เข้าสู่ระบบ
หากจะถามว่าเรื่องมันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะเหรอ อืม ก็คงเป็นวันนั้นแหละมั้ง
เพราะความขี้สงสัยและคำยุยงที่โพล่งออกไปตามความนึกคิด ทำให้ขวัญข้าวผู้เผลอไปสะกิดต่อความอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนสาวจำต้องรับหน้าที่เป็นสารถี พาบริ้งค์มาจับโป๊ะว่าที่สามีถึงที่คลับ
ซึ่งทุกอย่างมันคงจะราบรื่นดีหากห้องที่อีกฝ่ายเลือกใช้ไม่ใช่ห้อง VVIP ที่ปิดทึบ หนำซ้ำยังมีชายชุดสูทตีหน้ายักษ์ ยืนเฝ้าประตูถึงสองคน
เฮ้อ~ สุดท้ายก็ไม่พ้นมือนังขวัญสินะ
และแล้วภารกิจเอาตัวเข้าแลก เอ้ยไม่ใช่ เอาตัวเข้าล่อก็บังเกิด
หลังใช้สายตาสำรวจอย่างเร็ว ๆ กระทั่งมั่นใจแล้วว่าในห้องน้ำไม่มีใครอื่น ขวัญข้าวจึงยกมือปลดสายเดี่ยวของเดรสให้หล่นมาคาอยู่ที่ท่อนแขน เผยให้เห็นเนินเนื้ออวบอิ่มพอให้ใจเต้นตึกตัก ก่อนเลื่อนขึ้นไปยีผมที่ผ่านการดัดลอนมาอย่างดีให้ยุ่งเหยิงเล็กน้อย
“โอเค เท่านี้ก็สมจริงแล้ว”
ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มร้ายให้กับแผนการที่เพิ่งผุดขึ้นมาในหัว ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นห้องน้ำ จัดท่าทางให้ดูเข้ากับสถานการณ์ที่คิดไว้ก่อนร้องตะโกนดึงความสนใจดังลั่น
“อ๊าย ช่วยด้วยค่าาา มีคนจะลวนลามช้านนนน~”
เฝ้ารอไม่กี่อึดใจเป้าหมายที่เล็งไว้ก็วิ่งตามเข้ามาหาถึงที่ ทว่ามันดันผิดแผนไปนิดตรงที่เขามาคนเดียวนี่สิ!
“คุณ! เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
เสียงทุ้มนุ่มดึงให้ขวัญข้าวเงยขึ้นมาสบประสานสายตา พลันใจดวงน้อยก็กระตุกหวิวไหวเมื่อพบว่าใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบนั้น เป็นใบหน้าเดียวกันกับคนในภาพที่เพื่อนคะยั้นคะยอให้ลองนัดเจอ
“คุณ! คุณได้ยินผมไหม!?”
“ดะ...ได้ ได้ยินค่ะ”
ขวัญข้าวพยักหน้าหงึกหงัก สลัดความรู้สึกแปลก ๆ เมื่อครู่ทิ้งไป ก่อนจะแสร้งทำตัวอ่อนปวกเปียกคล้ายเมามายแล้วปล่อยให้เขาเข้ามาโอบประคอง
เอาวะ! ถึงตอนนี้ทุกอย่างจะดูไม่เป็นไปตามที่วางไว้สักเท่าไหร่แต่อย่างน้อยเธอก็ดึงไว้ได้หนึ่งคน
สองมือค่อย ๆ ไต่ขึ้นมาคล่องรอบคอแกร่งก่อนออกแรงเหนี่ยวหมายจะประวิงเวลาไม่ให้เขาได้พาเธอออกไปง่าย ๆ
แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะบิดเบี้ยวไปนิด เมื่อหยาดน้ำที่คนก่อนหน้าทำทิ้งไว้ส่งผลให้รองเท้าส้นสูงของคนแกล้งเมาลื่นไถลจากจุดที่หยัดยืน
“ว๊าย”
ขวัญข้าวหวีดร้องเสียงหลง สองแขนกระชับกอดคนตรงหน้าแน่น จากเดิมที่ตั้งใจจะใช้เพื่อเป็นหลักยึด กลับกลายเป็นว่าเธอรั้งเอาใบหน้าคมคายเข้าหา
เพียงแค่กะพริบตาริมฝีปากหนาหยักเจือด้วยกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ก็ประทับลงบนกลีบปากของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว
ดวงตากลมโตพลันเบิกกว้าง ตะลึงงันจนทำตัวไม่ถูก ต่างจากอีกฝ่ายที่นอกจากจะไม่มีอาการตกใจตอนผละถอยแล้ว ยังเปล่งเสียงหัวเราะเบา ๆ เหล่มองเธอด้วยสายตาดูแคลน
“มุกนี้มันเก่าแล้วนะ แต่ก็...จัดให้ได้”
จัดให้? จัดอะไร!?
