Home / แม่ค้า / บทที่ 2

Share

บทที่ 2

Author: กวางขาวชอบกินปลา
“สะใภ้เสิ่น มาทักทายน้องสาวของเจ้าสิ"

ข้ามองไปก็เห็นสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่ด้านหลังหยวนอี้เฉินที่ไม่พบหน้ากันเสียเนิ่นนาน หน้าท้องของนางยังมองไม่ออกว่านูนออกมา ทำท่าทางเขินอายขี้อาย แก้มเป็นสีชมพูระเรื่อ ผมแห้งเหลือง คล้ายกับคนขาดสารอาหารอยู่บ้าง

ก็แค่นี้เองนี่นา

ทว่าหยวนอี้เฉินกลับใส่ใจนางเป็นอย่างยิ่ง ทำราวกับกลัวว่าข้าจะทำร้ายนางอย่างนั้นแหละ เขาป้องนางไว้ด้านหลัง แสดงท่าปกป้องนางไว้เต็มที่

ข้ายิ้มแล้วพูดว่า "นี่คือแม่นางที่สามีพากลับมาสินะ หน้าตาช่าง... ดูใสซื่อดีจริง"

แม่นางคนนั้นชะงักสีหน้าแข็งค้าง เกือบร้องไห้ออกมา

หยวนอี้เฉินเกิดความรู้สึกเวทนาสงสารขึ้นมาทันใด เขาปรายตามองข้าอย่างเย็นชา "เหตุใดฮูหยินต้องหาเรื่องแกล้งโหรวเอ๋อร์ด้วย?"

คนรอบข้างต่างตวาดสายตาจ้องมองข้าด้วยความโกรธเคือง ทั้งๆ ที่ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด

หรือจะพูดได้ว่า ข้าต่างหากที่เป็นผู้เสียหาย

สามีไปมีลูกกับคนอื่น อีกทั้งยังพาคนกลับมาอย่างเปิดเผยสง่างาม แม้ฉากหน้าจะไม่มีใครพูดอะไร แต่พอถึงวันพรุ่งข้าก็จะกลายเป็นตัวตลกในวงสังคมฮูหยินทันที

เรื่องพวกนี้ไม่มีใครแยแส ในสายตาของพวกเขานั้น ตอนนี้ข้าเป็นเพียงหญิงริษยาจิตใจชั่วร้ายที่กำลังรังแกแม่นางน้อยผู้น่าสงสารคนหนึ่งเท่านั้น

เหล่าคนรับใช้แม้จะมีความคิดเห็นก็ทำได้เพียงเก็บกลั้นไว้ ทว่าแม่สามีไม่ยอมให้ตัวเองต้องลำบากใจ นางจึงเคาะโต๊ะตัดสินว่า "โหรวเอ๋อร์ตั้งครรภ์ลูกของอี้เฉินแล้ว จะปล่อยให้นางต้องน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้ รับนางเข้าจวนเถิด ให้เป็นอนุไปก่อนชั่วคราว"

ชั่วคราวอย่างนั้นรึ?

ข้าหัวเราะเยาะ

หากวันหน้าโหรวเอ๋อร์ให้กำเนิดบุตรชาย จะไม่ยกขึ้นเป็นภรรยาเอกเท่าเทียมเลยหรือ? หรือที่แย่ยิ่งกว่านั้น อาจจะหย่าขาดกับข้าที่เป็นภรรยาเอกเพื่อเปิดทางให้นางก็เป็นได้

ข้ามองไปทางหยวนอี้เฉิน เห็นเพียงแค่สีหน้าที่เห็นด้วยของเขา

ห้องทั้งห้องเงียบสงบอย่างยิ่ง เงียบเสียจนได้ยินเสียงเข็มตกพื้น

ข้าไม่พูดไม่จา ยกถ้วยชาขึ้นจิบหนึ่งคำ กลิ่นหอมเย็นสดชื่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งปาก

นี่คือชายอดหิมะชั้นเลิศ ต้นชาผลิยอดท่ามกลางหิมะ ก่อนเริ่มฤดูใบไม้ผลิ ชาวสวนชาต้องเสี่ยงภัยหิมะตกหนักเพื่อเก็บเกี่ยว ทุกใบล้วนเป็นยอดอ่อนที่อ่อนนุ่มที่สุด

