Home / แม่ค้า / บทที่ 5

Share

บทที่ 5

Author: กวางขาวชอบกินปลา
ข้ารีบปฏิเสธทันควัน "งานแต่งของเจ้าล้วนเป็นท่านแม่และท่่านพี่ที่จัดเตรียมให้ ข้าไม่ได้ยื่นมือเข้ามายุ่งแม้แต่น้อย"

หากไม่รีบตัดตัวเองออกจากเรื่องนี้ เกิดมีเรื่องอะไรขึ้นมา ย่อมต้องกลายเป็นความผิดของข้าอีกแน่ๆ

นึกถึงบทเรียนที่โดนแกล้งครั้งก่อน ข้าค่อยๆ ถอยห่างออกไปหลายก้าว กลัวว่านางจะหาเรื่องป้ายความผิดให้ข้าอีก

รอยยิ้มบนใบหน้าของเชี่ยโหรวแข็งค้างไป ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย นางลูบท้องของตนเองด้วยความอ่อนโยน “ท่านพี่บอกว่า เมื่อข้าคลอดทายาทแล้ว จะยกฐานะข้าเป็นภรรยาเสมอภรรยาเอก เขายังเป็นห่วงว่าพี่หญิงจะไม่ยอมตกลง แต่ข้ารู้ว่าพี่หญืงไม่ใช่สตรีริษยาเช่นนั้นหรอก"

สีหน้าของข้าแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาทันใด แต่ก่อนที่พวกเขาสร้างเรื่อง ข้ายังพออดทนยอมรับได้ เพราะอย่างไรเสียก็เป็นแค่อนุ ต่อให้เขาจะหลงใหลเพียงใด ก็คงสร้างเรื่องอะไรไม่ได้มากนัก

ทว่าข้อหาหลงอนุทำลายภรรยาเอก ขอเพียงเหล่าขุนนางตรวจสอบถวายฎีกาสักฉบับ ก็เพียงพอที่จะทำให้หยวนอี้เฉินสูญเสียความโปรดปรานจากฮ่องเต้ได้แล้ว

ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันทรงเป็นบุตรสายตรง ในอดีตเกือบถูกบุตรสายรองแย่งชิงราชบังลังก์ หากไม่ใช่เพราะองค์ชายหมิง พระอนุชาร่วมมารดาช่วยไว้จนสุดชีวิต เกรงว่าป่านนี้คนบนบัลลังก์มังกรคงเป็นคนอื่นไปแล้ว ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงทรงเกลียดชังเหล่าขุนนางที่หลงอนุทำลายภรรยาเอกเป็นที่สุด

จะเรียกว่าภรรยาเสมอภรรยาเอกก็เถอะ แต่สุดท้ายก็ยังเป็นอนุ เพียงแค่เรียกให้ดูไพเราะขึ้นเท่านั้น

แต่เชี่ยโหรวกลับบอกว่า รอให้นางคลอดทายาท...

เดิมทีลูกของนางยังไม่ทันคลอด หยวนอี้เฉินก็ตัดสินใจแต่งตั้งให้เป็นรัชทายาทของตระกูลแล้ว

ภรรยาเอกยังไม่ทันตาย ก็วางแผนจะแต่งตั้งบุตรสายรองเป็นทายาทเสียแล้ว

หรือเขาคิดว่าชาตินี้ข้าไม่มีวันมีลูกได้กันแน่?

ช่างเถอะ อย่างไรเสียเดิมทีข้าก็ไม่ได้อยากคลอดลูกให้เขาอยู่แล้ว สองปีที่ผ่านมา ก็ถือว่าโยนทิ้งให้หมาไป ผลไม้ที่ฝืนเด็ดมาย่อมไม่หวาน แถมยังเน่าและส่งกลิ่นเหม็น ข้าควรปลดปล่อยตัวเองเสียที

ข้าสบสายตาที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มของเชี่ยโหรว แล้วเอ่ยตอบอย่างเย็นชาว่า " ใช่ ข้าเป็น"

บัตรเชิญจากจวนหยวนถูกส่งไปทั่วทุกแห่ง เอิกเกริกเสียราวกับกำลังประกาศให้คนทั้งใต้หล้ารู้ว่า ข้าหยวนอี้เฉินหลงอนุทำลายภรรยาเอก พวกเจ้ารีบมาฟ้องร้องยื่นฎีกาเล่นงานข้าสิ!'