ขวัญข้าวกะพริบตาปริบ ๆ ตั้งใจจะเบี่ยงหน้าหนีลมหายใจอุ่นจัดที่ยังไม่ยอมถอยห่าง ทว่ายังไม่ทันจะได้ขยับกายสัมผัสอุ่นจัดก็ทาบทับลงที่เดิมอีกครั้งหากแต่หนนี้กลับเต็มไปด้วยความร้อนแรง
“อื้ออ อุนนน อ่อยอ๊ะ”
ร่างบางดิ้นขลุกขลัก ระดมเหวี่ยงกำปั้นเข้าใส่คนฉวยโอกาส แต่ยิ่งเธอขัดขืนแรงดูดดึงก็ยิ่งเพิ่มขึ้นจนเธอนิ่วหน้า กลีบปากเจ็บแปลบเพราะถูกฟันคมขบกัด
ฮึ แต่มีหรือที่เธอจะยอมถูกกระทำเพียงฝ่ายเดียว แววตาขุ่นขวางตวัดมอง ขาเรียวยกขึ้นค้างในท่างอเข่าก่อนกระทุ้งอัดเข้าใส่อีกฝ่ายเต็มแรง
แต่เพราะความคับแคบของห้องน้ำที่โดนดันให้ถอยเข้ามา ตำแหน่งที่เล็งไว้จึงคลาดเคลื่อนจากเดิมเล็กน้อย ทว่านั่นก็เพียงพอจะสร้างโอกาสให้เธอดิ้นหลุดออกจากพันธนาการของเขาได้
“ยัยตัวแสบ!”
“หยุดนะ!”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายฮึมฮัมคาดโทษด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราดทั้งยังพุ่งตัวเข้าใส่ สัญชาตญาณเอาตัวรอดจึงผลักให้ขาเรียวตวัดขึ้นยันโครมเข้าที่หน้าท้องของอีกฝ่ายหวังป้องกันตัว
โครม!
เพราะไม่ทันได้ตั้งตัวผลคือร่างสูงเซถลาตามแรงถีบ หงายหลังลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้ากับพื้นเฉอะแฉะ แต่ที่แย่กว่านั้นคือส่วนด้านข้างของศีรษะทุยดันกระแทกเข้ากับขอบของเคาน์เตอร์อ่างล้างมือพอดิบพอดี
“คะ...คุณ! คุณ! ฉันขอโทษ อย่าตายนะ!”
ทันทีที่สติหวนกลับคืนขวัญข้าวก็ถลาเข้าไปนั่งคุกเข่าใกล้ ๆ สองมือประคองใบหน้าคมคายของคนตาปรือลอยคล้ายตกอยู่ในห้วงภวังค์ให้หันมาสบสายตาพลางพยายามตบข้างแก้มสากระรัว
“เธอ...แม่งงง”
และนั่นคือคำสุดท้ายที่ชายหนุ่มเอื้อนเอ่ยทิ้งไว้ ก่อนที่วินาทีต่อมาภาพเลือนรางตรงหน้าจะค่อย ๆ หรี่ลง สติสัมปชัญญะทั้งหมดดับวูบไป ...