ชาหนึ่งตำลึง มีค่าเทียบเท่าทองคำพันตำลึง

ข้าตั้งใจนำมามอบให้ นอกจากไม่ได้คำชมสักคำแล้ว กลับถูกแม่สามีต่อว่าว่าสุรุ่ยสุร่าย

แต่นางก็ไม่ได้รังเกียจใบชาหรอกนะ สองปีมานี้ดื่มไปตั้งสิบกว่าชั่งแล้ว

เมื่อเห็นทุกคนเงียบกันหมด โหรวเอ๋อร์ผู้แทบไม่มีตัวตนจึงอดพูดไม่ได้ "พี่หญิง ข้ารู้ว่าท่านไม่ชอบข้า แต่ข้ากับเฉินหลางรักกันด้วยใจจริง ขอท่านอย่าโทษพวกเราเลย”

นางราวกับดอกไม้สีขาวดอกน้อยที่บอบบาง ลมพัดนิดเดียวก็เหมือนจะล้ม

ด้วยเหตุนี้ข้าจึงกลายเป็นคนชั่วอีกครั้ง ต้องโดนสายตาจิกกัดอย่างไร้เหตผล เสียดายก็แต่เมี่ยวอิงไม่ได้อยู่ตรงนี้ ไม่อย่างนั้นควรให้นางมาเรียนรู้เสียบ้าง ว่าอย่างนี้นี่แหละถึงจะเรียกว่ากุลสตรี!

"แม่นางโหรว ในเมื่อท่านแม่และสามีต่างชอบเจ้า ข้าก็คงพูดอะไรมิได้มาก เอาเป็นว่าฟังตามท่านแม่ ให้เป็นอนุเถิด" อย่างไรเสียข้าก็ไม่มีกำลังจะไปขัดขวางการตัดสินใจของพวกเขายู่แล้ว สู้สร้างน้ำใจไว้ดีกว่า "ตอนนี้เรือนเฟิงหลิงยังว่างอยู่ ข้าจะสั่งให้คนไปทำความสะอาดจัดเตรียม เจ้าก็ไปอยู่ที่นั่นแล้วกัน"

เรือนเฟิงหลิงอยู่ใกล้กับเรือนเหอเฟิงที่หยวนอี้เฉินอยู่อาศัยมากที่สุด ถือเสียว่าช่วยส่งเสริมความรักของผู้อื่น

น่าเสียดายที่หยวนอี้เฉินไม่รู้จักรับน้ำใจ ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย "ไม่ต้อง โหรวเอ๋อร์จะพักอยู่กับข้า"

นี่มันคือการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีหน้าตาของข้าลงกับพื้นชัดๆ

ข้าฝืนยิ้มออกมา กลั้นความรู้สึกที่อยากจะสาดน้ำชาใส่หน้าเขาเอาไว้ “ขอเพียงท่านพี่มีความสุขก็พอ”

เมื่อบรรลุเป้าหมาย ทั้งสามคนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วสั่งให้คนยกสำรับอาหารเข้ามา

อาหารเลิศรสแต่ละจาน มีพร้อมทั้งสี กลิ่น และรสชาติ แต่ข้ากลับเกียจคร้านแม้แต่จะยกตะเกียบขึ้นมา

โหรวเอ๋อร์จ้องมองตาไม่กระพริบ ในดวงตาเป็นประกายวาววับ

หยวนอี้เฉินคีบอาหารให้นางอย่างเอาอกเอาใจ ชายรักหญิงหลง ชวนให้คนรอบข้างอิจฉายิ่งนัก

เห็นแล้วทำเอาข้าเจ็บปวดใจแทบกระอักเลือด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แม่ค้า   บทที่ 14

