Masuk“ยากครับบอส ผู้หญิงทุกคนในงานสวมชุดสีขาว แล้วตอนที่เธอถูกหิ้วปีกเข้ามาในห้องเราก็เห็นหน้าเธอไม่ชัด เห็นแค่คนที่หิ้วปีกเธอมา” ณัฐวุฒิชี้ไปยังจอที่แสดงกล้องบนทางเดินชั้นสิบห้า
ธนามองไปที่จอภาพแล้วพยักหน้า “ก็ตามหาผู้หญิงคนนี้ก่อนล่ะกัน ดูแล้วเหมือนไม่ได้ช่วยเหลือ น่าจะเอามาส่งใครสักคนมากว่า”
“ครับ ผมก็คิดแบบนั้น”
ผู้หญิงที่ทำหน้าที่หิ้วปีกดูมีความระมัดระวัง โดยเฉพาะตอนที่เดินออกจากห้องอีกครั้ง มองซ้ายมองขวาราวกับกำลังทำเรื่องผิด
ธนายกมือขึ้นตบบ่าณัฐวุฒิเบาๆ “ฝากด้วยนะ”
“ครับ ผมจะระดมคนมาช่วยกันดูเดี๋ยวนี้”
ธนาถอนหายใจ บิดาของเขาอยากให้เขาสองพี่น้องมารับช่วงดูแลบริษัทต่อ แต่ครอบครัวของแม่เลี้ยงก็พยายามเข้ามาแทรกแซง คุณน้ำเพชรเป็นผู้หญิงงดงามเฉิดฉาย เธอเอาชนะคุณธนากรที่ทำตัวเป็นโสดมาร่วมสิบปีได้สำเร็จ แม้จะไม่ร้ายกาจอย่างแม่เลี้ยงในนิทานแต่เธอก็ไม่ใช่คนที่ธนากับธเนศวางใจ
ทันทีที่เขารับปากจะกลับมาทำงานช่วยบิดา คุณน้ำเพชรก็ชักนำน้ำฟ้าหลานรักของเธอให้มาใกล้ชิดกับเขา นัยว่าอยากจะให้เป็นทองแผ่นเดียวกัน ธนารักษาระยะห่างกับน้ำฟ้าไว้พอสมควร แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ยังไม่ยอมเข้าใจ
“ให้คนมาทำส่วนนี้แทน พวกเราต้องรีบกลับไปประชุม”
“ครับ”
ณัฐวุฒิกดเข้าไปสั่งให้พนักงานที่เขาไว้ใจสองคนมาตรวจกล้องวงจรปิดแทน การประชุมเพื่อวางแนวทางโปรเจคใหม่ในตอนสายวันนี้สำคัญมาก เจ้านายของเขาจะพลาดไม่ได้
กชอรเดินตามหลังนีน่าออกมาจากห้องผู้จัดการทวี “ขอบใจนะ นีน่าที่เข้าไปช่วย”
กลุ่มนักศึกษาที่เข้ามาฝึกงานพร้อมกันในครั้งนี้มีสามคน พวกเธอเคยถูกผู้จัดการทวีพูดจาแทะโลมและแตะเนื้อต้องตัวอยู่หลายครั้งด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ จึงได้ตกลงกันเอาไว้ว่าหากมีคนต้องเข้าไปในห้องผู้จัดการทวีเกินสามนาทีให้รีบทำทีเข้าไปเสิร์ฟน้ำ พอกชอรเข้าไปไม่นาน นีน่าจึงรีบเตรียมกาแฟ
“ไม่เป็นไร อีกไม่กี่วันพวกเราก็ฝึกงานจบแล้วจะได้พ้นจากเฒ่าหัวงูซะที ทุเรศจริงๆ มีโอกาสทีไรต้องเต๊าะเล็กเต๊าะน้อย ฉันล่ะอยากเอามีดเสียบมือไอ้เลวนี่นัก” นีน่าเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเอกชนที่เข้ามาฝึกงานบริษัทนี้พร้อมกับกชอร หลังจากถูกทวีแอบใช้นิ้วไล้ที่แขน นีน่าก็เริ่มใช้กระเป๋าใบเล็กที่เหน็บที่เข็มขัด ข้างหน้าใส่โทรศัพท์มือถือแต่ข้างในมีมีดสปริงขนาดเล็ก
“เออ ดีแล้ว วันก่อนที่เธอไปกับผู้การกับคุณผ่องเป็นไงบ้าง? เมื่อวานเธอก็ไม่ทำงาน วันนี้ก็ทำหน้าเครียดๆ”
ทุกคนในสำนักงานเรียกทวีด้วยคำย่อจากผู้จัดการเหลือเพียงผู้การ ทำให้นักศึกษาฝึกงานทั้งหลายก็พลอยชินไปด้วย
“งานเลี้ยงนั่นน่ะเหรอ?” กชอรพูดพลางกำหมัดแน่น สีหน้าของเธอพร้อมจะระเบิดอารมณ์ออกมา
“ทำหน้าแบบนี้ ผู้การทำอะไรอีกเหรอ?”
