Home / แม่ค้า / Chapter 1 - Chapter 10

All Chapters of แม่ค้า: Chapter 1 - Chapter 10

14 Chapters

บทที่ 1

เสียงประทัดดังสนั่นหวั่นไหวที่เรือนหน้า กำลังจัดงานต้อนรับหยวนอี้เฉินที่ได้รับชัยชนะกลับมา ส่วนแม่สามีที่เคารพของข้ากลับใช้ข้ออ้างที่ว่า "สตรีในเรือนในไม่ควรพบปะบุรุษภายนอก" สั่งให้ข้ารออยู่ที่เรือนฮว่าซวงเมี่ยวอิงวิ่งกระหืดกระหอบกลับมาจากเรือนหน้า เร่งรัดขึ้นว่า "คุณหนู ทำไมท่านถึงไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยเจ้าคะ?"มือที่กำลังดีดลูกคิดทองคำของข้าหยุดชะงักลง ข้าส่ายหน้าอย่างสุขุมแล้วกล่าวว่า "เขาเป็นถึงท่านแม่ทัพ แถมยังเป็นเฉิงอันโหวผู้สูงศักดิ์ ข้าจะด่าก็ด่ามิได้ จะสู้ก็สู้มิชนะ สู้เก็บแรงไว้หาเงินเพิ่มยังจะดีกว่า” เมื่อเทียบกับเรื่องสามีรับอนุแล้ว ข้ากลับรู้สึกว่าการไม่มีเงินน่ากลัวยิ่งกว่า ข้ามาจากตระกูลพ่อค้า การแต่งงานกับหยวนอี้เฉินถือเป็นการแต่งงานข้ามชั้น ท่านพ่อเกรงว่าข้าจะได้รับความอยุติธรรม ตอนแต่งงานจึงมอบกิจการร้านค้าบนถนนถึงสิบสองสายเป็นสินเดิมให้ ทั้งร้านอัญมณี ร้านผ้าไหม ร้านแป้งผลัดหน้า ภัตตาคารและโรงเตี๊ยม ซึ่งกำไรในแต่ละปีมหาศาลยิ่งนักเมื่อมีเงินทองติดตัว ชีวิตก็ไม่ได้ยากลำบากอะไรนักติดก็แต่คนในจวนหยวนดูถูกชาติตระกูลของข้ามาโดยตลอด แม่สามีเคยพูดต่อหน้าเหล่าฮูหยิ
Read more

บทที่ 2

“สะใภ้เสิ่น มาทักทายน้องสาวของเจ้าสิ"ข้ามองไปก็เห็นสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่ด้านหลังหยวนอี้เฉินที่ไม่พบหน้ากันเสียเนิ่นนาน หน้าท้องของนางยังมองไม่ออกว่านูนออกมา ทำท่าทางเขินอายขี้อาย แก้มเป็นสีชมพูระเรื่อ ผมแห้งเหลือง คล้ายกับคนขาดสารอาหารอยู่บ้างก็แค่นี้เองนี่นาทว่าหยวนอี้เฉินกลับใส่ใจนางเป็นอย่างยิ่ง ทำราวกับกลัวว่าข้าจะทำร้ายนางอย่างนั้นแหละ เขาป้องนางไว้ด้านหลัง แสดงท่าปกป้องนางไว้เต็มที่ ข้ายิ้มแล้วพูดว่า "นี่คือแม่นางที่สามีพากลับมาสินะ หน้าตาช่าง... ดูใสซื่อดีจริง"แม่นางคนนั้นชะงักสีหน้าแข็งค้าง เกือบร้องไห้ออกมา หยวนอี้เฉินเกิดความรู้สึกเวทนาสงสารขึ้นมาทันใด เขาปรายตามองข้าอย่างเย็นชา "เหตุใดฮูหยินต้องหาเรื่องแกล้งโหรวเอ๋อร์ด้วย?"คนรอบข้างต่างตวาดสายตาจ้องมองข้าด้วยความโกรธเคือง ทั้งๆ ที่ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิดหรือจะพูดได้ว่า ข้าต่างหากที่เป็นผู้เสียหายสามีไปมีลูกกับคนอื่น อีกทั้งยังพาคนกลับมาอย่างเปิดเผยสง่างาม แม้ฉากหน้าจะไม่มีใครพูดอะไร แต่พอถึงวันพรุ่งข้าก็จะกลายเป็นตัวตลกในวงสังคมฮูหยินทันทีเรื่องพวกนี้ไม่มีใครแยแส ในสายตาของพวกเขานั้น ตอนนี้ข้าเป็นเพียงห
Read more

