เข้าสู่ระบบ“ว๊ายย ตายแล้ว คุณคะ! คุณ!”
เสียงร้องเรียกบวกกับแรงเขย่าที่ต้นแขนส่งผลให้กายแกร่งที่นั่งคอพับคออ่อน พิงชักโครกในห้องน้ำหญิงมากว่าครึ่งชั่วโมงมีการขยับไหว ค่อย ๆ ปรือตาขึ้นมามองเจ้าของเงาที่ยืนค้ำอยู่ด้านบนด้วยท่าทางสะลึมสะลือ
แต่แล้วไม่กี่วินาทีต่อมาใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเก หลุดอุทานเสียงหลงเมื่อความเจ็บตรงเข้าโจมตีศีรษะด้านขวาทันทีที่เขาได้สติ
เชี้ย! อะไรวะ
กรกันต์นิ่วหน้า สบถหยาบคายในใจมากมาย ครุ่นคิดถึงสาเหตุของความเจ็บปวดครู่หนึ่งภาพจำต่าง ๆ ก็ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวเป็นฉาก ๆ
ไล่มาตั้งแต่เขาถลาเข้าในห้องน้ำแห่งนี้หลังได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ถูกนกต่อตัวน้อยล่อลวงด้วยรสจูบ แล้วจบลงที่การตลบหลังเขาจนหงายหลัง สลบเหมือด
ฮึ้ย ยัยเด็กนั่น แสบนัก!
เขาซี๊ดปากครางเบา ๆ พลางตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้นเปียกชื้น
“ไหวหรือเปล่าจ๊ะ มาจ้ะป้าช่วย”
“อา...”
อึกอักด้วยอยากหยัดยืนด้วยตัวเอง ทว่าร่างกายก็ดันไม่เป็นใจเอาเสียเลย
ไหนจะศีรษะที่ปวดหนึบ ไหนจะท่อนขาทั้งสองข้างที่อ่อนแรงเพราะคดงอในท่าเดิมอยู่นาน เขาจึงซวนเซอยู่หลายหนจนเกือบได้แผลเพิ่ม
สุดท้ายจึงจำใจต้องยอมรับความช่วยเหลืออย่างเลี่ยงไม่ได้
“ขอบคุณครับ”
กรกันต์อ้อมแอ้มขอบคุณเสียงแผ่ว ข้างแก้มสากแดงระเรื่อจาง ๆ ด้วยความกระดากอายที่เป็นผู้ชายตัวโตอกสามศอก แต่กลับต้องให้แม่บ้านหน้าตาใจดีที่มีอายุคราวแม่เข้ามาช่วยประคอง
ทุเรศทุรังฉิบหาย!
เหม่อมองสภาพอันน่าอเนจอนาถใจของตัวเองผ่านกระจกเงาแล้วส่ายหน้าเบา ๆ จัดการชำระล้างคราบเลือดที่เปรอะใบหน้ากว่าครึ่งซีกโดยมีสายตาของแม่บ้านประจำคลับคอยมองตามอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ
ไม่กี่อึดใจใบหน้าหน้าหล่อเหลาก็กลับมาขาวสะอาดดังเดิม เขาหยุดสำรวจบาดแผลบริเวณเหนือกกหูและโคนผมด้านหน้าที่บัดนี้มีเพียงเลือดซึมแวบหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปรับผ้าขนหนูผืนเล็กมากดซับหยาดน้ำตามแนวกรามและปลายคาง
“ท่าทางจะเจ็บหนักเลยนะนั่น เดินออกไปไหวไหมพ่อคุณ”
“ไหวครับ ผมต้องขอบคุณป้าอีกครั้งนะครับ ถ้าไม่ได้ป้าผมคงได้นอนในนั้นถึงเช้า”
กรกันต์กล่าวขอบคุณแล้วพนมมือไหว้อย่างคนมีมารยาท ทว่าพอนึกถึงใบหน้าสะสวยของตัวการที่ทำให้เขาต้องตกอยู่ในสภาพนี้ กรามแกร่งก็ขบแน่น กัดฟันกรอด ๆ ในใจเต็มไปด้วยคำก่นด่า
หนอย หลอกล่อให้เขามาติดกับถึงในห้องน้ำหญิงแต่พอถูกจับได้ก็เล่นงานซะได้เลือด แถมยังทิ้งให้เขานอนกอดชักโครก เลือดอาบหน้าอย่างน่าเวทนาอีก คอยดูเถอะ! จับได้เมื่อไหร่จะถลกกระโปรงแล้วฟาดก้นแรง ๆ จนร้องไม่ออกเลย!!
