Share

บทที่ 3

Author: หมอนเน่า
ได้ยินพ่อบอกว่า กว่าจะจัดการแต่งงานครั้งนี้ให้เกิดขึ้นได้ ท่านผู้นำตระกูลมาริโนต้องลงแรงไปไม่น้อย

ถ้าเขารู้ว่าลูกชายตัวดีทำความร่วมมือของครอบครัวพังยับเยิน สีหน้าคงดูไม่จืดเลยทีเดียว

พอคิดได้แบบนี้ ความขุ่นเคืองในใจก็จางลงบ้าง ฉันขี้เกียจจะตอแยกับพวกโง่เง่าพวกนี้อีก จึงหันหลังเตรียมจะเดินออกไป

แต่โซเฟียกลับเหมือนหมาไนที่ได้กลิ่นเลือด เธอสับส้นสูงเข้ามาขวางทางฉันอีกครั้ง ด้านหลังเธอมีบอดี้การ์ดตระกูลมาริโนหน้าตาถมึงทึงสองคน ที่เอวเผยให้เห็นซองปืนสีดำโผล่ออกมา

“นังตัวดี! คิดจะหนีเหรอ? แย่งแหวนฉัน แถมยังกล้าตบฉัน บัญชีนี้ยังไม่ได้สะสางเลยนะ!”

ฉันปรายตามองเธออย่างเย็นชา “แล้วเธออยากจะสะสางยังไง?”

โซเฟียหลงคิดว่าฉันกลัว จึงง้างมือเตรียมตบหน้าฉัน

“ก็ตบสั่งสอนจนกว่าฉันจะบอกให้หยุดไงล่ะ!”

แต่ฝ่ามือของเธอยังไม่ทันร่วงลงมา ฉันก็คว้าข้อมือเธอไว้ แล้วสะบัดหลังมือตบสวนกลับไปฉาดใหญ่ เพียะ!

เธอกุมหน้า จ้องฉันตาถลนด้วยความไม่อยากเชื่อ “นังชั้นต่ำ! นี่แกกล้า...”

“ทำไมฉันจะไม่กล้า?” ฉันไม่รอให้เธอพูดจบ ตบสวนกลับไปอีกฉาด “พอใจหรือยัง?”

ตบฉาดใหญ่สองทีทำเอาโซเฟียสิ้นฤทธิ์ความอวดดี น้ำตาแตกพรั่งพรู รีบวิ่งไปหลบหลังลูก้าทันที

“ลูก้า! มันตบฉัน คุณต้องจัดการให้ฉันนะ!”

ลูก้าดึงเธอไปหลบด้านหลัง มองมาที่ฉันด้วยสายตาอำมหิตราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“แตะต้องคนของฉัน? เธอนี่รนหาที่ตายจริงๆ”

เขาส่งสัญญาณมือแบบมาเฟียให้ลูกน้องด้านหลัง... สัญญาณลับที่หมายถึงการจัดการให้ตาย

เพียงเสี้ยววินาที ชายฉกรรจ์หลายคนก็พุ่งเข้ามาพร้อมกัน

ฉันตอบสนองรวดเร็ว คว่ำคนที่พุ่งเข้ามาคนแรกได้

แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ไม่นานหมัดและเท้าหนักๆ ก็ระดมฟาดลงมาบนตัว ความเจ็บปวดแล่นพล่านจนฉันต้องนอนขดตัวงออยู่กับพื้น

บอดี้การ์ดสองคนหิ้วปีกฉันขึ้นอย่างป่าเถื่อน แล้วลากไปกองตรงหน้าพวกเขา

ลูก้าลูบแก้มที่บวมแดงของโซเฟียอย่างทะนุถนอม ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ

“โซเฟีย อยากจัดการยังไงก็ตามใจ ถ้ามีปัญหาเดี๋ยวผมรับผิดชอบเอง”

ประโยคนั้นมอบความกล้าให้โซเฟียอย่างล้นเหลือ ใบหน้าเธอบิดเบี้ยวด้วยความเกลียดชัง ก่อนจะถุยน้ำลายใส่ฉัน

“นังแพศยา! เมื่อกี้ยังปากเก่งอยู่เลยไม่ใช่เหรอ? แน่จริงก็เก่งให้ดูอีกทีสิ!”