ในราชสำนักไม่มีเรื่องใหญ่มาเนิ่นนาน เหล่าขุนนางตรวจสอบกำลังกลุ้มใจว่าจะสร้างผลงานต่อหน้าฮ่องเต้อย่างไร แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางปล่อยโอกาสนี้ไป

ฮ่องเต้ไม่เพียงตำหนิหยวนอี้เฉินต่อหน้าบุคคลอื่นเท่านั้น แต่ยังลดชั้นยศบรรดาศักดิ์โหวของเขาลงมาเป็นเป๋ออีกด้วย

ข้านั่งอยู่ในภัตตาคาร จิบชาไป ฟังแขกห้องข้างๆ นินทาเรื่องซุบซิบไป เขาพูดจาหนักแน่นน่าเชื่อถือ ราวกับว่าเป็นเรื่องจริงอย่างไรอย่างนั้น

ภัตตาคารแห่งนี้ก็เป็นกิจการของข้าเช่นกัน เน้นลูกค้าระดับสูง แขกที่มาหากไม่ร่ำรวยก็ต้องมียศถาบรรดาศักดิ์

ชั้นสองเป็นห้องส่วนตัว เพื่อป้องกันการแอบดักฟัง กระดาษหน้าต่างที่นี่จึงมีเพียงชั้นบางๆ สภาพสถานที่ก็กว้างขวางพอ เพียงลดระดับเสียงลงสักนิด ห้องข้างๆ ก็ไม่มีทางได้ยินบทสนทนาอย่างแน่นอน

ทว่าผู้กล้าห้องข้างๆ กลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยว่าคำพูดของตัวเองจะมีใครได้ยิน เขาด่าทอหยวนอี้เฉินอย่างไม่ไว้หน้า ปากจัดราวกับแม่ค้าปากตลาด ไล่สับตั้งแต่หัวจดเท้าวนไปมาหลายรอบไม่มีซ้ำ

ข้าทานขนมถั่วเขียวไป ฟังไปอย่างอรรถรส

ด่าไปราวๆ ครึ่งชั่วยาม ขนมถั่วเขียวหมดไปหนึ่งจาน ชาในกาเกือบเกลี้ยง

ดูเหมือนจะหมดคำด่าแล้ว ห้องข้างๆ ก็เงียบเสียงลง ข้าลุกขึ้นยืน กะว่าจะไปปลดระทุกข์เสียหน่อย

ใครจะคิดว่าห้องข้าง ๆ จะเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน ผู้กล้าที่ด่าหยวนอี้เฉินเมื่อครู่เอ่ยขึ้นว่า “ยังสืบไม่เจออีกหรือว่าใครเป็นคนซื้อที่ดินฝั่งตะวันตกของเมือง?”

ชายอีกคนตอบอย่างนอบน้อมประจบประแจง "เป็นคุณหนูตระกูลเสิ่น นางจ่ายเงินไปเก้าหมื่นตำลึง ในจวนองค์ชายของพวกเรา... ไม่มีเงินมากมายขนาดนั้นจริงๆ"

ข้าเนี่ยนะ?

เท้าที่ก้าวออกไปถูกหดกลับมาทันที ข้าจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนสั่งเสี่ยวเอ้อร์ให้นำชามาอีกหนึ่งกา

ผู้กล้าราวกับพูดไม่ออก เขาเงียบไปนานไม่เอ่ยสักคำ

ขณะที่ข้ากำลังจะหมดความสนใจ ทันใดนั้นก็ยินเสียงเขาคำรามด้วยความโมโห "หยวนอี้เฉินทำกับนางขนาดนั้น นางยังจะช่วยเขาซื้อที่ดินอีก ช่างโง่เหมือนควายจริงๆ!"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แม่ค้า   บทที่ 14