“อุ้ย ไม่เป็นไร ๆ ไม่ต้องถึงกับไหว้ป้าหรอกจ้ะ ต้องขอบคุณยัยหนูคนที่วิ่งไปบอกป้าว่ามีคนล้มในห้องน้ำมากกว่า ไม่งั้นป้าก็คงไม่รู้หรอกจ้ะเพราะอีกตั้งชั่วโมงกว่าจะถึงรอบเข้ามาทำความสะอาด”
“ถึงยังไงก็ต้องขอบคุณป้าอยู่ดีครับ”
“จ้ะ จ้ะ ว่าแต่ไหวแน่นะ ให้ป้าเรียกรถพยาบาลให้ไหม เลือดออกเยอะอยู่นา”
“เดี๋ยวผมนั่งรถไปโรงพยาบาลเองดีกว่าครับ”
“งั้นก็ไปดีมาดีนะ หายไวๆ ล่ะ”
แม้จะแปลกใจไม่น้อยที่ชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีเมามาย มิหนำซ้ำเนื้อตัวยังค่อนข้างสะอาดสะอ้าน ไม่มีกลิ่นฉุนของแอลกอฮอล์เลยสักนิด แต่กลับลื่นล้มจนได้แผลใหญ่
ครั้นจะซักไซ้ก็เพราะไม่ใช่ธุระกงการใด ๆ ของเธอ อวยพรเสร็จเธอก็ตั้งท่าจะก้มลงนั่งทำหน้าที่ของตนต่อ พลันสองมือที่ถืออุปกรณ์ก็ชะงักเมื่อสายตาสะดุดเข้าบางอย่างที่หล่นอยู่บริเวณซอกหลืบ บนพื้นของห้องที่เกิดเหตุ
“คุณ ๆ เดี๋ยวก่อน ...คุณทำโทรศัพท์ร่วงจ้ะ”
สองเท้าที่กำลังจะก้าวออกจากห้องน้ำชะงัก คิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อย แววตาประหลาดใจขณะเอื้อมมือไปรับ เนื่องจากปกติแล้วเขามักเก็บอุปกรณ์สื่อสารไว้อย่างดิบดี
กระนั้นกรกันต์ก็ทำเพียงยิ้มขอบคุณ ยกมือขึ้นประคองศีรษะที่เริ่มปวดหนึบแล้วหมุนตัวเดินจากมา
ครืดครืด ครืดครืด
แรงสั่นเตือนดึงให้สองเท้าใหญ่ชะลอความเร็วลงพลางเลื่อนมือลงไปลูบคลำกระเป๋ากางเกง ดึงโทรศัพท์หรูที่เพิ่งถอยมาเมื่ออาทิตย์ก่อนออกมา
สายตาคมกริบปรายมองชื่อที่ปรากฏเพียงนิดก่อนจรดปลายนิ้วลงรับสายเมื่อพบว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่เขากำลังตามหาอยู่พอดิบพอดี
“ยกโทษให้ผมนะพี่”“เด็กน้อย ขวัญไม่ได้โกรธอะไรดลนานแล้ว อย่าคิดมากเลย”ขวัญข้าวอมยิ้ม พยักหน้ารับคำขอโทษอย่างว่าง่าย ใจจริงเธอเองก็ไม่ได้นึกถือโทษโกรธเคืองอะไรแล้ว มิหนำซ้ำยังรู้สึกดีใจที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วย“ขวัญดีใจนะที่ในที่สุดดลก็เข้าใจ อย่างที่ขวัญพูดอยู่เสมอแหละว่าคนเรามันต้องมีสังคมกันบ้าง ยอมรับนะว่ามีคนเข้าหา แต่ขวัญก็ชัดเจนมากพอว่าขวัญมีดล”และที่สำคัญคือนับจากเปิดเผยสถานะ เธอก็ไม่เคยสานต่อหรือให้ความหวังใครทั้งนั้น ต่อให้เธอจะเป็นสาวปาร์ตี้ มีเพื่อนฝูงมากมาย แต่เธอก็ยึดมั่นและให้เกียรติแฟนของตัวเองเสมอความน่ารักที่ไม่เคยลดลงเรียกรอยยิ้มให้ผุดขึ้นที่มุมปาก