    บุรุษเช่นองค์ชายหมิงไม่ใช่คนที่ข้าควรจะเอื้อมถึงจู่ๆ ก็มีความอบอุ่นส่งผ่านมาจากที่มือ ข้าหันไปมอง พบว่ามือใหญ่คู่หนึ่งกำลังกุมมือเล็กๆ ของข้าเอาไว้“เจ้าตาบอด แต่ข้ามิได้ตาบอด” น้ำเสียงอันเย็นชาไร้ซึ่งความอบอุ่น ทำให้ข้าเพิ่งไประลึกได้ว่า ที่แท้เขาก็มีมุมที่น่าเกรงขามจนกดดันผู้คนได้เช่นกัน“ข้าได้ถวายฎีกาต่อเสด็จพี่ ขอแต่งงานกับหวยจวงแล้ว พบกันคราวหน้า นางก็จะกลายเป็นพระชายาผู้สูงศักดิ์ที่สุดในแคว้นต้าฉี” องค์ชายหมิงกุมมือข้าไว้ แล้วเดินลงเขาไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลยข้ายังไม่ทันตั้งสติได้ เมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่?ความอบอุ่นในฝ่ามือนั้นช่างแจ่มชัดเหลือเกิน ข้าขยับดิ้นเล็กน้อย แต่กลับถูกแรงที่มากกว่ากุมไว้แน่นขึ้น “องค์ชาย พระองค์เดินผิดทางแล้วเจ้าค่ะ”เขาถึงยอมหยุดก้าวเท้า แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอู้อี้ว่า “ข้าชื่อฟู่จิ่งหมิง” แน่นอนว่าข้ารู้ว่าพระองค์ชื่อฟู่จิ่งหมิง แต่ถึงพระองค์จะบอกข้า ข้าก็ไม่กล้าเรียกหรอกนะ“เรื่องที่ข้าพูดเมื่อครู่เป็นความจริงทั้งหมด ครั้งนี้ข้าจะไม่ยอมพลาดโอกาสจากเจ้าไปอีกแล้ว”เขาเริ่มพร่ำบ่นพูดพูดยาวเหยียดออกมามากมายที่แท้ เมื่อสามปีก่อนที่เ

  • แม่ค้า   บทที่ 13

    นักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย ข้ายิ้มหน้าบานในใจ สิบตำลึง ยี่สิบตำลึง สามสิบตำลึง... เพียงครู่เดียว ก็มีเงินเข้ากระเป๋าหลายร้อยตำลึงแล้ววิธีนี้ข้าเรียนแบบมาจากแม่นางเยว่เมืองเจียงหนานเช่นกัน หากคิดจะอยู่จุดสูงสุด ก็ต้องลงทุนก่อน องครักษ์เชิงเขาเป็นคนที่องค์ชายหมิงส่งมาโดยเฉพาะ แทบจะประกาศให้ทุกคนรู้ตรง ๆ ว่าข้ามีเขาคอยหนุนหลังอยู่ ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครไม่ยอมจ่ายเงินแม้เขาจะไม่มีเงิน แต่ฐานะกลับอยู่ใต้คนเพียงคนเดียวแต่อยู่เหนือคนนับหมื่น จึงไม่กลัวว่าจะไปล่วงเกินใคร ข้านั่งพักอยู่ในศาลาเย็นอยู่ครู่หนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าขององค์ชายหมิงไม่เคยจางหายไปเลยไม่รู้เหมือนกันว่ามีอะไรน่าขำนักหนา“หวยจวง เจ้าคิดว่าข้าเป็นเยี่ยงไรบ้าง?”ดวงตาของเขาราวกับสระน้ำใสบริสุทธิ์ เมื่อลมจากภูเขาพัดผ่าน ก็เกิดระลอกคลื่นเป็นชั้นๆ สายตาข้ากวาดผ่านสันกรามของเขา ข้ากลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะเอ่ยปากตอบ แต่กลับมีคนเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน “องค์ชายหรือพะยะค่ะ? ถวายบังคมองค์ชาย” คุณชายผู้สูงศักดิ์กลุ่มใหญ่พากันเบียดเสียดยัดเยียดมาที่นอกศาลาเย็น ในกลุ่มนั้นยังมีใบหน้าที่คุ้นเคยอยู่คนหนึ่ง ข้านิ่งเงียบไ