“หึ! มันพยายามน่ะสิ แต่ฉันหลบมาได้” กชอรไม่อยากจะให้มีคนรู้เรื่องของเธอมากนัก แค่เธอไม่เสร็จคนอย่างทวีก็ดีแล้ว
นีน่ายกมือขึ้นตบแขนเพื่อน “อืม ดีแล้ว ฉันกับรดาเป็นห่วงเธอมากเลย ทีแรกว่าจะไปแอบดูแต่คิดว่างานคนเป็นพัน ผู้การคงไม่กล้าทำอะไรเธอ”
ได้ยินเพื่อนพูดอย่างนั้น กชอรก็แสดงสีหน้าเจ็บใจออกมา “คนชั่วๆ แบบนั้นหาโอกาสอยู่ทุกเวลานั่นล่ะ แต่ฉันไม่ได้พลาดท่าผู้การกับผ่องพรรณหรอก พวกเธอเองก็ระวังตัวหน่อยล่ะ อย่าไว้ใจชายหญิงคู่นี้”
รดายกมือขึ้นทำปากจุ๊ๆ แล้วดึงแขนเพื่อนทั้งสองหลบไปที่บันไดหนีไฟ
“ฉันได้ยินพวกป้าแม่บ้านพูดกันว่าคุณผ่องกับผู้การนะ แอบไปกินกันอยู่บ่อยๆ แม่บ้านข้างล่างพักอยู่ซอยเดียวกันกับคุณผ่อง เห็นผู้การเข้าออกอยู่หลายครั้ง”
นีน่าทำตาโต “คุณผ่องไม่กลัวหรือไง? ได้ยินว่าภรรยาผู้การเคยมาตบเมียน้อยคนก่อนจนเลือดกบปากเลยนะ”
“เห็นเขาพูดกันว่าสองคนนี้แอบเล่นชู้กันมานานแล้วแต่ภรรยาผู้การยังไม่รู้ ไม่งั้นจะปล่อยไว้แบบนี้เหรอ?” รดารีบเอ่ยต่อ
ดวงตาของกชอรแวววาว เธอรู้แล้วว่าจะแก้แค้นสองคนนั้นยังไง
“เรามาทำงานกันที่นี่หลายเดือนแล้วนะ รดา ฉันว่าความลับไม่มีในโลก อีกไม่นานผู้การกับผ่องพรรณต้องถูกจับได้แน่”
รดาเอียงคอ “ฉันว่าน่าจะยากอยู่ ได้ยินว่าช่วงนี้ภรรยาผู้การต้องไปดูแลพ่อที่ป่วยอยู่โรงพยาบาล”
กชอรแววตาแข็งกร้าว “กรรมมันทำหน้าที่ของมันเสมอล่ะ”
“ใช่ ฉันเห็นด้วยกับผักกาด” นีน่าพยักพเยิด
“เรื่องนี้พวกเธออย่าพูดไปล่ะ เดี๋ยวคนอื่นรู้เข้าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ พวกเรารีบขึ้นไปกันเถอะ”
สามสาวรีบเดินจากพักบันไดขึ้นไปเปิดประตูหนีไฟกลับเข้าสำนักงาน
ค่ำวันต่อมา กชอรส่งข้อความไปหาเพื่อนสนิท ฝ่ายนั้นอ่านข้อความแล้วก็รีบแจ้นมาตามนัดทันที
