Beranda / แม่ค้า / บทที่ 1

Share

แม่ค้า
แม่ค้า
Penulis: กวางขาวชอบกินปลา

บทที่ 1

Penulis: กวางขาวชอบกินปลา
เสียงประทัดดังสนั่นหวั่นไหวที่เรือนหน้า กำลังจัดงานต้อนรับหยวนอี้เฉินที่ได้รับชัยชนะกลับมา ส่วนแม่สามีที่เคารพของข้ากลับใช้ข้ออ้างที่ว่า "สตรีในเรือนในไม่ควรพบปะบุรุษภายนอก" สั่งให้ข้ารออยู่ที่เรือนฮว่าซวง

เมี่ยวอิงวิ่งกระหืดกระหอบกลับมาจากเรือนหน้า เร่งรัดขึ้นว่า "คุณหนู ทำไมท่านถึงไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยเจ้าคะ?"

มือที่กำลังดีดลูกคิดทองคำของข้าหยุดชะงักลง ข้าส่ายหน้าอย่างสุขุมแล้วกล่าวว่า "เขาเป็นถึงท่านแม่ทัพ แถมยังเป็นเฉิงอันโหวผู้สูงศักดิ์ ข้าจะด่าก็ด่ามิได้ จะสู้ก็สู้มิชนะ สู้เก็บแรงไว้หาเงินเพิ่มยังจะดีกว่า”

เมื่อเทียบกับเรื่องสามีรับอนุแล้ว ข้ากลับรู้สึกว่าการไม่มีเงินน่ากลัวยิ่งกว่า

ข้ามาจากตระกูลพ่อค้า การแต่งงานกับหยวนอี้เฉินถือเป็นการแต่งงานข้ามชั้น ท่านพ่อเกรงว่าข้าจะได้รับความอยุติธรรม ตอนแต่งงานจึงมอบกิจการร้านค้าบนถนนถึงสิบสองสายเป็นสินเดิมให้ ทั้งร้านอัญมณี ร้านผ้าไหม ร้านแป้งผลัดหน้า ภัตตาคารและโรงเตี๊ยม ซึ่งกำไรในแต่ละปีมหาศาลยิ่งนัก

เมื่อมีเงินทองติดตัว ชีวิตก็ไม่ได้ยากลำบากอะไรนัก

ติดก็แต่คนในจวนหยวนดูถูกชาติตระกูลของข้ามาโดยตลอด แม่สามีเคยพูดต่อหน้าเหล่าฮูหยินทั้งหลายว่าข้าดูไม่คู่ควร และท้องก็ไม่เอาไหน สองปีแล้วยังไม่มีลูกสืบสกุลให้ตระกูลหยวน

ทว่านางรู้ทั้งรู้ว่าในวันแต่งงาน หยวนอี้เฉินได้รับคำสั่งให้เดินทางไปชายแดน เขาเพียงเปิดผ้าคลุมหน้าอย่างรีบๆ แล้วจากไปนานถึงสองปี ป่านนี้เกรงว่าเขาคงจำหน้าข้ายังไม่ได้ด้วยซ้ำ

หากข้าตั้งครรภ์ขึ้นมาจริง ๆ นั่นต่างหากที่จะอธิบายยังไงก็ไม่มีใครเชื่อ

ลมใบไม้ร่วงพัดโชย ใบต้นอู๋ถงในเรือนฮว่าซวงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง แกว่งไกวราวกับจะร่วงหล่นทุกเมื่อ

เมี่ยวอิงรู้สึกขัดใจในความไม่ได้เรื่องของข้า นางนั่งลงตรงข้ามข้า หยิบสมุดบัญชีขึ้นมาเล่มหนึ่งแล้วพูดพึมพำว่า "เงินที่คุณหนูหามาได้ ใช้ไปแปดชาติก็ไม่หมด จะเอาเงินเยอะแยะขนาดนั้นไปทำไมกันเจ้าคะ?"