บทที่ 3

ปลากะพงเหลืองใหญ่ทะเลตงไห่สองร้อยยี่สิบตำลึง หูฉลามเคี่ยวซอสเหลืองแปดสิบตำลึง ซุปห้าอสรพิษหนึ่งร้อยตำลึง รังนกตุ๋นน้ำซุปใสสองร้อยตำลึง“ฝีมือพ่อครัวที่บ้านดีที่สุดจริง ๆ ลูกไม่ได้กินอาหารอร่อยแบบนี้มานานแล้ว” หยวนอี้เฉินกินข้าวไปสองชามติด ๆ ก่อนจะสั่งให้ตักชามที่สาม แม่สามีเห็นลูกชายกินได้เอร็ดอร่อยก็ดีใจอย่างมาก "ลูกชอบก็ดีแล้ว วันพรุ่งจะให้ห้องครัวทำให้อีก"วันพรุ่งยังจะทำให้อีกหรือ?ข้าหัวเราะเยาะในใจ ท่านช่างกล้าคิดจริงๆไม่ต้องพูดถึงเรื่องค่าใช้จ่าย แค่วัตถุดิบแต่ละอย่างก็เป็นของหายากที่ใช่ว่าจะหาซื้อได้ ข้าใช้เวลาหาตั้งหนึ่งเดือนกว่าจะรวบรวมได้ครบ เดิมทีตั้งใจจะใช้จัดงานวันเกิดให้ท่านพ่อ พ่อผู้เฒ่าไม่มีงานอดิเรกอย่างอื่น นอกจากชื่นชอบอาหารรสเลิศ สุดท้ายกลับกลายเป็นว่า ความพยายามตลอดหนึ่งเดือนของข้า ผู้อื่นได้รับประโยชน์แทนโหรวเอ๋อร์กินจนปากมันวาว ฮูหยินเองก็ดูเหมือนจะรู้สึกว่าอาหารวันนี้หอมเป็นพิเศษ จึงดื่มซุปเพิ่มอีกชามข้าถอนหายใจยาว เงินของข้าหนอ!หยวนอี้เฉินพักอยู่จวนเพียงวันเดียวก็เข้าวังไปเข้าเฝ้า ฮ่องเต้ทรงพอพระทัย ตรัสชมไม่น้อย ทว่าทรงพระราชทานรางวัลกลับน้อย
Read more

บทที่ 4

พูดจบ นางก็มองไปที่หน้าท้องของตนเองข้าชะงักไป รับอนุคนเดียวเท่านั้น ต้องจัดงานใหญ่โตเชียวหรือ?แต่พอเห็นสีหน้าของเชี่ยโหรว ดูเหมือนว่าหยวนอี้เฉินจะมีความตั้งใจเช่นนั้นจริงๆข้าพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เอามือกุมขมับ แล้วพูดด้วยความลำบากใจว่า "แม่นางโหรว ในจวนแห่งนี้ท่านแม่ยังคงเป็นผู้จัดการดูแล เจ้ามาหาข้าก็ไม่มีประโยชน์หรอก"เรื่องนี้ข้าไม่ได้หลอกนางจริงๆ เรื่องราวน้อยใหญ่ในจวนหยวนล้วนเป็นฮูหยินที่คอยตัดสินใจ ข้าจะไปสำคัญอะไร?หากไม่ใช่เพราะมีเงินเยอะ ป่านนี้คงโดนกวาดไล่ออกจากจวนไปนานแล้วเชี่ยโหรวก้มหน้าลง ไม่รู้ว่ากำลังวางแผนคำนวณอะไรอยู่ จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนฉับพลัน แล้วพูดอย่างเหินห่างและเย็นชาอยู่บ้าง "เช่นนั้นโหรวเอ๋อร์ไม่รบกวนพี่หญิงแล้วเจ้าค่ะ"สาวใช้ข้างกายของนางรีบเข้ามาพยุงนางไว้ ราวกับว่าขาและเท้าของนางไม่ค่อยดีอย่างนั้นแหละเดิมทีข้าไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ จนกระทั่งตกดึก หยวนอี้เฉินก็บุกมาที่เรือนฮว่าซวงเพื่อไต่สวนความผิด โดยบอกว่าเชี่ยโหรวกลับไปจากที่นี่แล้วเริ่มปวดท้อง ราวกับจะแท้งลูกเขาปักใจเชื่อว่าเป็นเพราะข้าริษยาเชี่ยโหรว จึงคิดจะทำร้ายลูกของนางนี่มันเรียกว่า
Read more