“ในเมื่อชอบแย่งแหวนนัก ก็หักนิ้วทิ้งซะ ดูซิว่าต่อไปจะเอาอะไรมาสวม!”

พูดจบ บอดี้การ์ดสองคนก็กดร่างฉันไว้ แล้วกระชากมือฉันกางออกมา

ฉันเงยหน้าขึ้น จ้องเขม็งไปที่ลูก้าและโซเฟีย

“ถ้าพวกแกกล้าทำแบบนี้ ฉันสาบานเลยว่าพวกแกต้องชดใช้!”

โซเฟียระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

“ตระกูลมาริโนคือหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่แห่งนิวยอร์ก นังบ้านนอกไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างแก มีสิทธิ์อะไรมาขู่พวกเรา?”

“วันนี้แหละ ฉันจะทำให้แกจำใส่สมองว่าการล่วงเกินฉันต้องแลกด้วยอะไร!”

พูดจบ ส้นรองเท้าสูงแหลมของเธอก็ขยี้ลงบนนิ้วมือฉันอย่างแรง

ความเจ็บปวดระเบิดออกตั้งแต่ข้อนิ้ว

ฉันกัดริมฝีปากแน่นจนหูอื้อ เหมือนได้ยินเสียงกระดูกตัวเองแตกร้าว

แขกเหรื่อที่เป็นมาเฟียรอบๆ ต่างเบือนหน้าหนีด้วยความหวาดเสียว แต่ไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้ามาช่วย

“ไปหาเรื่องใครไม่หา ดันไปแหยมกับผู้หญิงของตระกูลมาริโน...”

“เสียดายมือคู่นั้นจริงๆ ต่อไปจะหยิบจับข้าวกินเองได้หรือเปล่าก็ไม่รู้”

“คนธรรมดาอย่างเรา เวลาอยู่ข้างนอกก็ต้องอดทนไว้แหละนะ”

ฉันรักเปียโนมาตั้งแต่เด็ก และกำลังจะมีทัวร์การแสดงรอบโลกอีกหลายงาน

มือของฉันจะพังไม่ได้เด็ดขาด ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมจิตใจ เมื่อเห็นโซเฟียเงื้อเท้าขึ้นอีกครั้ง ฉันรีบตะโกนลั่น

“ฉันยอมแล้ว! เอาแหวนไปเลย! ปล่อยมือฉัน!”

...ความแค้นเอาคืนทีหลังได้ แต่นิ้วมือมีแค่สิบนิ้ว งอกใหม่ไม่ได้

แต่โซเฟียกลับไม่สนใจ ขยี้ปลายเท้าลงบนกระดูกมือฉันซ้ำอีกครั้ง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งขึ้นมาทันที

“นังแพศยา! ตอนนี้เพิ่งจะมาสำนึกผิดเหรอ? สายไปแล้วย่ะ!”

“วันนี้ถ้าฉันไม่ได้ระบายความแค้นจนพอใจ แกอย่าหวังจะได้ออกไปจากที่นี่!”

ฉันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด กัดฟันหันไปหาลูก้า “ลูก้า! คุณไม่กลัวฐานะของฉันเลยใช่ไหม? ขืนคุณยังให้ท้ายเธอแบบนี้ คุณต้องเสียใจภายหลังแน่!”

ลูก้าแค่นหัวเราะสมเพช

“ฐานะ? คนอย่างเธอจะมีปัญญาทำอะไรได้? ก็แค่ของเล่นที่ใช้เล่ห์กลสกปรกไปยั่วยวนพ่อฉัน...”

เมื่อเห็นท่าทีของลูก้า แววตาของโซเฟียยิ่งฉายความชั่วร้าย

“ใจกล้าไม่เบานี่ ต่อหน้าฉันยังกล้าอ่อยลูก้าอีกเหรอ? สงสัยถ้าไม่หักมือทิ้งคงไม่จำใส่สมองสินะ!”

“ไม่! อย่า!”

