศร้าสร้อยแต่ทว่าอ่อนโยนติดอยู่‘จอมขวัญ’พริริมามองรูปนั้นด้วยความรู้
“กรี๊ดดด”จังหวะนรกนั้นเอง ตรีวิทย์ไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าใส่จิตตาอย่างไม่คิดชีวิตตุ้บ!ร่างสูงกระแทกเข้ากับร่างของจิตตาอย่างจัง จนเธอกระเด็นถอยห่างจากขอบตึก จิตตากรีดร้อง ล้มลงกระแทกพื้น แต่แรงกระแทกนั้น ทำให้ร่างเล็กของตริริศาที่ยืนหมิ่นแหม่เสียหลัก“กรี๊ดดด แม่แพง!!”ร่างน้อย ๆ หงายหลังร่วงลงไปจากขอบปูน!“ตริริศา!!”พริริมาและตรีวิทย์ตะโกนเรียกชื่อลูกสุดเสียง หัวใจของคนเป็นพ่อเป็นแม่แตกสลายแต่ทว่า...หมับ!มือหนาของตรีวิทย์คว้าข้อมือเล็กๆ ของลูกสาวไว้ได้ทันท่วงทีในเสี้ยววินาทีสุดท้ายร่างของตริริศาห้อยตองแต่งอยู่กลางอากาศ สูงจากพื้นดินเบื้องล่างหลายสิบเมตร เด็กน้อยร้องไห้จ้าด้วยความกลัว“พี่ตรี! จับลูกไว้ จับลูกไว้แน่น ๆ นะ” พริริมาถลาเข้าไปช่วย เธอเอื้อมมือไปคว้าแขนอีกข้างของลูกสาว ช่วยกันดึงรั้งร่างน้อยขึ้นมา“อึบ!”ตรีวิทย์ออกแรงสุดกำลัง เส้นเลือดที่แขนปูดโปน เขาค่อยๆ ดึงร่างลูกสาวกลับขึ้นมาพ้นขอบปูน ดึงแกเข้ามาสู่อ้อมกอดที่ปลอดภัยทันทีที่เท้าแตะพื้น ตริริศาก็โผเข้ากอดคอพ่อแน่น ร้องไห้ตัวสั่นเทา พริริมาโถมตัวเข้ากอดทั้งพ่อและลูกไว้แน่น ร้องไห้โฮออกมาด้วยความโล่งใจจนแทบขาดใจ“
แสงแดดสุดท้ายของวันลาลับขอบฟ้าไปนานแล้ว เหลือเพียงความมืดมิดที่เข้าปกคลุมตึกร้าง ลมแรงพัดผ่านช่องหน้าต่างที่ไร้กระจก เกิดเป็นเสียงหวีดราวกับเสียงร้องได้ของวิญญาณพริริมาหอบหายใจถี่ ขาป้อมสั่นเทาพาเธอก้าวขึ้นบันไดขั้นสุดท้ายมาสู่ชั้นดาดฟ้า ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของคนเป็นแม่แทบหยุดเต้นเดี๋ยวนั้น“ตรีม! ลูก”เสียงกรีดร้องของพริริมาดังลั่นไปทั่วดาดฟ้าบริเวณขอบระเบียบที่ไร้รั้วกั้น ร่างสมส่วนของจิตตายืนอยู่ตรงนั้น ผมเผ้าที่เคยจัดทรงสวยงามบัดนี้ยุ่งเหยิงปลิวไสวไปตามแรงลม ในอ้อมแขนของเธอคือร่างเล็กจ้อยของตริริศาที่ถูกมัดปาก และมัดมือไพล่หลัง เด็กน้อยร้องไห้จนตัวสั่น หน้าตาแดงก่ำด้วยความหวาดกลัวสุดขีดจิตตาจับตัวตริริศาหันหน้าออกไปทางความว่างเปล่าเบื้องล่างขาเล็ก ๆ ของเด็กน้อยห้อยต่องแต่งอยู่เหนือความตายเพียงไม่กี่เซนติเมตร“อย่าเข้ามานะ”จิตตาตวาดลั่น เมื่อเห็นพริริมาทำท่าจะพุ่งตัวเข้ามา เธอขยับตัวพาลูกสาวของพริริมาออกไปยืนหมิ่นเหม๋ที่ริมขอบปูนยิ่งกว่าเดิม“ถ้าแกก้าวเข้ามาอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะปล่อยมือเดี๋ยวนี้!”“ไม่ ๆ อย่าทำนะจิตตา อย่าทำลูกฉัน”พริริมาทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นปูนท