    บุรุษเช่นองค์ชายหมิงไม่ใช่คนที่ข้าควรจะเอื้อมถึงจู่ๆ ก็มีความอบอุ่นส่งผ่านมาจากที่มือ ข้าหันไปมอง พบว่ามือใหญ่คู่หนึ่งกำลังกุมมือเล็กๆ ของข้าเอาไว้“เจ้าตาบอด แต่ข้ามิได้ตาบอด” น้ำเสียงอันเย็นชาไร้ซึ่งความอบอุ่น ทำให้ข้าเพิ่งไประลึกได้ว่า ที่แท้เขาก็มีมุมที่น่าเกรงขามจนกดดันผู้คนได้เช่นกัน“ข้าได้ถวายฎีกาต่อเสด็จพี่ ขอแต่งงานกับหวยจวงแล้ว พบกันคราวหน้า นางก็จะกลายเป็นพระชายาผู้สูงศักดิ์ที่สุดในแคว้นต้าฉี” องค์ชายหมิงกุมมือข้าไว้ แล้วเดินลงเขาไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลยข้ายังไม่ทันตั้งสติได้ เมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่?ความอบอุ่นในฝ่ามือนั้นช่างแจ่มชัดเหลือเกิน ข้าขยับดิ้นเล็กน้อย แต่กลับถูกแรงที่มากกว่ากุมไว้แน่นขึ้น “องค์ชาย พระองค์เดินผิดทางแล้วเจ้าค่ะ”เขาถึงยอมหยุดก้าวเท้า แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอู้อี้ว่า “ข้าชื่อฟู่จิ่งหมิง” แน่นอนว่าข้ารู้ว่าพระองค์ชื่อฟู่จิ่งหมิง แต่ถึงพระองค์จะบอกข้า ข้าก็ไม่กล้าเรียกหรอกนะ“เรื่องที่ข้าพูดเมื่อครู่เป็นความจริงทั้งหมด ครั้งนี้ข้าจะไม่ยอมพลาดโอกาสจากเจ้าไปอีกแล้ว”เขาเริ่มพร่ำบ่นพูดพูดยาวเหยียดออกมามากมายที่แท้ เมื่อสามปีก่อนที่เ

  • แม่ค้า   บทที่ 13

    นักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย ข้ายิ้มหน้าบานในใจ สิบตำลึง ยี่สิบตำลึง สามสิบตำลึง... เพียงครู่เดียว ก็มีเงินเข้ากระเป๋าหลายร้อยตำลึงแล้ววิธีนี้ข้าเรียนแบบมาจากแม่นางเยว่เมืองเจียงหนานเช่นกัน หากคิดจะอยู่จุดสูงสุด ก็ต้องลงทุนก่อน องครักษ์เชิงเขาเป็นคนที่องค์ชายหมิงส่งมาโดยเฉพาะ แทบจะประกาศให้ทุกคนรู้ตรง ๆ ว่าข้ามีเขาคอยหนุนหลังอยู่ ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครไม่ยอมจ่ายเงินแม้เขาจะไม่มีเงิน แต่ฐานะกลับอยู่ใต้คนเพียงคนเดียวแต่อยู่เหนือคนนับหมื่น จึงไม่กลัวว่าจะไปล่วงเกินใคร ข้านั่งพักอยู่ในศาลาเย็นอยู่ครู่หนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าขององค์ชายหมิงไม่เคยจางหายไปเลยไม่รู้เหมือนกันว่ามีอะไรน่าขำนักหนา“หวยจวง เจ้าคิดว่าข้าเป็นเยี่ยงไรบ้าง?”ดวงตาของเขาราวกับสระน้ำใสบริสุทธิ์ เมื่อลมจากภูเขาพัดผ่าน ก็เกิดระลอกคลื่นเป็นชั้นๆ สายตาข้ากวาดผ่านสันกรามของเขา ข้ากลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะเอ่ยปากตอบ แต่กลับมีคนเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน “องค์ชายหรือพะยะค่ะ? ถวายบังคมองค์ชาย” คุณชายผู้สูงศักดิ์กลุ่มใหญ่พากันเบียดเสียดยัดเยียดมาที่นอกศาลาเย็น ในกลุ่มนั้นยังมีใบหน้าที่คุ้นเคยอยู่คนหนึ่ง ข้านิ่งเงียบไ