  • แม่ค้า   บทที่ 12

    ข้ารับสายตาที่มองสำรวจของบรรดาแขกเหรื่อด้วยความผ่าเผย พร้อมสั่งให้เสี่ยวเอ้อนำผลซิ่งสีเหลืองสดที่เพิ่งเก็บมาใหม่ๆ ให้ทุกโต๊ะโต๊ะละหนึ่งจานรสเปรี้ยวอมหวานของผลซิ่งช่วยเรียกน้ำย่อย จนทุกคนต่างพากันเอ่ยปากชมไม่ขาด หลายคนตัดสินใจในทันทีว่า หลังทานอาหารเสร็จจะไปเก็บผลซิ่งที่เขาซีซานต่อ ถือว่ามาแล้วไม่เสียเที่ยวตลอดเส้นทางมุ่งสู่เขาซีซานล้วนเป็นร้านค้า มีทั้งของกิน ของเล่น และของใช้ครบครัน เมื่อเทียบกับความคึกคักในเมืองแล้ว ที่นี่ถือว่ามีเสน่ห์ไปอีกแบบหมิงเองก็ยอมลดตัวมาร่วมยินดี เมื่อพบข้า ดวงตาของเขาก็ดูลุกวาวขึ้นมาเล็กน้อย “คุณหนูเสิ่น สถานที่แห่งนี้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ไม่ทราบว่าข้าพอจะขอร่วมหุ้นได้หรือไม่?”ข้าครุ่นคิดอย่างหนักว่าจะปฏิเสธเขาอย่างไรดี แต่เขากลับเข้าอกเข้าใจเป็นอย่างยิ่ง และพูดขึ้นมาเองว่า “ข้าล้อเล่นน่ะ” เอาเถอะ พระองค์ช่างมีอารมณ์ขันเสียจริงข้าเดินเคียงข้างเขาไปตามทางหินสีเขียว ลมเย็นจากภูเขาพัดเอื่อย ๆ จนไม่รู้สึกร้อนแม้แต่น้อย “ตอนแรกองค์ชายก็ดูเหมือนจะอยากซื้อที่ดินผืนนี้เหมือนกันหรือเพคะ?” ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้ ข้าก็รู้สึกโชคดีเหลือเกิน ยังดีที่ข้าท

  • แม่ค้า   บทที่ 11

    ข้ารับคำอย่างฉะฉาน ส่วนจะไปหรือไม่นั้น ไว้เป็นเรื่องของวันหน้าข้ายังไม่ทันได้พบองค์หญิงใหญ่จิ่งเจาอีกครั้ง ก็ได้ยินข่าวการแต่งงานของนางเสียก่อนผู้คนตามตรอกซอกซอยต่างวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ ทำให้หยวนอี้เฉินตกเป็นตัวตลกอีกครั้งที่แท้ฮ่องเต้พระราชทานการแต่งงานระหว่างองค์หญิงใหญ่จิ่งเจา กับบุตรชายคนโตแห่งจงชิ่งเต๋อกง ไม่เกี่ยวกับหยวนอี้เฉินเลยแม้แต่น้อยข้าถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างนี้ค่อยเข้าท่าหน่อย แม่นางน้อยงดงามน่ารักเช่นนั้น จะยกให้เป็นภรรยาแต่งใหม่ของเจ้าคนโง่หยวนอี้เฉินได้เยี่ยงไรได้ยินมาว่าองค์หญิงใหญ่โปรดปรานการวาดภาพ ข้าจึงรีบไปค้นหาเอาภาพวาดเซียนของท่านอาจารย์อู๋จากคลังสินค้า แล้วสั่งให้เมี่ยวอิงนำไปส่งที่จวนองค์ชายหมิงเดิมทีเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ใครจะไปรู้ว่าวันต่อมา องค์ชายหมิงกลับเดินทางมาขอบคุณด้วยตนเองถึงหน้าประตูข้ารีบเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปต้อนรับแขก ระหว่างทางพบผู้คนแปลกหน้ามากมาย บ้างกำลังยกหีบ บ้างกำลังถือกล่อง ขณะที่ข้ากำลังสับสนอยู่นั้น องค์ชายหมิงก็ลุกขึ้นเดินออกมาต้อนรับ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ของขวัญที่คุณหนูเสิ่นส่งมาสูงค่ายิ่งนัก ข้ามิ