“มาแค่นี้แกต้องหนีบเมียมาด้วยเหรอ?” กชอรสายตาเลยไปยังคนที่นั่งข้างแบงก์หรือธิดารัตน์ เพื่อนรักของเธอเป็นสาวหล่อที่ผ่านการประกวดนักร้องในเวทีดังระดับประเทศ แม้จะไม่ได้ตำแหน่งแต่ก็ได้เดินบนเส้นทางอาชีพนี้อย่างภาคภูมิ สร้างรายได้ไม่น้อยในแต่ละเดือน
จุฑาทิพย์หรือลิลี่ที่เป็นแฟนคนล่าสุด คือหนึ่งในหญิงสาวที่เคยมาเกาะแกะอยู่หน้าเวที ฐานะทางบ้านของลิลี่ร่ำรวยเป็นเจ้าของโรงงานลูกชิ้น ด้วยความน่ารักไม่ถือตัวทำให้ลิลี่เอาชนะใจแบงก์และคนรอบข้างได้
หญิงสาวผมยาวสีน้ำตาลแสร้งทำหน้างอ “พี่ผักไม่รู้อะไร? วันก่อนมีผู้หญิงมานั่งเฝ้าพี่แบงก์หน้าเวทีตั้งแต่ร้านเปิดจนร้านปิด”
“ลิลี่ เธอเฝ้ามันขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“เปล่าค่ะ ลิลี่ก็แค่จ้างเด็กเสิร์ฟในร้านให้จับตาดูพี่แบงก์”
กชอรหัวเราะออกมาทันที คุณหนูเงินหนาอย่างลิลี่น่าจะติดสินบนเด็กเสิร์ฟเอาไว้ทั้งร้านแล้ว
แบงก์พยักหน้ากับเพื่อนซี้ทำนองจะโอดครวญว่าเขาตกอยู่ในเงื้อมมือของลิลี่ “รู้ใช่ไหม?”
“เออ ทั้งร้านแน่เลย” กชอรยิ้มน้อยๆ
“พอแล้ว แกไม่ต้องหัวเราะเยาะฉัน ที่ส่งข้อความมาน่ะ มีเรื่องอะไร?”
กชอรมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีโต๊ะอื่นมาอยู่ใกล้ก็ขยับเข้าไปหาคนทั้งสอง เธอเล่าเหตุการณ์ในคืนงานเลี้ยงโดยเว้นเรื่องบนเตียงไป แบงก์กำหมัดแน่นกัดฟันกรอดๆ ลิลี่เองก็โมโหจนสีหน้าดูไม่ได้
“เลวจริงๆ หญิงร้ายชายชั่ว ผัก แกคิดจะแก้แค้นยังไง?” แบงก์ชินกับการเรียกชื่อเล่นของกชกรเพียงคำหน้า ทำให้ลิลี่เรียกอย่างเดียวกัน
กชอรแสยะยิ้ม “ผู้การกับนางงูพิษนั่น คบชู้กันมานานแล้ว ฉันได้ยินมาว่าเมียของมันดุมากๆ เคยบุกมาตบเลขาหน้าห้องที่เป็นเมียน้อยคนก่อนจนปากแตกหน้าเละ อับอายจนต้องลาออก”
“ทำขนาดนี้แล้ว ผู้การเลวๆ นี่ยังกล้าทำความชั่วอีกเหรอ?” ลิลี่ทำหน้ารับไม่ได้ “ผู้ชายสารเลวแบบนี้น่าจะถูกยิงตายซะให้หมด”
กชกรพยักหน้าให้กับลิลี่ “พี่ก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
“ผัก พูดแบบนี้แกคิดจะเปิดโปงมันสองคนใช่ไหม?”