++++++++++++++
ในซีรีย์ LOVE LINE มี 6 เรื่อง
1. เตชินท์ x มิริน จาก รักเลยตามเลย
2. กวิน x เคท จาก สัญญารักร้าย
3. ติณณ์ x บริ้งค์ จาก เพียงเพื่อรัก
4.กรกันต์ x ขวัญข้าว จาก แม้รักนี้ไม่ตรงสเปค
5. บดินทร์ x จัสมิน จาก เสี่ยงรักเดิมพันหัวใจ
6. วอลเลอร์ x มัสลิน จาก รักแลก
“ยกโทษให้ผมนะพี่”“เด็กน้อย ขวัญไม่ได้โกรธอะไรดลนานแล้ว อย่าคิดมากเลย”ขวัญข้าวอมยิ้ม พยักหน้ารับคำขอโทษอย่างว่าง่าย ใจจริงเธอเองก็ไม่ได้นึกถือโทษโกรธเคืองอะไรแล้ว มิหนำซ้ำยังรู้สึกดีใจที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วย“ขวัญดีใจนะที่ในที่สุดดลก็เข้าใจ อย่างที่ขวัญพูดอยู่เสมอแหละว่าคนเรามันต้องมีสังคมกันบ้าง ยอมรับนะว่ามีคนเข้าหา แต่ขวัญก็ชัดเจนมากพอว่าขวัญมีดล”และที่สำคัญคือนับจากเปิดเผยสถานะ เธอก็ไม่เคยสานต่อหรือให้ความหวังใครทั้งนั้น ต่อให้เธอจะเป็นสาวปาร์ตี้ มีเพื่อนฝูงมากมาย แต่เธอก็ยึดมั่นและให้เกียรติแฟนของตัวเองเสมอความน่ารักที่ไม่เคยลดลงเรียกรอยยิ้มให้ผุดขึ้นที่มุมปาก หลังจากที่จบกันไปเขาได้ลองคุยกับรุ่นเดียวกันดูบ้างแล้ว แต่ปรากฏว่าพอเกิดปัญหาผิดใจกัน กลับกลายว่าเขาต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอโทษ ทั้งที่บางเรื่องเขาไม่ใช่คนผิดแตกต่างจากรุ่นพี่สาวที่เมื่อเกิดปัญหา เธอจะเปิดโอกาสให้เขาพูดหรืออธิบายในเหตุผลของการกระทำก่อน ความสบายใจที่รุ่นพี่สาวมีให้ทำให้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าที่ผ่านมาเขายังคงคิดถึงเธอไม่คลายนพดลดึงมือเรียวมาเกาะกุม แววตาสบประสานลึกซึ้งสื่อถึงความรู้สึกที่ยังหลงเหลืออยู่
“เฮ้ออ การได้เต๊าะเด็ก ๆ นี่มันฟินดีจัง”เห็นเพื่อนออกอาการกระดี๊กระด๊าได้เกินหน้าเกินตาเคทก็ส่ายหน้าเอือมระอา อดกระแหนะกระแหนไม่ได้“นี่เหรอยะธุระด่วนของแก พาฉันมาเต๊าะเด็กเสิร์ฟในคลับของแฟนตัวเองเนี้ยนะ หาเรื่องจริง! ดีนะที่วันนี้พี่วินจะตามมาทีหลัง ไม่งั้นฉันได้โดนหางเลขไปด้วยแน่”“โอ๊ย ลำคนมีหลัว! ก็ที่เลือกที่นี่ก็เพราะเป็นคลับของแฟนแกไง เวลาแกเมาจะได้มีคนพากลับ”“ส่วนแกก็กลับกับผู้ชายงี้เหรอ”“อุ้บ! มีคนรู้ทัน!”ขวัญข้าวแสร้งยกมือขึ้นปิดปาก ทำหน้าตกใจปลอม ๆ เรียกเสียงหัวเราะให้ดังประสานกันก่อนที่เธอจะขยับเข้าไปคล้องแขนเพื่อนสาว เดินนวยนาดตรงไปยังโต๊ะประจำพร้อมรอยยิ้มเริงร่าส่วนเหตุผลที่เธอจงใจเลือกที่ตรงนี้น่ะเหรอ ก็เพราะทำเลดีมีชัยไปกว่าครึ่งน่ะสิ โต๊ะนี้อยู่บนชั้นลอยที่ทำให้เธอสามารถมองเห็นได้เกือบทั้งคลับ และแน่นอนว่าคนอื่น ๆ ก็สามารถมองเห็นเธอได้ถนัดถนี่ด้วยทว่าคนที่จะเข้าหาพวกเธอได้นั้นจำต้องเป็นเมมเบอร์ของโซนวีไอพีซึ่งมีค่าใช้จ่ายแพงลิ่วพอตัว แล้วถ้าถามว่าทำไมคนงกเช่นเธอถึงยอมจ่าย ก็แหม ทินดี้ยังต้องซื้อพรีเมียมไว้คัดเกรดเลย เมมเบอร์คลับก็เช่นกันขวัญข้าวคลี่ยิ้มหวานแทนค