ทันใดนั้น โทรศัพท์ในกระเป๋าฉันก็ดังขึ้น

ฉันพยายามตะเกียกตะกายจะไปรับ แต่โซเฟียแย่งไปได้ก่อน

เธอเห็นชื่อบนหน้าจอเขียนว่า “พ่อ” ก็แสยะยิ้มแล้วกดรับสาย

เสียงร้อนรนของพ่อดังลอดออกมาทันที:

“อิซา ทำไมยังไม่กลับบ้านอีก? งานประมูลยังไม่เลิกอีกเหรอลูก?”

ฉันรีบตะโกนขอความช่วยเหลือสุดเสียง “พ่อ! ช่วยด้วย! พวกมันจะทำลายมือหนู...”

น้ำเสียงปลายสายเย็นยะเยือกทันที “อะไรนะ?! นั่นใคร?!”

โซเฟียตะคอกใส่โทรศัพท์อย่างอวดดี

“ก็ย่าทวดโซเฟียของแกไง! นังลูกผสมที่แกให้กำเนิดมามันร่านไปทั่ว ฉันกำลังช่วยดัดนิสัยให้อยู่!”

“ฉันไม่สนว่าแกเป็นใคร ปล่อยลูกสาวฉันเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นถ้าฉันไปถึง แกจะต้องเสียใจที่เกิดมาแน่...”

“แน่จริงก็โผล่หัวมาสิ!”

โซเฟียหัวเราะร่าขัดจังหวะ พร้อมกับเตะเข้าที่แขนฉันอย่างแรงจนฉันหลุดปากร้องด้วยความเจ็บ

“ฉันจะรออยู่ตรงนี้ จะหักมือลูกสาวแกให้ฟังกันสดๆ ไปเลย!”

“ถ้าแกโผล่มา ฉันก็จะหักมือแกด้วยอีกคน!”

เธอวางสาย “ปึง!” แล้วปาโทรศัพท์ฉันลงพื้นจนแตกกระจาย

จากนั้นก็สั่งให้พวกชายฉกรรจ์รุมซ้อมฉันต่อ

ห้านาที

เวลาผ่านไปแค่ห้านาทีเท่านั้น แต่สำหรับฉัน มันยาวนานเหมือนตกนรกไปครึ่งศตวรรษ

ในที่สุด รถเก๋งกันกระสุนสีดำคุ้นตาก็พุ่งเข้ามาจอดเทียบหน้าโรงประมูลด้วยความดุดันที่ไม่อาจต้านทาน

ประตูรถถูกผลักออก เสื้อโค้ทตัวยาวของพ่อยังเจือกลิ่นดินปืนและคาวเลือดจางๆ

แววตาของท่านอำมหิต เต็มไปด้วยเพลิงโทสะขณะผลักประตูโรงประมูลเข้ามา

“ไหนขอฉันดูหน้าหน่อยซิ... ใครมันปากดี กล้าพูดว่าจะหักมือฉันกับลูกสาว?!”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แย่งแหวนฉันไป ต้องคุกเข่าคืนมา   บทที่ 7

    เสียงกรีดร้องของโซเฟียดังแสบแก้วหูไปทั่วห้องโถง ลูกน้องคนหนึ่งของหัวหน้าวีโต้เดินเข้าไป ตบหน้าเธอฉาดใหญ่หลายที จนในที่สุดเธอก็ยอมหุบปาก“พอได้แล้ว!” ลูก้าสะบัดตัวหลุดจากการจับกุม แล้วพุ่งเข้ามาขวางหน้าโซเฟีย“เรื่องทั้งหมดไม่เกี่ยวกับเธอ เป็นเพราะผมมีตาหามีแววไม่ล่วงเกินคุณหนูอิซ่า ความผิดทั้งหมดผมขอรับไว้คนเดียว พวกคุณได้โปรดปล่อยโซเฟียไปเถอะครับ”โซเฟียซบลงในอ้อมกอดลูก้า น้ำตาคลอเบ้าพลางพูดว่า “ลูก้า ฉันรู้ว่าคุณดีกับฉันที่สุด”ฉันมองฉากรักซึ้งกินใจนี้แล้วปรบมือเบาๆ “ช่างเป็นความรักที่ลึกซึ้งน่าประทับใจจริงๆ ในเมื่อเป็นแบบนี้ ฉันก็จะสงเคราะห์พวกคุณเอง”ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน ฉันพูดต่อว่า “ตอนนี้คุณพาเธอไปได้เลย ฉันขอเอาชื่อตระกูลรอสซี่เป็นประกัน จะไม่มีใครขัดขวางพวกคุณ”ลูก้ามองฉันอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ส่วนแววตาของโซเฟียประกายความหวังขึ้นมาวูบหนึ่ง“แต่ว่า...” ฉันเปลี่ยนน้ำเสียง “จำไว้ ตั้งแต่วินาทีนี้ไป พวกคุณไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับตระกูลมาริโนอีก พวกคุณจะไม่เหลืออะไรเลยสักอย่าง”ลูก้ากัดฟันแน่น ประคองโซเฟียลุกขึ้น “เราไปกันเถอะ”มองดูพวกเขาประคองกันเดินออกจาก