หลังจากที่จบกันไปเขาได้ลองคุยกับรุ่นเดียวกันดูบ้างแล้ว แต่ปรากฏว่าพอเกิดปัญหาผิดใจกัน กลับกลายว่าเขาต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอโทษ ทั้งที่บางเรื่องเขาไม่ใช่คนผิดแตกต่างจากรุ่นพี่สาวที่เมื่อเกิดปัญหา เธอจะเปิดโอกาสให้เขาพูดหรืออธิบายในเหตุผลของการกระทำก่อน ความสบายใจที่รุ่นพี่สาวมีให้ทำให้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าที่ผ่านมาเขายังคงคิดถึงเธอไม่คลายนพดลดึงมือเรียวมาเกาะกุม แววตาสบประสานลึกซึ้งสื่อถึงความรู้สึกที่ยังหลงเหลืออยู่
“เฮ้ออ การได้เต๊าะเด็ก ๆ นี่มันฟินดีจัง”เห็นเพื่อนออกอาการกระดี๊กระด๊าได้เกินหน้าเกินตาเคทก็ส่ายหน้าเอือมระอา อดกระแหนะกระแหนไม่ได้“นี่เหรอยะธุระด่วนของแก พาฉันมาเต๊าะเด็กเสิร์ฟในคลับของแฟนตัวเองเนี้ยนะ หาเรื่องจริง! ดีนะที่วันนี้พี่วินจะตามมาทีหลัง ไม่งั้นฉันได้โดนหางเลขไปด้วยแน่”“โอ๊ย ลำคนมีหลัว! ก็ที่เลือกที่นี่ก็เพราะเป็นคลับของแฟนแกไง เวลาแกเมาจะได้มีคนพากลับ”“ส่วนแกก็กลับกับผู้ชายงี้เหรอ”“อุ้บ! มีคนรู้ทัน!”ขวัญข้าวแสร้งยกมือขึ้นปิดปาก ทำหน้าตกใจปลอม ๆ เรียกเสียงหัวเราะให้ดังประสานกันก่อนที่เธอจะขยับเข้าไปคล้องแขนเพื่อนสาว เดินนวยนาดตรงไปยังโต๊ะประจำพร้อมรอยยิ้มเริงร่าส่วนเหตุผลที่เธอจงใจเลือกที่ตรงนี้น่ะเหรอ ก็เพราะทำเลดีมีชัยไปกว่าครึ่งน่ะสิ โต๊ะนี้อยู่บนชั้นลอยที่ทำให้เธอสามารถมองเห็นได้เกือบทั้งคลับ และแน่นอนว่าคนอื่น ๆ ก็สามารถมองเห็นเธอได้ถนัดถนี่ด้วยทว่าคนที่จะเข้าหาพวกเธอได้นั้นจำต้องเป็นเมมเบอร์ของโซนวีไอพีซึ่งมีค่าใช้จ่ายแพงลิ่วพอตัว แล้วถ้าถามว่าทำไมคนงกเช่นเธอถึงยอมจ่าย ก็แหม ทินดี้ยังต้องซื้อพรีเมียมไว้คัดเกรดเลย เมมเบอร์คลับก็เช่นกันขวัญข้าวคลี่ยิ้มหวานแทนค
@หลายวันต่อมาครืดครืด ครืดครืดเสียงกรีดร้องดึงให้คนที่กำลังนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงพร้อมหนังสือนิยายรักหวานแหววในมือปรายหางตาไปมองหน้าจอ และทันทีที่เห็นรายชื่อที่ปรากฏ ขวัญข้าวก็กุลีกุจอเลือกไสกายเข้าไปคว้าต้นตอของเสียงสักทีนะ!