บทที่ 5

ข้ารีบปฏิเสธทันควัน "งานแต่งของเจ้าล้วนเป็นท่านแม่และท่่านพี่ที่จัดเตรียมให้ ข้าไม่ได้ยื่นมือเข้ามายุ่งแม้แต่น้อย"หากไม่รีบตัดตัวเองออกจากเรื่องนี้ เกิดมีเรื่องอะไรขึ้นมา ย่อมต้องกลายเป็นความผิดของข้าอีกแน่ๆนึกถึงบทเรียนที่โดนแกล้งครั้งก่อน ข้าค่อยๆ ถอยห่างออกไปหลายก้าว กลัวว่านางจะหาเรื่องป้ายความผิดให้ข้าอีก รอยยิ้มบนใบหน้าของเชี่ยโหรวแข็งค้างไป ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย นางลูบท้องของตนเองด้วยความอ่อนโยน “ท่านพี่บอกว่า เมื่อข้าคลอดทายาทแล้ว จะยกฐานะข้าเป็นภรรยาเสมอภรรยาเอก เขายังเป็นห่วงว่าพี่หญิงจะไม่ยอมตกลง แต่ข้ารู้ว่าพี่หญืงไม่ใช่สตรีริษยาเช่นนั้นหรอก"สีหน้าของข้าแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาทันใด แต่ก่อนที่พวกเขาสร้างเรื่อง ข้ายังพออดทนยอมรับได้ เพราะอย่างไรเสียก็เป็นแค่อนุ ต่อให้เขาจะหลงใหลเพียงใด ก็คงสร้างเรื่องอะไรไม่ได้มากนักทว่าข้อหาหลงอนุทำลายภรรยาเอก ขอเพียงเหล่าขุนนางตรวจสอบถวายฎีกาสักฉบับ ก็เพียงพอที่จะทำให้หยวนอี้เฉินสูญเสียความโปรดปรานจากฮ่องเต้ได้แล้วฮ่องเต้องค์ปัจจุบันทรงเป็นบุตรสายตรง ในอดีตเกือบถูกบุตรสายรองแย่งชิงราชบังลังก์ หากไม่ใช่เพราะองค์ชายหมิง พระอนุ
Read more

บทที่ 6

พูดจบก็ยังไม่หายแค้น จึงเสริมอีกประโยคว่า “ไม่มีใครดีสักคน!” ข้า"..."น้ำชาในถ้วยหมดความหอมอร่อยไปทันที ข้าไปหาเรื่องยั่วโทสะใครเข้าอีกแล้วล่ะเนี่ย? ด่าหยวนอี้เฉินก็แล้วไปเถิด แล้วข้าทำผิดอะไร? ใครบอกกันว่าที่ดินของข้าซื้อมาให้เขา?คล้ายกับโมโหจนทนไม่ไหว ผู้กล้าวางตะเกียบลงดังปั้ง แล้วเดินจากไปอย่างเดือดดาลตอนที่เดินผ่านหน้าห้องของข้า เขาหยุดชะงักลงอย่างไม่มีสาเหตุ สายตาคู่หนึ่งราวกับทะลุกระดาษปิดหน้าต่างบาง ๆ มาหยุดอยู่ที่ตัวข้ายังดีที่เขาไม่ได้พุ่งเข้ามาหลังจากดื่มชากาที่สองหมด ในที่สุดข้าก็ทนต่อไม่ไหว ไปปลดทุกข์เรียบร้อยจนตัวเบา แล้วเดินทางกลับจวนก่อนจะออกจากร้าน ข้าเปรยขึ้นมาลอยๆ ประโยคหนึ่ง "กระดาษหน้าต่างชั้นสองมันบางเกินไปนะ"เถ้าแก่จดบันทึกไว้ แล้วกล่าวอย่างนอบน้อมว่า “นายหญิงวางใจ ข้าน้อยจะรีบให้คนจัดการแก้ไขทันที” ข้าพยักหน้า แล้วขึ้นรถม้ากลับจวน ตลอดทางข้าครุ่นคิดถึงตัวตนของชายผู้กล้าห้องข้างๆ ได้ยินพวกเขาพูดถึงจวนองค์ชายกับที่ดินฝั่งตะวันตกของเมืองหรือว่าจะเป็น...องค์ชายหมิง? เสียงคล้ายกันอยู่นิดหน่อยจริงๆ แต่เขาจะซื้อที่ดินไปทำอะไรกัน?ยังไม่ทันได้คิดโด
Read more