“อืม แต่หลักฐานเราต้องแน่นหนา ส่งไปให้เมียผู้การดู จากนั้นก็เปิดโปงให้โด่งดังไปทั่วประเทศถึงจะสาแก่ใจ”
ลิลี่ยกมือข้างหนึ่ง “เดี๋ยวนะพี่ผัก ถ้าเกิดว่าเมียเขาจัดการแค่เมียน้อยแต่ไม่ยอมลงมือกับผัวเขาล่ะค่ะ”
แบงก์หันไปมองหน้าคนรัก “พี่ไม่เชื่อว่าคนที่ทำความเลวแบบนี้จะเพิ่งเคยทำเป็นครั้งแรก ถ้าขุดดีๆ เราต้องเจอความลับนางงูพิษแน่”
“ก็จริงนะ ถ้าเราหาหลักฐานมัดตัวสองคนนั้นได้แน่นหนา ไม่แน่ว่าผู้การก็น่าจะถูกไล่ออกด้วย สมัยนี้โลกโซเชียลเร็วจะตาย” ลิลี่ดีดนิ้วเปาะ เธอเรียนสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ชั้นปีสุดท้าย เมื่อได้ยินว่าจะได้สวมวิญญาณนักสืบก็นึกสนุก “เดี๋ยวลิลี่เอากล้องจิ๋วมาให้พี่ผักเองค่ะ”
“ส่วนฉัน จะลางานมาตามถ่ายรูปพวกมันให้แกเอง” แบงก์หัวเราะหึๆ “เลนส์ซูมที่ฉันอุตส่าห์เก็บเงินซื้อมา คราวนี้จะได้ใช้ซะที”
“ดี ถ้างั้นก็ลงมือกันเลย ฉันจะทำให้ชีวิตของพวกมันพังพินาศ”
**********************
คุณทิวาอมยิ้ม เธอรู้ว่าเพื่อนบ้านก็แค่หวังดี คนละแวกนี้ล้วนช่วยเหลือกันและกันมาแต่ไหนแต่ไร เห็นทักษพรได้แต่งงานกับคนที่มีฐานะร่ำรวยก็ไม่อยากจะให้ตนสองสามีภรรยาถูกเอารัดเอาเปรียบ“สืบเก่งอีกแล้ว พี่รู้ว่าพวกเธอกลัวพี่จะใจดีไม่กล้าเรียกร้องสินสอด บอกความจริงให้ก็ได้ ที่ไม่ขอสินสอดทองหมั้นน่ะเป็นเพราะธนาเขาให้มาเยอะแล้วน่ะ เงินใช้หนี้พวกนั้นก็เงินเขาทั้งนั้น พี่ยังจะกล้าเอาเงินเขาอีกเหรอ?” เพื่อนบ้านทำตาโต “ดีใจด้วยนะคะ พี่ทิวา การไม่มีหนี้ถือว่าเป็นความสุขสุดยอดแล้วล่ะค่ะ” ทิวาหัวเราะกับเพื่อนบ้านอย่างเบิกบาน ในสังคมเล็กๆ อย่างต่างจังหวัดยากจะปกปิดความลับในครอบครัวเอาไว้ได้ บางครั้งที่คนรอบข้างอยากรู้ก็ไม่ใช่เพราะอยากเอาไปนินทาว่าร้ายแต่พวกเรามีความห่วงใยให้ ก่อนหน้านี้เธอรู้ว่ามีคนสงสัยเรื่องของลูกสาวเธอไม่น้อย เธอไม่กลัวคนอื่นดูถูกแต่ห่วงความรู้สึกของลูกสาว แต่ตอนนี้ทักษพรก็นับว่าได้ทำทุกอย่างชัดเจนและเปิดเผย เธอและสามีก็รู้สึกสบายใจแล้ว การแต่งงานครั้งนี้จัดขึ้นง่ายๆ ที่บ้าน ตอนเช้าเป็นการทำบุญตักบาตรและตอนสายเป็นการจัดเลี้ยงอาหารโดยการ
ณัฐวุฒินำทางเจ้านายของตนไปยังห้องพักแพทย์ ธนาสีหน้าเป็นกังวล เขาคิดวนเวียนถึงอาการของภรรยา เธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าเป็นโรคร้ายแรงใด? ยิ่งคิดก็ยิ่งกระวนกระวาย เขาเดินตามหลังเลขานุการหนุ่มเข้าไปด้วยท่าทางเหม่อลอย “ธนา” ใบหน้าของเจ้าของห้องดูแช่มชื่น “ตุ๊กติ๊ก แกเองเหรอ?” ธนาเลิกคิ้วมองนายแพทย์ตรงหน้า “ไอ้นา บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกแบบนี้ เรียกแค่ติ๊กก็พอ” นายแพทย์ สุดหล่อทำหน้าไม่พอใจ “มาๆ นั่งก่อนๆ ไม่คิดเลยว่าแกจะมีเมียมีลูกแบบไม่บอกไม่กล่าวแบบนี้” “เออ ฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน” คนถูกทักยิ้มน้อยๆ “นั่งก่อนๆ ที่ฉันสั่งคนเอาไว้ก็เพราะอยากเจอตัวแกนี่ล่ะ” ณัฐวุฒิถอยออกไปรอข้างนอก ธนาสีหน้ากลับไปเคร่งเครียดเช่นเดิม “เมียฉันป่วยอะไร? ทำไมแกต้องให้ฉันมาพบส่วนตัว?” “เมียแก เมียแกก็แค่เพลีย คงจะนอนน้อย แต่ที่สำคัญมีข่าวดีด้วย” “เอ๊ะ!” “ยังจะตะลึงอะไรอีก? กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องแท้ๆ” ธนาเห็นรอยยิ้มของเพื่อนเก่าก็คิดออก “เมียฉันท้องเห
กรินทร์ถูกจับในขณะที่กำลังเก็บกระเป๋าขึ้นรถยนต์กำลังจะออกจากบ้าน ตำรวจพบหลักฐานชัดเจนว่าเขาติดต่อสายน้ำจริงและคนทั้งสองร่วมกันว่าจ้างมือปืนเพื่อให้ลอบสังหารธนา ศราวุฒิกุล ประธานบริษัทกาแฟสกายกิฟต์ และผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทวินเนอร์เบฟเวอเรจ ข่าวของเกวลินในฐานะลูกสาวของกรินทร์ถูกนำมาพูดถึงอีกครั้ง ครั้งนี้เธอทนความอับอายไม่ไหวจนต้องหลบหนีไปต่างประเทศ “หลักฐาน พยานฝ่ายเราเป็นไง?” “ดีที่คุณซื้อโรงงานซอสนั้นเอาไว้ก่อน แม้จะมีการไล่ยิงกันในโรงงานก็ยังพอใช้อ้างได้ว่าคนพวกนั้นบุกรุก” ทนายพิพัฒน์อมยิ้ม เขารู้ว่าธนาเป็นนักธุรกิจที่เก่งกาจ ย่อมต้องวางแผนอย่างดีก่อนที่จะนำชีวิตตนเองไปเสี่ยง “ส่วนบอดี้การ์ดที่คุณจ้างมา พวกเขาครอบครองปืนโดยถูกกฎหมาย ไม่มีปัญหา ที่เหลือเป็นเรื่องของกระบวนการบนชั้นศาล เพราะมีคนบาดเจ็บและตายในที่เกิดเหตุ” “ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่คุณแนะนำผมนั่นล่ะ” ธนายิ้มน้อยๆ “เรื่องนี้ก็ฝากคุณด้วยก็แล้วกัน ณัฐบอกว่าหาหลักฐานเพิ่มเติมเรื่องอุบัติเหตุได้แล้วนี่?” “ครับ คดีนั้นจะถูกรื้อออกมาอีกครั้ง รวมทั้งคดีสองศพในรถที่ต
“ก็ตั้งแต่พี่นามาถึงที่นี่ได้สิบกว่านาทีค่ะ ผักให้ลิลี่ช่วย ติดเครื่องติดตามในรถของพี่นา” ธนาอึ้ง เขารู้แล้วว่าเธอสะกดรอยตามเพราะเป็นห่วง ชายหนุ่มได้แต่กลืนน้ำลายเบาๆ ครั้งนี้เขาทำให้ภรรยาเป็นห่วงจนร้องไห้ ชายหนุ่มรู้สึกผิด อย่างมาก “ผัก พี่ขอโทษ” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ยกมือข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บขึ้น เช็ดน้ำตาของภรรยา “คราวหน้าพี่ไม่กล้าอีกแล้ว” “พี่นา เสียงปืนพวกนั้น ทำเอาผักใจหาย กว่าเราจะหากันเจอก็ตั้งสี่ปี กว่าน้องพืชจะมีพ่อก็ใช้เวลาตั้งสามปีกว่า ถ้าเกิดว่าพี่เป็นอันตราย เจ็บหรือตายไป ผักกับลูกจะอยู่กันยังไงคะ?” กระพริบตาสองสามครั้ง น้ำตาก็ไหลเป็นทาง “อย่าร้องไห้เลยผักกาด พี่สัญญา ต่อไปจะไม่เสี่ยงอันตรายแบบนี้อีก” ชายหนุ่มตกใจกับอาการสะอึกสะอื้นของภรรยา เขายกสองมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้เธอด้วยความร้อนรน “พี่นาสัญญาแล้วนะคะ” “ได้ๆ พี่สัญญา” พยาบาลที่นั่งอยู่ด้านขาอยู่สองสามีภรรยาต้องเบือนหน้าไปยิ้มอีกทาง ผู้บาดเจ็บหน้าตาหล่อเหลากับภรรยาที่สวยน่ารักกำลังแสดงบทรักลึกซึ้งต่อหน้า เธอเห็นแล้ว