พอข้าได้ฟัง ก็รู้สึกว่ามีเหตุผล

เรื่องที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต ก็คือตัวตายไปแล้วแต่เงินยังใช้ไม่หมด

เมื่อคิดว่าเงินที่ข้าหามาอย่างยากลำบากอาจตกเป็นของเด็กโชคร้ายในอนาคต ข้าก็ปวดใจจนแทบทนไม่ไหว รีบหยิบตั๋วเงินหนึ่งแสนตำลึงจากหีบสมบัติยื่นให้เมี่ยวอิง “ไปซื้อที่ดินแถบชานเมืองฝั่งตะวันตกให้หมด มีเท่าไรก็ซื้อเท่านั้น”

แถบชานเมืองตะวันตกมีที่ดินทำกินอยู่นับพันไร่ เดิมทีเป็นของขุนนางผู้หนึ่ง แต่ได้ยินมาว่าบุตรชายคนเดียวของบ้านนั้นไปลบหลู่องค์ชายหมิง จนต้องชดใช้จนหมดเนื้อหมดตัว แม้แต่ทรัพย์สินของบรรพบุรุษก็ต้องขาย ถึงจะรักษาชีวิตเจ้าลูกตัวดีนั้นไว้ได้

ถึงแม้ข้าจะไม่ขาดแคลนเงิน แต่ที่ดินนั้นมีอยู่น้อยจริงๆ หากประสบภัยธรรมชาติ การมีเงินสู้มีที่ดินมิได้

ตุนเสบียงอาหารไว้ให้มากๆ นั่นแหละคือเรื่องที่ถูกต้องที่สุด

เมี่ยวอิงเห็นด้วยกับความคิดของข้าอย่างยิ่ง นางมองข้ามเรื่องเรือนหน้าไปโดยทันที แล้วขยับเข้ามาประจบประแจงยิ้มแย้ม "คุณหนูเจ้าคะ ในเมื่อจะซื้อแล้ว ซื้อสวนผลซิ่งบนเขาฝั่งตะวันตกไปด้วยเลยสิเจ้าคะ"

พอฤดูใบไม้ผลิผลิบานก็ชมดอกซิ่ง พออากาศเริ่มร้อนขึ้นมาหน่อยก็จะได้กินผลซิ่งสดๆ กินไม่หมดก็เอาไปขายได้ กำไรเน้นๆ ไม่มีขาดทุน

ข้าครุ่นคิดครู่หนึ่ง รู้สึกว่าเข้าท่าทีเดียว จึงโบกมืออย่างใจป้ำ “ตกลง!”

ช่วงเวลาที่ได้ใช้เงินมักจะมีความสุขเป็นพิเศษ หลังจากตรวจดูสมุดบัญชีและพบว่ากำไรของร้านค้าเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “ใช้เงินไม่ทันหาเลยช่างน่ากลุ้มใจจริง"

เมี่ยวอิงทำสีหน้าพูดไม่ออก

ตกเย็น สาวใช้จากเรือนหน้ามาแจ้งว่า ฮูหยินเชิญข้าไปรับประทานอาหารที่เรือนหน้า

ข้าตั้งใจเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ เป็นผ้าไหมอวิ๋นจิ่นที่หรูหราแต่ยังคงไว้ความสง่างาม ปิ่นทองประดับอัญมณีห้าสี และกำไลหยกสีเขียวสด ช่วยขับผิวของข้าให้ขาวผ่องราวกับหิมะ และงดงามจับตาเป็นอย่างยิ่ง

ข้าเดินไปยังเรือนหน้าราวกับนกยูงทองที่เปล่งประกาย แต่งองค์เสียจนโดดเด่น และในวินาทีที่แม่สามีเห็นข้า รอยยิ้มบนใบหน้าของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นความรังเกียจทันที