“รักมากใช่ไหม” เธอแสยะยิ้มกับรูปในโทรศัพท์“ขาดไม่ได้ใช่ไหม”แววตาของจิตตาวาวโรจน์ขึ้นในความมืด ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ“ได้ ถ้าตรีรักมันมาก จิตตาจะช่วยสงเคราะห์ให้เอง”“จิตตาจะทำให้คุณรู้ซึ้ง ว่าการสูญเสียสิ่งที่รักที่สุดไป มันเจ็บปวดแค่ไหน!”แผนการชั่วร้ายผุดขึ้นในสมองที่บิดเบี้ยว เธอจะไม่ยอมเจ็บคนเดียวเด็ดขาด ถ้าเธอไม่ได้ครอบครองเขา เธอก็จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เขารักให้พินาศย่อยยับ!“เตรียมตัวลงนรกได้เลย ... นังแพง ... นังมารหัวใจ!”ความแค้นฝั่งหุ่นปะทุขึ้นในใจ มันทำให้จิตตาหน้ามืดตามัว วันต่อมาเธอจึงขับรถเพื่อไปดูลาดเลา บรรยากาศช่วงสามโมงเย็นหน้าโรงเรียนอนุบาลนานาชาติชื่อดัง เต็มไปด้วยความจอแจของผู้ปกครอง และรถยนต์หรูที่ทยอยมารับลูกกลับบ้านเสียงเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ดังประสานกับเสียงนกหวีดของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เธอนึกว่าโรงเรียนแพงขนาดนี้ความปลอดภัยน่าจะสูง แต่มันก็เปล่าเลยท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ร่างระหงในชุดพยาบาลสีขาวเดินฝ่าฝูงชนตรงไปยังประตูทางเข้าโรงเรียน ใบหน้าสวยที่แต่งแต้มเครื่องสำอางอ่อนๆ ประดับด้วยรอยยิ้มหวานหยด ทว่าแววตานั้นกลับเย็นเยียบและว่างเ
ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพฯ ในยามค่ำคืนไร้ซึ่งแสงดาว มีเพียงแสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้า และไฟถนนที่ส่องแสงสว่างแข่งกับความมืดมิด บริเวณลานจอดรถของโรงพยาบาล ร่างสูงของตรีวิทย์กำลังเดินผิวปากอย่างอารมณ์ดี ในแบบที่ไม่ได้เป็นมานานหลายปี มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกา อีกข้างแกว่างกุญแจรถเล่นไปมาแม้วันนี้จะเป็นวันหยุด แต่สำหรับหมออย่างเขาก็ต้องมาเข้าเวรช่วงดึกอยู่ดี กำลังจะก้าวขาผ่านประตูทางเข้า ก็นึกขึ้นได้ว่าลืมโทรศัพท์ไว้ในรถ ชายหนุ่มจึงเดินย้อนกลับมาหากเป็นปกติตรีวิทย์คงจะหงุดหงิดกับความสะเพร่าของตัวเอง แต่เพราะความทรงจำช่วงบ่ายที่อควาเรียมมันคือสัญญาณที่ดี ว่าผู้หญิงที่เขาเฝ้าตามง้อมาตลอดหลายเดือน กำลังจะเปิดใจให้ตัวเองบ้างแล้ว หัวใจของเขาที่เคยด้านชา ก็กลับมาเต้นแรงอย่างมีชีวิตชีวาอีกครั้ง‘รอพี่ก่อนนะแพง อีกไม่นาน... พี่จะทำให้แพงกลับมารักพี่ให้ได้’ชายหนุ่มยิ้มกับตัวเองขณะเดินมาหยุดที่หน้ารถยุโรปคันหรู เขากดรีโมตปลดล็อกรถ ไฟหน้ารถกระพริบตอบรับเสียงดัง ติ๊ดทว่าก่อนที่มือหนาจะทันได้เอื้อมไปเปิดประตูรถ เงาดำหนึ่งก็ก้าวออกมาจากมุมมืดหลังเสาต้นใหญ่“มีความสุขจังเลยนะคะ”เสียงเย็นเยียบที่คุ้นหูด