เธอย่นจมูกใส่หน้าจอ กระแอมไอวอร์มเส้นเสียงเตรียมพร้อมสำหรับเทศนาเพื่อนรักที่ห่างหัวไปนับตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องครู่หนึ่งจึงค่อยจรดปลายนิ้วลงบนปุ่มสีเขียว ยกมันขึ้นแนบใบหูแล้วเอ่ยทักทายด้วยประโยคกระเซ้ากึ่งกระแหนะกระแหน“กว่าจะโทรกลับมาได้นะนังตัวดี ตกลงยังไง เคลียร์ได้เรื่องหรือได้เลือด!?”( อา ก็...ก็... ทั้งสอง )“ฮะ! หมายความว่ายังไง เขาลงไม้ลงมือกับแกเหรอ แม่งเอ๊ย ว่าแล้วเชียวว่าติดนิสัยใช้กำลังเหมือนกันทั้งเจ้านายทั้งลูกน้อง แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าพวกแกเคลียร์กันได้อีก ได้กับผีน่ะสิเสียงตึกตักลอยข้ามกำแพงมาซะขนาดนั้น”( ดะ...เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน นี่คือ ... เมื่อวานแกมาแอลทีเหรอ )“ก็เออสิยะ เป็นห่วงแกไงเลยขับรถตาม แต่ที่ไหนได้...”แล้วเสียงหวานก็หลุบหายไปในลำคอพร้อมกับพวงแก้มนวลที่จู่ ๆ ก็เห่อร้อน ฟ้องความแดงระเรื่อขึ้นทันควันเมื่อในสมองผุดภาพยามเธอบิดเร่า
'ขวัญ! ฟังพี่ก่อนสิ มันไม่ได้เป็นอย่างที่ขวัญเห็นเลยนะ''เชื่อพี่นะ พี่กับเขาจบไปตั้งนานแล้ว'และสุดท้ายเมื่อความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผย ถ้อยคำทุกอย่างก็เหลือเพียงแค่'พี่ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายขวัญเลยนะ พี่รักขวัญจริง ๆ' แม่งงง โคตรน่าสมเพชเลย!เหยียดยิ้มให้กับความผิดพลาดเพราะหลงเชื่อคำคนแล้วความเจ็บปวดจากบาดแผลเก่าก็ผลักให้ความในใจบางส่วนพรั่งพรูออกมาโดยไม่รู้ตัว“พวกผู้ชายนี่ข้ออ้างเยอะเหมือนกันหมดเลยสินะคะ การกระทำของพี่มีเหตุผลนะ มันไม่ใช่แบบที่เธอคิด มันไม่ใช่แบบที่เธอเห็นนะ ประทานโทษนะคะสุดท้ายผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือเหี้ยเหมือนกันไหมคะ""...""แล้วถ้ามันเป็นเรื่องของคนอื่นดิฉันก็คงไม่สนใจเท่าไหร่ แต่นี่มันเรื่องของยัยเคท ซึ่งดิฉันมั่นใจว่าไม่น่าได้ยินมาผิดแน่นอนเพราะเจ้าตัวเค้าเป็นคนเล่าเอง ฉะนั้นอย่ามาหงายการ์ดรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือไม่ได้ตั้งใจนะคะ ไม่อิน!”ท้ายประโยคดังขึ้นตามแรงอารมณ์จนขวัญข้าวต้องรีบบีบมือตัวเองแน่น กดความหงุดหงิดที่กำลังพลุ่งพล่านก่อนที่เธอจะเผลอระเบิดอารมณ์ออกมาลำพังเวลาเห็นข่าวผู้ชายใช้กำลังข่มเหงผู้หญิงเธอยังเดือดดาลจนอยากตะบันหน้า แล้วนี่เรื่องดันมาเกิดกับค