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แม่ค้า   บทที่ 14

    บุรุษเช่นองค์ชายหมิงไม่ใช่คนที่ข้าควรจะเอื้อมถึงจู่ๆ ก็มีความอบอุ่นส่งผ่านมาจากที่มือ ข้าหันไปมอง พบว่ามือใหญ่คู่หนึ่งกำลังกุมมือเล็กๆ ของข้าเอาไว้“เจ้าตาบอด แต่ข้ามิได้ตาบอด” น้ำเสียงอันเย็นชาไร้ซึ่งความอบอุ่น ทำให้ข้าเพิ่งไประลึกได้ว่า ที่แท้เขาก็มีมุมที่น่าเกรงขามจนกดดันผู้คนได้เช่นกัน“ข้าได้ถวายฎีกาต่อเสด็จพี่ ขอแต่งงานกับหวยจวงแล้ว พบกันคราวหน้า นางก็จะกลายเป็นพระชายาผู้สูงศักดิ์ที่สุดในแคว้นต้าฉี” องค์ชายหมิงกุมมือข้าไว้ แล้วเดินลงเขาไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลยข้ายังไม่ทันตั้งสติได้ เมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่?ความอบอุ่นในฝ่ามือนั้นช่างแจ่มชัดเหลือเกิน ข้าขยับดิ้นเล็กน้อย แต่กลับถูกแรงที่มากกว่ากุมไว้แน่นขึ้น “องค์ชาย พระองค์เดินผิดทางแล้วเจ้าค่ะ”เขาถึงยอมหยุดก้าวเท้า แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอู้อี้ว่า “ข้าชื่อฟู่จิ่งหมิง” แน่นอนว่าข้ารู้ว่าพระองค์ชื่อฟู่จิ่งหมิง แต่ถึงพระองค์จะบอกข้า ข้าก็ไม่กล้าเรียกหรอกนะ“เรื่องที่ข้าพูดเมื่อครู่เป็นความจริงทั้งหมด ครั้งนี้ข้าจะไม่ยอมพลาดโอกาสจากเจ้าไปอีกแล้ว”เขาเริ่มพร่ำบ่นพูดพูดยาวเหยียดออกมามากมายที่แท้ เมื่อสามปีก่อนที่เ

  • แม่ค้า   บทที่ 13

    นักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย ข้ายิ้มหน้าบานในใจ สิบตำลึง ยี่สิบตำลึง สามสิบตำลึง... เพียงครู่เดียว ก็มีเงินเข้ากระเป๋าหลายร้อยตำลึงแล้ววิธีนี้ข้าเรียนแบบมาจากแม่นางเยว่เมืองเจียงหนานเช่นกัน หากคิดจะอยู่จุดสูงสุด ก็ต้องลงทุนก่อน องครักษ์เชิงเขาเป็นคนที่องค์ชายหมิงส่งมาโดยเฉพาะ แทบจะประกาศให้ทุกคนรู้ตรง ๆ ว่าข้ามีเขาคอยหนุนหลังอยู่ ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครไม่ยอมจ่ายเงินแม้เขาจะไม่มีเงิน แต่ฐานะกลับอยู่ใต้คนเพียงคนเดียวแต่อยู่เหนือคนนับหมื่น จึงไม่กลัวว่าจะไปล่วงเกินใคร ข้านั่งพักอยู่ในศาลาเย็นอยู่ครู่หนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าขององค์ชายหมิงไม่เคยจางหายไปเลยไม่รู้เหมือนกันว่ามีอะไรน่าขำนักหนา“หวยจวง เจ้าคิดว่าข้าเป็นเยี่ยงไรบ้าง?”ดวงตาของเขาราวกับสระน้ำใสบริสุทธิ์ เมื่อลมจากภูเขาพัดผ่าน ก็เกิดระลอกคลื่นเป็นชั้นๆ สายตาข้ากวาดผ่านสันกรามของเขา ข้ากลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะเอ่ยปากตอบ แต่กลับมีคนเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน “องค์ชายหรือพะยะค่ะ? ถวายบังคมองค์ชาย” คุณชายผู้สูงศักดิ์กลุ่มใหญ่พากันเบียดเสียดยัดเยียดมาที่นอกศาลาเย็น ในกลุ่มนั้นยังมีใบหน้าที่คุ้นเคยอยู่คนหนึ่ง ข้านิ่งเงียบไ