  • แม่ค้า   บทที่ 10

    หากพูดถึงฐานะขององค์ชาย แน่นอนว่าย่อมมั่งคั่งอย่างยิ่ง ทั้งเงินเดือน เบี้ยหวัด เงินพระราชทาน และรายได้จากเมืองศักดินา หากใช้จ่ายตามปกติ ต่อให้ใช้ไปอีกแปดชั่วคนก็คงไม่มีวันหมด ทว่าองค์ชายหมิงกลับมีความชอบแปลกๆ อย่างหนึ่ง นั่นคือ การค้าขายแคว้นต้าฉีค่อนข้างเปิดกว้างต่อพ่อค้า ทั้งยังส่งเสริมการค้าขาย รายได้ภาษีส่วนใหญ่ของราชสำนักก็มาจากเหล่าพ่อค้า ดังนั้น พ่อค้าฝีมือดีอย่างท่านพ่อของข้า ในสายพระเนตรของฮ่องเต้ก็ถือเป็นผู้มีความดีความชอบที่สร้างประโยชน์ให้แก่แผ่นดินเช่นกัน แต่องค์ชายหมิงผู้นี้ กลับเป็นอัจฉริยะด้านการค้าขายที่ร้อยปีจะพบสักคน ทำธุรกิจอะไรเป็นต้องขาดทุนย่อยยับ ขอเพียงร้านไหนมีเขาร่วมลงทุน ไม่ถึงสามเดือนก็ต้องปิดกิจการอย่างแน่นอน ร้านค้าไม่น้อยพอรู้ว่าถูกเขาเล็งไว้ เถ้าแก่ถึงกับต้องเก็บของปิดร้านหนีไปกลางดึกเมื่อสามปีก่อน เขาเคยเดินทางมาที่ตระกูลเสิ่นด้วยตัวเอง บอกว่าอยากจะร่วมมือกับตระกูลเสิ่น ไปเปิดร้านผ้าไหมในดินแดนทุรกันดารทางตะวันตกเฉียงเหนือ เขามั่นอกมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง บอกอย่างตรงไปตรงมาว่าผู้คนที่นั่นสวมใส่แต่เสื้อผ้าเนื้อหยาบ ยังไม่มีร้านผ้าไหมดีๆ สักร้าน ห

  • แม่ค้า   บทที่ 9

    ส่วนสิ่งของอื่นๆ ที่ข้าเป็นคนจัดซื้อจัดหามา แน่นอนว่าจะต้องขนย้ายกลับไปให้หมดทั้งผ้าปูที่นอน เครื่องนอน เสื้อผ้า เครื่องเรือน หม้อไหชามอ่าง ทุกอย่างล้วนใช้เงินจำนวนมากซื้อหามา เอาไปจำนำที่โรงรับจำนำแลกเป็นเงินก็นับว่าไม่เลวเช่นกันแม้แต่ของในเรือนของหยวนอี้เฉินก็ห้ามเหลือไว้ ข้าคุมคนขนย้ายด้วยตนเอง กวาดตามองทุกซอกทุกมุมกลัวว่าจะตกหล่นอะไรไป "พี่หญิงกำลังทำอะไร? ท่านพี่หย่าพี่หญิงไปแล้ว พี่หญิงยังมีสิทธิ์อะไรมาแตะต้องข้าวของของตระกูลหยวน?" ข้าหัวเราะออกมา มิน่าเล่านางถึงมักจะใช้สีหน้าแปลกประหลาดมองข้าอยู่เรื่อย ราวกับว่าข้าติดเงินนางอย่างนั้นแหละที่แท้คงคิดว่าความสุขสบายและความมั่งคั่งของข้าล้วนได้มาจากตระกูลหยวน นางจึงรอแทบไม่ไหวที่จะเข้ามาแทนที่ "เจ้าเพิ่งมาถึงเมืองหลวง ไม่รู้เรื่องชาติกำเนิดของข้าก็ยังพอเข้าใจได้ งั้นตอนนี้ข้าจะบอกให้รู้เอาไว้ ข้าคือบุตรสาวคนเดียวของเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งแคว้นต้าฉีอย่างเสิ่นไจ้เซียน เตียงนอน โต๊ะเก้าอี้ เครื่องใช้ต่างๆ หรือแม้แต่ผ้าที่เจ้าสวมอยู่ ล้วนเป็นของที่ข้าใช้เงินซื้อทั้งสิ้น” เห็นแก่ท้องของนางที่ยังมีเด็กอยู่อีกคน ข้าจึงใจกว้างพอยอม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status