“ตีซ้ำอีกพี่แบงก์” ลิลี่วิ่งมาถึงพร้อมไม้เบสบอลในมือจักรพงษ์หันขวับไปมองคนที่ลงมือกับตัวเองก็ถูกตีครั้งที่สอง กำลังของแบงก์ที่ฝึกมวยมาก่อนแรงจะจักรพงษ์แทบกระอัก “พอแล้วๆ อย่าตีผมเลย”ผู้หญิงสี่คนเดินมาล้อมคนทั้งสองเอาไว้ แบงก์กับลิลี่ถือไม้เบสบอลติดมือมาด้วยทำให้ประพันธ์ที่ถูกช็อตจนอ่อนเปลี้ยหันไปมองจักรพงษ์ที่ถูกตีจนทรุดอยู่ข้างๆ“คุณประพันธ์ เป็นฝีมือคุณนี่เอง” ทักษพรชักสีหน้าน้ำฟ้าเองก็มีเครื่องช็อตไฟฟ้าในมือ เธอควักมันออกมาแล้วยืนทำหน้าข่มขู่อยู่ข้างๆ ทักษพร“คราวนี้จะบอกเราได้หรือยังว่าข้างในคุณเตรียมคนมาเท่าไหร่?” ทักษพรทำหน้าถมึงทึงจ้องประพันธ์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แขนขาของประพันธ์อ่อนแรง เขาเงยหน้าขึ้นมองสามสาวโดยเฉพาะ น้ำฟ้า “คุณฟ้า คุณมาได้ไง?” “ทำไม? ทำไมฉันถึงจะมาไม่ได้? คุณกับคุณจักรมาด้วยกันแบบนี้ก็แสดงว่าลุงของฉันกับคุณกรินทร์ร่วมมือกันสินะ” “พวกคุณ..คิดจะ....ทำอะไรผม?” ทักษพรทนไม่ไหวใช้มือขยุ้มคอเสื้อแล้วเขย่า “พวกคุณวางแผนจะฆ่า คุณธนาใช่ไหม?” ประพันธ์เม้มปากส่ายหน้า เขาไม่มีทางทรยศเจ้านายของตน แบงก์
ทักษพรเห็นท่าทีผิดปกติของธนาตั้งแต่หลายวันก่อน เธอจึงแอบฟังในตอนที่เขาคุยโทรศัพท์และใช้แอพพลิเคชั่นติดตามความเคลื่อนไหวซ่อนไว้ในโทรศัพท์ของสามี แผนล่อเสือออกจากถ้ำของเขา เธอรู้สึกหวั่นใจจึงได้ปรึกษาแบงก์กับลิลี่ “เราสามคนต้องออกปฏิบัติอีกครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้อันตรายมาก เราต้องเตรียมอาวุธไปด้วย” แบงก์สีหน้าจริงจัง “อาวุธ มีดหรือปืน?” “จะบ้าเหรอผัก? เราสามคนจะไปหาปืนได้ที่ไหน? ฉันยิงปืนเป็นก็จริงแต่ถ้าจะซื้อตอนนี้ก็คงไม่ทัน อีกอย่างไปยิงคนก็จะกลายเป็นคดีเปล่าๆ หนังสะติ๊กก็อาจจะพอหาได้” “ก็ดีนะ อย่างน้อยมันก็ยิงได้อ่ะพี่แบงก์” ลิลี่ยิ้มพยักหน้าหงึกหงัก “เออ ก็ดีนะ” ทักษพรเห็นด้วย “พวกสเปรย์พริกไทยกับเครื่องช็อตไฟฟ้าล่ะ หาซื้อมาพกได้ไหม?” “ของพวกนั้นถ้าพกไปตามที่สาธารณะก็ถือว่าเป็นอาวุธนะ ผิดกฎหมาย ลี่เคยคิดจะซื้อเหมือนกันแต่พอรู้ว่าจะมีปัญหาเลยไม่ได้ซื้อ” “ถ้างั้น เราก็เอาหนังสะติ๊กกับไม้เบสบอลไปด้วยก็แล้วกัน” แบงก์พยักหน้าหงึกหงัก “ไม่ได้ๆ ถ้าพวกเขามีปืนเราก็ตายเปล่ากันพอดี ฉันจะแ