  • แม่ค้า   บทที่ 12

    ข้ารับสายตาที่มองสำรวจของบรรดาแขกเหรื่อด้วยความผ่าเผย พร้อมสั่งให้เสี่ยวเอ้อนำผลซิ่งสีเหลืองสดที่เพิ่งเก็บมาใหม่ๆ ให้ทุกโต๊ะโต๊ะละหนึ่งจานรสเปรี้ยวอมหวานของผลซิ่งช่วยเรียกน้ำย่อย จนทุกคนต่างพากันเอ่ยปากชมไม่ขาด หลายคนตัดสินใจในทันทีว่า หลังทานอาหารเสร็จจะไปเก็บผลซิ่งที่เขาซีซานต่อ ถือว่ามาแล้วไม่เสียเที่ยวตลอดเส้นทางมุ่งสู่เขาซีซานล้วนเป็นร้านค้า มีทั้งของกิน ของเล่น และของใช้ครบครัน เมื่อเทียบกับความคึกคักในเมืองแล้ว ที่นี่ถือว่ามีเสน่ห์ไปอีกแบบหมิงเองก็ยอมลดตัวมาร่วมยินดี เมื่อพบข้า ดวงตาของเขาก็ดูลุกวาวขึ้นมาเล็กน้อย “คุณหนูเสิ่น สถานที่แห่งนี้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ไม่ทราบว่าข้าพอจะขอร่วมหุ้นได้หรือไม่?”ข้าครุ่นคิดอย่างหนักว่าจะปฏิเสธเขาอย่างไรดี แต่เขากลับเข้าอกเข้าใจเป็นอย่างยิ่ง และพูดขึ้นมาเองว่า “ข้าล้อเล่นน่ะ” เอาเถอะ พระองค์ช่างมีอารมณ์ขันเสียจริงข้าเดินเคียงข้างเขาไปตามทางหินสีเขียว ลมเย็นจากภูเขาพัดเอื่อย ๆ จนไม่รู้สึกร้อนแม้แต่น้อย “ตอนแรกองค์ชายก็ดูเหมือนจะอยากซื้อที่ดินผืนนี้เหมือนกันหรือเพคะ?” ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้ ข้าก็รู้สึกโชคดีเหลือเกิน ยังดีที่ข้าท

  • แม่ค้า   บทที่ 11

    ข้ารับคำอย่างฉะฉาน ส่วนจะไปหรือไม่นั้น ไว้เป็นเรื่องของวันหน้าข้ายังไม่ทันได้พบองค์หญิงใหญ่จิ่งเจาอีกครั้ง ก็ได้ยินข่าวการแต่งงานของนางเสียก่อนผู้คนตามตรอกซอกซอยต่างวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ ทำให้หยวนอี้เฉินตกเป็นตัวตลกอีกครั้งที่แท้ฮ่องเต้พระราชทานการแต่งงานระหว่างองค์หญิงใหญ่จิ่งเจา กับบุตรชายคนโตแห่งจงชิ่งเต๋อกง ไม่เกี่ยวกับหยวนอี้เฉินเลยแม้แต่น้อยข้าถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างนี้ค่อยเข้าท่าหน่อย แม่นางน้อยงดงามน่ารักเช่นนั้น จะยกให้เป็นภรรยาแต่งใหม่ของเจ้าคนโง่หยวนอี้เฉินได้เยี่ยงไรได้ยินมาว่าองค์หญิงใหญ่โปรดปรานการวาดภาพ ข้าจึงรีบไปค้นหาเอาภาพวาดเซียนของท่านอาจารย์อู๋จากคลังสินค้า แล้วสั่งให้เมี่ยวอิงนำไปส่งที่จวนองค์ชายหมิงเดิมทีเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ใครจะไปรู้ว่าวันต่อมา องค์ชายหมิงกลับเดินทางมาขอบคุณด้วยตนเองถึงหน้าประตูข้ารีบเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปต้อนรับแขก ระหว่างทางพบผู้คนแปลกหน้ามากมาย บ้างกำลังยกหีบ บ้างกำลังถือกล่อง ขณะที่ข้ากำลังสับสนอยู่นั้น องค์ชายหมิงก็ลุกขึ้นเดินออกมาต้อนรับ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ของขวัญที่คุณหนูเสิ่นส่งมาสูงค่ายิ่งนัก ข้ามิ