@หลายวันต่อมาครืดครืด ครืดครืดเสียงกรีดร้องดึงให้คนที่กำลังนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงพร้อมหนังสือนิยายรักหวานแหววในมือปรายหางตาไปมองหน้าจอ และทันทีที่เห็นรายชื่อที่ปรากฏ ขวัญข้าวก็กุลีกุจอเลือกไสกายเข้าไปคว้าต้นตอของเสียงสักทีนะ!เธอย่นจมูกใส่หน้าจอ กระแอมไอวอร์มเส้นเสียงเตรียมพร้อมสำหรับเทศนาเพื่อนรักที่ห่างหัวไปนับตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องครู่หนึ่งจึงค่อยจรดปลายนิ้วลงบนปุ่มสีเขียว ยกมันขึ้นแนบใบหูแล้วเอ่ยทักทายด้วยประโยคกระเซ้ากึ่งกระแหนะกระแหน“กว่าจะโทรกลับมาได้นะนังตัวดี ตกลงยังไง เคลียร์ได้เรื่องหรือได้เลือด!?”( อา ก็...ก็... ทั้งสอง )“ฮะ! หมายความว่ายังไง เขาลงไม้ลงมือกับแกเหรอ แม่งเอ๊ย ว่าแล้วเชียวว่าติดนิสัยใช้กำลังเหมือนกันทั้งเจ้านายทั้งลูกน้อง แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าพวกแกเคลียร์กันได้อีก ได้กับผีน่ะสิเสียงตึกตักลอยข้ามกำแพงมาซะขนาดนั้น”( ดะ...เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน นี่คือ ... เมื่อวานแกมาแอลทีเหรอ )“ก็เออสิยะ เป็นห่วงแกไงเลยขับรถตาม แต่ที่ไหนได้...”แล้วเสียงหวานก็หลุบหายไปในลำคอพร้อมกับพวงแก้มนวลที่จู่ ๆ ก็เห่อร้อน ฟ้องความแดงระเรื่อขึ้นทันควันเมื่อในสมองผุดภาพยามเธอบิดเร่า
'ขวัญ! ฟังพี่ก่อนสิ มันไม่ได้เป็นอย่างที่ขวัญเห็นเลยนะ''เชื่อพี่นะ พี่กับเขาจบไปตั้งนานแล้ว'และสุดท้ายเมื่อความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผย ถ้อยคำทุกอย่างก็เหลือเพียงแค่'พี่ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายขวัญเลยนะ พี่รักขวัญจริง ๆ' แม่งงง โคตรน่าสมเพชเลย!เหยียดยิ้มให้กับความผิดพลาดเพราะหลงเชื่อคำคนแล้วความเจ็บปวดจากบาดแผลเก่าก็ผลักให้ความในใจบางส่วนพรั่งพรูออกมาโดยไม่รู้ตัว“พวกผู้ชายนี่ข้ออ้างเยอะเหมือนกันหมดเลยสินะคะ การกระทำของพี่มีเหตุผลนะ มันไม่ใช่แบบที่เธอคิด มันไม่ใช่แบบที่เธอเห็นนะ ประทานโทษนะคะสุดท้ายผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือเหี้ยเหมือนกันไหมคะ""...""แล้วถ้ามันเป็นเรื่องของคนอื่นดิฉันก็คงไม่สนใจเท่าไหร่ แต่นี่มันเรื่องของยัยเคท ซึ่งดิฉันมั่นใจว่าไม่น่าได้ยินมาผิดแน่นอนเพราะเจ้าตัวเค้าเป็นคนเล่าเอง ฉะนั้นอย่ามาหงายการ์ดรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือไม่ได้ตั้งใจนะคะ ไม่อิน!”ท้ายประโยคดังขึ้นตามแรงอารมณ์จนขวัญข้าวต้องรีบบีบมือตัวเองแน่น กดความหงุดหงิดที่กำลังพลุ่งพล่านก่อนที่เธอจะเผลอระเบิดอารมณ์ออกมาลำพังเวลาเห็นข่าวผู้ชายใช้กำลังข่มเหงผู้หญิงเธอยังเดือดดาลจนอยากตะบันหน้า แล้วนี่เรื่องดันมาเกิดกับค