  • แม่ค้า   บทที่ 12

    ข้ารับสายตาที่มองสำรวจของบรรดาแขกเหรื่อด้วยความผ่าเผย พร้อมสั่งให้เสี่ยวเอ้อนำผลซิ่งสีเหลืองสดที่เพิ่งเก็บมาใหม่ๆ ให้ทุกโต๊ะโต๊ะละหนึ่งจานรสเปรี้ยวอมหวานของผลซิ่งช่วยเรียกน้ำย่อย จนทุกคนต่างพากันเอ่ยปากชมไม่ขาด หลายคนตัดสินใจในทันทีว่า หลังทานอาหารเสร็จจะไปเก็บผลซิ่งที่เขาซีซานต่อ ถือว่ามาแล้วไม่เสียเที่ยวตลอดเส้นทางมุ่งสู่เขาซีซานล้วนเป็นร้านค้า มีทั้งของกิน ของเล่น และของใช้ครบครัน เมื่อเทียบกับความคึกคักในเมืองแล้ว ที่นี่ถือว่ามีเสน่ห์ไปอีกแบบหมิงเองก็ยอมลดตัวมาร่วมยินดี เมื่อพบข้า ดวงตาของเขาก็ดูลุกวาวขึ้นมาเล็กน้อย “คุณหนูเสิ่น สถานที่แห่งนี้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ไม่ทราบว่าข้าพอจะขอร่วมหุ้นได้หรือไม่?”ข้าครุ่นคิดอย่างหนักว่าจะปฏิเสธเขาอย่างไรดี แต่เขากลับเข้าอกเข้าใจเป็นอย่างยิ่ง และพูดขึ้นมาเองว่า “ข้าล้อเล่นน่ะ” เอาเถอะ พระองค์ช่างมีอารมณ์ขันเสียจริงข้าเดินเคียงข้างเขาไปตามทางหินสีเขียว ลมเย็นจากภูเขาพัดเอื่อย ๆ จนไม่รู้สึกร้อนแม้แต่น้อย “ตอนแรกองค์ชายก็ดูเหมือนจะอยากซื้อที่ดินผืนนี้เหมือนกันหรือเพคะ?” ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้ ข้าก็รู้สึกโชคดีเหลือเกิน ยังดีที่ข้าท

  • แม่ค้า   บทที่ 11

    ข้ารับคำอย่างฉะฉาน ส่วนจะไปหรือไม่นั้น ไว้เป็นเรื่องของวันหน้าข้ายังไม่ทันได้พบองค์หญิงใหญ่จิ่งเจาอีกครั้ง ก็ได้ยินข่าวการแต่งงานของนางเสียก่อนผู้คนตามตรอกซอกซอยต่างวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ ทำให้หยวนอี้เฉินตกเป็นตัวตลกอีกครั้งที่แท้ฮ่องเต้พระราชทานการแต่งงานระหว่างองค์หญิงใหญ่จิ่งเจา กับบุตรชายคนโตแห่งจงชิ่งเต๋อกง ไม่เกี่ยวกับหยวนอี้เฉินเลยแม้แต่น้อยข้าถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างนี้ค่อยเข้าท่าหน่อย แม่นางน้อยงดงามน่ารักเช่นนั้น จะยกให้เป็นภรรยาแต่งใหม่ของเจ้าคนโง่หยวนอี้เฉินได้เยี่ยงไรได้ยินมาว่าองค์หญิงใหญ่โปรดปรานการวาดภาพ ข้าจึงรีบไปค้นหาเอาภาพวาดเซียนของท่านอาจารย์อู๋จากคลังสินค้า แล้วสั่งให้เมี่ยวอิงนำไปส่งที่จวนองค์ชายหมิงเดิมทีเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ใครจะไปรู้ว่าวันต่อมา องค์ชายหมิงกลับเดินทางมาขอบคุณด้วยตนเองถึงหน้าประตูข้ารีบเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปต้อนรับแขก ระหว่างทางพบผู้คนแปลกหน้ามากมาย บ้างกำลังยกหีบ บ้างกำลังถือกล่อง ขณะที่ข้ากำลังสับสนอยู่นั้น องค์ชายหมิงก็ลุกขึ้นเดินออกมาต้อนรับ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ของขวัญที่คุณหนูเสิ่นส่งมาสูงค่ายิ่งนัก ข้ามิ