  • แม่ค้า   บทที่ 10

    หากพูดถึงฐานะขององค์ชาย แน่นอนว่าย่อมมั่งคั่งอย่างยิ่ง ทั้งเงินเดือน เบี้ยหวัด เงินพระราชทาน และรายได้จากเมืองศักดินา หากใช้จ่ายตามปกติ ต่อให้ใช้ไปอีกแปดชั่วคนก็คงไม่มีวันหมด ทว่าองค์ชายหมิงกลับมีความชอบแปลกๆ อย่างหนึ่ง นั่นคือ การค้าขายแคว้นต้าฉีค่อนข้างเปิดกว้างต่อพ่อค้า ทั้งยังส่งเสริมการค้าขาย รายได้ภาษีส่วนใหญ่ของราชสำนักก็มาจากเหล่าพ่อค้า ดังนั้น พ่อค้าฝีมือดีอย่างท่านพ่อของข้า ในสายพระเนตรของฮ่องเต้ก็ถือเป็นผู้มีความดีความชอบที่สร้างประโยชน์ให้แก่แผ่นดินเช่นกัน แต่องค์ชายหมิงผู้นี้ กลับเป็นอัจฉริยะด้านการค้าขายที่ร้อยปีจะพบสักคน ทำธุรกิจอะไรเป็นต้องขาดทุนย่อยยับ ขอเพียงร้านไหนมีเขาร่วมลงทุน ไม่ถึงสามเดือนก็ต้องปิดกิจการอย่างแน่นอน ร้านค้าไม่น้อยพอรู้ว่าถูกเขาเล็งไว้ เถ้าแก่ถึงกับต้องเก็บของปิดร้านหนีไปกลางดึกเมื่อสามปีก่อน เขาเคยเดินทางมาที่ตระกูลเสิ่นด้วยตัวเอง บอกว่าอยากจะร่วมมือกับตระกูลเสิ่น ไปเปิดร้านผ้าไหมในดินแดนทุรกันดารทางตะวันตกเฉียงเหนือ เขามั่นอกมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง บอกอย่างตรงไปตรงมาว่าผู้คนที่นั่นสวมใส่แต่เสื้อผ้าเนื้อหยาบ ยังไม่มีร้านผ้าไหมดีๆ สักร้าน ห

  • แม่ค้า   บทที่ 9

    ส่วนสิ่งของอื่นๆ ที่ข้าเป็นคนจัดซื้อจัดหามา แน่นอนว่าจะต้องขนย้ายกลับไปให้หมดทั้งผ้าปูที่นอน เครื่องนอน เสื้อผ้า เครื่องเรือน หม้อไหชามอ่าง ทุกอย่างล้วนใช้เงินจำนวนมากซื้อหามา เอาไปจำนำที่โรงรับจำนำแลกเป็นเงินก็นับว่าไม่เลวเช่นกันแม้แต่ของในเรือนของหยวนอี้เฉินก็ห้ามเหลือไว้ ข้าคุมคนขนย้ายด้วยตนเอง กวาดตามองทุกซอกทุกมุมกลัวว่าจะตกหล่นอะไรไป "พี่หญิงกำลังทำอะไร? ท่านพี่หย่าพี่หญิงไปแล้ว พี่หญิงยังมีสิทธิ์อะไรมาแตะต้องข้าวของของตระกูลหยวน?" ข้าหัวเราะออกมา มิน่าเล่านางถึงมักจะใช้สีหน้าแปลกประหลาดมองข้าอยู่เรื่อย ราวกับว่าข้าติดเงินนางอย่างนั้นแหละที่แท้คงคิดว่าความสุขสบายและความมั่งคั่งของข้าล้วนได้มาจากตระกูลหยวน นางจึงรอแทบไม่ไหวที่จะเข้ามาแทนที่ "เจ้าเพิ่งมาถึงเมืองหลวง ไม่รู้เรื่องชาติกำเนิดของข้าก็ยังพอเข้าใจได้ งั้นตอนนี้ข้าจะบอกให้รู้เอาไว้ ข้าคือบุตรสาวคนเดียวของเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งแคว้นต้าฉีอย่างเสิ่นไจ้เซียน เตียงนอน โต๊ะเก้าอี้ เครื่องใช้ต่างๆ หรือแม้แต่ผ้าที่เจ้าสวมอยู่ ล้วนเป็นของที่ข้าใช้เงินซื้อทั้งสิ้น” เห็นแก่ท้องของนางที่ยังมีเด็กอยู่อีกคน ข้าจึงใจกว้างพอยอม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status