  • แย่งแหวนฉันไป ต้องคุกเข่าคืนมา   บทที่ 6

    วันนัดรวมตัวของห้าตระกูลใหญ่มาถึง สถานที่ยังคงเป็นโรงประมูลแห่งเดิมเมื่อฉันและพ่อก้าวเท้าเข้าสู่ห้องโถงของงาน สายตาของทุกคนก็จับจ้องมาที่พวกเราเป็นจุดเดียว ฉันสวมชุดราตรียาวสีแดงเข้ม มือขวาสวมถุงมือกำมะหยี่สีเดียวกับชุด เพื่อปกปิดบาดแผลที่ยังไม่หายดีไว้อย่างสง่างามอันโตนิโอรีบก้าวเข้ามาต้อนรับด้วยสีหน้าตึงเครียด “คุณรอสซี่ คุณหนูอิซ่า ขอบพระคุณที่กรุณาให้เกียรติมาร่วมงานครับ”ฉันพยักหน้ารับเล็กน้อย กวาดตามองไปทั่วงาน “เอาตัวพวกมันออกมา” พ่อออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายบอดี้การ์ดหลายคนเข็นกรงขนาดใหญ่เข้ามาใต้แสงสปอตไลท์ เมื่อภาพในกรงปรากฏต่อสายตาฝูงชน เสียงอุทานด้วยความตกใจก็ดังระงมไปทั่วห้องอย่างกลั้นไม่อยู่ลูก้าและโซเฟียนอนขดตัวอยู่ในกรง สภาพเสื้อผ้าฉีกขาด มอมแมมไปด้วยคราบสกปรก ชุดราตรีสีทองของโซเฟียถูกฉีกทึ้งจนดูไม่ได้ ส่วนสูทราคาแพงของลูก้าก็เต็มไปด้วยคราบดินและคราบเลือด บนใบหน้าและแขนของทั้งคู่มีบาดแผลเหวอะหวะ เห็นได้ชัดว่าหลายวันที่ผ่านมาพวกเขาต้องเจอเรื่องสาหัสแค่ไหนบอดี้การ์ดเปิดประตูกรง แล้วกระชากร่างพวกเขาออกมาอย่างหยาบคายลูก้าพยายามทรงตัวยืนให้นิ่ง ส