บทที่ 7

ในราชสำนักให้ความสำคัญกับเส้นสายและความสัมพันธ์มาก ไม่ว่างานมงคลหรืองานอวมงคลล้วนต้องใช้เงินทั้งสิ้นหากของกำนัลไม่เหมาะสม วันหน้าหากเกิดปัญหา ก็จะไม่มีใครช่วยพูดแทนแม้แต่คนเดียว ในเมื่อคิดจะส่งของให้ ก็ไม่อาจขี้เหนียวจนเกินไป ทุกคนต่างก็เป็นตระกูลใหญ่โต หากของน้อยก็เท่ากับดูถูกคนอื่น สู้ไม่ส่งเสียยังจะดีกว่า แต่ก่อนเวลาข้าให้ของ ใจกว้างถึงที่สุด เรื่องใดที่ใช้เงินแก้ได้ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะฉะนั้นแม้ชาติกำเนิดจะไม่สูงส่ง แต่ในวงฮูหยินทั้งหลาย ข้าก็มีมนุษยสัมพันธ์ไม่เลว นับตั้งแต่หยวนอี้เฉินพาเซี่ยโหรวกลับมา ข้าก็ไม่เคยควักเงินออกสักแดงเดียว ตอนที่ยังเป็นครอบครัวเดียวกัน ข้าจะใช้เงินเพื่อเจ้าก็ยังพอเข้าใจได้ แต่นี่อีกไม่นานก็จะไม่ใช่ครอบครัวเดียวกันแล้ว หากยังยอมเสียเงินอีก ข้าคงโง่เหมือนควายจริงๆ!หลังจากหยวนอี้เฉินส่งของไปไม่กี่ครั้ง ชื่อเสียงที่เดิมทีย่ำแย่อยู่แล้วก็ยิ่งตกต่ำลงไปอีกวันก่อนตอนเขาจัดเตรียมของหมั้นหมายยังร่ำรวยยิ่งนัก เหตุใดพอถึงเวลาส่งของแสดงความยินดีกลับขี้เหนียวปานนี้? หรือว่าในสายตาของเขา ขุนนางใหญ่ในราชสำนักและเชื้อพระวงศ์ทั้งหลาย ยังไม่อาจเทียบเท่าอนุคน
Read more

บทที่ 8

น่าเสียดายก็ตรงที่ พวกท่านต่างหากที่เลือกใช้ชีวิตแบบกินธรรมดาด้วยตัวเอง "ชายอดหิมะเป็นชาที่ดีจริงๆ เจ้าค่ะ แต่เป็นของหายาก เกรงว่าต้องรอถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้าถึงจะหาซื้อได้ "ตอนนี้หาซื้อไม่ได้จริงๆ ส่วนในคลังส่วนตัวของข้าเองก็เก็บไว้เพียงไม่กี่สิบชั่ง หากดื่มไม่หมดก็ยังเอาไปต้มไข่ชาได้อีกฮูหยินก็ไม่อาจเอ่ยปากอะไรได้อีก ตระกูลใหญ่ให้ความสำคัญกับหน้าตามาก จะให้เอ่ยปากตรงๆ จะให้เอ่ยปากขอให้ลูกสะใภ้ควักเงินส่วนตัวมาช่วยค่าใช้จ่ายในจวนตรงๆ ย่อมไม่ได้ หากเรื่องนี้แพร่ออกไป หน้าตาของตระกูลหยวนหลายชั่วอายุคนคงหมดสิ้น แน่นอนว่าฮูหยินยังไม่ยอมตัดใจ จึงพูดต่อว่า "วันที่หกเดือนหน้า ทายาทโดยตรงแห่งจวนเฉินกั๋วกงจะแต่งงาน เจ้าช่วยเตรียมของชิ้นใหญ่แทนอี้เฉินทีเถิด ช่วงนี้เขายุ่งอยู่กับราชการงานเมือง เจ้าก็ช่วยใส่ใจแทนเขาสักหน่อย” ข้าหัวเราะเบาๆ ออกมาประโยคหนึ่ง "วันที่ห้าเดือนหน้าเป็นวันเกิดของท่านพ่อข้า ยามนี้ข้ากำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมของวันเกิด คงปลีกเวลาไปไม่ได้ มิสู้ท่านแม่เตรียมของขวัญแทนท่านพี่ด้วยตนเองเถิด สายตาของท่านแม่เฉียบแหลม ของขวัญที่เลือกย่อมต้องถูกใจจวนกั๋วกงแน่นอนเจ้าค่ะ”
Read more