ภายในห้องโดยสารของรถยนต์ที่กำลังแล่นตรงไปข้างหน้าด้วยความเร็วคงที่เงียบกริบ ใบหน้าสะสวยก้มงุด ๆ จนอีกนิดคางจะชิดหน้าอกอยู่รอมร่อหากแต่ไม่ใช่เพราะกำลังง่วงหรือสัปหงก“ให้ตายสิ! จะจ้องทำไมหนักหนาเนี้ย”ขวัญข้าวพึมพำบ่นแล้วเบือนหน้าหนีสายตาร้อนแรงที่จดจ้องเธอมาตั้งแต่ออกจากตึกไปทางหน้าต่าง หลังพยายามทำเมิน แสร้งทอดสายตามองรถราบนท้องถนนไปเรื่อยเปื่อยได้ครู่ใหญ่เขาก็ยังเอาแต่รบกวนจิตใจเธอไม่หยุดเดิมทีหลังเกิดเหตุการณ์พลาดพลั้งทางอารมณ์เธอก็ตั้งใจจะหนีความอับอาย ขับรถหลบมาตั้งหลักก่อนแล้วจึงค่อยหาเวลาย้อนกลับไปรับตัวเพื่อนสนิทแต่ก็แพ้คนมือไวที่คว้าเอาทุกสิ่งอย่างไปยึดครอง ซ้ำยังสวมรอยเป็นสารถี ยัดเยียดตัวเองให้โดยไม่ถามความคิดเห็นเธอสักคำ“ง่วงไหม”ง่วงไหม? นี่คือประโยคแรกที่เขาเลือกใช้หลังจากล่วงเกินเธอไปถึงไหนต่อไหนจริงดิ ยังดีนะที่ไม่ชวนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ เหอะเหล่ตามองเสี้ยวหน้าระรื่นของเจ้าของคำถามแล้วริมฝีปากบางก็เบ้คว่ำ“จะมองก็หันมามองดี ๆ มา”กรกันต์กระเซ้าปนหัวเราะ ก่อนที่ระดับเสียงหัวเราะจะยิ่งดังขึ้นหลังได้เห็นคนถูกแซวหน้าแดงก่ำ กลบเกลื่อนความเขินอายด้วยการตวัดสายตามามองค้อน
“อุ้บ!”“อุ้บ? หึ เธอคิดว่ากัดเป็นคนเดียวเหรอขวัญข้าว”สิ้นเสียงแหบพร่ารอยยิ้มเริงร่าก็จางลงหลายส่วน ใจดวงน้อยกระตุกไหว ร่างกายร้อนวูบวาบอย่างประหลาดเมื่อถูกดวงตาวาววับหลุบมองสำรวจ ทั้งยังเลียริมฝีปากราวกับเธอเป็นเหยื่อชิ้นโตหยาบ! หยาบคายมาก! เธอไม่ใช่ของว่างในสายตาใครนะเว้ย เดี๋ยวแม่จิ้มตาแตกขวัญข้าวถลึงตาปรามพร้อมง้างมือขึ้นหมายจะทำอย่างที่คิดจริง ๆ ทว่ายังไม่ทันจะได้แตะต้องแม้ปลายนิ้วก้อย ใบหน้าคมคายก็พุ่งเข้าหาจนเธอผงะตกใจ รีบเอียงหน้าหลบและนั่นเท่ากับเป็นการเปิดทางให้ฟันคมขบกัดในจุดที่เล็งไว้!“ฮืมม”เสียงทุ้มครางกระหึ่ม สัมผัสอ่อนนุ่มและกลิ่นกายสาวสร้างความพึงพอใจให้กรกันต์มากกว่าที่คิด เขากดจูบย้ำซ้ำที่เดิมตามแรงปรารถนาแต่ยิ่งทำแบบนั้น ความต้องการก็ยิ่งพุ่งทะยาน จากเดิมที่ควรถอนริมฝีปาก มันจึงกลายเป็นเผยอรับเนื้อนุ่มแล้วออกแรงดูดดึง ฝากรอยจ้ำช้ำรักไว้ให้เธอบ้าง“ยะ...อย่า อา~”ริมฝีปากบางรีบเม้มแน่น ใบหน้าเห่อร้อนด้วยความกระดากอายหลังเพิ่งรู้สึกตัวว่าหลุดส่งเสียงครวญครางออกมาแต่อดกลั้นได้เพียงครู่เดียวเธอก็หลุดหวีดร้องเสียงหลงเมื่อร่างถูกพลิกให้อยู่ด้านบน ก่อนที่คนตัวโตจะห