  • แย่งแหวนฉันไป ต้องคุกเข่าคืนมา   บทที่ 5

    ลูก้าพยายามดิ้นรนให้หลุดจากการพันธนาการ เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปนด้วยความโกรธ “ปล่อยฉันนะ! พวกแกรู้ไหมว่าทำแบบนี้แล้วผลจะเป็นยังไง?”พ่อมองลงมาที่พวกเขาด้วยสายตาของผู้เหนือกว่า “ผลที่จะตามมางั้นเหรอ?” น้ำเสียงของพ่อราบเรียบจนน่าขนลุก “ตอนที่พวกแกลงมือทำร้ายลูกสาวฉัน เคยคิดถึงผลที่จะตามมาบ้างหรือเปล่าล่ะ?”พ่อหันมาหาฉัน น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนทันที “อิซ่า ลูกสาวของพ่อ ลูกอยากจัดการพวกมันยังไงดี?”ฉันเดินเข้าไปหาโซเฟียที่คุกเข่าอยู่ทีละก้าว ความเจ็บปวดที่นิ้วมือทำให้ทุกย่างก้าวหนักอึ้ง แต่เพลิงโทสะในใจกลับช่วยพยุงร่างฉันไว้ ฉันกระชากผมที่จัดทรงมาอย่างดีของโซเฟีย บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตาฉัน“พวกมันทำกับหนูไว้ยังไง หนูก็จะเอาคืนแบบนั้นสิคะ”ฉันเอ่ยเสียงเย็นชา ก่อนจะง้างมือตบหน้าเธอฉาดใหญ่ติดต่อกันหลายที แก้มของโซเฟียบวมเป่งขึ้นทันตา แต่เธอยังคงจ้องฉันตาเขียวปัด เลือดไหลซึมที่มุมปาก แต่ปากยังดีไม่เลิก “นังแพศยา! แกคอยดูเถอะ ลูก้าต้องทำให้แกตายทั้งเป็นแน่!”ลูก้าเห็นดังนั้นก็พยายามตะเกียกตะกายจะลุกขึ้น “หยุดนะ!”ฉันหันขวับแล้วถีบเข้าที่กลางอกเขาเต็มแรง ส่งเขาล้มกลิ้งไ

  • แย่งแหวนฉันไป ต้องคุกเข่าคืนมา   บทที่ 4

    เมื่อเงาของพ่อปรากฏขึ้นที่หน้าประตูโรงประมูล บรรยากาศภายในห้องราวกับถูกแช่แข็งจนหยุดนิ่งดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองไปทั่วงาน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของฉันซึ่งกำลังถูกกดให้นอนแนบพื้นทว่าโซเฟียกลับไม่รู้ตัวสักนิดว่าหายนะกำลังมาเยือน เธอยังแค่นหัวเราะแล้วก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว“แกคือพ่อของนังแพศยานี่สินะ? มาได้จังหวะพอดี ลูกสาวตัวดีของแกแย่งแหวนฉัน แถมยังกล้าตบฉัน ตอนนี้พวกแกสองพ่อลูกรีบกราบขอโทษฉันซะดีๆ ไม่งั้นตระกูลมาริโนไม่ปล่อยพวกแกไว้แน่!”เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบทิศ แขกที่มุงดูบางคนค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้พ่อฉันอย่างระมัดระวัง“ท่านครับ ยอมอ่อนข้อให้เถอะครับ คุณโซเฟียคนนี้คือน้องสาวในปกครองที่คุณลูก้ารักที่สุด” “ในนิวยอร์ก ไม่มีใครกล้าล่วงเกินตระกูลมาริโนหรอกนะครับ” “เพื่อความปลอดภัยของคุณกับลูกสาว ยอมรับผิดไปเถอะครับ ไม่เสียศักดิ์ศรีหรอก”พ่อของฉันไม่แม้แต่จะปรายตามองคนหวังดีเหล่านั้น ท่านเพียงแค่ขยับนิ้วมือเบาๆ บอดี้การ์ดสองคนด้านหลังก็พุ่งเข้ามาทันที เตะชายฉกรรจ์ที่กดทับฉันออกไปอย่างคล่องแคล่ว แล้วประคองฉันลุกขึ้นฉันเซถลาเข้าไปซุกในอ้อมกอดพ่อ ท่านกอดฉันไว้แน่นพลางลูบหล