บทที่ 9

ส่วนสิ่งของอื่นๆ ที่ข้าเป็นคนจัดซื้อจัดหามา แน่นอนว่าจะต้องขนย้ายกลับไปให้หมดทั้งผ้าปูที่นอน เครื่องนอน เสื้อผ้า เครื่องเรือน หม้อไหชามอ่าง ทุกอย่างล้วนใช้เงินจำนวนมากซื้อหามา เอาไปจำนำที่โรงรับจำนำแลกเป็นเงินก็นับว่าไม่เลวเช่นกันแม้แต่ของในเรือนของหยวนอี้เฉินก็ห้ามเหลือไว้ ข้าคุมคนขนย้ายด้วยตนเอง กวาดตามองทุกซอกทุกมุมกลัวว่าจะตกหล่นอะไรไป "พี่หญิงกำลังทำอะไร? ท่านพี่หย่าพี่หญิงไปแล้ว พี่หญิงยังมีสิทธิ์อะไรมาแตะต้องข้าวของของตระกูลหยวน?" ข้าหัวเราะออกมา มิน่าเล่านางถึงมักจะใช้สีหน้าแปลกประหลาดมองข้าอยู่เรื่อย ราวกับว่าข้าติดเงินนางอย่างนั้นแหละที่แท้คงคิดว่าความสุขสบายและความมั่งคั่งของข้าล้วนได้มาจากตระกูลหยวน นางจึงรอแทบไม่ไหวที่จะเข้ามาแทนที่ "เจ้าเพิ่งมาถึงเมืองหลวง ไม่รู้เรื่องชาติกำเนิดของข้าก็ยังพอเข้าใจได้ งั้นตอนนี้ข้าจะบอกให้รู้เอาไว้ ข้าคือบุตรสาวคนเดียวของเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งแคว้นต้าฉีอย่างเสิ่นไจ้เซียน เตียงนอน โต๊ะเก้าอี้ เครื่องใช้ต่างๆ หรือแม้แต่ผ้าที่เจ้าสวมอยู่ ล้วนเป็นของที่ข้าใช้เงินซื้อทั้งสิ้น” เห็นแก่ท้องของนางที่ยังมีเด็กอยู่อีกคน ข้าจึงใจกว้างพอยอม
Read more

บทที่ 10

หากพูดถึงฐานะขององค์ชาย แน่นอนว่าย่อมมั่งคั่งอย่างยิ่ง ทั้งเงินเดือน เบี้ยหวัด เงินพระราชทาน และรายได้จากเมืองศักดินา หากใช้จ่ายตามปกติ ต่อให้ใช้ไปอีกแปดชั่วคนก็คงไม่มีวันหมด ทว่าองค์ชายหมิงกลับมีความชอบแปลกๆ อย่างหนึ่ง นั่นคือ การค้าขายแคว้นต้าฉีค่อนข้างเปิดกว้างต่อพ่อค้า ทั้งยังส่งเสริมการค้าขาย รายได้ภาษีส่วนใหญ่ของราชสำนักก็มาจากเหล่าพ่อค้า ดังนั้น พ่อค้าฝีมือดีอย่างท่านพ่อของข้า ในสายพระเนตรของฮ่องเต้ก็ถือเป็นผู้มีความดีความชอบที่สร้างประโยชน์ให้แก่แผ่นดินเช่นกัน แต่องค์ชายหมิงผู้นี้ กลับเป็นอัจฉริยะด้านการค้าขายที่ร้อยปีจะพบสักคน ทำธุรกิจอะไรเป็นต้องขาดทุนย่อยยับ ขอเพียงร้านไหนมีเขาร่วมลงทุน ไม่ถึงสามเดือนก็ต้องปิดกิจการอย่างแน่นอน ร้านค้าไม่น้อยพอรู้ว่าถูกเขาเล็งไว้ เถ้าแก่ถึงกับต้องเก็บของปิดร้านหนีไปกลางดึกเมื่อสามปีก่อน เขาเคยเดินทางมาที่ตระกูลเสิ่นด้วยตัวเอง บอกว่าอยากจะร่วมมือกับตระกูลเสิ่น ไปเปิดร้านผ้าไหมในดินแดนทุรกันดารทางตะวันตกเฉียงเหนือ เขามั่นอกมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง บอกอย่างตรงไปตรงมาว่าผู้คนที่นั่นสวมใส่แต่เสื้อผ้าเนื้อหยาบ ยังไม่มีร้านผ้าไหมดีๆ สักร้าน ห
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status