  • แม่ค้า   บทที่ 10

    หากพูดถึงฐานะขององค์ชาย แน่นอนว่าย่อมมั่งคั่งอย่างยิ่ง ทั้งเงินเดือน เบี้ยหวัด เงินพระราชทาน และรายได้จากเมืองศักดินา หากใช้จ่ายตามปกติ ต่อให้ใช้ไปอีกแปดชั่วคนก็คงไม่มีวันหมด ทว่าองค์ชายหมิงกลับมีความชอบแปลกๆ อย่างหนึ่ง นั่นคือ การค้าขายแคว้นต้าฉีค่อนข้างเปิดกว้างต่อพ่อค้า ทั้งยังส่งเสริมการค้าขาย รายได้ภาษีส่วนใหญ่ของราชสำนักก็มาจากเหล่าพ่อค้า ดังนั้น พ่อค้าฝีมือดีอย่างท่านพ่อของข้า ในสายพระเนตรของฮ่องเต้ก็ถือเป็นผู้มีความดีความชอบที่สร้างประโยชน์ให้แก่แผ่นดินเช่นกัน แต่องค์ชายหมิงผู้นี้ กลับเป็นอัจฉริยะด้านการค้าขายที่ร้อยปีจะพบสักคน ทำธุรกิจอะไรเป็นต้องขาดทุนย่อยยับ ขอเพียงร้านไหนมีเขาร่วมลงทุน ไม่ถึงสามเดือนก็ต้องปิดกิจการอย่างแน่นอน ร้านค้าไม่น้อยพอรู้ว่าถูกเขาเล็งไว้ เถ้าแก่ถึงกับต้องเก็บของปิดร้านหนีไปกลางดึกเมื่อสามปีก่อน เขาเคยเดินทางมาที่ตระกูลเสิ่นด้วยตัวเอง บอกว่าอยากจะร่วมมือกับตระกูลเสิ่น ไปเปิดร้านผ้าไหมในดินแดนทุรกันดารทางตะวันตกเฉียงเหนือ เขามั่นอกมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง บอกอย่างตรงไปตรงมาว่าผู้คนที่นั่นสวมใส่แต่เสื้อผ้าเนื้อหยาบ ยังไม่มีร้านผ้าไหมดีๆ สักร้าน ห

  • แม่ค้า   บทที่ 9

    ส่วนสิ่งของอื่นๆ ที่ข้าเป็นคนจัดซื้อจัดหามา แน่นอนว่าจะต้องขนย้ายกลับไปให้หมดทั้งผ้าปูที่นอน เครื่องนอน เสื้อผ้า เครื่องเรือน หม้อไหชามอ่าง ทุกอย่างล้วนใช้เงินจำนวนมากซื้อหามา เอาไปจำนำที่โรงรับจำนำแลกเป็นเงินก็นับว่าไม่เลวเช่นกันแม้แต่ของในเรือนของหยวนอี้เฉินก็ห้ามเหลือไว้ ข้าคุมคนขนย้ายด้วยตนเอง กวาดตามองทุกซอกทุกมุมกลัวว่าจะตกหล่นอะไรไป "พี่หญิงกำลังทำอะไร? ท่านพี่หย่าพี่หญิงไปแล้ว พี่หญิงยังมีสิทธิ์อะไรมาแตะต้องข้าวของของตระกูลหยวน?" ข้าหัวเราะออกมา มิน่าเล่านางถึงมักจะใช้สีหน้าแปลกประหลาดมองข้าอยู่เรื่อย ราวกับว่าข้าติดเงินนางอย่างนั้นแหละที่แท้คงคิดว่าความสุขสบายและความมั่งคั่งของข้าล้วนได้มาจากตระกูลหยวน นางจึงรอแทบไม่ไหวที่จะเข้ามาแทนที่ "เจ้าเพิ่งมาถึงเมืองหลวง ไม่รู้เรื่องชาติกำเนิดของข้าก็ยังพอเข้าใจได้ งั้นตอนนี้ข้าจะบอกให้รู้เอาไว้ ข้าคือบุตรสาวคนเดียวของเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งแคว้นต้าฉีอย่างเสิ่นไจ้เซียน เตียงนอน โต๊ะเก้าอี้ เครื่องใช้ต่างๆ หรือแม้แต่ผ้าที่เจ้าสวมอยู่ ล้วนเป็นของที่ข้าใช้เงินซื้อทั้งสิ้น” เห็นแก่ท้องของนางที่ยังมีเด็กอยู่อีกคน ข้าจึงใจกว้างพอยอม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status