  • แย่งแหวนฉันไป ต้องคุกเข่าคืนมา   บทที่ 3

    ได้ยินพ่อบอกว่า กว่าจะจัดการแต่งงานครั้งนี้ให้เกิดขึ้นได้ ท่านผู้นำตระกูลมาริโนต้องลงแรงไปไม่น้อย ถ้าเขารู้ว่าลูกชายตัวดีทำความร่วมมือของครอบครัวพังยับเยิน สีหน้าคงดูไม่จืดเลยทีเดียวพอคิดได้แบบนี้ ความขุ่นเคืองในใจก็จางลงบ้าง ฉันขี้เกียจจะตอแยกับพวกโง่เง่าพวกนี้อีก จึงหันหลังเตรียมจะเดินออกไป แต่โซเฟียกลับเหมือนหมาไนที่ได้กลิ่นเลือด เธอสับส้นสูงเข้ามาขวางทางฉันอีกครั้ง ด้านหลังเธอมีบอดี้การ์ดตระกูลมาริโนหน้าตาถมึงทึงสองคน ที่เอวเผยให้เห็นซองปืนสีดำโผล่ออกมา“นังตัวดี! คิดจะหนีเหรอ? แย่งแหวนฉัน แถมยังกล้าตบฉัน บัญชีนี้ยังไม่ได้สะสางเลยนะ!”ฉันปรายตามองเธออย่างเย็นชา “แล้วเธออยากจะสะสางยังไง?”โซเฟียหลงคิดว่าฉันกลัว จึงง้างมือเตรียมตบหน้าฉัน “ก็ตบสั่งสอนจนกว่าฉันจะบอกให้หยุดไงล่ะ!”แต่ฝ่ามือของเธอยังไม่ทันร่วงลงมา ฉันก็คว้าข้อมือเธอไว้ แล้วสะบัดหลังมือตบสวนกลับไปฉาดใหญ่ เพียะ!เธอกุมหน้า จ้องฉันตาถลนด้วยความไม่อยากเชื่อ “นังชั้นต่ำ! นี่แกกล้า...” “ทำไมฉันจะไม่กล้า?” ฉันไม่รอให้เธอพูดจบ ตบสวนกลับไปอีกฉาด “พอใจหรือยัง?”ตบฉาดใหญ่สองทีทำเอาโซเฟียสิ้นฤทธิ์ความอวดดี น้ำตาแตกพร

  • แย่งแหวนฉันไป ต้องคุกเข่าคืนมา   บทที่ 2

    ฉันมีชีวิตมายี่สิบหกปี นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนกล้ากำเริบเสิบสานต่อหน้าฉันขนาดนี้“ไหนพูดอีกทีซิ จะให้ฉันตะโกนว่าอะไรนะ?”“หูหนวกหรือไง? ฉันบอกว่า 'ฉันมันคนกระจอก ฉันสำนึกผิดแล้ว'! แค่นี้ชัดพอหรือยัง?” โซเฟียตวาดซ้ำเสียงแหลมฉันยกยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา “อืม ได้ยินชัดแจ๋วเลยล่ะ”“ในเมื่อเธอยอมรับเองว่าเป็นคนกระจอก ก็รีบไสหัวไปซะ อย่ามาทำให้ชื่อเสียงตระกูลมาริโนต้องแปดเปื้อน”ใบหน้าของโซเฟียแดงก่ำราวกับตับหมู ในที่สุดก็รู้ตัวว่าฉันกำลังปั่นหัวเธอเล่น “นี่... นี่แกกล้าหลอกด่าฉันเหรอ?!”เธอกรีดร้องแล้วถลันเข้ามาจะตบฉัน สภาพดูเหมือนแม่ไก่สติแตกไม่มีผิดน่าขำสิ้นดีฉันฝึกศิลปะการต่อสู้กับบอดี้การ์ดของตระกูลที่ซิซิลีมาเป็นสิบปี จะมากลัวท่าทางงูๆ ปลาๆ ของเธอเนี่ยนะ?ฉันฟาดลูกเตะด้านข้างเข้าไปอย่างแม่นยำ โซเฟียล้มคว่ำทันที ตัวงอเป็นกุ้งร้องครวญครางอยู่บนพรมด้วยความเจ็บปวดเสียงสูดหายใจเฮือกด้วยความตกใจดังไปทั่ว“คุณพระช่วย! เธอกล้าลงไม้ลงมือกับคุณโซเฟีย!” “ถ้าคุณลูก้ารู้เข้า เธอต้องโดนสับเละเอาไปโยนให้ปลากินแน่!” “จบเห่แล้ว พระเจ้าก็ช่วยเธอไม่ได้แล้วงานนี้”ฉันขี้เกียจจะใส่ใจคำนินท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status