ภายในห้องโดยสารของรถยนต์ที่กำลังแล่นตรงไปข้างหน้าด้วยความเร็วคงที่เงียบกริบ ใบหน้าสะสวยก้มงุด ๆ จนอีกนิดคางจะชิดหน้าอกอยู่รอมร่อหากแต่ไม่ใช่เพราะกำลังง่วงหรือสัปหงก“ให้ตายสิ! จะจ้องทำไมหนักหนาเนี้ย”ขวัญข้าวพึมพำบ่นแล้วเบือนหน้าหนีสายตาร้อนแรงที่จดจ้องเธอมาตั้งแต่ออกจากตึกไปทางหน้าต่าง หลังพยายามทำเมิน แสร้งทอดสายตามองรถราบนท้องถนนไปเรื่อยเปื่อยได้ครู่ใหญ่เขาก็ยังเอาแต่รบกวนจิตใจเธอไม่หยุดเดิมทีหลังเกิดเหตุการณ์พลาดพลั้งทางอารมณ์เธอก็ตั้งใจจะหนีความอับอาย ขับรถหลบมาตั้งหลักก่อนแล้วจึงค่อยหาเวลาย้อนกลับไปรับตัวเพื่อนสนิทแต่ก็แพ้คนมือไวที่คว้าเอาทุกสิ่งอย่างไปยึดครอง ซ้ำยังสวมรอยเป็นสารถี ยัดเยียดตัวเองให้โดยไม่ถามความคิดเห็นเธอสักคำ“ง่วงไหม”ง่วงไหม? นี่คือประโยคแรกที่เขาเลือกใช้หลังจากล่วงเกินเธอไปถึงไหนต่อไหนจริงดิ ยังดีนะที่ไม่ชวนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ เหอะเหล่ตามองเสี้ยวหน้าระรื่นของเจ้าของคำถามแล้วริมฝีปากบางก็เบ้คว่ำ“จะมองก็หันมามองดี ๆ มา”กรกันต์กระเซ้าปนหัวเราะ ก่อนที่ระดับเสียงหัวเราะจะยิ่งดังขึ้นหลังได้เห็นคนถูกแซวหน้าแดงก่ำ กลบเกลื่อนความเขินอายด้วยการตวัดสายตามามองค้อน
“อุ้บ!”“อุ้บ? หึ เธอคิดว่ากัดเป็นคนเดียวเหรอขวัญข้าว”สิ้นเสียงแหบพร่ารอยยิ้มเริงร่าก็จางลงหลายส่วน ใจดวงน้อยกระตุกไหว ร่างกายร้อนวูบวาบอย่างประหลาดเมื่อถูกดวงตาวาววับหลุบมองสำรวจ ทั้งยังเลียริมฝีปากราวกับเธอเป็นเหยื่อชิ้นโตหยาบ! หยาบคายมาก! เธอไม่ใช่ของว่างในสายตาใครนะเว้ย เดี๋ยวแม่จิ้มตาแตกขวัญข้าวถลึงตาปรามพร้อมง้างมือขึ้นหมายจะทำอย่างที่คิดจริง ๆ ทว่ายังไม่ทันจะได้แตะต้องแม้ปลายนิ้วก้อย ใบหน้าคมคายก็พุ่งเข้าหาจนเธอผงะตกใจ รีบเอียงหน้าหลบและนั่นเท่ากับเป็นการเปิดทางให้ฟันคมขบกัดในจุดที่เล็งไว้!“ฮืมม”เสียงทุ้มครางกระหึ่ม สัมผัสอ่อนนุ่มและกลิ่นกายสาวสร้างความพึงพอใจให้กรกันต์มากกว่าที่คิด เขากดจูบย้ำซ้ำที่เดิมตามแรงปรารถนาแต่ยิ่งทำแบบนั้น ความต้องการก็ยิ่งพุ่งทะยาน จากเดิมที่ควรถอนริมฝีปาก มันจึงกลายเป็นเผยอรับเนื้อนุ่มแล้วออกแรงดูดดึง ฝากรอยจ้ำช้ำรักไว้ให้เธอบ้าง“ยะ...อย่า อา~”ริมฝีปากบางรีบเม้มแน่น ใบหน้าเห่อร้อนด้วยความกระดากอายหลังเพิ่งรู้สึกตัวว่าหลุดส่งเสียงครวญครางออกมาแต่อดกลั้นได้เพียงครู่เดียวเธอก็หลุดหวีดร้องเสียงหลงเมื่อร่างถูกพลิกให้อยู่ด้านบน ก่อนที่คนตัวโตจะห







